Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

ผลสำรวจกลุ่ม 'GenZ-GenY' เมินตำแหน่งงาน Manager มากขึ้น เหตุ!! 'งาน-ความกดดัน' ที่ต้องแบกมีมากกว่าค่าจ้างที่ได้เพิ่มขึ้นมา

(7 มิ.ย. 67) ผลสำรวจจาก CoderPad และ Visier เผยไปในทางเดียวกันว่า คน Gen Z และ Gen Y จำนวนมากไม่สนใจที่จะรับตำแหน่ง Manager ซึ่งเป็นงานระดับบริหารและจัดการ เพราะพวกเขาพบว่างานเหล่านี้ไม่คุ้มกับภาระงานและความเครียดที่เพิ่มขึ้น

โดยไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า ตำแหน่งงานด้านบริหารจัดการได้สูญเสียความน่าดึงดูดใจกับกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ เนื่องจากลักษณะงานที่ทำให้ต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ ถูกคาดหวังให้แก้ปัญหาและผลสำรวจพบว่ากลุ่มคนทำงานด้านบริหารจัดการ ต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวหลังจากรับบทบาทการทำงานที่รู้สึกว่าถูกตัดขาดจากทีม

การสำรวจจากแพลตฟอร์มสัมภาษณ์งาน CoderPad พบว่า 36% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีไม่ต้องการความรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการ เพราะ Gen Z และ Y ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานมากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ สำหรับพวกเขาชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน และความกดดันที่มาพร้อมกับงานบริหารจัดการมีมากกว่าค่าจ้างที่ได้เพิ่มขึ้นมา

ขณะที่ Visier แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ด้านทรัพยากรบุคคลของสหรัฐอเมริการะบุว่า มีเพียง 38% ของผู้ถูกสำรวจที่สนใจจะเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลในองค์กรปัจจุบันของพวกเขา โดยผู้เข้าร่วมสำรวจมองว่าการย้ายงานมาฝั่งบริหารจัดการ หมายถึงการทำงานที่ยาวนานขึ้นและต้องรับมือกับภาระงานที่เพิ่มขึ้น 

ผู้เข้าร่วมบางคนกล่าวว่าพวกเขาพอใจกับบทบาทในปัจจุบัน และมองว่าตำแหน่งงานด้านการบริหารจัดการจะดึงพวกเขาออกจากการได้ทำสิ่งที่รัก

‘วิอาทินา’ วัวบราซิล ผู้ครองสถิติที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ตีมูลค่า 150 ลบ. น้ำหนักมากเป็น 2 เท่าของพันธุ์เดียวกัน

(7 มิ.ย. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บราซิลจัดมหกรรมประมูลวัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยไฮไลต์ในปีนี้คือ ‘แม่วัวเนื้อ’ อายุ 3 ปี มีน้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม ซึ่งมีน้ำหนักที่มากเป็น 2 เท่าของแม่วัวพันธุ์เดียวกัน โดยแม่วัวมีชื่อว่า ‘วิอาทินา’ (Viatina-19 FIV Mara Moveis) 

'วิอาทินา' ผู้ครองสถิติวัวที่มีราคาแพงที่สุดในโลก มีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 150 ล้านบาท โดย แม่วัววิอาทินา มีผิวขาวละมุนดุจหิมะ มันได้รับการดูแลอย่างดี มีกล้องวงจรปิดคอยดูตลอด 24 ชั่วโมง มีสัตวแพทย์ประจำตัว และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธอารักขา เพราะเพียงแค่เซลล์ไข่ของวิอาทินา ก็มีราคาสูงถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทย 9 ล้านบาท

'วิอาทินา' กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย อาทิเช่น 'Miss South America' ในการแข่งขัน 'Champion of the World' ที่เปรียบได้กับเวที Miss Universe ของวงการวัว ภาพของแม่วัววิอาทินา ยังอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บนถนนทางหลวงของบราซิลอีกด้วย 

เชียงใหม่-คณะพัฒนาการท่องเที่ยว ม.แม่โจ้ ต่อยอดโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ จัดเสวนาพร้อมโชว์เคสผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรม รุ่น 2

คณะพัฒนาการท่องเที่ยว ม.แม่โจ้ ต่อยอดโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ จัดเสวนาพร้อมโชว์เคสผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรม หลักสูตรการจัดการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพและนวัตกรรมฯ รุ่น 2 ตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย

คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานเสวนาวิชาการ “Transitioning from Journeys to Growth: Enhancing Tourism via Shared Experiences” เพื่อเผยแพร่ผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม ภายใต้โครงการผลิตบัณทิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย เน้นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว เกษตรกร ตัวแทนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน มุ่งพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงสร้างสรรค์ ต่อยอดธุรกิจด้านการเกษตร อาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว และนวัตกรรมบริการ นำไปสู่โอกาสในการพัฒนาผลงานต้นแบบไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ พร้อมพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อาจารย์ ดร.กีรติ ตระการศิริวานิช คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า โครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรมในครั้งนี้ เป็นการ ต่อยอดโครงการผลิตบัณทิตพันธุ์ใหม่ฯ ที่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2566 โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นรุ่นที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ในองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสามารถพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบนฐานความรู้ความเข้าใจสุขภาวะแบบองค์รวม ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว โครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 40 คน 

ประกอบด้วย ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว เกษตรกร ตัวแทนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเป็นเวลา 4 เดือนนั้น นำมาสู่การจัดงานเสวนาวิชาการและนิทรรศการเผยแพร่ผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรม เพื่อนำเสนอผลการเรียนรู้ของผู้ผ่านการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีการจัดแสดงผลงานจำนวน 35 ผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้เพื่อต่อยอดธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากผู้ประกอบธุรกิจโดยตรง อันจะนำไปสู่โอกาสในการพัฒนาผลงานต้นแบบไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่อาจมีความสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เป็นผลงานการเรียนรู้ของผู้ผ่านการฝึกอบรมของหลักสูตรต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รักษาการแทนรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า โครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่จะสามารถนำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจ พัฒนาสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง ซึ่งหลักสูตรการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม เป็นหลักสูตรที่จะสามารถสร้างบุคลากรทางการท่องเที่ยวให้เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถสนองตอบต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป 

โดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่จะสามารถพลิกฟื้นสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผู้ที่จบการศึกษาจากหลักสูตรนี้จะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในตัวแปรสำคัญของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เข้าใจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะคุณภาพแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวสมัยใหม่ เป็นผู้ที่ผ่านกระบวนการ Upskill/Reskill พร้อมต่อการทำงานเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับงานจัดงานเสวนาวิชาการ “Transitioning from Journeys to Growth: Enhancing Tourism via Shared Experiences” เพื่อเผยแพร่ผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม ภายใต้โครงการผลิตบัณทิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย  พิธีเปิดโครงการฯ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานการเรียนรู้และต้นแบบผลงานของผู้ผ่านการฝึกอบรม,  การเสวนา หัวข้อ “เกษตร อาหาร สุขภาพ ท่องเที่ยว: กุญแจสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการจัดการอย่างรับผิดชอบ” โดย คุณศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งไร่รื่นรมย์, การนำเสนอผลงาน การทำงานเชิงพื้นที่จากการลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ ณ ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดย นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ร่วมกับ นักศึกษาจากคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และพิธีมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมฯ นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และนักศึกษาจากคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้  โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ร่วมงานกว่า 80 คน 

ภาพ-ข่าว นภาพร  ขัติยะ

‘ชิบุยะ’ จ่อคุมเวลา ‘ห้ามดื่มแอลกอฮอล์’ ในที่สาธารณะ หลัง ‘นักดื่ม’ ทำเมืองเละเทะ คาด!! เริ่มบังคับใช้ตุลาคมนี้

(7 มิ.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ชิบุยะ’ ย่านท่องเที่ยวยอดนิยมของโตเกียวเตรียมประกาศควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ คาดเริ่มใช้เดือนตุลาคมนี้

โดยมาตรการกำหนดว่าห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามท้องถนนหรือสถานที่สาธารณะในเขตชิบูย่า ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 5.00 น. ทุกวัน และอายุการดื่มที่ถูกกฎหมายในญี่ปุ่นคือ ผู้มีอายุ 20 ปี

ชิบุยะ เป็นเขตปกครองตนเองในโตเกียว จึงสามารถออกกฎระเบียบท้องถิ่นโดยเฉพาะได้ โดยนายกเทศมนตรี ‘เคน ฮาเซเบะ’ เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ‘ได้เพิ่มการตรวจตราและความพยายามอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา และเราอยากให้ผู้คนเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มในร้านอาหารมากกว่า’

ทั้งนี้ ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ชิบุยะ เคยมีคำสั่งห้ามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันฮาโลวีน โดยอ้างว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งห้ามดังกล่าว รวมถึงการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกบาร์ และร้านอาหาร ซึ่งธุรกิจในท้องถิ่นต่างสนับสนุนกฎระเบียบดังกล่าวในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และผลักดันให้กฎดังกล่าวประกาศใช้อย่างถาวร

‘จำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณล้นเมืองกลายเป็นเรื่องร้ายแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดจากการดื่มตามท้องถนน การทะเลาะวิวาทกับคนท้องถิ่น การทิ้งกระป๋องและขวดเปล่าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก’ เป็นข้อความที่ระบุในแถลงการณ์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ชิบุยะ เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งในโตเกียว เช่น ศาลเจ้าเมจิ สวนสาธารณะโยโยหงิ และ บริเวณทางข้ามถนนชิบุยะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในทางแยกที่พลุกพล่านที่สุดในโลก

หมอจุ๋ม เผย น้องสมาย นวดสะบัก "บิ๊กทิน" หายปวดเมื่อย

ตามที่ได้จัดให้มีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินให้ประชาชน ในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฯ ของ กองทัพเรือ

เมื่อ 5 มิ.ย.67 ที่ผ่านมานั้น นาวาเอกหญิง ผุสดี หิรัญอัศว์ รองผู้อำนวยการรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ ผอ.ศูนย์สุขภาพ (คลองมอญ) และ Wellness Center เปิดเผยว่าน้อง ที่ทำหน้าที่นวด นาย สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แก่ นางสาวอันวรินญญ์ เกียรติปัญญาวุฒา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยน้องสมาย แจ้งว่า หลังจากที่ได้มีการตรวจบริเวณสะบักทั้ง 2 ข้าง พบว่า มีการแข็งตึงของกล้ามเนื้อข้างขวา จึงได้นวดสะบัก ทั้งสองข้าง ประมาณ 5 นาที ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบักคลายตัวและอาการปวดสะบักลดลง ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบัก ที่มีการแข็งเกร็งผ่อนคลาย

ท่าน บิ๊กทิน กล่าวว่า ท่านชอบการนวดสะบักและหลัง เพราะทำให้ท่านมีแรง ทั้งนี้ ทีมงานของบิ๊กทินได้ถ่ายรูปป้ายประชาสัมพันธ์ ของแผนกแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อ ติดต่อเข้าใช้บริการในโอกาสต่อไปด้วย ทั้งนี้ น.อ.หญิง ผุสดี หิรัญอัศว์ รองผู้อำนวยการรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ ผอ.ศูนย์สุขภาพ และ Wellness Center ได้นำท่านสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ ได้แก่ หน่วยงานแพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนจีนฝังเข็มและการแพทย์ผสมผสาน ของศูนย์สุขภาพ และ Wellness Center รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และหน่วยออกตรวจโรคทั่วไปและดูแลฉุกเฉิน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย
ท่าน สุทิน ยังบอกกับหมอจุ๋มว่า จะมาเยี่ยมหน่วยศูนย์สุขภาพและ Wellness Center รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า อีกด้วย สำหรับงานมอบสัญญาเช่าที่ดิน ณ สนามกีฬา แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ ใงเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.67 นั้น ได้จัดให้มีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุของกองทัพเรือ ให้กับราษฎรใน จว.สมุทรปราการ ได้เช่าใช้ประโยชน์ เมื่อ 5 มิ.ย.67 เวลา 09.45 น. ณ สนามกีฬากลางเทศบาล ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ โดยมี นาย (ดร.) สุทิน คลังแสง รมว.กห. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเรือเอกสุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพเรือ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909435645

สมุทรปราการ-ระดับตำนาน!! นักเตะลิเวอร์พลู!! เยือน PWS สอนทักษะด้านกีฬา ภาษา มุ่งเน้นความเป็นเลิศ

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ชั้นประถม และโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ชั้นมัธยม สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จัดกิจกรรม “การพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและกีฬาบูรณาการ” ร่วมต้อนรับนักเตะทีมชาติอังกฤษ (VIP) ที่มาพัฒนาทักษะทางภาษา สอนทักษะกีฬา พูดคุยใกล้ชิด พร้อมทั้งแจกของรางวัล ให้กับเด็กๆ นักเรียน โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษาทั้งชั้นประถม และชั้นมัธยม

โดย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสมุทรปราการ (สมัยที่ 25) และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้ให้เกียรติกล่าวทักทายต้อนรับ ณ ห้องเธียร์เตอร์ โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (ฝ่ายประถม)

โดยมีนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ นำโดย Mr.Paul Bell ผู้จัดการทีม และนักเตะทีมชาติอาวุโส อีกทั้ง ยังเคยเล่นฟุตบอลให้กับทางสโมสรต่างๆ ชื่อดังในอังกฤษและอีกหลายๆประเทศ เดินทางมาร่วมกิจกรรมการสื่อสารภาษา การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พบปะพูดคุย และเปิดโครงการความร่วมมือ 2 ประเทศ ก่อนร่วมกิจกรรม คลีนิก ฟุตบอล (Football for PWS Kids) ที่ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) และ Mini Match ร่วมกับเด็กนักเรียน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลแพรกษา (ฟุตบอล 5 คน)

จากนั้น ทีมฟุตบอลอังกฤษ ได้เดินทางมาที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ร่วมกิจกรรม Sport and Langauge camp for PWSs students ณ บริเวณลานกีฬา หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นักฟุตบอลอาวุโสทีมชาติอังกฤษ ได้เดินทางไปที่สนามกีฬากรมศุลกากร ลาดกระบัง เพื่อเปิดแคมป์ “Thailand 🇹🇭 Sport for Kids”  โดยมี นักเรียนโรงเรียนประถมและมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ จำนวน 50 คน

โดยทางด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวว่า ทางผู้บริหารของเทศบาลตำบลแพรกษา โดยท่าน นายกอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เปิดโอกาสให้กับนักเรียนโดยได้ดึงนักเตะอาวุโส จากประเทศอังกฤษ เดินทางมาเยี่ยมเยียนนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา และโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา เพื่อมาสอนทักษะ ในการเล่นฟุตบอล และในเรื่องการสื่อสารทางภาษาฯ ทำให้เด็กๆได้มีทักษะในการเล่นฟุตบอล ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เด็กๆ จะได้สัมผัสนักฟุตบอลทีมชาติระดับตำนานของประเทศอังกฤษในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งภาษาและทักษะในการเล่นกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางผู้บริหารของเทศบาลตำบลแพรกษา ได้มีโอกาสเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารนักฟุตบอลของประเทศอังกฤษ ก็ถือเป็นโรงเรียนอันดับต้นๆ ของสมุทรปราการ ที่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมแบบนี้ เชื่อว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กๆ ได้ตื่นตัวที่ได้สัมผัสกับนักฟุตบอลทีมชาติ ขณะนี้ทางเทศบาลตำบลแพรกษาได้มีนโยบายสนับสนุนกีฬาฟุตบอล โดยจะสร้างสนามกีฬาฟุตบอล 11 คน ในเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา และสนับสนุนทุกช่องทาง ทางด้านกีฬา เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านกีฬาต่อไป

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘ลิซ่า’ ปล่อยคลิปแรก ลง ‘Tiktok’ อวดลุคใหม่ สุดจึ้ง!! เพียง 12 ชม. ยอดวิวทะลุสิบล้าน แฟนคลับลุ้น ‘เพลงใหม่’

(7 มิ.ย. 67) รันวงการ Tiktok แล้วสำหรับศิลปินสาวชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ หรือ ‘ลลิษา มโนบาล’ โดยเปิดแอคเคาต์โดยตั้งชื่อว่า lalalalisa_m ซึ่งล่าสุดช่อง 'ลิซ่า' ก็ปล่อยคลิปแรกแล้ว โดยใช้แผ่นเสียง COMING SOON ของตัวเอง ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้ว 12 ชั่วโมง ยอดวิวพุ่งทะยานแล้ว 13.2 ล้านวิว ดันยอดผู้ติดตามช่อง 'ลิซ่า' ขณะนี้ 3.1 ล้านรายบนติ๊กต็อก ทำเอาแฟน ๆ ของ 'ลิซ่า' หลายคนลุ้นว่าหรือนี่เป็นการสปอยเพลงใหม่ใกล้จะมาแล้วหรือไม่ของเธอ

แต่ที่ฮือฮาที่สุดก็เห็นจะเป็นโททัลลุคในคลิปแรกของช่องติ๊กต็อก 'ลิซ่า' เหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาชมหุ่นสุดจึ้งของ 'ลิซ่า' กันเป็นจำนวนมาก โดยมาในลุคชิล ๆ เริ่มต้นด้วยเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายสุดน่ารักจาก GALLERY DEEP. EBAY TEE ราคาประมาณ 11,000 บาท ส่วนกางของยีนส์ปักหมุดสุดชิคเป็นของ ACNE STUDIOS STUDDED JEANS LOOSE FIT ราคา 124,000 บาท ตามมาด้วยแว่นตาของ LOUIS VUITTON ราคาประมาณ 30,000 บาท ส่วนนาฬิกาแบรนด์หรูที่เธอสวนอยู่เป็นของ BVLGARI X LISA LIMITED EDITION 2024 ที่มีเพียงแค่ 400 เรือนในโลก ราคา 310,000 บาท ส่วนเครื่องประดับสร้อยที่เอวของสาวลิซ่าเป็นของแบรนด์ CHROME HEARTS CROSS GOLD BELLY CHAIN สนนราคาอยู่ที่ 398,000 บาท ส่วนเครื่องประดับแหวน BVLGARI ประดับเพชรราคา 889,000 บาท แต่สิ่งที่เป็นที่ฮือฮาของสาว ๆ ทั้งโลกคือกระเป๋ารุ่นที่ 'ลิซ่า' ถือเป็นของแบรนด์ DIESEL ราคาประมาณ 35,000 บาท มาพร้อมพวงกุญแจประดับกระเป๋าของแบรนด์ LOUIS VUITTON CONSTELLATION HEART BAG CHARM ราคา 524,000 บาท

ซึ่งเมื่อเข้าไปส่องคอมเมนต์หลายคนต่างสงสัยว่าช่องนี้คือช่องจริงของเธอไหม ซึ่งหลายคนก็ตอบให้คลายความสงสัยโดยยืนยันว่า ติ๊กต็อกเป็นของสาวฮอต ‘ลิซ่า ลลิษา’ ตัวจริงนั่นเอง 

‘เทพไท’ เชื่อ!! หากการเมืองพลิกขั้ว 'ก้าวไกล' ไม่จับ ‘เพื่อไทย’ เพราะหวังแบ่งขั้วชัด และมั่นใจได้เปรียบในศึก ‘เลือกตั้ง’

(7 มิ.ย. 67) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ก้าวไกล” ประกาศไม่จับมือ “เพื่อไทย” เป็นรัฐบาล มีแต่ได้กับได้

การที่นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลประกาศชัดว่า ถ้านายเศรษฐา ทวีสิน หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีโอกาสพลิกขั้ว พรรคก้าวไกลจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นการประกาศท่าทีการเมืองที่ชัดเจนมาก เพราะการแสดงจุดยืนไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลดีต่อพรรคก้าวไกล หลายประการ คือ

1.เป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจน นับว่าเป็นจุดแข็งของพรรคก้าวไกล ที่ไม่เคยตระบัดสัตย์ ซึ่งเป็นการกระทบไปยังพรรคเพื่อไทย ที่ไม่รักษาสัญญาประชาคมตอนหาเสียง ที่ให้ไว้กับประชาชน

2.การประกาศไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย ทำให้เกมต่อรองอำนาจระหว่างพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมชัดเจนขึ้น โดยพรรคเพื่อไทยไม่สามารถนำไปต่อรองกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมได้ ถ้าดีลล่ม พรรคเพื่อไทยจะอ้างไปจับมือกับพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่ได้

3.การประกาศไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย ถ้าหากการเมืองถึงทางตัน จำเป็นต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ พรรคก้าวไกลมีความพร้อม และได้เปรียบมากกว่าพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะการเลือกตั้งทุกครั้ง พรรคก้าวไกลใช้เงินทุนในการหาเสียงน้อยที่สุด ในขณะที่พรรคการเมืองอื่น ใช้เงินทุนมหาศาล ระดับหลัก 1,000 ล้านบาท ถึง10,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อเสียง

4.กระแสทางการเมืองในตอนนี้ ถ้าประเมินจากผลโพลของสำนักต่างๆ พรรคก้าวไกลมีกระแสความนิยมสูงลิ่ว นำพรรคการเมืองอื่นหลายช่วงตัว ถ้าเลือกตั้งเร็วขึ้นเท่าไหร่ พรรคก้าวไกลได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น

5.ถ้าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยุบพรรคก้าวไกลจริง ถ้ามีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ขึ้นมา คะแนนสงสาร คะแนนความเห็นใจที่ถูกรังแกทางการเมือง จะเทให้พรรคการเมืองใหม่ ที่มาจากพรรคก้าวไกลแบบแลนด์สไลด์

6.เป็นการตอบข้อสงสัยของสังคมที่เข้าใจว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคฝ่ายค้าน ที่ค้านไม่จริง แต่เป็นพรรคฝ่ายคอย เพื่อรอร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย มีดีลฮ่องกงกับนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อประกาศชัดเช่นนี้ เป็นการตอบคำถามกับข้อสงสัยกับสังคมได้ชัดเจน

“ผมคิดว่าแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้คิดอย่างรอบคอบแล้วว่า การประกาศจุดยืนไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล มีแต่ได้กับได้ เป็นการตอกย้ำการแบ่งขั้วทางการเมืองที่ชัดเจน ได้ประกาศเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมือง ในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป” นายเทพไท ระบุ

'เพจดัง' ไขข้อกระจ่าง หลัง 'สส.ทวิวงศ์ ก้าวไกล' เข้าใจผิดเรื่องโฮปเวลล์ เกิดขึ้นในยุค 'พล.อ.ชาติชาย' ส่วนยุค 'ลุงตู่' ไล่เคลียร์จนหลุดค่าโง่

(7 มิ.ย.67) เพจ 'Bangkok I Love You' ได้โพสต์ข้อความชี้แจงเพื่อสร้างความกระจ่างแก่ นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ จากพรรคก้าวไกล ที่ได้ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนถึงโครงการ โฮปเวลล์ ไว้ว่า...

กราบเรียนท่าน สส. Tawiwong Totawiwong ท่านอาจจะเข้าใจผิด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ได้เป็นคนอนุมัติโครงการ โฮปเวลล์ และที่สำคัญ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เจรจา และสู้คดีในชั้นศาลจนกระทั่งประเทศไทยไม่ต้องจ่ายค่าโง่ ให้กับโฮปเวลล์ ถึง 24,000 กว่าล้าน

ปล. ปัจจุบันซากของโฮปเวลล์ได้เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าสายสีแดง และอีกไม่นานก็คงจะมีการอนุมัติโดยรัฐบาลของนายกเศรษฐา ทวีสิน ไปถึง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของท่าน (สส.ทวิวงศ์)

ปล.2 เผื่อท่านไม่ทราบ โครงการโฮปเวลล์อนุมัติในรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (คุณปู่ของ สส.ธิษะณา ชุณหะวัณ จากพรรคก้าวไกล) เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว

ปล.3 พัฒนาการที่เปลี่ยนไป จากแท่งปูนผุพัง อนุสาวรีย์ และมหากาพย์ค่าโง่โฮปเวลล์เกือบสามหมื่นล้าน (รัฐบาลไทย ชนะคดีไม่ต้องจ่ายค่าโง่) พลิกฟื้นมาเป็นรถไฟฟ้าสายสีแดง หนึ่งในโครงสร้างหลักระบบขนส่งมวลชนทางรางที่มีความทันสมัยที่สุดของกรุงเทพมหานคร ก็ได้ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พาไทยชนะคดีนี้ สิ้นสุดมหากาพย์อภิมหาโครงการด้านคมนาคมยาวนานถึง 33 ปี 

'รวมไทยสร้างชาติ' ย้ำจุดยืนชัด หนุนร่าง พ.ร.บ. เสริมสร้างสังคมสันติสุข เตือน!! ดันทุรังนิรโทษเหมาเข่ง ม.112 จะยิ่งซ้ำเติมความขัดแย้งรอบใหม่

(7 มิ.ย. 67) นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนหลายกลุ่มได้ยื่นข้อเรียกร้องคัดค้านการรวมคดีที่ทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมอยู่ใน 25 เงื่อนไขแรงจูงใจทางการเมืองในร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรม ว่า การจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อให้ประเทศออกจากความขัดแย้ง สร้างความปรองดองทุกฝ่ายถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเสนอให้รวมผู้ทำผิดคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย และย้ำจุดยืนมาโดยตลอด เพราะการชุมนุมทางการเมือง รวมถึง ความขัดแย้งความเห็นต่างทางการเมืองมีระหว่าง กลุ่มประชาชนและมวลชนเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด แต่การที่จะนำคดีมาตรา112 เข้ามารวมในคดีการเมืองด้วยนั้น เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เป็นที่ยอมรับอย่างแน่นอน มากกว่านั้น อาจส่งผลทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้นใหม่ด้วยซ้ำ 

ทั้งนี้ แม้ว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร จะยังไม่ได้สรุปออกมา ว่าจะรวมคดีมาตรา 112 เข้าด้วยหรือไม่ก็ตาม ตนจึงขอเรียกร้องให้ถอดการกระทำความผิดในคดีนี้ออกจากการพิจารณาว่ามาจากแรงจูงใจทางการเมืองทันที ไม่จำเป็นต้องเสี่ยง หรือ ลังเลที่จะพิจารณากันหลายรอบ เพราะตามหลักการทางกฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว 

พร้อมกันนี้ สนับสนุนร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้เสนอกฎหมายแนวทางสร้างสันติสุขความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ โดยไม่รวมคดีมาตรา 112 ที่ยื่นต่อสภาไว้แล้ว

"ผมในฐานะสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำจุดยืนชัดเจนมาตลอด ว่า ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำมาตรา 112 เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคงของชาติ เป็นกฎหมายที่มีไว้ปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ประมุขแห่งรัฐ ใครจะละเมิดไม่ได้ ไม่ใช่ คดีการแสดงความเห็นทางการเมืองแต่อย่างใด  ซึ่งสิทธิและเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล นายกฯ อดีตนายกฯ นักการเมืองโดยสุภาพสามารถทำได้ เพราะถือเป็นฝ่ายการเมืองโดยตรง แต่การอาฆาตมาดร้ายการแสดงออกที่ดูหมิ่นก้าวล่วง ทั้งด้วยวาจาและการกระทำต่างๆ ต่อสถาบันฯเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะสถาบันฯไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ หรือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งยอมรับว่ามีขบวนการ บางพรรคการเมืองต้องการที่จะดึงให้มายุ่งเกี่ยวกัน และยังปลุกมวลชนออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จนเกิดคดีถูกจับกุม  โดยปกติคนทั่วไปไม่ได้มีปัญหากับมาตรา 112 เลย จึงขอเรียกร้องกลุ่มคน พรรคการเมืองบางพรรค หยุดบิดเบือนข้อมูลโน้มน้าวทำให้ประชาชนสับสนเสียที" นายธนกร ย้ำ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top