Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

ครั้งหนึ่งในชีวิต!! 'จี้เพ็ก' ยูทูปเบอร์อาหารภูเก็ต รุ่นคุณย่าวัย 78 เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานวันสตรีไทยดีเด่นประจำปี 66

(4 ส.ค.66) เพจ 'Phuket OK' ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับ นางปราณี มานะจิตต์ 'จี้เพ็ก' อายุ 78 ปี ยูทูปเบอร์อาหารภูเก็ต รุ่นคุณย่า ซึ่งแจ้งเกิดจากเมนู 'หมูฮ้อง' และเข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานวันสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2566 ว่า...

คนภูเก็ต เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานวันสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2566 ของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ 

คนชอบเข้าครัว ต้องรู้จักจี้เพ็ก เจ้าของช่องยูทูปชื่อดัง 'จี้เพ็ก สองแม่ลูกเข้าครัว' ยูทูปเบอร์รุ่นคุณย่า ที่มีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน ยอดวิวมากกว่า 50 ล้านวิว คอยบอกเล่าวิธีทำเมนูอาหารภูเก็ต ส่งต่อความสุขด้วยสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อย เป็นแรงบันดาลใจให้คนเข้าครัวทำกับข้าวตามสูตรที่จี้เพ็กสอน

เมนูแรกที่ทำให้ผู้ติดตามรู้จักจี้เพ็ก คือ หมูฮ้อง อาหารคนภูเก็ต จากนั้นก็มีเมนูอื่นๆ มาให้ติดตามเรื่อยๆ จนมีแฟนคลับเหนียวแน่น นอกจากเป็นยูทูปเปอร์แล้ว จี้เพ็กยังทำงานจิตอาสาสอนทำอาหารและขนมในโรงเรียน ชุมชน ช่วยเหลือสังคม Phuket OK จึงไม่แปลกใจเลยที่จี้เพ็กได้รับการเสนอชื่อ และ ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัลฯ

จี้เพ็ก คือ คนภูเก็ต ที่เราภูมิใจ

‘แม่ลีน่า’ ฟาดแรง!! อ้างถูก ‘สส.ก้าวไกล’ โทรมาด่า ลั่น!! วิจารณ์ทุกยุค ‘โทนี่-ปู-ตู่’ แต่ไม่เคยมีใครทำแบบนี้

(4ส.ค. 66) ได้มีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ชื่อ ‘nangfar_allstar’ ได้โพสต์คลิปของ ‘ลีนา จังจรรจา’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ลีน่าจัง’ นักธุรกิจ ทนายความ และพิธีกรหญิงชาวไทย ที่ได้ออกมาแฉหลังจากที่ตนถูก สส.คนหนึ่งของพรรคก้าวไกลโทรศัพท์มาต่อว่า กรณีที่ตนนั้นได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่า…

“ปากบอกเป็นประชาธิปไตย แต่พอฉันวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล กลับส่ง สส.โทรมาด่าฉัน ด่าทําไม ฉันมีสิทธิ์วิจารณ์ คุณห้ามฉันไม่ได้หรอก ฉันจะพูดไปจนกว่าฉันจะตาย นอกเสียจากว่าพวกคุณจะสาบสูญไป และไม่ได้ลง สส. ไม่มีพรรคการเมืองอะไรเลย หายสาบสูญไปเลยอย่างนี้ ฉันถึงจะไม่พูด ขนาดคุณทักษิณยังหนีไปอยู่ต่างประเทศ 17 ปี ฉันยังพูดถึงเขาทุกวัน คุณยิ่งลักษณ์ฉันก็พูดถึงเขาทุกวัน ทําไมจะพูดไม่ได้ ในเมื่อคุณลงมาสมัคร คุณก็คือบุคคลสาธารณะ อย่าหลงตัวเอง ฉันไม่แปลกใจหรอกที่เด็กๆ สมัยนี้ จะเนรคุณกันหมด เนรคุณพ่อแม่ ไม่เอาพ่อแม่ ด่าพ่อแม่น่ะ”

“แล้วฉันก็วิพากษ์ วิเคราะห์วทุกสภาฯ ทุกรัฐบาล คุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาล ฉันก็วิเคราะห์ คุณประยุทธ์เป็นรัฐบาล 9 ปี ฉันก็วิเคราะห์ คุณประยุทธ์ไม่เคยส่งคนมาขู่ฉันเลย พรรคพลังประชารัฐไม่เคยส่ง สส.มาด่าฉัน มาขู่ฉันเลย คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐบาลในยุคของคุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ฉันก็วิเคราะห์ เพราะฉันทําหน้าที่วิเคราะห์ข่าว ทำอาชีพนี้ของฉันมาตั้งแต่คุณประยุทธ์ปิดสถานีดาวเทียมของคุณเมื่อปี 2557 ทํามาจนถึงจนถึงทุกวันนี้ 9 ปีแล้ว”

“พรรคการเมืองใหญ่โตระดับไหนฉันก็วิเคราะห์หมด ฉันพูดหมด ไม่เคยมีใครมาขู่ฉันเลย… คุณใหญ่โตมาจากไหน?” ลีน่าจัง กล่าวทิ้งท้าย

‘อิม เฟี้ยว์ฟ้าว’ อัปเดตคดี ‘อดีตผู้จัดการยักยอกทรัพย์’ เผย ให้อภัยไม่เอาความ หลังอีกฝ่ายยอมรับผิด-คืนเงิน

หลังจากก่อนหน้านี้ นักแสดงสาว เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ ได้มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล เดินหน้าฟ้องร้องกับอดีตผู้จัดการส่วนตัว ในข้อหาคดียักยอกทรัพย์ หลังร่วมทำธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวพม่าด้วยกัน

ล่าสุด (4 ส.ค.66) เฟี้ยว์ฟ้าว ได้ออกมาอัปเดตคดีเกี่ยวกับผู้จัดการผ่านทางอินสตาแกรม โดยระบุว่า…

“คดีเกี่ยวกับ..#อดีตผู้จัดการเฟี้ยว์ฟ้าว ที่มีการ.. #ยักยอกทรัพย์ และอีก #ยักยอกทัวร์พม่า ที่ผ่านมานั้น

อิมขอแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีในครั้งนี้

#อดีตผู้จัดการส่วนตัวได้ให้การยอมรับสารภาพผิดต่อศาล และ ได้ชดใช้คืนเงินให้อิม #ในสิ่งที่อดีตผู้จัดการได้ยักยอกไป ต่อหน้าศาลในวันที่ 3 สิงหาคม 2566

ซึ่งคดีนี้...อดีตผู้จัดการส่วนตัวได้ยักยอกไป เป็นการกระทำที่ผิด และ เป็นสิ่งที่ไม่ดี เราได้ทำการแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร เพราะเกิดในช่วงสถานการณ์โควิดช่วงรุนแรง ทำให้คดีเกิดความล่าช้าไปบ้าง (โดยที่อิมได้เคย..ชี้แจงต่อสื่อมวลชน และทุกคนไปบ้างแล้วนั้น)

**ในครั้งนี้***

เห็นว่ามีการยอมรับสารภาพผิด อิมก็พร้อมจะให้อภัยและไม่เอาความในคดีนี้ ถือว่าคดีนี้ได้สิ้นสุดต่อกัน แต่หากยังไม่กลับตัวกลับใจอีก อิมก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเน้อ

อิมขอขอบคุณศาลในความยุติธรรม ตลอดถึง #ทนายวิน ที่เคียงข้างสู้คดีความด้วยคุณธรรมและความถูกต้อง #และที่สำคัญ #อิมขอบคุณทุกๆคน ที่คอยเมตตาให้กำลังใจเสมอมาเน้อ ขอบคุณมากๆนะคะ”

'ก.ต่างประเทศ-วุฒิสภาสหรัฐฯ' จี้ไทยเคารพเสียงประชาธิปไตย หลัง 'เพื่อไทย' ทิ้ง 'ก้าวไกล' ตั้งรัฐบาล ไม่เคารพเสียง ปชช.

กรรมการกิจการต่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐฯ ทวีตจี้ทุกฝ่ายเคารพเจตนารมณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลังข่าวเพื่อไทยขับก้าวไกลร่วมจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่บริษัทประเมินความเสี่ยงแคนาดาออกคำเตือน เลี่ยงเหตุการณ์ชุมนุมในไทย ส่วนฮิวแมนไรท์วอช ชี้ชัดการละเมิดสิทธิมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

(4 ก.ค.66) สำนักข่าวอิศรา รายงานสถานการณ์การเมืองไทยจากมุมมองในต่างประเทศว่า ทวิตเตอร์ของคณะกรรมการกิจการด้านการต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาได้มีรีทวีตข่าวที่พรรคก้าวไกลถูกขับออกจากการเป็นพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และทวีตข้อความระบุว่าต้องมีการจับตาพัฒนาการทางด้านการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพเจตนารมณ์ของคนไทยที่แสดงผ่านการเลือกตั้ง เสียงของประชาธิปไตยที่ถูกเลือกตั้งมาไม่ควรถูกทำให้เงียบลง

ขณะที่เว็บไซต์ crisis24 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัท Garaworld บริษัทรักษาความปลอดภัยจากแคนาดา ได้ออกคำเตือนระบุว่า ขอให้ผู้ที่เดินทางไปยังหลีกเลี่ยงจากสถานที่การประท้วงทั้งหมดเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ถ้าหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง ให้ออกจากพื้นที่ทันทีและหาที่หลบภัยในอาคารที่ปลอดภัย และควรจะมีการวางแผนเผื่อกรณีที่บริการขนส่งท้องถิ่นหรือว่าธุรกิจอาจจะต้องหยุดชะงักจากการชุมนุม

ขอให้ผู้ที่เดินทางได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการตรวจค้นด้านความปลอดภัย และขอให้พกพาเอกสารยืนยันตัวตนไว้กับตัวเองตลอดเวลา รวมไปถึงให้ความสนใจในด้านคำแนะนำด้านการขนส่งและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ส่วนเว็บไซต์ Council on Foreign Relations (CFR) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในสหรัฐฯ ได้มีการเขียนบทความวิเคราะห์เอาไว้ตอนหนึ่งเกี่ยวกับกรณีที่พรรคเพื่อไทยประกาศขับพรรคก้าวไกลออกจากการร่วมรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยได้สละสิทธิ์การเป็นพรรคประชาธิปไตยไปแล้ว ทำให้คนรุ่นใหม่มองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ทรงอำนาจที่ไม่ฟังเสียงประชาชน ซึ่งที่เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องจ่ายในระยะยาว

ทางด้านของนายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอช ประจำภาคพื้นเอเชีย ได้รีทวีตข่าว และทวีตข้อความระบุว่า ไม่ค่อยจะเป็นประชาธิปไตยเท่าไรนัก นั่นคือสิ่งที่ทุกคนสามารถพูดได้ เนื่องจากพรรคการเมืองที่ชนะเสียงและที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค. ถูกเขี่ยลงไป การละเมิดสิทธิธรรมาภิบาล มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นตามมาอีก หลังจากการเคลื่อนไหวแบบนี้

'รมว.เฮ้ง' เผยข่าวดี กรมการจัดหางาน รับสมัครไปทำงานมาเก๊า 111 อัตรา เงินเดือนขั้นต่ำ 49,000 'บินไป-กลับฟรี' สวัสดิการตามกฎหมาย

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน รับสมัครพนักงานทำความสะอาด พนักงานเสิร์ฟ  บาร์เทนเดอร์ กัปตัน พนักงานต้อนรับฯ จำนวน 111 อัตรา เงินเดือน 49,000 - 75,000 บาท ฟรีค่าโดยสารเครื่องบินไป - กลับ อาหาร สวัสดิการตามกฎหมาย สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 20 ส.ค. 66 ไม่เว้นวันหยุดราชการ

(4 ก.ค.66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนไทยไปทำงานในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า กับนายจ้าง บริษัท Venetian Cotai Management Limited และ Venetian Macuau Limited ซึ่งประกอบกิจการโรงแรม และคาสิโน จำนวน 5 ตำแหน่ง 111 อัตรา ได้แก่...

- พนักงานดูแลทำความสะอาดพื้นทั่วไป (Public Area Attendant) 80 อัตรา  
- พนักงานเสิร์ฟ (F&B Server) 20 อัตรา พนักงานบาร์เทนเดอร์/ซีเนียร์บาร์เทนเดอร์ (Bartender/Senior Bartender) 5 อัตรา 
- พนักงานต้อนรับแผนกอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Ambassador) 3 อัตรา  
- กัปตันแผนกอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Captain) 3 อัตรา 

อัตราเงินเดือนอยู่ระหว่าง 49,000 - 75,000 บาท โดยนายจ้างจะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯไปมาเก๊า และตั๋วขากลับหากทำงานครบตามสัญญาจ้าง จัดอาหารระหว่างเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ มีประกันสุขภาพและสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานมาเก๊า ซึ่งคุณสมบัติเบื้องต้นจะต้อง 'สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและสื่อสารภาษาจีน' ได้ 

สำหรับผู้สนใจสามารถศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัคร รายละเอียดการสมัครสอบ กำหนดการและวิธีการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หัวข้อ 'ข่าวประกาศรับสมัคร' และยื่นใบสมัครทางอีเมล ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2566 ไม่เว้นวันหยุดราชการ 

"กระทรวงแรงงาน สนับสนุนให้คนไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด เพราะนอกจากทำให้แรงงานไทยมีโอกาสทางอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตตนเองและครอบครัวได้แล้ว เม็ดเงินที่ได้รับยังถูกส่งกลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป" รมว.แรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า การรับสมัครในครั้งนี้เป็นการจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่เสียค่าสมัครหรือค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นกรณีได้รับการคัดเลือกให้ไปทำงานจะมีค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ได้แก่ ค่ารูปถ่าย ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าตรวจสุขภาพและค่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 5,500 บาท

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ  0-2245-1034 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

‘ปอย ตรีชฎา’ อัปเดตทริปปีนเขาช่วงฮันนีมูน ได้แผลถลอกทั้งตัว แต่สามีดูแลไม่ห่าง

เรียกว่าชีวิตหลังวิวาห์แฮปปี้มีความสุขสุด ๆ สำหรับคู่สามีภรรยา ‘ปอย ตรีชฎา หงษ์หยก’ และ ‘โอ๊ค บรรลุ’ ซึ่งทั้งสองออกทริปฮันนีมูนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้มีการไปทำกิจกรรมปีนเขาที่ยอดเขามัทเทอร์ฮอร์นด้วยกัน

โดยล่าสุดสาวปอย ได้ปล่อยโมเมนต์พิเศษอัปเดตความหวานกันแบบข้ามทวีป ซึ่งในทริปนี้ทั้งสอง เลือกที่จะไปผจญภัยในสไตล์ที่ชอบ นั่นก็คือการปีนขึ้นยอดเขา Matterhorn พร้อมกับเก็บภาพบรรยากาศความสวยและความประทับใจมาฝากแฟน ๆ ผ่านโซเชียล

แม้ว่างานนี้สาวปอยจะได้รับบาดเจ็บจนมีแผลถลอกทั่วร่างกาย ทั้งมือ ทั้งหัวเข่า แต่คุณสามี ‘โอ๊ค บรรลุ’ ก็คอยดูแลไม่ห่าง เรียกได้ว่าทริปนี้แม้จะเหนื่อยบ้างเจ็บบ้าง แต่ความหวานนั้นอยู่ในระดับสิบเกินต้านเลยจ้า

บทเรียนราคาแพง!! 12 รายใหญ่เจ๊งยับ!! ซื้อหุ้นเพิ่มทุน STARK 3.72 บ.

🔍ส่อง 12 รายใหญ่ ใครบ้างที่เจ็บหนัก หลังได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน STARK ในราคา 3.72 บาทต่อหุ้น สุดท้ายเจ๊งยับ เหมือนถูกหลอกไปเชือด

'พิธา' ร่วมงาน 'มธ.' บรรยายถึง 'ปชต.ที่ถดถอย-สังคมเหลื่อมล้ำรุนแรง' ชี้!! โลกต้องการ 'พลังใหม่-คนรุ่นใหม่' ร่วมนิยามและกำหนดอนาคต

(4 ส.ค.66) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมรับเชิญเป็นผู้บรรยายพิเศษในงาน 'รับเพื่อนใหม่' ให้กับนักศึกษาเข้าใหม่ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ 'ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรม : 3 เสาหลักจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ สู่การสร้างสรรค์สังคม'

โดยระหว่างที่พิธาเดินเข้าสู่หอประชุม ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากนักศึกษา ทั้งปรบมือและส่งเสียงเฮจนลั่นหอประชุม โดยระหว่างรอคิวขึ้นบรรยาย พิธายังได้ร่วมรับชมการบรรยายและกิจกรรมพิเศษจากนักศึกษากองสันธนาการอย่างเป็นกันเอง

เมื่อถึงลำดับการบรรยาย พิธาเริ่มต้นโดยระบุว่าตนยินดีที่ได้กลับมาสู่บรรยากาศและพลังงานแบบเหลืองแดงอีกครั้ง สิ่งที่ธรรมศาสตร์ได้สอนตนมา แทบจะไม่ต่างกับวิถีแบบก้าวไกล คือสิ่งที่อยู่ในตัวของตนเอง ธนาธร, ปิยบุตร, ศิริกัญญา, โรม ฯลฯ เป็นดีเอนเอที่ใกล้เคียงกัน นั่นคือความยึดมั่นในประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรม

ย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองเป็นนักศึกษารหัส 41 เหมือนทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ ทั่วโลกมีประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่า 50% ของทั้งโลก แต่วันนี้ความเป็นประชาธิปไตยบนโลกถอยหลังลงอยู่เหลือเพียงประมาณ 20% ส่วนความเหลื่อมล้ำ ในสมัยนั้นคนที่รวยที่สุด 1% กับคน 50% ล่าง มีโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่างกัน 8 เท่า แต่เวลานี้คือ 16 เท่า คน 1% ข้างบนสุดครองทรัพย์สิน 50% ของทั้งโลก ส่วนคน 50% ครองทรัพย์สิน 2% เท่านั้น

น่าเจ็บใจที่ผ่านไป 25 ปี ทุกอย่างกลับถดถอยลง เรากำลังอยู่ในโลกที่ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรมกำลังถดถอย สิ่งเก่ากำลังล้มพังลง ขณะที่สิ่งใหม่ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นยังไม่สำเร็จ โลกใบใหม่เต็มไปด้วยความปกติใหม่ แต่เรายังคงไม่มีฉันทามติใหม่สำหรับความปกติใหม่เสียที

พิธากล่าวต่อไป ว่าเมื่อหันกลับมาดูประเทศไทย ประชาธิปไตยของไทยวันนี้คือประชาธิปไตยที่เพียงแค่ สว. ที่มาจากการลากตั้งไม่มาเป็นองค์ประชุม ก็สามารถล้มแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ คือประชาธิปไตยที่บอกว่าคนเท่ากัน แต่อำนาจที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนกลับสามารถถูกคานโดยอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนได้ มีองค์กรอิสระสามารถหยุดยั้งประชาธิปไตยได้ เสรีภาพในการแสดงออก ในการกำหนดชีวิตตัวเอง แม้แต่ในการหายใจ ในการทำมาหากินถดถอยลง

นี่ยิ่งเป็นสาเหตุที่โลกและประเทศไทยต้องการคนรุ่นพวกคุณ ต้องการพลังงานอย่างพวกคุณ มากำหนดนิยามใหม่ให้กับประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรม เรียนรู้อดีต กำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องช่วยกัน เป็นพลังงานของคนรุ่นใหม่ ๆ ถึงเวลาต้องคิดใหญ่ โลกใบนี้กำลังต้องการคนรุ่นใหม่ รุ่นพวกคุณขึ้นมาช่วยพวกผมในการผลักสิ่งเก่า ๆ ออกไปและนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา ช่วยกันนิยามความคิดประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรมในยุคของเรา

พิธากล่าวต่อไป ว่าสำหรับคนธรรมศาสตร์ เราถูกเสมอสอนว่าที่นี่มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว สอนว่าฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน สอนว่าเหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้ ถ้าย้อนกลับไปได้ สิ่งที่ตนอยากจะทำให้ดีกว่านี้คือการคิดให้ใหญ่ ตนขอฝากให้ทุกคน ได้ใช้เวลา 4 ปีให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด เรียนนอกห้องให้เหมือนในห้อง ฟังแต่ยังไม่ต้องเชื่อ อย่าให้ใครมาบอกว่าความสามารถของคุณมีแค่นี้ อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณเป็นในสิ่งที่อยากเป็นไม่ได้ แม้แต่อาจารย์ของคุณ นี่คือความปกติใหม่ คุณต้องเชื่อว่าคุณสามารถเป็นในเส้นทางที่อยากเป็นได้ และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้ได้

"สิ่งที่ผมได้ติดมาจนถึงทุกวันนี้และจะไม่มีวันจากผมไป คือจิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ ที่มีความเป็นภราดรภาพ เสรีภาพ และความพร้อมทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ให้นิยามของคำว่าประชาธิปไตยเต็มใบ ความยุติธรรมต่อหน้ากฎหมาย เสรีภาพในการกำหนดอนาคตของตัวเองและเพื่อน ๆ ในประเทศและโลกใบเดียวกันนี้ ขอให้ 4 ปีของทุกคน เป็น 4 ปีที่กล้าฝันใหญ่ คิดใหญ่ คิดให้ออกนอกกรอบ อยู่เป็นโลกไม่เปลี่ยน ความอยู่ไม่เป็นคือวิญญาณของความเป็นธรรมศาสตร์เราทุกคน" พิธากล่าว

‘เมย์ พิชญ์นาฏ’ เล่าโมเมนต์ตอนถูกขอแต่งงาน พร้อมเผยแผนงานวิวาห์และอนาคตครอบครัว

(4 ส.ค. 66) หลังจากร่วมงานบวงสรวงละครเรื่อง ‘บุหงาส่าหรี’ ของช่องวัน 31 ที่อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ วันนี้ (4 ส.ค. 66) แล้วทุกคนก็บอก ‘เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร’ เป็นเสียงเดียวว่า “ดูมีออร่ามาก” ซึ่งพอได้ยินเจ้าตัวก็ย้อนถาม “จริงหรอคะ?” พร้อมกล่าวว่า “ก็คงเป็นแบบนั้น มีความสุขค่ะ” บอกพลางยิ้มกว้าง

ทั้งนี้ สาวเมย์ พิชญ์นาฏ ยังได้เล่าอีกว่า ตอนที่ถูกขอแต่งงาน เธอไม่รู้จะบอกกับทุกคนอย่างไรดี เพราะคู่ของเธอไม่ได้มีโมเมนต์แบบฝ่ายชายคุกเข่าขอ พร้อมสวมแหวนเพชร

“เขาพาเราไปทานข้าวย้อนหลังวันเกิด แล้วอยู่ดีๆ ก็ถามคำถามมากมาย ว่าชอบของขวัญชิ้นไหน ตอนคบกันชอบไปเที่ยวไหน ถามเยอะมาก เราก็ว่าวันนี้ทำไมถามเยอะ แล้วคำถามสุดท้ายพร้อมแต่งงานหรือยัง อยากแต่งหรือยัง เขาพร้อมแล้ว อะไรแบบนี้ แล้วเขาก็บอกว่ายังไม่มีแหวนนะ จะถามว่าอยากไปเลือกด้วยกันไหม หรืออยากให้เขาเลือกมาเลย เพราะเขากลัวไม่ถูกใจ เราก็งงนิดนึง ว่านี่คือขอแต่งงานหรืออะไร เลยบอกว่าให้เขาไปเลือกเลยละกัน แหวนอะไรก็ได้ แล้วเดี๋ยวเรากลับไปถามที่บ้านก่อน ว่าโอเคกับเธอไหม แล้วเธอกลับไปถามพ่อแม่เธอก่อน ว่าโอเคกับเราไหม แล้วเอาพ่อแม่มาเจอกัน ก็ผ่านไปแบบเร็วมาก เรียบง่ายมาก” เมย์ เล่า

พร้อมเล่าอีกว่า หลังเวลาผ่านไปสักระยะ จึงตัดสินใจบอกผ่านอินสตาแกรมโดยใช้รูปที่ถ่ายด้วยกันตอนวันวาเลนไทน์มาลง

ส่วนเรื่องการคุกเข่าขอแต่งนั้น เมย์ เล่าว่า “ตอนนั้นอยากมีนะ คือแบบ เฮ้ย!! นี่ขอแล้วเหรอ แล้วจะมีเซอร์ไพรส์อีกไหม ก็เอ๊ะ… หรือเราจะเก็บเป็นความลับก่อน เดี๋ยวเขามีเซอร์ไพรส์ แต่ก็ได้ฤกษ์มาแล้ว ก็รู้สึกว่าเราต้องรีบเตรียมงาน มานั่งรอแล้วแหวนยังไม่มี กลัวทำอะไรไม่ทัน ก็ไม่รู้ว่าจะมีอีกไหม หรือไม่มีแล้ว ก็ไม่เป็นอะไร ก็จะแต่งแล้วแหละ” เมย์ กล่าวพร้อมยิ้ม

สำหรับฤกษ์แต่ง เมย์บอก ว่าเป็นช่วงเดือนธันวาคมนี้

ด้านเรื่องความรักของตัวเอง เมย์ตอบว่า “เมย์รู้สึกว่าเมย์อยู่ในวงการนี้มานาน แล้วก็เป็นข่าวเรื่องความรักเยอะ ทุกครั้งที่เมย์อกหักหรือโสดก็จะมีคนให้กำลังใจ ทุกคนดูแบบเอาใจช่วยเรามาตลอด ขอบคุณมากๆ นะคะ ขอบคุณทุกข้อความ เมย์ได้อ่านหมดเลย ซาบซึ้งจริงๆ แล้วก็อยากให้ทุกคนหายห่วง ว่าวันนี้เมย์ได้เจอคนที่เขาพร้อมที่จะจับมือกับเราไปในทุกช่วง” พร้อมเล่าอีกว่าเพื่อนๆ ก็ดีใจกับข่าวดีข่าวนี้ของเธอ

“ทุกคนดีใจมากๆ เป้ยนี่คือเสียงสั่นเลย เหมือนจะร้องไห้ เพื่อนสนิทบางคนที่เราแอบบอกก่อนจะโพสต์ข้อความ ก็กรี๊ดแล้วบอกว่าดีใจมาก ดีใจกว่าตอนที่เขากำลังจะแต่งงานเองอีก เขาอยากให้เรามีความสุข พี่อั้ม พี่หนิง กระแต ทุกคนคือดีใจ” เมย์ กล่าว

ในส่วนงานแต่ง เมย์บอกว่าเพิ่งเตรียมไปได้ราว 30% เพราะติดถ่ายละคร โดยงานตั้งใจจะให้ออกแนวอบอุ่น เป็นกันเอง ไม่ได้หรูหราอะไรมาก ทุกคนมาแบบสบายๆ แล้วก็มีความสุข

สำหรับเพื่อนเจ้าสาว เมย์บอกปนอาการหัวเราะๆ ว่า “คัดแล้วคัดอีก 22 คน คือเรามีเพื่อนดารา 12 คนที่มีสตอรี่ว่าผ่านอะไรกันมาบ้าง อีก 10 คนเป็นเพื่อนตอนเด็กๆ ที่อยู่ในทุกช่วงเวลา ก็อยากให้เขาได้อยู่กับเราด้วย เพื่อนเจ้าบ่าวมี 18 คน ก็เป็นวันเกิดเขา เขาเกิด 18 เมย์ เกิด 22 ก็เลยเป็นแบบนี้”

เรื่องทายาท เมย์บอกได้ฝากไข่ไว้ 5-6 ปีแล้ว และคิดว่าจะรีบใช้หลังจากแต่ง

“เพราะเราเกิดปีไก่ และแฟนเกิดปีมังกร เขาอยากจะให้ลูกเกิดปีมังกร ก็คือปีหน้า ตอนนี้ก็รีบเตรียมสุขภาพไว้ก่อน พอหลังแต่งก็รีบทำให้ทัน คงไม่ไปมู ไปหาหมอน่าจะดีกว่า ใช้วิทยาศาสตร์ช่วยเลย เพราะว่าเราก็แก่แล้ว” เมย์ที่ปัจจุบันอายุ 42 ปีบอก

ทั้งยังบอกทิ้งท้ายว่า “ถ้าจะมีจริงๆ จะเป็นชาย หรือหญิง หรือฝาแฝดก็ได้หมด และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีสัก 2 คน”

‘ทรัมป์’ ยืนกรานในศาล ปฏิเสธข้อหา ‘ล้มผลเลือกตั้ง ปี 2020’ ยัน ตนไม่มีความผิด ชี้!! นี่คือแผนกลั่นแกล้งทางการเมือง

(4 ก.ค. 66) อดีตประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แห่งสหรัฐฯ ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 ระหว่างเดินทางไปขึ้นศาลที่วอชิงตันเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) พร้อมอ้างว่าทั้งหมดเป็นแผนกลั่นแกล้งทางการเมือง

‘อัยการสหรัฐฯ’ ชี้ว่า คดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจาก ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐฯ ในขณะนั้นกลับกระทำการอันบั่นทอนเสาหลักของระบอบประชาธิปไตยอเมริกันเสียเอง

การไต่สวนซึ่งกินเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงมีขึ้นที่ศาลในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1 กิโลเมตรจากอาคารรัฐสภา ซึ่ง ทรัมป์ เคยปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนบุกเข้าไปก่อความวุ่นวายขัดขวางการรับรองชัยชนะของ ‘โจ ไบเดน’ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปี 2021

อดีตผู้นำสหรัฐฯ รายนี้ถูกยื่นฟ้องคดีอาญาเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือน และมรสุมทางกฎหมายเหล่านี้ก็คาดว่าจะเป็นทั้งปัจจัยฉุดรั้งและตัวเรียกคะแนนสงสารให้ ทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวเต็งชิงประธานาธิบดีที่ยังคงได้รับคะแนนนิยมสูงสุดในสายรีพับลิกัน

ทรัมป์ วัย 77 ปี ถูกตั้งข้อหารวมทั้งสิ้น 4 กระทง ได้แก่ สมรู้ร่วมคิดฉ้อโกงสหรัฐฯ สมรู้ร่วมคิดขัดขวางกระบวนการของรัฐ กระทำการขัดขวางกระบวนการของรัฐ และกระทำการขัดขวางสิทธิในการโหวตของพลเมืองอเมริกัน ซึ่งความผิดที่ร้ายแรงที่สุดนั้นมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี

ทรัมป์ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อหา โดยกล่าวต่อผู้พิพากษาศาลแขวง โมซิลา อุปัทยายา (Moxila A. Upadhyaya) ว่าตนเอง “ไม่มีความผิด” (not guilty)

ในเอกสารคำฟ้องความยาว 45 หน้ากระดาษ อัยการพิเศษ แจ็ค สมิธ กล่าวหา ทรัมป์ และพวกพ้องว่าจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จใส่ร้ายการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม กดดันเจ้าหน้าที่ทั้งระดับท้องถิ่นและรัฐบาลกลางให้เปลี่ยนแปลงผลการนับคะแนน และยังสร้างคณะผู้เลือกตั้ง (electors) ปลอมขึ้นมาเพื่อหวังชิงคะแนนเสียงไปจากโจ ไบเดน

ศาลได้อนุญาตปล่อยตัว ทรัมป์ และให้อิสระในการเดินทางตามปกติ โดยตั้งเงื่อนไขเพียง 1 ข้อก็คือห้ามไม่ให้ติดต่อพูดคุยกับพยานโดยไม่มีทนายความอยู่ด้วย ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นกระบวนการในศาล อดีตผู้นำสหรัฐฯ ก็ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวกลับไปยังสนามกอล์ฟที่เมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ทันที

ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า การฟ้องร้องเอาผิดเขาฐานล้มผลเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของแผน ‘ล่าแม่มด’ ที่หวังสกัดไม่ให้เขากลับไปครองเก้าอี้ผู้นำทำเนียบขาวได้อีกครั้งในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024

“มันเป็นวันที่น่าเศร้าอย่างยิ่งสำหรับอเมริกา” ทรัมป์ กล่าว พร้อมระบุว่า “นี่คือการเล่นงานศัตรูทางการเมือง”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ได้ถูกอัยการพิเศษยื่นฟ้องรวมทั้งสิ้น 37 กระทง ฐานจัดการเอกสารชั้นความลับสุดยอดอย่างผิดกฎหมาย โดยขนเอาเอกสารเหล่านั้นไปเก็บไว้ที่คฤหาสน์ส่วนตัวในรัฐฟลอริดาหลังพ้นตำแหน่ง และพยายามขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งติดตามทวงคืนเอกสารเหล่านั้น

อดีตผู้นำสหรัฐฯ รายนี้ยังถูกอัยการแมนฮัตตันยื่นฟ้องดำเนินคดีฐานจ่ายเงินปิดปาก “สตอร์มมี แดเนียลส์” ดาราหนังโป๊ ไม่ให้ออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ในช่วงก่อนศึกเลือกตั้งเมื่อปี 2016

ทรัมป์ ยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาในทั้ง 2 คดี และเร็วๆ นี้ก็คาดว่าจะโดนข้อหาเพิ่มอีก เนื่องจากอัยการของรัฐจอร์เจียอยู่ระหว่างสอบสวนความพยายามของ ทรัมป์ ที่จะล้มผลเลือกตั้งที่นั่น และคาดว่าจะมีคำสั่งฟ้องออกมาภายในกลางเดือน ส.ค.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top