Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เปิดใจ เหตุผลที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ ชี้!! ‘บิ๊กป้อม’ ให้โอกาสพัฒนาเทคโนโลยี - ผลักดัน Soft Power

เมื่อวานนี้ (2 พ.ค. 66) นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ร่วมรายการดีเบต ‘เลือกตั้ง 66 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ’ ทางช่อง 3 โดยมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกร ในช่วงของคำถามที่ว่า ‘แค่ไม้ประดับ หรือ ต้นสักที่แข็งแกร่ง’ ได้ถามคำถามว่าเหตุใดจึงเลือกเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ โดยนายรัฐภูมิแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง 

นายรัฐภูมิกล่าวว่า เรื่องแรกคือ ลุงป้อมกับลุงตู่ เขาแยกจากกัน และพรรคพลังประชารัฐก็ไม่มีลุงตู่แล้ว ก็เลยมีฟิล์ม รัฐภูมิ แต่ผมไม่ได้จะมาแทนลุงตู่ แต่ผมรู้สึกว่า การบริหารงานที่ผ่านมาไม่โดนใจผมเท่าไหร่ และผมก็รู้สึกว่า บ้านเมืองต้องขับเคลื่อนไปด้วยคนเก่งและมีความรู้ความสามารถ ผมชอบในตัวบุคคล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ มีความเชื่อว่าจะขับเคลื่อนประเทศนี้ให้พ้นจากความยากลำบากไปได้ และที่สำคัญ เมื่อเราได้คุยกับผู้บริหารพรรค ทุกคนจะบอกกับผมเสมอว่าอยากทำอะไรก็ทำเต็มที่นะ แต่ขออย่างเดียว ทำเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งแตกต่างจากพรรคอื่น ๆ ที่เอาแต่ถามว่าจะทำอะไรเพื่อพรรค 

“ตอนผมฟัง ผมรู้สึกซึ้งใจและคิดว่า พรรคการเมืองมันต้องเป็นแบบนี้ ต้องส่งคืนทุกอย่างกลับไปสู่สังคม เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่า เรามีวันนี้ได้ก็เพราะประชาชนทุกคนส่งเสริมให้เราเป็น ผมก็เลยรู้สึกว่าผมถูกใจ” นายรัฐภูมิ กล่าว

‘ชพก.’ ออกนโยบายใหม่ ‘เศรษฐีเงินล้าน 231 คน ทุกงวด’ ลั่น!! พร้อมรื้อระบบกองสลาก เพิ่มโอกาสถูกรางวัล คืนกำไรให้ ปชช.

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 66 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้อัดคลิปลงติ๊กต็อก ให้คอหวยได้เฮ ถึงแนวคิดการเพิ่มเศรษฐีเงินล้าน 231 คนต่องวด โดยระบุว่า…

หน่วยงานของรัฐฯ ที่สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนมากที่สุดคือ ‘กองสลาก’ ขณะเดียวกันก็เป็นหน่วยงานที่ประชาชน 22 ล้านคน พร้อมที่จะฝากความหวังไว้เช่นเดียวกัน ในช่วง 7-8 ปี ที่ผ่านมา รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นมหาศาล จากที่ 8 ปีก่อนหน้านี้ กองสลากขายลอตเตอรี่เพียงปีละ 37 ล้านใบ แต่วันนี้ขาย 100 ล้านใบ ทำให้รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นจากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นเกือบ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ในขณะที่การแบ่งสัดส่วนรางวัล ยังอยู่เท่าเดิม ถึงเวลาที่กองสลากจะแบ่งปันรายได้กลับคืนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า รางวัลที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายลอตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังมากขึ้น ทำให้รัฐฯ ประหยัดการจ่ายค่าการตลาดให้กับพ่อค้าคนกลาง วิธีการของพรรคชาติพัฒนากล้า คือ ในทุกงวดเราจะจัดรางวัลให้ทุกจังหวัด ๆ ละ 3 รางวัล ๆ ละ 1 ล้านบาทให้กับผู้ซื้อลอตเตอรี่ ซึ่งผู้ซื้อลอตเตอรี่ที่จะได้รางวัลคือ ผู้ที่เบอร์ 6 ตัว ใกล้กับรางวัลที่ 1 มากที่สุดในจังหวัดนั้น ๆ และการที่เราจะรู้ว่าลอตเตอรี่ของเราเข้าข่ายอยู่ในจังหวัดไหน ก็ต้องซื้อผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพราะในแอปฯ จะมีข้อมูลอัตโนมัติจากข้อมูลบัตรประชาชนที่เราลงทะเบียนไว้

“การซื้อลอตเตอรี่ผ่านแอปฯ เป๋าตังข้อดีคือ ซื้อในราคา 80 บาท ดังนั้น เมื่อรู้แล้วว่าคุณเป็นจังหวัดไหน เมื่อจับรางวัลแต่ละงวด เราสามารถตรวจเช็กอัตโนมัติเลย ว่าเบอร์ของคุณเป็นเบอร์ในจังหวัดของคุณที่ใกล้รางวัลที่ 1 มากที่สุดหรือไม่ เพียงเท่านั้นก็จะทำให้คุณเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทันที เราจะทำอย่างนี้ทุกงวด ๆ ละ 231 คน เดือนนึง 462 คน ทั้งปี 5,544 คน เพียงเพราะเรามีการจัดแบ่งรายได้ของกองสลาก คืนเป็นรางวัลเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชน ในสัดส่วนที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น” นายกรณ์ กล่าว

‘วิษณุ’ ชี้!! หลากโพลมีส่วนทำกระแสเปลี่ยน ยัน!! อยากเห็นรัฐบาลเสียงข้างมากตั้งแต่ต้น

(3 พ.ค.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายที่เริ่มดุเดือดมากขึ้น ว่า เป็นธรรมดาของการหาเสียงเลือกตั้งที่เหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา เมื่องวดเข้ามาต่างต้องพยายามที่จะทำอย่างไรให้ผู้คนจำเบอร์ให้ได้ จำชื่อให้ได้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็รู้อย่างนี้จึงได้มีกฎหมายห้ามทำโพลก่อนวันเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้าย เนื่องจากจะมีผล เป็นธรรมดาที่อาจจะดุเดือดรุนแรงหน่อย อย่างไรก็ตาม โพลต่าง ๆ จะมีส่วนทำให้กระแสเปลี่ยนหรือไม่นั้น เชื่อว่าคงมีส่วน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หวั่นใจอะไรหรือไม่ หลังโพลให้พรรคการเมืองที่ไม่ได้เป็นพรรครัฐบาลขณะนี้นำลิ่ว นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่หวั่น ไม่เกรง เพราะไม่ใช่เรื่องของตน เป็นเรื่องของโพล เรื่องของประชาชน และโพลมีหลายโพล ทั้งเอกชน องค์กรของรัฐ ซึ่งตนไม่ทราบว่าอันไหนถูก อันไหนผิด อันไหนตรงหรือไม่ หรือเป็นเช่นนั้นหรือไม่ 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงขั้วทางการเมืองบ้างแล้ว นายวิษณุ กล่าวว่า ปกติเขาจะไม่พูดกันก่อนวันเลือกตั้ง แต่ในคืนวันเลือกตั้งที่ผลออกแล้วเขาถึงจะพูดกัน และเมื่อพูดแล้วมันยังไม่แน่นอน เราเห็นการจัดตั้งรัฐบาลหลายครั้งมาแล้ว ที่ทำท่าว่าขั้วจะออกมาอย่างนี้ แต่ยังไม่ได้มีการประกาศผลเลือกตั้งออกมาอย่างเป็นทางการ เพียงแต่พอรู้บ้างแล้ว เช่น เมื่อเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มี.ค.62 พอเช้าวันที่ 24 มี.ค.62 เมื่อรู้คะแนนเราจึงได้เห็นการจับขั้วกันเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาเอาเข้าจริง ทิ้งเวลาไปอีก 1-2 เดือน กว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งออกมาเป็นทางการ ขั้วรัฐบาลก็เปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้น เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่แค่รู้คร่าว ๆ พอรู้ได้หลังปิดหีบ 24 ชั่วโมง แต่ยังปักใจไม่ได้ การเมืองก็เป็นอย่างนี้ เป็นเรื่องธรรมดา 

เมื่อถามว่า หากผลเลือกตั้งออกมาคะแนนสูสี แต่เลือกนายกรัฐมนตรี และตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ จะเกิดสุญญากาศหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในที่สุดต้องหาทางตั้งให้ได้ เพราะในรัฐธรรมนูญกำหนด ตามมาตรา 270 ว่าให้ทำอย่างไร ไม่เกิดสุญญากาศแน่ เพียงแต่อาจจะช้าหน่อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อย่างแรกที่จะต้องทำคือ เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่ค่อยพลิกโผ เมื่อได้ประธานสภาฯ แล้ว จะมีการจับขั้วกัน นั่นค่อยว่ากันอีกที

นอกจากนี้ หลังปิดหีบเลือกตั้ง กกต.ยังมีเวลาที่จะประกาศผลภายใน 60 วัน ไทม์ไลน์เป็นแบบนี้ แต่ตนตอบไม่ถูกว่าจะได้เห็นรูปร่างหน้าตารัฐบาลใหม่เมื่อไหร่ เพราะผลยังไม่ออก คะแนนยังไม่ได้ อะไรก็ยังไม่รู้เลย และในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าต้องหานายกฯ ได้ภายในกี่วัน แต่ในที่สุดต้องเลือกกันจนได้ ทั้งนี้ แม้จะยังไม่ได้รัฐบาลใหม่ แต่จะไม่เกิดสุญญากาศและไม่เกิดเดดล็อกแน่นอน เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ให้รัฐบาลรักษาการทำอะไรได้หลายเรื่อง เช่น ขอใช้งบกลางก็ได้

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วง กกต.หรือไม่ เนื่องจากถูกโจมตีหนักในช่วงนี้ จนต้องออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องตัวเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไร ไม่ได้ติดตามข่าว เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า มี 2 ราย ขุดเรื่องสูตรคำนวณเลือกตั้งเมื่อปี 62 ขึ้นมา ซึ่ง กกต.กำลังจับตาอยู่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนเห็นจากข่าวว่าจะมีจำเลย 2 คน ขอให้ไปถาม กกต.เอาเอง เขาอุตส่าห์บอกมานิดหน่อยแล้ว แต่เรื่องอะไรตนไม่รู้

‘IMF’ เผย ยูโรอาจกลายเป็นผู้ท้าชิง ‘สกุลเงินสำรองหลักของโลก’ หลังสัดส่วนการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงเหลือต่ำกว่า 60%

(3 พ.ค. 66) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แสดงความคิดเห็นในเวทีสัมมนาหนึ่งในสัปดาห์นี้ เผย ดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังค่อยๆ สูญเสียสถานะในฐานะ ‘สกุลเงินสำรองหลักของโลก’ ท่ามกลางสัดส่วนการถือครองลดลงจากระดับ 70% เหลือต่ำกว่า 60% เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เน้นย้ำระหว่างกล่าวในเวทีสัมมนา Milken Institute Global Conference ประจำปี 2023 ในเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เรีย สหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (1พ.ค.) ว่ายังไม่มีทางเลือกอื่นในบรรดาสกุลเงินอื่น ๆ ของโลก ที่จะก้าวมาแทนที่ดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้นี้

“มีการบ่ายหนีจากดอลลาร์อย่างค่อยเป็นค่อยไป สัดส่วนการสำรองเคยอยู่ที่ 70% ตอนนี้ลดลงมาต่ำกว่า 60% เล็กน้อย” เธอกล่าว พร้อมระบุว่า ยูโรสามารถถูกมองในฐานะผู้ท้าชิงรายใหญ่ที่สุดของดอลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ของสหราชอาณาจักร เยนญี่ปุ่นและหยวนองจีน “มีบทบาทเล็กน้อยมาก”

เธอเน้นว่าปัจจัยสำคัญสำหรับความเชื่อมั่นที่มีต่อสกุลเงินและประเทศนั้น ๆ ก็คือความเข้มแข็งของเศรษฐกิจและมิติความลึกของตลาดทุน

“และหากคุณคิดว่ามีทางเลือกอื่นๆในโลก ซึ่งเราอาจโยกย้ายสู่สกุลเงินดิจิทัล ที่ออกโดยธนาคารกลางครั้งใหญ่ แต่ฉันมองไม่เห็นทางเลือกอื่น ฉันไม่เห็นว่ามันจะก้าวเข้ามาในอนาคตอันใกล้นี้” จอร์เจียวา ระบุ

‘เนติวิทย์’ ยกแม่น้ำทั้งห้า หลังสลัดผ้าเหลือง อ้างติดอ่านสอบบาลี ลั่น!! สู้คดีไม่เกณฑ์ทหาร

(3 พ.ค. 66) ความคืบหน้ากรณีพระเนติวิทย์ จรณสมฺปนฺโน หรือ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ต้องเข้ารับการคัดเลือกทหารกองเกินประจำปี 2566 แต่ไม่ได้เดินทางไปคัดเลือก ทางกองทัพบก แจ้งว่ากรณี ‘พระเนติวิทย์ จรณสมฺปนฺโน’ ในปีนี้อยู่ในบัญชีคนที่พ้นฐานะยกเว้นผ่อนผันของอำเภอเมืองสมุทรปราการ และจะต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกตามหมายเรียกในวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งพระเนติวิทย์ ไม่ได้ไปรายงานตัวเข้ารับการตรวจเลือกตามหมายเรียก ทางราชการจะปฏิบัติตามหลักการเดียวกัน คือ เมื่อเป็นผู้ขาดการตรวจเลือกและมีความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร มาตรา 27 ขั้นตอนต่อไปทางอำเภอจะมีหนังสือเชิญมาสอบสวนและให้ข้อมูล โดยไม่ได้มีการออกหมายจับ
.
ล่าสุด นายเนติวิทย์ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Netiwit Ntw ระบุว่า...
.
“ลาสิกขาและสอบได้ประโยค 1-2 ดังที่ผมได้เคยแจ้งขณะเป็นพระเนติวิทย์ ในถ้อยแถลงส่วนตัวว่า…
.
นับแต่รัฐประหาร 2557 ผมก็ตาสว่างเห็นการบังคับเกณฑ์ทหารเป็นเครื่องมือควบคุมคน สร้างความกลัว และระบบนี้เป็นอุปสรรคต่อความเจริญงอกงามของผู้คน ในสังคมและสร้างเสรีประชาธิปไตย แม้โดยส่วนตัวจะมีวิธีหลีกเลี่ยงได้มากมายโดยไม่ผิดกฎหมาย (เช่น เรียน รด.) แต่ก็คิดว่าวิธีนี้คนใช้เยอะแล้ว และเราก็ควรมีสิทธิศักดิ์ศรีชัดในฐานะมนุษย์ว่า เรามีเสรีภาพในการเลือกพัฒนาชาติในแบบของเราได้ เราไม่ควรต้องกลัวกับระบบไม่เป็นธรรม ผมก็ได้มีเจตนามุ่งมั่นและออกแถลงการณ์ตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งก็ผ่านมาถึง 9 ปีแล้วว่า จะไม่เข้าร่วมระบบเกณฑ์ทหาร แม้จะต้องโดนดำเนินคดีหรืออะไรก็ตามที
.
แม้ตอนนี้ ผมก็ไม่เคยเปลี่ยนความเชื่อ ความตั้งใจของตน โดยเฉพาะสิ่งที่เราทำเราต่อต้าน เมื่อพิจารณาอย่างแยบคาย เป็นสิ่งที่ดีกับคนรุ่นหลังจากเรา ที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างปราศจากความกลัว สามารถรักชาติได้ดีขึ้น (เพราะเขามีสิทธิ์คิดสิทธิเลือก ไม่ใช่รักเพราะกลัวเกรง)
.
หากที่ผมไม่ไปที่หน่วยตรวจเลือดเกณฑ์ทหารเพื่อประกาศเจตนารมณ์นี้ด้วยตัวเองก็เพราะติดอ่านสอบบาลีประโยค1-2 ซึ่งตนก็ตั้งใจศึกษาบาลีมาถึง 4-5 เดือน อยากสอบซ่อมให้เรียบร้อยแล้วก็จะสึกออกมาต่อสู้ ไม่ได้ต้องการหลีกเลี่ยงจะใช้ผ้าเหลืองเพื่อหลบหนี แม้อยากจะบวชต่ออีกสักพักก็ตาม
.
ขณะนี้ก็สอบซ่อมเสร็จแล้ว ก็ไม่ได้ทำผิดที่เคยให้สัตย์ไว้ ก็ได้ลาสิกขาจากวัดญาณเวศกวัน ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา และเมื่อวาน แม่กองบาลีก็ประกาศผลแล้วว่า พระเนติวิทย์สอบได้ประโยค 1-2

ท่านเจ้าคุณฯ ได้ให้โอวาทตอนลาสิกขา คือ หลักอธิษฐานธรรม 4 ได้แก่

1.) ไม่พึงประมาทปัญญา
2.) พึงมั่นคงและมุ่งมั่นในสัจจะ
3.) พึงเพิ่มพูนจาคะการให้
4.) พึงศึกษาสันติ สันติภาพภายในและโลกไร้สงคราม

ตอนนี้ก็กลับมาเป็นคฤหัสถ์ เป็นผู้ครองเรือน เป็นผู้หนึ่งที่มั่นใจยิ่งขึ้นทุกทีว่า พระธรรมคำสอนสองพันกว่าปีนี้สามารถมีประโยชน์ต่อตนและผู้อื่น และประโยชน์ในการพัฒนาสังคม ได้สัมผัสสุขอิงอามิสและไม่อิงอามิสความไม่เบียดเบียน จะนำเอาธรรมมาประยุกต์และเผยแพร่

‘เศรษฐา’ อัด รบ.บริหารพลังงานผิดพลาด ทำค่าไฟพุ่ง พร้อมชูมาตรการระยะสั้น-ยาว แก้ค่าไฟแพง คลายทุกข์ ปชช.

(3 พ.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisin’ ในหัวข้อ ‘พิษการบริหารจัดการค่าไฟฟ้า : ฤดูร้อนที่ประชาชนชาวไทยหนาว’ โดยระบุว่า…

ฤดูร้อนในประเทศไทยเรานี้อากาศร้อนขึ้นทุกปี ๆ พี่น้องประชาชนไทยก็ต้องพึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อนกันถ้วนหน้า ซึ่งเมษายนที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด พี่น้องหลาย ๆ ท่านคงอดกังวลถึงบิลค่าไฟที่แพงขึ้นไม่ได้ เพราะแค่ค่าไฟเดือนมีนาคมก็เปลี่ยนอากาศร้อนกลายเป็นหนาวได้เลยทีเดียว

ที่จริงแล้ว ไม่ใช่แค่ปีนี้ แต่เป็นเวลานานติดต่อกันหลายปี สำหรับประเด็นเรื่องค่าพลังงาน ที่ส่งผลเดือดร้อนทั้งกับพี่น้องประชาชนในเรื่องค่าครองชีพ และทั้งกับภาคธุรกิจที่ต้นทุนสูงขึ้น

ต้องบอกว่าปัญหาทั้งหมดนี้ เกิดจากการบริหารพลังงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูง และต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงเข้ามาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณมาก ซึ่งถ้าให้ร่ายรายละเอียดความผิดพลาดก็มีหลายเรื่องครับ
อย่างแรก ปัญหาการรับช่วงต่อสัมปทานการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ่าวไทยจาก บริษัท เชฟรอน ทำให้ผลิตก๊าซธรรมชาติ (LNG) ได้น้อยลงกว่าที่เคยทำได้ รวมถึงเรื่องการที่เรานำ ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ราคาถูกจากอ่าวไทยไปผลิต ปิโตรเคมี แทนที่จะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้แล้ว ต้องบอกว่ารัฐบาลชุดนี้รู้อยู่แล้วว่า ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในอ่าวไทยจะไม่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า แต่กลับไม่ได้เร่งต่อรองกับกัมพูชาเพื่อขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างไทย-กัมพูชา และท้ายสุดแล้วคือ เรื่องของสัญญาค่าความพร้อมที่เซ็นล่วงหน้า โดยไม่มีการประมาณการความต้องการไฟฟ้าอย่างละเอียด จากปกติที่ควรจะมีไฟฟ้าสำรองแค่ 15% แต่ตอนนี้เรากลับมีไฟฟ้าสำรอง มากกว่า 50% หนำซ้ำรัฐบาลที่ผ่านมายังไปเซ็นใบอนุญาตผลิตไฟเพิ่มอีกกว่า 16% ของความต้องการไฟฟ้าก่อนจะยุบสภาฯ เป็นเหมือนการซ้ำเติมความบอบช้ำของประชาชนให้หนักขึ้นไปอีก

ปัญหาเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เรามีมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อจัดการปัญหาอย่างทันที

ในระยะสั้น เราจะลดราคาค่าไฟฟ้าทันที และตรึงราคาค่าไฟฟ้าไปก่อน เพราะราคาพลังงานมีแนวโน้มที่อาจจะปรับลง จากภาวะเศรษฐกิจของโลกที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย และค่อยประเมินอีกทีในช่วงปีถัดไป เราจะเจรจาหาข้อยุติในกรณีพิพาทเรื่องการส่งมอบสัมปทานในพื้นที่อ่าวไทย และดำเนินการหยุดให้ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าทุกชนิด จนกว่าสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการจะลดลง

‘รัฐบาล’ ยกระดับ Soft Power ไทย ดัน ‘16 เทศกาลไทย’ สู่เวทีสากล ดึงดูด นทท. สร้างรายได้ให้ชุมชน

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งส่งเสริมฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน สร้างรายได้แก่ประชาชน ผ่านการคัดเลือกเทศกาลประเพณีทั่วประเทศที่โดดเด่น เพื่อยกระดับเทศกาลประเพณีไทย (Festival) ไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ 

โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อน Soft Power ของไทยที่มีศักยภาพ หรือ 5F (Food, Fight, Film, Fashion, Festival) โดยแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการคัดเลือกเทศกาลประเพณีของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 16 ประเภท ซึ่งทั้ง 16 เทศกาลประเพณีที่ได้รับการคัดเลือก ล้วนมีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกถึงวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด ส่งเสริมการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเผยแพร่ประเพณีของไทยให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศชาติ

‘นฤมล’ ควง ‘เอ๋ บุณณดา’ ลุยหาเสียงย่านกุฎีจีน ชูนโยบายระบบสาธารณสุขเพื่อประชาชนทุกคน

(3 พ.ค. 66) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าทีมผู้ดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่เขตบางซื่อ เพื่อช่วย น.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ หรือเอ๋ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 32 เบอร์ 6 เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช) เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วน และแขวงคลองขวาง) เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง) เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจี และแขวงบางยี่เรือ) เดินรณรงค์หาเสียง โดยได้พบปะพูดคุยกับประชาชนย่านกุฎีจีน
.
โดย นางนฤมล กล่าวว่า พื้นที่เขตนี้ถือว่ามีความกว้างขวางพอสมควร ซึ่งเป็นการแบ่งเขตใหม่ของ กกต.โดยผู้สมัครของเราก็ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อสอบถามปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ เราพร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาสร้างอาชีพให้กับประชาชน เพราะถือว่าเป็นเขตที่สามารถพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้
.
นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐยังให้ความสำคัญไปยังการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยวันนี้การลงพื้นที่ของเราก็ตรงกับวันที่ทางชุมชนมีกิจกรรมตรวจสุขภาพของผู้กลุ่มอายุ ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เน้นย้ำเรื่องนโยบายสาธารณสุข เพื่อให้ทั้งคนกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้วยการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ปี 62 โดยชื่อว่า หมอถึงบ้านพยาบาลถึงเรือน ผ่านมา 4 ปี วันนี้เทคโนโลยีก็มีการพัฒนาขึ้นมาก เราก็จะใช้เทคโนโลยีตรงนี้เข้ามาช่วยเหลือประชาชน 
.
นโยบาย ‘ลุงป้อมพาหมอไปหา เอายาไปส่ง’ มีเนื้อหาระบุว่า จะหาหมอทั้งทีต้องเดินทาง ต้องรอคิว เข้าถึงการรักษายากลำบาก แต่วันนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะพรรคพลังประชารัฐจะนำระบบ Telelmed หรือการแพทย์ทางไกลมาใช้ โดยจะทำให้ไม่ว่าประชาชนอยู่ที่ไหน ก็สามารถพบแพทย์ได้"

‘2 พ.ค. 66’ เมืองชลขนลุก มืดฟ้ามัวดิน อิทธิฤทธิ์ ‘ลุงตู่’ ยังขลัง ดึงพลังเงียบฟื้น

ถ้าลืมกันไปแล้ว ก็คงต้องนำกลับมาทบทวนกันอีกครั้ง สำหรับทวิตเตอร์ของคนแดนไกล ที่ประกาศจะกลับบ้านประมาณครั้งที่ 20...เข้าไปแล้ว!!

“เช้าวันนี้ (1 พ.ค.) ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่ 7 เป็นชาย ชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คนคลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปีในเดือนกรกฎานี้แล้ว พบกันเร็ว ๆ นี้ครับ ขออนุญาตนะครับ…”

จะเป็นเพราะทวิตเตอร์ร้อน ๆ ของคุณพ่อ หรือเป็นเพราะกระแสร้อนแรงของพรรคก้าวไกล หรืออาจจะทั้งสองอย่างก็มิทราบได้ ทำให้ก่อนหน้า ‘เล็ก เลียบด่วน’ จะเขียนเรื่องนี้สัก 1-2 ชั่วโมง คุณอุ๊งอิ๊งพร้อมสามีต้องนัดสื่อมวลชนแถลงใหญ่…

ทวิตเตอร์ของ ‘โทนี่ วู้ดซัม’ หรือ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ รอบนี้ ถูก ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ อดีตแกนนำ นปช. คนที่รู้ทางมวยทักษิณถอดรหัสว่า...คำว่า “ผมขออนุญาต” ของทักษิณนั้นหมิ่นเหม่และบังอาจเป็นอย่างมาก...ว่าแล้วจตุพรก็ชี้เปรี้ยงว่า แผนการของทักษิณที่จะกลับบ้านโดยการกลับมารับโทษ แต่ถูกคุมขังที่บ้านได้ตามกฎกระทรวงที่อดีต รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทินแก้ไขไว้นั้น อย่าคิดว่าทำกันได้ง่าย ๆ…

ย้อนไปเมื่อ 25 มี.ค. 2566 ทักษิณ ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นด้วยความอหังการว่า...”.ตอนนี้ผมเหมือนติดอยู่ในคุกขนาดใหญ่มา 16 ปีแล้ว เพราะพวกเขากีดกันไม่ให้ผมอยู่กับครอบครัว ผมทรมานมามากพอแล้ว ถ้าผมต้องทนทุกข์ทรมานอีกครั้งในคุกที่เล็กกว่านั้นก็ไม่เป็นไร...เพราะผมอยากอยู่กับหลาน ๆ”

ต้องขยายความ เบื้องต้นว่า...ขณะนี้นายทักษิณมีคดีถึงที่สุดแล้วง 3 คดีรวมโทษจำคุก 10 ปี...ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีใครห้ามไม่ให้เขากลับบ้าน กลับมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม...ถ้าใจถึงจริง ๆ ก็คงกลับมาแล้ว   

ดังนั้นใช่หรือไม่ ว่าระดับนี้หากจะกลับมาก็คงเตรียมการกันหลายชั้น เช่น การขอรื้อฟื้นคดี และอย่างน้อยก็เชื่อมั่นกฎกระทรวง 2 ฉบับของกระทรวงยุติธรรมที่ออกมาเมื่อปลายปี 2563 โดยอาศัยมาตรา 33 มาตรา 40 และมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 จะเป็นที่รองรับได้

ไฮไลต์ของกฎกระทรวง 2 ฉบับ อยู่ที่ตรงที่วิธีการและสถานที่คุมขัง...ซึ่งสามารถตีความสุดโต่งได้ว่าสามารถใช้บ้านหรือเซฟเฮ้าส์เป็นที่คุมขังก็ได้...!!

ฝันของคนแดนไกลดังว่ามาจะเป็นจริงหรือเข้าใกล้ความเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ...พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น...

ก.แรงงาน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2566

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เวลา 08.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2566 โดยมี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top