Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘แอ๊ด คาราบาว’ เล่าหมดเปลือก!! วางแผนการตายไว้หมดแล้ว ลั่น!! “ถ้าผมป่วย ปล่อยให้ผมไปตามธรรมชาติ อย่ารั้งไว้”

(10 ส.ค.66) ตำนานที่ยังมีลมหายใจ อยู่มาแล้วทุกยุคทุกสมัย สำหรับนักร้องวงดนตรีชื่อดัง ‘แอ๊ด คาราบาว’ หรือ ‘ยืนยง โอภากุล’ ที่เตรียมมีงานใหญ่ฉลอง 40 ปี คาราบาว ย้อนความทรงจำที่อยากจะลบเลือน งานนี้ใครเลยจะรู้เรื่องเล่าหลังบ้าน ชีวิตหลังการทำงาน หรือบทบาทการเป็นทั้งคุณตาและคุณปู่ จะวางตัวยังไง ล่าสุดนักร้องคนดัง พร้อมมาตั้งโต๊ะเคลียร์เล่าเรื่องลับ ๆ ผ่านรายการโต๊ะหนูแหม่ม และเปิดใจเรื่องการวางแผนบั้นปลายชีวิตไว้เรียบร้อยแล้ว

“คงเหมือนตาเหมือนปู่คนอื่นทั่วไป ก็คือหลงหลานตามใจ เขาอยากได้อะไรก็ให้เขา ให้ทุกอย่าง นี่ก็เพิ่งซื้อกีตาร์ให้เขาไปตัวนึง”

หลานคนไหนมีแววเป็นศิลปิน? “ผมคิดว่าลูกหลานของผมทุกคน น่าจะได้สิ่งเหล่านี้มาเพราะว่าเขามียีนส์เรา คือเขาร้องเพลงไม่เพี้ยน จังหวะก็ได้ด้วย ให้เขาโตกันกว่านี้ก่อน ตอนนี้ยังไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ว่าเขาก็เริ่มเล่นเปียโน หัดกีตาร์กัน ถ้าใครจะตามรอยเราก็ดีใจ เพราะว่าเรามีต้นทุนอยู่แล้ว ถ้าเขาทำได้มันก็ง่ายเลย แต่ถ้าเขาทำไม่ได้ เขาไปทำอาชีพอื่น ก็แล้วแต่เขา เพียงแต่ว่าโตมาขอให้เขามีความสุข”

“เพราะว่าที่ผมทำมาทั้งหมดตอนแรกคือเพื่ออาชีพ แต่วันนี้ผมไม่ทำเพื่ออาชีพแล้ว ผมทำเพื่อชดใช้ประชาชน ผมได้มาจากประชาชน ผมก็ทำเพื่อความสุขแล้วก็ให้คืน กลับสังคม คิดว่าจะทำเพลงไปถึงเมื่อไร ก็จนกว่าผมจะร้องไม่ไหว ผมดู BB KING อายุ 90 แล้ว นั่งเก้าอี้ร้องเขาก็ยังร้องได้ นั่นแหละคือความสุขจริง ๆ เพราะตอนนี้ที่ผมทำ ผมไม่ได้ทำเพื่อเงินแล้ว ผมทำเพื่อความสุขและก็มีน้อง ๆ ในวง ที่เขายังอยากไปต่อกับผมอยู่ ผมทำให้พวกเขา เพื่อเราทำทุกวันนี้จะอยู่กับเราไปจนวันตาย เพื่อจิตวิญญาณของเรา ให้เรามีความสุขแต่ละวัน ตื่นขึ้นมายังมีความหมายในแต่ละวัน ตื่นมาแบบเป็นผู้ให้ เราเป็นผู้รับมาตลอดชีวิตกว่า 40 ปี ตอนนี้เราเป็นผู้ให้บ้าง เพราะมันเหลืออีก 20 ปี ผมก็ตายแล้วมั้ง”

“คือถ้าให้ผมอยู่เพื่อให้คนเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวผมไม่เอาดีกว่า อย่ามาดึงผมไว้นะ ถ้าผมป่วยก็ปล่อยให้ผมไปตามธรรมชาติ อย่ามาเลี้ยงไข้ไม่เอา ผมวางแผนไว้หมดแล้ว อย่างทุกวันนี้ผมดูแลพี่ชาย เห็นพี่แล้วมันทรมาน ผมบอกเลยผมไม่เอาแบบนี้ ผมไม่เอา ถ้าไปไปเลย ปรากฎว่าไปแบบนั้นดีกว่า ไปโดยธรรม” 

ลูกอยากให้เลิกรับงานไหม? “ลูกขออย่างเดี๋ยวว่าพ่ออย่าดื่มมากแค่นั้นเอง ผมให้คำตอบว่าจะพยายาม คนทำเหล้าทำเบียร์ขายจะไม่ดื่มได้ยังไงล่ะ”

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ชวน ‘ช่อ พรรณิการ์’ แต่งชุดไทย จัดใหญ่จัดเต็ม!! ลบภาพจำนักการเมืองสาวไปได้เลย

(10 ส.ค.66) สร้างความฮือฮาให้กับเเฟนคลับที่พบเห็นสุด ๆ เมื่อ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ได้ชวนนักการเมืองสาวสวยอย่าง ‘คุณช่อ พรรณิการ์’ มาสวมใส่ชุดไทยเเบบจัดเต็ม โดยโพสต์นี้ ‘เกรซ’ ได้เขียนเเคปชัน ระบุว่า..

“รถทาเลนท์ ทุ่มนึงวันนี้ มีความจัดใหญ่จัดไท๊ยพี่ช่อ พรรณิการ์มาขึ้นรถโชว์มาเลนท์รำแบบสับตีขิม แบบสับคุยแบบสับ ฟาดฉ่ำมาก555 ไม่อยากให้พลาด ไปสับรอติดตามเลย YT : Gracekanklao Official ค่า ใด ๆ ขอขอบคุณชุดฉุยฉายอลังการงานสร้างจากอาจารย์ @missgapa และชุดไทยงดงามของฉันกับแม่ฝน @beer_barbara ค่า”

‘ลุงป้อม’ ร่วมประชุม 2 คณะ ลุยเดินหน้าแก้ภาวะโลกร้อนทุกมิติ พร้อมผลักดัน ‘เมืองศรีเทพ’ สู่มรดกโลก เพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยว-ศก.

(10 ส.ค. 66) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม 2 คณะ ต่อเนื่องกัน ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) และคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเข้าร่วมประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การประชุม กนภ. ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า การจัดทำแผนปฎิบัติการลดก๊าซเรือนกระจก ของประเทศ ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วม (NDC) ซึ่งจะมีการใช้เทคโนโลยีการดักจับ และการกักเก็บคาร์บอน โดยเร่งผลักดันโครงการนำร่องที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ (Arthit CCS) ที่มีศักยภาพกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 0.7-1ล้านตัน คาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และได้มีการพิจารณาเห็นชอบร่างความตกลงการจัดตั้งศูนย์อาเซียน ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาเซียน (ACCC) ซึ่งจะมีการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ครั้งที่ 17 ห้วง 22-24 ส.ค.66 ณ สปป.ลาว และเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก Climate Club เพื่อเป็นเวทีระหว่างรัฐบาลสำหรับแลกเปลี่ยนนโยบายแนวปฏิบัติการดำเนินงานและองค์ความรู้ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยเริ่มจากภาคอุตสาหกรรม และจะมีการเปิดตัวในการประชุม COP 28 ที่เมืองดูไบต่อไป ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้คณะกรรมการฯ มีการติดตาม และรายงานการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ประชุมต่อเนื่อง คณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก โดยรับทราบความคืบหน้าการนำเสนอ ‘อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท’ จ.อุดรธานี เป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งจะได้มีการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ในปี 2567 ต่อไป จากนั้นได้มีการพิจารณาเห็นชอบ กำหนดท่าทีของไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ที่จะมีขึ้น ห้วง 10-25 ก.ย.66 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งจะมีการพิจารณา ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ จ.เพชรบูรณ์ ให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย (แหล่งที่4) และไทยจะมีแหล่งมรดกโลกเพิ่มขึ้นเป็นแหล่งที่ 7 ด้วย

พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณ คณะกรรมการฯ, คณะทำงานฯ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันผลักดัน ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และมีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ ถือเป็นผลงานที่สำคัญและมีคุณค่ายิ่งต่อประเทศชาติและคนไทย เพราะจะสร้างความภาคภูมิใจ ความรักและความหวงแหนต่อแหล่งดังกล่าว ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งเป็นที่รู้จักและสนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ ที่จะได้รับการยกย่องและ สร้างแรงจูงใจในการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนและประเทศชาติได้ต่อไป

‘รัฐบาล’ ประกาศลดขั้นตอนวีซ่า อำนวยความสะดวก แก่ นทท. หลังยอด นทท.6 เดือนแรกพุ่ง โกยรายได้กว่า 6 แสนล้านบาท

(10 ส.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทยมีมากต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว 31 ก.ค.- 6 ส.ค. เฉลี่ยวันละ กว่า 8 หมื่นคน

โดยยอดนักท่องเที่ยวสะสมแตะ 16 ล้านคนแล้ว พบ 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยจำนวนสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานสนับสนุนนโยบาย อำนวยความสะดวก กระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดการสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 663,862 ล้านบาทโดย นักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย 2,513,520 คน จีน 1,935,241 คน เกาหลีใต้ 945,217 คน อินเดีย 913,479 คน และรัสเซีย 869,998 คน

สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากจีน เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด จำนวน 95,581 คน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 73,810 คน เกาหลีใต้ 37,754 คน อินเดีย 27,707 คน และเวียดนาม 25,717 คน สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน โดยกระทรวงการต่างประเทศได้เพิ่มความสะดวกในการขอรับการตรวจลงตรา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งได้มีการลดขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยได้ปรับลดเอกสารประกอบการยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวพร้อมกับลดระยะเวลาการพิจารณาการตรวจลงตราเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่

1.) ลดเอกสารประกอบการยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวเหลือเพียง 6 รายการ ประกอบด้วย หน้าหนังสือเดินทาง, รูปถ่าย, บัตรโดยสารเครื่องบิน, ที่พัก, เอกสารยืนยันที่อยู่ และหลักฐานทางการเงิน 

2.) ลดระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติการตรวจลงตราจาก 14 วันทำการเหลือ 7 วันทำการ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบเอกสารประกอบการขอรับการตรวจลงตรา ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบและการพิจารณาอนุมัติการตรวจลงตรามีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างดี จนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้น เป็นไปตามคาดการณ์ และแม้ในช่วงนอกฤดูกาล ก็ยังมีตัวเลขนักท่องเที่ยวที่น่าพอใจ จากการดำเนินนโยบายการจัดกิจกรรมสนับสนุนการท่องเที่ยว ที่สอดรับกับความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รวมถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการนำเสนอความงดงามของประเทศ และไมตรีภาพที่มีต่อผู้มาเยือน ซึ่งจากผลการสำรวจของเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ ประเทศไทยอยู่ในความสนใจอันดับต้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง” น.ส.รัชดา กล่าว

‘อ๊อฟ ชนะพล’ โพสต์เดือด ฝากถึงคนโกงเงิน-เบี้ยวเงิน เตือน!! เตรียมตัวชดใช้กรรม หลังตนใจเย็นมานานนับปี

(10 ส.ค.66) ออกมาโพสต์เดือดสุด ๆ สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘อ๊อฟ ชนะพล สัตยา’ กลางเฟซบุ๊กส่วนตัว คาดถูกเบี้ยวเงินค่าจ้าง ทั้งที่โทรไปตามแล้ว แต่อีกฝ่ายทั้งไม่รับและไม่คุย จนเจ้าตัวหัวร้อนสุด ๆ โดย ‘อ๊อฟ’ ได้โพสต์ระบุว่า... 

“ใครที่โกงผม ใครที่เบี้ยวเรื่องเงินผม เตรียมตัวได้เลยครับ ต้องชดใช้กรรม #ไม่ได้ร้ายเเต่อย่าให้ร้าย #ไอ้พวกไม่รับไม่คุยไม่โทรไม่จ่ายไม่ผ่อน” 

ซึ่งใต้โพสต์มีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจแน่น อาทิ ใจเย็นพี่ชาย, ต้องเอาครับ เราทำงานมา เหนื่อยยาก กว่าจะได้เงิน, สู้ ๆ เราเต็มที่กับงานเราก็ต้องได้สิ่งตอบแทนที่ดีลกันไว้ พวกเอาเปรียบคนไม่โอเค, จัดหนักเลยค่ะพี่อ๊อฟ ฯลฯ ซึ่งนักแสดงหนุ่มได้ตอบกลับเช่นกันว่า ตนใจเย็นมาเป็นปีแล้วเช่นกัน

‘ดร.ธรณ์’ สลดใจ!! หลังเห็นภาพหมอกวาดก้อนน้ำมันให้เต่าตนุ ชี้ ควรรักษาคุณภาพชายฝั่งให้ดี ก่อนธรรมชาติพินาศในพริบตา

วันนี้ (10 ส.ค.) เฟซบุ๊ก ‘Thon Thamrongnawasawat’ หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ภาพคุณหมอผู้ดูแลสัตว์ทะเลหายากกำลังค่อย ๆ กวาดก้อนน้ำมันออกมาจากคอน้องเต่าตนุตัวน้อย เป็นอะไรที่บาดใจผมมาก และคงบาดใจเพื่อนธรณ์คนรักทะเลสุด ๆ เท่าที่ทราบ เธอเป็นเต่าตัวที่ 3 แล้วที่โดนคราบน้ำมันที่ภูเก็ต และตัวหนึ่งตายไปแล้ว

ตั้งแต่เริ่มทำงานทะเลมาถึงวันนี้ เกือบ 40 ปี ผมคิดไม่ออกว่าเคยมีกรณีไหนในทะเลไทยที่เต่าโดนคราบน้ำมันมากถึงขนาดนี้ จึงไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ผ่านเลยไป เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องน่าสงสารจัง ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เราใช้ SDG เป็นตัวชี้วัดอะไรหลายประการ เรายังลงนามและเข้าร่วมในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก แต่เต่าทะเลไทยที่เกยตื้นเป็นจำนวนมากมีขยะติดตัว ไม่ว่าภายนอกหรือภายใน ยังมาโดนซ้ำเติมด้วยคราบน้ำมัน หากเต่าน้อยร้องเป็นภาษาคนได้ เธอคงกรีดร้องว่าจะซ้ำเติมกันไปถึงไหน เธอร้องไม่ได้ แต่แววตาของเธอบอกได้ ลองดูแววตาของเธอสิครับ

ทราบดีว่าทุกฝ่ายกำลังพยายามหาที่มาของคราบน้ำมัน เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ก็พอทราบว่าโอกาสเป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะที่คาดการณ์ว่าเหตุเกิดในระยะห่างฝั่งเกิน 100 กิโลเมตร เรือคงไปไหนถึงไหน (ข้อมูลช่วง 26 ก.ค. - 3 ส.ค. มีเรือ 81 ลำ) ด้วยระบบที่เรามี คงพอบอกได้ว่าเรายังไม่สามารถดูแลชายฝั่ง ดูแลน้องเต่าของเราให้ปลอดภัยจากมลพิษร้ายแรงในทะเล และหากเราไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ชายฝั่งมูลค่าท่องเที่ยวหลายแสนล้านต่อปี ยังสุ่มเสี่ยงต่อความพินาศในพริบตา สรรพสัตว์ต่าง ๆ ระบบนิเวศในทะเลก็ยังคงพึ่งเพียงโชคว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น

เราต้องลงทุนเพื่อเข้าใจและปกป้องทะเลให้มากกว่านี้ รู้จักกระแสน้ำ คลื่นลม รู้พื้นที่สุ่มเสี่ยง หาทางปรับปรุงการเฝ้าระวัง เตือนภัยล่วงหน้า เรื่อยไปจนถึงการรับมือแก้ไขที่ปลายเหตุ เช่น การช่วยชีวิตสัตว์หายาก มันจึงไม่ใช่แค่ความสงสาร มันเป็นมากกว่านั้นเพราะเรายังสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นได้ แต่ ณ ตอนนี้ คงได้แต่ขอบคุณและให้กำลังใจคุณหมอและทุกคนผู้เกี่ยวข้องต่อไปการกรอกน้ำมันดินใส่ปาก เป็นบทลงโทษที่มีอยู่ในนรก สำหรับผู้ที่ทำบาปแสนสาหัสเจ้าเต่าน้อยทำบาปอันใด”

'เสือดำแม่ลูก' โชว์ตัวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สะท้อน!! ความสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าหวนคืน

(10 ส.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก 'บ้านกร่าง แคมป์' สถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้โพสต์ภาพชุดซึ่งเป็นผลงานภาพถ่ายของ นายกิตติพงษฺ งามจริง เป็นภาพแม่เสือดำและลูกๆอีก 2 ตัว ทำให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทั้งนี้ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมายและต่างชมความน่ารักของแม่เสือดำและลูกๆ 

‘ชัยวุฒิ’ ย้ำ กม.ใหม่ ไม่ต้องรอแจ้งความ ให้ธนาคารอายัดบัญชีได้ทันที ลดความเสียหาย

(10 ส.ค. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า  เรื่องการอายัดบัญชีหรือระงับบัญชีม้า เราได้มีการแก้กฎหมายออกเป็นพระราชกําหนดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งให้อํานาจธนาคารสามารถระงับบัญชีได้เลยเมื่อมีเหตุอันสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า หรือมีประชาชนที่โดนหลอกลวงแจ้งไปที่ธนาคาร ทางธนาคารก็ต้องระงับบัญชีเลย เมื่อพูดคุยแล้วสอบถามแล้วเป็นบัญชีม้า มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ธนาคารต้องระงับบัญชีเลยตามกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้แก้ไขไปแล้ว 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่มีผู้ไปร้องและธนาคารไม่ยอมรับอายัดบัญชีนั้น นายชัยวุฒิ ให้ความเห็นว่า คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะถูกต้อง ต้องไปตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับสมาคมธนาคารไทยแล้ว และเข้าใจว่าทางธนาคารทุกแห่งก็ทราบแล้วก็มีการปรับปรุงระบบการทํางานให้มีการรับแจ้งความหรือรับเรื่องร้องเรียน เพื่อจะได้ระงับบัญชีม้าได้เลย โดยไม่ต้องมาดําเนินคดีหรือแจ้งตํารวจก่อนไประงับบัญชีที่ธนาคาร ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดึงเงินกลับมาได้มากที่สุด พูดง่าย ๆ ก็เพื่อไม่ให้บัญชีเหล่านี้ไปสร้างความเสียหายให้ประชาชนต่อไปนั่นเอง

“ผมคิดว่า ธนาคารทุกธนาคารทราบและมีระบบรองรับอยู่แล้ว ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวจะไปตรวจสอบอีกครั้ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของ ประชาชนที่ได้รับ link ส่ง link ส่งไลน์ โทรมาคุยจากมิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นกรมโน้นกรมนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือบางทีก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือส่งอีเมลมาก็ตาม ผมก็ฝากเตือนทุกคน ว่าอย่าไปเชื่อ เจ้าหน้าที่และหรือหน่วยงานต่าง ๆ ไม่มีใครโทรหาประชาชนเพื่อไปให้ทําธุรกรรมต่าง ๆ ถ้ามีก็จะติดต่อไปเป็นเอกสารหรือเป็นอะไรต่าง ๆ แล้วให้ท่านพยายามติดต่อธนาคารทําธุรกรรมต่าง ๆ ทุกเรื่อง ให้เข้าไปที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคารหรือของหน่วยงานนั้นโดยตรง อย่าไปติดต่อผ่านคนที่โทรมาหาท่าน เพราะในความเป็นจริงไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนของหน่วยงานรัฐโทรไปหาประชาชน มีแต่เป็นคนร้ายทั้งนั้น ไม่ต้องไปคุยไม่ต้องไปฟังเลย เสียเวลา แล้วก็อาจจะโดนหลอกด้วย

อย่างไรก็ดี จากในข่าวที่มีเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลกรมที่ดิน ในส่วนนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ของกระทรวงดิจิทัลฯ จะเข้าตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลจริงหรือไม่ หรือเป็นเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินนำข้อมูลไปขายซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่ามีความผิด ฝากเตือนยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เก็บข้อมูลประชาชนต้องเก็บให้ดี อย่านำข้อมูลไปขายจะมีโทษมีความผิด และจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

‘รมว.เฮ้ง’ สั่งกวาดล้างต่างชาติแย่งงานคนไทย เร่ขายสินค้า ย่านอนุสาวรีชัยฯ - ซอยอารีย์

(10 ส.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีพบข้อร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่ามีแรงงานต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพเร่ขายสินค้า ทั้งรถเข็นขายสินค้าบนฟุตบาท และมอเตอไซค์พ่วงข้าง ย่านอนุสาวรีชัยสมรภูมิ และซอยอารีย์ เป็นจำนวนมากนั้น กระทรวงแรงงานขอย้ำเตือนอีกครั้งว่างานเร่ขายสินค้า เป็นอาชีพที่คนต่างชาติห้ามทำโดยเด็ดขาด ซึ่งระบุไว้ในประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ หลังทราบเรื่อง ตนไม่นิ่งนอนใจได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างชาติบริเวณพื้นที่ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อดำเนินคดีคนต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมายแย่งอาชีพคนไทย 

“งานที่ห้ามแรงงานต่างด้าวทำมีทั้งสิ้น 40 งาน แบ่งเป็น งานที่ห้ามทำเด็ดขาด 27 งาน และงานที่ให้คนต่างด้าวทำได้โดยมีเงื่อนไข 13 งาน ซึ่งงานเร่ขายสินค้า อยู่ในบัญชีที่ 1 งานที่ห้ามทำเด็ดขาด หากตรวจพบการฝ่าฝืนกฎหมาย คนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ และนายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาทต่อคน ต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 - 200,000 บาทต่อคน ต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานรับข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบย่านอนุสาวรีชัยสมรภูมิ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ที่ผ่าน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน พบว่าบริเวณดังกล่าวมีร้านค้าแผงลอย และรถเข็นผลไม้ที่มีคนลักษณะคล้ายคนต่างชาติกำลังทำงานอยู่ จำนวน 4 ร้าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พบนายจ้างกระทำความผิดรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน จำนวน 2 ราย และคนต่างชาติกระทำความผิด จำนวน 5 คน ประกอบด้วยสัญชาติเวียดนาม 2 คน สัญชาติลาว 2 คน และสัญชาติกัมพูชา 1 คน ในจำนวนนี้  3 คน มีเอกสารการเข้าเมืองถูกต้องแต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และอีก 2 คน ไม่มีเอกสารใด ๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ หากพบเห็นการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยผิดกฎหมาย หรือพบคนต่างชาติลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย โปรดแจ้งเบาะแสมาที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน อาคารกระทรวงแรงงาน ชั้น 4 โทร. 023541729 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือ ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วน 1694 กรมการจัดหางาน” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

‘เป๊ก ผลิตโชค’ ตื้นตัน!! แฟนคลับรวมตัวฉลองวันเกิด 39 ปี ล้นทะลักถึงหน้าตึกแกรมมี่ พร้อมโปรเจกต์เบิร์ดเดย์สุดอลังการ

(10 ส.ค. 66) เป็นอีกวันที่อบอุ่น สำหรับวันพิเศษครบรอบวันคล้ายวันเกิดศิลปินสุดฮอตขวัญใจมหาชน ‘เป๊ก ผลิตโชค’ โดยปีนี้ 'เป๊ก' มาร่วมฉลองพร้อมแฟน ๆ ที่รวมตัวเพื่อมาอวยพรวันเกิดกันอย่างเหนียวแน่นบริเวณล็อบบี้ ล้นทะลักไปถึงหน้าตึกแกรมมี่ ร้องเพลงเบิร์ดเดย์เสียงดังสนั่นตึก

พร้อมด้วยโปรเจกต์วันเกิดมากมาย ทั้ง wrap รูปหล่อ ๆ ทั่วตึกแกรมมี่ฯ, รถแห่บอกรัก, และโปรเจกต์บุญต่าง ๆ ที่ยังคงทำประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี บรรยากาศเต็มไปด้วยอบอุ่น สัมผัสได้ถึงความรักที่ทั้งเป๊กและแฟน ๆ ที่มีต่อกัน ทิ้งท้าย 'เป๊ก' มีแอบสปอยล์ร้องเพลงซิงเกิลใหม่ Night Bird ที่จะปล่อยเร็ว ๆ นี้ เป็นการตอบแทนแฟน ๆ ที่มาส่งกำลังใจในวันพิเศษแบบนี้อีกด้วย

“ดีใจมาก ภูมิใจที่วันนี้ได้มาเจอคนที่เรารัก ขอมอบกำลังใจ และขอมอบสิ่งดี ๆ กลับไปให้ทุกคน เหมือนที่ทุกคนมอบให้ผลิตนะครับ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top