Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

ยูเครนเปิดเงื่อนไขจ่ายเงินเดือนทหารเป็นเชลย และสูญหาย ยืนยันจ่ายต่อเนื่อง!! หากไม่ ‘ทรยศ’ หรือ ‘มอบตัว’ โดยสมัครใจ

(21 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันว่า รัฐยังคงจ่ายเงินเดือนให้กับทหารที่ถูกจับเป็นเชลยหรือสูญหาย โดยจะคิดตามตำแหน่งสุดท้ายที่ประจำอยู่ก่อนหายตัว โดยเงินจะจ่ายต่อเนื่องตลอดช่วงที่ยังอยู่ในสถานะเชลยหรือไม่ทราบชะตากรรม แม้ตัวทหารจะอยู่ต่างประเทศก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากภายหลังพบว่าเป็นการยอมมอบตัวโดยสมัครใจ หนีทัพ หรือทิ้งหน่วยโดยไม่มีเหตุอันควร การจ่ายเงินจะยุติลงหลังการสอบสวนเป็นทางการ และถือว่าเป็นการผิดหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งจะถูกตัดสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือทันที

ตามกฎหมายแล้วทหารสามารถระบุล่วงหน้าว่า จะให้ใครในครอบครัวเป็นผู้รับเงินแทนได้ เช่น คู่สมรส บุตร หรือพ่อแม่ โดยต้องมีเอกสารยืนยันผ่านผู้บังคับบัญชาหรือรับรองโดยทนาย หากไม่ระบุไว้ ระบบจะใช้ลำดับอัตโนมัติคือ คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุตรพิการ และพ่อแม่ตามลำดับ

ขณะที่ กลุ่มที่ไม่มีสิทธิรับเงิน ได้แก่ ทหารที่ถูกตัดสินว่าทรยศ ร่วมมือกับศัตรู หรือเป็นชาวรัสเซียและเบลารุส (หรืออาศัยใน 2 ประเทศนี้อย่างถาวร) โดยครอบครัวต้องยื่นคำร้องและเอกสารต่อศูนย์สนับสนุนสังคมของกองทัพในพื้นที่ใดก็ได้ ไม่จำกัดเขตทะเบียนทหาร พร้อมแนบเอกสารระบุตัวตน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และหลักฐานความสัมพันธ์ในครอบครัวประกอบการพิจารณา 

ฝ่ายค้านอิสราเอลไม่พอใจ ‘รัฐบาลเนทันยาฮู’ สั่งโจมตีดามัสกัส จวกยับ!! พฤติกรรมเลวร้าย…จงใจทำลายสันติภาพในตะวันออกกลาง

(21 ก.ค. 68) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอิสราเอล ยาอีร์ ลาปิด (Yair Lapid) กล่าวประณามการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียว่าเป็น “พฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ” และไม่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของประเทศ

ลาปิดระบุว่า การโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในดามัสกัสทำลายความพยายามของสหรัฐฯ และยุโรปในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค และยังส่งสัญญาณว่าเป็นอิสราเอลเองที่ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

และจากการโจมตีในวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บาดอีกเป็นเจ็บจำนวนมาก โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นการปกป้องชุมชนชาวดรูซในซีเรีย ขณะที่ผู้นำชาวดรูซส่วนใหญ่ในซีเรียออกแถลงการณ์ปฏิเสธการแทรกแซงจากต่างชาติ และยืนยันความจงรักภักดีต่อความเป็นหนึ่งเดียวของซีเรีย

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซีเรียยืนยันข้อตกลงหยุดยิงใหม่ในจังหวัดซูเวดา หลังการปะทะระหว่างกลุ่มดรูซและเบดูอินในภาคใต้ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน โดยข้อตกลงดังกล่าวเน้นการกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางอย่างเต็มที่ 

‘กองทัพบก’ เจออีก 2 ทุ่นระเบิดใหม่ใกล้จุดเกิดเหตุเดิม ซัด เขมรขัดอนุสัญญาออตตาวาจงใจทำร้ายกำลังพลไทย

ทบ. ลุยสแกนละเอียด พบเพิ่ม 2 ทุ่นระเบิดใหม่ ในพื้นที่ช่องบก ใกล้จุดเกิดเหตุเดิม ชี้ชัดขัดอนุสัญญาออตตาวา เตรียมเชิญผู้ช่วยทูตทหารมารับทราบข้อเท็จจริง

(21 ก.ค. 68) – ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนช่องบก จ.อุบลราชธานี จนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เมื่อวันที่ 16 ก.ค.68

ล่าสุดวานนี้ (20 ก.ค. 68) กองกำลังสุรนารี และหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3) เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยผลจากการตรวจพื้นที่พบการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ชนิด PMN2 ในสภาพใหม่พร้อมทำงาน จำนวน 2 ทุ่น ห่างจากหลุมระเบิดเดิม 30 เซนติเมตร โดยปัจจุบันเจ้าหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3) ได้ทำการรื้อถอนทุ่นระเบิดที่ตรวจพบใหม่ออกแล้วทั้ง 2 ทุ่น

การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และแสดงถึงเจตนาในการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารไทย ทั้งเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาออตตาวาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ที่ทางไทยและกัมพูชาล้วนได้ให้สัตยาบัน เข้าเป็นประเทศภาคีในอนุสัญญาดังกล่าวด้วย กองทัพบกจึงขอเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวนี้ต่อสาธารณะ พร้อมขอความร่วมมือประเทศสมาชิกอาเซียนรวมถึงนานาประเทศ ร่วมประณามการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงของประเทศกัมพูชา

นอกจากนี้กรมข่าวทหารบกจะได้มีการเชิญผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย มารับทราบข้อเท็จจริงในกรณีเหตุการณ์ดังกล่าวในวันที่ 22 ก.ค. อีกด้วย

จากเหตุการณ์ทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนที่พื้นที่ชายแดนช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3) และกองกำลังสุรนารี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และพบ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN2” ในสภาพใหม่พร้อมทำงาน จำนวน 2 ทุ่น วางห่างจากหลุมระเบิดเดิมเพียง 30 เซนติเมตร เท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการ วางซ้ำจุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยเจตนา เพื่อหวังผลลอบสังหารทหารไทยโดยเฉพาะ

การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการ รุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และ ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นภาคีร่วมลงนามไว้ การวางระเบิดซ้ำในจุดเดิมไม่เพียงแต่เป็นการจงใจทำร้ายกำลังพลไทยอย่างเหี้ยมโหด แต่ยังเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

กองทัพบกไทยจึงออกมาเรียกร้องให้นานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน ร่วมกัน ประณามกัมพูชา ต่อพฤติกรรมอันป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมนี้ พร้อมทั้งเตรียมเชิญผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารจากนานาชาติเข้ารับทราบข้อเท็จจริงในวันพรุ่งนี้ เพื่อดำเนินการกดดันทางการทูตอย่างเป็นรูปธรรม

จีนโต้เดือด!! EU คว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ กระทบบริษัท-ธนาคารจีน ชี้เป็นการใช้มาตรการฝ่ายเดียว!! ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

(21 ก.ค. 68)รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ประณามสหภาพยุโรป (EU) หลังมีมติใส่ชื่อบริษัทและสถาบันการเงินของจีนในมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบล่าสุด โดยจีนมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีเหตุผล” และ “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ”

แม้จีนจะคัดค้านและยื่นเรื่องทักท้วงหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ EU ยังเดินหน้าใช้มาตรการฝ่ายเดียวกับ บริษัทจีนอีก 5 แห่ง ธนาคารจีน 2 แห่ง ได้แก่ Heihe Rural Commercial Bank Co. และ Heilongjiang Suifenhe Rural Commercial Bank Co. โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งจีนย้ำว่าการคว่ำบาตรลักษณะนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ด้าน กระทรวงพาณิชย์จีนเตือนว่า การกระทำของ EU จะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝ่ายอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ “ไม่ถูกต้อง” โดยทันที ซึ่งจีนยืนยันจะใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทและสถาบันการเงินอย่างเต็มที่

‘เดชอิศม์’ ท้า ‘ส.ส.สงขลา’ ฟ้อง ไม่หวั่นหลุดตำแหน่ง พร้อมเร่งหน่วยงานเกี่ยวข้องคลี่คลายเรื่องที่สังคมคาใจ

จากกรณีที่ นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ส.ส.พรรคกล้าธรรม จะฟ้องหมิ่นประมาท นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากที่มีกล่าวให้สัมภาษณ์พาดพิง ให้หลุดจากตำแหน่ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ (21 ก.ค. 68) นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานการกุศลที่มัสยิดนูรูลอามีน (บ้านปริกตก) ทต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา โดยนายเดชอิศม์ ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายชนนพัฒน์  ให้สัมภาษณ์สื่อเตรียมตั้งทนายฟ้องหมิ่นประมาทตนเองว่า ได้รับเกียรติ หากถูกฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งตนจะทำหนังสือถึง ปปง. อัยการสูงสุด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้น จากผู้มีอำนาจรังแกประชาชน ขอให้กรณีนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้เดินหน้าเต็มที่และจะไปจบที่ศาลอย่างแน่นอน

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ส่วนข้อขัดแย้งเรื่องการเมือง ระหว่างตน กับ ส.ส.เขต 4 สงขลา นั้นตัดออกไปได้เลย เพราะจนถึงวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีตัวผู้สมัครเขต 4 เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องของความทุกข์ประชาชนเท่านั้น ขอให้เชื่อมั่นว่ามีตนอยู่ พี่น้องประชาชนจะไม่โดนรังแกแน่นอน

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ได้กำชับตำรวจและผู้ว่าราชการ จ.สงขลาแล้ว ว่าให้จับผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะสาวถึงใครก็จะไม่ละเว้น เพราะผู้เสียหายย้ำชัดว่าผู้กระทำความผิดมีทั้งหมด 5 คน หลังจากนั้นต้องดูว่ามีคนสั่งการหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องจับให้หมด

“ส่วนเรื่องของการที่จะฟ้องร้องผมให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯนั้น ผมไม่กลัวหรอกเพราะผมมีหน้าที่มาดูแลประชาชน ถ้าผมกลัว พี่น้องประชาชนจะอยู่อย่างไร” นายเดชอิศม์กล่าว

อิสราเอลเจอแฉ!! ยิงใส่พลเรือนใกล้ศูนย์ช่วยเหลือในกาซา ปล่อยเด็กหิวโหย-คนเจ็บไร้ยารักษา…สั่งห้าม UN เข้ายุ่งเกี่ยว

(21 ก.ค. 68) ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลต่อศูนย์แจกจ่ายความช่วยเหลือในฉนวนกาซานับตั้งแต่ 27 พ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 995 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 6,000 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 45 ราย ตามแถลงจากสำนักงานสื่อของรัฐบาลกาซาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

จุดแจกจ่ายของมูลนิธิ Gaza Humanitarian Foundation ถูกเรียกว่า “กับดักแห่งความตาย” หลังเกิดเหตุโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อผู้รอรับอาหารและสิ่งของช่วยเหลือ โดยมีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลได้รับคำสั่งให้ยิงใส่พลเรือนที่ไม่มีอาวุธในบริเวณดังกล่าว แม้นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู และ รมว.กลาโหมของอิสราเอลจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

กระทรวงสาธารณสุขกาซาระบุว่า ขณะนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี กว่า 600,000 คน และหญิงตั้งครรภ์อีก 60,000 คน ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะขาดอาหาร และระบบสาธารณสุขในพื้นที่ก็ล่มสลายอย่างหนัก

ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงปฏิเสธการทำงานร่วมกับ UNRWA (หน่วยงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ) และออกกฎหมายห้ามไม่ให้ UNRWA ดำเนินงานในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล

หน้าฉากเล่นบท ‘พระเอก’ เคยช่วยสอนยูเครนกู้ระเบิด สวมวิญญาณผู้รักสันติภาพแต่แอบลอบวางกับระเบิดเสียเอง

(21 ก.ค. 68) ระเบิดจำนวนกว่า 300 ลูกที่เพิ่งถูกพบวางอยู่ในเขตชายแดนไทยบริเวณช่องบก จังหวัดสุรินทร์ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรถูกมองข้ามไปเฉยๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกหน่วยงานของไทยเคลียร์สนามทุ่นระเบิดจนปลอดภัยและส่งมอบให้ฝ่ายปกครองไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 แล้วจู่ ๆ กับระเบิดใหม่จึงกลับมาปรากฏในจุดเดิมอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ทำให้ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า ระเบิดเหล่านี้ไม่ได้หลงเหลือจากยุคเก่า แต่น่าจะเป็นของใหม่ที่ถูกนำมาวางจงใจ

และคำถามสำคัญที่สังคมไทยและประชาคมโลกควรถามในเวลานี้ก็คือ ระเบิดเหล่านี้ กัมพูชาเอามาจากไหน?

เมื่อย้อนกลับไปกลางปี 2023 สื่อ VOA News รายงานว่า เจ้าหน้าที่จากกัมพูชาได้ถูกส่งไปยังโปแลนด์เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ยูเครนให้สามารถเก็บกู้ระเบิดจากสนามรบได้ ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า ความเชี่ยวชาญที่กัมพูชาอ้างว่าสั่งสมมานั้น ไม่ได้มาจากจิตวิญญาณของผู้รักสันติภาพ แต่มาจากประสบการณ์ตรงในการวางกับระเบิดและใช้อาวุธสงครามในพื้นที่ของผู้อื่น

ในเมื่อระเบิดในสนามรบยูเครนจำนวนมากเป็นของรัสเซีย และกัมพูชาได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการเก็บกู้ มีหรือที่สิ่งเหล่านี้จะไม่มีการเล็ดลอด การขนย้าย หรือการนำกลับมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่ยังเป็นจุดพิพาท ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า ระเบิดบางส่วนอาจไม่ได้ถูกทำลาย หากแต่ถูกสงวนไว้เพื่อภารกิจอื่นที่ไม่เปิดเผย

สิ่งที่ย้อนแย้งที่สุดในสถานการณ์นี้ก็คือ กัมพูชาที่สวมหน้ากาก "พระเอกผู้ช่วยยูเครน" กลับอาจเป็นผู้วางกับระเบิดใกล้บ้านเราเสียเอง

นี่ไม่ใช่เพียงความหน้าด้านทางการทูต หากแต่คือการใช้เวทีโลกสร้างภาพลวงตาให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าตนคือผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ ขณะเดียวกันก็ยังละเมิดอนุสัญญาออตตาวา วางกับระเบิดใหม่ในพื้นที่เพื่อนบ้าน และไม่เคยแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทหารไทยเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปิดโปงพฤติกรรมย้อนแย้งนี้ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ กัมพูชาไม่ควรได้รับเสียงปรบมือจากเวทีโลก ตราบใดที่ยังใช้ระเบิดเป็นเครื่องมือทางการเมืองและความมั่นคงกับประเทศที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด

ปธน.ฟิลิปปินส์ แลนด์ดิ้งสหรัฐฯ เตรียมพบ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ หารือความมั่นคง-ทะเลจีนใต้-เจรจาลดภาษีสินค้านำเข้า 20%

(21 ก.ค. 68) เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ ‘บองบอง’ ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เตรียมหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว โดยมีวาระหลักคือความมั่นคงในภูมิภาค การคงความร่วมมือในสนธิสัญญาป้องกันร่วม และสถานการณ์ทะเลจีนใต้

นอกจากนี้ มาร์กอสมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ที่กระทรวงกลาโหม ก่อนร่วมประชุมกับผู้นำภาคธุรกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มที่สนใจลงทุนใน ‘ลูซอน อีโคโนมิกคอร์ริดอร์’ ซึ่งเป็นโครงการระเบียงเศรษฐกิจภายใต้ความร่วมมือฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่องภาษีนำเข้าสินค้าฟิลิปปินส์ ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บในอัตราสูงถึง 20% ซึ่งฟิลิปปินส์หวังจะเจรจาให้ลดลง พร้อมปูทางสู่ข้อตกลงการค้าเสรีในอนาคต

ส่วนประเด็นนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ แม้จะไม่อยู่ในวาระการหารือ แต่มาร์กอสระบุว่าจะเคารพกฎหมายอเมริกัน และพร้อมรับคนฟิลิปปินส์ที่ถูกสั่งเนรเทศกลับประเทศ

‘เก่ง เมธี’ อดีตเสื้อแดง อัปเดตชีวิตในเรือนจำบอกสุขสบายชั้นดีมาก ฝาก FC อีกไม่นานเจอกัน

เมื่อวันที่ (18 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘รอเฮียเมธีกลับมา’ ได้โพสต์ข้อความซึ่งระบุว่าเป็นจดหมายจากในเรือนจำของ ‘เก่ง เมธี อมรวุฒิกุล’ อดีตคนเสื้อแดง ว่า 16-07-68 ( จดหมายจากคุณเมธี )
ในช่วง 1 ปี ที่ผมอยู่ในนี้ 
ผมได้รับความรักจากน้องๆๆที่อยู่ข้างใน 
และได้รับความรักจาก FC ทุกคนจากข้างนอก 
มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆๆ
รายชื่อจากคนที่เคยเป็นคนแปลกหน้า 
กลายเป็นบุคคลที่ฝากเงิน ฝากค่าขนม 
และดูแลผม ทุกๆๆเดือน ผมซาบซึ่งใจ 
น้องๆๆข้างใน ต่าง งง กันเป็นไก่ตาแตก 
FC เฮียเขาดูแลเฮียกันจริงจังนะเนี้ย 
ของกิน ของใช้ และอาหารเมนูพิเศษ 
ของเฮียไม่เคยพร่องเลย... 
"ผมไม่รู้จักเฮียแต่ดูแล้ว FCคงรักเฮียมาก" 

นักโทษในนี้ 98% เป็นนักโทษไร้ญาติ 
โดนทอดทิ้ง ไม่มีใครมาเยี่ยม ต้องชนหลวง 
ถ้าเทียบแล้ว ผมก็เหมือนโชคดีกว่าคนอื่นในนี้มาก
 "อยู่ข้างใน เฮียฮ๊อตมากนะ 55" 

วันนี้ผมทราบข่าว ว่ายังมีคนเสื้อแดงหลายคน 📌
ยังติดคุก ถูกจองจำอีกหลายชีวิต 
บางคนโทษตลอดชีวิต บางคนโทษ160 ปี 
คนเสื้อแดงในปี 53 
ต้องแบกวิบากกรรมครั้งนี้ไปด้วยกัน 
บางคนตายในสนามรบ ก็ จบ 
แต่บางคนที่รอด ก็ต้องมาติดคุก 
เหมือนตายทั้งเป็น ไม่ต่างกัน... 
(***โทษหนักๆๆกันทั้งนั้น ) 📌

ผม โชคดีมากๆๆที่มีน้องหนิง และFC คอยดูแล 
และ ให้กำลังใจ ทำให้ผมได้ปลดล๊อคและปล่อยว่าง ทุกอย่างข้างในได้ อย่างสบายใจ 
"อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ " 
คำนี้ใช้ได้จริง 

ตอนนี้ผมอยู่ "ชั้นดีมาก " 
มีร่วมอบรม และทำกิจกรรมหลายอย่าง 
ทั้งสาธา ทั้งกิจกรรมโคกหนองนา 
ซ้อมมวย สอนมวย ให้ความรู้น้องๆๆ 
ว่างๆๆก็นั่งดูข่าว 
วิเคราะห์ข่าวให้น้องๆๆข้างในฟัง 
ตื่นเช้ามา โต๊ะผม จะเหมือนสภากาแฟ 
มีขนมปัง กาแฟ โอวันติน นั่งคุยกันสนุกสนาน 
แค่เปลี่ยนสถานที่ เป็นในเรือนจำแทน555 
รอผมหน่อยนะคับเดี๋ยวคงได้เจอกันเร็วๆนี้ 
ฝากเอ็นดูน้องหนิงด้วยนะคับ 
ผมกลับมา น้องหนิงคงได้เบาแรงไปเยอะ 
ผมขอบคุณความรักที่เหนี่ยวแน่น ในการดูแลผม
 ตลอดระยะเวลาที่ผม ถูกจองจำ 
ขอบคุณที่ฝากค่าขนม และดูแลมื้ออร่อย 
อาหารอร่อย ให้ผมทุกๆๆมื้อ
 "ผมจะไม่มีวันลืม น้ำใจจากทุกคน "🙏🙏
 ***ช่วงนี้การเมือง วุ่นวายมาก มีรัก มีหักหลัง 
เหมือนซีรีย์ ถ้าผมอยู่ข้างนอกปานนี้ คงได้Live สด มันทุกวัน 
🧡 คิดถึงFC ทุกคน นะคับ 
อีกไม่นานคงได้เจอกัน เร็วๆๆนี้

นักวิทย์ฯ เตือน!! ภูเขาไฟในคัมชัตกาเริ่มแสดงสัญญาณผิดปกติ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้ ‘รัสเซีย-ญี่ปุ่น-อะแลสกา’

(21 ก.ค. 68) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 3 ครั้งบริเวณชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย ใกล้เมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 7.4 ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก (PTWC) รายงานว่าอันตรายจากคลื่นสึนามิในคาบสมุทรคัมชัตกาหมดไปแล้ว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งในทะเลใกล้เคียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคคัมชัตกาและมีประชากรกว่า 160,000 คน แผ่นดินไหวสามครั้งเกิดขึ้นในเวลาเพียง 32 นาที ลึกประมาณ 20 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทางการรัสเซียประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง และขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกได้ยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา ส่วนฮาวายเองก็ยกเลิกคำเตือนสึนามิที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพบปรากฏการณ์เมฆเลนติคูลาร์ (Lenticular Clouds) ที่หายากเหนือปล่องภูเขาไฟในคัมชัตกา ซึ่งมีลาวาเรืองแสงอยู่ภายใน นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นที่ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นสูงสุดในยูเรเซีย ซึ่งอาจบ่งชี้การเคลื่อนตัวของแมกมาใต้ดินลึก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การปะทุครั้งใหญ่หรือไม่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top