Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

States TOON EP.138

อดทนไว้!!

***สงวนลิขสิทธิ์ภาพดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ แต่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อได้ ตามต้นฉบับนี้ โดยไม่ต้องขออนุญาต

ติดตามการ์ตูนสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/tag/statestoon

‘แจ็ค ไรเดอร์-ดีเจคิว’ โร่แจ้งความเอาผิดคลื่นวิทยุดัง หลังเบี้ยวค้างจ้างมา 3 ปี รวมกันประมาณล้านกว่า

(10 ส.ค.66) เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับคลื่นวิทยุชื่อดัง กรณีถูกเบี้ยวค่าจ้างหลักล้านบาท สำหรับ ‘แจ็ค ไรเดอร์’ และ ‘ดีเจคิว ธิติพันธ์’ พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.นครบาลพหลโยธิน 

โดย ‘ดีเจคิว ธิติพันธ์’ เผยว่า "มาแจ้งความดำเนินคดี ในเรื่องของจัดรายการวิทยุ แต่ไม่ได้รับค่าจัดรายการมานานเกือบ 3 ปี ค้างประมาณ 10 เดือน 2 คน รวมกันก็ประมาณล้านกว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2563 ตอนช่วงโควิดตอนนั้นเขาเริ่มค้างจ่าย เพราะเนื่องจากสถานการณ์ เราก็เข้าใจ คิดว่าเดือนต่อไปจะจ่าย แต่ก็ไม่จ่าย จัดมาเป็น 10 ปี แรกๆ มีสัญญา หลังๆ กลายเป็นฟรีแลนซ์ประจำ ไม่ได้มีสัญญาจ้างปีต่อปี เราก็คิดว่าเป็นครอบครัว เราไปถามบัญชีว่าเงินจะออกไหม เขาตอบกลับมาว่าต้องออกด้วยหรอ เรารู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรม พอเราขอเอกสาร เขาเอาพี่แจ็คออก เหลือผมคนเดียว พอผมบอกว่าเราจัดคู่กันนะ เงินของเก่า คุณจะต้องขอเอกสารออกมายอมรับหน่อย แต่เขาไม่ออก ถ้าอย่างนั้นผมจะต้องยื่นเอกสารฟ้องร้องกับพี่แจ็ค เพราะเราจัดรายการมาด้วยกัน หลักฐานมันมาด้วยกัน"

ด้าน ‘แจ็ค ไรเดอร์’ เผยว่า "เราก็ได้มีการเข้าไปพูดคุย เขาก็ขอลดเงินเดือน 20 เปอร์เซ็นต์ เราก็โอเค เพราะเห็นว่าเป็นครอบครัว เราก็ให้ลด แต่ก็ยังคงค้างจ่ายอีก ที่ผ่านมาได้ทวงกับเจ้านาย แต่ได้รับคำตอบว่า อยากได้ให้ไปฟ้องเอา และสุดท้ายโดนให้ออกจากงานทั้งคู่ และไม่ใช่มีแค่ทั้งสองคนที่โดน พนักงานคนอื่นๆ ที่ทำในบริษัทนี้ก็โดนโกงเหมือนเรา ก่อนหน้านี้มีการดำเนินการทางกฎหมายโดยทนายแล้ว ผมก็แต่งตั้งทนาย และให้ส่งเอกสารไปที่บริษัท เพื่อทวงถามว่าติดค้างกันเท่าไหร่ และขอให้ดำเนินการติดต่อเพื่อชำระ หรือจะตกลงกันอะไรยังไง แต่ว่ามันผ่านไปเกินเวลาที่เรากำหนด มันก็เลยเป็นส่วนที่ทำให้เราต้องเคลื่อนไหวอย่างอื่น ก็เลยเป็นที่มาของวันนี้ ขอพูดแทนทุกคนในบริษัทนี้ที่ออก ทุกคนไม่เคยมีใครได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่จ่ายด้วยตัวเอง ทุกคนต้องขึ้นศาลฟ้องหมด ในส่วนของวันนี้ลักษณะก็คงเป็นการแจ้งเรื่องราวไว้ เป็นการลงบันทึกประจำวัน หลังจากนี้ก็จะเอาเอกสารตัวนี้แนบในคำร้องต่อศาล และก็จะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมด เพื่อที่จะฟ้องร้องในศาลแรงงานต่อไป เพราะเคสของเรามันไม่ใช่แค่แพ่ง เพราะเราทำงานให้"

‘ไบร์ท นรภัทร’ ประกาศเลิกกับแฟนสาวนอกวงการแล้ว ยอมรับ!! รักครั้งนี้เจ็บหนัก ยืนยัน!! ความสัมพันธ์จบกันด้วยดี

(10 ส.ค.66) เพิ่งจะเปิดตัวกันไปเมื่อช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมาสำหรับนักแสดงหนุ่มหล่อ ‘ไบร์ท นรภัทร วิไลพันธุ์’ กับแฟนสาวนอกวงการชื่อว่า ‘น้องมิ้น’ ที่ล่าสุดได้มีการเปิดเผยผ่านรายการ วันบันเทิง Talk ว่าเลิกกันแล้ว ตอนนี้สถานะของหนุ่มไบร์ทโสดสนิท เรียกได้ว่าหัวใจโบ๋เป็นหลุมเลยทีเดียว

ทั้งนี้ หนุ่มไบร์ท ก็ได้เปิดเผยว่าลดสถานะลงเป็นเพียงพี่ชายที่แสนดีเท่านั้น ยอมรับว่าการเลิกกันครั้งนี้กับแฟนสาวนอกวงการทำเอาหัวใจเจ็บหนัก แต่เป็นการจบกันด้วยดี ตอนนี้ไม่ขอวิ่งตามหาความรักแล้ว ขอทำงานชิลๆ ไปก่อน ถ้าเจอคนที่ใช่ก็ได้คบเอง

“ไม่ได้เป็นการจบลงที่ไม่ดี เป็นการจบลงที่ดี เคยพูดไปก่อนหน้านี้ว่าตนไม่เคยเจอใครที่เข้าใจเลย ตอนนี้เจอแล้วแต่มันไม่พอ เรื่องความสัมพันธ์ดีมากๆ แต่มันมีเรื่องอื่นที่รู้สึกว่ามันไม่ได้

ส่วนตัวรู้สึกว่าพอโตมา ความรักมันคือสิ่งสวยงามมาก เมื่อไหร่ที่เรารักใคร เราก็รู้สึกว่าไม่อยากเลิกรักเขา เราอยากรักเขาต่อไป เรายังพร้อมจะซัพพอร์ตเขาทุกเรื่อง แค่เราไม่ครอบครองเขาแค่นั้นเอง

ตอนนี้ยังเป็นพี่ชายที่แสนดี เราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว สถานะความสัมพันธ์เราจบแล้ว แต่ความรักที่เรียกว่ารักจริงๆ ยังคงอยู่ ยังเป็นพี่ชายที่แสนดีให้แน่นอน ถามว่าเกี่ยวกับกระแสการเปิดตัวไหม จริงๆ ก็มี มันมีเยอะเลยแหละ ถามว่าเรื่องงานกระทบไหมก็นิดนึง

ถามว่าเรื่องอื่นๆ กระทบไหม ในมุมมองของคนอื่นที่มองตนก็กระทบ แต่ว่าตอนนั้นรู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะแลกมัน เพราะว่าตนต้องการคนที่จะมาดูแลจิตใจแบบสุดๆ เพราะเมื่อก่อนรู้สึกหว่าเว้ โดดเดี่ยวแบบสุดๆ

ทั้งๆ ที่ดังมากแต่เราหว่าเว้มากๆ และเขาเป็นคนที่เข้ามาทำให้เรารู้สึกไม่เดียวดายตอนนั้น เราดีขึ้นมากเพราะเขา แต่ว่าพอวันนึงมันจบไป เป็นการจบที่สวยงามมากสำหรับตน

ยอมรับว่าช่วงวัยความคิด มีปัญหา เพราะอายุห่างกัน เฮิร์ทนะ เสียใจนะ ตอนสัมภาษณ์ก็กลั้นเหมือนกัน เพราะเพิ่งจะเลิกก่อนบินไปที่ไทเป ถามว่าพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ไหม ก็ไม่คาดหวังดีกว่า ขอทำงานชิลๆ ถ้าใครจะเข้ามาก็เข้ามา ทำความรู้จักกัน ถ้าถูกใจเดี๋ยวก็ใช่เองแหละ ไม่ไปวิ่งหาความรักแล้ว เหนื่อย”

‘ไบเดน’ สั่งคุมเข้มการลงทุนด้านเทคโนโลยีมะกันในแดนมังกร หวังสกัดขีดความสามารถจีน หวั่น!! กระทบความมั่นคงสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ได้ออกคำสั่งของฝ่ายผู้บริหารมุ่งจำกัดการลงทุนของชาวอเมริกันในเทคโนโลยีชั้นสูงที่มีความละเอียดอ่อนในจีน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าอาจทำให้ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกต้องเผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น

การออกคำสั่งดังกล่าวเป็นที่คาดการณ์กันมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะให้มีผลบังคับใช้ในปีหน้า โดยพุ่งเป้าไปที่เซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีหลัก

ไบเดนระบุในจดหมายที่ส่งถึงผู้นำสภาคองเกรสในคำสั่งของฝ่ายบริหารว่า ความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการเปิดการลงทุนเป็นรากฐานสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจของเรา และมันมอบผลประโยชน์มากมายให้กับสหรัฐฯ

“อย่างไรก็ตาม การลงทุนบางอย่างของสหรัฐฯ อาจเร่งและเพิ่มความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อน และการผลิตในประเทศที่พัฒนามันขึ้นมา เพื่อต่อต้านขีดความสามารถของสหรัฐและพันธมิตร” ไบเดนระบุ

ตามรายละเอียดที่เผยแพร่โดยกระทรวงการคลังสหรัฐ คำสั่งผู้บริหารดังกล่าวจะห้ามไม่ให้เอกชนรายใหม่ เงินร่วมทุน และการลงทุนร่วมในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศควอนตัมบางประเภทในจีน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า โครงการลงทุนนอกประเทศจะต้องเติมเต็มช่องว่างที่สำคัญในชุดเครื่องมือด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือแนวทางที่แคบแต่รอบคอบ ในขณะที่เรากำลังพยายามป้องกันไม่ให้จีนดั๊บและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด เพื่อส่งเสริมความทันสมัยทางทหารและบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาในรายละเอียดของข้อกำหนดเพื่อการแจ้งเตือนสำหรับการลงทุนของสหรัฐในบริษัทของจีนที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ทีมีขั้นไม่สูงนัก รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวกับเอไอบางประเภท แต่คาดว่าจะมีข้อยกเว้นสำหรับการลงทุนในสหรัฐบางอย่าง ในหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสาธารณะและการโอนจากบริษัทแม่ในสหรัฐไปยังบริษัทย่อย

‘แน็ก ชาลี’ ประกาศแบบแมนๆ รับคบ ‘เก๋ไก๋’ ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้ลงรูปคู่ เพราะไม่ผ่านคิวซี

(10 ส.ค.66) แฟนๆ ลุ้นกันมานานกับ ‘แน็ก ชาลี’ หลังเห็นโมเมนต์ความสนิทสนมของทั้งคู่ ล่าสุดหนุ่ม ‘แน็ก ชาลี’ ไลฟ์สดขายของ แล้วเจอแฟนคลับถามเรื่องความสัมพันธ์กับ ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ ยูทูบเบอร์สาวคนดัง เจ้าตัวก็ตอบแมนๆ พร้อมทั้งมีอาการเขินอยู่ตลอดด้วยว่า…

ถึงเราจะไม่ได้ตกลงสถานะ แต่สำหรับผมก็คือไม่ได้โสดแล้ว สภาพผมพูดตามจริง ผมขอไป 400 รอบแล้ว สำหรับผมมันเลย… ผมเป็นคนที่ไม่หวานๆ หวือหวามาก และไม่ใช่เป็นคนตลกด้วย ผมเป็นคนจริงจังกับชีวิต สำหรับผมมันเกินคำพวกนั้นแล้ว ผมไม่ลงอะไรรูปมุ้งมิ้งบ่อย ไม่ว่ากันนะ ไม่ใช่สไตล์ผม ผมเป็นคนเคร่งเครียด ผมแก่แล้ว

ผมบ่นตรงๆ ผมจะลงรูปคู่ตั้งกี่ครั้งแล้ว ไปถามเขาเอง เขาบอกรูปเขาหน้าตาไม่สวย ผมเลยไม่ได้ลง ทั้งที่มีรูปประมาณ 4,000 รูป ผมพูดตรงๆ ไม่มีอะไรปกปิด ปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น ผมไม่คลั่งหรอก ผมอายุ 30 แล้ว เลยจุดมุ้งมิ้งแล้ว

‘แน็ก ชาลี’ พูดไปเขินไป บอกทุกอย่างต้องใช้เวลา ผมไม่อยากให้ทุกคนผิดหวัง ชอบลงๆ ลบๆ หลายรอบ บล็อกๆ ปลดๆ นี่ผมไม่ได้บ่น ผมอายผู้จัดการผมนะ ผมบอกไว้ก่อนผมไม่เคยมาบล็อกหรืออะไร ผมโตแล้ว ผมอายุ 30 แล้วผมเขิน แต่ไม่เป็นไรน้องเขาก็น่ารักอยู่ เป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก (ทำท่ากัดฟันพูด) หยอกๆ น้องเขาชอบปลดๆ บล็อกๆ ปีหนึ่งจะติดตามกัน 2 ที มันเป็นสไตล์เขานะ แต่ที่เราคล้ายกันอยู่คือ คุยกันไม่รู้เรื่อง นั่นแหละไม่รู้จะพูดยังไง น้องเขาร้องเพลงเก่ง ทำอะไรเก่งหลายๆ อย่าง แต่พูดไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ค่อยๆ ดูกันไปก่อน

ด้านแฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์เชียร์หนักแถมเอ็นดูหนุ่มแน็กกันรัวๆ อาทิ ความรักมันไม่มีเหตุผลนะ ใช้หัวใจคุยกันแทน เชียร์มากกก, คนดูเขินหนักมากกค่าา, บ่นแต่ชมน้องว่าน่ารัก เป็นต้น

WeloveShopping อำลาสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ แม้มีกำไร ปิดระบบหลังบ้านสำหรับพาร์ตเนอร์ภายใน 31 ส.ค.66

WeloveShopping อำลาสมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทย ประกาศหยุดให้บริการทั้งหมด 31 ส.ค. 2566 แม้ผลประกอบการปีล่าสุดจะมีกลับมาทำกำไรได้ 57 ล้านบาท หลังขาดทุนต่อเนื่องหลายปี 

(10 ส.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนหน้าเว็บไซต์ Weloveshopping.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากบริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ได้ประกาศหยุดให้บริการเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 2566 และปิดระบบหลังบ้านสำหรับพาร์ตเนอร์ภายใน 31 ส.ค. 2566

โดยระบุว่า "เรียนลูกค้า ร้านค้า และพาร์ตเนอร์ทุกท่าน บริษัท เอสเซนด์ คอมเมิร์ช จำกัด มีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องยุติการให้บริการเว็บไซต์ weloveshopping.com ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566"

"ลูกค้า ร้านค้า และพาร์ตเนอร์ทุกท่านสามารถซื้อขายสินค้าได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566 เวลา 23.59 นาฬิกา และยังคงสามารถใช้งานระบบบัญชีรวมถึงระบบร้านค้าได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 เวลา 23.59 นาฬิกา"

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก CredenData เปิดเผยว่า บริษัท เอสเซนด์ คอมเมิร์ช จำกัด จดทะเบียนในปี 2558 ด้วยทุน 5 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนในปี 2562 เป็น 1,410 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2558 มีผลประกอบการติดลบ จนกระทั่งในปี 2565 มีรายได้ 1,073, ล้านบาท กำไร 57 ล้านบาท 

สำหรับผลประกอบการตั้งแต่ปี 2558 มีดังนี้...

>> ปี 2558 รายได้ 473,597,785 ขาดทุน -284,275,428
>> ปี 2559 รายได้ 869,418,617 ขาดทุน -585,043,886
>> ปี 2560 รายได้ 152,027,737 ขาดทุน -357,162,904
>> ปี 2561 รายได้ 196,819,176 ขาดทุน -133,976,543
>> ปี 2562 รายได้ 522,823,092 ขาดทุน -57,017,274
>> ปี 2563 รายได้ 449,719,287 ขาดทุน -51,996,920
>> ปี 2564 รายได้ 556,206,019 ขาดทุน -88,117,671
>> ปี 2565 รายได้ 1,073,643,046 กำไร 57,793,449

สำหรับสมรภูมิอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีความยากต่อรายเล็ก เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ เริ่มมีช่องทางกระจายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มในการซื้อขายมากขึ้น 

ดังนั้น การที่อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มใดจะอยู่รอดต่อได้ หากไม่มีสายป่านหนาหรือทำการตลาดแรงๆ ต่อเนื่อง ก็จำเป็นต้องล่าสินค้าหรือบริการเฉพาะ (niche) ให้ได้เท่านั้น

FBI ปลิดชีพ ‘ชายในมลรัฐยูทาห์’ ที่โพสต์ขู่ฆ่า ‘โจ ไบเดน’ ก่อนหน้าผู้นำสหรัฐฯ จะเยือนมลรัฐนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง

แม้สหรัฐอเมริกาจะไม่มี ม.112 แต่ FBI ก็ได้ยิง Craig Robertson ชายผู้ที่โพสต์คำข่มขู่ต่อประธานาธิบดี Joe Biden และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ทางออนไลน์อย่างรุนแรง จนเสียชีวิต

(10 ส.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก 'ดร.โญ มีเรื่องเล่า' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

Craig Robertson ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการบุกของ FBI เมื่อวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2023

โดยเจ้าหน้าที่พยายามออกหมายจับ Craig Robertson ที่บ้านของเขาในมลรัฐยูทาห์ ก่อนหน้าที่นาย Biden วางแผนจะเยือนมลรัฐนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง

การร้องเรียนทางอาญากล่าวว่า Robertson โพสต์คำขู่บน Facebook ต่อนาย Biden และอัยการที่ดำเนินคดีอาญากับ Donald Trump

ทั้งนี้ Robertson ได้โพสต์บน Facebook ระบุ... "ฉันได้ยินว่า Biden กำลังจะมาที่ยูทาห์ ฉันขุดชุด ghillie เก่าๆ (ชุดพรางสำหรับพลซุ่มยิง) ของฉันออกมา แล้วจะปัดฝุ่นออกจากปืนไรเฟิลซุ่มยิง M24 ของฉันด้วย"

เกี่ยวกับสาเหตุการยิง ทาง FBI ได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยการจู่โจมเพื่อจับกุม Craig Robertson เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นในเมืองโพรโวทางตอนใต้ของนครซอลต์เลคซิตีไปประมาณ 65 กม.

‘SME D Bank’ เดินหน้าเติมทุนคู่พัฒนาวงการแฟรนไชส์ไทย อัดงบ 400 ลบ. ผุดสินเชื่อซื้อแฟรนไชส์ นำร่อง ‘Inthanin-Otteri’

‘SME D Bank’ ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย เดินหน้าส่งเสริมวงการธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงิน 400 ลบ. เพื่อใช้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ที่มีมาตรฐานโดดเด่น นำร่อง 2 แบรนด์ดัง ได้แก่ร้านกาแฟ ‘Inthanin’ และร้านสะดวกซัก ‘Otteri’ ควบคู่จัดโปรแกรมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ และต่อยอดกิจการด้วยโมเดลแฟรนไชส์  

(10 ส.ค. 66) นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมและขยายตัวต่อเนื่อง มีส่วนสำคัญช่วยสร้างโอกาสผู้ประกอบการรายใหม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือผู้มีธุรกิจอยู่แล้วได้ต่อยอดธุรกิจด้วยโมเดลขายแฟรนไชส์ เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตต่อเนื่อง ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย จึงเปิดตัวโครงการสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี : Franchisee) และผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์ : Franchisor) เข้าถึงบริการด้าน ‘การเงิน’ ควบคู่ด้าน ‘การพัฒนา’

สำหรับด้าน ‘การเงิน’ เปิดตัว ‘สินเชื่อแฟรนไชส์’ เพื่อเป็นเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการไปซื้อแฟรนไชส์ที่ผ่านความร่วมมือกับ SME D Bank เบื้องต้นนำร่องจับมือ 2 แฟรนไชส์ซอร์ชื่อดัง ได้แก่ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ ‘ร้านกาแฟอินทนิล’ (Inthanin Coffee) และบริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ‘อ๊อตเทริ วอชแอนด์ดราย’ (Otteri wash & dry) โดยเมื่อผู้ประกอบการที่ไปติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ ‘Inthanin’ หรือ ‘Otteri’ และผ่านการพิจารณาของแฟรนไชส์ซอร์แล้ว สามารถขอสินเชื่อจาก SME D Bank เพื่อใช้ลงทุนได้ โดยมีวงเงินเตรียมไว้บริการรวม 400 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR -1% (ประมาณ 6.5%ต่อปี) วงเงินกู้ได้สูงสุดถึง 80% ของมูลค่าการลงทุน ระยะเวลากู้ยืมสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน เปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 67 หรือจนกว่าจะหมดวงเงินโครงการ แล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงก่อน

ส่วนด้าน ‘การพัฒนา’ เดินหน้าปั้นแฟรนไชส์ซี ควบคู่ส่งเสริมแฟรนไชส์ซอร์ ตามนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น หลักสูตร ADVANCED CMF ติวเข้ม 5 วันเต็ม ภายในเดือน ส.ค. และ ก.ย. 66 มอบความรู้ด้านกลยุทธ์เขียนแผนธุรกิจเข้าถึงแหล่งทุน และการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ จัด ณ อาคาร SME Bank Tower 

อีกทั้ง ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดโปรแกรมเพิ่มศักยภาพธุรกิจ ให้คำปรึกษาในด้านต่าง ๆ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำโมเดลแฟรนไชส์ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานแก่แฟรนไชส์ซอร์ เช่น ด้านกฎหมาย ภาษี มาตรฐานของสถานประกอบการ และเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแจ้งความประสงค์รับบริการ ‘สินเชื่อแฟรนไชส์’ และงานพัฒนาได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ www.smebank.co.th, LINE Official Account : SME Development Bank เป็นต้น รวมถึงสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

‘โบว์ ณัฏฐา’ งัดหลักฐานความสัมพันธ์ ‘ก้าวไกล-ทะลุวัง’ เคยประกันตัว ‘ตะวัน’ ชูรูป ‘บุ้ง’ ในสภา แต่วันนี้บอกไม่รู้จักกัน

จากกรณี นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ที่รวมตัวไปที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าไม่ทราบรายละเอียด และไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวทุกคน โดยปฏิเสธว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว

ล่าสุด (10 ส.ค.66) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Bow Nuttaa Mahattana’ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว ศาลเคยมอบหมาย คุณพิธา ในฐานะนายประกัน ‘ตะวัน ทะลุวัง’ ให้ดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขการประกันตัว

ต่อมา น.ส.ณัฏฐา ยังได้แชร์ข่าวกรณีศาลอาญาสั่งปล่อยชั่วคราว ‘ตะวัน’ อดีตสมาชิกทะลุวัง เป็นเวลา 1 เดือน - ติดกำไลข้อเท้าอีเอ็ม โดยวางเงื่อนไขห้ามกระทำการกระทบสถาบันฯ ห้ามก่อความวุ่นวาย ตั้ง ‘พิธา’ เป็นผู้กำกับดูเเลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข รวมทั้งกรณีตำรวจยื่นถอนประกันตัวชั่วคราวผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุวัง หลังบุกก่อความวุ่นวายที่พรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ น.ส.ณัฏฐายังได้แนบรูปภาพพร้อมคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า รูป ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ที่ชูในสภาวันนั้น…วันนี้ไม่รู้จักกันแล้ว

ตำรวจไซเบอร์รวบเครือข่ายหลอกทำกิจกรรมแลกของฟรี รู้ตัวอีกทีหมดไปเป็นแสน

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ ว่าได้รับ SMS แจ้งว่า คุณคือผู้โชคดีได้รับตู้เย็น 1 รายการ จาก Midea ฟรี จบกิจกรรมพร้อมรับเงินรางวัลอีก 3,000 บาท หลังจากนั้นได้มีการแอดไลน์ จากนั้นแอดมินได้ให้ตนร่วมลงทุนและได้ผลกำไรดี จึงได้โอนเงินไปยังบัญชีของธนาคารกสิกรไทย ชื่อ นายณัฐพงศ์ (สงวนนามสกุล) ไปจำนวน 5 ครั้ง รวมยอดเงินจำนวน 129,786 บาท หลังจากตนได้โอนเงินไปแล้ว จึงได้นำรายชื่อของเจ้าของบัญชีคือนายณัฐพงศ์ ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของ Midea mall พบว่ารายชื่อดังกล่าวได้ถูกแจ้งว่าเป็นมิจฉาชีพ ตนเองจึงรู้ว่าถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 นำโดย พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายณัฐพงศ์ ได้ที่ถนนสาธารณะ หน้าบ้านหลังหนึ่งในแขวงบางค้อ เขตจอมทอง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
 
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยจริง ซึ่งมีชายไม่ทราบชื่อได้ว่าจ้างให้ตนเปิดบัญชีดังกล่าว และให้ค่าจ้างตนในราคา 700 บาท เนื่องจากในช่วงนั้นตนไม่มีรายได้และยังเกิดโรคระบาดโควิด 19 จึงได้เปิดบัญชีดังกล่าวเพื่อแลกกับค่าจ้าง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และตนเองไม่ทราบว่าบัญชีธนาคารที่ตนได้เปิดไว้ดังกล่าวจะมีมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน
 
ตำรวจไซเบอร์ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อการส่ง SMS มาบอกว่าคุณโชคดีได้รับของรางวัลต่างๆ เนื่องจากช่วงนี้มีมิจฉาชีพคอยหลอกว่าคุณจะได้รับของรางวัลฟรีในรูปแบบต่างๆ เมื่อกดรับแล้วมิจฉาชีพจะส่งลิงก์ให้กดรับแล้วชักชวนให้ลงทุนที่ผลกำไรงาม เมื่อเหยื่อหลงเชื่อได้โอนเงินลงทุนไปแล้ว มิจฉาชีพก็เชิดเงินหนีโดยไม่สามารถติดต่อได้อีก ก่อนที่จะโอนเงิน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน เพื่อจะไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top