Monday, 27 July 2026
Hard News Team

Portobello & Desire จิบน้ำชายามบ่าย สไตล์อังกฤษ ร้านหรูวินเทจ ในสวนร่มรื่น ย่านเกษตร-นวมินทร์

วันอาทิตย์ แบบนี้ THE STATES TIMES ขอแนะนำร้านดีๆ ที่จะทำให้ วันอาทิตย์ของคุณวันนี้กลายเป็นวันหยุดสุดพิเศษ

Portobello & Desire (พอร์ทโทเบลโล่ แอนด์ เดเซเร) คาเฟ่สีขาวบรรยากาศอบอุ่น ย่านเกษตรนวมินทร์ ร้านนี้เปิดอยู่ในซอยประดิษฐ์มนูธรรม ร้านตกแต่งสไตล์อังกฤษ มีโซนเอาท์ดอร์ให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสบายท่ามกลางสวนร่มรื่น รวมถึงโซนห้องแอร์ที่เน้นโทนสีขาวแนวชวนฝันแบบเรียบหรู 

เดินเข้ามาจากทางด้านหน้า จะเห็นพื้นที่นั่งในสวนเอาท์ดอร์ที่กว้าง มีที่นั่งอยู่หลากหลายท่ามกลางสวนสีเขียว ส่วนตัวร้านนั้น เป็นบ้านวินเทจสีขาว  บรรยากาศแบบ English Country Home แสนอบอุ่น จากสวนมองไปเห็นพื้นที่ภายในร้านซึ่งทำเป็นหน้าต่างให้มองออกมาข้างนอกได้ เรียกได้ว่านั่งทานอาหารไปก็ชมสวนไปด้วย ส่วนพื้นที่โซนห้องแอร์เย็นๆนั้น พื้นที่ไม่กว้างมากแต่ตกแต่งได้น่ารักชวนฝัน ประดับด้วยดอกไม่ในโทนสีขาว 

สำหรับเมนูอาหารของPortobello & Desire จะเน้นอาหารแบบตะวันตกสไตล์โฮมเมด โดยมีทั้งอาหารจานหลักและเมนูของว่าง แต่ละอย่างล้วนได้รับการปรุงอย่างใส่ใจ และมีความสร้างสรรค์ตามแบบฉบับของทางร้าน เมนูแนะนำ ได้แก่ “garlic bread” ขนมปังกระเทียมเนื้อนุ่ม, “spicy salmon” แซลมอนหั่นเต๋า เคล้าน้ำยำเนื้อข้น, “spaghetti clams meat” สปาเกตตี้ผัดพริกแห้งใส่หอยลายรสจัดจ้าน, “duck confit” น่องเป็ดปรุงด้วยซอสส้ม, “orange crepe” เครปนุ่ม ๆ เสิร์ฟกับพีชเชื่อมและส้มเชื่อม และ “rose soda” สดชื่นซู่ซ่า สั่งมากินตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

เมนูของหวาน ก็มีมากมายอาทิ เครปสตรอเบอรี่ ที่มาพร้อมไอศกรีมวนิลลาและสตรอเบอรี่ สดกรอบอร่อย เครื่องดื่มก็มีหลากหลายให้เลือก ซึ่งล้วนเข้ากันได้ดีกับอาหาร โดยเฉพาะชาที่มีกลิ่นหอม รสชาติเยี่ยมมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม
เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. 
ที่อยู่ : ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ : 098-289-8703

เรื่อง : กันย์ ฉันทภิญญา Content Manager

ตร.ไซเบอร์รวบแก๊งหลอกขายกล่องสุ่ม อ้างโอน 1 พันได้รถยนต์ สุดท้ายหมดตัวกว่า 2 แสน

สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ว่ามีคนร้ายสร้างเพจปลอมชื่อ “เเม่ตั๊ก กรกนก”  อ้างเป็นอินฟลูเอนเซอร์ร้านทองชื่อดัง โพสต์โฆษณาจำหน่ายกล่องสุ่ม โดยให้โอนเงินตั้งแต่หลักพันขึ้นไป เพื่อลุ้นรางวัลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ เงินสด ไปจนถึงรถยนต์ เป็นต้น

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินสั่งชื้อกล่องสุ่ม ในราคา 1,000 บาท ในครั้งแรก ต่อมา คนร้ายหลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ โดยมีข้อแม้ว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินค่าจดทะเบียน และยังอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อให้โอนเงินค่าดำเนินการอื่นๆ เพิ่มเติมอีก ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 283,457 บาท สุดท้ายโดนบล็อกและไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีดังกล่าว

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัตน์ตา ผบก.สอท.5 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้

ต่อมา พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม ผกก.1 บก.สอท.5 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม น.ส.กรวรรณฯ อายุ 44 ปี บตามหมายจับศาลอาญาชาวกรุงเทพ โดยควบคุมตัวได้บริเวณหน้าตลาดสายเนตร แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จึงนำส่งพนักงานสอบสวน  กก.3 บก.สอท.1 เพื่อนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดกระบี่ ตามขั้นตอนต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้กำลังใจพี่น้องที่ประสบภัยจากเหตุโกดังเก็บพลุระเบิดที่ตลาดมูโนะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะมาเยี่ยมและให้กำลังพี่น้องที่ประสบภัยจากเหตุโกดังเก็บพลุระเบิดที่ตลาดมูโนะ อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส  มอบเงินให้กับญาติผู้ที่เสียชีวิต จำนวน 11 ราย เยี่ยม ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก จำนวน 10 ราย มอบวัสดุสร้างบ้านปูนซีเมนต์จำนวน 1,000 ถุงสังกะสี 1,000 แผ่น และอิฐบล็อคจำนวน 12,000 ก้อน ตลอดจนเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ สนามกีฬา อบต.มูโนะ 

ในการนี้ รัฐมนตรีฯ ได้ไปพบเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่ด่านศุลกากรสุไหงโกลก เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวในโอกาสต่อไป

‘บิ๊กตู่’ หนุน ศึกษาสร้างฐานปล่อยยานอวกาศในไทย หวังพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนแข่งกับนานาประเทศ

(6 ส.ค. 66) สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งขับเคลื่อนนโยบายอวกาศของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาและใช้ประโยชน์จากกิจการอวกาศ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยได้สนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ ในการสร้างจัดตั้งท่าอวกาศยานในประเทศไทย คือ ฐานสำหรับการส่งและรับยานอวกาศ (spaceport) เนื่องจากหากประเทศไทยมีท่าอวกาศยานของเราเอง จะก่อให้เกิดความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศ ทั้งยังเกิดการสร้างรายได้ทางตรงจากอุตสาหกรรมอวกาศ

ซึ่งอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ หรือ ‘Aerospace Industry’ ถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ จึงเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

สำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำให้ศึกษารายละเอียดรอบด้าน อย่างรอบคอบและระมัดระวังที่สุด ทั้งความคุ้มค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ตั้งแต่ปลายปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาอีกประมาณ 1-2 ปี โดยเบื้องต้นพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่มีความเหมาะสมถึง 5 คุณสมบัติ ได้แก่

1.) การอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร มีผลต่อการนำส่งอวกาศยานที่จะช่วยลดการสิ้นเปลืองของพลังงาน
2.) มีทะเลขนาบ 2 ฝั่งซ้าย-ขวา มีมุมปล่อยอวกาศยานได้หลากหลายแบบ
3.) มีแนวชายฝั่งที่เป็นคาบสมุทร สามารถกำหนดจุดหรือ Drop Zone ที่ไม่กระทบกับพื้นที่บนฝั่ง และยังสามารถออกเก็บกู้วัตถุที่ตกลงมาได้ง่าย
4.) มีระบบโลจิสติกส์ที่เข้าถึงง่าย หลายหลาย มีระบบท่าเรือน้ำลึกและท่าอากาศยาน
5.) ไม่มีภัยพิบัติรุนแรง ซึ่งทำให้ไทยมีโอกาสและแนวโน้มที่จะเกิดโครงการนี้ได้จริง

สำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า หากท่าอวกาศยานในประเทศไทย จัดตั้งได้สำเร็จจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางอวกาศขนาดใหญ่ นอกจากจะยกระดับวิทยาศาสตร์อวกาศ เทคโนโลยีอวกาสแล้ว ยังส่งเสริมและผลักดัน ธุรกิจอวกาศ อุตสาหกรรมอวกาศ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ อุตสาหกรรมการผลิตอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น เกิดอาชีพใหม่เพิ่มขึ้นอีกกว่า300-400 อาชีพ อาทิ ช่างประกอบจรวด ช่างประกอบเพย์โหลด ช่างขัดท่อจรวด ช่างอิเล็กทรอนิกส์ระบบจรวด ช่างไฟฟ้าระบบจรวด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการนำเข้าจรวด พนักงานขายตั๋วเที่ยวบินไปอวกาศฯลฯ ซึ่งยังไม่เคยมีเกิดขึ้นในประเทศไทย ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ล้ำสมัย นำไปสู่ความการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และยังทำให้ประเทศไทย เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจอวกาศแห่งภูมิภาคเอชีย-แปซิฟิกได้

สำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ริเริ่มวางรากฐานพัฒนาด้านอวกาศไทยมาโดยตลอด เช่น ผลักดันให้มี ร่างกฎหมายอวกาศหรือพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. .... และผลักดันให้เกิดแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ.2566 - 2580 (National Space Master Plan 2023 - 2037) ขึ้นเพื่อพัฒนาและใช้ประโยชน์จากกิจการอวกาศเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน ของประเทศไทย ให้แข่งขันกับนานาประเทศได้

‘ตร.ไซเบอร์’ เตือนภัย!! เพจโรงแรม-ร้านอาหารปลอมระบาดหนัก หลอกเหยื่อโอนเงินค่าจองโต๊ะอาหาร เสียหายกว่า 140 ล้านบาท

(6 ก.ค. 66) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (บช.สอท.) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าจากการตรวจสอบในระบบศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ พบผู้เสียหายหลายรายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินค่าสำรองโต๊ะอาหาร สำรองบุฟเฟต์ (Buffet) ผ่านเพจ facebook ของโรงแรม และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงปลอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันสำคัญต่างๆ จะมีการหลอกลวงจัดโปรโมชันราคาพิเศษ หรือหากมาหลายท่านทานฟรี 1 ท่าน เป็นต้น

ซึ่งมิจฉาชีพยังคงใช้แผนประทุษกรรมเดิมๆ คือ สร้างเพจ facebook โรงแรม หรือร้านอาหารปลอมขึ้นมา หรือใช้เพจ facebook เดิมที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอยู่แล้ว ตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อบัญชีเพจให้เหมือนกับเพจจริงทุกตัวอักษร หรือใกล้เคียงกัน คัดลอกภาพโปรไฟล์ ภาพหน้าปก เนื้อหา และโปรโมชันต่างๆ จากเพจจริงมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงการใช้เทคนิคในการซื้อ หรือยิงโฆษณาเพื่อเข้าถึงเป้าหมายที่ค้นหาร้านอาหารให้พบเพจปลอมเป็นอันดับแรกๆ หากไม่ทันสังเกตให้ดีก็จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้ว ก็จะไม่สามารถติดต่อเพจนั้นได้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.66 – 31 ก.ค.66 การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ยังคงมีประชาชนตกเป็นเหยื่อสูงเป็นลำดับที่ 1 มีจำนวนกว่า 7,714 เรื่อง หรือคิดเป็น 49.09% ของเรื่องที่มีการรับแจ้งความออนไลน์เดือน ก.ค. 66 และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 140 ล้านบาท

บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงขายสินค้าหรือบริการ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรระมัดระวัง ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะอาจจะเป็นช่องทางที่ถูกมิจฉาชีพปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมามิจฉาชีพก็ได้ปลอมเพจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล หน่วยงานเอกชนหลอกลวงชักชวนให้ลงทุน ที่พักหลอกลวงให้สำรองค่าที่พัก ร้านค้าหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น เราจะต้องรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพเหล่านี้ ไม่หลงเชื่อเพียงเพราะมีชื่อเพจ เหมือนหรือคล้ายเพจจริง หรือเพียงเพราะพบเจอผ่านการค้นหาในเว็บไซต์ทั่วไป หรือพบเจอในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ หรือถูกส่งต่อกันมาตามสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น

จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันการถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว 9 ข้อ ดังนี้

1.) โรงแรม หรือร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัว หรือบัญชีบุคคลธรรมดา บัญชีธนาคารที่รับโอนเงินควรเป็นบัญชีชื่อโรงแรม หรือร้านอาหาร หรือบัญชีบริษัทเท่านั้น

2.) ควรสำรองโต๊ะอาหารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ หรือผ่านผู้ให้บริการออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ

3.) หากต้องการที่จะเข้าสู่เพจ facebook ใดให้พิมพ์ชื่อด้วยตนเอง และตรวจสอบให้ดีว่ามีชื่อซ้ำ หรือชื่อคล้ายกันหรือไม่

4.) เพจจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด รวมถึงไปถึงไลน์ทางการต้องเครื่องหมายโล่สีฟ้า หรือสีเขียวเช่นเดียวกัน (Verified Account)

5.) เพจจริงจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อ

6.) เพจปลอมมักจะมีผู้ติดตามน้อยกว่าเพจจริง และมักจะเพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นาน

7.) ระมัดระวังการประกาศโฆษณาโปรโมชันต่างๆ

8.) ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจว่ามีการเปลี่ยนชื่อมาก่อนหรือไม่ สร้างมาเมื่อใด ผู้จัดการเพจอยู่ในประเทศใด

9.) ขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อไปยังโรงแรม หรือร้านอาหารก่อนทำการโอนเงิน ว่าเพจดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ หมายเลขบัญชีถูกต้องหรือไม่ หรือมีการปลอมแปลงเพจหรือไม่

‘เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์’ เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่สุดในรอบ 15 ปี แฟนคลับกาปฏิทินรอพบความสนุกแบบเกินต้าน!!

กาปฏิทินรอ!! ‘GMM SHOW’ ร่วมกับ ‘ATIME SHOWBIZ’ เตรียมเสิร์ฟปรากฏการณ์ความสนุกแบบเกินต้าน จัดคอนเสิร์ตใหญ่สุดพิเศษในรอบ 15 ปี ของ ‘เป๊ก – อ๊อฟ – ไอซ์’ กับ ‘The Concert Application Presents Peck Aof Ice InFriendnity Concert’

หลังห่างหายไปนานกว่า 15 ปี ในที่สุด 3 ศิลปินมากความสามารถและมีเอกลักษณ์ของเสียงร้องอย่าง ‘เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร’, ‘อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์’ และ ‘ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช’ เจ้าของเพลงฮิตที่แฟนเพลงยังคงคิดถึง ไม่ว่าจะเป็น แค่คนโทรผิด, น่ารัก น่า Love, เรื่องไม่ดีไม่จำ และอีกหลายเพลงฮิตที่ยังคงเปิดฟังและนำมาร้องกันอยู่ในทุกวันนี้

ล่าสุด ‘เป๊ก-อ๊อฟ- ไอซ์’ พร้อมแล้วที่จะส่งคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบในรอบ 15 ปี กับคอนเสิร์ต ‘The Concert Application Presents Peck Aof Ice InFriendnity Concert’ - Friend สนิท Fin สนั่น (เดอะคอนเสิร์ต แอปพลิเคชั่น พรีเซนต์ เป๊ก อ๊อฟ ไอซ์ อินเฟรนด์นิตี้ คอนเสิร์ต) ในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน และวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน งานนี้มาพร้อมโชว์สุดพิเศษ และโปรดักชั่น แสง สี เสียง สเตจ จัดเต็มกว่าที่เคย การันตีความสนุกสุดประทับใจแบบครบทุกโมเมนต์ โดย 2 ผู้จัดมืออาชีพอย่าง ‘ATIME SHOWBIZ’ (เอไทม์โชว์บิส) และ ‘GMM SHOW’ (จีเอ็มเอ็มโชว์)

โดย ‘เป๊ก-ผลิตโชค’ เผยถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ว่า “รู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้กลับมาทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ทั้ง 2 คน และจะได้เจอกับแฟน ๆ อีกครั้งครับ สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งที่ 2 ของเราทั้ง 3 คน และถ้าใครจำบรรยากาศความสนุกของคอนเสิร์ตเมื่อ 15 ปีที่แล้วได้ อยากบอกว่าทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในคอนเสิร์ตรียูเนี่ยนครั้งนี้ทุกคนจะเต็มอิ่มทุกโมเมนต์ ได้ดูกันแบบครบทุกอารมณ์ ฉะนั้น 2 กันยายนนี้ อย่าลืมกดซื้อบัตร แล้วมาเจอและสนุกไปด้วยกันนะครับ”

‘อ๊อฟ-ปองศักดิ์’ กล่าวเสริมว่า “ดีใจนะที่ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในรอบ 15 ปี มันเป็นความพิเศษมาก ๆ ครับ ในระหว่าง 15 ปี แต่ละคนมีเส้นทางเดินของตัวเอง พอวันนี้ได้มีโอกาสกลับมาทำงานร่วมกันมันยิ่งทำให้มีความอยากจะขึ้นโชว์ แล้วได้มาร้องเพลงที่หลายคนยังคงคิดถึงอยู่ สำหรับคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นนี้ ทั้งความสนุก ความประทับใจ ทุกอย่างจะบียอน หรือคูณ 3 อย่างแน่นอน บอกตามตรงว่าตื่นเต้นมาก ๆ ครับ พวกเราต้องทำให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนซื้อบัตรไม่อยากให้พลาดคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะไม่รู้จะมีครั้งหน้าเมื่อไหร่ที่เราจะได้มารวมตัวกันอย่างนี้ครับ”

และ ‘ไอซ์-ศรัณยู’ กล่าวปิดท้ายว่า “ดีใจมาก ๆ ครับ ที่มีแฟน ๆ รอคอยการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของพวกเรา และคอนเสิร์ตของพวกเราทั้ง 3 คนในครั้งนี้ จะเป็นคอนเสิร์ตที่ได้รวมเอาประสบการณ์ทั้งหมดใน 15 ปีที่ผ่านมา มาเขย่ารวมกัน เพื่อทำให้แฟน ๆ ของพวกเราได้สนุกมากกว่าที่เคย รับรองว่าทุกเพลงที่เราเอามาเล่น ทุกคนร้องและเต้นตามได้แน่นอน อยากจะขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด คอนเสิร์ตครั้งนี้พวกเรา และทีมผู้จัด ตั้งใจกันมาก ๆ ไม่อยากให้พลาดนะครับ”

สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ‘เป๊ก-อ๊อฟ-ไอซ์’ มีความตั้งใจที่จะสร้างโมเมนท์สุดพิเศษแบบครบทุกอารมณ์ ทั้งสุข สนุก สุดซึ้ง เพื่อมอบความประทับใจให้กับแฟน ๆ ที่มาดูคอนเสิร์ต จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกคนมาสนุกแบบเฟรนด์สนิท และมาฟินกันให้สนั่น ใน ‘The Concert Application Presents Peck Aof Ice InFriendnity Concert’ - Friend สนิท Fin สนั่น (เดอะคอนเสิร์ต แอปพลิเคชั่น พรีเซนต์ เป๊ก อ๊อฟ ไอซ์ อินเฟรนด์นิตี้ คอนเสิร์ต) ในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน และวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 2 กันยายน 2566 ที่ The Concert Application หรือ www.theconcert.com บัตรราคา 5,500 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: Atimeshowbiz และ FB: GMM SHOW รวมทั้งช่องทางอื่น ๆ ได้ที่ TIKTOK: @gmmshow, IG: @gmmshow

‘จตุพร’ หยัน!! ‘เพื่อไทย’ หมดสภาพและไม่เชื่อ ‘ทักษิณ’ จะกลับไทย  ชี้!! พรรคอันดับ 3 ผงาด!! แต่นายกฯ อาจมาจากพรรคอันดับ 4

‘จตุพร’ สงสาร ‘ทักษิณ’ เลื่อนกลับไทย ถามเป็นอะไรหรือเปล่า ฉะตรรกะ “เราไม่ได้ข้ามไปหา แต่เขาข้ามมาเอง” สะท้อน ‘เพื่อไทย’ หมดสภาพ อยู่ในช่วงตกต่ำสุดขีด สูญสิ้นอำนาจต่อรอง ถูกไล่ต้อนให้เป็น ‘พรรคสมุน’ ของพรรคอันดับ 3 คาด นายกฯ อาจมาจากพรรคอันดับ 4

(6 ส.ค. 66) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “ดูท่า… ว่าจะ?” เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 66 ระบุว่า…

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่ควรประกาศซ้ำสองกรณีเลื่อนกลับไทยอีก 2 สัปดาห์ เพราะฟังดูยิ่งน่าเห็นใจ เป็นห่วง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ดังนั้นให้คิดปล่อยจิตว่าง ทำตามที่สบายใจ จะกลับมาวันไหนก็ติดคุกอยู่ดี

นายจตุพร กล่าวว่า การไม่กลับไทยตามเวลานัด 10 ส.ค. ของนายทักษิณ เป็นไปตามที่ตนประเมินไว้ทุกประการ อีกทั้งได้แนะเหตุผลให้อ้างป่วยก็ตรง และยังทำตาม ส่วนการเลื่อนกลับไทยไปอีก 2 สัปดาห์ ยังต้องฟังหูไว้หู เพราะแม้มนุษย์เราไม่มีใครอยากผิดคำพูด แต่แสดงถึงใจยังไม่ปล่อยวางกับการตัดสินใจมาติดคุกโดยดุษฎี จึงได้แต่ฟังคำพูดคนอื่น ทั้งที่ทางปฏิบัติแล้วไม่เคยมีอยู่จริงที่ไม่ต้องติดคุก ความจริงคนระดับอดีตนายกฯแล้ว นายทักษิณไม่จำเป็นต้องประกาศกลับบ้านเป็นครั้งที่สอง เพราะขาดความน่าเชื่อถือ เมื่อประกาศครั้งเดียวก็ให้มาเลย อย่างไรก็ตามขอให้ตัดใจปล่อยวางการติดคุกให้ได้ ตนเสนอให้เอาตามสบายใจ จะมาวันไหนก็มา แต่ต้องติดคุกอยู่ดี

นายจตุพร กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่นายทักษิณระบุจะกลับไทยในวันใดวันหนึ่งนั้น โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 10-24 ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงการเจรจาลับตั้งรัฐบาลอย่างเข้มข้น และต้องยกมือไหว้ สว.ในทางแจ้งเพื่อให้ช่วยตั้งรัฐบาลข้ามขั้วอีก จึงเป็นสถานการณ์ที่ชุลมุนในทางการเมืองอย่างหนัก รวมทั้งคาดว่าสถานการณ์จริงทางการเมืองไทยจะเริ่มในวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดสั่งคำร้องข้อบังคับการประชุมรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญ (รธน.) หรือไม่ ดังนั้นวันที่ 17 ส.ค.จะโหวตนายกฯ เมื่อได้นายกฯ จะมีเวลาตั้งรัฐบาลอีกเพียง 7 วัน และนายทักษิณจะกลับไทยตามคำประกาศครั้งสอง จึงเป็นไปไม่ได้เพราะกระชั้นชิดมาก และคงต้องเลื่อนอีกครั้งค่อนข้างแน่นอน

“ขอแนะนำอีกว่าหลังจากตรวจร่างกายตามแพทย์บอกแล้ว หมอต้องสั่งห้ามเดินทางเด็ดขาด อีกทั้งระยะเวลาทางการเมืองและการตั้งรัฐบาลยังไม่สอดคล้องกัน จึงเป็นไปไม่ได้จะกลับมาช่วงนั้น เพราะเป็นช่วงชุลมุนตามข้อตกลงตั้งรัฐบาล แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ การโหวตนายกฯ นายเศรษฐา ทวีสิน คงไม่ได้เป็นนายกฯ”

นายจตุพร กล่าวถึง ‘นายภูมิธรรม เวชยชัย’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่า เคยยืนกรานว่านายทักษิณกลับไทยตามวันเวลาเดิม แล้วเมื่อเลื่อนกลับ จะมีการทวงหาคำพูดจากนายภูมิธรรมบ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในช่วงนี้คำพูดทางการเมืองแสดงถึงการพูดไม่จริงระหว่างกันทั้งสิ้น โดยหลายคนอธิบายเหตุผลนายทักษิณกลับไทยต้องเชื่อว่าเป็นจริง เพราะ ‘อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร’ ลูกสาว เป็นคนประกาศด้วยตัวเอง ดังนั้น นายทักษิณ คงไม่ยอมทำให้ลูกเสียหายได้ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิดที่สุด

“ถ้าลูกรู้ว่า พ่อเข้ามาแล้วติดคุก จะมีลูกคนไหนบอกพ่อให้กลับมาเพื่อช่วยรักษาหน้าตาของลูก ซึ่งในโลกความจริงไม่มีลูกคนไหนยอมให้พ่อมาติดคุกหรอก เพราะพ่อติดคุกเท่ากับครอบครัวต้องติดคุกไปด้วย ดังนั้น สัญชาตญาณของลูกที่รักพ่อ ย่อมทนเห็นพ่อติดคุกไม่ได้”

นายจตุพร ระบุว่า ตนไม่เข้าใจนายทักษิณ พูดเลื่อนกลับไทยอีกทำไม ถ้าไม่ติดใจอะไรแล้ว จะกลับก็มาเลย แต่การประกาศแบบปลายเปิดลักษณะนี้มันน่าสงสารว่า เป็นอะไรมากหรือเปล่า เพราะช่วงเวลาทางการเมืองนั้นมันเป็นเรื่องยากที่สุด ควรต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเสีย เนื่องจากการขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นเรื่องยากมาก

นายจตุพร กล่าวถึงการตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า จากนี้ไปอำนาจต่อรองของเพื่อไทยได้สูญหายไปตามลำดับ และประชาชนที่สนับสนุนจะหดหายไป คงเหลืออีกไม่สักเท่าไร นอกจากนี้แกนนำบางคนให้เหตุผลการตั้งรัฐบาลข้ามขั้วว่า เราไม่ได้ข้ามขั้ว แต่เขาข้ามมาหาเราเอง แสดงถึงการจนปัญญา หมดหนทางอธิบาย เพราะแถมาทุกทิศทางแล้ว จนสีข้างถลอกหมดจึงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

นายจตุพร ประเมินว่า หากเพื่อไทยตั้งรัฐบาลไม่ได้ คงเกิดจากเงื่อนไขไม่มีพรรคสองลุงมาร่วมด้วย ดังนั้น การโหวตนายกฯ ก็จะถูกคว่ำทันที อีกรณีหนึ่งคือ เพื่อไทยอาจไม่ส่งแคนดิเดตนายกฯ ให้สภาฯ โหวต แล้วมอบให้พรรคอันดับ 3 เป็นผู้รวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลและเสนอแคนดิเดตนายกฯ ให้สภาโหวตเห็นชอบ

“การให้พรรคอันดับ 3 มาจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทยจะกลายเป็นพรรคถูกชวนเข้าร่วมด้วย แต่พรรคที่ 3 อาจส่งมอบนายกฯ ให้พรรคอันดับ 4 ก็ได้ ซึ่งพร้อมรออยู่ ดังนั้นไม่ว่าอธิบายมุมใดที่เพื่อไทยถูกเชิญมาร่วมรัฐบาลนั้น ก็จะกลายเป็นเพียงพรรคสมุนของพรรคอันดับสามและสี่ไปทันที”

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา ถูกตรวจสอบกรณีเลี่ยงภาษีที่ดิน ว่า เมื่อการกล่าวหามีน้ำหนักทางการเมือง โดยเน้นการตรวจสอบคุณสมบัติทางจริยธรรมของบุคคลจะเข้ามามีตำแหน่งทางการเมืองต้องมีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นในกรณีนายเศรษฐา จึงเสี่ยงกับตำแหน่งนายกฯ เพราะมีแต่เสียกับเสีย และพร้อมเกิดแรงเหวี่ยงกระทบกับชีวตในอนาคตด้วย

“เผลอๆ ไม่กี่วันนี้ คุณเศรษฐา อาจคิดโยนผ้าไม่เป็นนายกฯ หรือจะมีคนอื่นจัดการไม่ส่งก็ได้ เพราะกรณีตรวจสอบจริยธรรมการเลี่ยงภาษีที่ดินจะส่งผลกระทบในวงกว้างมาก ดังนั้นถัดจากนี้ไป คุณเศรษฐา คงต้องกำหนดท่าทีและจุดยืนทางการเมืองว่า จะเอาอย่างไร”

นายจตุพร เชื่อว่า การโหวตนายกฯอาจต้องขยายเวลาออกไปอีก แต่จะออกแบบกันอย่างไรก็จะนำพาสู่วิกฤตใหญ่ เพราะการอธิบายอะไรก็ตามทำให้ผิดเป็นถูก ย่อมเป็นตรรกะที่ยากมากที่สุด เช่น การอธิบายว่า ไม่ได้ข้ามไปหาเขา แต่เขาข้ามมาหาเอง ซึ่งเป็นตรรกะที่วิบัติอย่างยิ่ง การใช้ตรรกะ “เขามาเอง” มาอธิบายการข้ามขั้วนั้น ไม่แตกต่างจากคำพูดหาเสียงประกาศแก้ ม.112 แต่เมื่อจะตั้งรัฐบาลก็บอกไม่แก้แล้ว ม.112 แล้วเหลือแยกทางจากก้าวไกล คิดจะไปตั้งรัฐบาลแบบหมูๆ แต่กลับไม่ง่ายตามหวังหลังจากแยกทางก้าวไกล เพราะอำนาจต่อรองเปลี่ยนไป การเจรจาตกเป็นรองพรรคอื่น และที่สำคัญทำให้ประชาชนเสียไปด้วย

“ดังนั้น อะไรก็ตามที่ท้าทายความรู้สึกคน เอาการร่วมเป็นร่วมตายมาละเลงเล่นดูเสมือนประชาชนไม่มีความรู้สึก คิดว่าทำอะไรก็ได้ จึงเป็นการคิดผิดอย่างมาก อีกทั้งเกิดภาพยกมือไหว้ สว.กลางห้องประชุมสภา เพื่อขอปิดสวิตช์ตัวเอง เป็นการกระทำที่ผิดวิสัย ซึ่งไม่น่าได้เห็น แต่ก็เห็นจนได้ จึงเป็นพฤติกรรมแบบหมดสภาพของพรรคอันดับสอง” นายจตุพร กล่าว

‘ลูกเสือมะกัน-อังกฤษ’ ขอถอนตัวงานชุมนุมลูกเสือโลกที่เกาหลีใต้ เหตุอากาศร้อนทะลุ 38 องศา ทำผู้ร่วมงานล้มป่วยหลายร้อยราย!!

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 66 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การลูกเสือของสหรัฐและอังกฤษได้ขอถอนตัวออกจากการร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 25 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดชอลลาเหนือ ประเทศเกาหลีใต้แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวหนัก

อย่างไรก็ดี ผู้แทนจากประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมและเกาหลีใต้ ในฐานะเจ้าภาพ ตัดสินใจที่จะเดินหน้างานชุมนุมต่อไป จากรายงานของสำนักข่าวยอนฮัป สื่อแดนกิมจิ โดยนายฮัน ด๊อค-ซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ยังกล่าวย้ำในพันธกิจของเกาหลีใต้ที่จะจัดหาความสนับสนุนอย่างเพียงพอแก่การจัดงานครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐเปิดเผยว่า คณะลูกเสืออเมริกันจะเดินทางไปยังค่ายฮัมฟรีย์ส กองทหารรักษาการณ์ของกองทัพสหรัฐฯ ในจังหวัดพยองแท็กของเกาหลีใต้ต่อไป

ด้านคณะลูกเสือจากอังกฤษ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่มีสมาชิกราว 4,000 คน แถลงเมื่อคืนวันศุกร์ (4 ส.ค.) ว่า พวกเขาตัดสินใจถอนตัวออกไปเพื่อบรรเทาแรงกดดันในสถานที่ดังกล่าว โดยทางคณะลูกเสืออังกฤษจะนำกลุ่มเยาวชนหนุ่มสาวและอาสาสมัครผู้ใหญ่ออกจากงานชุมนุมลูกเสือโลกไปยังกรุงโซลภายใน 2 วันข้างหน้า

การถอนตัวออกจากงานชุมนุมลูกเสือโลกกลางคันครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีผู้เข้าร่วมงานล้มป่วยหลายร้อยคน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยสัปดาห์นี้ทางการเกาหลีใต้ได้ออกคำเตือนสภาพอากาศร้อนสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศเกาหลีใต้ที่วัดได้ในวันศุกร์ที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา อยู่ระหว่าง 35-38 องศาเซลเซียส

สำหรับงานชุมนุมลูกเสือโลกที่จัดขึ้นที่จังหวัดชอลลาเหนือของเกาหลีใต้ครั้งนี้ มีผู้เดินทางมาร่วมงานจากทั่วโลกมากถึงราว 43,000 คน

เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยมีนบุรี  กระบวนการยุติธรรมทางเลือก ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งภาคประชาชน

วันที่ 5 สิงหาคม ที่หมู่บ้านพนาสนธิ์ การ์เด้นโฮม 4 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯอาจารย์ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) เป็นประธานร่วมกับคุณรัตนาภรณ์ ปานรัตน์ ประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน(นิมิตรใหม่)แขวงมีนบุรี ทำพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน(นิมิตรใหม่)

โดยช่วงเช้าได้มีพิธีการสงฆ์ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ จากนั้นทำพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมทั้งลงนาม MOU ร่วมกับมูลนิธิสถาบันศึกษาและ พัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) 

ทั้งนี้ อาจารย์ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพรบ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทพศ.2562 ให้กับกรรมการศูนย์ไกล่เกลี่ย และผู้เข้าร่วมงาน รวมทั้ง ส.ส.วิชาญ มีชัยนันท์ ได้รับฟัง

คุณรัตนาภรณ์ ปานรัตน์ กล่าวว่า สาเหตุที่นำบ้านมาใช้เป็นศูนย์ไกล่เกลี่ย เพราะเราไม่ใช่หน่วยราชการที่ทำกันทั่วๆไป เพราะบ้านสามารถรับเรื่องได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ปิดกั้นใครที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ 

ด้านอาจารย์ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิสถาบันศึกษาและ พัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) ก่อตั้งขึ้น 10 กว่าปีแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมช่วยเหลือให้การแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางการไกล่เกลี่ย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ และสังคมไทย เพื่อเกิดความสงบสุขสมานฉันท์ 

การที่มูลนิธิฯได้มาเซ็น MOU ครั้งนี้ มุ่งเห็นว่าศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนเป็นหน่วยงานภาคเอกชน ที่เกิดจากผู้มีจิตอาสา น่าจะเข้าถึงประชาชน ที่มีปัญหาข้อพิพาท สามารถหาข้อยุติความขัดแย้ง ทางมูลนิธิฯจึงอยากสนับสนุนองค์ความรู้และเทคนิคด้านต่างๆ ให้กับผู้ที่จะมาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้มูลนิธิฯยังจัดอบรมให้ความรู้การไกล่เกลี่ยร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ให้หน่วยงานรัฐ และสถานศึกษา ไปหลายรุ่น

การแก้ปัญหาข้อพิพาท โดยที่ไม่มุ่งไปที่ศาลอย่างเดียว หันมาใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือก สามารถลดความขัดแย้งกับความเห็นต่างลงได้ 

‘เปิ้ล ไอริณ’ แชร์ประสบการณ์เที่ยวคนเดียวมาแล้ว 43 ประเทศ แต่ไม่มีที่ไหนมีเสรีภาพเท่าไทย ขอทุกคนจงภูมิใจในแผ่นดินเกิด

เมื่อไม่นานนี้ ‘เปิ้ล ไอริณ’ นักแสดง นักร้อง และพิธีกรชาวไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Irin Sriklao (เปิ้ล ไอริณ)’ ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ที่หาดทรายแก้ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเธอได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ ‘ว่าด้วยเรื่อง ‘เสรีภาพ’ ที่กำลังเรียกร้อง’ ระบุว่า…

ว่าด้วยเรื่อง ‘เสรีภาพ’ ที่กำลังเรียกร้อง 😁

เราเคยสงสัยว่า ทำไมเราถึงมีจิตวิญญาณรักการท่องเที่ยว รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ จนแบกเป้ไปคนเดียว เที่ยวมาแล้ว 43 ประเทศ!!

มาวันนี้ตกผลึกได้ว่า จักรวาลคงอยากให้เราไปสัมผัส ไปให้เห็นกับตา แล้วกลับมา บอกเล่าให้ทุกๆ คนฟัง!!

จากประสบการณ์ที่ได้พบ เราพูดได้เต็มปาก แบบไม่ลำเอียงเลย ว่า ประเทศไทยเรา ช่าง ‘มีเสรีภาพมากที่สุด’ ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิต การท่องเที่ยว และการทำมาหาเลี้ยงชีพ ประเทศเรา จะตั้งโต๊ะหน้าบ้าน ขายหมูปิ้ง ขายก๋วยเตี๋ยว ขายโจ๊ก ปลาท๋องโก๋ (ปาท่องโก๋) จะตกปลา หาผักริมทาง จะปั่นรถขายกาแฟ รถขายไก่ย่างส้มตำ ตลาดนัด ถนนคนเดินไม่ต้องพูดถึง ไปทะเล ของอร่อยๆ ขายกันตามฟุตบาธ ตามริมหาดมีของแบกขาย จะนั่งริมหาดไหนนั่ง จอดรถริมหาดตรงไหนก็ได้ แต่ที่ต่างประเทศ คุณทำไม่ได้ค่ะ!! แล้วทะเลไทยสวยจริง น้ำทะเลบ้านเรา ก็ไม่หนาวเย็นเหมือนแถบยุโรป!

นี่เรายังไม่เคยไปประเทศไหน ใจดีอนุญาตให้พาหมา ไปพายเรือ ว่ายน้ำเล่น ในกองฐานทัพเรือได้เลย!! แถมน้ำใสกริ๊ง คาเฟ่ในไทยก็มีเยอะ น่านั่งจนต่างชาติทึ่ง!!

จงรักประเทศไทยเรากันเถอะค่ะ ขวานทองของไทยนี้ มีดี มีเสน่ห์ มีเสรีภาพมากมาย ชนชาติที่ว่าเจริญแล้ว ครั้งหนึ่งในชีวิต ยังขอบินข้ามซีกโลกมาชื่นชมบ้านเราเลย เพราะ นอกจากมีธรรมชาติงดงาม มาละคุ้มค่าเงิน ที่พักถูก ค่าอาหารเบาๆ ที่มีรสชาติขึ้นชื่อ ไทยเรายังมีความปลอดภัยแบบสุดๆ และมีเสน่ห์จากรอยยิ้ม และมิตรภาพของผู้คนอีกด้วย

เราเอง เคยคิดอยากย้ายประเทศ แต่กะจะขอเที่ยวทุกจังหวัดก่อน สุดท้ายโดนตก ไม่ไปไหนละ 😁

อ่านแล้ว ขอให้รัก และภาคภูมิใจในแผ่นดินเกิดของพวกเรา และมองให้เห็นเสรีภาพ ที่เราอาจคุ้นชิน จนลืมให้ค่า และลองหันมาเห็นค่าให้มากๆ ขึ้นนะคะ

บอกเลย!! คุณโชคดีที่สุดแล้ว ที่ได้เกิดเป็นคนไทย 🥰💕🇹🇭

ทั้งนี้ หลังเปิ้ล ไอริณโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมและให้กำลังใจเปิ้ล ไอริณเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนระบุว่า “รักเมืองไทยที่สุด”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top