Wednesday, 22 July 2026
Hard News Team

‘แพทริเซีย กู๊ด’ เผยภาพอัลตราซาวด์ อวดโฉมหน้าลูกสาว สุดดีใจ อีกไม่นานจะได้เจอหน้าทายาทคนแรกแล้ว

พี่ป้าน้าอาตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อ ‘แพทริเซีย กู๊ด’ เผยโฉมหน้าลูกสาวคนแรก กับภาพอัลตราซาวด์ ซึ่งงานนี้ต้องบอกเลยว่าเห็นหน้าสาวน้อยชัดๆ พร้อมกับเผยถึงชื่อทายาทคนแรก อีกด้วยจ้า

สำหรับสาวแพทริเซีย และสามีหนุ่ม ‘โน้ต วิเศษ’ ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเมื่อปลายปี 65 ที่ผ่านมา พร้อมบอกเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ขอเดินหน้าปั๊มทายาทเต็มที่ เพราะอยากเป็นคุณพ่อคุณแม่กันเต็มที่แล้ว ซึ่งไม่นานหลังจากแต่งงาน แพทริเซีย ก็ออกมาประกาศข่าวดีว่ามีเบบี๋ ซึ่งทายาทคนแรกเป็นลูกสาว ทำเอาเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงรวมถึงแฟนๆ ต่างร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

บอกเลยว่าพี่ป้าน้าอาต่างตื่นเต้นไปกับ ‘แพทริเซีย กู๊ด-โน๊ต วิเศษ’ บอกเลยว่า เวลาผ่านไปไวจริงๆ เพราะอีกไม่นานใกล้จะได้เห็นหน้าแล้วจริงๆ สำหรับทายาทคนแรกของทั้งคู่

ล่าสุด ทางด้านแพทริเซีย กู๊ด เผยโฉมหน้าลูกสาวคนแรก กับภาพอัลตราซาวด์ ซึ่งงานนี้ต้องบอกเลยว่าเห็นหน้าสาวน้อยชัดๆ พร้อมกับเผยถึงชื่อทายาทคนแรกว่า “เป็นคำถามที่คนถามเยอะมาก มีอยู่ 2-3 ชื่อที่คิดไว้ค่ะ แต่คงตัดสินใจตอนเห็นหน้าน้องอีกที”

‘อินเตอร์ลิ้งค์’ จัดสัมมนา New Technology Talk เจาะลึกโซลูชั่น พลิกโฉมภาคอุตสาหกรรม ที่นำไปสู่ยุค 4.0

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา New Technology Talk เรื่อง  Industrial Technology สรุปเนื้อหาสำคัญ และเทรนด์เทคโนโลยี เจาะลึกโซลูชั่น Smart Industrial พลิกโฉมภาคอุตสาหกรรม ที่นำไปสู่ยุค 4.0

โดยมี คุณพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานคณะทางานการปฏิรูปอุตสาหกรรมและพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มาให้ข้อมูล และบรรยายพิเศษเรื่อง INDUSTRIAL 4.0

ซึ่งมีส่วนผลักดันให้เกิดศักยภาพในการแข่งขัน และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ระบบ Automation ทำให้เกิดการใช้งานระบบ Network Cabling ที่เป็น Digital Infrastructure ของภาคอุตสาหกรรม ในปัจจุบัน และอนาคต นับเป็นการอธิบายเจาะลึกพร้อมกับสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของยุคของ Digital Disruption ให้เข้าใจชัดมากขึ้น โดยภาคอุตสาหกรรมในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลนี้จะต้องขับเคลื่อน และเดินหน้าปรับตัวให้ทันท่วงที อีกทั้งต้องพร้อมพัฒนาให้สอดรับกับอนาคตที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย 

งานนี้ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ได้เชิญวิศกรผู้เชี่ยวชาญด้านการวางโครงข่ายสายสัญญาณ คุณภาคภูมิ พลธร ผู้อำนวยการวิศวกรฝึกอบรม และผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Infrastructure มาบรรยายเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้าง Digital Infrastructure ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรม และเตรียมความพร้อมยังไงให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอีก 10 ปีข้างหน้า

รวมถึงเรียนเชิญ คุณอภิชาติ พงศ์นา Product & Technical Support manager มาเล่าถึงโครงการ Project ต่าง ๆ ของภาคอุตสาหกรรมที่ก้าวเข้าสู่ Smart Industrial ว่ามีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง และเจาะลึกถึงการออกแบบการวางโครงข่ายแบบใดให้เหมาะสมตอบโจทย์แก่การใช้งาน เพื่อสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ งานนี้สนับสนุนโดย LINK AMERICA และ GERMAN RACK และถ่ายทอดสด ณ สำนักงานใหญ่ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

สำหรับงานสัมมนา NEW TECHNOLOGY TALK อัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีที่คุณต้องรู้ ในครั้งถัดไป จะจัดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ในหัวข้อ Smart HealthCare ( Smart Healthcare พัฒนาไปอีกระดับ พร้อมรับการแพทย์อัจฉริยะ) เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม ตอบโจทย์ตรงจุดอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปต่อยอดกับอาชีพของท่าน

สนใจเข้าร่วมอบรม ได้ที่ www.interlink.co.th หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-666-1111 ต่อ 1707

‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ประกาศยุติความสัมพันธ์ ‘ ท็อป Lazyloxy’ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยบอก ‘เข้ากันได้ดี’ แต่ตอนนี้บอก ‘เราต่างกันมาก’

เลิกกันแล้วอีกหนึ่งคู่สำหรับนักร้องสาว เบียร์ เดอะวอยซ์ และ ท็อป Lazyloxy โดยสาวเบียร์เป็นคนประกาศเองผ่านสตอรี่อินสตาแกรมว่า "เบียร์กับท็อปเรากลับมาเป็นเพื่อนกันแล้วนะคะ ถึงเราจะรักกันหรือพยายามกันมากแค่ไหน แต่ Lifestyle ของเราต่างกันมาก

และเราต่างมีหน้าที่และความฝันต้องไปตามหา ถึงเราจะอยู่ในฐานะแฟนไม่ได้แต่เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ค่ะ ถึงจะเสียใจมาก แต่เราต้องทำเพื่อตัวเราเองทั้งสองคน เราทั้งคู่เต็มที่แล้วจริงๆ ไม่ว่าทั้งดีและร้ายอย่างน้อยเราก็ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมทุกข์และสุขด้วยกัน และเป็นบทเรียนให้กันค่ะ @reallazylife"

หากย้อนบทสัมภาษณ์ สาวเบียร์ เคยเปิดใจเรื่องรักครั้งนี้ เธอเคยเผยถึงตัวตนของ หนุ่มท็อป และไลฟ์สไตล์ที่ตรงกันเข้ากันได้ จนตัดสินใจคบ โดยเผยในรายการ ยังไงไหนเล่า EP. 58 บอกว่า "พอได้รู้จักกันจริงๆ พบว่าเขาดีอย่างไม่น่าเชื่อ อ่อนโยนกว่าที่ทุกคนคิดมาก

เวลาเขาอยู่ด้วยกัน เขาจะดูแลเหมือนเราเป็นเด็ก รู้สึกว่าอยู่กับเขาไม่ค่อยเหนื่อย เขาดูแลเราดี ความสัมพันธ์ของเบียร์กับท็อป เริ่มจากเป็นเพื่อนกันได้ ชอบไปเที่ยวเหมือนกัน ชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลง ไลฟ์สไตล์มันเข้ากันได้ จนมันค่อยๆ จนกระทั่งอยากเป็นแฟนก็พัฒนามาเป็นแฟนกัน"

จากบทสัมภาษณ์ ที่ผ่านมา ทำหลายคน งง!! ตอนแรกบอกเข้ากันได้ แต่ทำไมตอนเลิกบอกไลฟ์สไตล์ต่างกันมาก 

‘ไรมอนแลนด์’ ผุด ‘OCC’ ออฟฟิศ Grade A+ บริษัทดัง ‘ไทย-เทศ’ แห่จองพื้นที่แล้วกว่า 70%

(15 มิ.ย. 66) นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘RML’ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอาคารสำนักงานในปี 2566 โดยมองว่ามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พิจารณาข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ไตรมาส 1 ปีนี้ มีพื้นที่ให้เช่าอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด 9.38 ล้านตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ให้เช่าอาคารสำนักงาน Grade A+ บนทำเลศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) อยู่ที่ 400,000 ตร.ม. และเป็นพื้นที่ให้เช่าอาคารสำนักงาน Grade A บนทำเล CBD อยู่ที่ 900,000 ตร.ม. รวมถึงเป็นพื้นที่ให้เช่าอาคารสำนักงาน Grade A นอกพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) อยู่ที่ 520,000 ตร.ม. 

“จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าอุปทาน (Supply) พื้นที่ให้เช่าในอาคารสำนักงาน Grade A+ มีน้อยที่สุด ในขณะที่ความต้องการยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ทาง RML จึงเล็งเห็นโอกาสในการเปิดตัวโครงการ OCC (One City Centre) อาคารสำนักงานลักชัวรี่ Grade A+ ที่สูงที่สุดในไทย โดยเตรียมเปิดตัวเต็มรูปแบบในวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตอบสนองดีมานด์ของตลาดในขณะนี้” 

สำหรับ OCC ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ ‘REIMAGINE YOUR WORLD’ แลนด์มาร์กสำคัญทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ใจกลางเพลินจิต ที่ตอบสนองชีวิตในรูปแบบใหม่ให้กับการใช้ชีวิตการทำงานควบคู่กับไลฟ์สไตล์ในทุกวัน มีอัตราค่าเช่าในส่วนของพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกประมาณ 1,500 บาทต่อตร.ม. โดยล่าสุดได้รับความสนใจจากผู้เช่าแล้วประมาณ 70% แบ่งสัดส่วนผู้สนใจเป็นกลุ่มบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลก 80% และบริษัทชื่อดังในไทย 20% 

นายกรณ์ กล่าวอีกด้วยว่า ในไตรมาส 4 นี้ เตรียมเปิด Sky Bar ที่ชั้น 61 และร้านอาหาร ที่ชั้น 58 ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงฟู้ดคอร์ท ‘กินนี่ฟู้ด’ (Kinnie Food) ที่รวมร้านอาหารชื่อดังมากมายในราคาที่จับต้องได้มาไว้ที่นี่อีกด้วย 

“ยิ่งไปกว่านั้น เรามั่นใจว่าหลังจาก Sky Bridge ซึ่งเชื่อมกับ BTS เพลินจิต ตรงสู่อาคาร OCC แล้วเสร็จ จะยิ่งผลักดันให้อัตราการเช่า OCC เต็มพื้นที่ในต้นปี 2567 และหลังจากที่เปิดใช้บริการ OCC เต็มรูปแบบ จะส่งผลให้ RML มีสัดส่วนรายได้ประจำเพิ่มขึ้นถึง 15-25% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ RML มีสถานะทางการเงินที่เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตระยะยาว” นายกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

‘มาเลฯ’ ร้อง ‘ตร.สากล’ ล่าตัว นักแสดงตลกสาวชาวสิงคโปร์ หลังเล่นมุกล้อเลียนโศกนาฏกรรม ‘เที่ยวบิน MH 370’

มาเลเซียจะไม่ทน หลังมีกระแสคลิปไวรัลของ ‘โจเซลิน เจีย’ นักพูดเดี่ยวไมโครโฟนสาวชาวสิงคโปร์ สัญชาติอเมริกัน ที่ได้หยิบยกเอาเหตุโศกนาฏกรรม ‘เที่ยวบิน MH370’ ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่หายสาบสูญในมหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 239 คน มาเป็นมุกล้อเลียน เหยียดประเทศมาเลเซียบนเวทีการแสดงสดของเธอ ในคลับแห่งหนึ่งที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และทำให้คลิปการแสดงของเธอกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วทั้งช่องทางโซเชียล จนเป็นประเด็นร้อนแรงมากมาย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 66 ทางการมาเลเซีย นำโดย คามารุล ซามาน มามัท ผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจเมืองยะโฮร์ ได้ยื่นเรื่องประสานงานไปยัง องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ ‘ตำรวจสากล’ (Interpol) ให้ติดตามจับตัว โจเซลิน เจีย มาดำเนินคดีที่ประเทศมาเลเซีย ในความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 504/505 (c) และมาตรา 233 แห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารและมัลติมีเดีย ที่ว่าด้วยเรื่องการพูดจาดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่น ทำลายความสงบเรียบร้อยในสังคม ซึ่งจะมีโทษปรับ และจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี
.
‘โจเซลิน เจีย’ มาจากครอบครัวชาวสิงคโปร์ เกิดในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เดินทางกลับมาเข้าโรงเรียนมัธยม St Nicholas Girls' School และ National Junior College ในสิงคโปร์ ก่อนกลับไปศึกษาต่อด้านกฎหมายในสหรัฐอเมริกา และทำงานเป็นนักกฎหมายบริษัทนานเกือบ 5 ปี ก่อนโบกมือลาสำนักงานมาเป็นนักพูดมืออาชีพ จนได้เปิดตัวเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากรายการ ‘Gotham Comedy Live’ ของ ‘วิลเลียม แชทเนอร์’ นักแสดงชื่อดัง

ซึ่ง โจเซลิน เจีย เคยชนะรางวัลจากการแข่งขันในงาน ‘Ladies Of Laughter’ และ ยังได้รับรางวัลนักแสดงดาวรุ่ง - สาขาตลกในงาน ‘Asian American Television & Film Festival’ มาแล้ว

แต่หลังจากทราบข่าวการออกหมายจับของทางการมาเลเซีย และยื่นคำร้องถึงตำรวจสากลแล้วในเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา โจเซลิน เจีย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี ถ้าตำรวจสากลตามมาจับตัวจริงๆ เธอคงได้ดังไปทั่วโลกสมใจแน่ๆ

เดี่ยวไมโครโฟนสาว ได้กล่าวผ่านสื่อว่า คลิปที่เป็นประเด็น เป็นพียงการแสดงช่วงหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้ผู้ชมในโซเชียลไม่เข้าใจบริบททั้งหมดในการแสดงของเธอ

โจเซลิน ยังได้กล่าวอีกว่า เธอมักใช้มุกตลกเสียดสี การแข่งขันระหว่างมาเลเซีย และ สิงคโปร์ อยู่เป็นประจำ รวมถึงมุกตลกเรื่องเที่ยวบินของมาเลเซียแอร์ไลน์ เธอเคยเล่นมาแล้วนับร้อยรอบ รวมถึงที่สิงคโปร์ด้วย ก็มีเสียงตอบรับที่ดี ผู้ชมชื่นชอบ เพราะถ้ามุกไม่จอดแต่แรก เธอถอดออกจากการแสดงนานแล้ว

แต่ทั้งนี้ โจเซลิน เจีย ยอมรับถึงเรื่องความต่างของวัฒนธรรม เนื่องจากเธอเปิดการแสดงในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ที่ผู้ชมมักชอบมุกตลกร้ายหนักๆ เสียดสี จิกกัดแบบตรงไป ตรงมา แม้แต่เรื่องโศกนาฏกรรม 9/11 ก็ยังมาเล่นเป็นมุกตลกได้โดยไม่ถือสา เป็นจุดที่มีความต่างกับสังคมชาวเอเชีย ที่การพูดถึงเหตุโศกนาฏกรรมเป็นประเด็นที่อ่อนไหว

และก็ได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากทั้งทางฝั่งมาเลเซีย ที่มีการประท้วงกันที่หน้าสถานทูตสหรัฐ ในกรุงกัลลาลัมเปอร์ อีกทั้ง นาย วานุ คุปลา มีนอน เอกอัคราชทูตสิงคโปร์ประจำมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ตำหนิว่า รู้สึกตกใจกับความคิดเห็นที่น่ารังเกียจโดยไร้เหตุผลของโจเซลิน เจีย

แม้การออกหมายจับของทางการมาเลเซีย ประเทศที่เธอมักพูดถึงเสมอว่าเป็นเพียง ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ อาจจะดูน่าขัน แต่รัฐบาลมาเลเซียมักไม่ขำกับมุกตลกลักษณะนี้ เพราะเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา ตำรวจมาเลเซียได้จับกุมนาย ริเซล แวน กีย์เซล นักพูดชาวมาเลเซีย ในข้อหาเล่นมุกตลกที่เข้าข่ายหมิ่นศาสนาอิสลามมาแล้ว

แต่ทั้งนี้ การใช้มุกตลกล้อเลียนในเรื่องใดๆ ก็เป็นสิ่งที่พึงระวัง เหมือนอย่างที่ โจเซลิน เจีย เคยพูดไว้บนเวทีว่า “Some jokes don't land.” ตลกบางมุกมันก็ใช่จะหาจอดได้ทุกที่

‘วัน อยู่บำรุง’ โพสต์แจง หลัง ‘รักชนก’ โดนกกต.แขวน ลั่นอย่ามากล่าวหากัน เผยมีหลักฐานในมือ ยังไม่ร้องเลย

หลัง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ครั้งที่ 1) ปรากฎว่า มีว่าที่ส.ส.ที่ประกาศผลรับรอง 329 คน ขณะที่มี 71 เขตที่มีเรื่องร้องคัดค้านโดยในส่วนของ กทม. มีเพียงเขตเดียวที่ยังไม่รับรอง ได้แก่ เขต 28 น.ส.รักชนก ศรีนอก จากพรรคก้าวไกล

ด้าน น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ว่า ยังงงๆ เพราะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องร้องเรียนเรื่องอะไร ต้องปรึกษาพรรคก้าวไกลด้วยว่าต้องทำอย่างไร แต่ไม่มีปัญหา พร้อมชี้แจงทุกประเด็นอยู่แล้ว

ต่อมามีการตั้งคำถามว่าผู้ร้องเรียน น.ส.รักชนก อาจเป็น นายวัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่จากพรรคเพื่อไทย ที่แพ้ให้กับ รักชนก ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ทำให้ในเวลาต่อมาเจ้าตัวออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Wan Ubumrung ความว่า ผมไม่ได้ร้องเรียนใครนะ อย่ามากล่าวหากัน

ก่อนชี้แจงในคอมเมนต์อีกว่า มีผู้สมัครอีก 2 คน ติดป้ายหาเสียงเกินจำนวนที่กกต.กำหนด ผมมีหลักฐานครบถ้วนอยู่ในมือ ซึ่งมีโทษอาญาทั้งจำทั้งปรับ ผมยังไม่ร้องเรียนกกต.เลย

‘หยก’ เคยเป็น เด็กเรียบร้อย เรียนดี แต่ชีวิตไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่เริ่มรู้จัก กับกลุ่มทะลุวัง

15 มิ.ย. 2566 - เพจเฟซบุ๊ก สติค่ะลูกกกก โพสต์ภาพและข้อความว่า หลายคนอาจไม่รู้ หยกสมัยก่อนเคยเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เคยโดนคดี รักครอบครัว แต่งตัวเรียบร้อย เรียนดี

จุดเปลี่ยนชีวิตตั้งแต่หยกรู้จักกลุ่มทะลุวัง และพรรคก้าวไกล ชีวิตของหยกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ต่อต้านระบบกฎระเบียบสังคมทุกอย่าง โดนคดีมากมาย สุดท้ายครอบครัวแตกแยก....

คนกลุ่มไหนกันที่สนับสนุนและให้ท้ายเด็กจนมีพฤติกรรมแบบนี้

หากพูดถึงนักเตะไทยที่ค้าแข้งในต่างแดน ก็ต้องนึกถึง ‘เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์’ นักเตะดาวรุ่งของไทยที่ไปค้าแข้งในญี่ปุ่น กับสโมสร ‘คาวาซากิ ฟรอนตาเล่’ 

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวออกมาว่าจะย้ายมาสวมเสื้อ ‘บีจี ปทุม ยูไนเต็ด’ โดยมีค่าตัวย้ายทีมแตะ 70 ล้านบาท ในระยะสัญญา 3 ปี ถ้าคิดเป็นวันก็ตกวันละ 6 หมื่นบาทเลยทีเดียว

นักวิเคราะห์ ชี้!! ระวังหุ้น STARK ภาค 2 หายนะครั้งใหญ่จ่อนักลงทุนนับหมื่นคน

เมื่อไม่นานนี้ คุณสุนันท์ ศรีจันทรา คอลัมนิสต์และนักวิเคราะห์หุ้น ได้เผยว่า แม้หุ้นบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ปิดฉากการสร้างภาพลวงตาไปแล้ว แต่ไม่ใช่หุ้นตัวสุดท้ายที่จะสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้นักลงทุนนับหมื่นคน

เพราะยังมีหุ้นบางตัวที่มีพฤติกรรมไม่แตกต่างจาก STARK และถูกจับตาว่า อีกไม่นานเกินรอบริษัทจะล่มสลายเช่นเดียวกัน

หุ้นเก็งกำไรตัวเล็กนับสิบบริษัท ช่วงนี้สงบราบคาบตามๆ กัน แต่บางตัวยังมีความพยายามสร้างข่าว กระตุ้นราคาหุ้นอยู่เป็นระยะ แม้ว่าธุรกิจหลักกำลังตกต่ำ กลายเป็นสินค้าและบริการที่ตกยุค เนื่องจากผู้บริโภคหันไปใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกล และสะดวกสบายมากกว่า

หุ้นที่มีพฤติกรรมปั่นราคาจะมีสูตรสำเร็จในลักษณะเดียวกันคือ การสร้างข่าว การขยายการลงทุน การซื้อทรัพย์สิน หรือซื้อกิจการบริษัทอื่น รวมทั้งบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ด้วยกัน

การแจกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญหรือวอร์แรนต์

การปล่อยข่าวโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของบริษัท และการจุดพลุไล่ราคาหุ้น เพื่อล่อแมลงเม่าให้ตามแห่เข้าไปเก็งกำไร

การซื้อทรัพย์สิน กิจการ หรือบริษัทจดทะเบียนจะใช้เงินจากการออกหุ้นกู้ โดยวิ่งหาบริษัทจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถแจกเครดิตเกรดดีๆ ได้ง่าย เช่นเดียวกับ STARK และมีบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งเสนอตัวเป็นตัวแทนผู้จำหน่ายหุ้นกู้ จนระดมเงินจากหุ้นกู้ได้หลายพันล้านบาท

บริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กบางแห่งสร้างภาพเป็นกิจการขนาดใหญ่ มีบริษัทย่อยในเครือข่ายจำนวนนับสิบแห่ง จนนักลงทุนมองว่าเป็นกิจการที่มั่นคง ขณะที่มีเจ้ามือคอยดูแล สร้างมูลค่าการซื้อขายแต่ละวันสูง ราคาบางช่วงขึ้นถูกลากขึ้นอย่างร้อนแรงจนดูเหมือนเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่อง

แต่บริษัทพร้อมล่มสลายได้ตลอดเวลา

หุ้นเก็งกำไรตัวเล็กบางตัวมีจำนวนผู้ถือหุ้นหลายหมื่นคน มากกว่าจำนวนผู้ถือหุ้น STARK เสียอีก ซึ่งหากวันใดบริษัทถึงจุดอวสาน จะสร้างความเสียหายให้นักลงทุนจำนวนมากยิ่งกว่า STARK

ผู้บริหารหุ้นเก็งกำไรตัวเล็กบางคนไม่รู้ไปทำเรื่องร้ายๆ อะไรไว้ จึงต้องคอยระวังตัว โดยมีคนคอยเดินติดตามคุ้มกัน เหมือนกลุ่มคนที่ทำธุรกิจสีเทา ทั้งที่เป็นเจ้าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต้องดำเนินงานด้วยความโปร่งใส และยึดหลักธรรมาภิบาล

นายเอริค เลอวีน อดีตผู้บริหาร บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CAWOW ชาวแคนาดา ซึ่งมาเปิดกิจการฟิตเนส ก่อนหอบเงินสมาชิกหนีคดีฉ้อโกงออกนอกประเทศ โดยยังมีหมายจับติดตามตัวอยู่

ผู้บริหาร CAWOW เคยจ้างตำรวจขับรถตำรวจนำทางจากบ้านย่านฝั่งธนบุรี ส่งถึงสำนักงานย่านสีลม เพื่อคุ้มกัน เพราะรู้ตัวว่ากำลังฉ้อโกง และเกรงกลัวผู้ที่ได้รับความเสียหายจะลอบทำร้าย

ผู้บริหารหุ้นเก็งกำไรตัวเล็กบางคนกำลังก่อพฤติกรรมฉ้อโกง สร้างความเสียหายให้นักลงทุนหรือไม่ จึงต้องจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มกัน

หุ้น STARK เก็บฉากไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ซากศพนักลงทุนทั้งหุ้นกู้และหุ้นสามัญนับหมื่นชีวิต แต่หุ้น STARK 2 อาจตามมาในเร็วๆ นี้

อย่าหวังว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์จะป้องกันไม่ให้เกิด STARK ภาค 2 ได้

แต่นักลงทุนต้องป้องกันตัวเอง โดยสำรวจตรวจสอบว่ามีหุ้นเก็งกำไรตัวเล็กตัวใดที่มีพฤติกรรมสร้างภาพ สร้างข่าวกระตุ้นราคาหุ้น มีการซื้อทรัพย์สิน ซื้อกิจการ ออกหุ้นกู้หลายๆ รุ่น และอยู่ในข่ายอาจล่มสลายเช่นเดียวกับ STARK หรือไม่

ถ้ามีหุ้นเล็กตัวอันตรายอยู่ในพอร์ตต้องรีบตัดสินใจขายทิ้งทันที จะขาดทุนเท่าไหร่ก็ช่าง

เพราะถ้าชะล่าใจ หรือทำใจตัดขายขาดทุนไม่ได้ จะเสียใจที่ตกเป็นเหยื่อหุ้น STARK 2 ในภายหลัง

‘4 รองผู้ว่า กทม.’ เผย ความในใจถึง ‘ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ หลังร่วมงานเพื่อเดินหน้าพัฒนากรุงเทพฯ ครบ 1 ปี

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 66 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงผลงาน ‘365 วัน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ตามนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี’ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการทำงาน

โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้เป็นการแถลงผลงานตนเอง แต่เป็นการแถลงผลงานของทีม กทม. ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งข้าราชการ บุคลากร และ ส.ก. โดยหลักการทำงานในปีแรกจะเป็นปีของการนำนโยบายมาทำ Sandbox หรือต้นแบบ โดยเริ่มต้นจากการทำต้นแบบเล็กๆ นำแนวคิดนโยบายมาทดสอบ เมื่อประสบความสำเร็จ จะเป็นการต่อยอด และขยายผลนโยบายไปสู่การปฏิบัติในวงกว้าง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการแถลง ได้มีการถามความใจในของท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้ง 4 ท่าน กับการทำงานร่วมกับท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยท่านแรก รองศาสตราจารย์วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ตอบว่า…

“จริงๆ แล้ว ผมค่อนข้างคุ้นชินกับสไตล์ารทำงานของท่านอาจารย์ชัชชาติอยู่แล้ว เพราะผมเคยช่วยงานท่านมาก่อน หากถามว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องหงุดหงิดอะไร ก็คงจะเป็นเรื่องของระบบภายในที่มีความล่าช้า และยังไม่รวดเร็วทันใจมากพอ เพราะในหลายๆ เรื่อง ผมคิดว่าเราน่าจะทำได้เร็วกว่านี้ แต่เนื่องจากติดขัดในส่วนของกระบวนการต่างๆ ทำให้การดำเนินการต่างๆ ยังไม่คล่องตัวมากเท่าที่ควรจะเป็น 1 ปีผ่านไปเร็วมากครับ นึกว่าเพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน เพราะท่านผู้ว่าฯ ก็ลงพื้นที่ตลอด และมีโจทย์ใหม่ๆ มาให้ทำ มีปัญหามาให้แก้ไขกันอยู่ทุกวัน คอยตามจัดการสะสางงานที่ได้รับคำสั่งการมาครับ”

ท่านต่อมา รองศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวความในใจว่า…

“เวลาทำงานลงพื้นที่ ท่านผู้ว่าฯ จะชอบถามคำถามว่า “ว่ายังสนุกอยู่หรือเปล่า?” ก็ขอตอบว่า สนุกค่ะ ยังอยากทำอยู่ และยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากทำ ก่อนเข้ามารับตำแหน่ง เคยมีความเชื่อว่าตัวเองมีความรู้เกี่ยวกับ กทม.อยู่พอสมควร แต่เมื่อเข้ามาและเจอนโยบายที่ท่านผู้ว่าฯ อยากให้ทำ มันเหมือนกับว่าเราต้องเรียนรู้ใหม่เกือบทั้งหมดเลย เพราะว่ารายละเอียดต่างๆ มันเยอะมาก และถนนในกรุงเทพฯ ที่เคยคิดว่ามันมีความกว้างเพียงพอ ไม่ได้เล็กอะไร เมื่อลงพื้นที่ อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าถนนหนทางดูเล็กลงไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบมาก คือ ผู้ว่าฯ จะลงพื้นที่ไปดูงานให้ เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้บริหารคนไหน คอยลงพื้นที่ติดตามงานให้มาก่อน ตรวจเช็กความเรียบร้อย เป็นเหมือนกระบวนการตรวจสอบให้ด้วย ซึ่งตรงนี้ช่วยให้งานของรองผู้ว่าทั้ง 4 คนนั้น ลดลงไปมากพอสมควร และยังให้คำแนะนำในส่วนที่เรายังมีความบกพร่อง ว่าควรแก้ไขตรงจุดไหนเพิ่มเติม มีความท้าทายใหม่ๆ ทุกวัน ตอน 6 โมงเช้าจะมีงานใหม่ๆ ส่งมาให้ทุกวัน ก็รู้สึกดีค่ะ มีพลังงานในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม”

ท่านต่อมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวความในใจว่า…

“นอกจากการทำงานที่เราทุกคนจะมีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ลักษณะของผู้บริหารที่มาจากการแต่งตั้ง และมาจากการเลือกตั้ง ย่อมมีความแตกต่างกัน ลักษณะการเข้าถึงประชาชน การใกล้ชิดกับประชาชน การยึดโยงประชาชนเป็นส่วนรวม ก็ย่อมมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น การทำงานก็ย่อมไม่เหมือนกันด้วย การทำงานในตอนนี้ให้ความเป็นอิสระในการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกัน เราทุกคนก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทุกคนที่เลือกตั้งท่านผู้ว่าฯ มา”
.
และต่อมา ท่านสุดท้าย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวความในใจว่า…

“สนุกมากครับ เหมือนเป็นงานในฝันที่เราอยากทำ ทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน และมีความตั้งใจที่อยากจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมากกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นไปในทุกวัน และรู้สึกว่า ถ้าพวกเรามีเวลามากกว่านี้ หรือได้ทำให้ละเอียดมากกว่านี้ ผมเชื่อว่าภาพรวมจะออกมาดีกว่านี้”

นอกจากนี้ ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้กล่าวความในใจของตัวเองทิ้งท้ายไว้อีกด้วย “พวกเราทำงานร่วมกันเป็นทีม ผมต้องขอขอบคุณทุกๆ คน ทุกๆ ฝ่ายที่รวมแรงรวมใจกัน ตั้งแต่ท่านปลัด พี่ๆ เพื่อนๆ ตลอดจนถึงถึงเจ้าหน้าที่ กทม.ทุกท่าน ผมคิดว่าเราไม่มีดีไปกว่าทีมงานของเราได้ ต่อให้นโยบายที่เราคิดกันมาจะดีแค่ไหนก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเปรียบเหมือนโซ่ข้อสุดท้ายที่เชื่อมเรากับประชาชน ถ้าหากเขาไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ทุกอย่างๆ ก็คงไม่มีทางออกมาดีได้ และผมต้องขอกราบเรียนตรงนี้เลยว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ผลงานของชัชชาติ แต่เป็นผลงานของทีม กทม.ทุกคน และงานในหลายๆ เรื่องก็ไม่ใช่งานที่ทำให้สมัยนี้ด้วย เป็นงานที่ต่อเนื่องกันมานานแล้ว จึงขอถือว่าเวลาแถลงก็แถลงในนาม กทม.”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top