Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

ร่วมโปรโมต ‘EV Smart Building’ ณ อาคารจอดรถรามาธิบดี-พลังงานบริสุทธิ์

(27 ก.ค. 66) สาวงามผู้เข้าประกวดเวทีนางสาวถิ่นไทยงาม กว่า 23 คน เดินสายร่วมโปรโมต ‘EV Smart Building’ by EA Anywhere อาคารต้นแบบแห่งแรกที่ติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้ามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เป็นจำนวน 578 เครื่อง เดินหน้าส่งเสริมความยั่งยืนด้านพลังงาน ภายใต้แนวคิด ‘Sustainable Beauty’ พลังแห่งความงามที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมี ศ. นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ ให้การต้อนรับ ณ อาคารจอดรถรามาธิบดี - พลังงานบริสุทธิ์

อนึ่ง สำหรับประชาชนที่มารับบริการที่โรงพยาบาลรามาธิบดี สามารถนำรถยนต์ (เฉพาะรถยนต์เท่านั้น) เข้าจอดได้ที่อาคารจอดรถรามาธิบดี - พลังงานบริสุทธิ์ ได้ทุกวัน เวลา 05.00 - 21.00 น. โดยไม่สามารถจอดรถยนต์ค้างคืนได้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.eaanywhere.com

‘ณเดชน์’ แฮปปี้!! พร้อมเป็นพ่อบ้านดูแล ‘ญาญ่า’  ส่วนฤกษ์ขออุบไว้ก่อน ยันยืน ไม่ใช่ปีหน้าแน่นอน

(27 ก.ค. 66) ค่าย เมจิค อีฟ วัน เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด จัดพิธีบวงสรวงละคร ‘สืบลับหมอระบาด’ ไปเมื่อช่วงเช้า งานนี้ ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ ก็เลยอัปเดตเรื่องงานวิวาห์สาว ‘ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์’ ลั่นต้องอุบเป็นความลับเรื่องฤกษ์ แต่ยังไม่ใช่ปีหน้าแน่นอน

“ฤกษ์จริงๆ ก็ได้แล้วแต่ว่าอุบไว้ก่อน ยังดูเรื่องของงาน ณ เวลานั้นด้วย ดูไว้หลายอย่าง ดูไว้หลายเดือนด้วย ดูเก็บไว้ก่อนครับ เผื่อว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นมันก็จะได้ไม่กระทบอะไร ขอเป็นเรื่องที่แค่คุยกับน้องไว้ก่อน ยังอยากให้เป็นความลับอยู่ เราก็ยังไม่ได้เจาะจงฤกษ์ ด้วยงานด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันก็ค่อนข้างเยอะ ก็ไม่รู้ว่าเราจะมีเวลาทำมันหรือเปล่า ยังไม่ใช่ปีหน้าครับ ฤกษ์ที่ลงตัวจริงๆ มันก็มีหลายฤกษ์นะครับ แต่จะเมื่อไหร่มากกว่า จริงๆ แล้วใน 1 ปี หรือปีหน้าเอง ก็ค่อนข้างจะมีฤกษ์อยู่หลายวัน เราก็ยังต้องดูอะไรหลายๆ อย่างด้วย”

“เรายังไม่ได้วางแผนเรื่องลดงาน เพราะรับไว้หมดแล้ว ลดไม่ได้นะครับ ตอนนี้ก็ได้แต่ดูไอเดีย ในพินเทอเรส คุยกัน ปรึกษากัน reference ถ้าเรามีปี ถ้าสมมติเป็นอย่างนี้เราจะทำยังไง เราก็วาดฝันอะไรสวยๆ งามๆ ไว้ของเรา สนุกดีครับ ดีที่เราได้แชร์กัน”

>> ญาญ่ามีธีมในฝัน คุยกันก็สนุกดี?

“มีครับ เขาก็ถามผมด้วยว่าผมชอบแบบไหน เราก็ชอบในแบบที่เขาชอบด้วย สนุกดีครับ เราก็คุยเรื่องนี้กันในบางครั้งบางคราว ชวนกันมาคุยเรื่องนี้กันดีกว่า”

>> ฝ่ายหญิงชุดเจ้าสาว 7 ชุดก็พร้อมเปลี่ยนตาม?

“ก็คงต้องเปลี่ยนตาม จริงๆ แล้วตัวผมเองก็มีอะไรแฟนซีเยอะเหมือนกัน (เสื้อลายดอกของเราจะได้ไปเฉิดฉายในงานแต่งเรา?) ก็อาจจะไม่แน่ คงจะมีงานที่เป็นแบบไทยๆ เรายังไม่ได้วางแผนอะไรเลย เราแค่ลิสต์ไอเดียไว้ อันไหนที่มันมีความเป็นไปได้ อันไหนที่เหมาะสม ไม่ได้เกินความจำเป็นจนเกินไปเราก็จะทำ อะไรที่เราดูแล้วเหนื่อยมากเกินกำลังเราไปก็คงจะตัดออก เราไม่ได้ตามใจน้องทั้งหมด แชร์ๆ กัน จริงๆ แล้วเชื่อว่าการตัดสินใจของเขา ผมเองก็มีความสุขด้วยในสิ่งที่เขารู้สึกว่าเขาชอบ เราไม่รู้สึกอึดอัด ขัดแย้งอะไรด้วย เป็นเรื่องที่ดี” 

>> แฮปปี้ได้ดูแล แม้ต้องเป็นพ่อบ้านเอง?

“ผมโอเคนะครับ ผมแฮปปี้มากที่ได้ดูแลเขา เรื่องทำความสะอาดใดๆ ไม่ยากสำหรับผมเลยครับ ตอนที่มาอยู่กรุงเทพฯ กับคุณพ่อก็ต้องกวาดบ้าน ล้างห้องน้ำ ทำอาหาร ดูแลตัวเอง จริงๆ ตัวเขาก็ทำได้ แต่เขาอยากจะช็อปปิ้งมากกว่า ผมเชื่อในเทสเขาครับ เราเตรียมใจไว้แล้วครับ พูดเล่นครับพูดเล่น ถึงเวลาผมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว เต็มใจทำครับ”

>> อาจต้องโทรระบายกับ ‘หมาก ปริญ สุภารัตน์’ เพราะต้องเป็นพ่อบ้านเหมือนกัน?

“ก็คงต้องปรึกษากันครับ คงจะแบบโทรระบายอารมณ์ มึง!! กูแบบว่า…ทุกคืนด้วยนะ ระบายอารมณ์กัน แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีโทรระบายนะครับ มีแต่คุยกันเรื่องดีๆ”

รอง ปธ.สภายุโรป เรียกร้องไทย เคารพเจตจำนง ปชช.  ลั่น!! 'พิธา' ต้องได้จัดตั้งรัฐบาล ปชต.ไม่ควรถูกขวาง

หลังจากจบการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 66 สถานการณ์การเมืองไทย ก็กลายเป็นที่จับตาของคนทั่วโลก ท่ามกลางคำถามว่าใครจะได้เป็น ‘นายกรัฐมนตรีคนที่ 30’ ของประเทศไทย และหลังจากที่มติรัฐสภา 395 เสียง ตีตกเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ให้โหวตเป็นนายกฯ ซ้ำ ซึ่งทางด้านพรรคก้าวไกล จึงได้ส่งไม้ต่อให้กับพรรคอันดับที่ 2 ซึ่งคือพรรคเพื่อไทย เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลกับอีก 8 พรรคร่วม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา เฮดิ เฮาตาลา รองประธานสภายุโรป ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว หลังแชร์ข่าวของเว็บไซต์ ยูโรนิวส์ ที่นำเสนอข่าวของ พิธา ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

โดย เฮดิ ได้ทวีตข้อความแปลเป็นไทย ระบุว่า "ฉันขอเรียกร้องให้ทางการไทย เคารพเจตจำนงของประชาชนไทย และผลการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลได้รับชัยชนะอย่างมีนัยสำคัญ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ต้องได้จัดตั้งรัฐบาล ประชาธิปไตยไม่ควรถูกขัดขวาง"

รู้จัก ‘ดอนพุด เอ็นเตอร์ไพรซ์' วิสาหกิจชุมชนแห่งสระบุรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ด้วยพลังของทุกคน

เมื่อไม่นานนี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี @ohmmypatcharapatch หรือ ‘นายอำเภอโอม’ นายอำเภอประจำอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ได้โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับ ‘ดอนพุด เอ็นเตอร์ไพรซ์’ โดยระบุว่า…

“ตัวอำเภอเองยังไม่สามารถหาเงินเหมือน นปต. ของเทศบาลได้ เพราะฉะนั้น ทางอำเภอจึงตั้งบริษัทบริษัทนึงขึ้นมา และบริษัทที่เรากำลังจะตั้งคือ ‘บริษัทดอนพุด เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด’ ซึ่งต่อจากนี้ผมจะเรียกย่อๆ ว่า ‘DE’ (Donphut Enterprise) ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรับซื้อผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผักโมโรเฮยะ เห็ดมิลค์กี้ ยามาบูชิตาเกะ และข้าวเจ๊กเชยเสาไห้”

และหลังจากนั้นอีก 1 ปี บริษัทฯ จะแปลงร่างไปเป็น ‘บริษัทวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม’ ลูกบ้านของพวกท่านทุกคนสามารถ ‘ถือหุ้น’ ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย บริษัทฯ นี้ จะกลายเป็นของ ‘คนดอนพุด’ ไม่ใช่แค่ของอำเภออีกต่อไป ใช้เวลาแค่ปีกว่าๆ ถ้าอำเภออยากติดแอร์ในห้องนี้ หรืออยากติดลำโพงใหม่ให้ดูสวยๆ หรืออยากทำเวทีให้มันดีๆ อยากทำโต๊ะประชุมให้มันสวยงาม สามารถขอเงินจาก ‘SE’ ได้เลย  

‘อ้วน รังสิต’ อัดคลิปขอโทษภรรยา หลังหอบลูกหนีกลับเกาหลี เหตุทะเลาะกันแรง แถมตนใช้อารมณ์ตัดสิน สัญญาจะไม่ทำอีก

(27 ก.ค. 66) ทำเอาหลายคนต่างส่งกำลังใจให้กับ ‘อ้วน รังสิต ศิรนานนท์’ หลังเจ้าตัวได้โพสต์โซเชียลรูปภรรยาสาวชาวเกาหลี ‘ปาร์คฮยอนซอน’ หรือ ‘มะม่วง’ พร้อมข้อความว่า ‘Come back please’ และยังได้อัดคลิปลงเพจ Fatmango family โดยใช้แคปชันว่า “มะม่วง ผมขอโทษ เราอย่าเลิกกันเลย” โดยในคลิป อ้วน รังสิต ได้ระบายความในใจไว้ว่า….

“ตอนนี้ก็ได้เผชิญกับ…เรียกว่าเป็นสิ่งที่เศร้าใจ ทุกข์ใจ แล้วก็หนักใจที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ครับ คือแต่ละครอบครัวก็มีปัญหาชีวิต มีปัญหาครอบครัวที่แตกต่างกันไป ทุกๆ ครอบครัวก็มีปัญหาแหละ แต่ครอบครัวผมเรียกว่ามันก็มาถึงจุดที่เรียกว่า ทางตันของความรัก ชีวิตครอบครัวเลยก็ว่าได้นะครับ

ตอนนี้ที่บ้านหลังนี้ภรรยากับลูกของผมก็ไม่ได้อยู่แล้วนะครับ เพราะว่าเขาทั้งสองคนบินกลับไปที่เกาหลีแล้วครับ เพราะว่าทุกครั้งที่เรามีปัญหาทะเลาะกัน ตัวผมเองก็เรียกว่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาก็ว่าได้ หลายครั้งผมก็จะพูดกับเขาว่า ถ้าคุณไม่มีความสุข คุณมีปัญหา ไม่ชอบใจ คุณก็กลับเกาหลีไปเลย

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายๆ ครั้งที่ผมพูดแบบนี้ แต่ว่าครั้งนี้เขากลับเกาหลีจริงๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่จุกอกจริงๆ ว่า เขาทำอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าเขาจะทำได้ เขาเพิ่งกลับไปเมื่อคืนนี้เอง ช่วงนั้นผมออกไปข้างนอก ไปหาเพื่อน เขาก็พาลูกบินกลับเกาหลีไปเลย กลับมาที่บ้าน มองไปที่บริเวณบ้าน ก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้เราสร้างขึ้นมาเพื่อภรรยาและลูก ถ้าเขาไม่อยู่แล้วบ้านจะมีความหมายอะไร

ปัญหาที่มันเข้ามาในชีวิต ที่มันสะสมมา มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยมากเลยที่เราควรที่จะแก้ปัญหาและจัดการกับมันให้ได้ แต่สิ่งที่ทำ ผมกลับใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหามากเกิน จนทำให้กระทบกระเทือนจิตใจทั้งสองฝ่ายแล้วก็ลูกด้วย เราเป็นผู้นำครอบครัวทำไมเรื่องแค่นี้เรากลับเห็นแก่ตัว เรากลับใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาทุกอย่าง

ตอนแรกเลยผมคิดว่าทำไมผมต้องยอม ทำไมผมต้องไปคุยกับเขาก่อน แต่หลังจากที่อารมณ์มันดีขึ้น ก็เลยคิดได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องใช้ทิฐิในการตัดสินกับปัญหาชีวิตหรือว่าใช้อารมณ์ เพราะว่าการใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาอะไรที่จะคอยเหมือนเอาน้ำมันราดเข้าไปในกองไฟ มันก็มีแต่แย่ลง

เพราะฉะนั้นผมก็จะพูดตรงนี้เลยว่าผมจะไม่ทำอีกแล้ว ผมก็สัญญากับทุกคน สัญญากับมะม่วงแล้วก็ลูกของผมว่า ผมจะเป็นคนที่ดีขึ้น เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี เพราะว่าตัวลูกเองก็คงอยากจะมีพ่อ มีแม่ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แล้วก็รักกัน

ลองนึกย้อนไปวันที่เรารักกัน เราแต่งงานกัน วันที่สัญญากันว่าจะรักกันแล้วจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป พอเรานึกย้อนกลับไปแล้ว ก็เลยดึงสติได้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันไม่ถูก ทำไมเราถึงทำได้แค่นี้ ความอดทนทำไมเรามีแค่นี้ เราจะต้องใช้ความอดทนให้มากกว่านี้ เพื่อประคับประคองให้ครอบครัวเราไปต่อได้ และอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่ใช่เพื่อใคร อยากน้อยก็เพื่อลูกของเราเอง

หลังจากนี้ผมจะทำให้ภรรยาแล้วก็ลูก แล้วก็อุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อเขา วันไหนที่มีปัญหากันอีกหรือว่าต้องทะเลาะกัน ก็จะมีคลิปนี้ที่ผมจะมาย้อนดูได้และคอยเตือนตัวเองว่า เราควรจะทำตัวอย่างไร ก็ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้กับผมแล้วก็ครอบครัวของเราด้วยนะครับ

และสำหรับใครที่กำลังมีปัญหาในชีวิตหรือปัญหาครอบครัว ก็ขอให้ทุกคนผ่านพ้นไปให้ได้ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา แล้วก็รักกันให้มากๆ เพราะว่าไม่มีใครที่ไหนจะรักและหวังดีกับเรามากเท่ากับครอบครัวของเราเอง

หลังจากนี้ผมก็วางแผนจะไปขอโทษและไปง้อเขาที่เกาหลี และให้เขายกโทษ ให้อภัยและกลับมาใช้ชีวิตครอบครัวให้มีความสุขกันเหมือนเดิมนะครับ”

งานนี้มีชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจ อ้วน รังสิต ให้รีบบินไปเกาหลี ง้อภรรยาให้สำเร็จ

โชว์แสนยานุภาพ!! ‘ผู้นำคิม’ เปิดคลังแสง อวดโฉมอาวุธ ‘รมว.กห.รัสเซีย’ ยัน!! โสมแดงพร้อมหนุนมอสโก ร่วมต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

(27 ก.ค. 66) สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พานายเซอร์เกย์ ซอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย ที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ ชมการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของเกาหลีเหนือ

ซอยกูเยือนเกาหลีเหนือเพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 70 ปีของการสิ้นสุดสงครามเกาหลี ที่เกาหลีเหนือเฉลิมฉลองในชื่อ “วันแห่งชัยชนะ” การเยือนของซอยกูถือเป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกโดยรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย นับตั้งแต่การล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต

ผู้นำคิมนำซอยกูเยี่ยมชมนิทรรศการอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหารชนิดใหม่ ที่มีการจัดแสดงขีปนาวุธหลายชนิด รวมถึงเครื่องยิงแบบหลายเพลา ทั้งยังมีภาพที่นักวิเคราะห์ระบุว่าดูเหมือนจะเป็นโดรนชนิดใหม่อีกด้วย ทั้งยังบอกด้วยว่า การชมขีปนาวุธของเกาหลีเหนือของซอยกูเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า รัสเซียยอมรับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

เคซีเอ็นเอรายงานว่า ซอยกูได้มอบจดหมายจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้กับผู้นำคิม ขณะที่คิมได้ขอบคุณปูตินที่ส่งคณะผู้แทนทหารมาเยือนเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นการเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนต่างประเทศครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

“ผู้นำคิมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกัน ในการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตย การพัฒนา และผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ จากการปฎิบัติโดยพลการตามอำเภอใจของพวกจักรวรรดินิยม เพื่อการบรรลุซึ่งความยุติธรรมและสันติภาพระหว่างประเทศ” เคซีเอ็นเอระบุ

เคซีเอ็นเอยังรายงานด้วยว่า ผู้นำคิมได้แสดงความเชื่อของเขาซ้ำว่า กองทัพและประชาชนรัสเซียจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ในการต่อสู้เพื่อสร้างประเทศที่ทรงพลัง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นายคัง ซุน นัม รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีเหนือ กล่าวว่า เกาหลีเหนือสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของรัสเซียอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยของตน

States TOON EP.135

หลังจากนี้...ไม่เหมือนเดิม

***สงวนลิขสิทธิ์ภาพดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ แต่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อได้ ตามต้นฉบับนี้ โดยไม่ต้องขออนุญาต

‘มิกค์ ทองระย้า’ ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เทิดพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

(27 ก.ค. 66) ‘มิกค์​ ชรินทร์​ ทองระย้า’ นักแสดงและนายแบบลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ‘mik_thongraya’ โดยระบุว่า…

“เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 ช่อง 7HD จัดกิจกรรม ‘7HD รวมใจถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ นำโดย นายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นักแสดง ผู้ประกาศข่าว และเจ้าหน้าที่ จากช่อง 7HD ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

‘อดิศร’ เตือน!! ‘รุ่นน้องชูวิทย์’ อย่าแฉ 'เศรษฐา' ตามใบสั่ง ฝากกลอนสอนใจ 'ชนะอยู่ที่พวก สะดวกอยู่ที่เงิน ฉิบหายอยู่ที่ปาก'

(27 ก.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย​ (พท.) นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีวิดีโอคอลมายังที่ประชุม สส.พรรค ระบุว่า ให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ อยู่ทำเนียบรัฐบาล และ น.ส.แพทองธารอยู่พรรค ว่าเป็นการพูดติดตลก สิ่งนายทักษิณ บอกว่า นายเศรษฐาก็ไปอยู่ทำเนียบรัฐบาล เพราะนายกฯ มีคนเดียว ดังนั้นอีกหนึ่งคนก็ต้องดูพรรค

ถามย้ำว่า แสดงว่าเป็นที่ชัดเจนว่าให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ชัดเจนมานานแล้ว

เมื่อถามว่าพูด แบบนี้แสดงว่าการจัดตั้งรัฐบาลราบรื่นแล้วใช่หรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า ไม่มีส่วนในเรื่องนี้ ยืนยันว่าพรรค พท.​ อ่อนน้อมถ่อมตน มีมิตรมีเพื่อนอยู่ทุกที่ และชี้ว่าประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อทุกฝ่าย มีศักดิ์ศรี เพื่อให้ชาติบ้านเมืองฝ่าวิกฤตตรงนี้ไปได้ ส่วนการรักษาการนายกฯ อีก 10 เดือนคนก็ไม่เอา เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

เมื่อถามว่า กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เตรียมแถลงข่าวว่าการกลับมาของนายทักษิณ มีเอี่ยวเรื่องการเมืองนั้น นายอดิศร กล่าวว่า ไม่ทราบกับนายชูวิทย์ และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นน้องรุ่นน้องที่ รร.เทพศิรินทร์

เมื่อถามว่า กรณีที่นายชูวิทย์ จะมีการเปิดเผยหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวกับนายเศรษฐา นายอดิศร กล่าวว่า เปิดให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเปิดตามอำเภอใจ หรือเปิดตามใบสั่ง จะมีทั้งเท็จและจริง ขอฝากไปยังรุ่นน้อง รร.เทพศิรินทร์ ชนะอยู่ที่พวก สะดวกอยู่ที่เงิน เจริญอยู่ที่ไหน ฉิบหายอยู่ที่ปาก

เมื่อถามว่า กรณีที่มีกระแสข่าวดีลลับฮ่องกง นายอดิศร กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้เดินทางไป และไม่เดินทางออกนอกประเทศอย่างแน่นอน เนื่องจากจะต้องมีการขออนุญาตศาล เพราะมีคดีความอยู่

‘บก.ป.’ บุกทลายแก๊งขนยาข้ามชาติ ยึดเฮโรอีนกว่า 32 กก. ใช้กลวิธีซุกลังไม้หยกแกะสลัก เตรียมส่งไปออสเตรเลีย

(27 ก.ค. 66) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.2 บก.ป.พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป. แถลงจับกุมนายธีรพงค์ หรือเบนซ์ หนูทอง อายุ 27 ปี นายธีรพงค์ หรืออ๊อด พริกเบ็นจะ อายุ 42 ปี นายจะอื่อ จะสือ อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรและ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน)” โดยจับกุมนายธีรพงค์ได้ที่ จ.นครปฐม ส่วนนายธีรพงค์ หรืออ๊อด จับกุมตัวได้ที่ จ.สงขลา ส่วนนายจะอื่อ จับกุมได้ที่ จ.เชียงราย

พล.ต.ต.มนตรี เปิดเผยว่า ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่รับงานจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนส่งเฮโรอีน หรือผงขาวไปยังต่างประเทศ โดยจะใช้วิธีการซุกซ่อนไปกับเนื้อไม้ที่ใช้ทำเป็นลังสำหรับใส่หยกแกะสลักเป็นรูปปั้นของมงคลต่างๆเพื่ออำพรางการตรวจจับ เพื่อลักลอบส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย จึงเร่งแกะรอยสืบหาเบาะแส ก่อนจะตามตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนไปกับลังสินค้าดังกล่าวได้จำนวน 11 ลัง ภายในมีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ 831 ห่อ น้ำหนักรวมกว่า 32 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งหากส่งไปถึงออสเตรเลียได้ มูลค่าก็จะเพิ่มไปถึง 100 ล้านบาท

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า หลังตรวจยึดของกลางได้แล้ว จึงเร่งสอบสวนขยายผลหาที่มาของยาเสพติดดังกล่าว จนทราบว่าหินหยกแกะสลักที่ซุกซ่อนเฮโรอีนนั้น มีต้นทางมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เตรียมจัดส่งไปที่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม เพื่อพักสินค้ารอขนขึ้นเรือส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการ และผู้ควบคุมการขนส่ง

สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่า นายธีรพงค์ หรืออ๊อด นั้นเคยถูกจำคุกถึง 22 ปี 9 เดือน 15 วัน ที่เรือนจำกลางสงขลา ความผิดคดีลักษณะเดียวกันด้วย จึงนำตัวส่ง บช.ปส. สอบสวนขยายผลต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top