Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘อรรถวิชช์’ ชม!! รัฐบาลทำงานไว ‘ลดค่าไฟ-น้ำมันดีเซล’ ทันที จับตาดู ‘ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ - จัดการปัญหาเครดิตบูโร’

(15 ก.ย. 66) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินนโยบายลดค่าน้ำมันดีเซล ค่าไฟฟ้า และการทำงานของคณะรัฐมนตรีในวันแรก ผ่านรายการ ‘คุยข่าว ถึงเครื่อง’ ประจำวันที่ 14 ก.ย. 66 เผยแพร่ผ่านช่องทางรับชมในเครือ THE STATES TIMES, คุยถึงแก่น, เปรี้ยง, NAVY AM RADIO / MAYA Channel ช่อง 44 และ FM101 โดยมี นายไอยรา อัลราวีย์ บรัศว์ตฤณ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยนายอรรถวิชช์ ได้กล่าวว่า…

“ผมดูในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลแล้ว และคิดว่ารัฐบาลเข้าใจว่าประเทศปัจจุบันอยู่ในฐานะวิกฤติเศรษฐกิจหลังจากโควิด เขาก็ต้องการจะให้ผลักเงินทุกอย่างออกมาโดยเร่งด่วนที่สุด เพราะฉะนั้นผมคิดว่านโยบายที่จะได้เห็นคือนโยบายเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท อันนี้เห็นชัดแน่” 

“ต่อมาคือมาตรการที่ออกมาในมติ ครม. วันแรก เป็นมาตรการที่เรียกว่า ‘กระชากลดค่าใช้จ่ายทันที’ เช่น ลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2.50 ซึ่งเข้าใจว่าจะเริ่มเลย ที่เขาทําได้เพราะว่ารัฐบาลมีอำนาจเต็มมือ ก่อนหน้านี้เป็นการงดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่ปรากฏว่าการคําสั่งงดจัดเก็บมันสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม และเราก็ยังไม่มีรัฐบาลสักที ก็เลยออกมาตรการใหม่ไม่ได้ แต่พอรัฐบาลใหม่มีอํานาจเต็มมือ ก็สามารถจะทุบโต๊ะได้เลยว่า งดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอีก 2.5 บาท เพราะฉะนั้นมันเลยทําให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงต่ำกว่า 30 บาททันทีเลย”

“อันที่สอง ก็คือเรื่องของค่าไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าลดลงจาก 4.45 ลดเหลือ 4.10 อันนี้ก็ทําทันที ผมมองว่า อันนี้เจ๋ง เพราะปกติแล้วราคาค่าไฟมันจะถูกทบทวนทุกรอบ 4 เดือน รัฐบาลใหม่ก็ประกาศลดทันทีในรอบนี้ (ก.ย. - ธ.ค.) ไม่ไปรอรอบหน้า (ม.ค. - เม.ย.) ผมว่าอันนี้ดี แหวกกติกาเดิม ๆ ดี” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวเพิ่มเติมเรื่องค่าไฟฟ้าแพงว่า “เรื่องค่าไฟฟ้า คำถามคือค่าไฟผันผวนขึ้นลงเพราะปัจจัยใด? มันผันผวนตามราคาแก๊สธรรมชาติ หรือค่าเงินบาทเรามันอ่อนค่าแข็งค่า มันจะส่งผลต่อราคาไฟฟ้า ซึ่งปกติจะทบทวนราคาแก๊สบวกค่าเงิน ทุก ๆ 4 เดือน แต่ว่าเขาประกาศวันนี้ เขาทำวันนี้เลย ผมคิดว่าอันนี้ดี ก็ทําให้ค่าไฟลดลง มาได้เป็น 4.10 บาท”

ต่อมา นายอรรถวิชช์ แสดงความคิดเห็นเรื่องการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว โดยระบุว่า เขาจะฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนกับคาซัคสถาน คือ 1 ปี ไม่ต้องขอวีซ่าให้วุ่นวาย สามารถเข้ามา และ on arrival ได้เลย ส่วนสาเหตุที่ต้องดึงนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถาน ก็เพราะว่าในช่วงหน้าหนาวบ้านเขา เขาจะได้หนีหนาวเพื่อเดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งหากดูจากสถิติ นักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานเดินทางมาไทยค่อนข้างมากในช่วงหลายปี ก็มองว่ารัฐบาลกำลังพยายามทำนโยบายที่เรียกว่า ‘ควิกวิน’ หรือชัยชนะระยะสั้น ๆ เป็นเทคนิคการกระตุกให้คนเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงเรื่องการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ว่า “สำหรับเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เราควรทำอย่างจริงจังมาตั้งนานแล้ว แต่คณะกรรมการฯ ก็ต้องเป็นคนที่มีหัวคิดสร้างสรรค์พอสมควรถึงจะสามารถผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทยออกมาได้อย่างดี ที่ผ่านมาเราเน้นเรื่องการเซนเซอร์มากไป พอเจอฉากที่ไม่ดี หรือไม่ถูกใจก็ให้ตัดออก แต่หากมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ขึ้นมา ก็ควรต้องไปพิจารณาว่าจะส่งเสริม ผลักดันไปทิศทางไหน? แบบใด? จะเป็นการให้รางวัลหรือการสนันสนุนด้วยเงินก็ต้องมาพิจารณาอีกที”

“ยกตัวอย่างหนักไทยนะ ส่วนใหญ่จะเป็นการประชดประชันสังคม สะท้อนสังคม ดูแล้วเครียด ต่างจากของเกาหลีที่ทำออกมาจะไม่ใช่อารมณ์เครียด แต่จะมีน่ารัก สดใส เช่น การสอดแทรกภาพลักษณ์ของผู้ชายเกาหลีเข้าไปให้ดูสุภาพบุรุษ ทั้งที่จริง ๆ เขาก็ไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษแบบนั้นทั้งหมด แต่เกาหลีพยายามสอดแทรกและปั้นประชาชนให้เป็นแบบนั้น 10 ปีต่อมาก็เริ่มเห็นผล หรือการส่งเสริมการแปรงฟัน เราก็จะเห็นฉากแปรงฟันในซีรีส์หรือหนังเกาหลีบ่อย ๆ แม้แต่อาหาร หรือเคป็อปที่ดังระเบิดไปทั่วโลก ทั้งหมดที่พูดมาเป็นการส่งเสริมจากภาครัฐ หากผู้ผลิตมีฉากที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ทางรัฐก็จะจ่ายเงินสนับสนุน แต่ทางไทยยังไม่ได้เป็นแบบนั้น ดังนั้นหนังของเราก็จะเป็นการสะท้อนสังคม ไม่ได้เป็นการชี้นำสังคม” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า “สมัยก่อนไทยเรามีงบเข็มแข็งที่ใช้สนับสนุนทำหนังสุริโยไทย พระนเรศวร ในครั้งนั้นเป็นการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ก็ไม่ได้มีแค่แนวนี้ที่ต้องผลักดัน เราต้องผลักดันแนวอื่น ๆ ด้วย ต้องนำเสนอว่าประเทศไทยน่าอยู่อย่างไร คนไทยใจดีขนาดไหน มีความสร้างสรรค์อย่างไร อาหารบ้านเราน่ารับประทานแค่ไหน เราต้องสื่อสารออกมาให้ได้ ทุกวันนี้ไทยติดอันดับประเทศที่น่ามาเยือน ลองคิดดู หากเราทำซอฟต์พาวเวอร์เจ๋ง ๆ ออกมาได้ ประเทศเราจะเจ๋งขนาดไหน ผมเชื่อว่าต่อให้เป็นเกาหลี เราก็สู้ได้ครับ”

“อีกสิ่งที่ต้องสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดขึ้นคือการถ่ายทอดลักษณะนิสัยของคนไทย ที่ไม่ใช่การคอลเอาต์แบบรุนแรง โวยวาย แบบไทย ๆ ต้องเป็นการพูดด้วยความเป็นมิตร ยิ้มแย้ม ถ้อยทีถ้อยอาศัย และที่ต้องเน้นย้ำมาก ๆ เลยคือการคอร์รัปชัน ต้องปลูกฝังนิสัยคนไทยผ่านซอฟตค์พาวเวอร์เลยว่าการโกง รับเงินใต้โต๊ะ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ส่งเสริมนิสัยดี ๆ ให้คนไทย” นายอรรถวิชช์ กล่าวเสริม

นายอรรถวิชช์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายแบ่งจ่ายเงินเดือน 2 ครั้ง ว่า “มองว่าเป็นนโยบายที่ดี และคงเป็นทางเลือกให้ข้าราชการ คงไม่ได้บังคับ ซึ่งก็ถือว่าดี น่าจะช่วยลดการเป็นหนี้นอกระบบได้ แต่ว่าต้องรออีกสักนิด คงได้เห็นผลลัพธ์กัน”

นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงเรื่องเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลควรเร่งทำมากที่สุด โดยระบุว่า “เรื่องโครงสร้างไฟฟ้าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงและควรรีบทำ หากจะปรับราคาให้ลดลงในระยะยาว คือเราต้องหาแก๊สธรรมชาติแหล่งใหม่ เพราะแก๊สในอ่าวไทยเป็นตัวหลักในการผลิตไฟฟ้า และตรงช่วงตะเข็บไทย-กัมพูชาในอ่าวไทยมีทรัพยากรธรรมชาติสูงมาก ผมมองว่ารัฐบาลไทยควรเปิดฉากเจรจากับกัมพูชา และแบ่งทรัพยากรกัน เพราะถ้าแก๊สในอ่าวไทยหมดลง สิ่งที่เราจะเจอคือค่าไฟฟ้าพุ่งกระฉูด เนื่องจากต้องนําเข้าแก๊สอัดเหลว เป็นตัวแปรทำให้ค่าไฟแพง”

นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งผลักดัน โดยระบุว่า “ต้องการให้มีกฎหมายดูแลเรื่องข้อมูลเครดิต เรื่องแบล็กลิสต์ ผมมองว่านี่คือเส้นผมบังภูเขาที่หลายคนมองไม่เห็น แต่ว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ได้เสนอให้ยกเลิก แต่ต้องไม่นำประวัติหรือข้อมูลเครดิตที่ผ่านมาแล้วมาคำนวณหรือเป็นเกณฑ์วัดการกู้ครั้งใหม่ บางครั้งเราชำระหนี้คืนหมดแล้ว แต่ประวัติที่ผ่านมาไม่ค่อยดี ก็ถูกนำมาเป็นตัวตัดสิน ทำให้กูยืมครั้งต่อไปยากขึ้น ผมจึงอยากให้มีกฎหมายกำหนดให้ส่งแค่สกอร์ก็พอ ปิดหนี้เสร็จแล้ว คำนวณเป็นคะแนน และสถาบันการเงินก็ดูเพียงแค่สกอร์ตรงนี้ หรืออาจจะเสริมทางเลือกด้วยการดูวินัยทางการเงินอื่น ๆ ที่เราใช้จ่าย เช่นในช้อปปี้ ในไลน์ นำมาคำนวณเป็นสกอร์เพิ่มคะแนนได้”

“ทุกวันนี้คนติดแบล็กลิสต์รวมประมาณ 5 ล้านคน ช่วงโควิดที่ผ่านมา 3 ล้านคน เขาไม่มีทางหาเงินมาหมุนได้ ทางเลือกคือกู้ยืมนอกระบบ บางคนก็ต้องเป็นหนี้วนไป ไม่จบไม่สิ้น นี่จึงเป็นเรื่องที่ผมอยากฝากไปถึงรัฐบาล ส่วนทางพรรคชาติพัฒนากล้าก็ผลักดันเรื่องนี้เต็มที่ครับ”

ชมสัมภาษณ์เต็มได้ที่ : https://fb.watch/n2nexoZvTM/?mibextid=TFl8gu 

‘สุริยะ’ เร่งเพิ่มเที่ยวบิน รับนโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว ดันผู้โดยสารจีนเยือนไทยเพิ่ม 5 ล้านคน ช่วงไฮซีซั่นนี้

(14 ก.ย. 66) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงมอบนโยบายในการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมว่า นโยบายเร่งด่วนที่ตนจะต้องดำเนินการ คือ การเพิ่มตารางการบิน (Slot) และการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน เพื่อรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ

โดยขณะนี้ ได้มอบให้ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องนี้ ดำเนินการตามนโยบาย ซึ่งขณะนี้ทราบว่าได้มีการจัด Slot การบินสำหรับฤดูหนาวนี้สามารถเพิ่มเที่ยวบินได้มากขึ้นอย่างน้อย 15% ต่อสัปดาห์เมื่อเทียบกับ Slot ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวหลักอย่างตลาดจีน จะเพิ่มมากขึ้นกว่า 5 ล้านคน จากนโยบาย VISA Free สำหรับนักท่องเที่ยวจีนตลอดฤดูท่องเที่ยวที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ในส่วนของนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พิจารณาแนวทางปฏิบัติในการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า และประเมินผลกระทบต่อหนี้สาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปพร้อมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ต.ค.นี้

ขณะเดียวกันได้มอบหมายงานให้ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมดูแลรับผิดชอบแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยมี 8 กรม 12 รัฐวิสาหกิจ 2 หน่วยงานอิสระ ได้แก่ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีอำนาจในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวม 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.กรมเจ้าท่า (จท.) 2.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 3.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) 4.สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และ 5.บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด

ทั้งนี้ ได้ให้นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวม 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย

1.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
2.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.)
3.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
4.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
5.) บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด
6.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.)
7.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
8.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)

ส่วนที่เหลืออีก 9 หน่วยงานตนจะกำกับดูแล ประกอบด้วย
1.) กรมทางหลวง (ทล.)
2.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.)
3.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
4.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ‘ทอท.’
5.)กรมท่าอากาศยาน (ทย.)
6.)สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
7.)สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
8.)สถาบันฝึกอบรมระบบราง
9.) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม

'ภูมิธรรม' เด้งรับรัฐบาล ปรับลด 'ไฟฟ้า-น้ำมันดีเซล' ขอเวลา 15 วัน สินค้าหลายรายการจะลดราคาลงตาม

(14 ก.ย.66) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินเข้าทำงานที่กระทรวงพาณิชย์วันแรก ได้หารือกับข้าราชการระดับสูงเพื่อร่วมกันการแก้ไขวิกฤตของประเทศ โดยนโยบายเร่งด่วน คือ การดูแลราคาสินค้า เพราะคณะรัฐมนตรี ได้ออกมาตรการลดค่าไฟฟ้า และน้ำมันไปแล้ว ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าที่ควรจะปรับลดลงโดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ไปหารือกับผู้ผลิตสินค้าในรายละเอียด เพื่อให้ได้เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมชัดเจนภายใน 15 วัน และสามารถลดราคาได้ทันภายในต้นเดือนตุลาคม ทันเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้า ได้เชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาพูดคุยรับฟังข้อมูลเพื่อร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่ทำภายใน 6 เดือนนั้น ได้มอบให้กรมที่เกี่ยวข้องไปศึกษาทบทวนงานในส่วนที่รับผิดชอบ จะรองรับการขับเคลื่อนนโยบายนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร เพราะเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องการใช้จ่ายในระยะ 4 กิโลเมตร ที่จะกระทบกับประชาชน โดยจะต้องหาวิธีในการกระจายสินค้า หรือ เพิ่มแหล่งให้ประชาชนได้ซื้อสินค้า

ส่วนครอบครัวที่ได้หลายคน อาจจะรวมยอดได้ 50,000 - 1 แสนบาท แม้บางครอบครัว อาจจะมองว่าเป็นเงินไม่เยอะ แต่บางครอบครัวอาจจะเป็นมูลค่ามาก นอกจากจะใช้เพื่ออุปโภคบริโภคได้แล้ว ยังอาจจะสามารถสร้างเป็นธุรกิจเล็กๆ หรือ เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่หมุนเวียนได้ ซึ่งกรมที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าไปให้ความรู้การค้าขาย อาทิ รถพุ่มพวง ต่อยอดอาชีพได้

ทั้งนี้ ยังมีนโยบายสำคัญ 7 เรื่องที่ต้องเร่งดูแล คือ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้กับประชาชน การบริหารจัดการให้เกิดความสมดุล ระหว่างผู้บริโภค เกษตรกรและผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ต้องทำงานเชิงรุกและบูรณาการร่วมกัน แก้ไขข้อจำกัดของกฎหมาย ร่วมขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล wallet ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งขยับตัวเลขส่งออกให้ติดลบน้อยลง และผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้มากขึ้น โดยการแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้น อยู่ระหว่างพิจารณากันอยู่ โดยการบริหารงานของกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกันทำงานเป็นทีมเป็นสำคัญ

‘บิ๊กหิน’ สั่งสอบ 25 ตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยงกำนันนก พร้อมเร่งขยายผล จี้!! ต้องเสร็จเรียบร้อยภายใน 15 วัน

(14 ก.ย. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าหลังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย กรณีเหตุคนร้ายยิงสารวัตรตำรวจทางหลวงเสียชีวิตในบ้านพักกำนันนก พื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม ว่า ขณะนี้ผ่านมาแล้วหลายวัน ประกอบกับเซิร์ฟเวอร์เพิ่งกู้ได้ จะมีการเร่งรัดให้เร็วที่สุด ตนได้มอบให้หัวหน้าจเรตำรวจรับไป ซึ่งยังไม่ได้มีการรายงานขึ้นมา แต่มีการกำชับไป เพราะทำให้เสื่อมเสีย เสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทบต่อความเชื่อมั่นของหน่วยงาน เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความจริงให้ปรากฏ 

ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจและเป็นเรื่องที่อุกอาจมาก มีการกระทำความผิด ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อหน้าธารกำนัล และก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุหลายนาย ไม่ได้ทำการจับกุม ละเว้นการปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอย่างยิ่ง เลยกำชับให้ชุดทำงานให้เร่งรัดเร็วที่สุด จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เสียหายทุกอย่าง และกำชับให้ดำเนินการเร็วที่สุด ทำความจริงให้กระจ่าง พร้อมขยายผลไปด้วยว่าทำไมอย่างไรถึงไปที่งานเลี้ยง ไปทำไม ไปบ่อยไหม ไปเพราะเรื่องอะไร และรายงานผลให้ทราบภายใน 15 วัน

‘นนกุล’ ยิ้มรับกระแสจิ้น ‘แอฟ ทักษอร’ ลั่น!! เป็นพี่สาวที่สนิทที่สุด ส่วนโอกาสพัฒนาเป็นเรื่องอนาคต ถ้าเป็นคู่จริงเมื่อไหร่จะมาอัปเดต

(14 ก.ย.66) หลังจากที่ถูกจับตามองเรื่องความสัมพันธ์มาพักใหญ่ สำหรับ ‘นนกุล ชานน’ กับนางเอกสาวรุ่นพี่ ‘แอฟ ทักษอร’ ว่าเป็นเพียงคู่จิ้นหรือคู่จริงที่กำลังพัฒนาความสัมพันธ์กันอยู่ จะใช่หนึ่งเดียวในใจที่สาวแอฟเคยได้ให้สัมภาษณ์ถึงอยู่บ่อยครั้งแต่ยังไม่มีการเปิดตัวหรือไม่ ล่าสุด ‘นนกุล’ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้อีกครั้งว่า 

>> แฟนๆ รอดูซีรีส์เรากับพี่แอฟ?
“ผมยังไม่รู้ออนแอร์เมื่อไหร่ คิดว่าพฤศจิกายน–ธันวาคมนี้ น่าจะได้ดูกันครับ แฟนๆ ก็ถามถึงเยอะ เป็นกระแสใหญ่ๆ มาสองรอบแล้ว เหมือนได้ยินมาว่าทางประเทศจีนอยากออนพร้อมกับประเทศไทย ก็เลยน่าจะเป็นการทำงานประสานงานกันทั้งสองฝ่ายด้วยครับ ผมก็อยากดูเหมือนกันครับ”

>> คิดว่าทำไมแฟนๆ ถึงอยากดูซีรีส์ของเรากับพี่แอฟ?
“เพราะว่ากระแสที่มันเกิดขึ้น แล้วก็เนื้อเรื่องที่มันน่าสนใจ ประกอบกับรีเมกจากซีรีส์ที่โด่งดังมากๆ ในประเทศจีน ก็เลยคิดว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนติดตามกัน ก็ถ่ายมาเกินปีนึงแล้ว ถ่ายเสร็จประมาณสิงหาคมปีที่แล้ว”

>> ถ้าละครออนแอร์กระแสความจิ้นจะเพิ่มไหม?
“ก็เป็นไปได้ครับ (ยิ้ม) (ในเรื่องมีความกุ๊กกิ๊ก?) มีอยู่แล้วครับ เนื่องจากเป็นซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ จะมีความน่ารักไม่เครียดมาก”

>> ถามถึงคอมเมนต์ ‘อื้อหือ’ ที่เข้าไปคอมเมนต์ไอจีพี่แอฟ?
“ก็ชมพี่เขาครับ เขาสวยมากๆ”

>> พิมพ์สั้นๆ แค่นั้น?
“(หัวเราะ) ก็อยากพิมพ์ต่อครับ แต่ว่าเราเคยชมพี่เขาไปแล้ว นี่ก็เปลี่ยนคำไปเรื่อยๆ เปลี่ยนวิธีชมไปเรื่อยๆ ครับ (พี่แอฟเข้ามาคอมเมนต์ตอบ?) ก็ได้ เดี๋ยวคราวหน้าผมคอมเมนต์ตรงๆ เลย สวย สวยมากเลยครับ”

>> แฟนๆ จิ้นรู้สึกยังไง?
“ดีใจอยู่แล้วครับ ผมมองว่ายิ่งเราจะมีซีรีส์ด้วยกันด้วย ก็ยิ่งเป็นผลดีกับการที่มีแฟนๆ รอติดตามกระแสจิ้น”

>> คนเชียร์ให้คู่จิ้นเป็นคู่จริง?
“ถ้าในอนาคตมันพัฒนายังไง เดี๋ยวเป็นเรื่องของอนาคตครับ คำตอบดารามาก แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แหละ”

>> ตอนนี้พัฒนาไหม?
“ก็เป็นพี่ที่สนิทมากๆ คนนึงครับ (ที่สุดครับ?) ที่สุดครับ”

>> โอกาสพัฒนามีเยอะ?
“อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ครับ”

>> อยากพัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้ามีโอกาส?
“มันไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว ถ้าเกิดในอนาคตมันเกิดอะไรขึ้นก็เป็นเรื่องของอนาคตครับ เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถกำหนดได้อยู่แล้วครับ”

>> เห็นไหมกระแสเชียร์แรง?
“ใช่ครับ หวังว่าทุกคนจะรอติดตามนะครับ”

>> คนเชียร์เป็นคู่จริง?
“อ๋อ (หัวเราะ) (ดูเขิน?) เขินๆ ครับ พี่เขาเป็นคนสวย น่ารักอยู่แล้ว การที่มีคนจับคู่เรากับพี่เขามันก็เป็นสิ่งที่ดีครับ”

>> มีคุยกระแสจิ้นกับพี่แอฟไหม?
“มีครับ มีคุยกับพี่แอฟอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้วครับ พี่เขาก็แฮปปี้ครับ สุดท้ายมันเป็นไปในเชิงบวกก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วครับ”

>> กระแสบวกเยอะ?
“จริงๆ มีทั้งลบทั้งบวก แต่ว่าเราพร้อมรับฟังทุกคอมเมนต์”

>> เป็นไปได้ไหม คู่จริง?
“ก็ถ้าเป็นคู่จริงเมื่อไหร่ เดี๋ยวเรามาอัปเดตกันก็ได้ครับ (ยิ้ม)”

‘เศรษฐา’ ยัน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่มีการกู้เงิน ขอเวลาไม่เกิน 1 เดือน เพื่อสรุปแหล่งที่มา

(14 ก.ย.66) ที่กระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย และประชาชนกำลังเดือดร้อน ดังนั้น กระทรวงคลังก็มีหน้าที่ช่วยซัพพอร์ตในทุกๆ เรื่อง แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารกระทรวง 2 เรื่องคือ 1.การทำนโยบายต้องใช้งบประมาณเยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องวินัยการเงินการคลังสำคัญ ต้องตอบสังคมได้ว่านำเงินไปใช้อะไรบ้าง และในระยะยาวจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) หนี้สาธารณะ ควรมีสัดส่วนอย่างไรที่เหมาะสม

นายเศรษฐากล่าวว่า 2 เรื่อง วิธีการทำงานและเรื่องความเป็นธรรม เป็นเรื่องที่สำคัญที่รัฐบาลนี้จะให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการระบบเส้นสาย ระบบการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม และระบบการปูนบำเหน็จ เป็นเรื่องที่เราเห็นใจข้าราชการ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงการคลัง

“แต่ในวันนี้ผมมาพูดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการที่มีความสามารถเยอะ ทุ่มเทกายและใจตลอด หลายๆ คนก็ใฝ่ฝันตำแหน่งใหญ่ๆ ดังนั้น ใครที่มีผลงานที่ดีก็ควรจะได้รับการปูนบำเหน็จที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการกระทรวงที่สามารถออกไปภาคเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูงได้ แต่เลือกเสียสละเพื่อประเทศชาติ

“การที่ผู้มีอิทธิพลเข้ามามีเส้นสาย หรืออำนาจ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็จะเป็นเกราะกำบังให้ ทำให้ข้าราชการทำงานได้อย่างสบาย” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐากล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้หารือเรื่องเศรษฐกิจโดยทั่วไป และเรื่องนโยบายรัฐที่ออกมาแล้วต้องเจออุปสรรคบ้างก็จะหาทางแก้ไขและปรับวิธีการทำงานต่อไป

นายเศรษฐากล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตยืนยันว่าไม่มีการกู้เงิน ขณะเดียวกัน การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ จีดีพีเพิ่ม สัดส่วนหนี้สาธารณะก็อาจจะไม่เพิ่มหรือคงที่ รัฐบาลนั้นมีความตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็ต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“ยืนยันว่า 10,000 บาท ทำได้แน่นอน มีแหล่งเงินแน่นอน แต่ในรายละเอียดขอเวลาพิจารณานิดนึง แล้วจะมาชี้แจงให้ทราบภายในไม่เกิน 1 เดือนนี้ โดยจะใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ เป็นดาต้าเบสในการเขียนบล็อกเชนแอปใหม่

“สำหรับมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตตอนนี้ยังไม่อยากพูดไป เพราะเดี๋ยวไม่มีความชัดเจนแล้วหาว่าผมเป็นคนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ใจเย็นๆ นิดนึง ตอนนี้มีหลายออปชัน จึงจะไปดูให้ว่าออปชันไหนที่เหมาะสมสุดและมีผลกระทบในวงการน้อยที่สุด และยืนยันว่าไม่มีการกู้เงินแน่นอน” นายเศรษฐาระบุ

นายเศรษฐากล่าวว่า ส่วนนโยบายพักหนี้เกษตรกรที่ทำมา 13 ครั้งใน 9 ปีก็ยังต้องทำต่อไป รัฐบาลตระหนักดีว่าถ้าทำการพักหนี้ แต่ไม่ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ก็จะไม่เป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวตามที่ควร ดังนั้น รัฐบาลจึงอยากเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะถือเป็นภาคส่วนที่ใหญ่มาก มาตรการนี้ถือเป็นมาตรการแรกที่ออกมาช่วยเกษตรกร ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังทั้ง 2 คน ก็พยายามช่วยดู และหวังว่าจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องหนี้ต่อไป

“ขณะที่ปัญหาภาคส่วนอื่นๆ นั้นเดี๋ยวจะมีการคุยกันต่อแน่นอน แต่ตอนนี้ถ้าทำอะไรได้ก็จะทำการก่อน ผมไม่อยากคอยให้เสร็จทุกภาคส่วนแล้วค่อยประกาศก่อน บางส่วนจะได้สบายใจ ส่วนนี้หนี้อื่นๆ เดี๋ยวจะไปดูและจะมานำเสนอต่อๆ ไป ผมตระหนักดีถึงปัญหาทุกภาคส่วน” นายเศรษฐาระบุ 

‘สภาเม็กซิโก’ โชว์ร่างมัมมี่อายุพันปี หน้าตาคล้าย ‘มนุษย์ต่างดาว’ ด้านผู้ค้นพบ กร้าว!! “พวกเรากำลังเจอกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์

(14 ก.ย. 66) สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รวมถึงสื่อต่างชาติอีกหลายสำนัก ต่างรายงานข่าวน่าตื่นเต้น ซึ่งเกิดขึ้นกลางที่ประชุมสภาของเม็กซิโก เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังจากมีการนำร่างที่ถูกระบุว่า “ไม่ใช่ร่างของมนุษย์” จำนวน 2 ร่าง มาแสดงระหว่างการไต่สวนสาธารณะเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตนอกโลกของสภาเม็กซิโก ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในการนำเรื่องของมนุษย์ต่างดาวมาพูดในสภาเม็กซิโก

โดยนายเจมี เมาส์ซัน นักข่าวและนักวิจัยชาวเม็กซิกัน ซึ่งเป็นผู้ค้นพบซากฟอสซิลดังกล่าว ที่ประเทศเปรู เมื่อปี ค.ศ.2017 เป็นผู้นำซากฟอสซิลทั้งสองมาที่ประชุมสภาเม็กซิโก ซึ่งเป็นร่างสีเทา โครงหน้ามีความเหมือนกับมนุษย์ และมีนิ้วข้างละ 3 นิ้ว โดยมีกะโหลกศีรษะที่นูนออกมามากกว่ามนุษย์ทั่วไป

นายเมาส์ซัน กล่าวว่า ซากมัมมี่นี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่ไม่อยากเรียกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว เนื่องจากยังไม่รู้ความจริง พร้อมอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์คาร์บอน โดยมหาวิทยาลัยออโตโนมัสแห่งชาติ เม็กซิโก ที่ระบุว่า “ซากมัมมี่นี้ มีอายุมากถึงราว 1,000 ปี”

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์รายงานว่า เคยมีการค้นพบซากฟอสซิลในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว และถูกพิสูจน์ได้ในเวลาต่อมาว่า เป็นซากของ “มัมมี่เด็ก”

ขณะที่นายเมาส์ซัน ซึ่งได้ยกมือสาบานต่อสภาฯ ว่าจะพูดความสัตย์จริงต่อสภาฯ ระบุว่า สิ่งที่ปรากฏนี้เป็นที่แน่ชัดว่า เรากำลังเจอกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวโยงกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใดๆ บนโลกนี้ และอาจจะต้องมีการเปิดให้สถาบันวิทยาศาสตร์ใดๆ ทำการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ก่อนจะบอกว่า “เราไม่ได้อยู่ลำพัง”

การนำร่างมัมมี่ดังกล่าว ที่ดูเหมือนกับมนุษย์ต่างดาวมาแสดงในที่ประชุมสภา ทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลายบนโลกออนไลน์ ทั้งการแปลกใจ ความไม่เชื่อ และบางคนก็เยาะเย้ยการกระทำดังกล่าว เนื่องจากไม่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง

‘น้องต้นไม้’ นักเรียนนิวตัน Year 11 คว้า 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน ในการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก 2023 ที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน

ขอแสดงความยินดีกับ ‘น้องต้นไม้’ นักเรียนนิวตันจาก Year 11 ที่สามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขัน The Robot Challenge 2023 Global Robotic Competition ที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาได้ถึง 4 รางวัลด้วยกัน 👏🏻🏆

A hearty CONGRATULATIONS to N'Tonmai, Kittipat Srilekarat, from Year 11! He has truly showcased his robotic prowess by securing an impressive array of awards at the Robotchallenge 2023 Global Robotic Competition in Beijing, China! 🇨🇳🤖

N'Tonmai's achievements include :
🥈Silver Award in both the Line Follower Senior and Line Follower Adult categories
🥇First Prize in the Line Follower Enhanced Senior category
🥈Second Prize in the Line Follower Enhanced Adult category! 🌟🏆

Let's celebrate N'Tonmai's exceptional talent and his incredible success on the global robotics stage. These achievements are a testament to his dedication and the innovative spirit fostered at Newton Sixth Form! 🚀👏🌟

#CharacterMatters #TheNewtonSixthForm #Newtonians 
--------------
THE NEWTON SIXTH FORM
การแบ่งระดับชั้นเรียน⁣
NEWTON Junior : ป.1-ป.6
เทียบเท่า Year 2-7 หรือ GRADE 1-6

NEWTON Senior : IGCSE, A-LEVEL :⁣ ม.1-ม.6 ⁣
เทียบเท่า Year 8-13 หรือ GRADE 7-12⁣

‘เมย์ รัชนก’ ขอถอนตัวสู้ศึกแบดมินตัน ‘ฮ่องกง โอเพ่น 2023’ พร้อมสัญญาจะกลับมาแข็งแกร่งและสนุกในคอร์ตอีกครั้ง

(14 ก.ย.66) การแข่งขันแบดมินตันวิคเตอร์ ฮ่องกง โอเพ่น 2023 รายการเวิลด์ทัวร์ ระดับซูเปอร์ 500 ชิงเงินรางวัลรวม 420,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 14,700,000 บาท ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบสอง

‘เมย์ รัชนก อินทนนท์’ มือ 7 ของโลกชาวไทย ที่เอาชนะ เมียร์ บลิทเฟลดท์ มืออันดับ 13 ของโลกจากเดนมาร์ก มาได้ 2-0 เกม ในรอบแรกลงสนามพบกับ โก๊ะ จิน เหว่ย มือ 34 ของโลกชาวมาเลเซีย ปรากฏว่า เมย์ รัชนก ขอถอนตัวจากการแข่งขัน ซึ่งคาดว่าเจ้าตัวน่าจะมีอาการบาดเจ็บ

โดย ‘เมย์ รัชนก’ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลส่วนตัวระบุว่า “สำหรับฉันมันคือช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ แต่จะทำอย่างไรได้ ฉันจะกลับมาแข็งแกร่งและสนุกในคอร์ตอีกครั้งโดยเร็วที่สุด”

ด้าน ‘หมิว พรปวีณ์’ ช่อชูวงศ์ มือ 12 ของโลก พบกับ หวัง ซี่ยี่ มือวางอันดับ 8 ของรายการ มืออันดับ 11 ของโลกจากจีน ปรากฏว่า พรปวีณ์ ขอถอนตัวจากการแข่งขันอีกคนหลังจากแพ้เกมแรกไปก่อน 18-21 และตามหลัง 4-11 ในเกมที่สอง

ส่วนประเภทหญิงคู่ ‘กิ๊ฟ จงกลพรรณ กิติธรากุล’ กับ ‘วิว รวินดา ประจงใจ’ มือ 9 ของโลก เอาชนะ ริน อิวานากะ กับ คิเอะ นาคานิชิ มือ 17 ของโลกจากญี่ปุ่น 2-1 เกม 21-14, 14-21, 23-21 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปเจอ เพิร์ลีย์ ตัน กับ ธินาห์ มูราลิธารัน คู่มือ 6 ของรายการจากมาเลเซีย

‘MASTER’ ผนึกกำลัง ‘KIN Corp.’ เดินเกมรุกธุรกิจสื่อโฆษณา ขยายช่องทางการตลาด-เพิ่มขีดความสามารถ-รองรับการแข่งขัน

‘MASTER’ เดินเกมรุกเน้นโตแบบ Organic และ Inorganic ด้วยกลยุทธ์ ‘Merger and Partnership’ (M&P) ล่าสุดผนึกกำลัง ‘KIN Corp.’ ผู้นำธุรกิจสื่อโฆษณาออฟไลน์และออนไลน์ ปูพรมขยายช่องทางการตลาด เพิ่มขีดความสามารถธุรกิจรองรับการแข่งขัน พร้อมส่องภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณา หลังสถานการณ์ Covid-19 คลี่คลาย ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ชูสื่อนอกบ้าน-สื่อการเดินทาง รอบ 7 เดือนปี 66 เม็ดเงินโฆษณาโต 23% อยู่ที่ 9,032 ล้านบาท เชื่อธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก  

นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘MASTER’ โรงพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามครบวงจรชั้นนำของไทย ภายใต้ชื่อ ‘โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช : Masterpiece Hospital’ เปิดเผยถึงแนวทางการขยายโอกาสทางธุรกิจของ MASTER เน้นการเติบโตทั้ง Organic และ Inorganic ด้วยกลยุทธ์แบบ Merger and Partnership (M&P) มาประยุกต์ใช้ โดยวางหลักเกณฑ์ 3 เรื่องในการเข้าพิจารณาลงทุนกับพาร์ตเนอร์ ได้แก่

1.) ซื้อกิจการหรือธุรกิจที่มีเจ้าของเดิมยังบริหารต่อและต้องการเติบโตไปด้วยกัน
2.) เป็นกิจการหรือธุรกิจท้องถิ่น มีชื่อเสียง และความสัมพันธ์ที่ดีต่อพื้นที่นั้นๆ
3.) มีการทำงานร่วมกัน (Synergy) ระหว่างธุรกิจกับโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช

โดยล่าสุด บริษัทลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน บริษัท คิน คอร์ปอเรชัน จำกัด (KIN Corp.) ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 400,000 หุ้น หรือ 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเพิ่มทุนในราคาหุ้นละ 400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 160 ล้านบาท โดยมีแผนการใช้เงินเพื่อไปใช้ในการขยายกิจการ และคาดว่าจะดำเนินการเข้าลงทุนแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2567 

สำหรับการร่วมทุนในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญของ MASTER เนื่องจากมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงทีมผู้บริหาร นำโดย นายภาคิน วณิชภิรมย์ มีแผนธุรกิจอย่างชัดเจน แต่เดิมเน้นทำการตลาดกลุ่มลูกค้า Real Estate เป็นหลัก จึงมองเห็นโอกาสในการขยายเข้าสู่ตลาดกลุ่ม Health Care ให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากที่สุด  

“การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจของ MASTER ทำให้สามารถเพิ่มรายได้และยังสร้างประโยชน์ทางธุรกิจให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสการเติบโตในตลาดวงการศัลยกรรม ด้วยศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ จากการที่ KIN Corp. มีเครือข่ายและทำเลที่ตั้งโฆษณาครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ไปจนถึงต่างจังหวัดทั่วไทย ถือเป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่สำคัญ ซึ่ง KIN Corp. มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ มีความต้องการด้านสื่อโฆษณาสูง ทำให้มีโอกาสขยายฐานลูกค้า พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยงานบริการด้านต่างๆ กับกลุ่มลูกค้าหลากหลายประเภท” นายแพทย์ระวีวัฒน์ กล่าว

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MASTER กล่าวว่า ภายหลังจากการเข้าถือหุ้น KIN Corp. เสร็จสมบูรณ์ บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ พร้อมให้การสนับสนุน KIN Corp. ในทุกๆ ด้าน โดยคาดว่า KIN Corp. เริ่มสร้างผลกำไรให้ MASTER ได้ในไตรมาส 4/2566 เป็นต้นไป และจะรับรู้กำไรเข้าเต็มปี 2567 เป็นปีแรก

นายภาคิน วณิชภิรมย์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิน คอร์ปอเรชัน จำกัด (KIN Corp.) ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เปิดเผยว่า บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ MASTER เห็นโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน จนเกิดข้อตกลงร่วมทุนดังกล่าว  

“นอกจากสิ่งที่สัมผัสได้จากการแลกเปลี่ยนมุมมองในการทำธุรกิจแล้ว ผมมองว่า MASTER มีจุดแข็งเรื่องการพัฒนาคนในองค์กร ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับ KIN Corp. เพราะแนวทางการดึงศักยภาพของคนในองค์กร นำมาใช้ในเรื่องการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงความเข้าใจในเรื่องการพัฒนาคนในองค์กร เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้เพิ่มจากทีม MASTER” นายภาคิน กล่าว 

ด้านภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณา หลังสถานการณ์ Covid -19 คลี่คลาย ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยอ้างอิงจากรายงาน ‘นีลเส็น’ (Nielsen) ระบุว่าเม็ดเงินโฆษณา (Media Spending) ช่วง 7 เดือนแรก ปี 2566 มีมูลค่าเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 0.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่าอยู่ที่ 65,093 ล้านบาท แบ่งเป็น สื่อทีวี ยังคงเป็นสื่อที่มีสัดส่วนของการใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุด อยู่ที่ 57% คิดเป็นมูลค่า 34,483 ล้านบาท

รองลงมาเป็นสื่อดิจิทัล เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น 6% มูลค่าอยู่ที่ 16,031 ล้านบาท และตามมาด้วยสื่อนอกบ้าน และสื่อการเดินทาง เม็ดเงินโฆษณาโต 23% มูลค่าอยู่ที่ 9,032 ล้านบาท ดังนั้น KIN เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา เพราะด้วยโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน ลูกค้าต่างมองหาวิธีที่จะทำให้แบรนด์ของตนเองโดดเด่นและดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เช่น การลงทุนในการโฆษณา การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ หรือการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้บนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เป้าหมายสูงสุด คือ การเพิ่มการมองเห็นและเข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้ามากขึ้น 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ไป บริษัทวางแผนขยายตลาดในกลุ่ม Medical และกลุ่ม Health Care ที่ต้องการบริษัทผลิตสื่อที่ครบวงจร ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ หรือกลุ่ม Out of Home Media ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ KIN Corp. สนใจ จากเดิมที่ KIN Corp. มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม Real Estate ซึ่งบริหารโครงการอยู่ประมาณ 250 โครงการ แบ่งเป็นกลุ่มบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม 

ส่วนช่วงที่เหลือของปี 2566 ของ MASTER มีโอกาสร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหม่อย่างน้อยอีก 3 ราย โดยเชื่อมั่นว่าทุกดีลที่เกิดขึ้นจะสนับสนุนให้ MASTER เติบโตอย่างยั่งยืนแน่นอน นับตั้งแต่ต้นปี 2566 บริษัทเข้าไปลงทุนกิจการคลินิกเสริมความงาม ภายใต้ชื่อ ‘WIND Clinic’ ด้วยการเข้าลงทุน 40% รวมถึงลงทุนใน ‘Rattinan Medical Center’ ถือหุ้นสัดส่วนไม่เกิน 36% และบริษัท ด็อกเตอร์เชน เซอร์เจอรี่ ฮอสพิทอล จำกัด เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน 40%


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top