Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘หลวงปู่ทอง’ เกจิดังทายาทสายพุทธาคม วัดดอนไก่ดี มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุรวม 107 ปี 83 พรรษา

คณะศิษยานุศิษย์สุดอาลัย พระราชมงคลวุฒาจารย์ (สุวรรณ สุวิชาโน) หรือ ‘หลวงปู่ทอง’ วัดดอนไก่ดี เกจิดังแถวหน้าของเมืองไทย ทายาทสายพุทธาคม ‘หลวงพ่อรุ่ง’ วัดท่ากระบือ ได้มรณภาพลงแล้ว เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2566 เวลา 16.52 น. ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริอายุ 107 ปี 83 พรรษา

เพจเฟซบุ๊ก ‘วัดดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร’ ได้แจ้งข่าวการมรณภาพของ พระราชมงคลวุฒาจารย์ (สุวรรณ สุวิชาโน) หรือ ‘หลวงปู่ทอง’ โดยลงข้อความ ระบุว่า น้อมกราบถวายความอาลัย พระเดชพระคุณพระราชมงคลวุฒาจารย์ (หลวงปู่ทอง สุวิชาโน) วัดดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2566 เวลา 16.52น. ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริอายุ 107 ปี 83 พรรษา

ทั้งนี้ พระราชมงคลวุฒาจารย์ (สุวรรณ สุวิชาโน) หรือ ‘หลวงปู่ทอง’ เป็นพระเกจิชื่อดังระดับแถวหน้าของเมืองไทย ทายาทสายพุทธาคม ‘หลวงพ่อรุ่ง’ วัดท่ากระบือ อดีตพระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มน้ำท่าจีน

‘หลวงปู่ทอง’ มีนามเดิมว่า ‘สุวรรณ รุ่งอารีย์’ เกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2460 ที่บ้านดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร อุปสมบทเมื่อพ.ศ.2483 ที่วัดดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน โดยมีพระครูสังวรศีลวัตร (หลวงพ่ออาจ) วัดดอนไก่ดี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุทรคุณาจารย์ (หลวงปู่ฮะ) วัดดอนไก่ดี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ ‘หลวงพ่อเล็ก’ วัดหงอนไก่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับการอบรมในด้านสมาธิภาวนาจาก ‘หลวงปู่ฮะ’ ด้านวิทยาคม ได้รับการอบรมชี้แนะจาก ‘พระครูสังวรศีลวัตร’ หรือ ‘หลวงพ่ออาจ’ วัดดอนไก่ดี

หลังได้ศึกษาจนมีความชำนาญ จึงเดินทางไปกราบฝากตัวเป็นศิษย์ 'หลวงพ่อรุ่ง' วัดท่ากระบือ ได้รับการแนะนำสั่งสอนอบรมหลายอย่าง โดยเฉพาะการถ่ายทอดวิชาเขียนยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ลงตะกรุดทำน้ำมนต์ ทำให้ ‘หลวงปู่ทอง’ ได้รับการกล่าวถึงในหมู่ลูกศิษย์ถึงความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลที่ ‘หลวงปู่ทอง’ จัดสร้างขึ้น ซึ่งที่ได้รับความนิยม เช่น พระขุนแผนมหาเมตตาใหญ่, สีผึ้ง, แม่นางกวัก, เหรียญหลวงปู่ทอง รุ่นมหาลาภ เป็นต้น

สำหรับลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2564 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ ‘พระราชมงคลวุฒาจารย์’

‘Viper Bangkok’ บาร์แฮงค์เอาท์ ย่านสะพานควาย บรรยากาศดี ดนตรีสด พร้อมค็อกเทลสูตรพิเศษ

ค้นพบสวรรค์แห่งความสนุก ค้นหาความสุขกับเครื่องดื่มดีดี ลิ้มลองอาหารเลิศรสในบรรยากาศที่แปลกใหม่กับคนที่รู้ใจ วันนี้ THE STATES TIMES ขอแนะนำที่ร้าน Viper Bangkok

ร้านนี้อยู่ใจกลางเมือง ย่านBTSสะพานควาย ร้านสวย มู๊ดดี น่านั่งมาก แสงสีจัดเต็มถ่ายรูปออกมาคือเริ่ดมากเลยขอบอก ที่สำคัญเพลงเพราะด้วยมีทั้งดนตรีสด และช่วง DJ เครื่องดื่มครบมาก ทั้งเบียร์ ไวน์ และค็อกเทลต่าง ๆ เยอะมากตอบโจทย์ทุกคนอย่างแน่นอน

ตัดมาที่เมนูอาหารก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เริ่มจาก ไข่ปลาหมึกทอดคลุกซอส กรอบนอกหนึบในกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติสุดฟิน หรือจะจานเส้นอย่างผัดหมี่กระเฉดกุ้งแม่น้ำ หอมกลิ่นคั่วกระทะกุ้งตัวใหญ่มาก สายแซบต้องยำดิบรวม หมึกกุ้งปลาสดมาก อร่อยฉ่ำ ๆ ทุกเมนูกินคู่กับเครื่องดื่มลงตัวมาก ใครกำลังมองหาที่แฮงค์เอาท์ โซนสะพานควายรีบแท็กชวนเพื่อน ๆ ด่วน สามารถโทรไปสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 093-624-9268

29 กรกฎาคม ของทุกปี  ‘วันภาษาไทยแห่งชาติ’ ถือเป็นวันที่ระลึกถึงภาษาของชาติไทย

วันภาษาไทยแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันที่คนไทยควรตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ อันเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมทางภาษาที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

วันภาษาไทยแห่งชาติ มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสำคัญของภาษาไทย ในราวปี พ.ศ. 1826 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ ‘ลายสือไทย’ ขึ้นเป็นครั้งแรก ดัดแปลงมาจากอักษรมอญและเขมร มีพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เพื่อใช้แทนความหมายและเสียงต่างๆ ในภาษาไทย ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น ‘อักษรไทย’ ที่เราใช้กันในปัจจุบันนั่นเอง

สำหรับวันภาษาไทยแห่งชาติ ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2542 โดยมีความเป็นมาจากเหตุการณ์เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินไปอภิปรายหัวข้อ ‘ปัญหาการใช้คำไทย’ ในการประชุมวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 พระองค์ท่านทรงแสดงความห่วงใยในภาษาไทย โดยทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

“เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียงคือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้ สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก”

ต่อมาในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เป็นวันเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติลงความเห็นให้ วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็น ‘วันภาษาไทยแห่งชาติ’ และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

‘ราชกิจจาฯ’ ประกาศให้ ‘ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ ทายาทขอรับได้ภายใน 6 เดือนหลังจากเสียชีวิต มีผลบังคับใช้ทันที

ราชกิจจาฯ ประกาศให้ ‘ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ ทายาทได้ 3,000 บาท จาก พม.ไม่ว่าจะเสียชีวิตจากสาเหตุอะไรได้ทุกคนที่เป็นคนไทย ขอรับภายใน 6 เดือนหลังจากเสียชีวิต

(28 ก.ค. 66) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรื่อง การสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี ผู้สูงอายุที่เสียชีวิตจะได้รับ ‘ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ ต้องเข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้
1.) อายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2.) สัญชาติไทย
3.) ผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แต่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้ผู้อํานวยการเขต หรือนายอําเภอ หรือกํานัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตําบล หรือนายกเมืองพัทยา หรือประธานชุมชน เป็นผู้ออกหนังสือรับรอง ตามแบบที่อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุกําหนด

'ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ ในประกาศนี้รวมถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ สถานสงเคราะห์ สถานดูแล สถานคุ้มครอง หรือสถานใด ๆ ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดําเนินการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจัดการศพตามประเพณีโดยมูลนิธิ สมาคมวัด มัสยิด โบสถ์

การยื่นคําขอเพื่อขอ ‘ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ ให้ผู้ที่รับผิดชอบในการจัดการศพตามประเพณีรายนั้นยื่นคําขอในท้องที่ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือภูมิลําเนาในขณะถึงแก่ความตาย ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคําขอที่สํานักงานเขต

ส่วนจังหวัดอื่นให้ยื่นคําขอที่สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือที่ว่าการอําเภอ หรือสํานักงานเทศบาล หรือที่ทําการองค์การบริหารส่วนตําบล หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา แบบคําขอรับการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุกําหนด

ผู้ยื่นคําขอ ‘ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ ต้องยื่นคําขอภายในกําหนด 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออกใบมรณบัตรพร้อมเอกสาร ดังต่อไปนี้

1.) ใบมรณบัตรของผู้สูงอายุ
2.) บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุ หรือหนังสือรับรองตามข้อ 5 (3)
3.) บัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขประจําตัวประชาชนของผู้ยื่นคําขอ กรณีการจัดการศพตามประเพณีโดยมูลนิธิ สมาคม วัด มัสยิด โบสถ์ ให้แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียน หรืออนุญาตให้สร้าง จัดตั้ง หรือดําเนินงานมูลนิธิ สมาคมวัด มัสยิด โบสถ์ด้วย
4.) สมุดบัญชีหรือเลขที่บัญชีธนาคารของผู้ยื่นคําขอ เว้นแต่ประสงค์จะขอรับเงินสดให้ดําเนินการตามระเบียบของทางราชการ
5.) หนังสือรับรองเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการศพตามประเพณี ซึ่งออกโดยบุคคล ตามข้อ 5 (3) หรือหัวหน้าหน่วยงานตามข้อ 5 วรรคสอง สําหรับกรณีผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคําขอและผู้รับรองต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน แบบหนังสือรับรองให้เป็นไปตามที่อธิบดี กรมกิจการผู้สูงอายุกําหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือน ต.ค. 2564 - พ.ค. 2565 มีผู้ขอรับ ‘ค่าทำศพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป’ จำนวน 93,127 ราย เป็นเงิน 279.38 ล้านบาท

‘ญี่ปุ่น’ ลั่น!! เกาหลีเหนือเป็น ‘ภัยคุกคาม’ สุดร้ายแรง หลังกรุงเปียงยางโชว์ยุทโธปกรณ์ ฉลองวันแห่งชัยชนะ

(28 ก.ค. 66) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ญี่ปุ่นได้ระบุในสมุดปกขาว หรือเอกสารรายงานประจำปีที่รัฐบาลออก เพื่อชี้แจงรายละเอียดภัยคุกคามทางทหารและแผนการ เพื่อรับประกันความมั่นคงของประเทศว่า เกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติมากกว่าที่เคยเป็นมา จากการที่เปียงยางซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ยั่วยุประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการทดสอบขีปนาวุธซ้ำแล้วซ้ำเล่าและถ้อยวาจาที่เป็นปฏิปักษ์

ในเอกสารดังกล่าว กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวถึงการเพิ่มงบประมาณในการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ เนื่องจากโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งวิกฤตการณ์ ทั้งการที่จีนมีแสนยานุภาพทางทหารที่เพิ่มขึ้น สงครามการรุกรานของรัสเซียในยูเครน รวมถึงภัยคุกคามเกาหลีเหนือที่กลายเป็นปัญหาสำคัญสำหรับญี่ปุ่น

คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ อนุมัติสมุดปกขาวนี้เมื่อเช้าวันนี้ (28 ก.ค.) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธในละแวกใกล้เคียงถี่มากขึ้น สอดคล้องกับที่รายงานดังกล่าวระบุว่า “เชื่อว่าเกาหลีเหนือมีความสามารถในการโจมตีญี่ปุ่นด้วยขีปนาวุธที่มีการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์”

ในขณะเดียวกัน เคซีเอ็นเอ สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือรายงานในวันเดียวกันว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ตรวจตราขบวนพาเหรดแสดงแสนยานุภาพทางทหารของประเทศ โดยมีการสาธิตโดรนรุ่นใหม่และจัดแสดงขีปนาวุธพิสัยข้ามทวีป (ICBM) ที่มีความสามารถด้านนิวเคลียร์ ทั้งยังกล่าวเปิดงานอย่างอบอุ่นเพื่อฉลองวันครบรอบสิ้นสุดสงครามเกาหลี

เคซีเอ็นเอรายงานว่า ในการเดินขบวนดังกล่าว ได้มีการบินสาธิตของเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับเชิงกลยุทธ์และโดรนโจมตีอเนกประสงค์รุ่นใหม่ รวมถึงยังมีการนำฮวาซอง-18 (Hwasong-18) ซึ่งเป็นขีปนาวุธ ICBM ใหม่ล่าสุดที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งและถูกทดสอบไปเมื่อเดือนเมษายนและกรกฎาคมปีนี้มาอวดโฉมในงานเช่นกัน สร้างความปิติยินดีและความตื่นเต้นให้กับผู้ชมที่ร่วมงาน โดยปกติแล้ว คณะผู้แทนระดับสูงของรัสเซียและจีนเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองดังกล่าว เนื่องในวันครบรอบ 70 ปีของการสงบศึกในสงครามเกาหลี ที่เกาหลีเหนือเฉลิมฉลองในชื่อ ‘วันแห่งชัยชนะ’

‘นนท์ ธนนท์’ ประกาศเลื่อนงานแสดงกะทันหัน หลังเจอคนฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในที่แสดง ทำให้เส้นเสียงมีปัญหา

(28 ก.ค. 66) ทำเอาแฟนคลับ และชาวเน็ต เดือดกันไม่น้อย เมื่อ เลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต้นสังกัดของนักร้องหนุ่ม ‘นนท์ ธนนท์’ ได้ออกมาประกาศเลื่อนงานแสดงของศิลปิน โดยระบุว่า…

“เนื่องด้วย ศิลปิน นนท์ ธนนท์ มีปัญหาด้านสุขภาพเส้นเสียง จากกลุ่มคนที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในพื้นที่แสดง ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด จากคำแนะนำของแพทย์ให้พักการใช้เสียงเป็นระยะเวลา 3-5 วัน จึงไม่สามารถเข้าร่วมงานแสดงได้ดังนี้

– 28 กรกฎาคม งานปิด
– 29 กรกฎาคม งาน Grand Opening Infinity Medical Clinic @ Central Phuket Festival

ทางศิลปินและทีมงานค่าย ต้องขออภัยผู้จัดและทีมงานผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้”

ซึ่งก่อนหน้านี้ นนท์ ได้ออกมาทวีตว่า “ในพื้นที่ที่มีแต่คนบรรลุนิติภาวะเท่านั้นที่เข้าไปได้ กลับเจอการกระทำมากมายที่ดูไร้วุฒิภาวะ #ไม่สูบบุหรี่เมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นนะครับ”

ทั้งนี้ แฟนคลับต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็น ให้หายจากการป่วยโดยไว หลายคนยังได้โพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ ที่มักจะเห็นควันในพื้นที่การแสดงต่างๆ ที่นนท์ไปจัดแสดง ทั้งยังเรียกร้องให้ทุกคน เคารพในพื้นที่ เพราะการสูบบุหรี่ไม่เพียงแค่ส่งกลิ่นเหม็น แต่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย

บางคนยังได้ขอเรียกร้องให้ผู้จัด ดูแลพื้นที่จัดแสดงสาธารณะของสถานที่ให้มากกว่านี้ บางคนระบุว่า ต้องแต่ติดตามผลงานศิลปินมา แม้ป่วยแทบยืนไม่ไหวก็ไม่ค่อยยกเลิกงาน แต่ครั้งนี้คงเรียกว่าสาหัสมากจริงๆ

ขบวนรถไฟขนส่งระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ออกขบวนแล้ว!! ช่วยลดต้นทุน ยกระดับการขนส่ง เพิ่มขีดความสามารถทางการค้า

เมื่อไม่นานนี้ การรถไฟฯ ได้เดินรถไฟขนส่งสินค้าขบวนทดลอง มาบตาพุด - ด่านคลองลึก (ฝั่งไทย) - ด่านปอยเปต (ฝั่งกัมพูชา) - พนมเปญ เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการพัฒนาเส้นทางเชื่อมระหว่างประเทศ ไทย-กัมพูชา

ซึ่งประเทศไทยมีส่วนในการสนับสนุน ร่วมกับหลายๆ ประเทศ ในการปรับปรุงเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศนี้ ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง หลังจากถูกทำลายไปในช่วงสงครามกลางเมืองกัมพูชา

ซึ่งถ้าการทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี ผู้ประกอบการ รวมถึงกลุ่ม ปตท. ก็มีการวางแผนขบวนขนส่งสินค้า ทั้งคอนเทนเนอร์ทั่วไป และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี จากมาบตาพุด ไปส่งกัมพูชาทางรถไฟอีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่า เส้นทางรถไฟไทย-กัมพูชา มีอายุมากกว่า 68 ปี เปิดให้บริการครั้งแรกใน พ.ศ. 2498 แต่ถูกปล่อยทิ้งร้าง จากปัญหาควาามขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่สงบในกัมพูชาไปกว่า 45 ปี

จนกระทั่งกลับมาเปิดด่านและสถานีรถไฟ ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก และด่านปอยเปต ในปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ ไทยมีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างประเทศ เป็นจุดที่ 3 ต่อจาก ปาดังเบซาร์ และ หนองคาย

เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศ สำคัญอย่างไร?
แน่นอนว่าหลายๆ คน อาจทราบอยู่บ้างว่า รถไฟเป็นระบบขนส่งทางบกที่ถูกที่สุด และมีความสามารถในการขนส่งต่อขบวนในปริมาณมาก ทำให้ช่วยลดการขนส่งสินค้าทางรถยนต์ได้มาก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้า ซึ่งประเทศไทยมีสินค้าที่ส่งออกไปกัมพูชาในกลายกลุ่ม เช่น
- วัตถุดิบในการก่อสร้าง (ปูน กระเบื้อง สุขภัณฑ์) ซึ่งไทยเราเป็นผู้นำในระดับโลก
- กลุ่มปิโตรเคมี น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ
- อาหาร สิ่งอุปโภค บริโภค

โดยการเปลี่ยนมาขนส่งผ่านระบบรถไฟ จะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าได้มาก ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น (ถนนไทย-กัมพูชา ยังอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์) ที่สำคัญคือ การเปิดด่านเหล่านี้ จะเป็นการสนับสนุนนโยบายการเปิดการเพิ่มผู้ให้บริการ เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าข้ามชายแดนได้สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

‘ราเมศ’ ยัน!! พรรคไม่เคยมีมติดีล ‘ทักษิณ’ เพื่อร่วมรัฐบาล ย้ำ!! ปชป.มีหลักการพรรค คนใดคนหนึ่งจะตัดสินใจเองไม่ได้

(28 ก.ค. 66) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายเดชอิสม์ขาวทอง ได้เดินทางไปฮ่องกง เพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อเจรจาถึงการร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ ว่า…

ในเรื่องนี้ตนยืนยันได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยส่งใครไปเจรจากับนายทักษิณ เพราะตามหลักการของพรรคโดยเฉพาะเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ไม่ได้เป็นอำนาจการตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพราะการร่วมรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกันในพรรคอย่างละเอียดรอบคอบ อีกทั้งพรรคมีข้อบังคับที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อมีประเด็นการที่จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่าง กก.บห. และ สส. ของพรรคชุดปัจจุบันที่จะต้องร่วมกันพิจารณา แล้วจึงจะมีมติพรรคออกมาว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

ส่วนที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคทันต่อการพิจารณาเรื่องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายราเมศกล่าวว่ากก.บห. ชุดปัจจุบันซึ่งทำหน้าที่รักษาการอยู่ ก็มีอำนาจในการร่วมพิจารณา ไม่ใช่เฉพาะกรณีร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลแต่สามารถร่วมพิจารณาได้ในทุกๆ เรื่อง สำหรับการที่มีรายงานข่าวกรณีของนายเดชอิสม์นั้น อยากให้ไปสอบถามเจ้าตัวจะดีกว่า

‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ ใบ้เลขเด็ด 3 ตัวตรง งวด 31 ก.ค.นี้ งานนี้คอหวยห้ามพลาด!! รีบซื้อด่วนก่อนหมดแผง

(28 ก.ค. 66) ใกล้ถึงวันลอตเตอรี่ออกงวดที่จะถึงนี้ วันที่ 31 ก.ค. แล้ว ล่าสุด นายมนต์สิทธิ์ คำสร้อย นักร้องลูกทุ่งเจ้าพ่อใบ้หวย ก็ยังให้เลขเด็ดแฟนๆ ได้เอาไปตามลุ้นกัน ซึ่งโพสต์แคปชัน บอกใบ้เลขเด็ด บอกเลขที่ชอบให้แฟนๆ ที่ติดตามในเพจเฟซบุ๊กไว้ด้วยว่า…

“หวยงวด 31 ก.ค. มีข่าวทะลุออกมาจากวงในไฮโลว่า งวดนี้หวยออก 31 ก.ค. เลข 1 มา จะจริงไหม แต่ผมชอบ 145–418–964 จัดไปลอตเตอรี่เบาๆ นะจ๊ะ (งวดนี้ซื้อน้อยทุนหมด งวดที่แล้วโบ๋ค่ะ ไม่ถูกสักตัวเลย) ระวังมิจฉาชีพมาคอมเมนต์เรื่องหวย อย่าได้เชื่อนะครับ)”

‘ผู้ช่วยกรณ์’ เปิดข้อกฎหมายเลือกตั้ง เกี่ยวกับคุณสมบัติ สส.ชี้!! หากผู้สมัครไม่ผ่านเกณฑ์ ‘หัวหน้าพรรค’ อาจโดนคุกถึง 5 ปี

‘ผู้ช่วยกรณ์’ เล่าตอนที่นายกรณ์เป็นหัวหน้าพรรค ชพก. ต้องแบกความรับผิดชอบ ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร มีคนอยากลงสมัครหลายคน แต่ไม่ผ่านเกณฑ์คัดสรร ชี้ กฎหมายเลือกตั้งเขียนไว้โหดมาก ‘หัวหน้าพรรค’ อาจโดนคดีได้โดยไม่ต้องมีใครแกล้ง จำคุกถึง 5 ปี

(28 ก.ค. 66) นายพัสณช เหาตะวานิช ผู้ช่วยดำเนินงานนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อ “สิ่งที่ ‘หัวหน้าพรรค’ ต้องแบก!?” โดยมีเนื้อหาดังนี้

เล่าให้ฟังครับ ตอนที่คุณกรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ เรื่องนึงที่ทีมทุกคนต้องระวังมากที่สุดช่วงเลือกตั้งคือ “การตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร”

กฎหมายเขียนไว้โหดมาก และผู้รับผิดชอบหนักสุดคนหนึ่งคือ ‘หัวหน้าพรรค’ โดยเฉพาะหากมีการส่งผู้สมัครที่ ‘ขาดคุณสมบัติ’ หรือมี ‘ลักษณะต้องห้าม’ ลงสนามเลือกตั้ง

เชื่อมั้ยครับว่า มีคนอยากลงสมัครกับเราหลายคน ‘ไม่ผ่านเกณฑ์คัดสรร’ เพราะไม่สามารถนำเอกสารราชการมายืนยันคุณสมบัติของตัวเองได้

ตอนนั้นขั้นตอนพื้นฐานในการตรวจสอบคือ
1.) เช็กกับ กกต.ว่า ผู้สมัครทุกคนใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนหน้าครบถ้วนตามเงื่อนไขหรือไม่

2.) เช็คกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีประวัติอาชญากรรม เคยต้องคดีหรือไม่ เคยถูกพิพากษาจำคุกหรือไม่ เคยเข้าไปอยู่ในคุกจริงมั้ย สำคัญสุดคือ ประเภทคดีเป็นคดีอะไร

3.) นอกจากทางกฎหมาย หลายพฤติกรรมเสี่ยงก็ถูกเช็กและประเมินอย่างเป็นระบบเช่นกัน บูโรเป็นยังไง คบคนแบบไหน วุฒิต่างๆ ได้มาจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

จำได้เลยว่า ผู้สมัครหลายคนต้องไปคัดสำเนาคำพิจารณาคดีจากศาลมาเป็นหลักฐานให้กับพรรคว่า ‘คดีสิ้นสุดแล้วจริง’ ถึงจะได้ลง!!

บางเคสจำได้ว่า ต้องรอสมัครวันสุดท้ายเลย เพราะความเข้มข้นของการตรวจสอบขั้นสุด

หัวหน้าทีมกฎหมายของพรรคทำงานหนักมาก เพราะนอกจากตรวจเอกสารแล้ว ยังมีการ ‘สอบปากคำ’ โดยตรงกับผู้สมัครอีกด้วย

คุณกรณ์เอง ช่วงนั้นต้องนั่งฟังการสอบปากคำ เพื่อความรัดกุมที่สุดด้วยแทบทุกรอบ

สิ่งที่ “หัวหน้าพรรค” แบกไว้นั้นหนักหนามากนะครับ
เพราะนี่คือสิ่งที่พรรคการเมืองต้องทำหน้าที่คัดสรรตัวแทนประชาชนที่ดีที่สุดในพื้นที่นั้นๆ มาให้ประชาชนเลือก

และยิ่งไปกว่านั้นหัวหน้าพรรคอาจจะโดนคดีได้โดยไม่ต้องมีใครแกล้งเลย ไม่ว่าจะเป็น..

พรป.พรรคการเมือง ม.56 ม.120
= จำคุกหัวหน้าพรรค 5 ปี

พรป.พรรคการเมือง ม.52 + ม.117
= จำคุก หัวหน้าพรรค + กรรมการบริหารพรรค 6 เดือน

พรป.เลือกตั้ง ส.ส. ม.151
= จำคุกตัวผู้สมัครเอง 1-10 ปี

หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าตรวจคุณสมบัติมาอย่างดี และเข้มงวดแล้วไปเซ็นรับรองให้ใครต่อใครที่มีคุณสมบัติต้องห้าม ให้ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งล่ะก็ น่าจะรอดยาก…

ทั้งนี้ นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ได้ประกาศลาออกจาก สส. ภายหลังถูกตรวจสอบพบว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 โดยยอมรับเคยต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ขณะที่ กกต.อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และมีคำสั่งให้นายนครชัย พ้นจากตำแหน่ง สส. คล้ายกระบวนการของนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กรุงเทพฯ และมีคำสั่งให้ กกต.จัดการเลือกตั้งซ่อม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top