Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ปรับตำแหน่งสถานีราชวิถี Missing Link ย้ายจุดเพื่อเชื่อมต่อเข้า รพ.รามา โดยตรง!!

เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.67) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้า โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางช่วงบางซื่อ-มักกะสัน และบางซื่อ-หัวลำโพง ในส่วนของสถานีราชวิถี ที่จะมีการปรับตำแหน่งมาเป็นสถานีโรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า...

บอร์ดรถไฟ ตีกลับ #MissingLink ปรับตำแหน่งสถานีราชวิถี ทำไม? ย้ายตำแหน่งสถานีข้ามฝั่งแยก เพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร พร้อมเชื่อมต่อเข้า รพ.รามา โดยตรง!!

จากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่ การรถไฟฯ ได้เอาโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วง Missing Link บางซื่อ-หัวลำโพง-หัวหมาก เข้าที่ประชุมบอร์ด การรถไฟฯ เพื่อขออนุมัติ แต่ถูกสั่งให้กลับไปปรับแก้ตำแหน่งสถานีราชวิถี ให้เลื่อนมาทางใต้ของแยกราชวิถี เพื่อตรงกับโรงพยาบาลรามาฯ เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารและผู้ป่วยที่เดินทางมาโรงพยาบาลฯ 

ตามลิงก์นี้ 
https://www.thansettakij.com/business/economy/597004

ซึ่งจริงๆ เรื่องการเลื่อนตำแหน่งสถานีราชวิถีนี้ ได้เคยมีการศึกษาและออกแบบ และนำเสนอแผนในการประชุมของกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่กลางปี 2565 ซึ่งอาจจะเป็นกระบวนการ เพื่อให้บอร์ดรับทราบและตีกลับให้มาแก้ตามแผนที่ทำการศึกษาปรับตำแหน่งไป

>> รายละเอียดการย้ายตำแหน่ง สถานีราชวิถี

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ตำแหน่งสถานีราชวิถี เดิมตามการศึกษาสายสีแดง อยู่บริเวณ ด้านเหนือของแยก อุภัยเจษฎุทิศ ซึ่งจะติดกับกระทรวงพัฒนาสังคม 

แต่ในแผนการล่าสุด จะย้ายลงมาทางใต้ของแยก อุภัยเจษฎุทิศ ซึ่งจะเป็นบริเวณเดียวกับ ที่หยุดรถรพ.รามา ในปัจจุบัน

แต่ในตำแหน่งนี้มีข้อจำกัดที่ทับซ้อน กับสถานีรถไฟหลวงจิตรลดา และ ติดกับวังจิตรลดา ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมในด้านมุมมอง และความสูงของอาคารสถานี จึงทำให้ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบสถานี และทางขึ้น-ลง ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด

ซึ่งตามมติของ บอร์ดรถไฟ จะมีการเปลี่ยน เป็น สถานีโรงพยาบาลรามาธิบดี 

>> รูปแบบ สถานีโรงพยาบาลรามาธิบดี

จากแบบเดิม จะมีทางขึ้น-ลง 4 ด้าน แต่ตามข้อจำกัดของตำแหน่งใหม่ ทำการลดทางขึ้น-ลง ฝั่งถนนสวรรคโลก ติดกับวังจิตรลดา ออก ให้มาขึ้น-ลงฝั่ง ถนนกำแพงเพชร 5 เป็นหลัก 

พร้อมกับเชื่อมต่อกับอาคารศูนย์เชื่อมต่อใหม่ ของ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งจะติดกับสถานี และทำ Skywalk เชื่อมไปบนถนนราชวิถี ไปยัง Skywalk บนถนนพระราม 6 

พร้อมกับการแก้ไขรูปแบบสถานีให้มีผนังบังสายตา ฝั่งที่ติดวังจิตรลดา และสะพานเชื่อมโรงพยาบาลรามาธิบดี มีการทำผนังกั้น เพื่อเป็นไปตามข้อกำหนด ของสำนักพระราชวัง

ซึ่งจากการปรับแบบต่างๆ จะต้องมีการเพิ่มงบประมาณ อีก 400 ล้านบาท พร้อมกับมีการปรับแก้แบบให้สอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ซึ่งจะเป็นคนที่ก่อสร้างทางวิ่งใต้ดินเนื่องจากใช้โครงสร้างร่วมกัน

หวังว่าการปรับแบบสถานีเสร็จจะไม่ติดขัดอะไรและเริ่มเดินหน้าโครงการได้เร็วๆ นี้ 'ซักที' ครับ!!!

แต่งตั้ง 'สุรเกียรติ์ เสถียรไทย' นั่งนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.67) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า...

ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายภิรมย์ กมลรัตนกุล ให้ดำรงตำแหน่ง นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (1) แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ที่ประชุมสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่ 882 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 'นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย' ดำรงตำแหน่ง นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2567

ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล
รองนายกรัฐมนตรี

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดพิธีถวายภัตตราหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ในโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ฯ

ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2567  เวลา 09.30 น. พลเรือโท สุระศักดิ์  สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมผู้บังคับบัญชา  และกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุในโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิริบูรพาธรรมสถาน ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

มูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ร่วมกับกองทัพเรือ จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีกำลังพลของกองทัพเรือร่วมอุปสมบท จำนวน 73 นาย ซึ่งจะปฏิบัติธธรรม ศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิริบูรพาธรรมสถาน ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

#ทัพเรือภาคที่1  
#เทิดทูนสถาบัน_ ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_For_ The_Future

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นคุ้มครองประชาชนจากภัยอาชญากรรมไซเบอร์ เดินหน้า 'ล้มคน-ล้มเสา-ล้มบัญชี'

วันนี้ (7 มิถุนายน 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นนั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการปฏิบัติ 3 ด้านดังต่อไปนี้

- “ล้มคน” สืบสวนจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกลงทุน เว็บพนันผิดกฎหมาย โดยในห้วง 1 ต.ค.66 ถึง 30 เม.ย.67 ได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดรวมกว่า 14,826 คน

- “ล้มเสา” ร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. สืบสวนการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพที่ใช้ในการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง และสามารถยึดอุปกรณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพได้เป็นจำนวนมาก

- “ล้มบัญชี“ สืบสวนขยายผลผ่านเส้นทางการเงิน บัญชีม้า และมีการอายัดเงินอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 1 พ.ย.66 ถึง 30 เม.ย.67 อายัดเงินได้รวม 4,561,641,953 ล้านบาท และได้ร่วมมือกับ ป.ป.ง. เพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จากภัยอาชญากรรมทุกรูปแบบ และขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยหากประชาชนได้รับความเสียหายจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th เว็บไซต์เดียวเท่านั้น และที่หมายเลขโทรศัพท์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'เผ่าภูมิ' เปิดตัว 'หวยเกษียณ' ซื้อหวย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมยามเกษียณ ถูกรางวัลได้เงินทันที

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันไทยมีปัญหาประชาชนเข้าสู่วัยเกษียณ แต่ไร้เงินเก็บ ปัญหานี้จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของไทย และปัญหานี้แก้ไม่ได้ด้วยการอัดงบประมาณในรูปแบบเบี้ยคนชราจำนวนสูงๆ ซึ่งในที่สุดแล้วระบบงบประมาณไม่มีทางรับไหว

กระทรวงการคลังกำลังพิจารณานโยบาย “สลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ” หรืออาจเรียกสั้นๆว่า “สลากเกษียณ” หรืออย่างไม่เป็นทางการว่า “หวยเกษียณ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่รวมเอาลักษณะการชอบเสี่ยงดวงของคนไทยมาเป็นแรงจูงใจในการเก็บออมที่สามารถถอนเงินที่ซื้อสลากทั้งหมดออกมาได้ตอนเกษียณ (อายุ 60 ปี) โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น (สามารถเปลี่ยนได้ภายหลัง) ดังนี้

1. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ออกสลากขูดแบบดิจิทัล ใบละ 50 บาท เพื่อขายให้กับสมาชิก กอช. ผู้ประกันตน ม. 40 และแรงงานนอกระบบ (กลุ่มเป้าหมายจะเพิ่มเติมภายหลัง) ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อเดือน
2. สามารถซื้อสลากได้ทุกวัน แต่ออกรางวัลทุกวันศุกร์เวลา 17.00 น. ผู้ถูกรางวัลจะได้เงินรางวัลทันที โดยที่เงินค่าซื้อสลากถูกเก็บเป็นเงินออม แม้ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม
3. รางวัลของ “ทุกวันศุกร์” กำหนดดังนี้ (อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)
3.1. รางวัลที่ 1 จำนวน 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
3.2. รางวัลที่ 2 จำนวน 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
4. “เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดจะเป็นเงินออมของผู้ซื้อสลาก” (เงินสะสม) ซึ่งจะนำเงินส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับ กอช. โดย กอช. จะเป็นผู้บริหารจัดการเงินจำนวนดังกล่าว และเมื่อผู้ซื้อสลากอายุครบ 60 ปี จะสามารถถอนเงินทั้งหมดที่ซื้อสลากมาทั้งชีวิตออกมาได้

นโยบายนี้จะเข้าแก้ไขปัญหาคนไทยแก่แต่จน แก่แต่ไม่มีเงินเก็บ เพราะการออมภาคสมัครใจในปัจจุบันไม่ได้ผล ต้องอาศัยการออมที่ผูกกับแรงจูงใจ

ซื้อสลาก ถูกกฎหมาย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมยามเกษียณ ถูกรางวัลได้เงินเลย ไม่ถูกทุกบาททุกสตางค์จะถูกเก็บเป็นเงินออมยามเกษียณ ซื้อมาก ได้ลุ้นมาก มีเงินออมมาก

นโยบายนี้อยู่ระหว่างขัดเกลารายละเอียด และต้องใช้เวลาในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ( 6 เดือน – 1ปี) ไม่เกิดขึ้นเร็วอย่างแน่นอน แต่จะเร่งรัดให้เร็วที่สุด 

ศรชล.ภาค 1 ฝึกซ้อมลำเลียงผู้ป่วยจากเหตุเรือไฟไหม้ในทะเล

เมื่อ 6 มิ ย.67 ศรชล.ภาค 1 โดยนายธวัชชัย ศรีทอง ผอ.ศรชล.จว.ชบ./ผวจ.ชลบุรี น.อ.พินัย จินชัย รอง ผอ.ศรชล.จว.ชบ., น.อ.คงศักดิ์ อยู่คง หน.ศคท.จว.ชบ. และกำลังพล ศรชล./ศคท.จว.ชบ. พร้อมด้วย เรือปฏิบัติการความเร็วสูง ของ ศรชล.ภาค 1 รวมกำลังพล 15 นาย ร่วมการฝึกซ้อมแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางทะเลโดยเรือ ประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมลีลาวดี 1 ชั้น 5 อาคารอนุสรณ์ 100 ปี และบริเวณสถานที่ฝึกท่าเรือสำหรับรับผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

โดยมี รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผช.เลขาธิการสภากาชาดไทย และ ผอ.รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นประธานเปิดการฝึก มี นพ.ขจรยุทธ์ บางท่าไม้ แพทย์เวชศาสตร์ทางทะเลฯ รพ.สมเด็จฯ ณ ศรีราชา เป็นผู้อำนวยการฝึกฯ

โดยได้มีการบรรยายถึง การขนส่งวัตถุและสินค้าอันตราย ในอุตสาหกรรมพาณิชยนาวี มีนายภาณุวัฒน์ ผิวพรรณ สจป. เป็นวิทยากร มีการบรรยายถึงขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสินค้า มีนายเลิศชาย อินทรชิต หัวหน้าแผนกการจัดการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นวิทยากร 

มีการบรรยาย ถึงขั้นตอนการลำเลียงผู้บาดเจ็บทางทะเล โดย น.อ.ณัฐศักดิ์ วรเจริญศรี หน.กองปฎิบัติการ ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล  รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นวิทยากร 

โดย นายธวัชชัย ศรีทอง ผอ.ศรชล.จว.ชบ./ผวจ.ชลบุรี ได้เดินทางมาสังเกตการณ์การฝึก และลงเรือ ศรชล.4001 ชมการฝึกลำเลียงผู้ป่วย จากเรือ Pilatus 33 ซึ่งได้สมมุติเป็นเรือไฟไหม้ที่ร้องขอความช่วยเหลือ รับ-ส่ง ผู้ป่วยเร่งด่วน และเริ่มสถานการณ์ ฝึกการช่วยเหลือและลำเลียงผู้ป่วยทางทะเล โดยเรือ ศรชล.+ เรือ ตรน. รวม 3 ลำ และทีมแพทย์ฉุกเฉินฯ ที่ร่วมการฝึกในครั้งนี้

โดย นายธวัชชัย ศรีทอง ผอ.ศรชล.จว.ชบ./ผวจ.ชลบุรี ได้กล่าวให้โอวาท และให้คำแนะนำการฝึกกับผู้ร่วมการฝึกฯ เพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง ต่อไปอีกด้วย

ซึ่งผลการปฏิบัติของเรือ ศรชล.4001 ได้รับการชื่นชม จากแพทย์ผู้รับผิดชอบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลของ รพ.สมเด็จฯ ณ ศรีราชา, รพ.สมิติเวช ศรีราชา และ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ฯ ว่ามีความเหมาะสมในการลำเลียงผู้ป่วยทางทะเล เนื่องจากมีพื้นที่ในการรับผู้ป่วยที่อาจจะมีการลำเลียงด้วยเครน บันไดลิง รวมถึงการลำเลียงผู้ป่วยผ่านบันไดข้างเรือ (Gangway) 

และสำคัญ เรือ ศรชล.4001 มีความคล่องตัวสูง และการทรงตัวที่ดี ทำให้การปฏิบัติการทางการแพทย์ที่เข้าให้การช่วยเหลือ เป็นไปด้วยความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

‘จิราพร‘ เอาจริง สั่งระงับการขายอาหารเสริมแบรนด์ดังหลังพบสารเสพติด ‘ไซบูทรามีน‘

‘จิราพร‘ เอาจริง สั่งระงับการขายอาหารเสริมแบรนด์ดังบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังตรวจพบสารเสพติด ’ไซบูทรามีน’

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567 จากกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบไซบูทรามีน ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิชช่า เอ็กซ์เอส (ตรา อิชช่า) วันที่ผลิต MFG : 10/01/2024 วันหมดอายุ EXP : 09/01/2026 โดยประกาศให้ประชาชนระมัดระวังในการซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว

ล่าสุด นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งสั่งการให้แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ Shopee Lazada  TikTok  และแพลตฟอร์มอื่นๆ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำสินค้าดังกล่าวออกจากระบบโดยทันทีแล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไปเพื่อป้องกันการเกิดกรณีข้างต้นในผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ทั้งนี้ “ไซบูทรามีน” (Sibutramine) จัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 1 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นอาหารที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรืออนามัยของประชาชน อ้างอิงตามผลการตรวจวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต

7 มิถุนายน พ.ศ. 2197 วันขึ้นครองราชย์ ‘พระเจ้าหลุยส์ที่ 14’ กษัตริย์ผู้ทรงวางรากฐานแฟชั่นในฝรั่งเศส

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือ หลุยส์มหาราช ทรงมีพระสมัญญานามว่า สุริยกษัตริย์ อีกทั้ง ทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2197 อีกทั้งยังเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก 

อย่างไรก็ตาม เดิมทีในอดีต…ศูนย์กลางความมั่งคั่งและแฟชั่นไม่ได้อยู่ที่ฝรั่งเศส แต่กลับอยู่ที่สเปนและอิตาลี สินค้าแฟชั่นหลายอย่างต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ฝรั่งเศสสูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระราชประสงค์ที่จะให้ฝรั่งเศสเป็นที่เชิดหน้าชูตาและได้รับการมองว่ายอดเยี่ยมที่สุด จึงมีพระบรมราชโองการให้สร้างพระราชวังแวร์ซายที่มีความสวยงามอลังการ แต่ก็มาพร้อมกฎระเบียบต่าง ๆ มากมาย ทั้งเรื่องมารยาท พิธีการ รวมถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘สังคมราชสำนัก’ ที่กำหนดสถานภาพและเกียรติภูมิของบุคคลนั้น ๆ

สิ่งนี้นำมาซึ่งแฟชั่นการแต่งกายที่แตกต่างกันไปในแต่ละพิธีการ โดยในทุก ๆ วัน เหล่าขุนนางและข้าราชบริพารจะเข้าเฝ้าเพื่อชื่นชมการแต่งกายของพระองค์ อีกทั้งขุนนางแต่ละคนยังต้องแต่งตัวเพื่อให้เป็นที่โดดเด่นจนต้องพระเนตรและได้รับการชื่นชมหรือจดจำจากพระองค์

การแข่งขันในการแต่งกายของเหล่าขุนนางต่าง ๆ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าแฟชั่นเพิ่มสูงขึ้น พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และรัฐมนตรีคลังจึงได้ปฏิรูปและส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องประดับ น้ำหอม ให้ยกระดับคุณภาพ จนกลายเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศสมาจนถึงปัจจุบัน

‘นายกฯ เทศมนตรี’ เม็กซิโก โดนยิงดับ หลังได้ ปธน.ใหม่ไม่นาน ตอกย้ำ!! แม้เลือกตั้งจบ แต่ความมั่นคงของประเทศยังไม่เริ่ม

(6 มิ.ย. 67) เอเอฟพี รายงานว่า นายกเทศมนตรี ของเมืองทางตะวันตกของเม็กซิโก ถูกสังหารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากที่ ‘คลอเดีย เชนบัม’ ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก 

ทั้งนี้ ด้านกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ลงเอ็กซ์ว่า รัฐบาลของรัฐมิโชกัน ประณามการฆาตกรรมนายกเทศมนตรีของโกติจา ‘โยลันดา ซานเชซ ฟิเกโร’

การฆาตกรรมนายกเทศมนตรีหญิงรายนี้ เกิดขึ้นหลังจากชัยชนะอย่างถล่มทลายของ คลอเดีย เชนบัม ที่ทำให้เกิดความหวังในการเปลี่ยนแปลงในประเทศ ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงทางเพศ

ด้าน ซานเชซ ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรี ในการเลือกตั้งปี 2564 ถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสาธารณะ ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการฆาตกรรมครั้งนี้ แต่กล่าวว่าได้เริ่มดำเนินการรักษาความปลอดภัย เพื่อจับกุมฆาตกรแล้ว

ก่อนหน้านี้ นักการเมืองรายนี้ ถูกลักพาตัวเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ขณะออกจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในเมืองกวาดาลาฮารา ในรัฐฮาลิสโก ซึ่งติดกับมิโชกัน 3 วันต่อมา รัฐบาลกลาง ได้ออกมาระบุว่า ได้พบเธอยังมีชีวิตอยู่

ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่น ผู้ลักพาตัวเป็นกลุ่ม Jalisco Cartel - New Generation (CJNG) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าข่มขู่นายกเทศมนตรี ที่ต่อต้านกลุ่มอาชญากร ที่ยึดอำนาจตำรวจในเขตเทศบาลของเธอ

อย่างไรก็ตาม มิโชกัน มีชื่อเสียงในด้านสถานที่ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมส่งออกด้านเกษตรกรรมที่เจริญรุ่งเรือง แต่ยังเป็นรัฐที่มีความรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เนื่องจากมีแก๊งขู่กรรโชก และค้ายาเสพติด

นอกจากนี้ ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า อัตราการฆาตกรรมของเม็กซิโก อยู่ในกลุ่มที่สูงที่สุดในโลก และยังคงเป็นสถานที่อันตรายสำหรับผู้หญิง โดยตัวเลขแสดงให้เห็นว่ามี ผู้หญิงประมาณ 10 คน ถูกฆาตกรรมทุกวัน มีผู้สูญหายมากกว่า 100,000 คนในประเทศ โดยไม่มีคำอธิบายถึงชะตากรรมของพวกเขา

จากข้อมูลของหน่วยงาน Think Tank ‘Mexico Evalua’ ระบุว่า ประมาณ 95% ของอาชญากรรมทั้งหมดทั่วประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไขในประเทศในปี 2022

ทั้งนี้ คลอเดีย เชนบัม นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเม็กซิโกซิตี้ แคนดิเดตประธานาธิบดีเม็กซิโกจากพรรคโมเรนา (Morena) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย คว้าชัยถล่มทลายในการเลือกตั้ง โดยก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศเม็กซิโก ต่อจากผู้นำคนปัจจุบัน ‘อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์’

นอกจากเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโกแล้ว ยังเป็นผู้หญิงคนแรกที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไปในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา หรือทวีปอเมริกาเหนือ

เธอให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงความมั่นคง แต่ให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่มีความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเม็กซิโก มีผู้สมัครถูกสังหาร 38 ราย ได้ตอกย้ำปัญหาความมั่นคงครั้งใหญ่ของประเทศ จนถึงวันเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ยังมีการสังหารคน 2 คนที่หน่วยเลือกตั้งในรัฐปวยบลาด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top