Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘ปรางทิพย์’ ลูกสาวซาตาน แจกเลขเด็ดให้คอหวย ‘งวด 16 ส.ค.66’  ลั่น!! ใครยังไม่รู้จะซื้ออะไร ส่องเป็นแนวทางได้ อาจเข้ารางวัลใหญ่

(10 ส.ค. 66) เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้นักร้องสาวเสียงใส ‘ปราง ปรางทิพย์’ หรือ ‘ปราง เดอะวอยซ์’ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องของตัวเลขลงในสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว prangthip68 เพื่อให้เหล่าแฟนคลับนักเสี่ยงโชคได้เก็งหวยไปพร้อมกัน โดยเป็น เลขปฏิทิน ซึ่งปรากฎให้เป็นเลขท้าย 2 ตัว ดังนี้ เด่น : 4 - 6 เลขสองตัว : 41 - 42 - 43 - 16 - 26 - 36

ล่าสุด ‘ปรางทิพย์’ ก็ใบ้เลขเด็ดเพิ่มเติมอีก 1 ชุดตัวเลข เพื่อเป็นการเตือนคอหวยทุกท่านไม่ให้ลืมซื้อเลขตัวดังกล่าว โดยเธอโพสต์ลงในสตอรี่อินสตาแกรมเหมือนเช่นเคย ระบุว่า

ทั้งนี้หากใครที่กำลังมองหาแนวทางเลขที่ใช่ เพื่อใช้ในการลุ้นโชคซื้อลอตเตอรี่ แต่ยังไม่รู้จะซื้อเลขไหนดี ก็สามารถเอาหวยปรางทิพย์ 16 ส.ค.66 ไปลองหาซื้อกันดูได้นะ เพราะไม่แน่เลขจากลูกสาวซาตานคนนี้อาจจะมาพร้อมโชคก้อนใหญ่ส่งท้ายเดือนสิงหาคมก็เป็นได้

‘บิ๊กตู่’ ปลื้มใจ!! อนุมัติลงทุนใน EEC ทะลุ 2 ลลบ. มั่นใจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคม-พัฒนาชีวิต ปชช.

(10 ส.ค. 66) สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความสำคัญและความสำเร็จการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีการลงทุนเกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยวางเป้าหมายมูลค่าการลงทุนที่ 1.5 ล้านล้านบาท แต่อนุมัติการลงทุนแล้วถึง 2 ล้านล้านบาท และเป็นการลงทุนที่ส่วนใหญ่มาจากเอกชน

ความสำเร็จของ EEC ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การลงทุนปี 2561 - ไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ในส่วนของมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายนั้น มีจำนวนถึง 1,360,349 ล้านบาท โดย 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน และ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประเทศ/เขตบริหารพิเศษ ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F

การพัฒนา EEC ให้เป็นต้นแบบพัฒนาเชิงพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบเป็นเป้าหมายของนักลงทุน ช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีกรอบการพัฒนา คือ ‘Ecosystem’ พัฒนาระบบนิเวศรองรับการเติบโตในทุกมิติ ให้เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การประกอบธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาเมือง และการยกระดับชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน ‘Exclusive’ กำหนดสิทธิประโยชน์และมาตรการพิเศษ ในการชักชวนการลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากโครงการการลงทุนนั้น ๆ และ ‘Collaborative’ บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการทำให้การลงทุน เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณการทำงานของรัฐบาล ทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันจนเห็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ EEC ไม่ใช่เพียงความสำเร็จด้านโครงสร้างความเชื่อมโยง แต่รวมถึงการลงทุนจำนวนมาก มากกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งเห็นความสำเร็จถึงประโยชน์ที่ส่งตรงถึงคนไทย พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน สร้างงาน พัฒนาการศึกษา นวัตกรรม โดยไม่มองข้ามการพัฒนาอย่างสมดุล ยั่งยืน นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า EEC ที่รัฐบาลภูมิใจ ให้ความสำคัญในการดำเนินการตลอดมานั้น จะเกิดประโยชน์ถึงประชาชนทุกคน

‘ภูมิธรรม’ ปัดขอก้าวไกลช่วยโหวตเลือกนายกฯ มั่นใจ มีเสียงเพียงพอ ลั่น!! ขอให้รอดูผลวันจริง

(10 ส.ค. 66) ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยไปขอเสียงพรรคก้าวไกลให้ช่วยโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะไม่มั่นใจเสียงสนับสนุนของ สว.ว่าจะได้ตามจำนวนหรือไม่ ว่า…

“ไม่ใช่ครับ เสียงมีพอ พร้อมทุกอย่าง ขอให้รอดูในวันโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งต้องรอหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และกำหนดวันประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้ง โดยให้รอดูผลการโหวตในวันนั้น”

เมื่อถามว่าการไปเชิญพรรคก้าวไกล จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นเกิดความระแวงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวย้ำว่า ขอให้รอดูผลโหวต

ส่วนกรณีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความตอบโต้นายภูมิธรรม ด้วยข้อความที่ค่อนข้างรุนแรง ถือเป็นการกระทบกระทั่งกันหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ก็เป็นนานาทัศนะของแต่ละคน”

เมื่อถามว่า นางอมรัตน์ยังเป็นน้องที่น่ารักอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ก็เหมือนเวลาเราบอกกับเด็กตัวเล็กๆ ว่า น่ารักน่าชัง”

ส่องเลขเด็ด ‘ครูกายแก้ว’ บรมครูผู้เรืองเวทย์ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ จากเหตุการณ์ขนย้ายรูปปั้นลอดใต้สะพานหน้าโค้งร้อยศพ

‘ครูกายแก้ว’ หรือที่หลายๆ คนอาจรู้จักกันในนามของ "พ่อใหญ่ บรมครูผู้เรืองเวทย์" มีที่มากับพระธุดงค์ในจังหวัดลำปาง จากการที่พระรูปนี้ได้ธุดงค์ไปทำสมาธิที่ปราสาทนครวัดนครธม ประเทศกัมพูชา และต่อมาก็ได้มอบครูกายแก้วนี้ให้กับลูกศิษย์นั่นก็คือ อาจารย์ถวิล มิลินทจินดา หรือ พ่อหวิน นักร้องเพลงไทยเดิมของกองดุริยางค์ทหาร ผู้เป็นอาจารย์ของท่านอาจารย์สุชาติ รัตนสุข ผู้สร้างองค์ปฐมของครูกายแก้วขึ้นในประเทศไทย

ในครั้งแรกที่อาจารย์สุชาติได้รับมอบครูกายแก้วมานั้น องค์ครูมีขนาดเล็ก เป็นลักษณะคนนั่งหน้าตักเพียงแค่ประมาณ 2 นิ้วเท่านั้น และต่อมาครูกายแก้วก็ปรากฎกายให้อาจารย์สุชาติได้เห็น ในตอนนั้นเองอาจารย์สุชาติก็ได้ทำการวาดภาพของครูกายแก้วจากจินตนาการ และทำการหล่อรูปองค์ครูขึ้นเป็นองค์แรก มีลักษณะเป็นองค์ยืน คล้ายคนแก่ นำไปไว้ที่สำนัก จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการบูชาครูนั่นเอง

โดยรูปร่างลักษณะขององค์ครูกายแก้วที่อาจารย์สุชาติสร้างขึ้นมานั้น เป็นลักษณะของผู้บำเพ็ญกึ่งมนุษย์กึ่งนก มีปีกด้านหลัง มีเขี้ยวทองเพื่อสื่อถึงนกการเวก อ้างอิงตามหลักฐานที่ปรากฎอยู่บนกำแพงบายน ที่มีประวัติของการเวกซึ่งเป็นพวกนักดีดสีตีเป่า ถือเป็นครูของศาสตร์ศิลป์ทั้งหลายในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของกัมพูชา

ปัจจุบันองค์ปฐมแบบยืนของครูกายแก้วนั้นถูกย้ายไปไว้ที่บ้านของคุณสุวรรณี เต็มเจริญสุข ส่วนองค์ต่อมาที่เป็นแบบองค์นั่งก็ถูกเก็บเอาไว้บูชาที่บ้านของท่านอาจารย์สุชาติเอง แต่หากว่าใครอยากจะกราบไหว้ขอพรองค์ครูกายแก้ว ก็สามารถไปได้ที่เทวาลัยพระพิฆเนศห้วยขวาง ที่นั่นมีองค์ครูกายแก้วแบบนั่งเช่นเดียวกัน

การบูชาองค์ครูกายแก้ว นั้นจะต้องทำการบูชาครูด้วยธูป 5 ดอก กราบไหว้องค์ครู หลังจากนั้นจะทำการถวายเงินที่ตู้แก้วของครูกายแก้ว และทำการเคาะ จากนั้นจึงขอพรบอกกล่าวความปรารถนาแก่องค์ท่าน

นอกจากองค์ครูกายแก้วที่อยู่ที่ประเทศไทยแล้ว ความศรัทธาที่มีต่อครูนี้ก็ยังเผยแผ่ไปไกลยังฮ่องกง โดยที่นั่นเองก็มีองค์ครูกายแก้ว ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในด้านของความศักดิ์สิทธิ์ ให้พรในเรื่องความสำเร็จ ความร่ำรวย เจริญรุ่งเรืองเงินทอง จนชาวฮ่องกงพากันเปรียบองค์ครูกายแก้วเป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยเลยทีเดียว

จากเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวาน (9 ส.ค. 2566) การขนย้ายรูปปั้น ครูกายแก้ว ลอดใต้สะพานหน้าโค้งร้อยศพไม่พ้น ทำให้การจราจรช่วงเช้าที่ ถ.รัชดาภิเษก ขาเข้า ช่วงหน้าศาลอาญา รถติดสะสมต่อเนื่องถึงสะพานพระราม 7 จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ต้องเข้าเคลียร์การจราจร โดยให้ปล่อยลมยางและเข้าจอดช่องทางซ้ายสุด ก่อนจะเปิดทางให้สัญจรได้ตามปกติ

หลายท่านที่ติดตามข่าว ก็คงอยากจะอยากจะได้เลขเด็ดกัน THE STATES TIMES ได้ไปติดตามมาให้แล้ว โดยได้รับการยืนยันจาก พ.ต.ต.ศรีธกริช พิทักษ์ชนะกิจ สว.จร.สน.พหลโยธิน ซึ่งเปิดเผยว่ารถบรรทุกรูปปั้น ครูกายแก้ว นั้นมีเลขทะเบียน 72-7679 สระบุรี โดยได้เดินทางมาจากโรงหล่อ จ.ราชบุรี เพื่อจะนำไปตั้งบูชาที่โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว 

‘แอลลี่’ งง!! โผล่ชื่อมือที่สาม ยืนยัน ‘อชิ’ ไม่เคยจีบ ย้ำ!! ไม่ได้รู้จักกับอีกฝ่าย แค่พ่อแม่รู้จักกันเฉยๆ

(10 ส.ค. 66) จากกรณีก่อนหน้าที่กลายเป็นข่าวใหญ่โต ทำเอาชาวเน็ตเม้าท์สามบ้านแปดบ้านทีเดียว เมื่อมีเพจดังออกมาแฉว่า คู่รักวัยทีนได้เลิกรากันแล้ว เพราะจับได้ว่าฝ่ายชายทักแชตตามจีบหน้ากากผักขมปี๋มา 3 ปี ด้านชาวเน็ตจึงจับโยงไปที่น้อง ‘แอลลี่ อชิรญา’ เป็นมือที่สาม และล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ประเด็นอื้อฉาวนี้กับสื่อมวลชนแล้ว

ล่าสุด ‘แอลลี่’ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กลางวงสื่อถึงประเด็นนี้ว่า ตนเองรับรู้ข่าวนี้ตอนอยู่ที่อเมริกา ตอนแรกก็ตกใจเพราะไม่เคยได้ยินอะไรเลย เคยได้ยินชื่อ ‘อชิ’ แค่จากพ่อแม่เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่รู้จักกัน แล้วน่าจะเคยเจอกันตอนอายุประมาณ 2-3 ขวบ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ส่วนตัวจึงรู้สึกงงมาก ตนได้ลองไปค้นในดีเอ็มก็ไม่มีข้อความ ไม่มีคอนแท็กต์ไลน์เลย

เมื่อนักข่าวถามว่า เป็นเพราะคำว่าหน้ากากผักขมปี๋ ทำให้หวยจึงมาตกที่ ‘แอลลี่’ หรือเปล่า? ตนก็ตอบว่า “หนูเป็นหน้ากากผักรวมนะคะ แต่ว่าก็ตกใจเหมือนกันว่ามาได้ยังไง หนูก็เลยคุยกับทางค่ายแล้วก็คุยกับอากึ้งด้วย ว่าถ้าเกิดมีข่าวลือที่ไม่ได้เป็นเรื่องจริงอีก แล้วทำให้ชื่อเสียงหนูเสื่อมเสีย น่าจะต้องดำเนินการทางกฎหมาย”

ซึ่งข่าวลือที่เกิดขึ้น แอลลี่เผยว่า “ไม่มีผลกระทบอะไรเลย แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้คนเข้าใจผิดค่ะ แล้วก็มันไม่ใช่เรื่องของหนูด้วย หนูไม่รู้จักใครเลยก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรมาก ส่วนคุณแม่ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรเลยค่ะ เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันเป็นยังไง เราก็เลยแค่แบบอ๊ะ! โอเค แค่นั้นเลยค่ะ อีกอย่างคอมเมนต์ต่าง ๆ ที่หนูเห็นก็ไม่ได้มีไปในทางลบเลย เพราะเหมือนคนก็น่าจะไม่ได้เชื่อขนาดนั้นว่ามันเกิดขึ้น เพราะว่าด้วยความที่อยู่ดีดีชื่อของหนูก็ถูกโยงเข้ามาเลย แล้วเหมือนเรื่องมันก็ไม่ได้เมกเซ้นส์เท่าไหร่ หนูก็เลยชิลมากๆ”

สุดท้าย ‘แอลลี่’ บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้คุยกับอชิ เพราะไม่ได้รู้จักกัน และอีกฝ่ายไม่เคยมาจีบ ไม่มีไลน์ ไม่มีคอนแท็กต์อะไรเลย ตอนนี้ตนเองโสดแต่ไม่เหงาเพราะ “หนูชอบตัวเอง”

PPS เผยงบครึ่งปีแรกรายได้ 207.36 ล้านบาท โต 1.99% เล็งธุรกิจรักษ์โลกต่อยอดเติบโต เล็งจับมือแบรนด์ดัง ดีไซน์วิลล่าหรูโครงการยามู

PPS เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 รายได้ 207.36 ล้านบาท โต 1.99% ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง เล็งธุรกิจรักษ์โลกเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ยั่งยืน ด้านโครงการยามู วิลล่าหรูอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จ. ภูเก็ต จับมือแบรนด์ระดับโลกร่วมออกแบบ

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 บริษัทมีรายได้รวม 207.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวม 203.31 ล้านบาท จำนวน 4.05 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.99% และมีขาดทุนสุทธิ 5.27 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.51 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรขั้นต้น 50.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 47.16 ล้านบาท จำนวน 3.14 ล้านบาท จากการควบคุมต้นทุนที่ดี

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้รวม 105.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวม 106.04 ล้านบาท จำนวน 0.89 ล้านบาท หรือลดลง 0.84% และมีขาดทุนสุทธิ 6.63 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 8.30 ล้านบาท จำนวน 14.93 ล้านบาท 

ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากรับรู้รายได้โครงการควบคุมงานระยะสั้นจากภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทสามารถส่งมอบงานได้เร็ว ขณะที่กำไรสุทธิลดลงเนื่องจาก การตั้งคืนรายได้ของ บริษัท โปรเจคท์ ทรี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ที่มีการปรับการรับรู้รายได้เงินในงวดสุดท้ายของการส่งมอบงานรับเหมาก่อสร้างบ้าน งวดสุดท้ายของบ้านวิลล่าที่ภูเก็ต

สำหรับทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2566 คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกระแสเงินสดของบริษัทปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทมีแผนชำระคืนเงินกู้ต่อเนื่อง เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่าย

ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีแนวโน้มชะลอตัวจากงบการลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า ส่งผลให้ภาคเอกชนชะลอลงทุนตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทวางแผนเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ประจำ โดยการเป็นตัวแทนจำหน่ายแอปพลิเคชัน KANNA ที่ใช้ในการบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้างให้กับโครงการของลูกค้าอื่นๆ  รวมถึงนำมาให้บริการลูกค้าของ PPS 

นอกจากนี้ บริษัทวางแผนทำธุรกิจรักษ์โลกเพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดจากธุรกิจการก่อสร้างอย่างยั่งยืน โดยเพิ่มทุนในบริษัทย่อย เพื่อดำเนินการตรวจวัด และการรับรองคาร์บอนเครดิต รวมไปถึงการวางแผนการลดคาร์บอนและจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ EV charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องเพื่อทำให้เกิดธุรกิจความยั่งยืนที่ครบวงจรอีกด้วย

ด้านโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอัลตร้าลักซ์ชัวรี่วิลล่าในที่ดินแหลมยามูจ.ภูเก็ต (Headland Cape Yamu) ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 หลัง โดยมีแผนที่จะร่วมออกแบบตกแต่งวิลล่าร่วมกับ หนึ่งในแบรนด์ระดับโลก เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างภาพลักษณ์ของวิลล่า ตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อระดับบน  พร้อมทั้งปรับราคาขายเริ่มต้นที่ 350 ล้านบาท โดยตั้งเป้าปิดการขายปีนี้อย่างน้อย 1 หลัง

‘พาณิชย์’ เล็งส่งสินค้าสูตรโซเดียมต่ำตีตลาดญี่ปุ่น สอดรับนโยบาย รบ.ญี่ปุ่น รณรงค์ลดบริโภครสเค็ม

(10 ส.ค. 66) นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าจากการติดตามสถานการณ์การค้าในต่างประเทศ ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาโดยต่อเนื่องนั้น ล่าสุดได้รับรายงานจากนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถึงสถานการณ์สินค้าอาหารในญี่ปุ่น

โดยทูตพาณิชย์รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น ได้ตั้งเป้าปริมาณการบริโภคเกลือของประชากรอายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 7.0 กรัมต่อวัน ในปี 2567 ซึ่งเป็นเป้าหมายภายใต้โครงการ ‘ญี่ปุ่นสุขภาพดี 21’ หลังจากการสำรวจสุขภาพและโภชนาการของประชาชน พบว่า คนญี่ปุ่นบริโภคเกลือเฉลี่ยวันละ 10 กรัม ซึ่งเป็นสองเท่าของปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ โดยร้อยละ 70 ของการบริโภคเกลือของคนญี่ปุ่นมาจากเครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็น ซอสโชยุ เต้าเจี้ยวมิโซะ เกลือ ซุป ซอสต่างๆ ฯลฯ แหล่งการบริโภคเกลือของกลุ่มผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน เช่น กลุ่มผู้สูงอายุบริโภคเกลือจากผักดอง กลุ่มคนหนุ่มสาวบริโภคเกลือจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องแกงกะหรี่ ซึ่งเป็นสินค้าอาหารแปรรูป เป็นต้น จึงคาดการณ์ได้ว่า สินค้าอาหารแปรรูปลดเกลือมีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูงขึ้นในอนาคต

ซึ่งการบริโภคเกลือปริมาณมากเกินไปยังเป็นปัญหาสังคมที่สำคัญในด้านความยั่งยืนของระบบประกันสังคม ซึ่งคนญี่ปุ่นช่วงอายุ 40 - 59 ปี 1 ใน 3 คน และคนที่อายุมากกว่า 60 ปี 1 ใน 2 คนเป็นโรคความดันสูง

นอกจากนี้ ในอดีตคนญี่ปุ่นเป็นเส้นเลือดในสมองตีบหรืออุดตันจำนวนมาก โดยมีสาเหตุจากการบริโภคเกลือมากเกินไป ความอ้วน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขาดการออกกำลังกาย ฯลฯ การแก้ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องร่วมมือกันแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล ภาคเอกชน อาทิ ผู้ผลิตอาหาร ร้านอาหาร ฯลฯ ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นพยายามวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารลดเกลือภายใต้คอนเซปต์ ‘อร่อย สุขภาพดี สะดวก’ สินค้ามีความหลากหลายออกจำหน่ายมากขึ้น ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งมีชั้นวางสินค้าที่รวบรวมสินค้าเหล่านี้เอาไว้โดยเฉพาะ แสดงให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคต่อสินค้าเกลือต่ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการบริโภคเกลือ

“ประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกสินค้าอาหารสำคัญของญี่ปุ่น หากผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตอาหารแปรรูปหรือวัตถุดิบที่ตรงกับความต้องการและแนวทางการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็อาจได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมากยิ่งขึ้นและเป็นโอกาสในการขยายตลาดและมูลค่าการส่งออกสู่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป” นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า ช่วงเดือน มกราคม-มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าอาหารไปญี่ปุ่นแล้วมูลค่ากว่า 59,243 ล้านบาท 

APCO โชว์งบครึ่งปีแรกโตดี รายได้ 151.67 ล้านบาท กำไรโต 80.71% Q3/66 แตกไลน์อาหารเสริมบำรุงสมอง ยอดส่งออกวัฒนชีวาเพิ่ม

APCO เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 รายได้รวม 151.76 ล้านบาท กำไร 58.42 ล้านบาท โต 80.71% ยอดจำหน่ายทุกผลิตภัณฑ์โตตามเป้า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2566 แนวโน้มดีต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์เรือธงหนุนยอดขาย แตกไลน์อาหารเสริมบำรุงสมอง ยอดส่งออกวัฒนชีวาเพิ่ม 

ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงาม ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายครบวงจร เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 151.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 113.91 ล้านบาท จำนวน 37.84 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.22% และมีกำไรสุทธิ 58.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32.33 ล้านบาท จำนวน 26.09 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 80.71% 

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 68.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 57.87 ล้านบาท จำนวน 10.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.54 % และมีกำไรสุทธิ 25.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17.01 ล้านบาท จำนวน 8.11 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.66%

ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากบริษัทจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดจำหน่ายทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะนวัตกรรมวัฒนชีวาย้อนวัยชะลอวัย

สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2566 แนวโน้มเติบโตดี จากผลิตภัณฑ์เรือธง ได้แก่ ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ภูมิคุ้มกัน HIV/AIDS และนวัตกรรมย้อนวัยชะลอวัย รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ บริษัทเริ่มทดลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์ MMM เสริมสร้างบำรุงระบบสมอง ในช่องทางที่เหมาะสมที่สุด โดยคาดว่าจะได้กระแสตอบรับที่ดี ซึ่งจากการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายพบว่ามีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ 

อีกทั้ง ได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกกว่า 10,000 ขวด จากผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ย้อนวัย 'วัฒนชีวา' ภายใต้แบรนด์ Youthlocked และ Youthlocked A เพื่อจัดจำหน่ายใน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม 

‘รมย์ คอนแวนต์’ เปิดห้องซีรีส์ใหม่ 4 รูปแบบ หลังกวาดยอดขาย 1,400 ลบ. เน้นเรียลดีมานด์ ห้องใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ชวนสัมผัสประสบการณ์ A Life Retreat Exhibition 8 ส.ค. - 22 ก.ย.นี้

บมจ.พราว เรียล เอสเตท (PROUD) เปิด 'รมย์ คอนแวนต์' เผยโฉมคอนโด Luxury Wellness แห่งแรกใจกลางเมืองบน ถ.คอนแวนต์-สาทร โชว์ห้องซีรีส์ใหม่ “ไซส์ใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน” ฟังก์ชั่นหลากหลาย ตอบรับเรียลดีมานด์ แถมอัดโปรโมชั่นแรงรับตั๋วเครื่องบินเที่ยวยุโรป ส่วนลดมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท หลังกวาดยอดขาย 1,400 ล้านบาท พร้อมจัดงาน A Life Retreat Exhibition นิทรรศการที่จะพาคุณรื่นรมย์ไปกับ 5 สัมผัส และการพักผ่อนเหนือระดับในที่พักอาศัยใจกลางเมือง ตั้งแต่ 8 ส.ค. - 22 ก.ย.นี้

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  หลังจากเปิดตัวโครงการ รมย์ คอนแวนต์ Luxury Wellness Condominium แห่งแรกใจกลางเมืองบน ถ.คอนแวนต์-สาทร มีกระแสตอบรับดีเกินคาด หลังกวาดยอดขาย 1,400 ล้านบาท โดยเฉพาะห้องขนาดใหญ่อย่าง Sky Villa และห้อง 3 ห้องนอน เราเลยเข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัย ว่าต้องการใช้ชีวิตในห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ทางโครงการจึงตอบสนองความต้องการของกลุ่มเรียลดีมานด์ โชว์ห้องซีรีส์ใหม่ 4 รูปแบบ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ เพดานสูงโปร่ง ฟังก์ชั่นหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ถือเป็นห้องรูปแบบ 2 และ  3 ห้องนอนขนาดใหญ่ที่หาได้ยาก และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากในขณะนี้ ประกอบด้วย 

• LA FORÊT VILLA: ห้องขนาด 128 ตรม. ชั้น 3-11 ถือว่าเป็น Rare item ห้องสวยของโครงการ รับวิว 270 องศาที่เน้นให้ผู้อยู่อาศัยใกล้ชิดกับธรรมชาติรายล้อมด้วยความเขียวชอุ่มจากยอดไม้ที่ได้จากพื้นที่สวนด้านล่างของโครงการ และสวนโดยรอบฝั่งโบสถ์คริสต์และอุโมงค์ต้นไม้ตลอดซอยคอนแวนต์  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากในราคาคุ้มค่า

• 2 BEDROOM PLUS: ห้องขนาด 119.49 ตร.ม. ชั้น 3-20 เป็นรูปแบบ 2 ห้องนอนและ 1 ห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ยืดหยุ่นต่อความต้องการของสมาชิกในครอบครัว 
• JUNIOR PENTHOUSE: ห้องขนาด 181.65 ตร.ม. ชั้น 23-27 ออกแบบสำหรับครอบครัวใหญ่ให้คุณได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และความลงตัวของทุกห้องที่สามารถชมวิวได้ในทุก ๆ ห้อง และเพิ่มพื้นที่ด้วยทางเข้าออกห้องแบบ 2 ทางแยกกัน แถมสิทธิจอดรถได้ถึง 3 คัน 
• PENTHOUSE 1-2: ห้องขนาด 418.61 - 469.85 ตร.ม. บนชั้น 28 - 29 จัดมาเพื่อความพิเศษที่สุดของความเหนือระดับ ด้วยพื้นที่การใช้งาน 2 ชั้นและสวนส่วนตัวลอยฟ้ารับวิวได้สุดสายตา แบ่งฟังก์ชั่นใช้งานไว้อย่างลงตัว พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้ออกแบบตกแต่งเพิ่มเติมโดย PIA

ช่วง Grand Opening ยังมีโปรโมชั่นพิเศษมอบตั๋วเครื่องบิน กทม.-ยุโรป และส่วนลดสูงถึง 800,000 บาท พร้อมจัดงาน "A Life Retreat Exhibition" นิทรรศการที่จะพาคุณรื่นรมย์ในชีวิตผ่าน 5 สัมผัส SEE SOUND SCENT SENSE TOUCH ในโครงการ 'รมย์ คอนแวนต์' (ROMM Convent) สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 22 มิ.ย. 66

'รมย์ คอนแวนต์' เป็นคอนโด Luxury Wellness ใจกลางเมือง บนทำเลศักยภาพที่หาได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนคอนแวนต์ -สาทร มูลค่าโครงการรวม 4,150 ล้านบาท ด้วยคอนเซปต์ CBD Retreat Residences ที่เน้นเชื่อมโยงให้ผู้อาศัยสัมผัสรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากกว่าได้ไปพร้อมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว ไปกับการใช้ชีวิตใจกลางเมืองได้อย่างเต็มที่แต่ยังคงสามารถเข้าถึงการพักผ่อนเหนือระดับได้เมื่อเดินทางกลับมาที่รมย์ คอนแวนต์ ด้วยการออกแบบทุกพื้นที่ในห้องพัก Wellness Facilities บนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2,000 ตร.ม. และบริการดูแลสุขภาพระดับบ VVIP จากโรงพยาบาล BNH, แอปพลิเคชั่น Bedee by BDMS และ Proud Health Butler 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการรมย์ คอนแวนต์ (ROMM CONVENT) เว็บไซต์: https://bit.ly/RommConvent  , Facebook: https://bit.ly/fbproudrealestate หรือ โทร 02-026-8999

จากรายการ 'เจาะข่าวตื้น' เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2556 โดยแขกรับเชิญ อ.วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ได้กล่าวไว้ว่า...

“ถ้าพรุ่งนี้มีคนสักหนึ่งพันคน ไปชุมนุมเพื่อจะต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเชื่อว่าหนึ่งพันคนนั้น ทำไม่สําเร็จหรอก แต่เขาได้แสดงออกแล้ว ผมเชื่อว่ายังมีคนอีกหนึ่งพันล้านคน ที่ยังมีความเชื่อในแบบที่เขาอยากจะเชื่อ นี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย แต่ถ้าเกิดเราไปกดหนึ่งพันคนนั้นไม่ให้ไปชุมนุมได้ คนหนึ่งพันก็จะเริ่มอึดอัด กลายเป็นหนึ่งหมื่น หนึ่งแสน หนึ่งล้าน ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ชอบสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เขาไม่ชอบให้คนอื่นมากด เขาไม่ชอบให้ใครมาบังคับความคิด ประเด็นอยู่ตรงนี้ อย่าทําให้สถาบันพระมหากษัตริย์กลายเป็นควัน ทําให้เป็นอากาศบริสุทธิ์ ล่องลอยเบาๆ สําคัญจนขาดไม่ได้”

เมื่อต่อข้อคำถาม ถ้าเกิดแก้ไปจะทําให้ลดความวิตกพวกนี้ลงไปได้ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ก็บอกว่า แก้ไปเพื่อที่จะได้จาบจ้วงได้ง่ายมากขึ้นเหรอ? หรือว่าทําให้สถาบันฯ ดูแย่ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นหรือเปล่า? “ผมว่าไม่จริงหรอกครับ เพราะว่าการเปิดการแก้กฎหมายเพื่อให้สังคมมีความสบายใจในการพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น อาจจะมีคนออกมาชมสถาบันพระมหากษัตริย์มากยิ่งขึ้นก็ได้” อ.วีรพัฒน์ กล่าว

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://vt.tiktok.com/ZSLV68dXY/ 
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top