Saturday, 6 June 2026
Hard News Team

ขั้นต้นฯ ฤดูการผลิตปี 68/69 ราคาเดียวทั่วประเทศ ที่ 890 บาท/ตัน วางมาตรการจูงใจชาวไร่ตัดอ้อยสด-ลดเผา ตามข้อสั่งการ “รมว.ธนกร”

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 68 นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ครั้งที่ 9/2568 ซึ่งมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2568/2569 ราคาเดียวทั่วประเทศ ในอัตรา 890 บาทต่อตัน ที่ระดับความหวาน 10 ซี.ซี.เอส. พร้อมกำหนดอัตราขึ้นลงของราคาอ้อยที่ 53.40 บาทต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส. และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายอยู่ที่ 381.43 บาทต่อตัน ทั้งนี้ ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นหรือประชาพิจารณ์จากเกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่จะประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
.
การพิจารณาการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นฯ ปี 2568/69 เป็นวาระประชุมสืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 โดยผู้แทนชาวไร่อ้อยและผู้แทนโรงงานน้ำตาลได้หารือกันอย่างเข้มข้นถึงการกำหนดราคาว่าจะมีราคาเดียวทั่วประเทศเหมือนเดิม หรือจะมี 2 ราคาเพื่อให้ชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลในเขตคำนวณราคาอ้อยที่ 1 3 6 และ 9 ซึ่งมีค่า yield น้ำตาลที่สูง (ในฤดูการผลิตปี 2567/68) ได้รับราคาอ้อยมากกว่าประมาณ 50 บาทต่อตัน โดยมากกว่าชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลในเขตคำนวณราคาอ้อยที่ 2 4 5 และ 7 ซึ่งมีค่า yield น้ำตาลต่ำกว่า (ในฤดูการผลิตปี 2567/68) จากการหารือในที่ประชุมทั้ง 2 ครั้ง ผู้แทนชาวไร่อ้อยและผู้แทนโรงงานน้ำตาลได้ตกลงที่จะให้มีราคาอ้อยขั้นต้นฯ ปี 2568/69 ราคาเดียวทั่วประเทศเช่นเดิม นอกจากนี้ โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ได้มีเจตนารมณ์ยินดีจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 40 บาทต่อตัน ให้กับชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลในเขตคำนวณราคาอ้อยที่ 1 3 6 และ 9 เพื่อให้ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยคุณภาพดี มีค่า yield น้ำตาลสูง ได้มีเงินทุนไปหมุนเวียนในการประกอบอาชีพก่อน

นายใบน้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้เตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือและดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายธนกร วังบุญคงชนะ) เนื่องจากในปีนี้ชาวไร่อ้อยมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับนโยบายการไม่เผาอ้อยของภาครัฐมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นตาม “มาตรการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและลดปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2568/2569” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด กอน. เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ กำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยเผาเข้าหีบได้ไม่เกิน 20% ต่อวัน และให้โรงงานหยุดรับอ้อยเข้าหีบตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 และรับเฉพาะอ้อยสดเข้าหีบตั้งแต่เริ่มต้นหีบอ้อยจนถึงวันเด็ก (วันที่ 10 มกราคม 2569) 

นอกจากนี้ ในฤดูการผลิตปี 2568/69 สอน. ได้วางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่ทำดี ประกอบด้วย โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิต 2568/2569 โดยสนับสนุนให้แก่ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดสะอาด 100% โครงการสนับสนุนเครื่องสาง-ตัด-กวาด-อัด-สับคลุก เพื่อการตัดอ้อยสดและโมเดลธุรกิจใหม่-คนละครึ่ง Farmer Plus โดยให้โรงงานรวมกลุ่มชาวไร่อ้อยมากกว่า 4,515 กลุ่ม ตามเงื่อนไขโดยมีจำนวนเกษตรกรชาวไร่อ้อยรวมกลุ่มกว่า 60,000 ราย และภาครัฐสนับสนุนจัดหาอุปกรณ์ “เครื่องสางใบอ้อย ตัดอ้อยพ่วงข้าง เครื่องกวาดใบอ้อย เครื่องอัดใบ และผานสับคลุกใบอ้อย” ในอัตราครึ่งหนึ่งของราคาซื้อตามนโยบายคนละครึ่งของรัฐบาล มาตรการจูงใจเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้สนับสนุนจูงใจให้ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด 100% อยู่แล้ว การลดหย่อนภาษีให้แก่โรงงานน้ำตาลที่รับอ้อยเผาตามเกณฑ์ที่กำหนด และขอลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่รับซื้อใบและยอดอ้อยเป็นเชื้อเพลิง โครงการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พิจารณาสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการนำเข้ารถตัดอ้อยแบบปลอดอากร เพื่อให้โรงงานน้ำตาลและเกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถนำเข้ารถตัดอ้อยใหม่ขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาใช้งาน

“สอน. ยังคงเดินหน้าส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ภายใต้แนวคิด ทำดี ต้องได้ดี และมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับชุมชน และหวังว่ามาตรการหรือแนวทางต่าง ๆ ที่ได้วางไว้ จะสามารถสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลร่วมมือร่วมใจกันทำสถิติอ้อยเผาได้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา (ต่ำกว่า 14%) ” นายใบน้อย กล่าวปิดท้าย

ลั่นรัฐบาลล้มเหลวปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ไล่ ‘นายกแป้น’ ขอโทษประชาชนแล้วลาออกไป

(2 ธ.ค. 68) โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ร่วมประชุมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และทีมบริหารจังหวัดสงขลา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยนายชาดาเล่าว่าลงพื้นที่ไปดูหน้างานพบว่า “น้ำไม่มี ไฟไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี” 

ตอนหนึ่งของการประชุม นายชาดากล่าวว่า “เมื่อกี้ผมบอกท่านนายกแป้น ทำให้จบ ทำให้เสร็จ แล้วลาออกไปเลย ขอโทษประชาชนแล้วลาออกไป มันมีคนจะต้องลาออกตามนายกแป้นไปด้วย” พร้อมติงว่า วันนี้ผู้มีหน้าที่ “ไม่มีจิตวิญญาณ” ในการช่วยเหลือ ประชาชนบางส่วนต้องหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน ทั้งที่มีประกาศเขตภัย 100% แต่กลับไม่มีความพยายามเข้าไปช่วย “มันถือว่ารัฐล้มเหลวครับ กลไกของรัฐล้มเหลวหมดเลย ถ้าปีหน้าท่วมอีกจะทำยังไง”

นายชาดาย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังน้ำลดคือ “ทำความสะอาดเมืองก่อน ฆ่าเชื้อก่อน นั่นคือการเยียวยาหัวใจคนหาดใหญ่” พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐมองประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทั้งการจัดการพื้นที่ปลอดภัย การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และการวางระบบป้องกันไม่ให้ซ้ำรอยเดิมในปีถัดไป

ต่อมาเวลา 12.49 น. หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอนุทินที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอของนายชาดาที่ให้ “นายกแป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลาออกจากตำแหน่ง นายกฯเพียงหัวเราะในลำคอ ก่อนปฏิเสธตอบคำถามแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที 

เมื่อถูกถามต่อถึงหลักเกณฑ์เงินเยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรายละ 2 ล้านบาท นายอนุทินตอบสั้น ๆ ว่าให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้ชี้แจง และทิ้งท้ายเพียงคำว่า “มีนัดๆ” ก่อนออกจากทำเนียบไปรับประทานอาหารกลางวัน แล้วจะกลับเข้าทำเนียบอีกครั้งในช่วงบ่าย

การหวนคืนสู่ประเทศไทยในรอบ 13 ปี รวมหลากหลายศิลปินจาก SM ฉลอง 30 ปี ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ปักหมุดจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ 14 ก.พ. 69

(2 ธ.ค. 68) SM Entertainment เตรียมนำโปรเจกต์คอนเสิร์ตใหญ่ "SMTOWN LIVE 2025–2026: The Culture, the Future" มาจัดที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในโชว์ปิดท้ายทัวร์ฉลองครบรอบ 30 ปีของค่าย และเป็นเพียงไม่กี่สเตเดียมในโลกที่ได้รับเกียรติให้เป็นจุดจัดงาน

ซึ่งราชมังคลากีฬาสถานถือเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่เคยเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นพื้นที่จัด SMTOWN LIVE ครั้งประวัติศาสตร์ในไทยเมื่อปี 2009

รูปแบบโชว์ของ SMTOWN LIVE มักจะเป็นคอนเสิร์ตยาว 3-5 ชั่วโมง ประกอบด้วยโชว์เดี่ยวของแต่ละวงสลับกับเวทีพิเศษที่ศิลปินข้ามวงมาร่วมฟีเจอริ่งกัน โดยในทัวร์นี้มีศิลปินรีเมมเบอร์ทั้งรุ่นตำนานระดับ HYOYEON (Girls' Generation), KEY & MINHO (SHINee), EXO,
Red Velvet (IRENE & SEULGI & JOY), NCT 127, NCT DREAM, WayV ,aespa, RIIZE, NCT WISH ,Hearts2Hearts, XngHan&Xoul, SMTR25⠀⠀

ตัวแทนแฟนคลับระบุว่า "SMTOWN LIVE ถือเป็นงานที่รวมศิลปินหลากหลายเจเนอเรชันในคืนเดียวอย่างยิ่งใหญ่" ทำให้แฟนๆ ในไทยตั้งตารอคอยอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อนับว่าเป็นการกลับมาของ SMTOWN ที่ราชมังฯ หลังจากครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 ปีก่อน

เริ่มจำหน่ายบัตรปิดจำหน่ายบัตร : 𝟮𝟬 ธันวาคม 𝟮𝟬𝟮𝟱 (เสาร์) เวลา 𝟭𝟬:𝟬𝟬 น. – 𝟭𝟲:𝟬𝟬 น.
ส่วนการจำหน่ายบัตรจะมีทั้งรอบ SM ARTIST Official Fanclub และ รอบจำหน่ายทั่วไป
ถ้าหากรอบพรีเซลส์จำหน่ายหมดแล้วก็จะไม่มีการจำหน่ายในรอบทั่วไป

ผังที่นั่ง ราคาบัตร และรายละเอียดอื่นๆ ยังรอติดตามจากผู้จัดในไทย แต่ความคึกคักรอบราชมังคลาคาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจเกี่ยวกับคอนเสิร์ตและการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้ไม่น้อย โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญสำหรับแฟน K-POP ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

หลังขุด “กำแพงเมืองจีน” ช่วง “เจียนโข่ว” เจอปืนใหญ่ไซซ์ยักษ์ปลายราชวงศ์หมิง พร้อมจารึกบนปืนเผยประวัติศาสตร์การใช้อาวุธไฟ เชื่อมโยงหลักฐานค้าขาย–แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโบราณ

(2 ธ.ค. 68) นักโบราณคดีในกรุงปักกิ่งแถลงผลการขุดค้นกำแพงเมืองจีนช่วง “เจียนโข่ว” (Jiankou) พบปืนใหญ่โบราณขนาดใหญ่ รวมถึงโบราณวัตถุจำนวนมากจากหอคอยสัญญาณ 3 แห่งและกำแพงที่เชื่อมต่อกัน ทั้งอาวุธ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม และข้าวของใช้ในชีวิตประจำวัน จากการขุดค้นตลอดปีนี้

ปืนใหญ่ที่พบเป็นปืนเหล็กหล่อปลายราชวงศ์หมิง (ปี ค.ศ. 1368-1644) ยาว 89.2 เซนติเมตร หนัก 112.1 กิโลกรัม ถือเป็นปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขุดพบในช่วงกำแพงเมืองจีนส่วนนี้ นักวิจัยระบุว่าจารึกที่ยังคมชัดบนตัวปืนให้ข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาการผลิตอาวุธไฟ และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหารในยุคนั้น

นอกจากนี้ สถาบันโบราณคดีปักกิ่งยังรายงานผลศึกษาเครื่องประดับเทอร์ควอยซ์จากแหล่งโบราณคดี “ซิงกง” (Xingong) ซึ่งเป็นชุมชนโบราณยุคราชวงศ์เซี่ย (ราว 2070–1600 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ซาง (1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล) ที่หายากมากในเขตเมืองของปักกิ่ง

พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งหลุมฝังศพ คูน้ำ และร่องรอยที่อยู่อาศัย และพบโบราณวัตถุเทอร์ควอยซ์แล้ว 28 ชิ้น ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า แร่เทอร์ควอยซ์เหล่านี้น่าจะมาจากเหมืองบริเวณรอยต่อมณฑลหูเป่ย์ เหอหนาน และส่านซี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีเครือข่ายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและทรัพยากรระหว่างภูมิภาคในจีนตอนเหนือมาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว


ที่มา : Xinhua 

“การแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย” ที่ไต้หวัน หลังเยาวชนไทยโกย 3 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง พร้อมส่งต่อชิงแชมป์โลกที่จีน

(2 ธ.ค. 68) เยาวชนไทยกลับสู่ประเทศหลังคว้าอันดับ 2 ในการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ที่ไทเป ไต้หวัน ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 โดยได้รับ 3 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และ 1 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า เยาวชนไทยคว้า 3 เหรียญทองจากสาขาเมคคาทรอนิกส์ การแต่งผม และบริการอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมรางวัล Best of Nation รวมถึง 5 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดงในสาขาต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมี 1 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยมทางเทคโนโลยีเว็บ และรางวัลทุ่มเทเสียสละอีก 4 เหรียญ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของเยาวชนไทยที่ร่วมแข่งขันในครั้งนี้

นายสมาสภ์กล่าวว่า "เยาวชนทุกคนทำผลงานได้ดี สร้างชื่อเสียงและศักยภาพให้ประเทศไทยได้เป็นที่ยอมรับในภูมิภาค" และเตรียมส่งเยาวชนตัวแทนไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนต่อไป

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดงานมอบรางวัล และขอบคุณผู้สนับสนุน ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานในวันนี้ พร้อมมอบโอกาสและแรงสนับสนุนแก่เยาวชนที่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับทวีปนี้

ซัดคำพูด “โจมตีก่อน” ไร้ความรับผิดชอบ สะท้อนท่าทีพร้อมยกระดับความตึงเครียด หยันภาพลักษณ์ “พันธมิตรเชิงป้องกัน” พังทลาย เตือนคิดให้ดีก่อนเล่นกับไฟสงคราม

(2 ธ.ค. 68) มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของพลเรือเอกจูเซ็ปเป คาโว ดรากอเน (Giuseppe Cavo Dragone) ประธานคณะเสนาธิการทหารนาโต ที่พูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้ “การโจมตีล่วงหน้า” ต่อรัสเซีย หากมองว่ารัสเซียมีพฤติกรรมคุกคามพันธมิตรนาโต โดยคำพูดนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่ออังกฤษ Financial Times

มาเรีย ซาคาโรวา ระบุว่า คำพูดดังกล่าวเป็น “ความเคลื่อนไหวที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างยิ่ง” และสะท้อนถึงความพร้อมของนาโตที่จะเดินหน้าสร้างความตึงเครียดต่อไป พร้อมมองว่าเป็นความพยายามจงใจบ่อนเซาะความพยายามหาทางออกวิกฤตยูเครนด้วยแนวทางสันติ

ซาคาโรวายังชี้ว่า ถ้อยแถลงเชิง “โจมตีก่อน” แบบนี้ ทำลายภาพลักษณ์ที่นาโตพยายามสร้างว่าเป็น “พันธมิตรเพื่อการป้องกันเท่านั้น” และเตือนว่าผู้ที่ออกมาพูดในลักษณะนี้ควรตระหนักถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่จะตามมา ซึ่งอาจกระทบต่อประเทศสมาชิกของนาโตเองด้วย ไม่ใช่เพียงคู่ขัดแย้งฝั่งตรงข้ามเท่านั้น


ที่มา : Sputnik

‘ปฐม อินทโรดม’ ชี้ โรงเรียนส่อปิดตัวลงอีกเรื่อยๆ โรงเรียนใจกลางเมืองกำลังถูกกลืน ที่ดินการศึกษาถูกจับจองเป็นโปรเจกต์อสังหาฯ ย้ำหากรัฐไม่ขยับ อีก 20 ปี จะไม่เหลือพื้นที่เรียนรู้

2 ธ.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่า…โรงเรียนจะปิดตัวลงอีกเรื่อย ๆ ผมอยากชวนทุกคนให้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่เหล่านี้ เพราะผมเชื่อว่ามันเป็น “สินทรัพย์ด้านการศึกษา” 

ที่หายากที่สุด มันคือที่ดินใจกลางเมืองที่เข้าถึงง่าย ซึ่งถ้าปล่อยให้กลายเป็นคอนโดหรือห้าง ก็เท่ากับเราสูญเสียพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ไปแบบถาวร

ผมอยากเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง กองทุนอนุรักษ์พื้นที่การเรียนรู้ หรือ Urban Learning Space Fund เพื่อ…
- ซื้อหรือรับโอนโรงเรียนที่ปิดกิจการบางแห่ง
- ฟื้นฟูให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้สาธารณะ
- บริหารร่วมกับท้องถิ่นและเอกชน

โจทย์สำคัญ: ถ้ารัฐไม่ลงมือทันที พื้นที่แบบนี้จะถูกทุนอสังหาแปลงสภาพอย่างรวดเร็ว และเราไม่มีวันเอาคืนได้อีก โมเดลที่น่าทำคือ PPP เชิญเอกชนลงขันทำ Education Hub / Learning Park
พื้นที่โรงเรียนในเมืองมีศักยภาพสูงมาก สามารถพัฒนาเป็น ศูนย์การเรียนรู้ครบวงจร ในรูปแบบ PPP เช่น
- Co-learning space / Co-working สำหรับนักเรียน นักศึกษา และสตาร์ทอัพด้านการศึกษา
- Maker space, FabLab, Robotics Lab, AI Lab
- พื้นที่ติวเตอร์คุณภาพ (ไม่ใช่สถาบันกวดวิชาเชิงพาณิชย์ แต่เป็น EdTech Learning Center)
- ห้องสมุดดิจิทัล, ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ร่วมใช้
- ศูนย์เรียนรู้ด้านอาชีพใหม่ เช่น EV, AI, หุ่นยนต์, การเงินดิจิทัล

โมเดลนี้ทำให้เอกชนไม่ต้องแบกต้นทุนทั้งหมด แต่ได้สิทธิการใช้ประโยชน์ระยะยาวแลกกับการลงทุนปรับปรุงสถานที่ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือทำเป็น “โรงเรียนทางเลือกของรัฐ” เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

หลายประเทศใช้วิธีนี้ โดยเปลี่ยนโรงเรียนที่ปิดให้เป็น:
- โรงเรียนรัฐนวัตกรรม
- โรงเรียนความสามารถพิเศษ STEM / Art
- โรงเรียนภาษานานาชาติของรัฐ (ค่าเทอมถูกแต่คุณภาพสูง)

สิ่งนี้ช่วยให้ครอบครัวในเมืองที่ไม่มีเงินเรียนอินเตอร์ได้มีทางเลือก ไม่ใช่ปล่อยให้การศึกษาคุณภาพดีเป็นของเด็กกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ที่คิดออกอีกก็มีเปลี่ยนเป็น “ศูนย์พัฒนาครูยุคใหม่” (Teacher Upskilling Center) ร่วมกับโรงเรียนสาธิตที่มีประสบการณ์

แทนที่จะอบรมครูในโรงแรม ทำไมไม่อบรมในพื้นที่ที่เคยเป็นโรงเรียน?
- มีห้องเรียนจริงให้ทดลองสอน
- มีห้องแลบสาธิต AI Tools สำหรับครู
- มีต้นแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Project-based

พื้นที่โรงเรียนเก่าจะกลายเป็น ต้นแบบโรงเรียนแห่งอนาคต ให้ครูจากทั่วประเทศมาดูงาน
ถ้าไม่เป็นโรงเรียนก็ใช้เป็นศูนย์บริการชุมชน–การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Center)

สังคมสูงวัยมีความต้องการเรียนรู้ใหม่จำนวนมาก เช่น:
- คลาส Health & Wellness
- ทักษะดิจิทัลสำหรับผู้ใหญ่
- อบรมอาชีพระยะสั้น
- จุดรวมกิจกรรมเยาวชนหลังเลิกเรียน

โรงเรียนมีโครงสร้างพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องลงทุนใหม่ แค่ปรับการบริหารก็ใช้ได้ทันที
ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ปกป้องพื้นที่การเรียนรู้ในเมืองเหล่านี้ อีก 20 ปีข้างหน้าเราจะไม่มีพื้นที่แบบนี้เหลืออีกเลย

นี่อาจเป็นโอกาสทองที่บ้านเราจะได้ลงทุนเพื่อการศึกษาในอนาคตอย่างจริงจัง เพราะพื้นที่การเรียนรู้ในเมืองคือ “ทุนแห่งอนาคต” ของประเทศ


 

กระทรวงกีฬา–กกท. ปลุกพลังทั้งแผ่นดิน ดึง “ฮีโร่ทีมชาติ” โหมกระแส จุดไฟซีเกมส์ ปลุกคนไทยทั้งชาติ สร้างฟีเวอร์ซีเกมส์ 2025

(2 ธ.ค. 68) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินหน้ารุกสร้างกระแสมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 ผ่านแคมเปญ “Sawasdee SEA Games 2025 – เชียร์ไทยในบ้านเรา” โดยใช้กลยุทธ์ดึง “ฮีโร่ทีมชาติ” มาเป็นพรีเซนเตอร์

สร้างภาพจำใหม่ให้ซีเกมส์เป็นงานใหญ่ของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์กีฬาเฉพาะกลุ่ม นำทีมนักกีฬาดังอย่าง “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี นักวอลเลย์บอลสาว, “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดทีมชาติ, “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันระดับโลก ไปจนถึงยอดมวยหญิง “มงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า”

ขึ้นสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งบิลบอร์ดและสื่อดิจิทัลทั่วเมือง เพื่อสะท้อนภาพทีมชาติไทยยุคใหม่ที่ทั้งเก่ง ทันสมัย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน หวังปลุกให้คนไทยลุกขึ้นมา “เชียร์ไทยในบ้านเรา” เต็มทุกสนามควบคู่กับการเปิดให้จองบัตรชมการแข่งขันล่วงหน้าทางออนไลน์และการจัดถ่ายทอดสดผ่านทีวีและแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายช่องทาง

เพื่อให้คนไทยมีส่วนร่วมได้ทั้งในสนามและหน้าจอ พร้อมยกระดับซีเกมส์ 2025 ให้กลายเป็นเทศกาลกีฬาและความภูมิใจร่วมกันของคนไทยทั้งชาติในช่วงปลายปี 2568 อย่างแท้จริง

สำหรับ วันแรกของการชิงชัย ที่ถูกระบุในกำหนดการถ่ายทอดสดคือวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยมีคู่สำคัญ ได้แก่
กลุ่ม B : เวียดนาม พบ ลาว ถ่ายทอดสดทาง PPTV
เวลา 19.00 น. กลุ่ม A : “ช้างศึก” ทีมชาติไทย พบ ติมอร์เลสเต ถ่ายทอดสดทาง One 31
ขณะที่ พิธีเปิดซีเกมส์อย่างเป็นทางการ จะมีขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. โดยจะถ่ายทอดสดผ่านช่อง PPTV, NBT, T Sports7 และแพลตฟอร์ม TrueVisions Now เพื่อให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในบรรยากาศการเป็นเจ้าภาพพร้อมกันทั้งประเทศ
 

ดึงเอสเอ็มอีกว่า 3,000 ราย ใช้บริการ BDSP ผ่าน ‘SME ปัง ตังได้คืน’ พร้อมสนับสนุนทัพงานมหกรรม แสดงสินค้าและบริการสุดยิ่งใหญ่

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าขับเคลื่อนการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านโครงการ “SME ปัง ตังได้คืน” และระบบ BDS (Business Development Service) อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ารับบริการเพิ่มกว่า 3,000 ราย และขยายฐานผู้ให้บริการทางธุรกิจ (BDSP) ให้มากกว่า 1,000 บริการ เพื่อรองรับความต้องการพัฒนาธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การตรวจวัดมาตรฐานสินค้า การพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล ไปจนถึงการขยายช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ดร. ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า โครงการ SME ปัง ตังได้คืน ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ โดยให้เงินอุดหนุนแบบร่วมจ่ายในอัตรา 50–80% หรือ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย ตามขนาดธุรกิจ ครอบคลุมบริการพัฒนาธุรกิจหลากหลาย ในปีงบประมาณ 2569 สสว. และ BDSP เตรียมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านงานแสดงสินค้าและบริการขนาดใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีสร้างยอดขาย ขยายเครือข่ายธุรกิจ และจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศ 

โดยผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารับการสนับสนุนด้านการตลาดในครึ่งปีแรกของปี 2569 สามารถเข้าไปเลือกขอรับบริการได้แล้วที่ https://bds.sme.go.th/ อาทิ Smart Retail Expo 2026, Smart Delivery Expo 2026 และ Thai Cargo Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–30 มกราคม 2569 ที่ไบเทค บางนา คาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 6,500 คน พร้อมโอกาสทางการค้ามากกว่า 60 องค์กร ต่อด้วยงาน SMART BUSINESS EXPO 2026 ครั้งที่ 3 วันที่ 6–8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์ประชุมไคซ์ ขอนแก่น มุ่งผลักดันจังหวัดสู่การเป็น Digital & Innovation Hub ของภูมิภาคอีสาน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 6,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีงาน Future Food Leader Summit 2026 วันที่ 10–11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Regenerative Food for Future Food” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารสู่ความยั่งยืน งาน Warehouse Logistics & Food Pack ASIA 2026 วันที่ 18–21 มีนาคม 2569 ที่ไบเทค บางนา ซึ่งเป็นเวทีเทคโนโลยีเครื่องจักรอัตโนมัติ ระบบคลังสินค้า และบรรจุภัณฑ์ครบวงจร โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 15,000 ราย นอกจากนี้ยังมีงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 ระหว่างวันที่ 21–24 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์สิริกิติ์ ซึ่งมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 500 คูหาให้ร่วมออกบูท

กลางปี 2569 ยังมีงาน GRAND Halal Bangkok 2026 วันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 ที่ไบเทค บางนา ซึ่งถูกยกระดับเป็นงานแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ คาดผู้เข้าชม 10,000 คน ผู้ประกอบการกว่า 250 นิทรรศการ และงาน Mega Show Bangkok 2026 ครั้งที่ 4 วันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์สิริกิติ์ งานใหญ่ระดับนานาชาติด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมถึง 20,000 คน และบริษัทต่างชาติกว่า 1,000 ราย เข้าร่วม

 

‘เวียดนาม’ สร้างถนนข้ามทะเลไป ‘ฟูก๊วก’ อ้างได้รับคำยืนยัน จากฝั่งเวียดนามแล้ว แต่ข้อมูลยังมาจากเขมรฝ่ายเดียว

(2 ธ.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า…กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา (MFAIC) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน เพื่อตอบโต้กระแสข่าวที่แพร่บนโซเชียลมีเดียว่าเวียดนามกำลังก่อสร้างถนนข้ามทะเลจากตำบลเกาะเทียนไห่ จังหวัดอานซาง ไปยังเกาะฟูก๊วก โดยกัมพูชาระบุว่า “ข่าวที่ถูกปล่อยออกมาจากฝั่งเวียดนามเป็นข้อมูลเท็จ”

อย่างไรก็ดี การกล่าวอ้างว่าฝ่ายเวียดนามปฏิเสธนั้น เป็นคำบอกเล่าจากฝั่งกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเวียดนามหรือสื่อหลักของเวียดนาม ที่ออกมายืนยันหรือปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ

ในแถลงการณ์ MFAIC ระบุว่า กัมพูชาได้ “ตรวจสอบกับฝ่ายเวียดนาม” และได้รับแจ้งว่าไม่มีโครงการสร้างถนนหรือสะพานข้ามทะเลใด ๆ มุ่งสู่เกาะฟูก๊วก พร้อมชี้ว่าภาพการก่อสร้างที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์นั้น เป็นเพียงโครงการถนนเชื่อมท่าเรือในเมืองห่าเตียน ซึ่งอยู่ภายในแผ่นดินเวียดนาม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างข้ามทะเลแต่อย่างใด

กัมพูชายังเตือนว่า การเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จจากเวียดนาม” อาจสร้างความเข้าใจผิดในประเด็นน่านน้ำประวัติศาสตร์ตามข้อตกลงปี 1982 และทำให้สถานการณ์ทางการทูตเกิดความอ่อนไหวโดยไม่จำเป็น
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ชี้ว่า เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้มาจากฝั่งกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว จึงต้องติดตามว่ารัฐบาลเวียดนามจะออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการหรือไม่ และข้อเท็จจริงจะสอดคล้องกับคำอ้างของกัมพูชาหรือไม่ในระยะต่อไป

กัมพูชาทิ้งท้ายว่า ผู้ใช้โซเชียลควรหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน



เรื่อง : ปราชญ์ สามสี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top