Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

‘กัมพูชา’ ไม่สนโลกละเมิดสนธิสัญญาซ้ำซาก ด้วยอาวุธต้องห้าม “หลุมหนาม - กับดักหนาม”

(20 ส.ค. 68) ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาได้เผยให้เห็นพฤติกรรมที่น่ากังวลอีกครั้ง เมื่อกัมพูชาเลือกใช้ หลุมหนามและกับดักหนาม ในพื้นที่ชายแดน วิธีการเช่นนี้แม้จะดูเป็นอาวุธโบราณ แต่ในกฎหมายมนุษยธรรมสากลกลับถือว่า เป็นอาวุธต้องห้าม เพราะไม่สามารถจำกัดผลเฉพาะต่อกำลังทหารได้ หากพลเรือนสัญจรผ่านก็อาจได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายละเมิด อนุสัญญาเจนีวา และ พิธีสารเพิ่มเติมของอนุสัญญาอาวุธบางชนิด (CCW Protocol II) ซึ่งห้ามการใช้กับดักที่ไม่เลือกเป้าหมาย รวมถึงเป็นการเพิกเฉยต่อพันธกรณีที่กัมพูชาได้ลงนามไว้เอง

การละเมิดกฎหมายเจนีวา
1. หลักการจำแนกเป้าหมาย (Principle of Distinction) – ตาม พิธีสารเพิ่มเติม (Additional Protocol I) มาตรา 48 และ 51 ระบุชัดว่า “คู่สงครามต้องจำแนกพลเรือนออกจากนักรบ และต้องมุ่งเป้าโจมตีเฉพาะวัตถุทางทหารเท่านั้น” การวางหลุมหนามที่สามารถทำร้ายได้ทั้งทหารและพลเรือน จึงขัดกับหลักการนี้โดยตรง

2. ข้อห้ามการโจมตีไม่เลือกเป้าหมาย (Indiscriminate Attacks) – พิธีสารเพิ่มเติม มาตรา 51 วรรค 4 ห้ามการใช้อาวุธ วิธี หรือกลยุทธ์ที่ไม่สามารถจำกัดผลกระทบต่อเป้าหมายทางทหารได้ หลุมหนามซึ่งดักทำร้ายทุกคนที่ผ่านเข้ามาเข้าข่ายชัดเจน

3. อนุสัญญาอาวุธบางชนิด (CCW) Protocol II ว่าด้วยกับดักและทุ่นระเบิด – ข้อ 3 และ 6 ห้ามการใช้ กับดัก (booby-traps) ที่ไม่เลือกเป้าหมาย หรือวางในพื้นที่ที่มีโอกาสที่พลเรือนสัญจรไปมา เช่น เส้นทาง หมู่บ้าน พื้นที่ทำกิน การใช้หลุมหนามชายแดนจึงเป็นการละเมิดพันธกรณีตาม CCW อย่างไม่ต้องสงสัย

ในเวทีนานาชาติ นี่จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทท้องถิ่น แต่สะท้อนภาพกัมพูชาในฐานะ รัฐที่ไม่เคารพกติกาสากล และพร้อมละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อผลประโยชน์ทางทหาร การใช้กับดักหนามจึงไม่เพียงสร้างบาดแผลให้ทหารไทย แต่ยังเสี่ยงทิ้งบาดแผลถาวรให้กับพลเรือนในอนาคต

ประชาคมโลกจึงควรจับตามองพฤติกรรมซ้ำซากของกัมพูชา ซึ่งทำให้เสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคอาเซียนถูกสั่นคลอนอีกครั้ง

‘สรวงศ์’ ยันไทยเร่งเซ็นสัญญา 5 ปี ‘เอฟวัน’ (F1) ภายในสิ้นปี ย้ำจัดแข่งแบบซิตี้เรซ บริเวณจตุจักร เริ่มปี 2571 ใช้งบ 40,000 ล้าน

(20 ส.ค. 68) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยความคืบหน้าการผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก 'ฟอร์มูล่าวัน' โดย ครม. เห็นชอบให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2571 ภายใต้งบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งต้องเสนอพิจารณาเป็นรายปี

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน คาดว่าจะใช้เส้นทาง 'ซิตี้เรซ' บริเวณย่านจตุจักร รวมระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนออกแบบรายละเอียด และหากไม่ติดขัด คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับฝ่ายจัดการแข่งขันได้ภายในสิ้นปีนี้

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่าหลังเซ็นสัญญาจะเริ่มประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่รอบพื้นที่จัดการแข่งขัน เพื่อให้เห็นประโยชน์และเข้าใจการจัดงานมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกครั้งนี้

ทั้งนี้ นายสรวงศ์ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมทีมจากหลายหน่วยงานร่วมกับบริษัท ฟอร์มูล่า วัน กรุ๊ป และ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สปน.) เพื่อผลักดันให้ไทยได้สิทธิ์จัดการแข่งขันตามกรอบเวลาที่วางไว้

พิษณุโลก ผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบ 123 ปี

(20 ส.ค. 68) เวลา 10.00 น. พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมงานวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 เพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศให้อดีตผู้บังคับบัญชา และกำลังพลที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมี พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

โอกาสนี้ พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา  แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับบัญชา และกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 และในการนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน โดยได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้น ได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ต่อมาผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี อดีต แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีประกอบด้วย พลเอก ดร. ศิริ  ทิวะพันธ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 19, พลเอก ถนอม  วัชรพุทธ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 23, พลเอก สมหมาย วิชาวรณ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 24, พลเอก สำเริง  ศิวาดำรง อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 30, พลเอก สาธิต  พิธรัตน์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 35, พลเอก อภิเชษฐ์  ซื่อสัตย์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 39, พลโท สุริยะ  เอี่ยมสุโร อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 40, พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์   อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 41 ปัจจุบัน พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 42  ซึ่งท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีความพร้อมลักษณะของผู้นำ มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้กองทัพภาคที่ 3 มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น กองทัพภาคที่ 3 เป็นกำลังรบหลักของกองทัพบกที่รับผิดชอบในพื้นที่17 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยเกียรติประวัติที่ยาวนานจากอดีตสู่ปัจจุบัน ครบ 123 ปี แห่งการสถาปนาหน่วยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญยิ่ง ปรีชา นุตจรัส รายงาน ข่าวพิษณุโลก

‘ทรัมป์’ ได้รับคำเชิญสำคัญจาก ‘ปูติน’ ชวนเยือน ‘รัสเซีย’ เพื่อพบกันในครั้งต่อไป

(20 ส.ค. 68) รัสเซียยืนยันเชิญ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เยือนประเทศอย่างเป็นทางการ โดยนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ทรัมป์ได้รับคำเชิญให้เดินทางมาเยือนรัสเซีย โดยประธานาธิบดีปูตินได้ยืนยันคำเชิญดังกล่าวในงานแถลงข่าวที่อะแลสกา 

ก่อนหน้านี้ การพบปะระหว่างผู้นำทั้งสองเกิดขึ้นที่ฐานทัพทหาร Elmendorf-Richardson รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเป็นการเจรจาแบบ “สามต่อสามฝ่าย” ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 45 นาที และมีลาฟรอฟ และยูริ อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) จากฝั่งรัสเซีย ส่วนสหรัฐอเมริกามีรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) และผู้แทนพิเศษสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) เข้าร่วม

ลาฟรอฟกล่าวว่าบรรยากาศการพูดคุยในอะแลสกาดีมาก ซึ่งสะท้อนจากคำกล่าวของผู้นำทั้งสองฝ่าย หลังการประชุม โดยปูตินได้เชิญทรัมป์ไปยังกรุงมอสโกเพื่อพบกันในครั้งต่อไป

ด้านทรัมป์ตอบรับคำเชิญว่า “น่าสนใจมาก” พร้อมหยอกล้อว่าการยอมรับคำเชิญอาจทำให้เขาโดนวิจารณ์บ้าง แต่ก็น่าสนใจสำหรับการเดินทางไปเยือนรัสเซียในอนาคต

กรมพินิจฯ เปิดโครงการ Reskill & Upskill เสริมทักษะผู้ประสานงานยุติธรรมสมานฉันท์

เมื่อวันที่ (18 ส.ค. 68) 68 เวลา 13.30 น. พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิด “โครงการยกระดับทักษะผู้ประสานการประชุมในการดำเนินงานด้านยุติธรรมสมานฉันท์ (Reskill & Upskill)” ณ โรงแรมทีเค แอนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

โดยมี ดร.ภูชิสส์ ศรีเจริญ และคณะ จากสถาบันพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อสังคม พร้อมทีมวิทยากรจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมบรรยายพิเศษ ขณะที่นางสาวโรจนา วิโรจน์กุล ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน กล่าวรายงาน

โครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานคุมประพฤติ ให้มีทักษะการสื่อสาร ไกล่เกลี่ย การประชุมวางแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และติดตามผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 86 ให้เหมาะสมกับบริบทชุมชน สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน จัดโครงการดังกล่าวจำนวน 4 รุ่น โดยรุ่นที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 สิงหาคม 2568

เชียงใหม่-รองนายกฯ ภูมิธรรม แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลาง ไอซ์ 700 กก.

รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ไอซ์ 700 กิโลกรัม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เผยรัฐบาลเร่งแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เน้นแก้ไขอย่างครอบคลุมทุกมิติ

(20 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ​

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร,พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ​ตำรวจตระเวนชายแดน โดย พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3, พ.ต.อ. รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3, พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ ปัณฑรนนทกะ ผกก.ตชด.33 ​ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายทศพล เผื่อนอุดม​ ผวจ.เชียงใหม่ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ กรณี ตชด.335 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 700 กก.

ที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ ​18 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.00 น.ที่ สวนท้วยหมู่บ้านป่าบงงาม หมู่ที่ 11 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ ผู้ต้องหา นายดำรัสฯ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนา ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่

พฤติการณ์แห่งคดี​​ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตชด.ภาค 3 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าในห้วงวันที่ 16 - 18 สิงหาคม 2568 กลุ่มลำเลียงยาเสพติด จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจาก บริเวณบ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ เข้ามาพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นทราบและสั่งการให้บูรณาการร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ทำการสืบสวนจับกุม ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.00 น. ชุดปฏิบัติการพบรถยนต์ โตโยต้า ไทเกอร์ ทะเบียน ผพ 1068 เชียงใหม่ กำลังขับออกจากสวนจึงได้เข้าไปควบคุมรถยนต์และนายดำรัสฯ คนขับรถไว้ ขณะเดียวกัน ชุดปฏิบัติการอีกชุดได้เข้าไปพิสูจน์ทราบบริเวณสวนที่แหล่งข่าวแจ้งว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่เมื่อไปถึงพบชาย 2 คนยืนอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อบุคคลทั้งสองสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจสอบพื้นที่บริเวณสวนดังกล่าวพบกระสอบ จำนวน 28 กระสอบ บรรจุยาเสพติดชนิดไอซ์ กระสอบละประมาณ 25 กิโลกรัม น้ำหนักรวมประมาณ 700 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ใน กอกล้วย คลุมด้วยผ้าใบสีดำปกคลุมด้วยกิ่งและใบลำไย เพื่อปิดบังอำพรางอีกชั้นหนึ่ง ตรวจสอบที่บริเวณกระท่อมพบรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน จากนั้นจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

​ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนำบัญชาข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าไปสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นและจริงจัง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 19 สิงหาคม 2568 จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 22,467คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 229  คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 222 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,400  กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 197 กิโลกรัมเศษ เคตามีน 1,840  กิโลกรัมเศษฝิ่น 155  กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,130 ล้านบาทเศษ

ขอนแก่น - มข. ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่ธุรกิจ จัด 'KKU Enterprise Demo Day #2' นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ Smart Digital & Wellness เปิดเวทีจับคู่ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.68) เวลา 13.30–16.30 น. ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ (KKU Enterprise) จัดกิจกรรม “KKU Enterprise Demo Day #2: นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ Smart Digital & Wellness” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ ทำหน้าที่ประธานแทน ท่านอธิการบดึมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วม เน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมระบุว่ามหาวิทยาลัยตั้งเป้าจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ตลอดช่วงการนำเสนอ ได้แสดงผลงานและแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ KKU Market ช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่ผู้บริโภค KKU IntelSphere แพลตฟอร์ม AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย

การประยุกต์ใช้ AI ด้านสุขภาพ และแชตบ็อตเพื่อการดูแลผู้ป่วย Functional Wellness Directory ระบบฐานข้อมูลสุขภาวะบุคคล Cellular Therapy Service (CTC) รูปแบบการให้บริการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในนามมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ (KKU Enterprise) เป็นหน่วยงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการผลิตภัณฑ์ อันได้แก่ องค์ความรู้ สิ่งประดิษฐ์ และผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เพื่อผลักดันออกสู่ ตลาดในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานด้านการตลาดแบบครบวงจร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจดังนั้น ศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ จึงได้จัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างเวทีให้นักวิจัยของเราได้นำเสนอผลงานและนวัตกรรมที่โดดเด่นแก่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนทุกท่าน งานในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงผลงาน แต่เป็นประตูแห่งโอกาส ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อนำไปสู่การต่อยอด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด สร้างรายได้ และขยายธรกิจให้เติบโตต่อไปในอนาคต โดยการจัดงาน Demo Day ในวันนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด "นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ" 

นอกจากนั้น ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น Brain Booster’s Product, อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ และ Functional Food ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย (KKU Select)

ช่วงท้ายเป็นกิจกรรม Networking และจับคู่เจรจาความร่วมมือ (Business Matching) ระหว่างหน่วยงานวิจัยกับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มาร่วมงาน เพื่อต่อยอดผลงานสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทดลองตลาด การร่วมพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงช่องทางจัดจำหน่าย

Sun Group ‘เวียดนาม’ ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ ปั้นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้าง Entertainment Complex ครบวงจร

(20 ส.ค. 68) ซันกรุ๊ป (Sun Group) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเวียดนาม เปิดโครงการก่อสร้างคอมเพล็กซ์การค้าและความบันเทิง (Entertainment Complex) มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79.8 ล้านล้านดอง (ราว 68,000 ล้านบาท) ในเมืองดานัง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โครงการนี้ใช้ชื่อว่า “ดานัง ดาวน์ทาวน์” (Danang Downtown) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮั่น เขตหวากวง 

สำหรับโครงการดังกล่าวจะประกอบด้วยสวนวัฒนธรรมและความบันเทิง โรงละคร ถนนช้อปปิ้งริมน้ำ พื้นที่สีเขียว และตึกระฟ้า 69 ชั้น สูง 408 เมตร ที่จะกลายเป็นอาคารสูงอันดับสองของเวียดนาม รองจาก Landmark 81 ในโฮจิมินห์ซิตี้

ขณะที่ ตึกหลักของโครงการจะรวมกับโรงแรมห้าดาว ออฟฟิศเกรด A คอนโดหรู ศูนย์การค้า ร้านอาหาร บาร์ ศูนย์ประชุม และจุดชมวิว โดยตั้งเป้าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองและยกระดับดานังสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ–การท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ เมืองดานังมีแผนผลักดันเป็นมหานครสำคัญของเวียดนาม หลังการควบรวมพื้นที่กับจังหวัดกว๋างนามจนกลายเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ปัจจุบันยังมี 2 มรดกโลกจากยูเนสโก สนามบิน 2 แห่ง และเตรียมตั้งเขตการค้าเสรีแห่งแรกของเวียดนาม โดยช่วงครึ่งแรกปี 2025 โดยเมืองนี้จะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อคืน จำนวน 5.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 19% จากปีก่อน

"เฉลิมชัย" จับมือสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลงซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน

(20 ส.ค. 68) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกับ นายตัน ซี เหล่ง รัฐมนตรีจากประเทศสิงคโปร์ ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ โดยข้อตกลงนี้มุ่งเน้นการซื้อขายผลการลดก๊าซเรือนกระจก (ITMOs) ที่เกิดจากโครงการต่างๆ ในประเทศไทย โดยสิงคโปร์สามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของตนเองได้

การลงนามเมื่อ19 สิงหาคม2568ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านโครงการที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านป่าไม้ พลังงานสะอาด หรือนวัตกรรม นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็น ศูนย์กลางคาร์บอนเครดิตในภูมิภาคอาเซียน ได้ในอนาคต

‘กองทัพอากาศไทย’ จ่อซื้อ ‘กริพเพน’ อย่างเป็นทางการ ผบ.ทอ. เตรียมบินไปทำพิธีลงนาม ที่สวีเดน 25 ส.ค. นี้

(20 ส.ค. 68) กองทัพอากาศไทยเผย ครม. เห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี กริพเพน E/F 12 เครื่อง มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมรับชดเชยทางเศรษฐกิจ (Defence Offset) ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งหมายถึงไทยจะได้มากกว่าแค่เครื่องบิน แต่ยังได้รับ งาน เทคโนโลยี และการถ่ายทอดความรู้ จากบริษัทผู้ขาย

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า การจัดหาเครื่องบินครั้งนี้ไม่เพียงเสริมขีดความสามารถทางทหาร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบขั้นตอนตามกฎหมายครบถ้วนเพื่อความโปร่งใส

สำหรับกองทัพอากาศจะบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อให้การชดเชยจาก Saab AB เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประชาชน โดยมุ่งเน้นทั้งความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

ด้าน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ มีกำหนดเดินทางไป ประเทศสวีเดน วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อทำพิธีลงนามจัดซื้อกริพเพน E/F อย่างเป็นทางการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top