Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘คิมเบอร์ลี่’ จัดปาร์ตี้สละโสดแบบเก๋ๆ ก่อนเข้าพิธี 14 ก.ย.นี้ ส่วนแก๊งเพื่อนเจ้าสาวก็ไม่น้อยหน้า!! สวยปังกันทุกคน

(10 ส.ค.66) เป็นว่าที่เจ้าสาว ที่สวยที่สุด โชคดีที่สุด จนสาวๆ ทั้งประเทศหลายคนพากันอิจฉา สำหรับนางเอกสาว ‘คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส’ ที่มีแพลนแต่งงานกับแฟนหนุ่ม พระเอกดัง ‘หมาก ปริญ’ ในวันที่ 14 กันยายน 2566 ที่ประเทศอิตาลี โดยล่าสุดว่าที่เจ้าสาวได้รวมแก๊งเพื่อนๆ ดาราเซเลบอย่าง ญาญ่า อุรัสยา , มาร์กี้ ราศรี , โบว์ เบญจวรรณ และเพื่อนนอกวงการ จัดปาร์ตี้สละโสดแบบสวยเก๋ 

ซึ่ง ‘คิมเบอร์ลี่’ ได้โพสต์ภาพบรรยากาศ งานปาร์ตี้สละโสด ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความว่า "My girls threw me the most awesome bachelorette party ever!! I love you all sooo f*ing much!! #kimberleysbachelorette" ท่ามกลางแฟนคลับที่เข้ามาส่องความสวยออร่าของว่าที่เจ้าสาว และความสวยของเพื่อนเจ้าสาว

สำหรับ ‘คิมเบอร์ลี่’ กับ ‘หมาก ปริญ’ ก่อนหน้านี้เพิ่งอัปเดตงานแต่งกับสื่อมวลชนว่า งานที่อิตาลีคืบหน้า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว อีก 10 เปอร์เซ็นต์ ก็อยู่ที่ดอกไม้เพราะที่โน่นราคาขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้บานปลายมาก (หัวเราะ) ถ้าเกินงบต้องตัดอะไรบางอย่างออก แค่แต่งที่นี่ก็เกินฝันแล้ว เราคิดว่าได้แต่งกับคนที่เรารัก ก็แฮปปี้แล้ว พร้อมบอกลุ้นเรือนหอเสร็จภายใน 20 สิงหาคม

'พปชร.' ลั่น!! พร้อมโหวตนายกฯ ให้ ‘เพื่อไทย’ แง้ม!! ชวนร่วม รบ. ก็รับ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ติด

(10 ส.ค. 66) ที่รัฐสภา นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนพรรคพลังประชารัฐในการโหวตนายกรัฐมนตรี ได้มีการทาบทามมาจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ตั้งแต่ที่ไปหารือกับพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการทาบทามอะไร แต่ในพรรคพลังประชารัฐได้หารือกันเห็นว่าประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาหลาย ๆ อย่าง เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ประเทศควรมีรัฐบาล จึงเห็นว่าควรโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย โดยจะสนับสนุนทั้งพรรคไม่ขาดแม้แต่คนเดียว

“เราจะมาก็มาทั้งหมด จากที่ได้คุยกับพรรคเพื่อไทยคร่าว ๆ ได้หารือเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ที่อยากจะผลักดันร่วมกันไม่จะเป็นเรื่องที่ดินสปก. ภัยแล้ง การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมถึงการดำเนินการต่อในนโยบายบัตรประชารัฐ ถือว่าได้รับการสนับสนุน ที่สำคัญคือเราเคยทำงานกับพรรคเพื่อไทยมา ผมก็เคยเป็นเด็กเก่าพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าจะทำได้ ผ่านวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจทั้งหมด ที่สำคัญที่สุดก่อนหน้านี้ในช่วงการโหวตแคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล ผมก็ได้รับการประสานจากทางพรรคก้าวไกลมาให้ช่วยโหวตได้หรือไม่ ผมว่าก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก วันนี้พวกเราพร้อมที่จะทำให้บ้านเมืองก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไป” นายไผ่ กล่าว

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นายไผ่ กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ การเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องเล็ก ขอให้ผ่านตรงนี้ไปก่อน แล้วค่อยว่ากัน ถ้าพรรคเพื่อไทยทำได้ดีก็ว่าไป ถ้าเรามีโอกาสเราก็พร้อมทำเต็มที่ แต่ถ้าไม่มีโอกาสเราก็พร้อมตรวจสอบเต็มที่

เมื่อถามว่าเงื่อนไขพรรค 2 ลุง ที่กำลังเป็นปัญหาสำหรับพรรคเพื่อไทย จะเป็นประเด็นหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า เรายังไม่ได้คุยถึงการร่วมรัฐบาลเลย เราพูดถึงนโยบาย พรรคตนก็สนับสนุนอยู่แล้ว มีลุงไม่มีแล้ง ยืนยันว่าไม่มีการตกลงร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เราจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อน 

เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทราบหรือยินยอมแล้วหรือไม่ว่าจะโหวตนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย นายไผ่ กล่าวว่า ตนว่าเราคุยเรื่องนโยบายกันดีกว่า การให้สัมภาษณ์ของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็บอกแล้วว่าพร้อมนำนโยบายของแต่ละพรรคมาทำตนก็เห็นว่าเป็นข้อดี เพราะหากเว้นไป 10 เดือนเราไม่มีรัฐบาล สู้มีรัฐบาลไป 10 เดือนแล้วค่อยว่ากันดีกว่าหรือไม่

เมื่อถามว่าการโหวตให้พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า ไม่มีข้อแม้ ข้อเสนออะไรทั้งสิ้น เมื่อถามย้ำว่ามีการแจ้งไปยังพรรคเพื่อไทยแล้วหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า ไม่ต้องแจ้ง เราก็ออกมาเต็มที่

เมื่อถามว่า จะโหวตให้ทั้ง 40 คนเลยใช่หรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า พวกเราไปกันทั้งหมด ถามย้ำว่า ไปกันทั้งหมดถือเป็นมติพรรคหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า วันนี้เป็นจุดยืน ถ้าเป็นมติมันเป็นทางการที่ต้องมาแถลง แต่วันนี้เราคุยกันแล้วว่าจะสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เผลอ ๆ จะไปหาเสียงให้ด้วย

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้อะไร นายไผ่ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายหลายอย่างที่ได้ทำ และนโยบายที่ไปพูดกับชาวบ้านแล้ว กำแพงเพชรเราได้ สส.ยกจังหวัด ชาวบ้านคาดหวัง เราต้องทำตามที่พูด ประเทศจะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะพรรคเพื่อไทยพูดเองว่าถ้าได้จัดตั้งรัฐบาล นโยบายดี ๆ  หลายอย่างจะทำให้สำเร็จ

เมื่อถามว่า หากโหวตให้มีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลภายหลังหรือไม่ นายไผ่ กล่าวยืนยันว่า เรายังไม่ได้คุยกันเลย สิ่งจำเป็นตอนนี้คือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน 

เมื่อถามว่า หากพรรคพลังประชารัฐโหวตให้ แต่ต้องไปเป็นฝ่ายค้านก็รับได้ใช่หรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า อย่างไรก็ได้ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร จะโหวตให้ด้วยหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า เรามาทุกคน

เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่ว่าสุดท้ายจะโดนพรรคเพื่อไทยหลอก นายไผ่ กล่าวว่า เราไม่ได้โดนหลอก เราไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง ส่วนถ้าพรรคเพื่อไทยจะทาบทามร่วมรัฐบาล เราก็พร้อมเต็มที่ เพราะเราเป็นรัฐบาลมาแล้ว หากช่วยประเทศตรงไหนได้เราก็พร้อม

‘สส.โตโต้’ ชงสภาฯ ตั้ง กมธ. สอบสลายม็อบสามนิ้ว สืบหาข้อเท็จจริงกรณี จนท.ใช้กำลังในการควบคุมฝูงชน

(10 ส.ค. 66) นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ ‘โตโต้’ สส.กทม. พรรคก้าวไกล อดีตหัวหน้าการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า…

“โตโต้ เอาจริง เสนอสภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญ ตรวจสอบมาตรการสลายการชุมนุมที่ผ่านมา

นายปิยรัฐ จงเทพ ผู้แทนราษฎร เขตพระโขนง บางนา พรรคก้าวไกล ได้ยกร่างญัตติเสนอขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ชื่อ “คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามาตรการควบคุมฝูงชน และแสวงหาข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุมอัน เนื่องมาจากเหตุการณ์การชุมนุมของเยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 ถึง พ.ศ. 2565”

โดยวัตถุประสงค์ เพื่อคณะกรรมาธิการชุดนี้จะได้ทำหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังสลายการชุมนุมนับครั้งที่ถูกรายงานไว้กว่า 66 ครั้ง อันนำมาสู่การสูญเสีย บาดเจ็บ และมีประชาชนถูกดำเนินคดีนับพันราย

หวังว่าสิ่งที่จะได้นำมาถกแถลงในคณะกรรมาธิการชุดนี้ จะมีทั้งข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงลึก แผนปฏิบัติการ และขั้นตอน มาตรการควบคุมฝูงชนต่างๆ เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้บทสรุปร่วมกัน และถอดเป็นรายงานเสนอต่อสภาฯ ต่อไป

การเสนอญัตติตั้ง กมธ. ครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนการขอรายชื่อ สส. จำนวน 25 คน เพื่อลงนามสนับสนุน ซึ่งขณะนี้ได้มี สส.พรรคก้าวไกลลงนามครบแล้ว และจะนำเสนอส่งสภาฯ พิจารณาบรรจุญัตติตามขั้นตอนต่อไป”

‘โอม Cocktail’ นักสะสมตัวยง!! ผู้ชื่นชอบ ‘อุลตร้าแมน’ จนร้านขายของเล่นเจ้าประจำถึงกับบอก “พี่แกมีครบทุกใบ”

(10 ส.ค.66) เพิ่งจบคอนเสิร์ตไปหมาด ๆ กับวงร็อคชื่อดังอย่าง ‘วงค็อกเทล’ (Cocktail) เจ้าของเพลงฮิตหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น ไม่เป็นรอง, คุกเข่า, คู่ชีวิต, เรา, โปรดเถิดรัก, และเธอทำให้ฉันเสียใจ เป็นต้น

ซึ่ง ‘โอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ’ ผู้มากความสามารถ ที่นอกจากจะเป็นนักร้องนำของวงแล้ว ยังเป็น ประพันธ์และโปรดิวเซอร์เพลงให้กับหลากหลายศิลปิน และอาจารย์พิเศษด้านนิติศาสตร์ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลงยีนแล็บ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ที่มีความสนใจและงานอดิเรกในการสะสมของเล่น ฟิกเกอร์ และเหล่าฮอต ทอยส์ โดยเฉพาะ ‘อุลตร้าแมน’ ที่ล่าสุด เฟซบุ๊กร้านของเล่น On Top Toys ได้โพสต์ภาพ ‘โอม’ กับแฟ้มใส่การ์ดอุลตร้าแมน พร้อมระบุว่า “ครบทุกใบของอุลตร้าแมน จะมีใครคู่ควรเท่าพี่อีกครับ”

ซึ่งก็มีผู้เข้าไปคอมเมนต์ด้วยว่า “พี่โอมนีต้องเรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์อุลตร้าแมนเคลื่อนที่ ที่ร้องเพลงได้นิดหน่อย (แซวนะครับพี่)”, “ตอน HOBBY BEAR ไลฟ์ที่ร้าน เห็นแฟ้มการ์ดนี้ ยังนึกถึงคุณโอมเลย สุดท้ายได้ไปจริง ๆ”, “อุลตร้าแมนตัวพ่อเลยคนนี้”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบประมาณกว่า 5.5 ล้านบาท ลงพื้นที่ซับน้ำตาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุโรงเก็บดอกไม้ไฟระเบิดบริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส 

ตามที่ได้เกิดเหตุโรงเก็บดอกไม้ไฟระเบิด บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 กรกฎาคม 2566 เป็นเหตุให้มีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก

เมื่อวานนี้ (วันที่ 9 สิงหาคม 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิฯ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และแผนกบัญชี ฝ่ายบัญชีและการเงิน ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิต จำนวน 11 รายๆ ละ 20,000 บาท  มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บ จำนวน 13 คนๆ ละ 5,000 บาท  และมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 570 ครอบครัว 1,766 คนๆ ละ 3,000 บาท  รวมงบประมาณการช่วยเหลือเป็นเงินทั้งสิ้น 5,583,000 บาท (ห้าล้านห้าแสนแปดหมื่นสามพันบาทถ้วน) พร้อมกันนี้ มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บคนละ 2,000 บาท  และมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยคนละ 1,000 บาท  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,847,000 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนสี่หมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน)  โดยมี นายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้  เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ รวมทั้ง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย  นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์  คณะมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ คณะมูลนิธิเซิ่งหมู่ธารน้ำใจ สุไหงโก-ลก มูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา และคณะมูลนิธิร่วมบำเพ็ญการกุศลปัตตานี (ท่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมในพิธี  ณ โรงเรียนบ้านมูโนะ อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส

รวมงบประมาณการช่วยเหลือจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นเงินทั้งสิ้น 7,430,000 บาท (เจ็ดล้านสี่แสนสามหมื่นบาทถ้วน)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งขอส่งกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้ ทั้งนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาค  ขอบุญกุศลนี้ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยจริง อุ่นใจ แม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘จีน’ เตรียมเผยโฉม ‘แผนที่ธรณีวิทยาดวงจันทร์’ ฉบับมาตราส่วน 1:2.5 ล้าน ละเอียดสูงที่สุดในโลก

(10 ส.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะนักวิจัยของจีนเปิดเผยแผนการเผยแพร่แผนที่ทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์เต็มดวง ฉบับออนไลน์ ซึ่งจะมีความละเอียดสูงสุดในโลกภายในปีนี้ หลังจากสร้างแผนที่ทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ มาตราส่วน 1:2,500,000 เสร็จสิ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022

หลิวเจี้ยนจง นักวิจัยจากสถาบันธรณีเคมี สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ซึ่งเป็นบรรณาธิการบริหารประจำการเผยแพร่แผนที่ดวงจันทร์ฉบับนี้ กล่าวว่าแผนที่ดวงจันทร์ฉบับใหม่จะมอบข้อมูลอันมีนัยสำคัญต่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนดวงจันทร์ การวางแผนสำรวจ การคัดเลือกพื้นที่ลงจอดในอนาคต ฯลฯ แผนที่ดวงจันทร์เต็มดวงเกิดจากการศึกษา ระยะ 10 ปี ของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซานตง สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน และสถาบันอื่น ๆ โดยแผนที่นี้รวบรวมลักษณะทางธรณีวิทยาของหินบนดวงจันทร์ 17 ประเภท นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบและการกระจายตัวของวัตถุบนพื้นผิวดวงจันทร์ การสร้างแผนที่นี้อ้างอิงข้อมูลจากโครงการสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ (Chang'e) ของจีน กอปรกับข้อมูลการสำรวจดวงจันทร์และผลการวิจัยอื่น ๆ จากทั่วโลก โดยหลิวเสริมว่ามีการผลิตดวงจันทร์จำลองทรงกลมแสดงข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ออกแบบตามแผนที่นี้จำนวนมากแล้ว

อนึ่ง คณะนักวิจัยของจีนเปิดเผยแผนการข้างต้นที่งานเทศกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งกุ้ยโจว ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดลงในมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พร้อมเสริมว่ามีการสร้างแผนที่ทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ มาตราส่วน 1:1,000,000 ในปัจจุบัน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ห่วงใยประชาชน ขับเคลื่อนโครงการ “สุภาพบุรุษจราจร  ประชาชนสัญจรปลอดภัย” มุ่งลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนน สร้างตำรวจจราจรมืออาชีพ มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวกการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนและสังคม จึงได้จัดทำโครงการ “สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย” โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศจร.ตร.) ขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตามประเมินผลโครงการฯ ให้บรรลุผลสำเร็จ

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า การดำเนินโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละพื้นที่ ตามเป้าหมายของสถิติการเกิดอุบัติเหตุ โดยต้องสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มากกว่า 10 คนต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสามารถลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลต่างๆตามเป้าหมายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานในสายงานจราจร ให้มีความรู้ เกี่ยวกับกฎหมายจราจร ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ  มีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการจราจรที่สูงขึ้น เช่น การอำนวยการจราจรบนถนน การควบคุมสัญญาณไฟ การตั้งจุดตรวจ รวมถึงสามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างแท้จริง ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชน ภาคีเครือข่ายกับข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติ เกิดความร่วมมือจากประชาชน เสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจและหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่สายงานจราจร โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการฯ โดยสุภาพบุรุษจราจรจะต้องปฏิบัติตามหลัก 5S ได้แก่ SMILE คือ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใส SMART คือ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยบุคลิกภาพที่ดีและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย SALUTE คือ การปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพและให้เกียรติ SERVICE MIND คือ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตใจของการให้บริการที่ดี และ STANDARD คือ ยกระดับในการปฏิบัติงานให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยห้วง ต.ค.65 - ปัจจุบัน หน่วย บช.น., ภ.1 - 9 
และ บก.ทล. ได้เร่งรัดดำเนินกิจกรรมโครงการ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย ในพื้นที่ของหน่วย โดยเฉลี่ย กว่า 1,500 กิจกรรมโครงการต่อหน่วย ซึ่งได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนและสังคมเป็นอย่างดีและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ให้มาร่วมกิจกรรมและตรวจประเมินโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย ของตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีผลการลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในพื้นที่เป็นที่น่าพอใจ โดยในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ในระหว่างดำเนินโครงการฯ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จำนวน 1,636 คน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง ซึ่งมีจำนวน 1,904 คน สามารถลดลงได้ 268 คน (ลดลง 14.08%) และได้ดำเนินกิจกรรมโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ภายใต้ความเหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์และการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่แต่ละจังหวัด ดังนี้ 1)ภ.จว.สมุทรปราการ โครงการชนท้าย ตายอย่างเดียว 2)ภ.จว.นนทบุรี โครงการลดจุดเสี่ยง เลี่ยงอุบัติเหตุ 3)ภ.จว.ปทุมธานี โครงการโรงงานห่วงใย พนักงานขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 % 4)ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา โครงการรู้สาเหตุ ลดจุดเสี่ยง เลี่ยงการตาย 5)ภ.จว.อ่างทอง โครงการจ่าเฉย All New 6)ภ.จว.สิงห์บุรี โครงการ สิงห์บุรีปลอดภัย มั่นใจ ทุกเส้นทาง 7)ภ.จว.ชัยนาท โครงการลดแรง ลดเร็ว ลดตาย 8)ภ.จว.ลพบุรี โครงการรณรงค์เยาวชนขับขี่ปลอดภัย 9)ภ.จว.สระบุรี โครงการจราจรไร้รอยต่อ : การบริหารควบคุมสั่งการจราจรโดยใช้ระบบเทคโนโลยี โดยทุกโครงการสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุผลเป็นรูปธรรมและเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างสูงสุด
 
พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งหวังว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว จะประสบผลสำเร็จในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ประชาชนสามารถสัญจรอย่างปลอดภัย ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนการเสียชีวิตและบาดเจ็บบนท้องถนน ทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นมาตรฐานสากล ภายใต้ความร่วมมือของประชาชนและสังคม ดังนั้นสถานีตำรวจและข้าราชการตำรวจทุกนาย จักต้องดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องจริงจัง ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและสังคมได้รับประโยชน์สูงสุด

ผบ.ตร.และสมาคมแม่บ้านตำรวจ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจที่มีบุตรเป็นเด็กพิเศษ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน”  

วันนี้ (10 ส.ค. 66) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานมอบความช่วยเหลือ ครอบครัวข้าราชการตำรวจที่มีบุตรเป็นเด็กพิเศษ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อสร้างอาชีพเพื่อเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ประจำปี 2566 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีคุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. และคณะผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ  ร่วมพิธี 

การดำเนินโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อสร้างอาชีพเพื่อเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ประจำปี 2566 เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ตามนโยบายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้ความสำคัญด้านสวัสดิการกำลังพล ซึ่งสมาคมแม่บ้านตำรวจได้ดำเนินโครงการนี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว  มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวตำรวจที่มีบุตรเป็นเด็กพิเศษ โดยส่งเสริมให้เด็กพิเศษได้ประกอบอาชีพที่มีรายได้ประจำ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ โดยในการดำเนินโครงการ ได้มอบหมาย คุณลภัทธิตา จินตกานนท์ กรรมการบริหารสมาคม เป็นที่ปรึกษาโครงการ และได้รับความร่วมมือจากประธานชมรมแม่บ้านตำรวจแต่ละกองบัญชาการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีกองบัญชาการที่มีครอบครัวตำรวจเข้าร่วมโครงการ 18 กองบัญชาการ จำนวน 491 ครอบครัว รวมเงินทุนสนับสนุน เป็นจำนวนเงิน 5,888,700 บาท

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ ได้แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือ 1.สนับสนุนการหาอาชีพที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพ และความสามารถของเด็ก โดยให้เด็กพิเศษที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีความพร้อม สามารถเข้าทำงานกับบริษัทเอกชน ส่วนราชการในพื้นที่ รวมถึงการช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน จำนวน 10 ราย  และ 2.สนับสนุนเงินทุน และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการชีวิตประจำวัน เช่น รถเข็นไฟฟ้าแบบปรับเอน ที่นอน กางเกงผ้าอ้อม เครื่องปั่นอาหาร นมผงและของจำเป็นอื่นๆ จำนวน 481 ราย ซึ่งสมาคมแม่บ้านตำรวจได้รับการสนับสนุนจากบริษัท บลูบ๊อกซ์ อิเล็คทริค จำกัด , บริษัท ปริ๊นเซสบรา จำกัด , บริษัท เกรียงไกรวัฒนา อินเตอร์เทรด จำกัด ,บริษัท อริยะ อีควิปเม้นท์ จำกัด , บริษัท อิมแพ็ค คลีนนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัดบริษัท สุภาภรณ์ พลาสติก จำกัด ,บริษัท อาหารสยาม(2513)จำกัด , วัดบางพลีใหญ่กลาง และสถานีตำรวจภูธรทับปุด จังหวัดพังงา ที่เห็นความสำคัญของโครงการ และ มอบโอกาส ที่มีคุณค่า ให้เด็กๆ ได้มีงานทำ  มีเงินเดือนประจำ มีความสุข และมีความภาคภูมิใจในตัวเอง 

ทั้งนี้ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อสร้างอาชีพเพื่อเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ริเริ่มโดยคุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ อดีตนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งได้เล็งเห็นปัญหาของครอบครัวข้าราชการตำรวจที่มีบุตรเป็นเด็กพิเศษ และเริ่มวางแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตนในฐานะนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ จึงได้ต่อยอดโครงการนี้ โดยขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมมากขึ้น และจะพยายามผลักดันให้เป็นโครงการที่ยั่งยืนของสมาคมแม่บ้านตำรวจต่อไป 

ด้าน ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีสนับสนุนโครงการดังกล่าวของสมาคมแม่บ้านตำรวจ และได้มอบให้ตำรวจภูธรแต่ละจังหวัดสำรวจและเยี่ยมเยียน เพื่อรับรู้ปัญหา และหาแนวทางช่วยเหลือ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีขวัญและกำลังใจการทำงานมากขึ้น 

'เลขาธิการ OIC' ชื่นชม 'ไทย' ผสานทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ พร้อมเชิญแบ่งปันปรัชญา 'ศก.พอเพียง-วิถีเกษตร' ในแอฟริกา

(10 ส.ค. 66) ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายฮุซัยน์ บรอฮีม ฏอฮา (H.E. Mr. Hissein Brahim Taha) เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation: OIC) เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเลขาธิการ OIC ในโอกาสเดินทางเยือนไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ว่า ไทยได้เชิญเลขาธิการ OIC เยือนไทยเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลและเข้าใจสถานการณ์ในไทยได้ดียิ่งขึ้น ประเทศไทยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพในการนับถือทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม โดยมีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างผู้คนทุกเชื้อชาติและศาสนา โดยชาวไทยมุสลิมสามารถแสดงออก และปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเสรี และที่ผ่านมาชาวมุสลิมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีชาวไทยมุสลิมหลายคนที่มีตำแหน่งระดับสูงในไทย

ด้านเลขาธิการ OIC กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเยือนไทยในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลและคนไทยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวชื่นชมไทยที่ให้เสรีภาพปฏิบัติศาสนกิจของทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน ที่ผ่านมา OIC ได้มีโอกาสไปเยือนชุมชนกุฎีจีน ซึ่งได้สำรวจพื้นที่และพบกับผู้คนจากทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม สะท้อนถึงการเป็นแบบอย่างในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ขอชื่นชมนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทยในการสร้างสันติสุขและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการประชุมของ OIC ในหลายโอกาสได้ชื่นชมความพยายามของรัฐบาลไทย รวมถึงกล่าวถึงประเทศไทยในเชิงบวกและสร้างสรรค์ 

จากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงประเด็นต่าง ๆ ประกอบการส่งเสริมความร่วมมือกับ OIC ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือในสาขาที่ไทยชำนาญและ OIC สนใจ ทั้งการทำการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข ความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม และมาตรฐานสินค้าอาหารฮาลาล เป็นต้น 

ทั้งนี้ ไทยได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำ OIC หวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย - OIC ซึ่งเลขาธิการ OIC พร้อมให้การสนับสนุนผู้แทนถาวรไทยฯ เพื่อกระชับความร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ สำหรับสถานการณ์ของประเทศสมาชิก OIC ในภูมิภาคแอฟริกา นั้น OIC ให้ความสำคัญกับสมาชิก OIC ในภูมิภาคแอฟริกา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการเกษตร พร้อมกล่าวเชิญชวนไทยมาแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาและการเกษตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมบทบาทของเลขาธิการ OIC ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาสามฝ่ายระหว่างไทย OIC และแอฟริกา ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญต่อการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคแอฟริกา โดยนายกรัฐมนตรียินดีร่วมมือในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์สามฝ่าย

โอกาสนี้ เลขาธิการ OIC เชิญไทยแบ่งปันความรู้ด้านการเกษตร และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับมิตรประเทศในภูมิภาคแอฟริกา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top