ธรรมะประจำวันวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2566
ผิดหวัง...ให้เริ่มใหม่
ผิดใจ...ให้พูดจากัน
ผิดพลาด...ให้โอกาสกัน
ผิดมหันต์...จงยอมรับผลกรรม
- หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน -
ผิดหวัง...ให้เริ่มใหม่
ผิดใจ...ให้พูดจากัน
ผิดพลาด...ให้โอกาสกัน
ผิดมหันต์...จงยอมรับผลกรรม
- หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน -
‘โชคสองชั้น’ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่สร้างและผลิตโดยคนไทยทั้งหมด เป็นภาพยนตร์เงียบ ถ่ายทำด้วยฟิล์มขาว-ดำขนาด 35 มม. ผลิตโดย กรุงเทพ ภาพยนตร์ บริษัท (ต่อมา คือ บริษัท ภาพยนตร์ศรีกรุง ของมานิต วสุวัต ร่วมกับคณะนักหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ และศรีกรุง)
ภาพยนตร์ โชคสองชั้น เข้าฉายครั้งแรกเมื่อ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470 ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร มีจำนวนผู้ชมสูงสุด 4 คืน กับ 1 วัน เท่ากับ 12,130 คน ทำลายสถิติเมื่อสี่ปีก่อนหน้า ของภาพยนตร์เรื่อง นางสาวสุวรรณ ปัจจุบันหนังเรื่องนี้ได้รับความเสียหายจากความเสื่อมสภาพ โดยหอสมุดแห่งชาติได้ค้นพบฟิล์มและพิมพ์สำเนาใหม่เอาไว้ได้เพียง 42 ฟุต คิดเป็นภาพนิ่งทั้งหมด 1,319 ภาพ รวมความยาวประมาณ 1 นาที
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2555 เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทยของหอภาพยนตร์ ขณะมีอายุเก่าแก่ที่สุด 85 ปี ในบรรดา 25 เรื่อง
(29 ก.ค. 66) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไม่เพียงแต่เดินหน้าโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อยกระดับเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังมุ่งมั่นผลักดันนโยบาย ‘Thai First’ ของรัฐบาลในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางของประเทศที่ต้องการให้มีตัวรถไฟที่จะมีการซื้อ-ขาย ในอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ต้องมีส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนผลิตในประเทศ (Local Content) ไม่น้อยกว่า 40% จากเดิมที่มีการนำเข้าสินค้าประเภทตัวรถไฟและส่วนประกอบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง 2561 มีมูลค่าสูงถึง 80% เมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของสินค้าทุกประเภทในระบบราง
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ว่าต่อจากนี้ไปอีก 20 ปี จะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารไม่น้อยกว่า 2,425 ตู้ จากการเพิ่มขึ้นของทางรถไฟที่รัฐได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารถไฟต่อตู้ เฉลี่ยตู้ละ 50 ล้านบาท รวมมูลค่าสำหรับตลาดการผลิตตู้รถไฟโดยสารประมาณ 100,000 ล้านบาท
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้เป็นการสนับสนุนภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปยังหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ที่มีภารกิจในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์
“โครงการวิจัยและพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ) โดยสำนักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพข. เพื่อพัฒนาตู้รถไฟโดยสารต้นแบบที่เน้นการวิจัยพัฒนาและรวบรวมเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีอยู่ภายในประเทศเป็นหลัก โดยมีรายงานความคืบหน้าล่าสุดสามารถประกอบตัวรถไฟที่มีชิ้นส่วนภายในประเทศได้เป็นครั้งแรก คิดเป็น 44.1% ของมูลค่าสินค้ากรณีรวมแคร่รถไฟ และหากคิดเฉพาะตู้รถโดยสารพร้อมอุปกรณ์ประกอบไม่รวมแคร่รถไฟจะมีมูลค่า local content ถึง 76%” น.ส. ทิพานัน กล่าว
ทั้งนี้ ตัวรถออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินชั้นธุรกิจและชั้นเฟิร์สคลาสในรถไฟความเร็วสูง มีที่นั่งจำนวน 25 ที่นั่ง ประกอบด้วยชั้น Super Luxury 8 ที่นั่ง และชั้น Luxury 17 ที่นั่ง ทุกที่นั่งมีจอภาพส่วนตัวสำหรับให้บริการด้านความบันเทิงและสั่งอาหาร ซึ่งจะมีพนักงานเสิร์ฟหุ่นยนต์นำอาหารมาส่งถึงที่นั่ง จุดเด่นของรถขบวนชุดนี้ยังเป็นขบวนที่มีความเงียบ เนื่องจากไม่มีตัวเครื่องยนต์ปั่นไฟในตัวรถ
นอกจากนี้ ยังมีระบบห้องน้ำสุญญากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาตัวรถให้มีน้ำหนักที่เบาลง จากการออกแบบด้วยระบบ Space Frame Modular Concept และแคร่รถไฟที่ทำความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย ซึ่งได้มีการจดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากโครงการแล้วจำนวน 7 ผลงาน ขณะนี้อยู่ในขั้นของการทดสอบบนทางรถไฟจริง สำหรับการให้บริการ หากผ่านการทดสอบตรงนี้แล้วก็จะสามารถนำไปใช้จริงได้
“พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ผลักดันให้โครงการสำเร็จ ถือเป็นภาคภูมิใจในองค์ความรู้และความสามารถของคนไทยไม่ด้อยไปกว่าชาติใด ซึ่งความสำเร็จของโครงการนี้จะช่วยให้ประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50% เมื่อเทียบกับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ยกระดับการเดินทางที่มีความสะดวกสบาย ทันสมัยและปลอดภัยในระดับสากล รองรับการแข่งขันและการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ จึงถือเป็นผู้นำที่พลิกโฉมยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางของไทยในทุกมิติ” น.ส.ทิพานัน กล่าว
(29 ก.ค. 66) ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับนางเอกสาว ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’ ที่เรียกได้ว่า เจอมรสุมชีวิตอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา... ทั้งเรื่องข่าวเกี่ยวกับสารไซยาไนด์ จนถูกยกเลิกงานหลายงาน ความรักมีปัญหา อีกทั้งเจอความเครียดสะสมคุณพ่อป่วย และเพิ่งทราบว่าแม่คุณป่วยเป็นมะเร็งตับ จนเกิดวูบหมดสติ หามตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน!!
ล่าสุด ไอซ์ ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรก หลังป่วยเข้าโรงพยาบาล ว่า “สภาพจิตใจดีขึ้นในระดับหนึ่ง ดีขึ้นจากกำลังใจหลายๆ ฝ่าย คุณพ่อคุณแม่ เพื่อน แฟนคลับ ทำให้ไอซ์ใจฟูขึ้นเยอะ มีพูดคุยกับคุณหมอ ก็ดูแลกันอยู่ติดตามในเรื่องสุขภาพและจิตใจ พักผ่อน การทานอาหาร เรื่องความเครียดที่สะสม
เวลาที่เครียดเยอะๆ ก็จะนอนไม่หลับ ทานอาหารไม่ได้ เลยทำให้วูบ ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าวิกฤตแล้ว เพราะเจอปัญหาจากหลายด้าน ทำให้นอนไม่หลับ วันที่เกิดเหตุทำให้วูบ คือ วันนั้นเครียดมาก ไปฟื้นอีกทีรู้ตัวว่าอยู่โรงพยาบาลแล้ว ก็งงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหมอบอกว่าอาจจะเกิดจากความเพลียของเราที่มีมากเกินไป บวกกับเราเป็นความดันต่ำอยู่แล้ว
สำหรับเรื่องที่หลายคนคิดว่าไอซ์จะทำร้ายตัวเอง ยืนยันไม่ใช่ ไม่ถึงขนาดนั้น เป็นความเครียด ส่วนยาคือทานปกติอยู่แล้ว ไอซ์ขอบคุณมาก ที่เข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก อ่านทุกคอมเมนต์ ดีใจ เข้าใจว่าไอซ์ว่าเราเป็นอะไร เรียกว่าดิ่งที่สุดในชีวิต ทุกอย่างโถมเข้ามาในชีวิต
ตอนนี้เริ่มกลับมาแล้ว คนแรกที่ถึงโรงพยาบาล คือ เพื่อน น้ำชา จับมือไอซ์คนแรก ที่โรงพยาบาล เริ่มจากเครียดเรื่องข่าวที่เป็นคดีความ ซึ่งเรื่องนั้นก็จบไปแล้ว เรื่องงาน ปัญหาเรื่องคุณแม่ไม่สบาย เป็นช่วงที่ใช้เงินเก็บ คุณพ่อผ่าตัดใช้เงินรักษาเก็บส่วนตัว
ตอนนั้นปัญหามันเยอะมาก ไม่กล้าปรึกษาใคร ไม่กล้าปรึกษาคุณแม่ เพราะพ่อแม่ก็ไม่สบายด้วย ไอซ์เป็นคนไม่ค่อยพูด พูดน้อย เราไม่อยากเอาปัญหาไปปรึกษาใคร กลัวเขาเครียดไปด้วย ค่าใช้จ่ายเงินที่หายไปประมาณหลักล้าน 3-5 ล้าน ส่วนใหญ่เป็นค่ารักษาทั้งหมด มีช่วงเครียดหนักไม่ดูโซเชียลเลย ก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็เลี่ยงไม่ได้เพราะเราก็ทำงานตรงนี้ด้วย
ความสุขของไอซ์ตอนนี้ คือการทำงาน ก็จะได้มีการแอคทีฟด้วย ก็อยากให้กำลังใจทุกคนด้วย ตอนนี้พยายามนอนเยอะๆ ทานอาหารเยอะๆ ผอมลงประมาณ 5 กิโลกรัม 1 เดือนที่ผ่านมา พร้อมทำงาน ทำได้หมดทุกอย่าง”
(29 ก.ค. 66) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง และผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ภาพนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ ‘เพนกวิน’ แกนนำม็อบสามนิ้ว ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 เข้าพิธีอุปสมบทแล้วเมื่อเช้าวันนี้ แต่ไม่เปิดเผยสถานที่ โดยระบุข้อความบนเฟซบุ๊กว่า…
“อนุโมทนา สาธุ ‘พระเขมปัญโญ เพนกวิน’ ขอสว่างในธรรม สงบในใจ สง่าในชีวิต ตลอดกาล”
ด้าน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขออนุโมทนา ลูกแม่บวชที่วัดผาลาด เชียงใหม่”
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าพิธีอุปสมบทแต่อย่างใด ในขณะที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ‘ไมค์ ระยอง’ เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ที่วัดบ้านฉาง จ.ระยอง
โดยพระไมค์ ระยอง โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งว่า ครบกำหนดบวช 15 วันของการบรรพชาที่อาตมาตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น แต่ด้วยความอยากปฏิบัติศาสนกิจ อาตมาจึงขออยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป
(29 ก.ค. 66) นายสรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทย ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า การมีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 6 วัน ถือเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นได้ดีมาก เนื่องจากจะมีวันเที่ยวมากกว่าเดิม และยังแบ่งวันพักผ่อนได้ด้วย โดยแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวระยะใกล้กรุงเทพฯ ถือว่าได้รับอานิสงส์เชิงบวกสูงกว่าในภาพรวม อาทิ พัทยา ที่มียอดจองเข้ามาหนาตามากในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ส่วนวันที่เหลือก็เป็นการจองด่วนที่ปรับขึ้นได้ดี คือ เป็นการเข้าพักวันนี้และจองวันนี้ทันที ไม่ได้เป็นการจองล่วงหน้าเหมือนเดิมแล้ว สาเหตุก็เป็นเพราะการประกาศวันหยุดที่มีเวลาเตรียมตัวไม่นาน ทำให้ประชาชนที่ต้องการเที่ยวต้องตัดสินใจแบบเร่งด่วนกว่าเดิม
“เดิมช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นวันหยุดยาวอยู่แล้ว แต่พอมีการประกาศวันหยุดเพิ่มเป็นวันที่ 31 กรกฎาคมเข้ามา ก็ทำให้มีวันหยุดยาวมากขึ้นไปอีก จากที่อัตราการเข้าพักก็วิ่งกันอยู่ประมาณ 60-70% พอมีวันหยุดเพิ่มก็ดันอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นถึง 85-90% แต่วันที่ 30 กรกฎาคม ก็จะปรับลดลงบ้าง เพราะมีการทยอยกลับในกลุ่มที่บริษัทไม่ได้นับวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นวันหยุดพิเศษเพิ่มให้ โดยในกลุ่มจังหวัดระยะใกล้ก็ได้อานิสงส์มากขึ้นกว่าภาพรวม เพราะใกล้กรุงเทพฯ พฤติกรรมของคนในจังหวัดนี้จะตัดสินใจเร็ว อย่างตอนเช้าอยากเที่ยว ก็ออกเดินทางทันที” นายสรรเพ็ชร กล่าว
นายสรรเพ็ชร กล่าวว่า ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลซ์ซีซัน) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน อัตราการเข้าพักวิ่งอยู่ประมาณ 40-50% แต่ก็มีบางโรงแรมที่มีฐานลูกค้าเฉพาะตัว อาทิ นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีงานเลี้ยง หรือเป็นลูกค้าหน่วยงานรัฐ ก็จะมีอัตราการเข้าพักวิ่งได้ดีกว่า ซึ่งหากประเมินในภาพรวมก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบมากมายนัก ทั้งนี้ ยืนยันว่าราคาห้องพักในโรงแรมยังไม่มีการปรับตัวขึ้น เพราะไม่ใช่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากๆ มีความต้องการ (ดีมานด์) ฟื้นตัวแบบชัดเจน จึงยังไม่ได้ขายในราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมาเหมือนช่วงหน้าหนาว ราคายังสามารถจับต้องได้อยู่
นายสรรเพ็ชร กล่าวว่า แนวโน้มตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นไป คาดการณ์อัตราการเข้าพักจะดีขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาเที่ยวไทย ปะปนกับไทยเที่ยวไทยได้มากปกติ รวมถึงเป็นช่วงปิดภาคเรียนของหลายประเทศทั่วโลก และปิดงบหน่วยงานของรัฐ จึงจะมีฐานลูกค้าเหล่านี้เข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการโรงแรมในภาคตะวันออกได้มากกว่าเดิม อาทิ พัทยา หัวหิน โดยประเมินสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมากกว่าคนไทยในช่วงสิ้นปี 2566 ที่เป็นไฮซีซันของต่างชาติเที่ยวไทยแบบชัดเจน
(29 ก.ค. 66) หลังจากก่อนหน้านี้ ที่หนุ่ม ‘อ้วน รังสิต’ ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอลงในเฟซบุ๊ก บอกเล่าถึงปัญหาครอบครัว ว่าเจ้าตัวนั้นเวลาทะเลาะกับ ‘มะม่วง’ ภรรยาสาวทีไร ก็จะเอ่ยปากไล่ภรรยากลับเกาหลีทุกครั้ง จนล่าสุด ภรรยาไม่ทนหอบลูกกลับเกาหลีทันที จนเจ้าตัวรู้สึกผิดได้ออกมาอัดคลิปขอโทษภรรยาและจะตามง้อถึงเกาหลี
ล่าสุด อ้วน รังสิต ได้โพสต์คลิปบุกง้อเมีย ถึงเกาหลีลงในเฟซบุ๊กอีกครั้ง ซึ่งภายในคลิปอ้วนก็ง้อเมียได้สำเร็จมะม่วงบอกว่าช่วงนี้เราสองคนทะเลาะกันบ่อยบวกกับที่อ้วนให้กลับเกาหลีเราเลยถือโอกาสกลับมาพักผ่อนด้วยเลยเราไม่เลิกกันเพราะเรามีลูกที่ต้องดูเเล
โดยในคลิป คุณเเม่ของมะม่วงได้พูดสอนเปิดใจกับลูกเขยด้วยว่า “ห้ามพูดคำไม่ดี ห้ามพูดว่ากลับเกาหลีเลย คุณไม่ได้ผิดคนเดียว มะม่วงก็ผิด เเต่คำว่ากลับเกาหลีสิ ห้ามพูด อย่าพูดเเบบนี้ เเม่เชื่อใจอ้วน อย่าร้องไห้ ขอร้องสองคนอย่าทะเลาะกัน อย่าพูดไม่ดีสัญญาได้ไหม เเม่ก็ว่ามะม่วงเเล้ว เเม่บอกว่ามะม่วงไม่ดีเหมือนกัน”
ด้านอ้วน รังสิต ก็บอก ขอโทษทุกคน ขอโทษที่สุดคือพ่อเเม่มะม่วง ตอนที่อยู่คนเดียวได้คิด จะไม่ทำอีก เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
(29 ก.ค. 66) นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) พร้อมตัวแทนประมาณ 10 คน เดินทางมายังวัดบัวขวัญ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำหนังสือร้องเรียนถึงประพฤติกรรมในการเทศน์ของ ‘พระพยอม กัลยาโณ’ ที่ทางกลุ่มมองว่าไม่เหมาะสม เพราะมีการพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และการเมืองเข้าเกี่ยวข้อง จึงยื่นหนังสือให้กับ พระเทพวชิรนันทาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ ในฐานะเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบและลงโทษทางวินัยกับพระพยอมต่อไป
นายอานนท์ กล่าวว่า หลังจากก่อนหน้านี้ทางกลุ่มได้เดินทางไปยื่นเรื่องกับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาแล้วอาทิตย์หนึ่งแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ วันนี้จึงรวมตัวกันเดินทางนำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของพระพยอม กัลยาโณ มายื่นให้กับเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรี ในฐานะผู้ปกครอง ดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้ต่อไป
นายอานนท์ กล่าวต่อว่า แต่ปรากฏว่าเมื่อทางกลุ่มมาถึง ทางเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรีกลับไม่ออกมารับหนังสือ เดินหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ หรือว่าท่านเห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีความสำคัญ ทั้ง ๆ พระพยอมซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไปพูดจาพาดพิงถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์และการเมือง ทำให้สังคมซึ่งเกิดความแตกแยกกันอยู่แล้ว แตกแยกกันหนักยิ่งขึ้นไปอีก
นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ซึ่งมติมหาเถระสมาคมเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2538 มีมติไม่ให้พระสงฆ์ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่พระพยอมกลับไปพูดถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในทำนองชื่นชมราวกับคนที่ฝักใฝ่ทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดและขัดกับคำสั่งของมหาเถระสมาคมเป็นอย่างมาก แต่ทางเจ้าคณะก็ไม่ออกมารับหนังสือจากทางกลุ่ม ทั้ง ๆ ที่ได้มีการประสานเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทางกลุ่มมาแค่ยื่นหนังสือร้องเรียนไม่ได้มาคุกคาม
นายอานนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้ พระพยอมยังไปพูดเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย ม.112 ของพรรคก้าวไกลในทำนองที่เห็นด้วย ทั้ง ๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความออกมาแล้วว่าการไปปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นการล้มล้างการปกครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ แล้วยิ่งพระพยอมซึ่งมีผู้คนนับถือเป็นจำนวนมากมาพูดชี้นำแบบนี้ก็ทำให้ผู้คนหลงเชื่อกันไปใหญ่ ยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกตามมาก
นายอานนท์ กล่าวด้วยว่า ซึ่งในกฎของสงฆ์มีข้อห้ามเอาไว้ว่า การทำให้สงฆ์แตกแยกถือเป็นอาบัติสังฆาทิเสส ดังนั้นการที่พระพยอมออกมาพูดแล้วทำให้คนในสังคมเกิดความแตกแยกแบบนี้ถือเป็นอาบัติสังฆาทิเสสหรือไม่ กลุ่มจึงเดินทางมายื่นหนังสือกับเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรีเพื่อทำการตรวจสอบพระพยอมในเรื่องนี้
นายอานนท์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพระพยอมเป็ยฝ่ายกองเชียร์คนเสื้อแดงมากว่า 10 ปีแล้ว แต่มาในวันนี้กลับกลายเป็นคนเสื้อส้ม ถึงขั้นเห็นด้วยกับกฎหมายที่พรรคก้าวไกลพยายามจะแก้ไข ม.112 จนถึงขั้นเอานายพิธาไปเปรียบเทียบกับอดีตพระมหากษัตริย์บางพระองค์ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แล้วหลังจากที่พระพยอมได้พูดชี้นำ พาดพิง จนกลายเป็นข่าวไปแล้วนั้น ตนยังไม่เห็นเลยว่าพระพยอมจะออกมาขอโทษกับทางสังคมเลย
นายอานนท์ กล่าวว่า มีแต่ไปพูดกับสื่ออีกว่า จะเลิกพูดเกี่ยวกับการเมืองหลังเข้าพรรษาไปแล้วแค่นั้น ตนและกลุ่มจึงเห็นว่าเรื่องนี้ทางเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นผู้ปกครองโดยตรงของพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ควรดำเนินการตรวจสอบเพื่อลงโทษทางวินัยต่อไป แต่ทางเจ้าคณะจังหวัดไม่ออกมารับหนังสือ ทางกลุ่มก็จะเดินทางไปยื่นและติดตามเรื่องกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 66 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มอาคาร 2 แห่ง ในเมืองดนีโปรซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของยูเครน ส่งผลให้อาคารดังกล่าวเสียหายอย่างหนัก และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน
นักข่าวภาคสนามของบีบีซียืนยันว่า ชั้นบนสุดของอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ถูกทำลายเกือบจนย่อยยับจากการโจมตีของรัสเซียเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 กรกฎาคม
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวด้วยว่า อาคารแห่งหนึ่งของหน่วยงานด้านความมั่นคง (SBU) ของยูเครนก็ถูกโจมตีเช่นกัน ซึ่งเขาได้กล่าวโทษรัสเซียที่ยิงขีปนาวุธจนทำให้อาคารทั้ง 2 เสียหาย
นอกจากนี้ เซเลนสกีกล่าวว่า ตนได้มีการประชุมฉุกเฉินกับ SBU กระทรวงกิจการภายใน หน่วยบริการฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
‘เซอร์ฮีย์ ไลซัก’ (Serhiy Lysak) ผู้ว่าการภูมิภาคดนีโปรแปตร็อวสก์ กล่าวว่า มีเด็กสองคนอายุ 14 ปี และ 17 ปี อยู่ในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกำลังได้รับการรักษาที่บ้าน และว่า ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการยิงขีปนาวุธของรัสเซียครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น
‘บอริส ฟิลาทอฟ’ (Boris Filatov) นายกเทศมนตรีเมืองดนีโปร กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งล่าสุดถือเป็นการโจมตีครั้งที่สามที่อาคารของหน่วยงาน SBU ตกเป็นเป้าหมายของรัสเซีย ส่วนอาคารที่อยู่อาศัยที่ถูกขีปนาวุธทำลายนั้นเพิ่งสร้างเสร็จและกำลังปล่อยขายห้องว่าง อย่างไรก็ดี ขณะเกิดเหตุไม่ค่อยมีผู้คนอยู่ด้านในอาคารทั้ง 2 แห่ง
ทั้งนี้ การโจมตีในเมืองดนีโปรมีขึ้นหลังจากที่รัสเซียกล่าวเมื่อวันศุกร์ (28 ก.ค.) ว่าได้ยิงสกัดกั้นขีปนาวุธยูเครนจำนวน 2 ลูก เหนือภูมิภาครอสตอฟทางตอนใต้ซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครน มอสโกกล่าวว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน จากซากปรักหักพังที่ร่วงลงมาในเมืองท่าทางทาแกนร็อก (Taganrog)
กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า ขีปนาวุธเอส-200 (S-200) ลูกแรกมีเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางที่อยู่อาศัยในเมืองทาแกนร็อก ที่มีประชากรประมาณ 250,000 คน หลังจากนั้นไม่นาน มอสโกกล่าวว่า ได้ยิงขีปนาวุธ S-200 ลูกที่สองตกใกล้กับเมืองอซอฟ (Azov) โดยมีเศษชิ้นส่วนตกลงในพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย
‘นิวจิ๋ว’ มาแล้ว ดูโอดีวาตัวแม่ตัวมัม ‘นิว-จิ๋ว’ ได้แก่ ‘นิว’ นภัสสร ภูธรใจ และ ‘จิ๋ว’ ปิยนุช เสือจงพรู สังกัด White Music ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ปล่อยเพลงแต่ละทีจะธรรมดาไม่ได้
รอบนี้เรียกได้ว่าเอาใจเพื่อนสาวแบบสุดๆ กับเพลงใหม่ ‘ที่ดีก็ไม่ได้ ที่ได้ก็ไม่ดี’ คงคอนเซ็ปต์ความเป็นตัวแม่เหมือนเคย
จากโจทย์ตั้งต้นของการทำเพลงให้ นิว-จิ๋ว ได้กลับมาร้อง Battle กันอย่างเชือดเฉือนอีกครั้ง หลังจากเคยมีเพลงดวลกันอย่าง ‘ฉันก็รักของฉัน’ เมื่อปี 2014 ที่เป็นอีก 1 ลายเซ็นสำคัญของนิว-จิ๋ว สร้างกระแสฮิตไปทั่วประเทศ
ถึงแม้เพลง ‘ที่ดีก็ไม่ได้ ที่ได้ก็ไม่ดี’ จะมาในแนวเพลงเศร้า นุ่มนวลกว่าเพลงก่อนๆ แต่การฟาดฟันพลังเสียงและแอตติจูด ก็ยังจัดเต็มมาให้ผู้ฟังได้เต็มอิ่มไม่ผิดหวังแน่นอน
ซึ่งเพลงนี้ได้โปรดิวเซอร์คู่บุญเจ้าเก่าเจ้าประจำ ที่สร้างผลงานเพลงฮิตร่วมกันมานับไม่ถ้วนอย่าง ‘แม็ค ศรัณย์’ กลับมาสร้างความพิเศษให้กับเพลงนี้อีกครั้ง
โดย ‘แม็ค’ ได้ทำการบ้านและตีโจทย์นี้ออกมา โดยอยากให้เกิดการร้องแบบโต้ตอบกันภายในเพลง ไม่ได้ห้ำหั่นอย่างดุเดือดแบบคนทะเลาะ
แต่ให้เป็นเหมือนคน 2 คน ที่ต่างมีเรื่องราวของตัวเองกำลังคุยกันมากกว่า จึงได้ไอเดียเพลงที่เล่าถึงเรื่องราวความรัก 2 มุมมอง แบบ Contrast กัน แต่กำลังสื่อสารในเรื่องเดียวกันอยู่ เหมือนกับชื่อเพลง ‘ที่ดีก็ไม่ได้ ที่ได้ก็ไม่ดี’
เนื้อหาเล่าถึงความรักที่ไม่ได้ดั่งใจ เป็นเรื่องราวความรักของใครหลายๆ คนที่ผ่านพบเจอ บางทีเราอาจจะเจอความรักที่เป็นไปตามใจอยาก แต่ไม่สามารถครอบครองเอาไว้ได้ หรือบางครั้งเราอาจจะอยู่ในความสัมพันธ์รักไม่ได้สมบูรณ์และสมหวังอย่างที่เราวาดฝันไว้
ทุกเหตุการณ์คือความผิดหวังและเสียใจ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงนี้ ผ่านดนตรีจากแรงบันดาลใจในยุค 90s มีกลิ่นอายความเป็น R&B และเมโลดี้ที่ไพเราะ เข้ากับกระแส Y2K ที่กำลังฮิตในยุคนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ ‘นิว-จิ๋ว’ กับการร้องเพลงโต้ตอบ ในมุมดนตรีหวานๆ
นอกจากเนื้อหาจะกระแทกใจ และดนตรีสุดละมุนแต่เข้าถึงอารมณ์ได้อย่างดี ด้านการดีไซน์การร้องครั้งนี้ ‘นิว-จิ๋ว’ และ ‘แม็ค’ ได้คิดไลน์ประสานที่ท้าทายความสามารถมากขึ้น ด้วยการโชว์ High Note แบบสูงมากๆ ทับซ้อนไล่กันไปมา ให้คนฟังได้อินและเข้าถึงเพลงได้มากขึ้นตามไปด้วย
และนอกจากตัวเพลงจะน่าสนใจมากๆ แล้ว งานแฟชันคอสตูมของเพลงนี้ก็ยังจัดเต็ม ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง พร้อมกับการอัพเกรดความอลังการยิ่งใหญ่แปลกตายิ่งกว่าเดิม สมมงตัวแม่วงการดีวาแห่งประเทศไทย
ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปรับชมความยิ่งใหญ่จัดเต็มได้ในมิวสิกวิดีโอ ที่เพิ่งปล่อยออกมาให้ได้รับชมกันแล้วในตอนนี้
ติดตามฟังเพลง ‘ที่ดีก็ไม่ได้ ที่ได้ก็ไม่ดี’ ของ นิว-จิ๋ว ได้แล้วที่ YouTube : Official White Music : https://youtu.be/dIFN0Y5OKI4