Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

เปิดภาพล่าสุด ‘สุชาติ แคปเจอร์’ เน็ตไอดอลในตำนาน  ที่ปังไม่หยุด!! ขึ้นเขียงอัปความอึ๋มของหน้าอก 200 ซีซี

(26 ก.ค. 66) ยังจำกันได้ไหม? ‘สุชาติ แคปเจอร์’ หรือ ‘สุชาติ จันทร์แก้ว’ ชื่อเล่นเธอเรียกตัวเองว่า ญาญ่า หนูน้อยตัวเล็กที่เรียกว่าสร้างสีสันและกลายเป็นไวรัลที่แชร์กันจนยอดเข้าชมคลิปถล่มทลายหลายล้านวิว จนได้เป็นเน็ตไอดอลคนดังในโลกโซเชียล

ล่าสุด สุชาติ แคปเจอร์ ก็ขอขึ้นเขียงทำศัลยกรรมอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ไม่ใช่จมูกเหมือนเดิม แต่เป็นการเติมเต็มความเป็นสาวด้วยการเสริมหน้าอก พร้อมกับเผยหลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกว่า ทำขนาด 200 ซีซี เนื่องจากคุณหมอบอกว่าทำขนาดนี้พอดีแล้ว เนื่องจากเป็นคนตัวเล็กนั่นเอง เรียกว่า อย่าหยุดสวยจริง ๆ

'อดีตคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์' แชร์ความจริงเรื่องภาษี ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ แม้เสียภาษีปีละ 1.2 ล้านบาท

ไม่นานมานี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้แชร์คลิปวิดีโอ TikTok บัญชี @user4986690179211 ซึ่งเป็นอดีตคนไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ ‘ภาษี’ ขณะที่ตนได้อาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงรัฐสวัสดิการต่างๆ ที่ล้วนได้มาจากการเสียภาษีในมูลค่าที่สูง และไม่อยากให้คนไทยต้องมาด้อยค่าประเทศของตัวเองเวลาพูดถึงสวัสดิการต่างๆ โดยระบุว่า...

“เคยได้ยินวลี ‘ภาษีกู’ ไหม? วันนี้จะมาเล่าให้ฟัง สำหรับคําว่า ‘ภาษีกู’ ที่สมควรจะพูดจริงๆ สำหรับดิฉันที่ไปอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มา 5 ปีกว่า อยากจะบอกพวกคุณว่า คําว่า ‘ภาษีกู’ เนี่ย ที่เมืองไทยเสียน้อยมาก

“พวกคุณรู้ไหม? ว่าที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดิฉันกับสามีต้องเสียภาษี หากตีเป็นเงินไทย รวมแล้วต้องเสียภาษีปีหนึ่งล้านสอง

“ยิ่งไปกว่านั้น หากดิฉันจะไปจับปลาหลังบ้าน (สวิตเซอร์แลนด์) เพราะหลังบ้านติดน้ำ แต่ดันตกไม่ได้ เพราะมีตํารวจน้ำคอยขับเรือตรวจ สามีดิฉันยังบอกเลยว่า “อย่าทํานะ เขาปรับเธอนะ” แต่ที่เมืองไทยแค่คิดจะทอดแห หว่านแหตรงไหนก็ทําได้เลย ถ้าไม่ใช่พื้นที่ส่วนบุคคล เนี่ย!! สิ่งนี้คือ ภาษีเรา!!

ที่คุณเห็นว่าประเทศเขาเจริญดูสะอาดหูสะอาดตา มันมีราคาที่ต้องจ่ายทั้งนั้นแหละ แต่คุณจะจ่ายไหวกันไหม? อย่างเรื่องขยะ ตอนที่ดิฉันอยู่รัฐซูริก ต้องซื้อถุงขยะเป็นม้วนๆ คุณจะมาใส่ถุงก๊อปแก๊ปไปทิ้งไม่ได้นะ เขาจับคุณได้เลยนะ คุณต้องซื้อถุงที่เขาใช้สําหรับทิ้งขยะ ซึ่งตรงส่วนนี้เราต้องจ่ายเงินนะ แล้วม้วนหนึ่งมันมีราคาที่แพงมาก คุณไหวไหม?

“อ้อ!! แล้วก่อนที่ดิฉันจะย้ายกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยในช่วง 2 ปีหลังมานี้ ก็มีบิลมาที่บ้าน เก็บค่าฟังวิทยุของดิฉันกับสามี หัวละ 300 ฟรังก์สวิสฯ หากตีเป็นเงินไทยก็ประมาณหมื่นกว่าบาท หรือคิดเป็นรายวัน จะตกวันละ 30 กว่าบาท ซึ่งดิฉันได้โทรไปถามว่า ดิฉันไม่ได้ฟังวิทยุนะ แต่เขาดันตอบว่าวิทยุมันก็มีอยู่ในรถของคุณ อ้าว!! ดิฉันจึงถามเขากลับไปว่า ถ้าดิฉันฟังไม่รู้เรื่อง ทําไมดิฉันต้องจ่าย? เขาจึงถามกลับมาว่า “เธอใช้อินเตอร์เน็ตไหม?” ดิฉันจึงตอบกลับว่า “ใช้ ซึ่งดิฉันก็จ่ายรายเดือนแยกต่างหากอยู่แล้ว” เขาเลยบอกว่า “อ๋อ… เพราะเธอได้รับข่าวสารจากตรงนี้ด้วย เลยต้องจ่าย” เมื่อถามว่าแล้วถ้าดิฉันไม่จ่ายล่ะ เขาตอบกลับมาว่า “ก็จะมีบิลเรียกเก็บเงินมาอีก และมันก็จะเพิ่มจํานวนเงินขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และหากยังไม่จ่ายอีกก็จะเจอหมายเรียก”

“นี่คือ ภาษีที่ดิฉันต้องจ่าย ทุกอย่างที่คุณเห็นว่าสวยงาม มันมีราคาที่ต้องจ่ายหมดทุกอย่าง ดังนั้น ดิฉันไม่อยากให้คนไทยต้องด้อยค่าประเทศตัวเองให้มันมากนัก ดิฉันบอกเลยว่าที่ดิฉันไปอยู่มันก็เจริญจริงๆ แต่เขาก็เก็บเงินกับทุกอย่างเลยเหมือนกัน”

หลังจากที่คนไทยคนดังกล่าวได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับภาษีเสร็จ ก็ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกับตั้งคำถามว่า “ต้องเสียภาษีเยอะๆ ถึงจะมีสิทธิ์พูด ‘ภาษีกู’ ได้งั้นเหรอ? จะเสียบาทสองบาท มันก็ภาษีเราทั้งนั้นแหละ” เจ้าของคลิปคนไทยจึงได้ตอบกลับคอมเมนต์นั้นว่า…

“คุณพูดเหมือนกับว่า คุณไม่เคยได้อะไรจากประเทศนี้เลย (ไทย) คุณคิดว่าที่โรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการจ้างหมอ จ้างพยาบาล หรือแม้แต่ค่ายา คุณคิดว่าเขามาทํางานให้ฟรีเหรอ? อย่างถนนหนทางที่เขามาทําเป็นถนนลาดยาง หรือตอนที่คุณซื้อรถ คุณก็เสียภาษีนะ คุณเสียภาษีรายปี ใช่ นั่นคือภาษีของคุณ แต่คุณก็ไม่ได้ใช้ทางเดินควายขับรถนี่… 

“รัฐบาลก็เหมือนนักธุรกิจที่ต้องหาเงิน อันนี้ที่ดิฉันเปรียบเทียบให้ฟัง ดิฉันพูดถึงเมืองนอก ว่าระบบกลไกของรัฐบาลเขาเป็นอย่างไร ทำไมเขาถึงมีเงินมาให้ประชาชนในประเทศเขาใช้ตอนเกษียณ เพราะเขาหักคุณไปเท่าไหร่ อันนั้นก็ต้องจ่าย อันนี้ก็ต้องจ่าย ซึ่งตรงนี้ดิฉันเปรียบเทียบให้ฟัง แต่ถ้าฟังแล้วมันไม่เข้าหู ดิฉันก็ต้องขอโทษด้วย”

ต่อมาได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นอีกเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่า “ผิดประเด็นแล้ว ภาษีที่เขาว่า คือภาษีที่เสียไปกับ…ทั้งทางตรงและทางอ้อม” เจ้าของคลิปจึงได้ตอบกลับคอมเมนต์นั้นว่า…

“คุณไปดูกราฟอะไรมา คุณเสียภาษีเท่าไหร่? ขอถามหน่อย แล้วสิ่งที่คุณได้ไป มันไม่คุ้มเหรอ? แล้วคุณเสียภาษีปีหนึ่งเท่าไหร่? อย่างถ้าคุณเป็นเกษตรกร ภาษีมันก็ไม่ได้เยอะมากมายขนาดนั้น หรืออย่างชาวนาถ้าไปลงทะเบียนข้าวนาปี รัฐฯ เขาก็ยังช่วย แล้วภาษีที่คุณทํางาน คุณเสียเท่าไหร่? เวลาคุณหรือครอบครัวคุณจะไปรักษาตัว คุณเสียครั้งละเท่าไหร่ คุณจ่ายไปเท่าไหร่? คุณถือแค่บัตรประชาชนที่มีเลข 13 หลัก ที่แสดงตัวตนว่าคุณเป็นคนไทย แล้วคุณได้รับการรักษา คุณยังคิดว่ามันไม่ดีพออีกเหรอ? 

“ดิฉันไม่ได้เป็นคนคลั่ง แต่อยากให้ลองพิจารณาตัวเองว่า ทุกวันนี้คุณเสียภาษีไปเท่าไหร่ แล้วได้กลับคืนมาเท่าไหร่” เจ้าของคลิปกล่าวทิ้งท้าย

'ชาวบ้าน' ลูบถูต้นลิ้นจี่ เชื่อ!! มีนางไม้อาศัยอยู่  เจอะเลขเด็ด 2 ตัว '11' ส่วน 3 ตัว '528-229'

(26 ก.ค. 66) ชาวบ้านนักเสี่ยงโชคทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียน แป้ง เพื่อมาเซ่นไหว้ขอโชคต้นลิ้นจี่ใบหน้าคน มีลักษณะหน้าคนโผล่กลางลำต้น อายุกว่า 50 ปี ขนาด 2 คนโอบ สูงประมาณ 20 เมตร ภายบริเวณ ศูนย์ประสานงานสภาเกษตรกร ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

หลังจุดธูปและใช้แป้งมาลูบๆ ถูๆ ได้ทั้งเลข 2 ตัว และ 3 ตัว สำหรับเลขสองตัว ได้เลข 11 และเลขสามตัว ได้เลข 528 และเลขธูป 229 จึงนำโทรศัพท์มา ถ่ายเพื่อเก็บไว้ ไปเสี่ยงโชค ซื้อลอตเตอรี่งวดที่จะถึงนี้

จากการสังเกต ต้นลิ้นจี่ บริเวณหน้าศูนย์ประสานงาน สภาเกษตร จังหวัดพะเยา พบว่ามีรูปคล้ายใบหน้าคน ได้โผล่ออกมากลางลำต้น คล้ายใบหน้าผู้หญิงมีทั้ง ศีรษะ ดวงตา แก้ม จมูก ปาก คาง และลำคอ ครบทุกส่วน มองคล้าย คนยืนก้มหน้า

สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่ผ่านไปมาที่พบเห็น ซึ่งเชื่อกันว่า ต้นลิ้นจี่ดังกล่าวน่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือนางไม้อาศัยอยู่ หลังจากที่ชาวบ้านได้ทราบข่าว ต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียนและแป้งเข้ามาเซ่นไหว้ ขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย

‘ก้าวไกล’ เปิดคำร้องสู้ข้อกล่าวหา ‘ล้มล้างการปกครอง’  พร้อมเคลียร์ต่อศาล รธน. ภายใน 27 ส.ค. ปมแก้ 112

จากกรณี ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

(26 ก.ค. 66) เฟซบุ๊กเพจ ‘พรรคก้าวไกล’ ได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า เปิดคำร้องแบบเต็ม พรรคก้าวไกลถูกกล่าวหา ‘ล้มล้างการปกครอง’ เพราะเสนอแก้ 112

‘แก้ไขไม่ใช่ล้มล้าง’ ประโยคนี้กำลังถูกท้าทายจากบรรทัดฐานทางกฎหมายแบบไทย ๆ อีกครั้ง เมื่อพรรคก้าวไกลถูกยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในข้อหาล้มล้างการปกครอง โดยคำร้องมีความยาวเกือบ 20 หน้า บรรยายมาอย่างละเอียดโดยอ้างถึงพฤติกรรมที่ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้แก่ การที่หัวหน้าพรรค และ สส. ของพรรคก้าวไกล มีจุดยืนและการแสดงออกต่อสาธารณะในการเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

คำร้องนี้ยกความคิดเห็นและการตีความพฤติกรรมของพรรคก้าวไกล จากบุคคลหลากหลายที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา คุ้นจุดยืนกันดี เช่น แก้วสรร อติโพธิ, สนธิ ลิ้มทองกุล, สมเกียรติ อ่อนวิมล รวมถึงมีการยกคำให้สัมภาษณ์ที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้กับสำนักข่าวบีบีซี โดยมีการตัดทอนบทสัมภาษณ์ คัดเอาเฉพาะบางประโยคบางท่อนมาต่อกันเพื่อให้ดูสมกับข้อหาล้มล้างการปกครองมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

คดีนี้เดิมพรรคก้าวไกลจะต้องยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ แต่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงอีก 30 วันเป็นวันที่ 27 สิงหาคม 2566

พรรคก้าวไกลยืนยันว่า เราสามารถชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาได้อย่างมั่นใจ โดยยึดหลักการว่าการแก้ไขมาตรา 112 เป็นสิ่งที่กระทำมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และจะต้องทำได้ต่อไป

เราเชื่อว่าการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง ในทางตรงกันข้าม จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

‘จาตุรนต์’ ตื่นเต้น หลังรู้ ‘โทนี่’ จะกลับบ้าน  ยัน!! ไม่มีใครใน ‘เพื่อไทย’ ทราบมาก่อน 

(26 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ว่า ยังไม่ทราบข้อมูลเรื่องดังกล่าว พึ่งรู้จากสื่อเหมือนกัน จึงยังแสดงความเห็นไม่ถูก ในพรรคฯ เองก็ไม่มีใครทราบ แต่เท่าที่ทราบนายทักษิณเคยพูดไว้ว่า จะไม่มีอะไรมาเกี่ยวกับพรรคการเมือง ส่วนจะกลับเมื่อไหร่และอย่างไร เราไม่ทราบมาก่อน

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยวันนี้ (26 ก.ค.) จะมีการคุยเรื่องดังกล่าวกันหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการเตรียมตัวสำหรับการประชุมสภา จึงยังไม่ทราบ แต่อาจจะมีคนสอบถามแลกเปลี่ยนกันบ้าง

เมื่อถามว่า ตื่นเต้นหรือไม่ที่นายทักษิณจะกลับไทย นายจาตุรนต์ กล่าวว่า “ก็ตื่นเต้น” 
เมื่อถามอีกว่า จะมีการไปรอต้อนรับหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทย มีการพูดคุยเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ แล้วหรือยัง นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเหมือนจะมีการสรุปกันแล้ว แต่เข้าใจว่ายังไม่เป็นทางการ หลังจากนั้นก็ไม่เห็นมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนก็ตามข่าวไปพร้อม ๆ กับประชาชนทั่วไป

‘ลิซ่า’ พาเพลง ‘MONEY’ สร้างสถิติใหม่ในฝรั่งเศส ได้รับการรับรองระดับ ‘Gold’ ยอดสตรีมทะลุ 15 ล้านครั้ง

‘ลิซ่า’ ฝากชื่อเอาไว้ในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงอีกครั้ง ด้วยการเป็นศิลปินเดี่ยว K-Pop ‘คนแรก’ ที่ได้รับการรับรองยอดขายระดับ ‘แผ่นเสียงทองคำ’ ในประเทศฝรั่งเศส

การการันตียอดขายระดับ ‘Gold’ ในฝรั่งเศสมาจากเพลง ‘MONEY’ ที่ติดอันดับชาร์ตมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมียอดสตรีมในฝรั่งเศสมากถึง 15 ล้านครั้ง รวมการสตรีม การดาวน์โหลด และการขายจริงในประเทศ

นอกจากนั้น ‘MONEY’ ยังประสบความสำเร็จในการเป็นเพลงที่มียอดสตรีมมากที่สุดโดยศิลปินเคป็อปหญิงบน Spotify แซงหน้าเพลงฮิตอย่าง ‘HOW YOU LIKE THAT’ ของกลุ่ม BLACKPINK ของเธอเอง

แม้จะมีผลงานเดี่ยวเพียงแค่ 2 เพลง แต่ ลิซ่า ก็สามารถกวาดรางวัลต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Chodong Record Award จาก Hanteo Music Awards และ โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Mnet Asian Music Awards นอกจากนั้นซิงเกิลอัลบั้แแรก Lalisa ยังสร้างสถิติโลก เป็นอัลบั้มแรกของศิลปินเดี่ยวจาก เคป๊อปที่มียอดสตรีมถึง 1 พันล้านครั้งบน Spotify

All Now เปลี่ยนใช้รถบรรทุกไฟฟ้า กระจายสินค้าเข้า 7-Eleven  เล็งเพิ่มจำนวนรถให้บริการเป็น 100 คัน ภายในสิ้นปี 2567

(26 ก.ค. 66) นายธเนศ พิริย์โยธินกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ออลล์ นาว (ALL NOW) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท ออลล์นาว เป็นกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์ครบวงจรโดยมีโมเดลธุรกิจเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจรให้แก่ธุรกิจทั้งในและนอกเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีผนึกกำลังกับซีพี ออลล์ ในการเป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าทั้งแบบ off-line และ on-line จากศูนย์กระจายสินค้าไปสู่ร้าน 7-Eleven กว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจแบบยั่งยืน จึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำโลจิสติกส์ด้านส่งเสริมการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม โดยประกาศดำเนินโครงการ EV Vision ด้วยการใช้รถบรรทุก 4 ล้อไฟฟ้าขนาดใหญ่ในการขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้านสาขา 7-Eleven โดยรถบรรทุกไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้งนอกจากนี้ ตัวรถยังมีขนาดตู้บรรจุสินค้าที่สามารถบรรจุได้มากถึง 16 คิวบ์

“ธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาจากเชื้อเพลิงที่ใช้กับยานยนต์ได้ จากความตั้งใจอย่างจริงจังของกลุ่มบริษัท ออลล์ นาว ที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้า แทนการใช้พลังงานน้ำมัน โดยมุ่งหวังลดปริมาณการสร้างมลพิษทางอากาศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ ด้วยการขนส่งสินค้าปริมาณที่มากขึ้นต่อเที่ยว ซึ่งโครงการ EV Vision เป็นโอกาสที่ดีที่กลุ่มบริษัท ออลล์ นาว จะตั้งเป้าเป็นผู้นำทางด้านโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต” นายธเนศกล่าว

ปัจจุบัน ออลล์ นาว ได้เริ่มนำร่องขนส่งและกระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทองเป็นแห่งแรก ไปยังสาขา7-Eleven ในกว่า 20 เส้นทาง และวางแผนที่จะขยายเพิ่มเติมไปสู่ศูนย์กระจายสินค้ามหาชัย และ ลาดกระบัง ทำให้สามารถกระจายสินค้าไปได้กว่า 700 สาขา พร้อมกับตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถบรรทุกไฟฟ้าที่จะให้บริการทั้งหมดเป็น 100 คัน ภายในสิ้นปี 2567 พร้อมกันนี้ ออลล์ นาว ยังได้ลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าในพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าแต่ละแห่ง โดยตั้งเป้าขยายการติดตั้งสถานีไปให้ครอบคลุมครบทุกศูนย์กระจายสินค้าในอนาคต นอกจากนี้ ออลล์นาว ยังวางแผนที่จะขยายการขนส่งและกระจายสินค้าด้วยรถขนส่งไฟฟ้าไปในธุรกิจอื่นๆทั้งในและนอกเครือฯ ต่อไปในอนาคต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์สีเขียวที่ช่วยส่งเสริมการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568” นายธเนศกล่าว.-สำนักข่าวไทย

คู่กรณี ‘เอ๊ะ จิรากร’ เบี้ยวนัดขึ้นศาล คดีทำร้ายร่างกายกลางเวทีคอนเสิร์ต

สืบเนื่องจากกรณีก่อนหน้านี้ นักร้องหนุ่มชื่อดัง ‘เอ๊ะ จิรากร’ ถูกชายรายหนึ่ง บุกขึ้นไปทำร้ายร่างกายบนเวที ขณะที่กำลังทำการแสดงอยู่ ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าตัวได้เดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดี กับผู้กระทำผิดทันที

และเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ‘เอ๊ะ จิรากร’ พร้อมด้วยทนายความ และตัวแทนจากบริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดธัญบุรี ตามกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญา ซึ่ง เอ๊ะ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องชายคนดังกล่าว

ปรากฏว่าเมื่อได้รับหมายแล้ว ชายคนดังกล่าวไม่มาศาล โดยทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เหตุจากทนายเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นทนายความในคดีนี้ และติดว่าความที่ศาลอื่น เป็นเหตุให้ไม่สามารถมาตามนัดของศาลนี้ได้ ทั้งนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้งในวันที่ 4 กันยายน 2566

โดยหลังจากที่ ‘เอ๊ะ จิรากร’ ได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ออกหมายเรียกผู้กระทำความผิดไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ผู้กระทำผิดไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายแต่อย่างใด

นอกจากนี้ทางบริษัท ยังเป็นโจทก์ยื่นฟ้องชายคนดังกล่าว เป็นคดีแพ่งอีกคดีหนึ่ง เพื่อปกป้องชื่อเสียง และทวงคืนศักดิ์ศรีให้กับบริษัทและศิลปิน

‘บิ๊กตู่’ ปัด ‘ทักษิณ’ ติดต่อกลับไทย 10 ส.ค.นี้  บอกแค่ได้ยินจากข่าว ส่ายหน้า!! เตรียมแผนรับ

(26 ก.ค. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2566 โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาแล้วใช่หรือไม่ว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้ม พร้อมกล่าวว่า “ติดต่อใคร”

จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามว่าตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของนายทักษิณ ได้โพสต์ข้อความว่าจะเดินทางกลับในวันที่ 10 ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามย้ำว่า “ติดต่อใครหรือ ไม่ทราบ เห็นแต่เพียงข่าวเฉยๆ”

ผู้สื่อข่าวสอบถามอีกว่าอย่างนี้ต้องมีการเตรียมแผนในการรับอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหน้า ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวก่อนจะขึ้นไปประชุมด้านบนทันที

‘ก็อตจิ-กอล์ฟ’ ประกาศปิดตำนานรายการเทยเที่ยวไทย ขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามตลอดระยะเวลา 12 ปี

เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเติบโตมาพร้อมกับ 4 เทยตัวแม่อย่าง ป๋อมแป๋ม, กอล์ฟ, ก๊อตจิ และเจนนี่ ปาหนัน จากรายการ ‘เทยเที่ยวไทย’ อย่างแน่นอน รายการท่องเที่ยว แฝงความตลกขบขัน ซึ่งเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 12 ปี

ล่าสุด (26 ก.ค. 66) ‘ก๊อตจิ ทัชชกร’ หนึ่งในพิธีกร รายการเทยเที่ยวไทย ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @godji_godji พร้อมแนบลิงก์ตัวอย่างรายการ เทยเที่ยวไทย ที่จะออกกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.66 นี้ ระบุข้อความว่า…

“เทยเที่ยวไทย สัปดาห์นี้ปิดซีซั่นแล้วนะคะ 🙂 ซีซั่นที่ยาวนานมาถึงเกือบ 12 ปี ขอบคุณทุกคนจากใจจริง ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ จนกว่าจะพบกันใหม่นะคะ :)”

ต่อมา ‘กอล์ฟ กิตติพัทธ์’ อีกหนึ่งพิธีกรร่วมในรายการ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @gorfern เป็นการตอกย้ำถึงการปิดซีซันแสนยาวนานของเทยเที่ยวไทย ที่กำลังจะจะถึงนี้ว่า…

“ทุก ๆ การเดินทางย่อมมีปลายทางด้วยกันทั้งนั้น…เทยเที่ยวไทย”

สำหรับรายการเทยเที่ยวไทย ในตอนสุดท้าย ทั้ง 4 เทยและทีมงานทั้งหมด จะพาทุกคนกลับไปเที่ยวพัทยา จุดเริ่มต้นของรายการในตอนที่ 1 จะออกอากาศในวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 เวลา 22.00 น. ทางช่อง GMM25 และรีรันทางยูทูปช่อง เทยเที่ยวไทย & friends


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top