Tuesday, 21 July 2026
Hard News Team

“ชื่ออาคาร OAI Tower ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ชื่อนี้มีที่มาจาก โอ๊ค เอม อิ๊งค์ Oak Aim Ing เป็นตัวย่อ คุณพ่อคิดตั้งแต่สมัย 30 ปีก่อน”

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร (อุ๊งอิ๊ง)
หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ให้สัมภาษณ์ในรายการ 'พรรคนี้เป็นไงบ้าง?' 
ดำเนินรายการโดย คุณฟาโรส ยูทูบเบอร์ชื่อดัง

เผย 5 จุดที่สกปรกที่สุด บนเครื่องบิน ของใกล้ตัว ที่เราต้องสัมผัสทุกครั้ง ที่ขึ้นเครื่อง

ผู้ใช้ TikTok ที่มีชื่อว่า pilotdeawairbus นักบินหมอเดียว ได้โพสต์คลิปสั้น เกี่ยวกับ บริเวณจุดที่สกปรกบนเครื่องบิน โดยมีใจความว่า ...

5 จุดที่สกปรกที่สุดบนเครื่องบิน ข้อมูลนี้ มาจาก Travelmath.com ซึ่งเขาได้ส่งนักจุลชีวะขึ้นไปส่ง ตรวจ บริเวณจุดต่างๆบนเครื่องบิน โดยไม่เปิดเผยสายการบิน ซึ่งมีหน่วยในการวัดเชื้อโรคนี้ เป็น CFUs (Colony Forming Unit)  ซึ่งก็คือดูว่า ความหนาแน่นของเชื้อโรคต่อตารางนิ้วนั้นมีเท่าไหร่ อันดับ 5 ก็คือบริเวณหัวของเข็มขัดนิรภัย ซึ่งมีค่า 230 CFUs ต่อตารางนิ้ว อันดับ 4 ก็คือปุ่มกดชักโครกในห้องน้ำ มีค่า CFUs ที่ 265 CFUs ต่อตารางนิ้ว อันดับ 3 ช่องแอร์บริเวณเหนือศีรษะของผู้โดยสาร มีค่า CFUs ที่ 285 CFUs ต่อตารางนิ้ว อันดับ 2 ปุ่มกดน้ำอัตโนมัติในสนามบิน มันอยู่นอกเครื่องบินแต่มันก็อยู่ในสนามบิน มีค่า CFUs อยู่ที่ 1,240 CFUs ต่อตารางนิ้ว และอันดับ 1 ก็คือ โต๊ะพับขาดอาหารบนเครื่องบินที่อยู่ต่อหน้าเรา โดยมีค่า CFUs ที่ 2155 CFUs ต่อตารางนิ้ว เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะขึ้นเครื่องบินก็ขอแนะนำ ให้มีแอลกอฮอล์ทำความสะอาด ติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วย จะเป็นเจลแอลกอฮอล์หรือสเปรย์แอลกอฮอล์อะไรก็ได้ เพื่อเช็ดทำความสะอาดป้องกันเชื้อโรค  

ตม.จว.เชียงราย เปิดยุทธการ Lanna Force Check ตรวจสอบคนต่างด้าวขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อศึกษาในสถานศึกษามูลนิธิและองค์กรสาธารณะในพื้นที่รับผิดชอบของ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย

วันที่ 15 มิถุนายน 2566ที่ผ่านมา  พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.เชียงราย เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมตรวจสอบคนต่างด้าวขออยู่ต่อในสถานศึกษามูลนิธิและองค์กรสาธารณะตามยุทธการ “Lanna Force Check” ของ บก.ตม.5 โดยบูรณาการร่วม

กับ  ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ,หน.ฉก.ตชด.327 (ชป.แม่สาย) , สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.2 , สภ.แม่สาย , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย ,กองบังคับการควบคุมผาทมิฬหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ทั้งนี้เพื่อให้การป้องกันปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่อาจเข้ามาแล้วก่ออาชญากรรม กระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจ

สอบตามวงรอบแผนมาตรการควบคุมตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาขออยู่ต่อในราชอาณาจักรด้วยเหตุผลเพื่อการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน มูลนิธิหรือสมาคม ณ บริเวณหน้าที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

กองทัพบก ร่วมกับ สวนนงนุชพัทยา ฝึกอบรมกำลังพลของกองทัพบก  โครงการฝึกอบรม หลักสูตรโลกสีเขียว 

ตามที่กองทัพบก ร่วมกับ สวนนงนุชพัทยา ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตร โลกสีเขียว ให้กำลังพลของกองทัพบกจำนวน 22 นาย ระยะเวลาการฝึกอบรม 10 วัน วัตถุประสงค์ เพื่อให้กำลังพลของกองทัพบก ได้นำความรู้ทักษะไปปรับใช้ในการประกอบสัมมาอาชีพของตนเอง ซึ่งฝึกอบรบระหว่างวัน 6 - 15 มิถุนายน 2565 ในการจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวได้ครบตามวันเวลา
           
วันนี้ นายกัมพล ตันสจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา และ ผู้แทนท่านผู้บัญชาการทหารบก พลโท นิรันดร ศรีคชา รองเสนาธิการทหารบก  ได้จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้กับกำลังพลของกองทัพบกที่เข้าฝึกอบรมจบหลักสูตรดังกล่าว  จำนวน 22 นาย  จากการฝึกอบรมนำไปใช้ประกอบอาชีพให้กับตนเอง และครอบครัวสามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์และเผยแพร่ในองค์กรและต่อยอดในด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับทหารกอง ประจำการที่กำลังจะปลดประจำการในรุ่นต่อไป
              
นายกัมพล กล่าวว่า ผมมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธาน ในการมอบใบประกาศนียบัตร แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรโลกสีเขียว สำหรับกำลังพลของกองทัพบก ที่มาทำการฝึกอบรม ผมหวังว่าทุกท่านจะนำแนวทางไปปฎิบัติในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและนำไปเผยแพร่ในองค์กรได้

สวนนงนุชพัทยา ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและยังเป็นแหล่งเรียนรู้ในด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ สวนนงนุชพัทยาจึงมีความพร้อมในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดประชุม ฝึกอบรม และ สถานที่ในการลงมือปฏิบัตงานจริง และรองรับเด็กนักเรียน บุคคลทั่วไป รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาใช้บริการ

‘นิพนธ์’ ควง ‘สรรเพชญ’ ร่วมพิธีสถาปนา สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา  ย้ำจุดยืน เชื้อชาติไหนก็เป็นคนไทยเหมือนกัน มุ่งเน้นทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา  พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สงขลา ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมในพิธีสถาปนากรรมการบริหารสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ปีบริหาร 2566-2568  มี นายไพโรจน์ สุวรรณจินดา นายกสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา สมัยที่ 15  นายอนุสรณ์ โค่ยสัตยา รองนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯฮกเกี้ยนสงขลา ประจำปีบริหาร 2566-2568 ร่วมให้การต้อนรับ  ณ โรงแรมกรีนเวิล์ด พาเลช สงขลา

ทั้งนี้สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ได้จัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ ในการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกฯ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 โดยนายไพโรจน์ สุวรรณจินดา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกสมาคมฯคนใหม่ เป็นสมัยที่ 15 พร้อมกับการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคม ประจำปีบริหาร 2566-2568  ทางสมาคมฮกเกี้ยนสงขลาจึงได้จัดให้มีพิธีสถาปนาสมาคมฯขึ้น เพื่อเป็นเกียรติและแสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของสมาคมฯ พร้อมกับการมอบตราตั้งของสมาคมฯจากนาย คณธร รัตนปราการ นายกสมาคมฮกเกี้ยนสมัยที่ 14  

โดยได้รับเกียรติจาก นางอู๋ ตงเหมย กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา นายดนัยธร จารุพฤกษ์พันธุ์ ประธานห้าสมาคมจีนสงขลาพร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ ประธานเขตพื้นที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย   และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีสถาปนาสมาคมฯและแสดงความยินดีกับคณะกรรมการสมาคมฮกเกี้ยน ประจำปีบริหาร 2566-2568 

นายนิพนธ์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ คุณคณธร รัตนปราการ  นายกสมาคมฮกเกี้ยนที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และส่งมอบภารกิจของสมาคมฮกเกี้ยนให้กับท่านนายกคนที่ 15 ในวันนี้ ผมจึงถือโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับท่านไพโรจน์ สุวรรณจินดา และแสดงความยินดีกับคณะกรรมการสมาคมฮกเกี้ยนทุกท่านที่ได้เสียสละ เข้ามาแบกรับภารกิจของสมาคม สิ่งหนึ่งที่พวกเราควรรักษาเอาไว้นั่นคือความรักความสามัคคีในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนทุกตระกูลแซ่ ที่เราถือว่าเมื่อเรามาอยู่ในประเทศไทยและได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเรา จากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงรุ่นของพวกเรา แต่สิ่งหนึ่งที่สอนเรา นั่นคือความรักความสามัคคีช่วยเหลือกัน ผมอยากเห็นบรรยากาศอย่างนี้อยู่คู่กับเมืองสงขลา  หรือแม้แต่อยู่คู่ชาวหาดใหญ่ ซึ่งผมไม่อยากแบ่งสงขลาหรือหาดใหญ่ แต่อยากบอกว่าพวกเราสงขลาทั้งหมดอยากให้มีความรักความสามัคคีกัน และทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม อยากเห็นพวกเราร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนพัฒนาชุมชนที่พวกเราอยู่อาศัย 

วันนี้จึงดีใจที่เห็นสมาคมฮกเกี้ยนเป็นปึกแผ่น และร่วมมือร่วมในกันที่จะพัฒนาสมาคม นำสมาคมไปสู่การทำกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลต่างๆในวันข้างหน้า ช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือสมาชิกด้วยกันด้วยความผูกพันในความรักความสามัคคี 

ซึ่งท่านกงสุลใหญ่ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน  ท่านได้พูดถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ผมคิดว่าความสัมพันธ์อันนี้เรามีทุกระดับ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่า กรมสมเด็จพระเทพฯท่านได้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครบครั้งที่ 50 นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ตั้งแต่ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับราชวงศ์มาถึงระดัยฝ่ายบริหารต่างๆมีความใกล้ชิดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน 

ผมจึงขอถือโอกาสนี้ให้กำลังใจทุกภาคส่วนในการที่จะช่วยกันสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีน ดั่งที่พวกเราพูดกันว่าไทยจีนมิใช่อื่นไกล เราพี่น้องกัน จึงอยากให้พวกเรายึดถือสิ่งเหล่านี้ แล้วรำลึกภึงบรรพบุรุษเรามาอยู่ที่นี่ด้วยความยากลำบาก และเราผ่านพ้นวิกฤตทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นด้วยความผูกพันของพวกเรา ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่และใช้ในการสร้างสานสัมพันธ์ทุกตระกูล แซ่เข้าด้วยกัน

ตำรวจไซเบอร์ รวบตำรวจเก๊หลอกเอาเงินหมอ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 66 แพทย์หญิงจากโรงพยาบาลในจังหวัดกำแพงเพชร ได้มาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร ว่าได้มีโทรศัพท์แอบอ้างว่าเป็นตำรวจ สภ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย แจ้งว่า ตนเองได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินยาเสพติด อีกทั้งมีการพูดจาโน้มน้าวจนแพทย์หญิงคนดังกล่าวหลงเชื่อ และโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบบัญชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ตามที่คนร้ายกล่าวอ้าง โดยโอนไปยังหมายเลขบัญชี ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นางสาวกัลญาณี ซึ่งได้โอนไปทั้งหมด จำนวน 3 ครั้ง รวมแล้วเป็นยอดเงินจำนวน 819,100 บาท หลังจากตนได้โอนเงินไปแล้วมาทราบทีหลังว่าถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

กระทั่งวันที่ 14 มิ.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๒ บก.สอท.๔ นำโดย พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ พร้อมชุดสืบสวนนำกำลังเข้าจับกุม นางสาวกัลญาณี อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดมหาสารคาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน” โดยจับกุมได้ที่ถนนสาธารณะ หน้าร้านอู๋แซ่บเวอร์ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารออมสิน ที่ถูกใช้ในการกระทำความผิด มาประมาณ 8 ปี แล้ว และเมื่อเดือน พ.ค.66 ที่ผ่านมาตนตกงาน และได้ค้นหาแอปกู้เงินออนไลน์ และได้พบแอปหนึ่งซึ่งมีหน้าโปรไฟล์เป็นรูปโลโก้ของธนาคารหนึ่ง ตนเองหลงเชื่อว่าเป็นแอปของธนาคารจริง จึงได้ทำการติดต่อไปเพื่อขอกู้เงินและเจ้าของแอปดังกล่าวก็ได้ให้ตนทำตามขั้นตอนต่าง ๆ เช่นการ แสกนใบหน้า ส่งรูปบัตรประจำตัวประชาชนหน้าหลังและให้ตนส่งหมายเลขบัญชีให้ หลังจากที่ทำรายการเสร็จแอปดังกล่าวแจ้งว่ารอการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารจากนั้นไม่นานตนได้รับแจ้งธนาคารว่ามีเงินว่าได้มีเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนแบบผิดปกติให้ตนตรวจสอบหลังจากที่ตนเองตรวจสอบพบว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารของเป็นเงินเกือบ 2 ล้านกว่าบาท และได้มีการกดเงินออกจากบัญชีของตนเช่นกัน โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นคนทำธุระกรรมดังกล่าวเลย และหลังจากนั้นก็มีเงินเข้ามาในบัญชีดังกล่าวของตนเรื่อยมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับธนาคารเพื่อทำการอายัติบัญชีของตน จากการตรวจสอบบัญชีทราบว่าตอนนี้มียอดเงินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอายัติกับธนาคารไว้เป็นเงินในบัญชีกว่า 2 ล้านบาท

เตือนภัย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อการโทรมาหลอกว่าว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น ตำรวจ ศาล อัยการ สรรพกร เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆ เป็นต้น ว่าตนเองได้มีการกระทำความผิดกฎหมายต่างๆ และให้หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ ซึ่งตอนนี้มีแก็งมิจฉาชีพจำนวนมากซึ่งคอยหาวิธีการต่างๆเพื่อมาหลอกลวงพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะโอนเงิน หรือทำธุระกรรมต่างๆ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน เพื่อที่จะไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของแก็งมิจฉาชีพต่อไป

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ 
คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.อนุชา  ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4,พ.ต.ท.วีระพล กันธวงศ์ สั่งการ พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์  สว.กก.2 บก.สอท.4 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ตัดสินให้ ‘ปราสาทพระวิหาร’ เป็นของกัมพูชา

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลโลก หรือ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ พิพากษาชี้ขาด คดีปราสาทเขาพระวิหาร ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของประเทศกัมพูชา 

ปราสาทหินแห่งนี้เป็นศิลปะขอม สร้างขึ้นเพื่อถวายพระศิวะ ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ราวปี 1545-1593 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ของขอม ภาษาเขมรเรียกว่า ‘เปรี๊ยะ วิเฮียร์’ (Phrea vihear) ตัวปราสาทสูง 657 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บนทิวเขาพมนดงรักซึ่งกั้นระหว่างประเทศกัมพูชากับไทย ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศเหนือ ด้านหน้าและทางขึ้นอยู่ในเขตประเทศไทย แต่ตัวปราสาทส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกัมพูชา 

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ค้นพบปราสาทแห่งนี้เมื่อปี 2442 แล้วทรงจารึกพระนามของพระองค์และปีที่ค้นพบไว้ที่บริเวณชะง่อนผาเป้ยตาดีว่า ‘118 สรรพสิทธิ์’ เนื่องจากเขาพระวิหารตั้งอยู่ตรงรอยต่อของไทยกับกัมพูชา ซึ่งผลัดกันยึดครองดินแดนแถบนี้

จนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ไทยได้ส่งทหารเข้ายึดครองพื้นที่บริเวณเขาพระวิหาร เจ้านโรดม สีหนุ จึงยื่นฟ้องต่อศาลโลกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502 การไต่สวนพิจารณาคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปี มีการนัดพิจารณาสืบพยานทั้งหมด 73 ครั้ง จนในที่สุด ศาลโลกก็ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียง ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 2 ข้อของกัมพูชา นับเป็นการเสียดินแดนครั้งล่าสุดของประเทศไทยในยุครัตนโกสินทร์ เสียพื้นที่ไปทั้งหมดประมาณ 150 ไร่ 

หลังจากแพ้คดี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ยินยอมให้นักศึกษาเดินขบวนประท้วงคำตัดสิน และปิดทางขึ้นปราสาทซึ่งอยู่ในเขตประเทศไทย เป็นการตอบโต้กัมพูชา เหลือเพียงทางขึ้นเป็นช่องเขาแคบ ๆ สูงชันและอันตราย ในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของกัมพูชา เขาพระวิหารก็ถูกสั่งปิด-เปิดให้เข้าชมอยู่หลายครั้งตามสถานการณ์ภายในประเทศ ก่อนจะเกิดความร่วมมือกันอีกครั้งระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจนถึงปัจจุบันนี้ เขาพระวิหารนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ. ศรีสะเกษ
 

ประชาชนต้องรับรู้ เคาะ!! ทุก ‘บล.’ ต้องเผย ‘ข้อมูล-งบการเงิน’ ผ่านทุกช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ 16 มิ.ย.นี้

ถึงเวลาโกยกำไร!! เมื่อยักษ์ใหญ่ด้าน Tech Company ในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมใจลดแคมเปญการตลาด แต่หันไปโฟกัสที่การสร้างรายได้มากขึ้น ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มเห็นผลกำไรเป็นบวกหลังติดลบมานานนับ 10 ปี นำโดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง ‘Lazada’ ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่พลิกทำกำไรได้เมื่อปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ 226 ล้านบาท 

จากนั้น ในปี 2565 Shopee และ Grab สามารถพลิกฟื้นจากที่มีตัวเลขผลประกอบการขาดทุน กลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกเช่นกัน 

ในขณะที่ Robinhood แพลตฟอร์มสัญชาติไทย ในเครือ SCB X แม้จะมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี แต่ทางบริษัทมั่นใจว่า จะพลิกกลับมาทำกำไรได้ในปี 2568 
 

‘ดีอีเอส’ – ‘ดีป้า’ แถลงผลสำเร็จโครงการ The Smart City Ambassadors รุ่นที่ 2 สร้าง 'นักดิจิทัลพัฒนาเมือง' เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

(วันนี้) 14 มิ.ย. 66 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ดีป้า โดย สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ร่วมประกาศผลสำเร็จจากโครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 ยกระดับทักษะดิจิทัลและทักษะสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ

และเตรียมความพร้อมเยาวชนคนรุ่นใหม่สู่การเป็น 'นักดิจิทัลพัฒนาเมือง' ก่อนนำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นระบบบริการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาของเมืองในแง่มุมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม เผยช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแผน Smart City มากกว่า 120 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยประเมินว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการลงทุนตามแผนฯ ได้กว่า 66,000 ล้านบาท

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ กัปตันเมืองท้องถิ่น และผู้นำเมืองร่วมขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ผลสำเร็จจาก "โครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2" (The Smart City Ambassadors 2 (SCA#2)) โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า คณะผู้บริหาร ผู้นำเมือง และหน่วยงานพันธมิตรร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า โครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการผลักดันมาอย่างต่อเนื่องผ่านกลไกการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลและสามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้คนในพื้นที่สามารถเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตอบโจทย์การดำเนินชีวิต พร้อมยกระดับบริการจากหน่วยงานท้องถิ่นผ่านโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม

"โครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ กัปตันเมือง และผู้นำเมืองได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเองด้วยความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ได้รับ อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในระดับภูมิภาคให้เกิดขึ้น เพื่อกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกระดับ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว

ขณะที่ ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า โครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ 446 คน จาก 170 หน่วยงาน 57 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับการยกระดับทักษะดิจิทัลและทักษะสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อก้าวสู่การเป็น 'นักดิจิทัลพัฒนาเมือง' ก่อนนำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นระบบบริการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาของเมืองในแง่มุมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม

"โครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 ยังสามารถขับเคลื่อนให้เกิดแผน Smart City ใหม่ 126 พื้นที่ โดยได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะเพิ่มขึ้นกว่า 50 พื้นที่ ประเมินมูลค่าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นตามแผนฯ กว่า 66,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโครงการนำร่องต่อยอดระบบบริการเมืองอัจฉริยะและเป็นนวัตกรรมต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่มากกว่า 10 พื้นที่ สามารถส่งต่อความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาเมืองแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานที่ร่วมโครงการฯ จำนวน 5,813 คน อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้เรื่องการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแก่ประชาชนในพื้นที่กว่า 10,000 คน ซึ่งถือเป็นการสร้างระบบนิเวศที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ต่อไป" ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ประชาชนต้องรับรู้ เคาะ!! ทุก ‘บล.’ ต้องเผย ‘ข้อมูล-งบการเงิน’ ผ่านทุกช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ 16 มิ.ย.นี้

📌เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 66 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ.9/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประกาศ รายการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2566

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 สำนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 4/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประกาศรายการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2544 

ข้อ 2 ให้บริษัทหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลโดยวิธีการที่กำหนดดังต่อไปนี้ ในลักษณะที่พร้อมให้สำนักงานหรือประชาชนเรียกดูหรือตรวจสอบได้โดยพลัน ณ สำนักงานทุกแห่งของบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้ติดต่อกับประชาชน ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต้องถูกต้องครบถ้วน ชัดเจน เป็นปัจจุบัน และตรงต่อความเป็นจริง

(1) ใบอนุญาต สำเนาใบอนุญาต หรือเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงสถานะการได้รับใบอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของสำนักงาน โดยปิดประกาศหรือแสดงผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดที่สามารถเชื่อมโยงหรือเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เป็นต้น 

(2) งบการเงินและรายงานของผู้สอบบัญชี พร้อมหมายเหตุประกอบงบการเงินของงวดการบัญชีหลังสุด โดยปิดประกาศหรือแสดงข้อมูลบนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งติดตั้งไว้ที่บริษัทหลักทรัพย์

ข้อ 3 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามข้อ 2 ให้บริษัทหลักทรัพย์ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลนั้นให้ถูกต้องครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และตรงต่อความเป็นจริงโดยพลัน

ข้อ 41 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566
นายธวัชชัย พิทยโสภณ
รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top