Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘น้องใยไหม’ อดีตดาราเด็ก สวมชุดนักศึกษาเฟรชชี่ปี 1 ใสๆ หลังสอบติดม.ดัง พี่สาวชาวเน็ตอึ้ง!! โตเป็นสาวเกือบจำไม่ได้

(11 ส.ค.66) เผลอเเป๊ปเดียวโตเป็นสาวสวยเเล้ว สำหรับ ‘น้องใยไหม ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ’ อดีตดาราเด็กที่โด่งดังเป็นที่รู้จักจาก โฆษณา TVC เบบี้มายด์ ครีมอาบน้ำ ละครโทรทัศน์เรื่อง ลิขิตเสน่หา รับบทเป็น ‘ไข่ตุ๋น’ และละคร วาสนารัก รับบท ‘จินตนา’ รุ่นลูกตอนเด็ก

ล่าสุดในอินสตราแกรมของคุณเเม่น้องใยไหม ได้โพสต์ภาพของลูกสาวสวมใส่ชุดนักศึกษาสุดน่ารัก หลังจากที่สามารถสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

หลังจากที่ภาพนี้ถูกเผยเเพร่ออกไปต่างมีเเฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ ตามมาตั้งแต่เด็ก ๆ โตเป็นสาวแล้วววว, น่ารักครับน้องใหม่ ปี 1, เห้ยๆ เด็ก มศว. เป็นต้น

‘เจ้าขุน’ ลงรูปคู่สาวปริศนา พร้อมอิโมจิมือจีบ ชาวเน็ตชี้เป้า!! คาดคือ ‘เอินเอิน เดอะสตาร์’

(11 ส.ค.66) โตเป็นหนุ่มเรียนจบ ทำงานได้เต็มที่แล้ว ลูกชายคนกลางสุดหล่อของ ‘พ่อเจ เจตริน’ และ ‘แม่ปิ่น เก็จมณี’ อย่าง ‘เจ้าขุน จักรภัทร’ โดยพี่ชายคนโตก็เปิดตัวแฟนสาวหวานหยดรัว ๆ ไปแล้ว ล่าสุดถึงคิวลูกชายคนที่สองเปิดตัวหวานใจบ้างหรือเปล่า

ล่าสุด ‘เจ้าขุน’ ได้โพสต์ภาพคู่สาวปริศนาจะใช่เปิดตัวหรือเปล่า โมเมนต์ขณะใช้มือยกขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้ งานนี้คนบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์แห่แซวกันรัว ๆ แถมตาชาวเน็ต ต่างก็บอกว่าสาวข้าง ๆ หน้าคุ้น ๆ พร้อมทั้งระบุถึงสาวคนข้าง ๆ ทั้งยังติดแท็กกันไปเลย

ต้องรอลุ้นว่าจะใช่หรือไม่ ชาวเน็ตจะทายถูกหรือเปล่า ทั้งนี้นอกจากจะทำให้หลายคนสงสัยว่าสาวคนนี้เป็นใครแล้ว ด้าน ‘พ่อเจ เจตริน’ ก็เข้ามาคอมเมนต์แซวลูกชายด้วยเช่นกันว่า “เอ๊ะ”

'เพชร กรุณพล’ ถาม? เอกสารประชุมรายงานสภาแบบเก่า ควรเปลี่ยนเป็นไฟล์ดิจิทัลได้หรือยัง ชี้!! สร้างขยะมากไป

(9 ส.ค.66) นายเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ 'Karoonpon Tieansuwan' ระบุว่า...

"เราควรเปลี่ยนการเสนอรายงานแบบเก่าเป็น ไฟล์ดิจิตอล ได้รึยังนะ ทั้งหมดนี้พิมพ์แจกส.ส.ทุกคน ให้อ่านเพื่อตรวจสอบและขออภิปรายแก้ไขหรือตั้งข้อสังเกต เรากำลังสร้างขยะมากเกินไปหรือไม่"

หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น...

“พิมพ์แค่บทสรุปผู้บริหาร ส่วนไฟล์รายละเอียด ถ้าสนใจให้สแกนเป็น QR Code ก็พอครับ” 
“เดี๋ยวงบประมาณไม่ได้ใช้ครับ” 
“งานพิมพ์ต้องมา” 
“สมควรมาก ๆ โดยเฉพาะการนำไปให้ทีมงานเอาไปทำฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์หรือติดตามงานได้ง่ายขึ้นมาก ส่วนที่พิมพ์เอาเท่าที่จำเป็นพอ”

‘สามารถ’ ลั่น!! คนดูอยากเห็นศิลปะการต่อสู้มวยไทย ไม่ใช่แค่เตะ-กอดปล้ำ ชี้!! ควรแก้ปัญหา ‘เซียนมวยมาเฟีย-ตัดสินให้เป็นมาตรฐานทุกเวที’ มากกว่า

(11 ส.ค.66) สามารถ พยัคฆ์อรุณ แชมป์โลกมวยสากลอาชีพคนที่ 10 ของไทย และอดีตยอดนักมวยไทยชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ปรับปรุงรูปแบบการชกให้น่าสนใจมากขึ้น ใช้แม่ไม้ลูกไม้ต่างๆ ให้มากขึ้น เพราะคนดูอยากดูศิลปะการต่อสู้ของไทย ซึ่งไม่ใช่แค่เตะ กอดปล้ำ ตีเข่าจับทุ่มเท่านั้น

>> แก้ไข

- แก้ปัญหาเซียนมวยนักพนันที่มีอิทธิพลกดดันตัวนักมวยและกรรมการ
- แก้ปัญหาการตัดสินให้เป็นมาตรฐานทุกเวทีให้คะแนนตามความยากง่าย ความสมบูรณ์ของท่ามวยไทยต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้นักมวยรู้จักใช้และกล้าใช้แม่ไม้และลูกไม้มวยไทยมากขึ้น และควรให้คะแนนในแต่ละยกเพื่อกระตุ้นให้นักมวยทำคะแนนทุกยก

มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่สวยงามและอันตรายในตัว ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากจากศิลปะการต่อสู้แบบอื่น คนมาดูมวยไทยในอดีต จะมาดูศิลปะการต่อสู้ ดูการรุกการรับที่เป็นเสน่ห์ของมวยไทย ซึ่งอาจจะแตกต่างจากแฟนมวยปัจจุบัน

‘ดร.นิว’ แนะ!! ทูตสหรัฐฯ ในไทย ลองเรียนรู้ ม.112 หลัง FBI ส่งคนขู่ ‘ไบเดน’ ไปนอนคุยกับรากมะม่วง

(11 ส.ค.66) กรณีเจ้าหน้าที่ เอฟบีไอ บุกสังหารนายเครก โรเบิร์ตสัน ที่บ้านของเขา ในเมืองโพรโว รัฐยูทาห์ หลังจากโรเบิร์ตสัน โพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา และอัยการที่ดำเนินคดีอาญากับนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงนายโรเบิร์ต โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้…

เรียน คุณโรเบิร์ต โกเดค ฉันค่อนข้างกังวลใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในประเทศของคุณ การปลิดชีพในรัฐยูทาห์นั้นรุนแรงมากเกินไปสำหรับการแสดงความเกลียดชังต่อประธานาธิบดี ฉันจึงขอแนะนำให้คุณเรียน รู้กฎหมาย ม.112 แล้วนำไปใช้ในฐานะวิธีการที่มีความเจริญมากกว่า สิ่งนี้จะช่วยยกระดับประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในประเทศของคุณ

Dear Robert Godec, I'm concerned about democracy and human rights in your country. Killing in Utah is too severe for hate speech against the president. I suggest you learn and adopt Article 112 for a more civilized mean. It will promote democracy and human rights in your country.

ดร.ศุภณัฐ โพสต์ข้อความอีกว่า…

ม.112 ยังได้สู้คดีในศาล
แต่ประเทศประชาธิปไตยตัวพ่อโพสต์ขู่ประธานาธิบดี
บุกถึงบ้านแล้วส่งไปนอนคุยกับรากมะม่วง

‘สาวลูกครึ่งไทย-ลาว’ เผย มาเรียนหนังสือในไทยไม่ง่าย ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย หากไม่มีคุณอาคอยหนุนก็หมดโอกาส

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘Jenny Story’ หรือ ‘คุณเจน’ ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ลาว ได้ออกมาตอบกลับคอมเมนต์สำหรับคนที่สงสัยว่า 'คนลาวที่มาเรียนอยู่ไทย หรือครอบครัวที่ส่งลูกมาอยู่ไทย เป็นครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย’ ซึ่งคุณเจนได้อธิบายโดยยกตัวอย่างครอบครัวของตนว่าฐานะทางบ้านนั้นไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แค่พอมีกินหรือฐานะปานกลาง แต่ได้รับโอกาสจาก ‘คุณอา’ ผู้คอยช่วยเหลือจนมีทุกวันนี้ โดยระบุว่า…

“ครอบครัวเจนพ่อแม่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมีเงินมีทองเยอะขนาดนั้น แต่มีแบบพออยู่พอกิน ไม่ถึงขั้นทุกข์ยากจนไม่มีกินเลยก็ไม่ใช่…ซึ่งก็คือฐานะปานกลางนั่นเอง ส่วนเรื่องที่เจนได้มาเรียนที่ไทย ส่วนหนึ่งคือคุณอาซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อแท้ ๆ เป็นคนไทย แต่แม่เป็นคนลาว และพ่อกับแม่ของเจนได้แยกทางกันแล้ว ส่วนกับพ่อยังติดต่อหากันตลอดเวลาที่เจนได้ไปอยู่ลาว มันเลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกยังคงอยู่ ถึงแม้จะแยกทางกับแม่ไปแล้วก็ตาม ทีนี้คุณอาซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อได้มาถามเราว่าอยากเรียนไหม? เพราะเราเรียนจบมัธยมจากลาวมา ถ้าเกิดว่าจะมาทำงานมันก็ทำได้ แต่ว่าคุณอาอยากให้ได้เรียนมหาวิทยาลัย อยากให้ได้เข้าสังคมในมหาวิทยาลัย อยากให้เรียนรู้และเห็นมุมมองหลาย ๆ อย่าง เพื่อจะทำให้เราได้มีข้อเปรียบเทียบว่าการที่เราทำงานมันก็ดีอย่างหนึ่งและการที่เรียนหนังสือมันก็ดีอย่างหนึ่ง เราจะได้เห็นโลกอีกหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ มุม”

“ดังนั้น คุณอาได้บอกว่าหากอยากเรียนเขาก็จะช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน คนละครึ่งกับแม่ เพราะอยากให้เราลองเรียนดูก่อนว่าไหวหรือไม่ไหว ส่วนตัวยอมรับเลยว่าไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเรียนได้ใน 4 ปีนี้ เพราะปริญญาตรีมันค่อนข้างยาก ทั้งเรื่องภาษาต่าง ๆ ระหว่างไทยกับลาว ซึ่งมันจะมีภาษาพูดที่คล้ายกันอยู่ แต่เรื่องภาษาเขียนมันจะยากในระดับหนึ่ง แม้มีประสบการณ์ในการได้เรียนแล้วเลยคิดว่ามันยังคงค่อนข้างที่จะยากอยู่ เพราะมันมีพยัญชนะที่เยอะกว่าลาว จึงไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะเรียนได้ไหม? ก็ยัง 50/50 เพราะอะไรหลาย ๆ อย่าง”

“ซึ่งคุณอาเลยจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 จนถึงปี 4 ส่วนค่าใช้จ่ายต่อเดือนคือ 5,000 บาท แม่ให้ 3,000 บาท แล้วคุณอาให้อีก 2,000 บาท ซึ่งส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รวมค่าเทอมและไม่ได้รวมค่าหอ ค่าหอนั้นจะจ่ายแยกต่างหากประมาณ 16,000 บาทต่อหนึ่งปีที่เรียน และค่าเทอมประมาณ 22,000 บาทต่อหนึ่งปี รวมทั้ง 4 ปี ก็เป็นเงินที่หลายบาทอยู่ ถ้าเกิดว่าไม่ได้คุณอาและผู้ที่คอยซัปพอร์ตอยู่เบื้องหลังหลาย ๆ คน ก็คงไม่ได้เรียนจนถึงทุกวันนี้”

“และนี่คือข้อสงสัยสำหรับหลาย ๆ คน ที่สงสัยว่าครอบครัวเจนมีเงินไหม ถึงได้มาเรียนอยู่ไทย แบบว่าครอบครัวต้องมีเงินซินะ ถึงส่งลูกมาอยู่ไทยได้…แต่ก็นั่นแหละ…ครอบครัวไม่ได้มีเงินขนาดนั้น แม่เจนจบแค่ ป.2 อาชีพขายของ ส่วนพ่อจบประมาณ ม.3 หรือ ม.4 อาชีพเกษตรกรธรรมดา ถ้าไม่ได้คุณอาส่วนหนึ่งก็คงไม่มีโอกาสได้เรียนในมหาลัย เพราะมันต้องใช้เงินเป็นก้อน ไหนจะค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แล้วแม่ก็ยังหาเงินอยู่คนเดียว ถ้าเกิดขอเงินเพื่อมาเรียนก็สงสารแม่ ถ้าคุณอาไม่ยื่นมือมาช่วยก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เรียน คุณอาเป็นคนหนึ่งที่ดึงมาเพื่ออยากให้หลานได้เรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัย อยากให้เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นมุมมองอะไรหลาย ๆ อย่างที่มันแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เคยอยู่มา ซึ่งเมื่อก่อนเรียนจบจาก สปป.ลาว พอจบ ม.7 จากที่นี่ ก็มาต่อมหาวิทยาลัยอยู่ที่ประเทศไทย ดังนั้น คุณอา คือส่วนหนึ่งที่ทำให้มาถึงทุกวันนี้”

‘กรมควบคุมโรค’ ยัน!! ‘วัคซีนโควิด’ มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิด ‘กล้ามเนื้ออ่อนแรง-มะเร็ง’ ตามสื่อโซเชียลอ้าง

(11 ส.ค.66) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการโพสต์คลิปบนสื่อโซเชียลมีผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 พบภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วไป หรือเป็นโรคมะเร็ง ว่า กรมฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลและขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ปัจจุบันยังไม่พบรายงานการเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการเกิดมะเร็งที่เป็นผลมาจากการฉีดวัคซีนโควิด และจากข้อมูลรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ จากคณะกรรมการเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน (AEFI) ที่ประกอบด้วยทีมผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณา พบว่า ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ที่พบหลังการฉีดวัคซีน ได้แก่ ไข้ ปวดบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยตัว เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปกติจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว

"ส่วนอาการที่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ พบอุบัติการณ์ต่ำกว่า 1 ในล้านโดส ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่าการติดเชื้อโควิดที่มีโอกาสป่วยหนักจนเสียชีวิตในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน" นพ.ธเรศกล่าว

นพ.ธเรศกล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายที่ไม่เคยฉีดวัคซีนจะมีอาการหลงเหลือในระยะยาว (Long COVID) เนื่องจากในขณะที่ติดเชื้อโควิด ร่างกายมีการสร้างแอนติบอดีบางตัวขึ้นมา ไปจับกับเซลล์ของอวัยวะบางส่วนในร่างกาย และเกิดการทำลายอวัยวะ โดยอาการ Long COVID เป็นอาการเจ็บป่วยที่ไม่มีลักษณะตายตัว อาจเหมือนหรือต่างกันในแต่ละบุคคล เกิดผลกระทบขึ้นได้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่ระบบหายใจ ระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด ทำให้ผู้ที่หายป่วยบางรายยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเดิม จะเห็นได้ว่าการติดเชื้อโควิดส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวมากกว่าผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ดังนั้นขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือนดังกล่าว และไม่แชร์ข้อมูลต่อ หากมีปัญหาความปลอดภัยที่อาจเกิดจากวัคซีน กรมควบคุมโรคจะมีการประกาศแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโควิดมีแนวโน้มลดลงมาก หลังประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศฉีดวัคซีนโควิดครบ 2 เข็ม ปัจจุบันมีผลงานการฉีดวัคซีนสะสมกว่า 147 ล้านโดส หรือมากกว่าร้อยละ 80 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดในประเทศไทยลดลงอย่างชัดเจน จากข้อมูลของคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ระบุว่า วัคซีนโควิดสามารถปกป้องชีวิตคนในประเทศไทยมากกว่า 490,000 คน ดังนั้น ขอย้ำว่าวัคซีนโควิดช่วยลดอาการป่วยรุนแรงและลดการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้รับวัคซีน ครอบครัว และสังคม จนปัจจุบันแทบจะไม่มีผู้ฉีดวัคซีนครบโดสตามด้วยเข็มกระตุ้นติดโควิดเสียชีวิต ซึ่งไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิดต่ำกว่าตัวเลขของประเทศทางตะวันตกหลายเท่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการสถานการณ์โควิดที่มีประสิทธิภาพจากนโยบายและมาตรการที่ใช้ จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ

‘ไอซ์ รักชนก’ ขอบคุณ ‘วัน อยู่บำรุง’ ยังคงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

หลังจากเป็นกระแสดรามาและเกิดวิวาทะกันขึ้น ระหว่าง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ สส.กทม. เขตบางบอน-จอมทอง-หนองแขม พรรคก้าวไกล กับ นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย

แต่ล่าสุดเหมือนรอยร้าวของทั้ง 2 คนจะจบลงแล้ว เมื่อ น.ส.รักชนก รีโพสต์ของนายวัน ที่แม้จะไม่ได้เป็น สส. แต่ยังลงพื้นที่ทำงานให้กับประชาชนอยู่ โดยในโพสต์นั้น นายวันระบุว่า “ทางเดิน คสล.คลองสรศักดิ์ข้างโรงงานมิตซูมารุ บางบอน 5 ที่ผมประสานเขตบางบอนมาซ่อมแซม บัดนี้เรียบร้อยแล้วครับ #ใจถึงพึ่งได้ #ป๋าวันไม่ทิ้งประชาชน #ผู้แทนนอกสภา”

หลังจาก น.ส.รักชนก แชร์โพสต์ดังกล่าว ยังมีข้อความระบุว่า “พี่วันยังทำพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ยังคงเป็นที่พึ่งให้พ่อแม่พี่น้องเหมือนดังเดิม น่ารักที่สุด ในฐานะ สส.เขตต้องขอบคุณแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ”

THE STANDARD ออกจดหมายขอโทษถึง 'สนธิ ลิ้มทองกุล' กรณีสื่อสารคลาดเคลื่อน ทำคนไทยเข้าใจ 'สนธิ' หนุนรัฐประหาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 เว็บไซต์ THE STANDARD ได้นำเสนอข่าว ‘สนธิมองเกมก้าวไกลเหนือชั้น แก้ได้ยาก เดินตามแผนได้ สส. เกินครึ่งสภาในปี 2570 มองทางรอดคือรัฐประหารล้มกระดาน’ โดยนำเนื้อหาดังกล่าวมาจากเพจเฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อความที่ไม่ครบถ้วนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ผู้อ่านอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล สนับสนุนการทำรัฐประหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล

กองบรรณาธิการข่าว THE STANDARD จึงเรียนขออภัยในความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในครั้งนี้

กองบรรณาธิการข่าว THE STANDARD


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top