Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘ในหลวงรัชกาลที่ 10’ ทรงใจกว้าง ส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ หลังเคย Selfie กับนักการเมือง แล้วมาถ่ายกับในหลวง

เมื่อไม่นานนี้ มีผู้ใช้ติ๊กต็อก ชื่อบัญชี ‘klapandee’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอเมื่อนานมาแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะทรงตรัสกับเด็กวัยรุ่นอย่างเป็นกันเอง โดยในคลิปได้มีเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่งทูลถาม พร้อมกับขอพระราชทานอภัยโทษในหลวง ร.10 โดยกล่าวว่า…

“ที่กระหม่อมมีภาพถ่ายคู่กับท่านนายกฯ ท่านนักการเมืองหลายๆ คนอาจจะทําให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขุ่นเคืองพระราชหฤทัย กระหม่อมขอพระราชทานอภัยโทษด้วยนะครับ”

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสกับเด็กวัยรุ่นด้วยความเมตตาและเป็นกันเองว่า…

“จะถ่ายรูปกับใคร ชอบใครก็ถ่ายได้ เราเป็นวัยรุ่น เราจะไปถ่ายกับใครมันก็เป็นเรื่องของเราที่จะไปถ่ายกับใครก็ได้ ตัวเราเองตอนเด็กๆ ก็ยังอยากถ่ายกับนักแสดง กับดาราเหมือนกัน ถ่ายคนดีบ้างไม่ดีบ้างมันก็ของธรรมดา ไม่เห็นน่าเดือดร้อนอะไรเลย จงสบายใจได้”

เด็กวัยรุ่นชายคนนั้นได้ทูลกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และเต็มไปด้วยความปลื้มปิติว่า “เป็นคําตอบที่ทำให้กระผมน้ำตาไหลเลยครับ ไม่คิดว่าจะได้ยินคําตอบแบบนี้”

หนุ่มอารมณ์ดี ‘แน็ก ชาลี’ สลัดลุคหนุ่มมาดเซอร์ แปลงโฉมเป็นบาร์บี้ หวานเจี๊ยบจนแฟนคลับต้องขยี้ตา!!

(28 ก.ค. 66) พูดได้เลยว่าตายหลุด ตาแตกมากๆสำหรับหนุ่ม ‘แน็ก ชาลี’ ไม่เคยหยุดทำให้แฟนๆ ฮือฮาทุกการเคลื่อนไหวของเขา ล่าสุดขอพลิกลุคเป็นสาวสวย หวานเจี๊ยบทรงบาร์บี้ ชนิดที่ว่าต้องขยี้ตา ว่าใช่ ‘แน็ก ชาลี’ ตัวจริงหรือไม่ เรียกว่าสวยหวานทุกมุม ตั้งแต่หัวจรดเท้าในงานถ่ายโฆษาชิ้นใหม่ จนแฟนๆ ถึงกับต้องยอมให้กับลุคนี้ อีกทั้งยังแคปชันภาพว่า “อย่าพยายามกันเลยนะ พวกเธอไม่เหมือนหรอก” สวยขนาดนี้ขออนุญาตยอมแพ้ค่ะคุณ

หรือว่าช่วงนี้ร้อนเงินจนต้องหาค่าทรายแมวหรอกนะเนี่ย ถึงได้เห็นลุคแบบนี้ของหนุ่มแน็ก แฟนๆ เตรียมลุ้นลุคใหม่ของเขาคนนี้ได้เลย

‘ธนาธร’ นำทัพวิทยากรสานต่อ ‘หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้า ครั้งที่ 3’ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ -11 สิงหาคม 2566 ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

กลับมาอีกครั้งกับ ‘Progressive Academy หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้าครั้งที่ 3’ ที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้เราออกแบบหลักสูตรใหม่ที่ครบเครื่องทั้งสาระความรู้ ความสนุกสนาน และการลงมือปฏิบัติที่จะพาคุณทะลุกะลาใบน้อยๆ ที่พวกเขาครอบหัวเราไว้ เพาะเมล็ดพันธุ์ของผู้ไม่ยอมจำนน เพื่อเปิดประตูความเป็นไปได้ใหม่ๆ สู่สังคมที่ดีกว่า

พบกับวิทยากรชั้นนำมากมาย นำทีมโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ I ปิยบุตร แสงกนกกุล I พรรณิการ์ วานิช I กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ I พริษฐ์ วัชรสินธุ I เดชรัตน์ สุขกำเนิด I ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ I ประจักษ์ ก้องกีรติ I ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ I เคท ครั้งพิบูลย์ I ธนวรรธน์ สุวรรณปา I ชัยพงษ์ สำเนียง I คมกฤช อุ่ยเต็งเค่ง I ศุภลักษณ์ กาจญนขุน และวิทยากรรับเชิญพิเศษอีกมากมาย 

นอกจากนี้เรายังมีกิจกรรม Workshop ติดทักษะเพื่อการเปลี่ยนแปลงนำทีมโดยทีมคิด Space I Pud Production x Common School และ Vivi recap 

เพราะเราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือ พลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ

กระบวนการเรียนรู้ ทั้งหมด 62 ชั่วโมง ประกอบไปด้วย

1.) การบรรยาย (Lecture) : 28 ชั่วโมง
2.) กิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้ (Activity Base) : 12 ชั่วโมง
3.) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) : 13 ชั่วโมง
4.) การทัศนศึกษา (Field Trip) : 9 ชั่วโมง
5.) การค้นคว้าอิสระและลงมือปฏิบัติ (Independent Research)

วันรับสมัคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-11 สิงหาคม 2566 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!
ประกาศผลผู้ผ่านคัดเลือก 12 สิงหาคม 2566 ทางอีเมล
ระยะเวลาหลักสูตร : 6 สัปดาห์ ทุกเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม-23 กันยายน

เงื่อนไขการรับสมัคร
1.) อายุตั้งแต่ 15-25 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
2.) ผู้สมัครต้องเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตร
3.) ผู้สมัครต้องทำโครงการเมื่อจบหลักสูตร

ลงทะเบียนที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe0R_AMuAxhJ7aaA8EQxzlv6wFldrMsiBDBcKAxwusz985Wgw/viewform

‘ลูกสาวไตรรงค์’ ชำแหละ ‘ก้าวไกล’ แบบหมดเปลือก ปมตั๋วปารีส - แก้ ม.112 - รื้อ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์

(28 ก.ค. 66) ‘เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี’ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย พรรครวมไทยสร้างชาติ ลูกสาวไตรรงค์ สุวรรณคีรี โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งหัวข้อ ‘ก้าวไกล… ฉันสงสัยในตัวคุณ I question YOU’ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งคือวันแรกของการโหวตเลือกนายกหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไป และคุณพิธาได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกคนที่ 30 ของประเทศไทย คนทั้งประเทศจับตาดูการอภิปรายจาก สส. หลากหลายพรรคในสภา และเห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือแทบจะทุกพรรคในสภามีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับนโยบายแก้ ม.112 ของพรรคก้าวไกล มีการตั้งคำถามในทิศทางเดียวกันว่าพรรคก้าวไกลสามารถถอนจุดยืนที่จะดำเนินการตามนโยบายนี้ได้ไหม ขณะที่คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ออกปากว่าหากถอนนโยบายแก้ ม.112 จะยกคะแนนของทั้งพรรคภูมิใจไทยให้… แต่สุดท้ายพรรคก้าวไกลก็ยืนกรานในนโยบายหนึ่งข้อนี้ และมติการโหวตในสภาฯ ก็คือ คุณพิธาไม่ได้เป็นนายก

ในนาทีนั้น เนเน่เชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกันว่า “มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ? อะไรมันค้ำคอพรรคก้าวไกลอยู่หรือ ถึงจะถอยออกจากเรื่องนี้ไม่ได้เลย”

จากคำถามในวันนั้น หากเราย้อนมองกลับไป จะสังเกตได้ว่ามีสิ่งที่น่ากังวล (ปนน่าสงสัย) อยู่หลายส่วนค่ะ มาลองตั้งคำถามไปด้วยกันนะคะ

ใครคือคนจุดประกายไฟ
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน (ที่คุณต๋อม ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เคยเป็นถึงอดีตบรรณาธิการ) ผลิตหนังสือ เช่น ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ และ ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรีย์ เป็นหนังสือที่มีการเผยแพร่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบันกษัตย์ที่สังคม และนักวิชาการหลายท่านตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของข้อมูล ถึงขนาดที่ผู้ที่ถูกอ้างอิงข้อมูล (เช่น นสพ. Bangkok Post และลูกหลานของคนในประวัติศาสตร์ที่ถูกอ้างอิง) ต้องออกมาชี้แจง ฟ้องร้อง ว่าข้อมูลที่หนังสือกล่าวถึงไม่มีจริง (ดูแหล่งข้อมูลจากลิงก์ด้านล่างได้ค่ะ)… แต่อย่างไรก็ตาม หนังสือเหล่านี้กลับเป็นหนังสือที่โปรดปรานประหนึ่งเหมือนกับพระคัมภีร์ให้กับเยาวชนนักต่อสู้ (เช่น รุ้ง เพนกวิน ที่ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นหนังสือเล่มโปรด) ที่เป็นฐานเสียงกลุ่มสำคัญของพรรคก้าวไกล

ใครคือคนเติมฟืนใส่ไฟ
คณะก้าวหน้าเดินสายทำกิจกรรมในรั้วมหาลัย เผยแพร่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบันกษัตย์ที่ ถูกตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของข้อมูล ชักชวนเยาวชนต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ (แต่พูดถึงภราดรภาพบ้างรึเปล่าน้าาา) การแยกตัวของรัฐปาตานี และอีกหลากหลายหัวข้อที่สร้างความโกรธ เกลียด ในสังคมไทย และที่สำคัญคือทำให้คนส่วนหนึ่งมีความรู้สีกไม่ดีต่อสถาบัน… นี่พูดแค่เรื่องเติมฟืนใส่ไฟให้เยาวชนนะคะ… ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเติมเงินเข้ากระเป๋านะ… ตอนนี้เรื่อง #ตั๋วปารีส ที่มีคนบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตและชี้ให้เห็นว่าคุณมี “เงินทุนจากต่างชาติ” มาเป็นน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ หากเป็นจริง แสดงว่าประเทศไทยเรามีมหาอำนาจต่างชาติเข้ามาแทรกแซงจริงๆ สินะ… เอ… คนในที่เปิดประตูให้คนนอกเข้ามาเผาบ้านตัวเองนี่ เขาเรียกว่าอะไรน้าาาาา … ยังไงก็รอดูหลักฐานกันต่อไปนะคะ ว่าจริงแท้แน่เท็จขนาดไหน ความจริงมีหนึ่งเดียว รอดูกันไปๆ

ใครเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อม รอโอกาสดำเนินการ
ขอชวนไปลองอ่าน ‘เปิดร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์’ บนเว็บของคณะก้าวหน้าที่นี่ https://progressivemovement.in.th/article/special/5069/ เพื่อเห็นกับตาตนเองว่ามีการเตรียมร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนโครงสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้แล้ว #ใครคือคนสร้างบรรทัดฐานทำชั่วได้ดี คณะ สส. ของพรรคก้าวไกลหลายคนมีคดีติดตัวและมีประวัติพฤติกรรมถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตย์อย่างโจ่งแจ้ง เปิดเผย ชัดเจน แต่พรรคก้าวไกลกลับส่งเสริมให้คนที่ถูกดำเนินคดีกลุ่มนี้ ได้ดิบ ได้ดี ได้เป็น สส. อันทรงเกียรติ มาทำงานขับเคลื่อนฝั่งนิติบัญญัตในสภาฯ

ใครกลืนน้ำลายเก่ง พลิกลิ้นไปเรื่อย
วันนึงคุณก็ขึ้นเวที ติดสติกเกอร์ในฝั่งยกเลิก ม.112 และมาอีกวันคุณบอกว่าจะแก้เฉยๆ และล่าสุดบอกปรับเพื่อยกระดับให้สถาบันกษัตย์มีมาตรฐานที่ดีขึ้นเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ แต่เมื่อดูในรายละเอียดดีๆ การกำหนดโทษลดลงเยอะ ถ้าหมิ่นประมาทกษัตริย์โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ถ้าหมิ่นประมาทราชินี โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน (ต่ำกว่าหมิ่นประมาทเดิมที่คนธรรมดาที่จำคุกไม่เกิน 1 ปีอีก) สิ่งที่สังคมสงสัยว่าคุณจะทำให้เกิดขึ้นคือการเลิกการคุ้มครองพระบารมี และคงเหลือไว้แต่การคุ้มครองชื่อเสียงของกษัตริย์ด้วยกฎหมายหมิ่นประมาทเช่นคนทั่วไป โดยมีความพิเศษเล็กๆ น้อยๆ เช่น ให้ในหลวงไม่ต้องร้องทุกข์เอง ให้สำนักพระราชวังร้องทุกข์แทนได้ เป็นต้น …ถ้าจะขนาดนี้ มันก็ไม่ต่างกับการยกเลิกหรอกค่ะ

ใครเร่งจนสร้างปัญหา
ถ้าคุณจะลดความรุนแรงของบทลงโทษ คุณได้ให้เวลาและความสำคัญกับการปรับพฤติกรรมและความเข้าใจคนในประเทศด้วยแล้วหรือยัง ของญี่ปุ่น โทษการหมิ่นประมาทกษัตย์เทียบเท่ากับการหมิ่นประมาทคนทั่วไป แต่ที่สวีเดนการดูหมิ่นกษัตริย์และสมาชิกราชวงศ์ยังเป็นความผิดทางอาญา โดยมีโทษถึง 4 ปี หรือ 6 ปี… ฉะนั้น ขอถามว่ามาตรฐานของโลกคืออะไร เนเน่ว่าคำตอบคือ “หลากหลายและแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละประเทศ” ไม่ใช่ว่าเราเห็นของเพื่อนดีแล้วต้องซื้อตามเพื่อเสมอใช่ไหมละคะ เราต้องดูความเหมาะสมกับเราด้วย ในเมื่อปัจจุบันนี้สังคมไทยยังแตกแยกกันเพียงแค่หยิบประเด็นนี้มาพูดถึง ก็หมายความว่าเราอาจจะยังไม่พร้อม หรือเราต้องการเวลามากกว่านี้หรือเปล่า …ทำไมคุณต้องเร่งคะ?

ฉะนั้น ก้าวไกลคะ อุดมการณ์อยู่ที่การกระทำไม่ใช่คำพูด ที่คุณพิธาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ และล่าสุดกับ CNN ว่าโดนเกมการเมืองเอา ม.112 มากลั่นแกล้ง กีดกันตนเองที่ชนะมาด้วยเสียงของประชาชน จนไม่ได้รับตำแหน่งนายก… ก่อนจะตีหน้าเศร้า เล่านิทานว่าตนเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้ง และโดนเข้าใจเจตนารมย์ผิด ที่อยากแก้ ม.112 คืออยากยกระดับสถาบันกษัตย์ไทยให้เท่ามาตรฐานโลกคุณมองย้อนหลังสักนิดนะคะ

ในวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมาคุณมีโอกาสเข้ามาทำงานตามที่ประชาชน 14 ล้านเสียงได้เลือกคุณมา (ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดแน่นอนที่อย่างแก้ ม.112 หลายคนหวังพึ่งนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท และเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ 3,000 บาท และอีกหลายๆ นโยบายดีๆ) แต่คุณก็เลือกที่จะทิ้งโอกาสนั้นไป ทิ้ง 299 นโยบาย เพียงเพื่อนโยบายเพียง 1 เดียวของคุณ

การกระทำย้อนหลังไป 20 ปีของพวกคุณ ของกลุ่มที่สังคมสงสัยถึงความเชื่อมโยงกับพวกคุณ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ของคณะก้าวหน้า หรือแม้แต่ของคนในพรรคก้าวไกล และรายละเอียดในนโยบายของคุณเอง…. ทุกสิ่งมัน #ย้อนแย้ง โดยสิ้นเชิง การกระทำของคุณทำให้เรา ‘สงสัย’ เชื่อไม่ลงจริงๆ ว่าคุณมีความบริสุทธ์ใจ อยากทำเพื่อ ‘ยกระดับมาตรฐานให้สถาบันกษัตย์’ จริงๆ  พวกเราจำต้องยืนกรานพูดว่า “ไม่ใช่แค่เรื่อง ม112 แต่ด้วยแนวทางและอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน เราไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลได้” 

หรือให้เราพูดตรงๆ ก็คงต้องพูดเลยว่า…

“ที่คุณบอกว่าตั้งใจเข้ามายกระดับสถาบันกษัตย์ไทยให้เท่ามาตรฐานโลกนั้น #อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อค่ะ”

‘อดีต จนท.ข่าวกรอง’ แฉ!! โครงการลับ UFO ของรัฐบาลสหรัฐฯ จ่อซุกซ่อนสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ หวั่นกระทบความมั่นคงประเทศ

เมื่อไม่นานนี้ คณะกรรมมาธิการควบคุมและตรวจสอบประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้จัดการประชุมติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ ‘UAPs’ ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อของ UFO หรือวัตถุบินไม่ทราบชนิด

โดยอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองประจำกองทัพอากาศที่ร่วมให้ข้อมูลในเรื่องนี้อ้างว่า สหรัฐฯ ได้เก็บซากชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์จากบริเวณจุดตกของวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุชนิดลำหนึ่ง

การเปิดเผยดังกล่าวมาจาก ‘เดวิด กรัช’ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพอากาศที่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมมาธิการควบคุมและตรวจสอบประจำสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งดูแลการตรวจสอบด้านความมั่นคงและกิจการต่างประเทศด้วย

กรัช ระบุว่าสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโครงการลับมาเป็นเวลาหลายสิบปี เพื่อเก็บกู้และศึกษาโครงสร้างของวัตถุบินไม่ทราบชนิดที่ตกลงมา และสามารถเก็บชิ้นส่วนทางชีวภาพที่ไม่ใช่มนุษย์ได้จากจุดตกของวัตถุบินลำหนึ่งที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ ซึ่งเป็นการตอบคำถามจากสมาชิกคณะกรรมาธิการที่ต้องการทราบว่า รัฐบาลมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือสิ่งทรงภูมิปัญญานอกโลกหรือไม่

ขณะที่ ‘ไรอัน เกรฟส์’ (Ryan Graves) อดีตนักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ UAP ที่ถูกรายงานนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เนื่องจากนักบินกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของตัวเอง

เกรฟส์ เตือนว่าหาก ปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้เกี่ยวข้องกับโดรนจากประเทศอื่น ก็นับว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนต่อความมั่นคงของประเทศ แต่หากไม่ใช่ก็เข้าข่ายประเด็นทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเป็นเรื่องของความปลอดภัยภัยด้านการบิน

อีกคนที่เข้าชี้แจงเรื่องนี้ คือ ‘เดวิด เฟรเวอร์’ (DAVID FRAVOR) อดีตนายทหารระดับผู้บัญชาการของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เคยสัมผัสกับปรากฏการณ์ปริศนาด้วยตัวเองเมื่อปี 2004

เฟรเวอร์ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้เหล่านี้ อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงเพราะมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าสหรัฐฯ มาก โดยสามารถนำไปใช้ที่ไหนก็ได้ ไปที่สถานที่ใดก็ได้ รวมทั้งอวกาศ โดยใช้เวลาขึ้นบินหรือลงจอดไม่กี่วินาที และ จะทำอะไรก็ได้

อย่างไรก็ตาม รายงานที่เปิดเผยโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปี 2021 ยืนยันว่า ไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้กับวัตถุจากนอกโลก

โดยหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายงานหลายฉบับเกี่ยวกับการพบเห็นปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ โดยบางส่วนยังไม่สามารหาคำตอบได้ขณะที่บางส่วนได้ข้อสรุปว่าเป็นสิ่งของหรือสัตว์ เช่น บอลลูน โดรน ถุงพลาสติกที่ถูกลมพัดลอยขึ้นสู่อากาศ หรือ นก

BullMoon Exclusive เปิดหลักสูตรการลงทุน รุ่น 2 ไขความลับความมั่งคั่งผ่าน Passion โดย ‘วิชัย ทองแตง’

#ประชาสัมพันธ์ #ขยายกำแพงแห่งการลงทุน

#วิชัยทองแตง
หลายคนคุ้นชื่อนักลงทุนหมื่นล้านชื่อดัง ที่ผันตัวจากทนายความสู่นักลงทุน จนได้ฉายาว่า ‘พ่อมดตลาดหุ้น’ ท่านนี้

คุณวิชัย ลงทุนและบริหารบริษัทมหาชนหลายบริษัท ถือเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลและเป็นที่เคารพของคนในวงการมายาวนาน

แต่ในช่วงหลายปีมานี้ งานและการลงทุนของคุณวิชัยได้เปลี่ยนไปด้วย Passion ใหม่ ท่านออกจากงานบริหารในหลายบริษัท เพื่อมาโฟกัสใน Passion ใหม่นี้ 

ในหลักสูตร BullMoon Exclusive รุ่น 2 เราจะได้ฟังวิสัยทัศน์ และแนวคิดในการลงทุนใหม่ๆ ของคุณวิชัย ซึ่งจะมีโอกาสอะไรบ้าง ที่คุณวิชัยเห็น และจะมาแบ่งปันให้เราแบบ Exclusive รอฟังได้เลยในรุ่นนี้เลย

ดูรายละเอียดได้ที่ 👉 https://bit.ly/3Ybxkqn

มาเปิดโลก เปิดโอกาสการลงทุน ในหลักสูตร BullMoon Exclusive 

#รุ่น2เปิดรับสมัครแล้ว
เริ่มเรียน 17 ส.ค.นี้

สอบถามหรือขอความช่วยเหลือ
🟢 Line : @‌stock2morrow
📞 โทร : 09 0980 2196
-----
#BullMoonExclusive #BridgeYourInvestment #หุ้น #อสังหาฯ #digitalassets

‘ชัชชาติ’ ชม ‘แจ็คสัน หวัง’ หลังลุยเก็บขยะคลองลาดพร้าวกว่า 3 ตัน ชี้!! ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ ต้องขยัน-อดทน จึงไปถึงระดับโลกได้

เมื่อไม่นานนี้ ศิลปินหนุ่มขวัญใจแฟนคลับชาวไทยตลอดกาลอย่าง ‘แจ็คสัน หวัง’ ได้ร่วมกิจกรรมดี ๆ กลางกรุงเทพมหานคร ในงาน ‘Recycle for Good with Jackson’ ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้น ณ คลองลาดพร้าว ร่วมกับน้ำดื่มแบรนด์ C2 โดยงานนี้เป็นงานไพรเวทและมีหน่วยงาน กทม. เข้าร่วมด้วย

ซึ่งกิจกรรมนี้สอดคล้องและสนับสนุนกับนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ ที่ทางหน่วยงาน กทม. ได้วางแผนไว้ โดยเป็นการนำร่องขอความร่วมมือประชาชนในการ ‘แยกขยะเศษอาหาร’ และ กทม.จัดเก็บแบบ ‘ไม่เทรวม’ โดยเริ่มดำเนินนโยบายที่เส้นทางทดลองของเขตนำร่อง 3 เขตก่อนในเบื้องต้น ได้แก่ เขตหนองแขม เขตปทุมวัน และเขตพญาไท

โดยในระหว่างการทำกิจกรรมหนุ่มแจ็คสัน หวัง นั้นได้เต็มที่กับการคัดแยกเศษขยะในคลองลาดพร้าวมากๆ โดยเจ้าตัวได้สวมอุปกรณ์อย่างครบครัน ทั้งถุงมือและที่ตัก ที่ถือเป็นอาวุธคู่กาย และยังมีตะกร้าขนาดใหญ่ อีกทั้ง แจ็คสัน หวัง นั้นก็ได้เดินลงพื้นที่เก็บขยะอย่างมุ่งมั่น และตั้งใจโดยไม่ถือตัวว่าตนเองนั้นเป็นไอดอลหรือศิลปินระดับโลกแม้แต่น้อย จนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังเอ่ยปากชื่นชมในความขยัน อดทน และความมุ่งมั่นของหนุ่มแจ็คสัน หวัง โดยระบุว่า…

“เมื่อวานนี้เป็นวันที่ตักขยะหนักที่สุดเลย เพราะคุณแจ็คสันเขาไม่ยอมเลิกตัก แล้วเหมือนเขาจะรู้ว่าคุณแจ็คสัน หวัง จะมาร่วมกิจกรรมมั้ง เขากลัวไม่มีขยะให้เก็บ เขาก็เลยไม่เก็บขยะเลย 3 วัน ไป 3 วัน มันก็เป็นขยะที่รวมกันได้ประมาณ 3 ตัน แล้วขยะที่ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน มันก็มีความเน่าเสีย โอ้โห!! แต่ว่าผมก็ต้องขอชื่นชมนะ เพราะถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ สําหรับเยาวชนเลยนะว่า คุณจะประสบความสําเร็จระดับโลกได้ขนาดนี้ มันไม่ได้มาง่ายๆ มันต้องมาจากความอดทน และต้องมีความมุ่งมั่นจริงๆ ผมไม่เคยตักขยะที่ไหนแล้วเจอคนแบบเขาที่ดูมีความมุ่งมั่นขนาดนี้”

“เราเอาเข่งมาใส่ขยะประมาณ 60 เข่งนะ คือในตอนแรกเราก็เข้าใจว่าน่าจะประมาณสัก 20 เข่งก็คงจะพอแหละมั้ง แต่ละเข่งก็ใส่ขยะได้ประมาณห้าสิบกิโลก็ตันนึง ตักไปไม่หมด ก็เอาเข่งมาเพิ่ม สุดท้ายตักไปหกสิบเข่งอะ เข่งละ 50 กิโล ทั้งหมดก็ประมาณ 3 ตัน เราตักขยะกันจากเที่ยวละ 20 นาที จนตักไป 2 ชั่วโมงกว่า แต่ก็ดี คุณแจ็คสันเขาแข็งแรงนะ แล้วเราก็เหมือนได้ออกกําลังกายไปในตัวด้วย แล้วเขาทําคนเดียวแบบไม่ขอเปลี่ยนคนเลย”

“ผมว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก คุณจะไปถึงระดับโลกได้ ไม่ใช่ว่าไปได้แบบฟลุคๆ นะ ไปได้ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงๆ เขาเป็นคนที่ตั้งใจ และอัธยาศัยดีมาก ตอนแรกผมก็เกร็งๆ เพราะผมไม่รู้ว่าเขามีกฎห้ามทํา หรือไม่ห้ามทําอะไรไหม แต่เขาก็ดีมาก มาโอบหลังโอบไหล่คุยกันตลอด ก็นับว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดี และเป็นการเผยแพร่แนวคิดของการแยกขยะ ไม่เทรวม และแยกขยะ เพราะว่าขยะถือว่าเป็นปัญหาหลัก วันนี้สะอาดเลย วันนี้ขยะเอี้ยงเกลี้ยงเลย”

‘อย.’ เตือนภัย ยาสมุนไพร-ยาผีบอก ‘ผู้เฒ่าวิ่งปู๊ดแคปซูล’ ชี้!! สุดอันตราย หลังพบใส่สารสเตียรอยด์ ขอ ปชช.อย่าหลงเชื่อ

‘อย.’ บุกตรวจผลิตภัณฑ์สมุนไพร ‘ผู้เฒ่าวิ่งปู๊ดแคปซูล’ จังหวัดพิษณุโลก พบไม่ได้ขออนุญาต ไม่มีเลขทะเบียน แถมเจอผิดกฎหมายอีก 2 ตัว ‘ยาผงจินดามณี – สมุนไพรไทยมีรูปรากไม้’ ลอบผสมสารสเตียรอยด์ เตือนอย่าซื้อกินเด็ดขาด

(27 ก.ค. 66) นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สมุนไพร ‘ผู้เฒ่าวิ่งปู๊ดแคปซูล’ ไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาขายทางแพลตฟอร์มออนไลน์

หลังจาก อย.เร่งตรวจสอบ เบื้องต้นพบจำหน่ายใน จ.พิษณุโลก จึงประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิษณุโลก เข้าตรวจสอบสถานที่ โดยพบผลิตภัณฑ์สมุนไพรผู้เฒ่าวิ่งปู๊ดแคปซูล สูตรกระจายเส้นเอ็นยึด จำนวน 26 ซอง ยาผงจินดามณี จำนวน 55 ซอง และสมุนไพรไทยมีรูปรากไม้ จำนวน 39 ซอง จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์จาก อย. และฉลากผลิตภัณฑ์ไม่มีการแสดงเลขทะเบียน อีกทั้งยังพบสารสเตียรอยด์ปลอมปนในผลิตภัณฑ์ยาผงจินดามณี

“ขอเตือนผู้บริโภคอย่าซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้ง 3 รายการมาใช้ อาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอาจส่งผลกระทบต่อการรักษาอาการเจ็บป่วยได้ ย้ำว่าควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่ www.fda.moph.go.th หรือผ่าน Line@FDAThai” นพ.วิทิต กล่าว

‘หนุ่มเม็กซิโก’ สลัดคราบคุณพ่อหน้าโหด สวมชุดกระโปรงสีชมพูจัดเต็ม  หลังลูกสาวชวนไปดูหนัง ‘บาร์บี้’ ทำเอาโลกโซเชียลอดเอ็นดูไม่ได้!!

เป็นที่รู้กันดีว่าหากพูดถึง ‘บาร์บี้’ ต้องนึกถึงสีชมพู หลายคนจึงพากันแต่งตัวสีชมพูต้อนรับการฉายภาพยนตร์บาร์บี้ คุณพ่อคนนี้ก็เช่นกัน บอกเลยว่าแต่งตัวจัดเต็ม สลัดคราบโหดไปเสียสนิท

เมื่อไม่นานนี้ ‘เอลีซาร์ โรดริเกซ เอร์นานเดซ’ คุณพ่อจากรัฐตาเมาลิปัส ของเม็กซิโก ได้โพสต์ภาพแบ่งปันความประทับใจ เมื่อเขาพาลูกสาวตัวน้อยไปชมบาร์บี้ และทั้งคู่ได้ใส่ชุดสีชมพูเหมือนกัน

โดยคุณพ่อเล่าว่า ลูกสาวขอให้เขาพาไปดูบาร์บี้ที่โรงภาพยนตร์ และอยากให้เขาใส่ชุดสีชมพูด้วย ซึ่งลูกสาวมีการเอ่ยถามว่า พ่อจะรู้สึกอายมั้ยถ้าต้องใส่สีชมพู เขาจึงตอบไปว่า คนที่ต้องอายคือลูกต่างหาก

จากภาพ เขาสวมเสื้อกล้ามรัดรูปสีชมพูและกระโปรงสั้นสีชมพู ส่วนด้านบนสวมหมวกคาวบอยและใส่รองเท้าบูท ส่วนลูกสาวตัวน้อยสวมเสื้อสีชมพูและกระโปรงที่มีดีไซน์เหมือนกับกระโปรงของเขา

ภาพครั้งนี้ได้กลายเป็นไวรัล มีการแชร์และแสดงความคิดเห็นนับพัน ทั้งนี้คุณพ่อได้ชี้แจงว่าเขาไม่ได้อยากมีชื่อเสียง เพียงแค่ทำตามคำขอของลูกเท่านั้น

“ที่ผมโพสต์ไป ผมไม่ได้หวังชื่อเสียงหรืออะไร ผมแค่ทำตามคำขอของลูกสาว และผมพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อลูก ซึ่งลูกมีความสุขมาก เชื่อผมเถอะ การสวมชุดสีชมพูกับกระโปรงฟู ๆ ไม่ได้ทำให้คุณดูเป็นผู้ชายน้อยลงเลย” คุณพ่อชาวเม็กซิโก กล่าว

เดินเครื่องเต็มตัว ‘ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์’ ดวงแรกของไทย ไขความลับพลังงานสะอาด ต่อยอดวิทยาศาสตร์แห่งโลกอนาคต

เมื่อไม่นานนี้ ‘เตาปฏิกรณ์แบบโทคาแมค’ (Tokamak) หรือ ‘ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์’ รุ่นทดลองตัวแรกของไทย ได้เปิดทำงานอย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือกับจีน เตาปฏิกรณ์ฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันฟิสิกส์พลาสมา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (Institute of Plasma Physics of Chinese Academy of sciences : ASIPP) และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) ของไทย

เครื่องโทคาแมคเครื่องแรกของไทย มีชื่อว่า ‘Thailand Tokamak I’ หรือ ‘TT-1’ ถือเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันเครื่องแรกของไทย โดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ได้ทําการพัฒนาเครื่องโทคาแมค ชิ้นส่วนของเครื่องโทคาแมค HT-6M ที่ได้รับมอบจากสถาบันฟิสิกส์พลาสมา ประเทศจีน ตามข้อตกลงความร่วมมือที่ลงนามเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดําเนินไปเป็นองค์ประธานการรับมอบชิ้นส่วนดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 เพื่อใช้ศึกษาวิจัยพลาสมาอุณหภูมิสูงในการเรียนรู้เทคโนโลยีอวกาศและฟิวชัน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดสําหรับผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต และนวัตกรรมที่ได้สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร และด้านการแพทย์ ซึ่งจากการพัฒนาเครื่องโทคาแมคนี้จะทําให้ประเทศมีองค์ความรู้ และสามารถสนับสนุนงานด้านวิศวกรรมระบบรางของไทยในอนาคตได้อีกด้วย

พลังงานฟิวชัน นอกจากจะเป็นพลังงานที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดฝุ่นควันและมลพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้คน รวมถึงไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังเป็นขุมพลังงานที่ยั่งยืน มีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดสารกัมมันตภาพรังสีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานและภาวะโลกร้อนในอนาคต ขณะที่เครื่องโทคาแมค เป็นเครื่องควบคุมการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากปฏิกิริยาฟิวชัน เลียนแบบการทำงานของดวงอาทิตย์ เป็นอุปกรณ์กักเก็บพลาสมาพลังงานสูงโดยใช้สนามแม่เหล็ก ซึ่งปลอดภัยและเป็นมิตรกับโลก โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมแก้ปัญหาพลังงานขาดแคลนที่กำลังจะเกิดขึ้น และเพื่ออนาคตของคนไทย

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ได้เริ่มติดตั้งเครื่องโทคาแมคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน และได้ทดลองเดินเครื่องได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ก่อนจะมีการเดินเครื่องอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2566 โดยภายใน 10 ปี จะมีการออกแบบและสร้างเครื่องโทคาแมคเครื่องใหม่ขึ้นมาเอง ตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันและกำลังคนระดับสูงด้านเทคโนโลยีฟิวชันของอาเซียน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดี คนไทยโดยทั่วไปไม่ค่อยตระหนักว่าประเทศไทยพัฒนาตนเองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เป็นลำดับ ระยะหลังๆ พัฒนาได้เร็วขึ้นๆ เรามีเครื่องฉายแสงซินโครตรอน ที่มีอยู่แห่งเดียวในอาเซียน สิงคโปร์ก็ไม่มี เราเป็นชาติไม่กี่ชาติในเอเชียที่มีเครื่องฉายแสงซินโครตรอน ทำหน้าที่สร้างปฏิกิริยาฟิวชัน เป็นกระบวนการที่สร้างพลังงานมากมายมหาศาลแต่ว่าไม่มีกัมมันตรังสีที่เป็นพิษ หรืออาจจะมีก็น้อยมากๆ ไม่ได้อยู่ในระดับที่เราจะต้องกังวล เป็นปฏิกิริยาที่เกิดบนดวงอาทิตย์ทุกวันทุกคืนตลอดเวลา ดวงอาทิตย์ให้ความร้อนแก่โลกแก่จักรวาลก็เพราะปฏิกิริยาฟิวชันที่เกิดบนดวงอาทิตย์ แต่นั่นเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติ มนุษย์พยายามที่จะทำเทคโนโลยีฟิวชัน และสามารถทำได้สำเร็จ ในอนาคตเราสามารถต่อสู้กับ Carbon Footprint ได้เพราะมีแหล่งพลังงานสะอาด ในโลกนี้มีประมาณ 40 กว่าประเทศที่ทำปฏิกิริยาฟิวชันได้ ในเอเชียมีจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อิหร่าน ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ทำฟิวชันได้”

สำหรับเครื่อง Thailand Tokamak I หรือ TT-1 เมื่อเดินเครื่องคาดว่าอุณหภูมิของพลาสมาในระยะแรกจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 องศาเซลเซียส สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ มีแผนพัฒนาระบบให้ความร้อนเสริมแก่พลาสมาด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อยกระดับอุณหภูมิของพลาสมาไปสู่ระดับ 1,000,000 องศาเซลเซียส และในอนาคตเมื่อเราสามารถออกแบบและสร้างเครื่องโทคาแมคเครื่องใหม่ขึ้นมาเองโดย จะใช้เทคโนโลยี Superconducting magnet เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงขึ้นสำหรับกักพลาสมาและการให้ความร้อนเสริมด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้าง พลาสมาที่มีอุณหภูมิสูงในระดับ 10,000,000 องศาเซลเซียสได้ เพื่อใช้เป็นพลังงานสะอาดในการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต และการนำพลาสมาไปใช้ในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การแพทย์ ฯลฯ นอกจากนี้ การพัฒนาเครื่องโทคาแมค-1 จะทำให้ประเทศมีองค์ความรู้และสามารถสนับสนุนงานด้านวิศวกรรมระบบรางของไทยได้ในอนาคตอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top