Tuesday, 21 July 2026
Hard News Team

หน้าร้อนดันโต!! CPALL รับอานิสงส์หน้าร้อน เครื่องดื่มขายดีกระฉูด หนุน Q2/66 ผงาด โบรกฯ แนะ!! ซื้อ เคาะเป้า 72 บ.

🔴 (14 มิ.ย. 66) บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำ ‘เพิ่มน้ำหนัก’ เข้าลงทุน CPALL โดยแนวโน้มผลการดำเนินงาน Q2/66  เติบโตโดดเด่น โดยล่าสุด SSSG ยังบวกได้ 7-9% y-y จากการบริโภคที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและเป็นช่วงหน้าร้อนทำให้เครื่องดื่มขายดี

🟢 นอกจากนี้ยังได้อานิสงส์จากค่าไฟภาคธุรกิจที่เริ่มปรับลงในเดือน พ.ค. - ส.ค. 66 ส่งผลให้ลดแรงกดดันในด้านค่าใช้จ่าย

⚪ สำหรับแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 66 คาดจะได้อานิสงส์ทางอ้อมจากการปรับโครงสร้างหนี้ Lotus’s ซึ่งทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง ส่งผ่านมายังกำไรของ MAKRO ที่เร่งตัวขึ้น ดังนั้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 66 ที่ 1.7 หมื่นลบ. +30% y-y  แนะนำ ‘ซื้อ’ ราคาเป้าหมาย 72 บาท
 

ซีเค เจิง’ แจง ประเทศนี้ ไม่มีทางล้ม ต่อให้ซาอุฯ-จีน-รัสเซีย-อินเดีย มารวมกัน ก็ยังสู้ไม่ได้

ซีเค เจิง (CK Cheong) นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ ได้โพสต์คลิปสั้นลง TikTok ช่องckfastwork กล่าวถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามันไม่มีทางจะล้มลงได้ โดยได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวไว้ มีใจความว่า …

ประเทศสหรัฐอเมริกา มันไม่มีทางจะล้ม อเมริกามี คำพูดคำหนึ่ง คำว่า Too Big To fail ใหญ่เกินไปจนล้มไม่ได้แล้ว เพราะถ้าอเมริกาล้ม ก็จะอุ้มทั้งโลกล้มไปด้วย นี่คือความเป็นจริง รัสเซีย อินเดีย จีนพยายามทำเงินเหรียญสกุลของตัวเอง สู้สหรัฐอเมริกา สู้ไม่ได้หรอก คนที่คิดว่าประเทศเหล่านี้จะสู้ได้ เขาเพ้อฝัน ขนาดอาวุธรวมกันทั้งโลกยังสู้อเมริกาไม่ได้เลย เศรษฐกิจตลาดหุ้นทั้งโลกสู้ตลาดหุ้นอเมริกาก็ยังสู้ไม่ได้เลย ตราสารหนี้ทั้งโลกรวมกันยังสู้ไม่ได้เลย สู้อเมริกาไม่ได้ คุณจะเอาอะไรไปสู้กับอเมริกา คุณไม่มีอาวุธ คุณไม่มีตลาดหุ้น คุณไม่มีตราสารหนี้

คุณจะล้มอเมริกาได้อย่างไร เงินของเราทุกคนกองอยู่ที่อเมริกา แล้วอเมริกาจะล้มได้อย่างไร น้ำมันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ครองโลกได้ก็จริง แต่มูลค่าของมันก็ยังสู้อเมริกาไม่ได้เลย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น บริษัทที่มีมูลค่า มากที่สุดอันดับ 2 ของโลกคือบริษัทน้ำมันของซาอุ แต่ที่มากกว่าบริษัทนั้นก็คือบริษัท Apple ที่เป็นแค่ 1 บริษัท ใน ตลาดหุ้นของอเมริกา แล้วคุณคิดว่าตลาดหุ้นอเมริกาใหญ่กว่า หรือตลาดน้ำมันของซาอุใหญ่กว่า อย่าไปบอกว่าอเมริกาจะแพ้ อเมริกาไม่มีวันแพ้ ผมไม่ได้เข้าข้างอเมริกา ผมพูดถึงความเป็นจริง คนที่บอกว่าซาอุ จีน รัสเซีย อินเดียมาร่วมกัน

แล้วจะล้มสหรัฐอเมริกา ไม่มีทาง มันเป็นไปไม่ได้ บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของซาอุยังใหญ่สู้กับเบอร์ 1 ในบริษัท ของตลาดหุ้นอเมริกาไม่ได้เลย และสิ่งที่พวกเขาใช้อยู่ทุกวัน นี้ Facebook Amazon Microsoft NVIDIA AI ชิพ ทุกอย่าง มันก็มาจากอเมริกาอยู่ดี แล้วเราจะล้มอเมริกาได้อย่างไร ไม่เอาน่า มันเพ้อฝัน เขาสามารถพยายามได้นะครับ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น ซีเค เจิงกล่าวทิ้งท้าย

“ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย” จับมือ “กระทรวงสาธารณสุข” ดำเนินโครงการ “ดวงตาสดใส ใกล้บ้าน” ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการทั่วประเทศ

ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย มีภารกิจในการจัดเก็บและรวบรวมดวงตาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว ด้วยเทคนิคมาตรฐานสากล เพื่อมอบให้กับจักษุแพทย์นำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการให้ได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาได้อย่างรวดเร็ว “ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย”

นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ร่วมกับ “กระทรวงสาธารณสุข” นำโดยนายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะกรรมการจัดหาและบริการดวงตาแห่งสภากาชาดไทย ได้จัดทำโครงการ “ดวงตาสดใส ใกล้บ้าน” ให้ผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายกระจกตา ณ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ให้เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“กระจกตา” ที่ท่านบริจาค ช่วยผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง

ปัจจุบันโรคกระจกตาพิการ เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็น ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในสังคมด้วยความยากลำบาก รวมถึงประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศจากทรัพยากรมนุษย์ที่เจ็บป่วยและขาดโอกาสในการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว วิธีการรักษาผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการส่วนใหญ่ คือ การผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา

โดยนำกระจกตาของผู้บริจาคดวงตาที่เสียชีวิตแล้วมาปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วย ดังนั้น กระจกตาบริจาคจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

“สธ.” จับมือ “ศูนย์ดวงตา” จัดโครงการ “ดวงตาสดใส ใกล้บ้าน” เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการที่รวดเร็ว

เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข โดยกองบริหารการสาธารณสุข คณะกรรมการการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาตา คณะกรรมการการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ ได้จัดทำโครงการ “ดวงตาสดใส ใกล้บ้าน”

เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการให้ได้รับการปลูกถ่ายกระจกตา ณ โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการบริการที่รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาการรอคอยดวงตาบริจาคลง เพื่อให้ผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาเร็วขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดย ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย และศูนย์ประสานงานการปลูกถ่ายกระจกตาประจำเขตสุขภาพ จะดำเนินการโทรศัพท์ติดตามสอบถามความสมัครใจของผู้ป่วยกระจกตาพิการที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคไว้กับสภากาชาดไทย ให้กลับไปปลูกถ่ายกระจกตาในโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาที่อยู่ใกล้บ้าน

ชวน “ผู้ขึ้นทะเบียนรอรับบริจาคดวงตาก่อนปี 62” อัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตามโครงการ ยังพบอุปสรรคปัญหาสำคัญประการหนึ่ง คือ ข้อมูลของผู้ป่วยบางรายที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยไม่เป็นปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยและโรงพยาบาลเครือข่ายเคยมีอยู่ จึงทำให้ไม่สามารถติดตามผู้ป่วยเข้าร่วมในโครงการได้ ส่งผลทำให้ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคก่อนปีพ.ศ.2562 และยังประสงค์จะรับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเข้าร่วมโครงการ กรุณาติดต่อศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย โทรศัพท์หมายเลข 0 2256 4039-40 ในวันและเวลาราชการ หรือแจ้งแพทย์ในโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรับการรักษา

เพื่อแจ้งข้อมูลของตนเองให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาของผู้ป่วยและเพื่อความรวดเร็วในการให้บริการของโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรับการรักษาต่อไป

ขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณาเผยแพร่ข่าวนี้
กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สภากาชาดไทย
ประสานงาน : นางสาวภริตพร สุธีพิเชฐภัณฑ์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ 4
โทรศัพท์ 08 9555 0211 และ 0 2256 4035 หรือ 1664
 

‘ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม’

‘ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม’ อดีต รมช.สาธารณสุข
เสียชีวิตอย่างสงบ ในวัย 80 ปี

แวดวงสุขภาพเศร้า สูญเสีย ‘ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม’ ที่ปรึกษา สสส. และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

(14 มิ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย) ได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยครอบครัวได้แจ้งกำหนดการบำเพ็ญกุศล และ สวดพระอภิธรรม อุทิศ ณ ศาลา สิทธิสยามการ (ศาลา 4) วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ถ.สุขุมวิท เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ในวันพฤหัสบดี 15 มิถุนายน 2566 ทั้งนี้ เวลา 13.00 น. พิธีรดน้ำศพ และ พิธีฌาปนกิจศพ (ดำเนินการภายในครอบครัว)

วันที่ 16-18 มิถุนายน 2566 เวลา 18.30 น. แสดงธรรมเทศนา และพิธีสวดพระอภิธรรม
วันจันทร์ 19 มิถุนายน 2566 เวลา 10.00 น. แสดงธรรมเทศนา เวลา 11.00 น.สวดพระพุทธมนต์ และ ถวายภัตตาหารเพล เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม ครั้งที่ 1 เวลา 19.30 น. สวดพระอภิธรรม ครั้งที่ 2

ทั้งนี้ พลอยแพรว ศรีแสงนาม ลูกสาวฝาแฝดของ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ได้โพสต์แจ้งข่าวด้วยว่า…

“สวัสดีค่ะ ขออนุญาตแจ้งข่าว คุณพ่อ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ได้จากไปอย่างสงบเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้จัดให้มีงานบำเพ็ญกุศล และสวดอภิธรรม เป็นเวลา 5 คืนด้วยกันค่ะ”
 

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” รุ่นที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2566

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 จัดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” รุ่นที่ 3 ประจำปี 2566 เดินหน้าสร้างแกนนำประชาชนจิตอาสา ร่วมกันทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่หอประชุมเดชะตุงคะ ศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค 3 กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 เป็นประธาน  พิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2566

มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม“หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2566 จำนวน 200 คน ในระหว่างวันที่ 12-28 มิถุนายน 2566  โดยมี  นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และจิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมพิธีดังกล่าว 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 เพื่อผลิตจิตอาสา 904 ซึ่งมีหน้าที่เป็นแกนนำของประชาชนจิตอาสาในการสร้างจิตสำนึกให้กับคนในชาติร่วมกันทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม รวมทั้งเป็นตัวอย่างในการปลูกฝังทัศนคติที่ดี และเป็นต้นแบบให้กับประชาชนในเรื่องความเสียสละ ความมีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ สร้างสรรค์สังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

โดยระหว่างการฝึก ผู้เข้ารับการอบรมได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านสถานที่ฝึก ที่พัก วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ และอาหารพระราชทาน จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งภายหลังสำเร็จการอบรม จะได้รับพระราชทานใบประกาศนียบัตร พร้อมเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” อันเป็นเครื่องหมายแสดงความสามารถ พร้อมจะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าเพื่อทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมและประเทศชาติในอนาคต ปรีชา นุตจรัส นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

ซีจีเอสร่วม มสส. จัดเสวนา 3 งานวิจัย 'พนัน' ชี้เด็กไทยแทงออนไลน์พุ่งกว่า 3 ล้านคน

ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ร่วมกับมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาวิชาการ นำเสนอ 3 ผลงานวิจัย เรื่อง “เปิดพฤติกรรมเยาวชนไทย...รู้เท่าทันภัยพนัน ?” เมื่อวันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2566  ณ โรงแรมแมนดาริน  สามย่าน กรุงเทพ โดยมี นายวิเชษฐ์  พิชัยรัตน์  สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ

รศ.ดร.ณัฐนันท์  ศิริเจริญ   อาจารย์  คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หัวหน้าทีมวิจัย เรื่อง การรู้เท่าทันสื่อชวนพนันออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล  กล่าวว่าการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสาเหตุ,แนวทางการรู้เท่าทันและข้อเสนอเชิง นโยบายในการรู้เท่าทันสื่อชวนพนันออนไลน์

โดยมีทั้งการสุ่มเลือกนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่และจบไปแล้วที่มีพฤติกรรมเล่นพนันออนไลน์ 12 คนและยังได้สอบถามนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีใน มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนอีก 400 คน ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 ถึง เดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมาพบว่าสาเหตุการเล่นพนันออนไลน์นั้นในด้านความรู้ยังไม่มีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียงพอไม่คิดว่าเป็นการเล่นพนันแต่เป็นเพียงเกมออนไลน์ที่มีเงินรางวัลและมีทัศนคติว่าเป็นเพียงการเสี่ยงโชคลุ้นรางวัล ตอบแทน ทำให้สนุกตื่นเต้น และสิ่งที่มีผลต่อพฤติกรรมการการเล่นพนันออนไลน์เพราะพบเห็นสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และ อยู่ในชุมชนที่เล่นพนันออนไลน์จึงมองว่าเป็นเรื่องปกติ

ส่วนการรู้เท่าทันสื่อชวนพนันออนไลน์นั้นนักศึกษาค่อนข้างรู้ดีว่าสื่อโฆษณาเกี่ยวกับการชวนเล่น พนันออนไลน์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวง เป็นเพียงข้อเสนอให้ผู้รับสารเลือกเองว่าจะเข้าไปเล่นหรือไม่ โดยไม่ได้บังคับขู่เข็ญ ดังนั้นการที่นักศึกษาจะเข้าไปเล่นพนันออนไลน์ซึ่ง อาจอยู่ในรูปแบบของเกมก็เป็นเพียงความอยากลองอยากรู้ของตัวนักศึกษาคนนั้น และคิดว่านักศึกษามีอิสระที่จะคิดทำอะไรตามที่ตนเองคิดว่าจะได้เงินมา

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ที่ตนเองต้องการและไม่ คิดว่าการใช้กฎหมายเข้ามาจัดการกับการเล่นพนันออนไลน์ของวัยรุ่นนักศึกษาจะได้ผล เพราะนักศึกษาไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรงหรือสร้างความเสียหายใดๆ เพียงแค่การเข้าไปเล่นเกมและหากฝีมือดี โชคดีก็ จะได้เงินรางวัลตอบแทนกลับมาเท่านั้น จึงไม่คิดว่าต้องเกรงกลัวกฎหมายรวมถึงคิดว่ามีการเก็บส่วยกับ เจ้าของเว็บพนัน จึงเชื่อว่าไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการเพื่อติดตามจับกุมหรือลงโทษมากนัก

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายในการรู้เท่าทันสื่อชวนพนันออนไลน์เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อนักศึกษา ระบุว่าจะใช้รูปแบบการสอนจากครูอาจารย์นั้นไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก  เพราะอาจมีความรู้ในเรื่องพนันออนไลน์ไม่เท่ากับนักศึกษาด้วยซ้ำ ควรใช้การเรียนรู้ที่สนุกสนานผ่านเกมที่วัยรุ่นชอบเล่นกันและ เป็นการเรียนรู้สร้างความเข้าใจและความตระหนักในปัญหาการพนันออนไลน์ในรูปแบบของความบันเทิงจะดีกว่า  รวมทั้งควรให้คนที่เคยมีประสบการณ์จริงยิ่งถ้าเป็นคนดังหรือคนมีชื่อเสียงในสังคมในด้านต่างๆ มาพูดเล่าประสบการณ์จริงของตนเองและบอกถึงข้อดีข้อเสียและข้อควรระวังให้กับนักศึกษา น่าจะได้รับความสนใจและใส่ใจและน่าเชื่อถือรวมทั้งเรียนรู้แบบสนุกสนานมากกว่า ส่วนข้อเสนอเมื่อพบผู้ติดพนันสิ่ง ที่ควรทำคือนึกถึงสิ่งดีๆในตัวเขา

มีสติใจเย็นบอกว่าเขาจะต้องได้รับการช่วยเหลือ ดูแลด้านจิตใจเป็นพิเศษ จัดตารางเวลาการนอนและใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสม กำหนดขอบเขตการใช้เงิน เป็นต้น แต่สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ ตำหนิ บ่น ตัดออกจากครอบครัว คาดหวังว่าเขาจะหายจากการติดพนันในทันทีเมื่อหยุดเล่นพนัน รวมทั้งการใช้หนี้แทนหรือการประกันตัวเมื่อถูกดำเนินคดีและปิดบังหรือไม่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของตัวเองและครอบครัว

ผศ.ดร.ไพฑูรย์ สอนทน อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์กับปัญหาการพนัน ของนักเรียนมัธยมศึกษา จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่าวัตถุประสงค์ของการวิจัยนอกจากต้องการดูความชุกของการเล่นพนันออนไลน์และออฟไลน์แล้วยังต้องการวัดทัศนคติต่อการเล่นพนันและภาวะซึมเศร้า รวมทั้งการ ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการเล่นพนันกับภาวะซึมเศร้า

โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงมัธยม 4 แห่งของจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ 1 แห่ง ขนาดใหญ่ 1 แห่ง ขนาดกลาง 1 แห่ง ขนาดเล็ก 1 แห่ง  จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 3,744 คน ส่วนใหญ่ร้อยละ 42.9 อายุ 14-15 ปี พบว่าทัศนคติในเรื่องการพนันน่าตกใจที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 50.1 มีทัศนคติที่ดีต่อการเล่นพนัน มองว่าการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ถือว่าเป็นการพนันมีคนเห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งร้อยละ 33 แต่ก็มีคนไม่แน่ใจถึงร้อยละ 44.7 ส่วนการซื้อหวยใต้ดินไม่ถือเป็นการพนันมีคนไม่เห็นด้วยรวมร้อยละ 41.1

แต่ก็มีคนไม่แน่ใจถึงร้อยละ 47.8 อย่างไรก็ตามผลวิจัยยังพบข้อมูลที่น่าดีใจคือนักเรียนส่วนใหญ่เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งรวมกันถึงร้อยละ 62.10 หากจะห้ามเล่นการพนันอย่างสิ้นเชิงและยังพบว่านักเรียนร้อยละ 83.0 ไม่เคยเล่นพนันออนไลน์  รวมทั้งนักเรียนมองว่าตัวเองไม่มีปัญหาจากการพนันเลยถึงร้อยละ 89.2 ส่วนคนที่เล่นการพนันออนไลน์ร้อยละ 82.5 เล่น1-4 ครั้งต่อวัน เหตุผลในการเล่นร้อยละ 39.5 เพราะสะดวกเล่นได้ทุกที่  รองลงมา ร้อยละ 28 เพื่อนชวนเล่นเพื่อเข้ากลุ่ม ช่องทางในการเล่นผ่านไลน์ / แอพแชทต่างๆ และเล่นโดยตรงกับเว็บไซต์พนันพอๆกันที่ร้อยละ 54.8 ส่วนอุปกรณ์ที่ใช่เล่นส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือ

ด้านปัญหาและผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียนนั้นพบว่านักเรียนที่มีความถี่ในการเล่นพนันออนไลน์เล่นเป็นบางครั้งมีความเสี่ยงต่อปัญหาการพนัน 3 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ไม่เล่นการพนันออนไลน์ นักเรียนที่มีความถี่ในการเล่นพนันออนไลน์เล่นเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อปัญหาการพนัน 6 เท่าเมื่อเทียบผู้ไม่เล่นการพนันออนไลน์ ส่วนนักเรียนที่มีความถี่ในการเล่นพนันออฟไลน์  ไม่มีความเสี่ยงต่อปัญหาการพนัน และผู้ที่มีปัญหาการติดพนันมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 3 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ไม่มีปัญหาการพนัน ที่น่าตกใจคือเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาของจังหวัดเพชรบูรณ์  มีภาวะซึมเศร้าปานกลางถึงรุนแรง สูงถึงร้อยละ 29.7 และพบว่านักเรียนมีแนวโน้มที่จะเล่นการพนันเมื่อตนเองมีความรู้สึกเหงา เศร้าหรือมีปัญหาสุขภาพจิต นอกจากนั้นเมื่อดูผลกระทบต่อสุขภาพที่มีมากกว่าปัญหาการพนันพบว่านักเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพที่น่าตกใจคือมีนักเรียนถึงร้อยละ 53.6 ที่รับประทานอาหารหวาน / น้ำอัดลมบ่อยๆ นอกจากนั้นร้อยละ 17.8 ดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 8.7 สูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ 5.8 รับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา ร้อยละ 4.3 สูบบุหรี่มวน ร้อยละ 2.5 สูบกัญชา ผลวิจัยจึงชี้ชัดเจนว่าเด็กนักเรียนมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างมากและขณะเดียวกันก็ยังมีความชุกในการเล่นพนันออนไลน์ ในระดับมัธยมศึกษาอยู่ในระดับสูงจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติ หาแนวทางลดการ เข้าถึงและลดผลกระทบโดยเฉพาะภาวะซึมเศร้า   อยากให้โรงเรียนเฝ้าระวังและคัดกรองปัญหาในเด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
นายอุบล สวัสดิ์ผล หัวหน้าทีมวิจัยเรื่อง วัคซีนต้นกล้า..การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เท่าทันการ พนันออนไลน์ในโรงเรียนกีฬา กล่าวว่าทีมวิจัยเลือกพื้นที่วิจัยแบบเจาะจงคือโรงเรียนเทศบาลหนองหญ้าม้าซึ่งเป็นโรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ผ่านแกนนำนักวิจัยสภานักเรียน 25 คน กลุ่มนักเรียน ม.1-ม.6 จำนวน 569 คนและครูแกนนำ 8 กลุ่มสาระ 20 คน

เพื่อศึกษามุมมอง สถานการณ์ พฤติกรรมและผลกระทบ รวมทั้งการทดลองกระบวนการเรียนรู้เท่าทันเพื่อวิเคราะห์เงื่อนไขที่จะนำไปสู่การ ป้องกันและลดผลกระทบรวมทั้งการผลักดันให้เกินมาตรการหรือนโยบายโรงเรียนกีฬาปลอดพนัน โดยการหาวิธีการให้ความรู้เพื่อให้เด็กได้รู้เท่าทันการพนันการพนันออนไลน์ผ่านการตั้งคำถามหลัก 4 คำถามคือ หนึ่ง เมื่อได้ยินคำว่าพนันเรานึกถึงอะไร? สอง มีใครที่เกี่ยวข้องกับการพนันและเกี่ยวข้องอย่างไร?  สาม ผลที่เกิดขึ้นจากพนันออนไลน์และ สี่ ทำไมเราต้องรู้เท่าทันพนันออนไลน์ พบว่าประเด็นเรื่องทัศนคติเมื่อพูดถึงคำว่าเล่นพนันนักเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 44.3 นึกถึงพนันออนไลน์มากที่สุด ชนิดของพนันออนไลน์ที่คิดถึงมากที่สุดคือคำว่าสล็อต สล็อตPG บาคารา ไพ่ ยิงปลา เสือมังกร ไฮโล มีเพียงร้อยละ 24.5 ที่นึกถึงกฎหมาย ศีลธรรมและผลกระทบ  และมุมมองจากนักเรียนหลายคนในการสนทนากลุ่มย่อยเห็นว่าลอตเตอรี่ ไม่ใช่การพนันเพราะ ซื้อขายกันเป็นปกติ ขายเกินราคาก็ไม่ถูกตำรวจจับ

ส่วนการรับรู้พฤติกรรมและการเข้าถึงการพนันของเด็กนักเรียนในโรงเรียนและชุมชนนั้นปรากฏว่ามี นักเรียนถึงร้อยละ 79.5 รู้ว่ามีการเล่นพนันในโรงเรียน เช่น ครูซื้อหวย ร้อยละ 78   รู้ว่ามีคนเล่นพนันในชุมชนเช่นป้าข้างบ้านเล่นไพ่ ลุงเล่นไฮโล ร้อยละ 53.4 เคยรับรู้ว่าผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวเล่นพนันเช่นพ่อ แม่ซื้อหวย พี่เล่นเกมออนไลน์ ส่วนการรู้จักการเล่นพนันส่วนใหญ่ร้อยละ 82.1รู้จากสื่อออนไลน์และเข้าถึงการพนันทั้งออฟไลน์และออนไลน์  ส่วนใหญ่จากช่องทางสื่อออนไลน์ถึงร้อยละ 82.7 สะท้อนให้เห็นชัดเจน ว่าสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อนักเรียนระดับมัธยมมาก นักเรียนมีประสบการณ์เคยเล่นพนันออนไลน์มาหลายประเภททั้งหวยหุ้นไทยและต่างประเทศ ปลากัด แข่งม้า วัวชน ชนไก่ เหตุผลของการเล่นพนันออนไลน์ส่วน ใหญ่ร้อยละ 62.1  เห็นว่าสนุก เพลิดเพลิน ชอบ รู้สึกผ่อนคลาย รองลงมาร้อยละ 21.8 เพราะได้เงินจากการเล่นพนันออนไลน์  

ผลการวิจัยทำให้เห็นว่าพื้นฐานที่แตกต่างกันของนักเรียนทำให้การนิยามความหมาย การพนันจึงหลากหลาย รวมทั้งรายได้และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารส่งผลให้มุมมองด้านทัศนคติ สถานการณ์การรับรู้ การเข้าถึง พฤติกรรมและผลกระทบจากพนันออนไลน์ มากกว่าการพนันปกติที่เด็กเคยมีประสบการณ์ในอดีต  จึงเสนอแนะว่าควรพัฒนาและจัดการเรียนรู้เพื่อเท่าทันพนันออนไลน์ด้วยเครื่องมือ แผนการเรียนรู้เท่าทันพนันออนไลน์ เป็นการสร้างวัคซีนให้กับนักเรียนที่ได้ผลเชิงประจักษ์ โดยนำกระบวนการกลุ่มเรียนรู้ภายใต้แนวคิด EF หรือ Executive Function คือ ความสามารถที่เกิดจากการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ช่วยให้คนเราสามารถควบคุมความคิด อารมณ์ พฤติกรรม มาใช้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนในทุกโรงเรียนซึ่งเป็นกระบวนการยับยั้งชั่งใจและสื่อที่ใช้ก็ควร ออกแบบและให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตัวเองในการเอาตัวรอดหรือการมีภูมิคุ้มกันในตัวเองด้วย

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีศูนย์ฯได้ทำการสำรวจการพนันออนไลน์ในกลุ่มคนอายุ 15-25 ปี พบว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีนักการพนันหน้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก  โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนมีเวลาอยู่บ้านและเล่นอินเตอร์เน็ตมากขึ้น และเห็นการโฆษณาพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 44% เห็นแล้วอยากลอง 26% ลองเข้าไปดู 4% ทดลองเล่น และ 1% แชร์ข้อความโฆษณาไปยังสาธารณะ

ทำให้การโฆษณาพนันออนไลน์ขยายวงกว้างออกไปอีก เราพบว่าคนกลุ่มนี้เล่นการพนันงานเกือบ 3 ล้านคน เพราะเล่นง่าย เล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา หาข้อมูลง่าย และคิดว่าสามารถควบคุมตัวเองได้ อยากเล่นหรืออยากหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ ประกอบกับบางคนเคยเห็น
 

ตำรวจไซเบอร์ ทลายแก๊ง ROMANCE SCAM รวบแล้ว 12 ราย ตุ๋นเหยื่อสูญเงินกว่า 36 ล้าน

สืบเนื่องจากมีคนร้ายใช้เฟสบุ๊ก ชื่อ “Helen” โปรไฟล์เป็นรูปหญิงสวยชาวยุโรป ส่งข้อความมาหาผู้เสียหาย 

และพูดคุยจนสนิทสนมกันโดยสร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายว่ามีความต้องการที่จะมาอยู่กินกันด้วยที่ไทยแต่ขอให้ผู้เสียหายรับพัสดุที่ตนจะส่งมายังประเทศไทยไว้ก่อน จากนั้นมีผู้ใช้ไลน์ “Fast Move Cargo” หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรแจ้งว่าถ้ารับพัสดุจะต้องมีใช้จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 36 ล้านบาทผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กระทั่งศาลอนุมัติหมายจับ นายธนวัฒน์ อายุ 20 ปี ตามหมายจับ ศาลอาญาตลิ่งชัน หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ

ต่อมาวันที่ (12 มิ.ย.66) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า นายธนวัฒน์ ซึ่งเป็นชาวจังหวัดสมุทรปราการ ได้หลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ย่านยานนาวา จึงได้นำกำลังทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหาเดินอยู่บริเวณวัดปริวาสราชสงคราม เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม พร้อมแจ้งให้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์ ผกก.3 บก.สอท.1 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.รัฐกิตต์ บุญสันต์สุขศรี, พ.ต.ต.ศุภกิจ  สมรักษ์ สว.กก.3 บก.สอท.1, ร.ต.อ.ภูมิ มั่นเมือง รอง สว.กก.3 บก.สอท.1, ร.ต.อ.อนุสรณ์ กรอบเพ็ชร รอง สว.กก.3 บก.สอท.1 ดำเนินการจับกุม

ตำรวจ ปส.(NSB) ทลายเครือข่ายยาเสพติดผ่านระบบขนส่งทางพัสดุรายใหญ่ ยึดไอซ์ได้กว่า 350 กก.

ตำรวจ ปส.(NSB) ทลายเครือข่ายยาเสพติดผ่านระบบขนส่งทางพัสดุรายใหญ่  ยึดไอซ์ได้กว่า 350 กก. มูลค่ามหาศาลและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดได้ 4 เครือข่ายเป็นยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด ไอซ์ 300 กก. คีตามีน 30 กก. ก่อนแพร่กระจายภายในประเทศ และส่งผ่านต่อไปต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.66 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส., พล.ต.ต.สมกิต พุ่มวารี ผบก.ขส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.คมสิทธิ์  รังไสย์  ผบก.ปส.3 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และ กอ.รมน. ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบาย ตร. ประกอบกับการเดินหน้าทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่และรายย่อยตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. อย่างเข้มข้น ล่าสุดตำรวจ ปส.(NSB) สามารถทลาย 4 เครือข่าย ผู้ต้องหา 11 คน พร้อมของกลางไอซ์ 650 กก., ยาบ้า 12 ล้านเม็ด และคีตามีน 30 กก.
 
คดีที่ 1 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.66 เวลาประมาณ 17.15 น. ตำรวจ ปส.3 จับกุม 3 ผู้ต้องหาคือ นายกฤษณ์, นายยิ่งยศ และนายบุญเลิศ หลังได้สืบสวนติดตามกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดซึ่งใช้วิธีการส่งพัสดุไปกับบริษัทขนส่งเอกชน กระทั่งทราบว่าจะมีการส่งยาเสพติดทางพัสดุจำนวนมากอีกครั้ง ตำรวจ ปส.3 จึงได้สืบสวนจับกุม โดยทราบว่า นายบุญเลิศ ได้นำยาเสพติดส่งพัสดุและระบุให้รถขนส่งนำยาเสพติดไปวางไว้หน้าบ้านเลขที่ 316 ซึ่งเป็นบ้านร้าง ภายในซอยอ่อนนุช 70/1 แยก 2  ต่อมาได้มีนายกฤษณ์ ได้ขับรถกระบะมาหยิบกล่องพัสดุทั้งหมดขึ้นใส่ท้ายรถ ส่วนนายยิ่งยศ เพื่อนร่วมแก๊งค์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนคอยคุ้มกัน ก่อนจะขับรถตามกันออกไป ตำรวจ ปส.3 จึงนำกำลังเข้าสกัดจับกุมนายกฤษณ์ และนายยิ่งยศ ได้ที่บริเวณถนนในซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ลานจอดรถข้างโรงแรมเดอะสปริง ต่อเนื่องบริเวณทางเข้าออกจากสันติภาพลานจอดรถซอยสุภาพงษ์ 3 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตรวจสอบพบ ไอซ์ซุกซ่อนในซองสีน้ำตาลห่อละประมาณ 20 กก. จำนวน 20 ห่อ น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถตู้ทึบที่ใช้ลำเลียงไอซ์มาส่งพัสดุ 1 คัน, รถกระบะ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากนั้น ได้ติดตามจับกุมนายบุญเลิศ ได้ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยได้นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ปส.3 ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
 
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.66 ตำรวจ ปส.3 ร่วมกับหน่วย AITF ประกอบด้วย ป.ป.ส., ศุลกากร และ ศรภ. จับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม คือ นายฟาน ทัน กวิ๊ และนายโฮ ตรุง เงียน โดยตำรวจ ปส.3 สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นผู้ว่าจ้างรถตู้รับจ้างให้ไปส่งที่โรงแรม ในซอยสุขุมวิท 24 จึงได้ติดตามและพบว่าทิ้งกล่องลังไม้บรรจุยาเสพติดไว้ที่โรงแรมดังกล่าว จึงเชื่อว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ ต่อมาตรวจสอบพบคีตามีนซุกซ่อนในโมเดลตุ๊กตา น้ำหนัก 29 กก. ซึ่งผู้ต้องหารับว่า เป็นยาเสพติดที่เตรียมจัดส่งไปต่างประเทศ และพบคีตามีน 143 กรัมและ เอ็กซ์ตาซี่ 150 กรัม พร้อมตรวจยึดเงินสด 51,000 บาท และสินค้าแบรนด์เนมกว่า 700,000 บาท จึงจับกุมผู้ต้องพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ปส.3 ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.66 เวลาประมาณ 13.40 น. ตำรวจ ปส. บก.สกส. ร่วมกับ บก.ขส. ร่วมจับกุมตัว นายชิตวร และนายพงษ์ศรี พร้อมยาเสพติดไอซ์ 300 กก.และยาบ้า 1,000,000 เม็ด ได้ที่บริเวณแยกเขาทราย ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร หลังสืบทราบว่าเครือข่ายนี้จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ทางภาคเหนือ จะมาส่งมอบให้กับลูกค้าอีกทอดหนึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรี  จึงวางแผนจับกุม โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.66 เวลาประมาณ 13.40 น. ตำรวจ บก.สกส. ได้วางกำลังตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ได้พบรถกระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 2ฒช 24xx กทม. และรถกระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 10xx สุโขทัย ขับขี่ไปถึงแยกเขาทราย ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร มีพฤติการณ์น่าสงสัยและลักษณะตรงกับข้อมูลที่ได้รับ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจสอบรถกระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน บม 10xx สุโขทัย ซึ่งมีนายชิตวร เป็นผู้ขับขี่ พบยาเสพติดไอซ์น้ำหนัก 300 กก. ซุกซ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะ ซึ่งมีผ้าใบสีดําคลุมปดทับไว้และตรวจค้นพบยาบ้า จํานวน 1,000,000 เม็ด ซุกซ่อนบริเวณ   ที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังคนขับของรถยนต์คันดังกล่าว

และจับกุมนายพงษ์ศรี ซึ่งขับขี่รถกระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน  2ฒช 24xx กทม. ทำหน้าที่รถนําทางและสํารวจเส้นทาง จากนั้นได้ติดตามไปตรวจยึด รถกระบะมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน บล 40xx พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนายแย้ง (หลบหนี) ผู้ร่วมขบวนการยาเสพติด ได้จอดรถทิ้งไว้ ที่บริเวณริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 ต.วังบ่อ อ.หนองบัว จว.นครสวรรค์ ตำรวจ บก.สกส. จึงจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดําเนินคดี ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีและบุคคลในเครือข่ายนี้ต่อไป
 
คดีที่ 4 สืบเนื่องจากตำรวจ ปส.2 ได้จับกุมยาเสพติด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อ่างทอง จากนั้นได้สืบสวนขยายผล จนทราบว่าวันที่ 7 มิ.ย.66 เครือข่ายนี้จะนำยาเสพติดจำนวนมากไปส่งที่ จ.สระบุรี โดยมีนายบุญครอง และน.ส.ธิดา ซึ่งเป็นสามีภรรยา ได้ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีบรอนซ์ ทะเบียน บจ 49xx บึงกาฬ ซุกซ่อนยาเสพติดที่กระบะท้ายบรรทุกยาบ้า จำนวน 19 กระสอบ มีการอำพรางโดยติดคอกเหล็กที่กระบะหลัง ในลักษณะที่ให้เห็นว่าเป็นการบรรทุกสิ่งของทั่วไป แล้วคลุมด้วยผ้ากันฝนและปกคลุมผ้าสแลนสีดำอีกชั้นหนึ่ง โดยขนยาเสพติดจาก อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร เพื่อนำไปเก็บไว้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อรอส่งให้ลูกค้า โดยมี น.ส.บุหลัน และนายมะณูน      ใช้รถยนต์หมายเลขทะเบียน บธ 31xx นครพนม ทำหน้าที่สำรวจเส้นทางจาก อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร  ตำรวจ ปส.2 ได้สืบสวนติดตามรถทั้ง 2 คัน โดยตลอด จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.45 น. ของวันที่ 7 มิ.ย.66 พบว่ารถคันหมายเลขทะเบียน บจ 49xx บึงกาฬ ซึ่งบรรทุกยาเสพติด มีนายบุญครอง เป็นผู้ขับขี่ และน.ส.ธิดา นั่งไปด้วย ได้เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันบางจาก ต.ขนงพระ อ.ปางช่อง จ.นครราชสีมา จึงได้แสดงตัวจับกุม  จากการตรวจค้นพบยาบ้า 19 กระสอบ จำนวน 10,000,000 ล้านเม็ด ในรถคันดังกล่าว

ขณะเดียวกันตำรวจ ปส.2 อีกชุด ซึ่งติดตามรถคันหมายเลขทะเบียน บธ 31xx นครพนม ได้จับกุมตัวนายมะณูน และ น.ส.บุหลัน ได้ที่บริเวณ ถ.มิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 พร้อมยาเสพติดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 เพื่อดำเนินคดีและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป 

คดีที่ 5 เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.66 เวลาประมาณ 17.00 น. ตำรวจ ปส.3 ได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติด ยาบ้า 1,000,000 ล้านเม็ด ได้ที่บริเวณที่พักริมทาง กม.24 ต.ทุ่งขั่วพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยก่อนเกิดเหตุ ตำรวจ ปส.3 ได้สืบสวนทราบว่า เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มลีซอ จะลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากไปส่งให้ลูกค้า จึงเฝ้าติดตามจับกุม จนกระทั่งพบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเล็ต ทะเบียน ขห 79xx เชียงใหม่ ขับขี่ผ่านมาถึงที่เกิดเหตุ ท่าทางพิรุธน่าสงสัย  จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ปรากฏว่าผู้ขับขี่ได้จอดรถแล้ววิ่งหลบหนีลงข้างทาง ซึ่งเป็นพื้นที่เขาสูงชัน แล้วอาศัยความชำนาญพื้นที่ หลบหนีไปได้ ตำรวจ ปส.3 ได้ตรวจสอบพบยาบ้ารวม 500 มัด จำนวน 1,000,000 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสารรถยนต์ และภายในฝากระโปรงท้ายของรถคันดังกล่าว จึงได้ตรวจยึดยาเสพติดและรถของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องและติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีต่อไป

สำหรับเดือน พ.ค.66 ตำรวจ ปส. สามารถจับกุมยาเสพติดรายสำคัญได้ 18 คดี ได้ผู้ต้องหา 54 คน ของกลางยาบ้า 20 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 220 กก., ไอซ์ 3,250 กก.โดยยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดมาได้นั้นพนักงานสอบสวนจะส่งไปตรวจพิสูจน์ยังหน่วยที่กำหนดไว้ อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส.,กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากนั้นยาเสพติดของกลางจะถูกเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อการทำลายต่อไป

14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 ‘พระเจ้าตาก’ เปิดยุทธการ ‘ทุบหม้อข้าว’ ก่อนนำทัพบุกยึด ‘เมืองจันทบูร’

วันนี้เมื่อ 256 ปีก่อน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สั่งทุบหม้อข้าวก่อนบุกตีเมืองจันทบูร นับเป็นยุทธการที่ลือลั่นจวบจนถึงทุกวันนี้

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2310 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ เมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพ บุกยึดเมืองจันทบูร โดยก่อนเข้าตีเมือง ได้ปลุกขวัญกำลังใจเหล่าทหารด้วยการ ‘ทุบหม้อข้าว’ หมายจะได้กินข้าวเช้าในเมืองจันทบูร หากตีเอาเมืองไม่ได้ ก็ให้ตายด้วยกันเสียให้หมด ถือว่าเป็นกลศึกที่ปลุกขวัญกำลังใจแก่ทหารกล้าเป็นอย่างมาก และเป็นยุทธวิธีอันลือลั่นมาจนถึงทุกวันนี้

ภายหลังเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน เจ้าตากเดินทัพจากระยองผ่านแกลงเข้าบางกระจะ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การยึดเมืองจันทบูรเป็นที่มั่นเพื่อรวบรวมกำลังพลกลับมาสู้ แต่ทว่าเจ้าเมืองจันทบูรไม่ยอมสวามิภักดิ์ เจ้าตากต้องการยึดเมืองจันทบูรไว้เป็นที่มั่นเพื่อรวบรวมกำลังมาตีพม่า จึงสั่งทหารทุกคนว่า

“เราจะตีเมืองจันทบูรในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเสร็จแล้ว ทั้งนายไพร่ให้เททิ้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองเอาพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ ก็จะให้ได้ตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว”

ครั้นถึง วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เวลา 19.00 น. เจ้าตากจึงได้สั่งให้ทหารไทยและจีนลอบเข้าไปอยู่ตามสถานที่ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ให้คอยฟังสัญญาณเข้าตีเมืองพร้อมกัน เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าตากก็ขึ้นคอช้างพังคีรีบัญชร ให้ยิงปืนสัญญาณพร้อมกับบอกพวกทหารเข้าตีเมืองพร้อมกัน ส่วนเจ้าตากก็ไสช้างเข้าพังประตูเมืองจนทำให้บานประตูเมืองพังลง ทหารเจ้าตากจึงกรูกันเข้าเมืองได้ พวกชาวเมืองต่างพากันละทิ้งหน้าที่หนีไป ส่วนพระยาจันทบูรก็พาครอบครัวลงเรือหนีไปยังเมืองบันทายมาศ เจ้าตากตีเมืองจันทบูรได้ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 7 แรม 3 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เพลา 3 ยามเศษ ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน

หลังจากนั้น เจ้าตากได้เคลื่อนทัพไปยังเมืองตราด พวกกรมการและราษฎรเกิดความเกรงกลัวต่างพากันมาอ่อนน้อมโดยดี ที่ปากน้ำเมืองตราดมีเรือสำเภาจีนมาทอดทุ่นอยู่หลายลำ เจ้าตากได้เรียกนายเรือมาพบ แต่พวกจีนนายเรือขัดขืนต่อสู้ เจ้าตากจึงนำกองเรือไปล้อมสำเภาจีนเหล่านั้น ได้ทำการต่อสู้กันอยู่ประมาณครึ่งวันเจ้าตากก็ยึดสำเภาจีนไว้ได้หมด ได้ทรัพย์สินสิ่งของมาเป็นจำนวนมาก

แผนการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา เจ้าตากได้เดินทางกลับจากตราดมาตั้งมั่นรวบรวมผู้คนอยู่ที่เมืองจันทบูร เพื่อวางแผนปฏิบัติการรบเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาคืนจากข้าศึก พร้อมกับสั่งให้ต่อเรือรบและรวบรวมเครื่องศัตราวุธและยุทธภัณฑ์ภายในเวลา 3 เดือน พร้อมกับฝึกไพร่พลให้พร้อมที่จะปฏิบัติการ

เมื่อสิ้นฤดูมรสุมในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2310 เจ้าตากได้ยกกองทัพเรือจากจันทบูรเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเข้าโจมตีข้าศึกที่เมืองธนบุรี เมื่อเจ้าตากยึดเมืองธนบุรีและปราบนายทองอินได้แล้ว จึงเคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยาเข้า ยึดค่ายโพธิ์สามต้นปราบพม่าจนราบคาบ สามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมา เมื่อวันศุกร์ เดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 13.00 น. ใช้เวลา 7 เดือนหลังจากคราวเสียกรุงศรีอยุธยา

เปิดสเปค สาวเกาหลี ดูจากรายได้ ของฝ่ายชายเป็นหลัก ขั้นต่ำต่อปี ต้องมี 1 ล้านอัพ และถือครองอสังหาริมทรัพย์ อีกต่างหาก

ผู้ใช้ TikTok ที่มีชื่อว่า priminseoul ได้โพสต์คลิปสั้น เกี่ยวกับ สเปคของสาวเกาหลี ในการที่จะหาคู่ครอง และแต่งงาน โดยมีใจความว่า ...

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมไม่เคยเห็นผู้หญิงเกาหลีเป็นแฟนหรือว่าแต่งงานกับผู้ชายไทยเลย.. ยังไงก่อนจะบอกสาเหตุ มาดูอัตราการแต่งงานของคนเกาหลีกับคนต่างชาติ ถ้าเป็นผู้ชายเกาหลี สัญชาติของผู้หญิงต่างชาติที่ผู้ชายเกาหลี จะแต่งงานด้วยมากที่สุด ก็คือจีน เวียดนาม ไทย ญี่ปุ่นและคนอื่นตามลำดับ ส่วนถ้าเป็นผู้หญิงเกาหลีจะแต่งงานกับผู้ชายสัญชาติจีน อเมริกา เวียดนาม แคนาดา อังกฤษ และอื่น ๆ ตามลำดับ

ทุกคนเห็นไหมผู้ชายเกาหลีส่วนใหญ่ จะเลือกแต่งงานกับผู้หญิงที่มาจากเอเชีย แต่ถ้าผู้หญิงจะเลือกแต่งงานกับคนอเมริกา ยุโรปเป็นส่วนใหญ่ จากผลสำรวจปี 2020 พบว่าคู่ครองที่ผู้หญิงเกาหลีอยากได้เนี่ย ก็จะดูจากสิ่งพวกนี้เป็นหลัก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ รายได้กับทรัพย์สินที่ผู้ชายต้องมี ขั้นต่ำต่อปีต้องเริ่มที่ 40 ถึง 60 ล้านวอน ต้องมีทรัพย์สินหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ 200 ล้านวอนซึ่งถ้าผู้ชายต่างชาติหรือผู้ชายคนนั้นคนไหนที่มีคุณสมบัติตรงตามนี้ ก็ถือว่าน่าจะเป็นไปได้

แต่ก็อย่างที่รู้กัน รายได้ขั้นต่ำของประเทศเราเนี่ย แทบเทียบไม่ติดเลย หรือที่จะเป็นไปได้ก็จะเป็นพวกนักธุรกิจ ดารานักแสดง พวกนี้ เป็นไงบ้างคะ พอเห็นสเปคของสาวเกาหลีแล้วหนุ่มไทยยังสู้อยู่ไหมคะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top