Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

'โกมล' ยืนยัน!! คนไทยได้ดูฟรีฟุตบอลยูโรครบทุกแมตช์  ปัดตอบมูลค่าลิขสิทธิ์ แต่แง้ม!! มากกว่าคราวที่แล้ว

(6 มิ.ย.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการ บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด (Aerosoft) ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโรครั้งนี้ สืบเนื่องจากเห็นว่าถ้าประเทศไทยไม่มีการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าว จะทำให้เราเสียโอกาสในเรื่องการท่องเที่ยว เพราะในช่วงที่มีการแข่งขันตรงกับช่วงที่มีนักท่องเที่ยวที่มาจากทวีปยุโรปที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมาก ตนจึงมีความยินดีและจริงใจอย่างยิ่งที่เข้ามาช่วยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล 

ส่วนสถานีโทรทัศน์ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดสดการแข่งขันนั้น เบื้องต้นกำหนดไว้ว่าจะมีสามช่อง โดยช่องหลักคือสถานีโทรทัศน์ PPTV ช่อง 36 เพราะเป็นช่องที่ถ่ายทอดด้วยระบบ HD ภาพมีความคมชัดสูง ส่วนจะมีสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นใดเข้ามาร่วมถ่ายทอดด้วยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยหารือกันเกี่ยวกับเรื่องระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอด ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ และขอยืนยันว่าประชาชนจะได้ดูการแข่งขันฟุตบอลยูโรครั้งนี้ผ่านฟรีทีวีครบทุกนัดแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีอยากให้สถานีโทรทัศน์ NBT ของกรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ (ช่อง 9) ร่วมถ่ายทอดสดด้วยนั้น นายโกมล กล่าวว่า นายกฯ มีความปรารถนาดี อยากให้สถานีโทรทัศน์ของรัฐได้ร่วมถ่ายทอดด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับแต่ละช่อง ซึ่งจะได้ข้อสรุปในวันพรุ่งนี้ (7 มิ.ย.) และจะมีตารางการถ่ายทอดสดออกมาให้ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามถึงมูลค่าการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโรครั้งนี้ นายโกมลกล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ เพราะว่าเป็นความลับระหว่างลับระหว่างทางภาคเอกชนกับทางสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แต่บอกได้เพียงว่ามูลค่ามากกว่าการแข่งขันฟุตบอลยูโรคราวที่แล้ว

เมื่อถามว่า เพลงที่จะใช้ในการโปรโมทการถ่ายทอดสดครั้งนี้จะยังคงใช้เพลงที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรครั้งที่แล้วหรือไม่ นายโกมล กล่าวว่า กำลังทาบทามศิลปินนักร้องหลายคน แต่ยังอยากให้เป็นเพลงที่มีความสนุกสนานแบบเดิม

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส ให้การต้อนรับ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมหารือข้อราชการสำคัญ ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดนราธิวาส

วันนี้ 6 มิ.ย.67 เวลา 09.40 น. ที่ห้องรับรอง ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และคณะ เดินทางมาพบปะ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม 
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดนราธิวาสจังหวัดนราธิวาส  เพื่อหารือข้อราชการในพื้นที่   โอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยม ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดนราธิวาส และ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดนราธิวาส  โดยมีพลเรือตรี มรุเดช  บุญนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายอำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2  นาวาเอก ธัชธรรม์ ณ สงขลา  รองผู้อำนวยการรักษาความมันคงภายในจังหวัดนราธิวาส   นาวาเอก กาจ บุญวิทยา รองผู้อำนวยการศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ

พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ  รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการในพื้นที่ และรับทราบปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้อง และเพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ ของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลซึ่งมีนายกรัฐมนตรีฯ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ  โดยนายกรัฐมนตรี ได้เน้นเน้นย้ำ  เรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด การป้องกันการลักลอบขนย้ายยาเสพติดทางทะเล  ให้ร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาดังกล่าวให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อประเทศชาติและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

นอกจากที่ทางกองทัพเรือ ได้ติดอาวุธทางปัญญา ได้จัดการอบรมเรื่องการประชาสัมพันธ์ ให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับทางภาครัฐ

พร้อมกล่าวอีกว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ได้มอบนโยบายให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทุกหน่วย ดำเนินการจัดโครงการบำเพ็ญประโยชน์เก็บขยะบริเวณชายหาด  บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม 

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม  ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า อยากให้มีการบูรณาการร่วมกันในเรื่องการซักซ้อมแผนทางทะเล  ควบคู่กับการให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ที่เป็นภาคีเครือข่าย เกี่ยวกับการใช้อาวุธ การป้องกันตัว ขณะปฏิบัติหน้าที่ ในการทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล  มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภายใต้การบังคับบัญชา ของนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศรชล. โดยมุ่งเน้นความมั่นคงทางทะเลแบบองค์รวม จึงมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานหลักของ ศรชล. 7 หน่วยงาน ในการบังคับใช้กฎหมายในทะเล และให้ความคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำหรับผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ คือ การช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในทะเล, การส่งกลับผู้เจ็บป่วยสายแพทย์ การบูรณาการหน่วยงานทางทะเลและหน่วยงานความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล, การทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ,การส่งเสริมการท่องเที่ยว, การสร้างความตระหนักรู้ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อตอบสนองภารกิจในการจัดการแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐในการป้องกัน ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

‘ดร.มานะ’ แฉวงจรโกง ‘รุกป่า-ฮุบที่ ส.ป.ก.’ ลุกลาม นายทุนอยากได้ ขบวนการสมคบคิดช่วย ‘ออกโฉนด’

(6 มิ.ย. 67) ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กในรูปบทความเรื่อง ‘รุกป่า โกงที่ ส.ป.ก. : โกงยังไง’ ระบุว่า...

รุกป่า โกงที่ ส.ป.ก. : โกงยังไง

ผืนป่าจำนวนมากถูกบุกรุกกลายเป็นโรงแรม รีสอร์ท โรงงาน บ้านพักตากอากาศ ตกเป็นคดีครึกโครมระดับชาติจำนวนมาก เช่น ที่ดินรถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ สนามกอล์ฟและสนามแข่งรถที่เขาใหญ่ ฟาร์มเป็ดที่ราชบุรี การออก ส.ป.ก. ทับที่เขาใหญ่ เป็นต้น

ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในปี 2567 มีคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ 1,513 เรื่อง เฉพาะที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต 30 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนพฤติกรรมของผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามด้วยเจ้าหน้าที่ที่ดิน และ ส.ป.ก.

โกงยังไง!! วันนี้จะเล่าเรื่องบุกรุกผืนป่าในทำเลทอง โดยนำเหตุการณ์จริงในคดีออกโฉนดทับที่ป่าสงวนริมหาดยามู จ.ภูเก็ต มาอธิบาย และคอร์รัปชันเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก.

โกงเป็นเครือข่ายใหญ่..

เริ่มจากกลุ่มนายทุน (1) (ดูภาพประกอบ) เมื่ออยากได้ที่ดินป่าสงวนในทำเลทองก็ชี้เป้าที่ดินผืนที่ต้องการและมอบเงินค่าดำเนินการก้อนใหญ่ให้กลุ่มผู้ดำเนินการหรือผู้ประสานงาน (2) ไปหาทางออกโฉนดที่ดินแปลงนั้น แล้วขบวนการสมคบคิดก็เริ่มต้นโดยทุกคนที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ต้องมาวางแผนรับรู้ร่วมกัน

ขั้นต่อไปเมื่อมีการยื่นเรื่องขอออกโฉนดที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดิน (4) จะออกทำรังวัดและแจ้งให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงมารับรองแนวเขต ในกรณีนี้เป็นที่ป่าสงวน เจ้าหน้าที่ ‘ป่าไม้’ (3) ที่รับผิดชอบเขตดังกล่าวได้ออกจดหมายแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่ดินด้วยข้อมูลเท็จว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่นอกเขตป่าสงวน จดหมายนี้กลายเป็นสารตั้งต้นไปจนจบกระบวนการออกโฉนด

ขั้นตอนนี้มักมีการสอบยืนยันข้อมูลการใช้ที่ดินจากฝ่ายปกครองในท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านด้วย

ในการออกสำรวจรังวัดในสถานที่ เจ้าหน้าที่ที่ดิน (4) และนายช่างรังวัดพร้อมแผนที่และอุปกรณ์ ย่อมต้องเห็นสภาพแท้จริง แต่ก็ไม่บันทึกข้อมูลหรือตั้งข้อสังเกตว่าที่ดินแปลงนั้นอาจอยู่ในเขตป่าสงวนหรือไม่  แล้วจัดทำเอกสารตามขั้นตอนในสำนักงานที่ดิน ก่อนส่งเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัด (5) เพื่อพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นที่ดินไม่มีเอกสารแจ้งการครอบครอง (เช่น ส.ค.1 - น.ส.3)

เมื่อผู้ว่าฯ ลงนามอนุมัติแล้ว ส่งเรื่องกลับไปยังเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อออกโฉนด ขั้นตอนมากมายนี้กลุ่มผู้ดำเนินการเป็นผู้เดินเรื่องทั้งสิ้น ในขณะที่กลุ่มนายทุนมีหน้าที่จ่ายเงิน ลงนามทำนิติกรรมแล้วรอรับโฉนดสกปรกไปนอนกอด

แน่นอนว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่กล่าวถึงนี้ต่างได้รับเงินใต้โต๊ะก้อนใหญ่ทุกครั้ง โดยรับรู้กันว่างานใหญ่มูลค่าสูงมักมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ร่วมรับผลประโยชน์ด้วย

ปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ปรกติแล้วกลุ่มนายทุนมีหลากหลายทั้งชาวไทยและต่างชาติ พวกเขาไม่ชอบลงทุนคนเดียวแต่ร่วมมือเป็นเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือกันและกระจายความเสี่ยงในหลายโครงการที่ลงทุนอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ดำเนินการที่มีอยู่จำนวนมากและพร้อมรับงานจากนายทุนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ในแต่ละกลุ่มจะแบ่งงานกันทำและพึ่งพาเครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกัน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามคดีด้านนี้กล่าวว่า กลุ่มนายทุนและกลุ่มผู้ดำเนินการต่างทำงานเป็นเครือข่ายอาชญากรรม (Organized Crime) แบ่งงานกันวิ่งเต้นติดสินบนอย่างต่อเนื่องด้วยความชำนาญ รอบรู้กฎหมาย ช่องทางราชการและตัวเจ้าหน้าที่ทุกระดับ จึงเป็นงานหนักและยากที่จะปราบปราม

คอร์รัปชัน ที่ดิน ส.ป.ก. ..

การครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. เกิดเป็นคดีความ 3 รูปแบบหลัก ๆ

รูปแบบแรก เป็นการซื้อขายเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง ส.ป.ก. จากเกษตรกรรายเดิม แต่ผู้ซื้อผิดคุณสมบัติ ผิดเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น ไม่ใช่เกษตรกรจริง หรือบุคคลเดียวถือครองที่ดินหลายแปลง

รูปแบบที่สอง การออกเอกสาร ส.ป.ก. ใหม่ให้ผู้ขอ แต่ผิดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับ หรือที่ดินแปลงนั้นยังเป็นป่าสมบูรณ์ หรือไม่เหมาะกับการเกษตรเช่น ที่ลาดเชิงเขา

รูปแบบที่สาม เกิดการบุกรุกป่าและเร่งออก ส.ป.ก. ใหม่จำนวนมากอย่างรวดเร็วผิดปรกติ หลายกรณีเข้าข่ายผิดกฎหมาย อันเป็นผลมาจากรัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนให้สิทธิ์ครอบครอง ส.ป.ก. สามารถซื้อขายได้ จำนองได้ ใช้ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ก็ได้ จนเกิดเหตุการณ์ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ แสดงความกล้าหาญเปิดวิวาทะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ หลังการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ส.ป.ก. ทับที่ป่าเขาใหญ่จำนวนมาก

ในโพสต์หน้าจะกล่าวถึงสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้การรุกป่า โกงที่ ส.ป.ก. บานปลายทั่วประเทศ

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
6 มิถุนายน 2567

'อลงกรณ์' ชี้ ประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะอับจนทางเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลไร้แผนรับมือ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์อดีตรัฐมนตรีและส.ส.6สมัยโพสต์ในเฟสบุ๊ควันนี้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศโดยชี้ว่า “ประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะอับจนทางเศรษฐกิจเพราะรัฐบาลไม่มีแผนรับมือที่ชัดเจนไม่มีแผนแม่บทในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจรวมทั้งแผนปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ทั้งที่รัฐบาลทำงานมาเกือบปี ล่าสุดเพิ่งเรียกประชุม“ครม.เศรษฐกิจ”

ครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่มีแผนหรือมาตรการใดๆออกมาอย่างเป็นรูปธรรม แม้จะมีสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังทรุดหนักมาหลายเดือนแล้วเช่นตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้เติบโตเพียง 1.5 %ต่ำที่สุดในอาเซียนและต่ำกว่าปี2566ที่ขยายตัว 1.9 %

ในขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI)น้อยกว่าอินโดนีเซีย7เท่า มาเลเซีย6เท่าและเวียดนามกว่า2เท่าโดยปี 2566 เอฟดีไอ.ไหลเข้าอินโดนีเซีย 21,701 ล้านดอลลาร์, มาเลเซีย 18,500 ล้านดอลลาร์, เวียดนาม 8,255 ล้านดอลลาร์ และไทย 2,969 ล้านดอลลาร์ 

เมื่อไม่มีการลงทุนใหม่ๆก็ไม่มีการจ้างงานเพียงพอต่อลูกหลานที่จบออกมาในแต่ละปี ส่วนมูลค่าการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้หลักของประเทศก็โดนเวียดนามและมาเลเซียแซงหน้าไปแล้วโดยการส่งออก 4 เดือนแรกของปี 2567 มีมูลค่า 94,274 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่เวียดนามมีมูลค่า 123,928 ล้านดอลลาร์ และมาเลเซียมีมูลค่า 100,836 ล้านดอลลาร์สะท้อนถึงภาวะถดถอยของขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย

นอกจากนี้เรายังมีปัญหาโคลนติดล้อ นั่นคือ“หนี้สาธารณะ” ณ 31 มี.ค. 2567 มีจํานวน
11,474,153 ล้านบาท คิดเป็น 63.67% ของ GDP โดยเป็นหนี้ของรัฐบาลกว่า 10,087,188 ล้านบาท ในขณะที่รัฐบาลยังมีแผนก่อหนี้เพิ่มขึ้นกว่าล้านล้านบาทในปีงบประมาณ2567-2568แต่ไม่มีแผนสร้างรายได้ที่จับต้องได้

“ประเทศต้องการการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมๆกันโดยมีแผนและกลไกที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเดียวไม่ได้ 

ผมเคยเสนอนายกรัฐมนตรีให้หยุดหรือลดการเดินสายทั้งในและต่างประเทศลงบ้างแล้วหันมาจัดทำแผนแม่บทในการกอบกู้และปฏิรูปเศรษฐกิจโดยเร่งด่วนให้แล้วเสร็จแต่ก็ไม่ฟังกันจนเศรษฐกิจเริ่มชะงักงัน ถ้ารัฐบาลยังทำงานแบบที่ผ่านมา คนที่เดือดร้อนลำบากที่สุดคือประชาชนและประเทศไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการแข่งขันระดับโลกไม่สามารถก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางที่ติดหล่มมากว่า20ปี“

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอบคุณพี่น้องประชาชน ร่วมใจเปิดทางให้ตำรวจนำส่งอวัยวะหัวใจ ดวงที่ 97 ระยะทางเกือบ 300 กม. ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเศษ ถึงที่หมายทันเวลา

วันนี้ (6 มิถุนายน 2567) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร เปิดเผยว่า คณะทำงานฯ ขอขอบคุณตำรวจจราจรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง และชลบุรี , ตำรวจทางหลวง , ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร ที่ร่วมอำนวยความสะดวกการจราจรเร่งนำส่งอวัยวะหัวใจส่งโรงพยาบาลศิริราช ดวงที่ 97 และขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมืออย่างดีตลอดเส้นทางในการเปิดทางให้กับรถฉุกเฉิน จึงนำส่งได้ทันเวลาทำให้ภารกิจส่งต่อชีวิตใหม่ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี พร้อมกันนี้ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของทีมตำรวจจราจรทุกนายที่มีส่วนร่วมในภารกิจนี้อย่างอย่างมืออาชีพ มีทักษะคล่องแคล่ว สามารถให้ความช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสาบริการ มีมาตรฐานสากล ตามแนวทางการสร้าง “สุภาพบุรุษจราจร” ที่คณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจรกำลังขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการประชาชน สร้างความเชื่อถือศรัทธา และนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในที่สุด
 
โดยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.20 น. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลงานจราจร สั่งการให้ตำรวจจราจรและตำรวจทางหลวงตลอดเส้นทางตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลต้นทางใน จ.จันทบุรี ถึงโรงพยาบาลศิริราช ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวกการจราจร โดยทำหน้าที่รถนำให้แก่รถพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราช ในการนำส่งหัวใจที่ได้รับการบริจาคไปปลูกถ่ายให้กับผู้รอรับบริจาค เพื่อส่งต่อโอกาสและชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วย และด้วยความร่วมมือในครั้งนี้จากตำรวจจราจรทุกทางร่วมทางแยก และความร่วมมืออย่างเต็มที่จากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนที่เปิดทางให้ จึงใช้เวลาเดินทางทั้งหมดเพียง 2 ชั่วโมง 19 นาที ในระยะทางเกือบ 300 กิโลเมตร นำส่งถึงมือแพทย์ที่รออยู่ในห้องผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยทันเวลา 

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า กรณีนำส่งอวัยวะหัวใจในครั้งนี้นับเป็นรายที่ 97 แล้ว ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำส่งอวัยวะลุล่วงจนแพทย์สามารถปลูกถ่ายหัวใจ ต่อชีวิตใหม่ให้กับผู้รับบริจาคได้ ซึ่งการนำส่งอวัยวะหัวใจนั้น ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ เนื่องจากผู้บริจาคอวัยวะหัวใจ และครอบครัวของผู้บริจาคยอมมอบบริจาคหัวใจ เพื่อส่งต่อโอกาสและชีวิตใหม่ให้กับผู้รอรับบริจาค ซึ่งระยะเวลานับจากเวลาที่ปิดทางเดินเลือดในการผ่าตัดหัวใจของผู้บริจาค จนกระทั่งเปิดให้เลือดผ่านหัวใจใหม่ในร่างกายของผู้รับการปลูกถ่ายผ่าตัดหัวใจของผู้บริจาค มีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น จึงเป็นภารกิจที่ต้องแข่งกับเวลา 

ทั้งนี้ ขณะนี้ยังมีผู้รอรับการบริจาคอวัยวะอยู่ประมาณ 7,000 คนทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วย โดย 1 ผู้ให้ สามารถช่วยได้ 8 ชีวิต การบริจาคอวัยวะแก่เพื่อนมนุษย์ คือที่สุดแห่งการให้ โดยตำรวจจราจรพร้อมสานต่อเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และเติมเต็มความหวังของผู้รับบริจาค เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชีวิตใหม่ อำนวยความสะดวกนำทางส่งต่ออวัยวะสำคัญ และหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อประสานงานตำรวจโครงการพระราชดำริฯ ได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197

'รัฐบาล' ปลื้ม!! 5 เดือน ต่างชาติเที่ยวไทยแตะ ‘14 ล้านคน’ สูงกว่าปีก่อน 38% ตอกย้ำ!! IGNITE Thailand ศูนย์กลางท่องเที่ยวแห่งภูมิภาค สัมฤทธิ์ผล

(6 มิ.ย. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ต่อยอดการผลักดันไทยตามวิสัยทัศน์ IGNITE Thailand ให้เป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub) ของภูมิภาค และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ยืนยันด้วยสถิติ 5 เดือน 1 ม.ค. - 31 พ.ค.ชาวต่างชาติเดินทางมาไทยแล้ว กว่า 14 ล้าน 7 แสนคน 

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย หรือ IGNITE TOURISM THAILAND: TAT Skill Factory ในวันที่ 15 - 16 มิ.ย.นี้ ครอบคลุมเนื้อหาด้านการให้บริการด้วยความเป็นไทย การใช้ภาษาอังกฤษในงานบริการ และการจัดการความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ แรงงานด้านการให้บริการในภาคการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และทักษะด้านความเป็นเลิศในการบริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล 

นายชัย กล่าวว่า สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 5 เดือนแรก ระหว่าง 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2567 พบว่า 5 เดือนแรกของปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 14,760,911 คน สร้างรายได้ 701,429 ล้านบาท หรือเมื่อคำนวณเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (2566) เท่ากับมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 จีน 2,911,370 คน อันดับ 2 มาเลเซีย 2,012,406 คน อันดับ 3 รัสเซีย 848,473 คน อันดับ 4 อินเดีย 842,580 คน และอันดับ 5 เกาหลีใต้ 803,574 คน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือตลอดทั้งปี 2567 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมรวมกว่า 35 ล้านคน

‘นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถดึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของไทยได้เพิ่มอีก ทั้งจากการประเมินสถานการณ์ การทำงาน และกำหนด พัฒนาแผนการทำงานที่ดีขึ้น รวมทั้ง การร่วมกันจัดอบรมพัฒนาบุคลากร ซึ่งล้วนเป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่พร้อมขับเคลื่อนไทยให้เป็น Tourism Hub และจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยยังมีแผนจะจัดกิจกรรมสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้และปีหน้าเพื่อเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว’ นายชัย กล่าว

‘เด็กฉนวนกาซา’ เผชิญวิกฤต ‘ขาดแคลนอาหาร’ รุนแรง เสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ ที่เป็นภัยคุกคามถึงชีวิต

(6 มิ.ย.67) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ออกมาระบุว่า เด็ก 9 ใน 10 คนในฉนวนกาซาไม่ได้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารต่าง ๆ เพียงพอต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของพวกเขา

“หลายเดือนมาแล้วสงครามและข้อจำกัดด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาได้พังทลายลง ทั้งระบบอาหารและสุขภาพ ส่งผลให้เกิดหายนะต่อเด็กและครอบครัวของพวกเขา” ยูนิเซฟกล่าว

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูล 5 ชุด ระหว่างเดือนธันวาคม 2023 - เมษายน 2024 และพบว่าเด็ก 9 ใน 10 คนในฉนวนกาซา ซึ่งตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนักจากการรุกรานของอิสราเอลตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน กำลังทุกข์ทรมานจากความขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้พวกเขาอยู่รอดได้ด้วยสารอาหารเพียง 2 กลุ่มหรือน้อยกว่านั้นต่อวัน

โดยยูนิเซฟระบุว่า นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงผลกระทบอันน่าสยดสยองของความขัดแย้ง และข้อจำกัดที่มีต่อความสามารถของครอบครัวในการตอบสนองต่อความต้องการอาหารของเด็กและความรวดเร็วที่ทำให้เด็กเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการที่เป็นภัยคุกคามถึงชีวิต

ด้านอิสราเอลอ้างว่า พวกเขาไม่ได้จำกัดปริมาณสิ่งของด้านมนุษยธรรมของพลเรือนในฉนวนกาซา และกล่าวโทษสหประชาชาติว่าจัดส่งสิ่งของล่าช้า เพราะการดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพ แต่ด้วยความอดอยากมากมายที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา ทำให้เด็กบางคนเสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการและภาวะขาดน้ำ

กระนั้นก็ดี เพื่อให้เด็กมีความหลากหลายของโภชนาการสำหรับพัฒนาการทางสุขภาพที่ดี เด็ก ๆ จะต้องทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนอย่างน้อย 5 จาก 8 กลุ่มตามความหลากหลายของอาหารที่ยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด

ยูนิเซฟบอกด้วยว่า เด็กทั่วโลก 27% ประสบปัญหาความยากจนด้านอาหารอย่างรุนแรงในวัยเด็ก ซึ่งคิดเป็นจำนวนของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบถึง 181 ล้านคน

‘โจ มณฑานี’ แชร์เรื่องราว ร้านอาหารไฟไหม้ 10 ชีวิตเดือดร้อนหนัก ‘ในหลวง ร.10’ ทรงเมตตา พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือทันท่วงที

(6 มิ.ย.67) จากเฟซบุ๊ก 'Jo Montanee' โดยคุณโจ มณฑานี ตันติสุข ดีเจ พิธีกร นักวิจารณ์ นักเขียนและวิทยากรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

“ไปเจอเรื่องดีงามมาใน tiktok ห้องพูดคุยเรื่อง #ชาลีกามิน ค่ะ

มีสมาชิกห้องมาส่งข่าวว่าจะคอมเมนต์ไม่ได้ไปสักพัก เนื่องจากบ้านไฟไหม้หมด รถเสียหายไปหกคัน แต่..พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานความช่วยเหลือมาแล้ว

พี่โจเลยถามน้องว่าไหม้ชุมชนหรือว่าไหม้บ้านเราหลังเดียว? 

สาเหตุที่ถามคือถ้าไหม้ชุมชนใหญ่ออกข่าวไปทั่ว ปกติในหลวงของเราจะทรงงานช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างว่องไวอยู่แล้ว แต่ถ้าไหม้บ้านหลังเดียวแล้วพระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้จริง ๆ ค่ะ 🙏

น้องตอบกลับมาว่าไหม้ร้านอาหารครอบครัวที่มีญาติพี่น้องอยู่กัน 10 คนค่ะ

นี่คือเครื่องยืนยันอย่างเด่นชัดว่าในหลวงของเราทรงเห็นความทุกข์ของประชาชนทุกคนจริง ๆ

#เทิดไว้เหนือเกล้า”

'สาว' โพสต์ตัดพ้อ ถูกพ่อแม่ตัดขาด เพราะไม่มีเงินเปย์น้องสาว ด้าน 'ชาวเน็ต' เมนต์สนั่น!! เวรกรรมมาในรูปแบบของครอบครัว

เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘สตาร์วาไรตี้’ โพสต์ข้อความเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งที่เป็นพี่คนโต ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตา หลังพยายามหาเงินส่งเสียให้น้องเรียนต่ออเมริกา จ่ายให้หมดทั้งค่ากินอยู่ ค่าช้อปปิ้ง ค่าอาหาร ค่าเที่ยว แต่พอจ่ายไม่ไหวกลับถูกพ่อแม่ตัดขาด หาว่าขี้งก ไม่รักน้อง อกตัญญู โดยระบุว่า…

ผู้ใช้ Tiktok รายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอระบายความอัดอั้นตันใจ หลังถูกพ่อแม่ตัดขาด เหตุเพียงเพราะเธอไม่สามารถจ่ายเงินค่าสิ้นเปลืองให้กับน้องสาวที่ไปเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาได้ แต่น้องสาวกลับไม่เห็นใจเธอ

หลายครั้งที่เธอต้องจ่ายหนี้แทนน้องสาว รวมทั้งยังต้องจ่ายช้อปปิ้ง ค่าอาหาร ค่าเที่ยวสถานบันเทิงจนเธอเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหว พอบอกว่าให้น้องสาวรับผิดชอบรายจ่ายของตัวเอง เอง เธอกลับถูกครอบครัวต่อว่า หาว่าขี้งก ไม่รักน้อง อกตัญญู

เธอมาอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะครอบครัว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอต้องตอบแทนให้ครอบครัวบ้าง เป็นความรับผิดชอบของเธอที่ต้องดูแลพ่อแม่ และน้องสาว เธอบอกว่าเธอนั้นรักครอบครัวมาก เธอสามารถทำให้ได้ทุกอย่าง

แต่มันกลายเป็นว่าตอนนี้การขอนั้นไม่มีขอบเขต มันเกินจุดที่เธอจะรับไหว และเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นแค่กระเป๋าเงินที่กำลังถูกครอบครัวรุมถลุงใช้เท่านั้น

ท่ามกลางชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

รถดีเซลรางฯ ‘KiHa 40’ และ ‘KiHa 48’ จาก ‘ญี่ปุ่น’ ถึงไทยแล้ว!! เร่งขนย้ายไป ‘แหลมฉบัง’ เตรียมดัดแปลง เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

(ุ6 มิ.ย. 67) จากเพจเฟซบุ๊ก LIM-Catalogue ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ‘ในที่สุด... รถดีเซลราง KiHa 40 และ KiHa 48 (キハ40和キハ48系気動車) จาก JR East (JR東日本) ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 20 คัน ที่ให้ รฟท. ฟรีๆ ได้เดินทางมาถึงท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ในช่วงเช้า ตี 5 ของวันนี้แล้วครับผม’

ซึ่งเดินทางมาโดยเรือ Jutha Malee (จุฑามาลี)

ต่อจากนี้ไป ก็จะเป็นการผ่านพิธีศุลกากร ชำระภาษีต่างๆ รวมไปถึงขนรถดีเซลรางชุดนี้ไปไว้ที่สถานีรถไฟแหลมฉบัง พร้อมทั้งนำชุดแคร่ไปทำการแปลงล้อ จากขนาด 1.067 เมตร ให้เป็นขนาด 1.000 เมตร

ก่อนจะนำแคร่มาใส่กับรถดีเซลรางเหล่านี้ พ่วงขบวนลากไปตรวจสภาพ และซ่อมแซมต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top