Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

ภรรยา ‘เอส กันตพงศ์’ อัปเดตอาการสามี หลังเข้าผ่าตัดใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ

(5 ก.ค. 66) หลังจากที่ ‘คิตตี้ คริสติน่า’ ภรรยาของพระเอกหนุ่ม ‘เอส กันตพงศ์’ ออกมาโพสต์ขอกำลังใจจากแฟนคลับ ให้สามีเข้ารับการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติอย่างราบรื่น ล่าสุดคิตตี้ก็ได้ออกมาอัปเดตอาการของเอส โดยได้โพสต์ภาพถ่ายครอบครัวพร้อมเขียนข้อความว่า…

“I would like to update that the operation of my husband @s_kantapong went well.
S is still in quite some pain but is recovering well so far without any complications.
This picture was taken before the operation and Valentina took the part of supporting her Papa very serious and also tried to cheer him up afterwards.
Thank you everyone for the overwhelming support. We are truly thankful 🙏🙏🙏

ฉันขออัพเดทเรื่องการผ่าตัดของสามีของฉัน @s_kantapong ผ่านไปได้ด้วยดี
S ยังคงมีอาการเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ขณะนี้มีอาการฟื้นตัวได้ดี โดยไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ 
ภาพนี้ถ่ายก่อนการผ่าตัดและวาเลนตินาเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนอย่างจริงจังและให้กำลังใจพ่อของเธอจนถึงตอนนี้
ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนอย่างล้นหลาม พวกเราขอบคุณจริงๆครับ 🙏🙏🙏

#bumrungrakfamily #เอสกันตพงศ์ #เอส #s_kantapong #valentinaerikab #prayforus #happyfamily #familygoals #thankfulgratefulblessed”

‘โหร สว.วันชัย’ ทำนายดวงเมือง หลัง 17 ต.ค. ราหูสิ้นฤทธิ์ บ้านเมืองเข้าสู่ความศิวิไลซ์

(5 ส.ค.66) นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘17 ต.ค.ราหูย้าย… สลายขั้วอำนาจ’ ดังนี้...

17 ต.ค.ราหูย้าย… สลายขั้วอำนาจ
สถานการณ์ตอนนี้พูดถึงเรื่องดวงบ้านดวงเมืองกันบ้างจะดีกว่า... ตามหลักโหราท่านว่า “วันอังคารที่ 17 ต.ค. 66 เวลา 06.22 น. ราหูย้ายออกจากราศีเมษเข้าสู่ราศีมีน เป็นวินาศกับดวงเมือง ทำให้ดวงเมืองหลุดพ้นจากดาวบาปเคราะห์ ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ และดาวอาทิตย์อยู่ราศีกันย์ เป็นอริกับดวงเมือง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแห่งอำนาจที่คาดไม่ถึง”

ขณะนี้ราหูยังทับดวงเมืองอยู่ จึงทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก ที่ว่าใช่… อาจไม่ใช่ ที่ว่าไม่ใช่… อาจใช่ และเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงทั้งนั้น แม้แต่ก้าวไกลที่เห็นว่าแน่ๆ ก็ยังไม่แน่... อาจารย์วันนอร์ก็คาดไม่ถึง เป็นเรื่องที่ลับ ลวง พราง ของอำนาจ ของบุคคล สถานการณ์มันพลิกผันได้ตลอดเวลา... แม้แต่เศรษฐาที่ทำท่าว่าจะใช่ ก็อาจไม่ใช่ พรรคการเมืองที่รวมกันเป็นข้าวต้มมัดก็มีอันพลัดพรากจากกัน พรรคที่อยู่คนละขั้วก็อาจจะมาเป็นขั้วเดียวกัน... มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ

ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ย. ใกล้ที่ราหูจะย้ายนี้ มันแสดงฤทธิ์แสดงเดช มีความอาเพศของอำนาจ... ก็อย่างที่เราเห็นตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยิ่งใกล้เดือน ต.ค. จะเกิดการพลิกผันสะเทือนเลื่อนลั่น สลายขั้วสลายสีอย่างทะลุทะลวง กว่าจะตั้งรัฐบาลได้ก็ประมาณปลาย ส.ค. และจะมีอำนาจเต็มก็ประมาณปลาย ก.ย. ในระหว่างทางนั้น ด้วยอิทธิพลของราหูทั้งในสภาและนอกสภาก็อาจจะมีความรุนแรง ประท้วงชุมนุม หรือเกิดการปะทะกันของดวงดาวที่เป็นอริต่อกัน ทำให้บ้านเมืองไม่สงบอยู่บ้าง จนถึงเดือน ต.ค. มีทั้งหนักทั้งเบาเขย่าอำนาจด้วยอิทธิพลของราหูที่กำลังจะเคลื่อนย้าย

รัฐบาลใหม่ต้องตั้งหลักให้มั่นคง อยู่ในทำนองคลองธรรม พรรคร่วมต้องเข้มแข็งเป็นหนึ่งภายใต้ดาวอาทิตย์ จากนั้นเมื่อถึง 17 ต.ค. 66 บ้านเมืองก็จะหลุดพ้นจากบาปเคราะห์ทั้งปวง สงบร่มเย็น เข้าสู่ความเป็นศิวิไลซ์ ทั้งการเมืองเศรษฐกิจและสังคมจะเดินไปได้ด้วยดี... รัฐบาลใหม่อำนาจใหม่ นำชัยให้กับประชาชน ราหูสิ้นฤทธิ์สิ้นเดช ประเทศเจริญรุ่งเรือง ต้องสวดนพเคราะห์เป็นมิ่งเป็นขวัญให้กับประเทศชาติ วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน จะทำพิธีสำคัญในวันนั้น... รัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีใหม่ อย่าลืมมาร่วมพิธีมหามงคลนี้นะครับ

‘ศิษย์เก่า มธ.’ ค้าน ‘พิธา’ เป่าหูเด็ก มธ.ด้วยตรรกะบิดเบือน แอบอ้าง!! จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ว่าเหมือนวิถีก้าวไกล

‘ศิษย์เก่า มธ.’ ค้าน ‘พิธา’ ร่วมงานปฐมนิเทศ นศ.ใหม่ ‘เกษมสันต์’ ชี้ จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ไม่เหมือนวิถีก้าวไกลตามที่อ้าง เพราะไม่เคยสอนให้ก้าวร้าว ก้าวล่วง ‘ทนายมิ้นท์’ เหน็บ “ธรรมศาสตร์ไม่ได้สอนให้โกหกประชาชน” ฟาก ‘ดร.เสรี’ เศร้าใจ อยากรู้ใครเชิญนักการเมืองไปบรรยาย ถามศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบัน อาจารย์เกษียณ-อาจารย์ปัจจุบันที่ยังจงรักภักดี พอจะทำอะไรได้บ้าง

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘Kasemsant AEC’ มีการโพสต์ภาพและข้อความของนายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ ในฐานะกรรมการศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า…

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ มธ.เชิญพิธาไปพูดในงานปฐมนิเทศ นศ.ใหม่ ซึ่งได้มีการกล่าวอ้างว่า “จิตวิญญาณของธรรมศาสตร์เหมือนกับวิถีก้าวไกล”

ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง ขอยืนยันว่า จิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ที่ผมและศิษย์เก่าจํานวนมากก็มีนั้น ต่างจากวิถีก้าวไกลโดยสิ้นเชิง จิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ไม่เคยสอนให้พวกเราก้าวร้าว ก้าวล่วงและพยายามจะเปลี่ยนแปลงสถาบัน หลักของชาติแต่อย่างใด

อีกทั้งพิธาเองยังมีอีกหลายประเด็นที่สังคมสงสัยและกําลังโดนตรวจสอบทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว ธุรกิจและการเมือง ดังนั้นพิธาจึงไม่ควรจะเป็นตัวอย่างศิษย์เก่า มธ.ที่ดีจนกว่าจะได้พิสูจน์ตัวเองให้ได้เสียก่อน

ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์น่าจะตระหนักให้มากกว่านี้ถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงของชาติ รวมถึงความอ่อนไหวของอารมณ์และความรู้สึกของ นักศึกษาและประชาชนในปัจจุบัน/ เกษมสันต์ วีระกุล

ขณะที่ น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง หรือ ‘ทนายมินท์’ ทนายความของนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน ในฐานะศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Puangtip Boonsanong’ ระบุว่า…

“ธรรมศาสตร์ไม่ได้สอนให้โกหกประชาชน”

ด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา อดีตคณบดีวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘ดร.เสรี วงษ์มณฑา’ ระบุว่า…

“วันนี้รู้สึกเศร้าใจมาก เมื่อเห็นเหตการณ์ที่เกิดขึ้นในงานรับเพื่อนใหม่ของธรรมศาสตร์ ที่มีการเชิญพิธาไปเป็นผู้บรรยายให้นักศึกษาปีที่ 1 ฟังหัวข้อบรรยาย ถ้าหากจะพูดให้เป็นแนวทางในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย กับการเรียนให้ประสบความสำเร็จน่าจะเหมาะกว่า

แต่การเชิญคนที่เป็นนักการเมืองที่มี agenda ทางการเมืองไปบรรยาย มีการทำกิจกรรมที่มีกลิ่นอายการเมือง ด้วยตรรกะผิดๆ บิดเบือนดูไม่เหมาะสม

อยากรู้ว่าใครเป็นคนจัด ใครเป็นคนเชิญ ไม่รู้เลยหรือว่าพิธาเป็นใคร ไม่คิดเลยหรือว่าเมื่อเขามาบรรยาย เขาจะมาพูดอะไรให้นักศึกษาฟัง

หรือจริงๆ รู้ดีว่าพิธาจะมาพูดอะไร และเห็นดีเห็นงามกับเรื่องที่เขาจะพูด กิจกรรมที่เขาจะทำ ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องบอกว่าศีลเสมอกันจริงๆ

ต้องยอมรับว่าธรรมศาสตร์ช่วงนี้ตกต่ำจริงๆ อาจารย์บางคนกลายเป็นอาจมที่ครอบงำลูกศิษย์ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ

ผู้บริหาร ไม่เคยคิดที่จะทำอะไรที่ปกป้องชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยบ้างเลยหรือ กลัวจะถูกตราหน้าว่าไม่เป็นประชาธิปไตยหรือไร

ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าดีเด่น ทั้งของคณะศิลปศาสตร์ และของมหาวิทยาลัย อาจารย์ และคณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ รู้สึกเสียใจยิ่งนัก

อยากถามศิษย์เก่า อาจารย์และข้าราชการเกษียณ ศิษย์ปัจจุบันและอาจารย์ปัจจุบันที่ยังจงรักภักดี เราพอจะทำอะไรบ้างได้ไหม

อย่าให้มหาวิทยาลัยของเราตกต่ำไปกว่านี้เลยนะคะ”

ดีเดย์ 16-18 ส.ค.ประชุมรับฟังความคิดเห็น Land Bridge ครั้งที่ 1 เพื่อนำเสนอโครงการ พัฒนาท่าเรือ 2 ฝั่งทะเล ‘ระนอง-ชุมพร’

(5 ส.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก ‘โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure’ ได้โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า...

16-18 สิงหาคม 66 นี้!!! พื้นที่ระนอง และชุมพร เชิญผู้ได้รับผลกระทบ และคนพื้นที่เข้าร่วม เพื่อร่วมลดผลกระทบจากโครงการ พัฒนาท่าเรือ 2 ฝั่งทะเล ‘ระนอง-ชุมพร’ หรือ ‘Land Bridge’ ดังนี้...

ลงทะเบียนเข้าร่วม
*** ท่าเรือระนอง
- วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องราชาวดี ชั้น 3 เฮอริเทจ แกรนด์ คอนเวนชั่น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 

- วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติแหลมสน ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง

ลิงก์ลงทะเบียน : https://forms.gle/48VhBTPmmsH9Y6J69

*** ท่าเรือชุมพร
- ในวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องอวยชัยแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมอวยชัยแกรนด์ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

โดยสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมประชุมล่วงหน้า จนถึงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ได้ที่ : https://forms.gle/BUh6pwDwmazQtqpHA

***รายละเอียดโครงการ
ในโครงการ Land Bridge เป็นหนึ่งโครงการที่ถูกพูดถึงมาตลอด และถูกเปรียบเทียบกับโครงการคลองไทย (ซึ่งคงไม่เกิดแล้ว) 

ซึ่งสุดท้ายเลือกเป็นรูปแบบสะพานบก (Land Bridge) เพื่อเป็นการเชื่อม 2 ฝั่งทะเล อ่าวไทย-อันดามัน

โดยจะมีการก่อสร้างท่าเรือแห่งใหม่ 2 ฝั่งทะเล ซึ่งจากการเปรียบเทียบในการศึกษาเบื้องต้น มีการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดคือ...

- ฝั่งอันดามัน ที่ แหลมอ่าวอ่าง
- ฝั่งอ่าวไทย ที่ แหลมริ่ว

นอกจากนั้นก็จะมีการทำสาธารณูปโภค เชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งต่อ

โดยในเส้นทาง MR8 ชุมพร-ระยอง นี้จะมีส่วนประกอบที่มากกว่าถนนธรรมดา ซึ่งรวมการขนส่งทุกรูปแบบมารวมกันได้แก่...

- Motorway 
- ทางรถไฟขนาดราง 1 เมตร (เชื่อมต่อรถไฟทางคู่ในประเทศ)
- ทางรถไฟขนาดราง 1.435 เมตร (เส้นทางพิเศษเพื่อเชื่อมโยงระหว่าง 2 ท่าเรือ รองรับตู้คอนเทนเนอร์ 2 ชั้น ***ในระยะยาว)
- ท่อส่งน้ำมัน และก๊าซ
- ถนนเลียบเลียบทางรถไฟ (local road)

ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องเผื่อเขตทาง 160 เมตร เพื่อรองรับในอนาคตทั้งหมด แต่ในเฟสแรกอาจจะมีแค่บางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการจริง

โดยเปรียบเทียบเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่...
1.) เส้นทางตัดตรง จากท่าเรือแหลมริ่ว-ท่าเรืออ่าวอ่าง มีระยะทาง 80 กิโลเมตร
2.) เส้นทางปรับตามภูมิประเทศ ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอพะโต๊ะ อำเภอเมืองระนอง และ อ้อมลงทางทิศใต้ เข้าสู่ท่าเรืออ่าวอ่าง มีระยะทาง 89 กิโลเมตร
3.) เส้นทางตามเส้นทางที่ 2 แต่มีการตัดข้ามทะเลก่อนเข้าท่าเรืออ่าวอ่าง ตามเส้นทางที่ 1 มีระยะทาง 88.7 กิโลเมตร

ซึ่งจากการเปรียบเทียบ ทั้ง 3 เส้นทาง เส้นทางที่ 2 เป็นเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด

ใครที่สนใจสามารถตามโครงการได้จากเว็บไซต์: 
http://landbridgethai.com

คลิปรายละเอียดโครงการ : https://youtu.be/v6smSg5TtFs

อยากจะฝากว่า ถ้ามีความคิดเห็นอะไร คัดค้านอะไรให้รีบพูดครับ จะได้แก้ หรือมองเห็นถึงปัญหาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าตอนสร้างมาค้านเหมือนบางที่…

คิกออฟ 'เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 66' กิน-ช้อป-เที่ยวแบบอันซีนที่ศูนย์สิริกิติ์ ใต้อัตลักษณ์ 5 ภูมิภาคสุดคูล ที่สายเที่ยวไม่ควรพลาด

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2566 จัดขึ้นปีนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 41 ภายใต้แนวคิดนวัฒนธรรม นำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ 5 ภูมิภาคในมุมมองสุดอันซีน โดยมีความพิเศษก็คือมีการย้ายสถานที่จัดงานจากสวนลุมพินี มาจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 2-6 สิงหาคม 2566 ข้อดีของการย้ายมาจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก็คือมีสถานกว้างขวางพร้อมที่จอดรถรองรับอย่างเพียงพอ และสามารถป้องกันปัญหาฝนตกในช่วงนี้ได้ จึงทำให้เราสามารถมาเที่ยวได้แบบชิลๆ โดยไม่ต้องกลัวฝน แถมยังมาพร้อมกับคอนเทนต์น่าสนุกและของกินของขายมากมายภายในงาน 

งานนี้จัดขึ้นที่ชั้น LG ในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจะมีการแบ่งโซนในงานออกเป็น 5 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่

โดยแต่ละภาคก็จะขนเอาของดีของเด่นของแต่ละภาคมาจัดแสดงโชว์กัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ขึ้นชื่อ ก็จะมีการจำลองรูปแบบมาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป เช็กอินกันแบบเก๋ๆ เรียกได้ว่ามางานเดียวเหมือนได้ไปเที่ยวทั่วเมืองไทยเลย

ในส่วนของกินภายในงานก็ต้องบอกเลยว่าจัดเต็มอลังการมาก อาหารถิ่นของแต่ละภาคถูกนำมาวางขายตามภาคของตัวเอง อยากกินอาหารเหนือ อาหารอีสาน อาหารภาคกลาง อาหารภาคใต้ หรืออาหารภาคตะวันออก ก็สามารถไปเดินเลือกซื้อหากันภายในงานได้อย่างจุใจ แถมราคาไม่แพงด้วย มาฝากท้องกันได้ทุกวัน

นอกจากนี้ภายในงาน ก็ยังมีเวทีคอนเสิร์ตกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ พร้อมกับศิลปินนักร้องที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างความสนุกให้กับผู้ร่วมงานในทุกวันด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ไม่ควรพลาด ต้องไปเดินเที่ยว เดินช้อป และหาของกินอร่อยๆ ว่าแล้วก็รีบไปที่ ศูนย์สิริกิติ์กันเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม
สถานที่จัดงาน : ฮอลล์ 5-8 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 60 ถ. รัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
พิกัด : https://goo.gl/maps/Xd8vsqJpcUvuHPHD6
ระยะเวลาจัดงาน : 2-6 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 – 21.00 น

30 ปี 'เจนิฟู้ด' ยึดหลัก 'คุณธรรมนำการค้า คุณภาพนำการตลาด’ ปรัชญาการทำธุรกิจภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

การดูแลสุขภาพยังคงเป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง ยิ่งหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น 

จากจุดนี้ ได้ส่งผลให้ตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอย่าง 'เจนิฟู้ด' ก็ได้อานิสงส์นี้ไปด้วยเต็ม ๆ

โดย 'เจนิฟู้ด' (Enzyme Genufood) ถือเป็นผลิตภัณฑ์ เอนไซม์บำบัด ในรูปแบบของอาหารเสริมที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมายหลายชนิด โดยนำธัญพืชมาผ่านกรรมวิธีการสกัด จนเกิดเป็นอาหารเสริมที่รับประทานง่าย แต่ได้คุณค่ามากมาย อาทิ เอนไซม์กว่า 370 ชนิด สารอาหารต่าง ๆ เกลือแร่ วิตามิน ที่จำเป็นต่อร่างกายของคนเรา ช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกาย คืนสู่สภาพปกติ เอนไซม์เจนิฟู้ดยังสามารถนำมาใช้ในการโภชนบำบัด หรือ เอนไซม์บำบัดได้อีกด้วย ได้ผลดีเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

อันที่จริงแล้ว 'เจนิฟู้ด' โดยคุณรุ่งโรจน์ บุญยทรัพยากร ประธานบริษัท เบสไฟว์ อินเตอร์เทรด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เจนิฟู้ด ได้เล่าว่า ตัวแบรนด์นั้นอยู่ดูแลสุขภาพคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อ และต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน

"ประมาณปี พ.ศ. 2537 คุณพ่อได้เดินทางไปไต้หวัน และไปพบผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งคนไต้หวันในขณะนั้นมีปัญหาสุขภาพ พอใช้แล้วดีขึ้น ก็เลยลองซื้อตัวอย่างมาลองใช้กับคนใกล้ตัว ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด ผมจึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ก่อนนำเข้ามาเมืองไทย ถึงทราบว่าเป็น เอนไซม์ และมีประโยชน์ในการช่วยเร่งปฏิกิริยาชีวเคมีต่าง ๆ โดยวิธีธรรมชาติให้ร่างกายของเราซ่อมตัวเองได้ดีขึ้น

"พอได้เห็นถึงผลลัพธ์ของตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจไม่นานที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจเมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งการทำตลาดยากกว่าสมัยนี้มาก ๆ การสื่อสารไปยังคนหมู่มากมีจำกัด และในยุคนั้นเมืองไทยยังไม่ใช่สังคมผู้สูงอายุ อีกทั้งความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพยังมีน้อยไม่เหมือนปัจจุบันด้วย"

อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวทางการทำธุรกิจที่เน้นความจริงใจกับผู้บริโภคก็ทำให้ เจนิฟู้ด เริ่มเป็นที่แพร่หลาย

"เมื่อซื้อสินค้าของเราไปแล้วเรารับผิดชอบทั้งหมด ถ้าใช้แล้วไม่พอใจเราคืนเงินให้ เราทำธุรกิจตรงไปตรงมาไม่เอาเปรียบใคร เราเชื่อมั่นว่าสินค้าเราช่วยลูกค้าได้ เรามองว่าผลิตภัณฑ์เจนิฟู้ดเป็นสินค้าที่สามารถช่วยคนได้ในระยะยาว ไม่ใช่สินค้าตามกระแส”

"ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่ได้คิดเรื่องการสร้างแบรนด์ฮือฮา ปีสองปีแล้วหายไป แต่เราทำธุรกิจโดยยึดปรัชญาที่เน้น 'คุณธรรมนำการค้า คุณภาพนำการตลาด' ซึ่งคุณพ่อผมวางแนวทางไว้ ผสานกับมุมมองของผมที่เน้นเลือก Product ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคได้จริง”

"สังเกตให้ดีว่า ตลาดอาหารเสริมปัจจุบัน เน้นใช้ Social Media ในการขายกันมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่มาแล้วก็ไป อาจรู้จักแบรนด์บางแบรนด์เพียงหนึ่งปีหรือสองปี แต่เรามองว่า เจนิฟู้ด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจมาอยู่คู่สุขภาพคนไทยในระยะยาว เราจึงวางตัวเป็นแบรนด์ที่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่น เพราะผมรู้สึกว่าเราเกิดมา ควรทำประโยชน์ให้กับโลก ให้กับคนอื่นในมุมที่เราพอจะทำได้ งานของเราจึงยึดมั่นอยู่บนหลักการนี้ หลักการที่ทำประโยชน์ให้กับคนอื่น ไม่มองเงินเป็นตัวตั้งหลัก แต่มองผลลัพธ์ที่สุขภาพดีของลูกค้าคืนมาเป็นความสุขให้กับเรา ตอกย้ำแนวทางในการทำธุรกิจแบบ 'คุณธรรมนำการค้า คุณภาพนำการตลาด'"

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ รุ่งโรจน์ ตอบอย่างชัดเจนว่า อยากเน้นทำธุรกิจแบบที่พอมีกำไร และประคับประคองธุรกิจให้พอไปได้ ก็พอใจแล้ว 

"จริง ๆ แล้วธุรกิจของเรา ผ่านมาทุกวิกฤต ส่วนหลักที่ทำให้ผ่านมาได้อย่างไรนั้น ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า ผมน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาล 9 มาปรับใช้ในการบริหารธุรกิจ คือ ทำงานอย่างมีเหตุมีผล ทำธุรกิจอย่างมีภูมิคุ้มกัน เราไม่คิดว่าฟ้ามันจะสดใสตลอด ถ้าตอนไหนฝนตกฟ้ามืดมนเราก็ต้องรู้ว่าต้องจะต้องพาตัวเองไปจุดไหน เช่น หากเปรียบกับการใช้จ่าย เราก็จะมีการประเมินตัวตลอด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ธุรกิจก็ไปต่อได้"

ในช่วงท้าย รุ่งโรจน์ กล่าวถึงอีกบริการและผลิตภัณฑ์สำหรับโรคไต โรคที่คนไทยส่วนใหญ่กำลังเผชิญมากขึ้นอีกด้วย ว่า...

"ถ้าพูดถึงการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เราต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคไต ซึ่งในปัจจุบันเป็นโรคที่คุกคามคนไทยเป็นอย่างมาก จำนวนผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้น และผู้ป่วยบางท่านก็ไม่รู้วิธีการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เราก็เลยจัดตั้งศูนย์ข้อมูลฟื้นฟูโรคไตขึ้น เพื่อให้ความรู้กับผู้ป่วยโรคไตว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร โดยมีหลักคำแนะนำในการดูแล คือ การชะลอความเสื่อม และเร่งการซ่อมแซมของร่างกาย ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้ ใครที่มีปัญหานี้ สามารถโทรมาปรึกษาได้ที่ศูนย์ข้อมูลฟื้นฟูโรคไตได้ และเราก็จะมีผลิตภัณฑ์มูลค่า 1,200 บาทให้ฟรี (โดยจ่ายเพียงค่าจัดส่งและภาษี 120 บาท) สามารถโทรมาได้ที่ 098-236-4622"

‘นครซีอัน’ เปิดให้บริการ ‘รถไฟสินค้าจีน-ยุโรป’ สายใหม่ ส่งโซลาร์เซลล์ล็อตแรก 50 ตู้คอนเทนเนอร์ สู่อุซเบกิสถาน

(4 ส.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, ซีอัน รายงานว่า ‘รถไฟสินค้าจีน-ยุโรป’ ขบวนหนึ่งที่บรรทุกชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ และมุ่งหน้าสู่ประเทศอุซเบกิสถาน เปิดให้บริการในนครซีอัน มณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา

รถไฟดังกล่าวบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ขนาด 20 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุดแรกของโครงการโซลาร์เซลล์ขนาด 1 กิกะวัตต์ ในประเทศอุซเบกิสถาน โดยโครงการนี้เป็นโครงการพลังงานใหม่ขนาดใหญ่แห่งแรก ที่บริษัทสัญชาติจีนได้ดำเนินงานในแถบเอเชียกลาง นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลาง (China-Central Asia Summit) เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

มีการคาดการณ์ว่า รถไฟทั้งหมด 60 ขบวน ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 3,000 ตู้ จะมุ่งหน้าสู่ประเทศอุซเบกิสถาน ผ่านบริการรถไฟสินค้าจีน-ยุโรป สำหรับโครงการดังกล่าว

‘ยูเครน’ ส่งโดรนโจมตี ‘ฐานทัพเรือรัสเซีย’ เบื้องต้นเรือรบ 1 ลำ เสียหายหนัก

(4 ส.ค. 66) ยูเครนส่งโดรนทางทะเล 2 ลำเข้าไปโจมตีฐานทัพเรือที่เมืองโนโวรอสซิสก์ (Novorossiysk) ริมทะเลดำ ประเทศรัสเซีย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่แหล่งข่าวเผยว่าปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้เรือรบรัสเซีย 1 ลำเสียหายอย่างหนัก

เหตุโจมตีครั้งนี้ ยังส่งผลให้ท่าเรือพลเรือน ซึ่งใช้ในการส่งออกธัญพืชรัสเซีย และขนส่งน้ำมันราว 2% ของโลก ต้องหยุดการขนถ่ายสินค้าชั่วคราว ก่อนจะกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ ตามข้อมูลจากบริษัท Caspian Pipeline Consortium ซึ่งเป็นผู้บริหารท่าเรือน้ำมันในเมืองนี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงสั้นๆ วันนี้ (4 ส.ค.) ว่า กองทัพสามารถสกัดการจู่โจมของโดรนยูเครนในน่านน้ำนอกฐานทัพเรือ และโดรนทางทะเลทั้ง 2 ลำถูกยิงทำลาย ทว่าไม่ได้ให้รายละเอียดความเสียหายในฝั่งของรัสเซียเอง

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวกรองในยูเครนให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า ‘เรือ Olenegorsky Gornyak’ ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกของกองทัพรัสเซียถูกโดรนโจมตีจนเสียหายหนัก และไม่สามารถออกปฏิบัติภารกิจได้ 

แหล่งข่าวผู้นี้เผยด้วยว่า ปฏิบัติการโดรนกามิกาเซ่ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือยูเครน และหน่วยข่าวกรอง SBU

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวซึ่งทราบข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการของท่าเรือแห่งนี้ยืนยันว่า เรือรบรัสเซียขนาดใหญ่ 1 ลำต้องถูกลากจูงเข้าฝั่ง เพราะไม่สามารถใช้พลังงานขับเคลื่อนตัวเองหลังจากที่ได้รับความเสียหาย

จากคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียจะเห็นได้ว่า เรือรบรัสเซียได้รับความเสียหายอย่างหนักบริเวณลำตัวเรือด้านซ้าย แม้ อันเดร คราฟเชนโก เจ้าหน้าที่ประจำเมืองโนโวรอสซิสก์ จะยืนยันผ่านเทเลแกรมว่า เรือ Olenegorsky Gornyak เป็นหนึ่งในเรือรบ 2 ลำ ซึ่งถูกส่งออกไป ‘ตอบสนองอย่างทันทีทันใด’ เพื่อสกัดกั้นการโจมตีของโดรนยูเครนก็ตาม

'ช่อ' ตอบปมก้าวไกลยกมือเลือก ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ ถาม!! คนโดนผัวบอกเลิก ยังต้องไปปูที่นอนให้ผัวกับเมียใหม่ด้วยเหรอ?

เรียกว่าติดเทรนด์ข่าวแรงกระแสดัง 2 วันติด หลังจากพรรคเพื่อไทย ออกมาประกาศตัดความสัมพันธ์พรรคก้าวไกล แถมมีกระแสว่าทำให้ประชาชนที่เคียงข้างค่อนข้างผิดหวัง งานนี้รายการ ‘คนดังนั่งเคลียร์’ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เลยขอเชิญตัวมารดาวงการการเมือง แถมฝีปากตรงจุกอกอย่าง คุณช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า มาถามไถ่ถึงประเด็นร้อนดังกล่าวว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และตัวเธอเองมีความคิดเห็นส่วนตัวอย่างไรบ้าง พร้อมเปิดใจพรรคเพื่อไทย ทำไมถึงทำกับพรรคก้าวไกลได้ และพรรคก้าวไกลมีสิทธิ์ถูกยุบพรรคเบรกแรงเหมือนพรรคอนาคตใหม่ในอดีตหรือไม่

>> คิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ คะ? (พรรคเพื่อไทยประกาศ หย่า ก้าวไกล) ?

ดิฉันว่าก้าวไกลก็ถอย จนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้วนะคะ ดิฉันว่าเขาก็จะไม่มีที่ยืนแล้วคือ จริง ๆ มันเป็นความพยายามที่ Toxic Relationship (ความสัมพันธ์เป็นพิษ) อยู่กันแบบว่าเป็นคู่ผัวเมียที่ระหองระแหง แต่ก็ธรรมดาของชีวิตคู่ พรรคการเมืองก็เช่นกันใช่ไหมคะ ถ้าเห็นต้องตรงกันหมด ก็คงเป็นพรรคเดียวกันแล้วก็มีความแตกต่างอะไรกัน แต่ช่อว่าก้าวไกลเขาก็มีความพยายามที่จะรักษาสัมพันธภาพ 8 พรรคนี้ไว้ให้ได้ เพราะเดี๋ยวมันจะเกิดข้ามขั้วขึ้นมา เขาก็ไม่อยากเห็นไง

>> คนเขาสงสัยว่าพรรคอันดับ 1 และ อันดับ 2 เขาจับมือกัน ตกลงกัน ดองกันมาแต่ไหนแต่ไร ทำไมอยู่ ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงข้ามขั้วกันอย่างนั้น ใช่เหรอคะ รู้มาล่วงหน้าหรือเปล่า?

อันนี้พูดในนามตัวเอง เพราะว่าตัวเองไม่ใช่ก้าวไกล แต่ถือว่า เสมือนหนึ่งว่า เป็นคนใกล้ชิดมากเพราะว่าอยู่ตึกเดียวกันนะ เวลาเห็นดิฉันเดินเข้าไปอย่าคิดว่าดิฉันเดินเข้าไปพรรคก้าวไกลนะคะ ออฟฟิศอยู่ตึกเดียวกันกับคณะก้าวหน้า ก็ติดตามสถานการณ์จากการดูข่าวนะคะ แล้วก็พูดคุยกับบรรดา ส.ส. บรรดาแกนนำ คือปฏิเสธไม่ได้หรอก เพราะเป็นเพื่อนกันหมด เราก็ถามไถ่ว่าเป็นอย่างไร อะไรแล้ว จริง ๆ ถามว่าเล็งเห็นไหมว่าจะเกิดเรื่องนี้ในอนาคต ก็เชื่อว่า ทั้งประชาชนและก้าวไกลเอง มันเล็งเห็นอยู่บ้างแหละ แล้วก็มีความรู้สึกว่า คงไม่เกิดหรอก พรรคเพื่อไทยคงไม่ทำหรอก ก็จับมือกันไว้ 2 พรรค เราก็เป็นคนโลกสวยไง พยายามจะมองว่าเขาเดินทางการเมืองมาขนาดนี้ เขาเก่าแก่กว่าพรรคเราเป็นไม่รู้กว่ากี่ 10 ปี อยู่ดี ๆ เขาจะมาทำอะไรหักหาญน้ำใจขนาดนี้เหรอ ในการไปตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว เขาคงไม่ทำ ไม่ได้บอกว่าไม่ทำกับก้าวไกลนะ แต่คือเขาคงไม่ทำกับคนที่เลือกเขามาขนาดนั้น แม้แต่ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยเองก็กลืนยากอยู่ใช่ไหมคะ มันมีประวัติความเป็นมากับภูมิใจไทย อาจารย์ก็เกิดทันอยู่ใช่ไหมคะ เรื่องราวมันเจ็บปวดมากระหว่าง 2 พรรคนี้

>> พวกเธอเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ และเธอก็ยังไม่มีประสบการณ์เธอกับยังไม่ลับเขี้ยว เล็บของเธอก็กุด พูดง่าย ๆ เราก็ต้องยอมรับประสบการณ์ว่าเกมไม่ถึงเขา?

จริง ๆ สงสัยเพื่อไทยก็จะเล็งเห็นแบบนี้เลย สั่งสอนเพิ่มประสบการณ์ให้เรา แบบหลักสูตรเร่งรัดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา (หัวเราะ)

>> พอพรรคเพื่อไทย บอกว่าให้ก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน ตอนนี้พรรคก้าวไกลมี 150 คน ก็เป็นฝ่ายค้านได้ ไม่เห็นต้องคิดอะไร มิใช่เหรอคะ?

แต่มันก็แค้นใจอย่างนี้นะ อันนี้แค้นใจส่วนตัวในฐานะกองเชียร์ ฉันก็ไปช่วยเขาหาเสียงจนดำ ก็เพิ่งกลับมาขาว มันก็น่าแค้นใจ แต่ไม่ใช่ในนามของพรรคก้าวไกลนะ ช่อคิดว่ามันน่าแค้นใจในนามประชาชนว่า กูต้องทำขนาดไหนว่ะ พรรคที่ฉันเลือกเนี่ย ตอนแรกก็เลือกไปไม่ได้คาดหวังอะไรมากเนอะ ได้ 100 เสียงก็เก่งแล้ว ปรากฏว่าคนพร้อมใจกันเลือกไม่ได้นัดหมายได้ 151 คนเนี่ย มันยังจะไม่ได้เป็นรัฐบาลอีกเหรอ ซึ่งวันนี้มันก็ชัดเจนแล้วว่าใช่ 14 ล้านเสียงของประชาชนคนไทยก็ไม่สามารถจะทำให้พรรค พรรคนึงตั้งรัฐบาลได้

>> แต่มีนักการเมืองมานั่งที่โต๊ะเดี๊ยนแล้วพูดว่า มีทฤษฎีอะไรเหรอ พรรคที่ได้เสียงข้างมากจะเป็นรัฐบาลไม่จริง เอามาจากไหน ช่อก็อย่าฝันลม ๆ แล้ง ๆ?

ถ้าพรรคที่ได้เสียงข้างมาก จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แล้วข้างไหนวะ ที่จะได้เป็นรัฐบาล (หัวเราะ) งง ตกลงฉันเป็นคนที่ไม่มีตรรกะ หรือคนอื่นเป็นคนที่ไม่มีตรรกะ

>> คนทั้งโลกก็คงมีเครื่องหมายคำถามว่า ทำไมการเมืองประเทศไทยถึงเป็นเช่นนี้?

อันนี้พูดแบบไม่ตลกอะไรเลยนะ ด่าตรง ๆ เลย รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เป็นผลไม้พิษจริง ๆ อาจารย์ก็พูดถูกว่าพรรคที่ได้อันดับ 1 ไม่ได้เป็นรัฐบาลมา 2 ครั้งแล้วนะ ครั้งที่แล้วคือพรรคเพื่อไทย ตอนเลือกตั้ง 62 ตอนนั้นอนาคตใหม่ได้ที่ 3 ครั้งนี้ ก้าวไกลได้ที่ 1 เพื่อไทยได้ที่ 2 ก็ซ้ำรอยเดิมคือ พรรคอันดับ 1 ไม่ได้เป็นรัฐบาล ที่เป็นแบบนี้เพราะ รัฐธรรมนูญ 60 เขาไปมีตัวอย่างที่แบบดีมากจากประเทศเพื่อนบ้านเรา ไม่พูดชื่อประเทศแล้วกันนะคะ คือรัฐธรรมนูญเขียนไว้เลยว่า ต้องมีสมาชิกสภาที่มาจากการแต่งตั้งคือ วุฒิสภา มาโหวตเลือกนายกฯ กับเขาด้วย กลายเป็นพรรคอันดับ 1 ที่แท้จริงมี 250 เสียง ทีนี้มันเลยทำให้เสียงที่มาจากการเลือกของประชาชนมันแทบไม่มีความหมาย เพราะคุณมีพรรคอันดับ 1 250 เนี่ย เทไปที่ใครก็เป็นนายกฯได้

>> เดี๊ยนไปจิ้มในทวิตเตอร์มา เขาโพสต์กันสนั่นหวั่นไหว ถ้าวันที่ 4 นี้ก้าวไกลไม่ยอมโหวตให้คุณเศรษฐา พรรคเพื่อไทย เขาก็จะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้อีก คราวนี้ก็ต้องโยนไม้ 3 4 ให้คุณอนุทิน มีคนเขาถามแล้วจะไม่ยิ่งไปไกล และยิ่งแย่ไปกว่านี้เหรอคะ?

เดี๋ยวนะคะ คนเราโดนผัวบอกเลิกแล้ว ยังต้องไปปูที่นอนให้ผัวกับเมียใหม่ด้วยเหรอคะ ดิฉันงง สังคมไทยต้องการอะไรจากพรรคก้าวไกล สปิริตไง เธอแพ้แล้วก็ต้องไปเลือกให้เขา? แล้วพรรคอื่นไม่ต้องมีสปิริตเหรอคะ ถ้าพรรคอื่นมีสปิริต พรรคก้าวไกลก็ไม่เดินทางมาถึงขนาดนี้นะ ในฐานะพรรคอันดับ 1 คือช่อคิดแบบนี้ เคยมีการพูดมาก่อนหน้านี้ว่า ถ้าเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ จะส่งไม้ต่อให้พรรคอันดับ 3 ช่อคิดว่าอันนี้น่าเกลียดไปหน่อย คือมันไม่มีวัฒนธรรมนะคะ อันดับ 1 ไม่ได้ ให้อันดับ 2 อันดับ 2 ไม่ได้ ให้อันดับ 3 คืออันดับ 1 ไม่ได้ ให้อันดับ 2 เราอยู่ร่วมกันใน 8 พรรค แล้วก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เราก็บอกว่า ถ้าไม่สำเร็จ เราก็ให้พรรคอันดับ 2 ในกลุ่มก้อนเดียวกันเป็นผู้เจรจา แต่มันไม่มีวัฒนธรรมนะคะ อันนี้ถูกประดิษฐ์และสร้างขึ้นใหม่ ถ้าพรรคอันดับ 2 ตั้งไม่สำเร็จ เราจะให้พรรคอันดับ 3 แล้วกัน ดิฉันขอโทษนะประชาชนคนไทย ตอนนี้ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว กินข้าวครบหมู่นะคะ ไอโอดีนก็ถึงเรามีไอคิวที่ดี เพราะฉะนั้นประชาชนคนไทยรู้ค่ะ ว่าพรรคอันดับ 2 จัดไม่ได้ ก็จะให้พรรคอันดับ 3 ภูมิใจไทยเป็นผู้จัด คนพูดต้องการอะไร ต้องการโยนขี้ให้พรรคอื่นหรือไม่ อย่าให้พูดแรง เอาแค่นี้ ประชาชนคนไทยไม่ได้โง่ ไม่ได้รับประทานหญ้า กินอาหารครบ 5 หมู่ มีเกลือไอโอดีนรับประทานทุกบ้าน เพราะฉะนั้นอย่าคิดอะไรง่าย ๆ ตื่น ๆ แล้วประชาชนจะเชื่อ

>> พิธาจะจุดจบเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ไหมคะ?

เรื่องนี้มันเดาตอนจบง่ายมาก เพราะมันเป็นหนังฉายซ้ำ ตอนอนาคตใหม่ก็ซีนนี้มาเต็มหมดเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นการที่มันจบแบบเดิม เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันอยู่เหนือความคาดหมายอะไร แต่ช่อคิดว่ามันก็ได้พิสูจน์แล้วว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ได้มาซึ่งการชนะของพรรคก้าวไกล ที่เป็นพรรคอันดับ 1 ในวันนี้ คุณยุบพรรคได้ แต่คุณไม่สามารถเอาพรรคออกไปจากใจของประชาชนได้ เพราะเขารัก เขาชอบพรรคนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าก้าวไกลจะโดนแบบเดียวกับที่อนาคตใหม่โดน ซึ่งช่อคิดว่าความเป็นไปได้ไม่น้อยหรอก เพราะว่าอาจารย์ก็รู้ ทุกคนก็รู้ แฟนคลับก็รู้ อาจารย์คิดว่าก้าวไกล จะทำได้ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้

'เพจดัง' ถาม? สารคดี 'COST OF FREEDOM' ของรุ้ง-ปนัสยา มีดีเบตกับ 'อ.อานนท์' และ 'ภาพถือกระเป๋าหรู 2 แสน' หรือไม่?

(4 ส.ค. 66) กรณีเพจเฟซบุ๊ก ‘สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย’ ประชาสัมพันธ์หนังสารคดี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำม็อบราษฎรหรือกลุ่มสามนิ้ว และ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 เรื่อง ‘The Cost of Freedom’ เตรียมที่จะฉายเปิดตัวในเทศกาล Chain NYC Film Festival ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หวังว่า ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ จะได้มีโอกาสฉายในประเทศไทย และจะได้พื้นที่อิสระในการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพต่อไป

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก เสธPlay โพสต์ข้อความว่า "สารคดี COST OF FREEDOM ของรุ้งที่กำลังโฆษณาใหญ่โตจะมีฉากนี้มั้ยครับ?"

โดยเผยแพร่คลิปสั้น ๆ ตอนหนึ่งของการดีเบตระหว่าง รุ้ง ปนัสยา กับ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ประเด็น ‘พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561’ ในรายการ ‘ถามตรง ๆ กับจอมขวัญ’ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า รุ้งแพ้ยับ เมื่อดร.อานนท์อธิบายข้อมูลและกฎหมายได้ละเอียดครบถ้วน ทำให้รุ้งไปไม่เป็นและนิ่งเงียบ

เพจ ‘เสธPlay’ ยังได้โพสต์ภาพ รุ้ง ปนัสยา ถือกระเป๋าหรูแบรนด์เนมหลุยส์ วิตตอง ราคาใบละ 2 แสนบาท พร้อมระบุว่า "ประชาธิปไตยนี้ดี สู้แล้วรวย"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top