Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ร่วมทัพ NAVY TIME เรื่องดีๆ ประเทศไทยยามเช้า เติมสุขทุกเช้าวันศุกร์ กับทุกข่าวบันเทิงสุดฮอต

(7 มิ.ย. 67) สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES คว้าตัวอดีตผู้ประกาศข่าวรายการเส้นทางบันเทิง 'น้อย-ศตกมล วรกุล' ร่วมดำเนินรายการข่าวบันเทิง ทางรายการ NAVY TIME เรื่องดีๆ ประเทศไทยยามเช้า ภายใต้ความร่วมมือกับกิจการเสียงจากทหารเรือ กองทัพเรือ ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน คลื่นความถี่ FM 93 MHz. โดยดำเนินรายการร่วมกับ ไอยรา อัลราวีย์ ในช่วงขยายเวลาเพิ่มเติม 08.00-08.30 น. 

สำหรับเช้าวันที่ 7 มิ.ย. เป็นวันแรกที่ได้ทำการเปิดตัว 'น้อย-ศตกมล วรกุล' ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของ THE STATES TIMES โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากเหล่าแฟนคลับรายการ และแฟนคลับส่วนตัว ที่เฝ้ารอคอยการกลับมาอ่านข่าวบันเทิงอีกครั้ง หลังจากห่างหายจากหน้าจอโทรทัศน์ และหน้าปัดวิทยุไปสักพัก โดยการกลับมาในครั้งนี้ 'น้อย-ศตกมล วรกุล' ได้เล่าถึงความรู้สึก หลังจบรายการว่า...

"สนุกมากและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้กลับมาทำงานที่รักอีกครั้ง รวมถึงขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยว และเล็งเห็นถึงความสามารถ" 

ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันแรก แต่ 'น้อย-ศตกมล วรกุล' ก็แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะทุกอย่างอยู่ในสายเลือดนักข่าวบันเทิง และผู้ประกาศข่าว ที่มีประสบการณ์ยาวนานหลาย 10 ปี 

ส่วนใครที่อยากรู้ว่า ข่าวบันเทิงรูปแบบออนไลน์ในแบบฉบับของเธอ จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับฟัง รับชม ได้แบบสดๆ ทุกวันศุกร์ เวลา 08.00 - 08.30 น. ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ ของ THE STATES TIMES 

นอกจากนี้ยังสามารถรับฟังสรุปข่าวบันเทิงรอบสัปดาห์ ผ่านทางสถานีวิทยุกองบัญชาการกองทัพไทย FM 101 ได้ทุกวันศุกร์ ในข่าวต้นชั่วโมง เวลา 21.00 น. อีกด้วย

‘สุริยะ’ รุกหนัก!! ปกป้องเด็กจาก ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ เคาะ 5 มาตรการ ชง ครม. 'ปราบปราม-คุมระบาด'

(7 มิ.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ครั้งที่ 3/2567 ซึ่งมีมติเห็นชอบ มติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น การปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยประกอบด้วย 5 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1. พัฒนาและจัดการองค์ความรู้ 2. สร้างการรับรู้ภยันตรายและการเสพติดของบุหรี่ไฟฟ้าแก่เด็ก เยาวชน และสาธารณชน 3. เฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 4. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกัน ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 5. ยืนยันนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้า

ทั้งนี้ ที่ประชุม คสช. ยังได้เห็นชอบให้คงไว้ซึ่งนโยบายห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง และได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำมติสมัชชาฯ ดังกล่าว เสนอเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้เป็นกรอบนโยบายหลักของประเทศในการปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสุริยะ เปิดเผยว่า ปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมาได้มีการกำชับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด จริงจัง เนื่องจากมีความเป็นห่วงเด็กและเยาวชนที่จะตกเป็นเหยื่อการตลาดของบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าและกลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ที่จะได้รับอันตรายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายสุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้เดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น จนนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดของกลางได้ในหลายกรณี ซึ่งมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นฯ ที่ คสช. ได้เห็นชอบในวันนี้จะเป็นกรอบนโยบายสำคัญให้หน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวง กรม กอง สำนักงาน คณะกรรมการชุดต่าง ๆ นำไปขับเคลื่อน ซึ่งส่วนตัวต้องการเห็นรูปธรรม จึงได้สั่งการให้ สช. เกาะติดการขับเคลื่อนอย่างใกล้ชิด และรายงานผลการดำเนินการต่อ คสช. ให้รับทราบความก้าวหน้าไปจนกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงตามข้อมติ

“ต้องขอชมเชยคณะกรรมการพัฒนานโยบายฯ ที่ทำข้อเสนอลงรายละเอียดให้เราได้เห็นถึงเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างชัดเจน อย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญคือการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อช่วยกระจายความรู้และความน่ากลัวจากผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าไปถึงเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น นอกจากนี้ในเรื่องของตัวเลขสถิติที่เรามีการสำรวจกัน 5 ปีครั้ง ซึ่งมตินี้เสนอให้สำรวจบ่อยขึ้นเป็นทุก 2 ปี ผมมองว่าการสำรวจไม่ได้ใช้เวลาเยอะ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่จำนวนผู้สูบเพิ่มมากขึ้น ขณะที่เรากำลังมีมาตรการต่างๆ ออกมา จึงมองว่าควรจะมีการสำรวจสัก 6 เดือนครั้ง เพื่อประเมินได้ว่าหากมาตรการได้ผลจริง จำนวนตัวเลขเหล่านี้ก็จะต้องลดลง” นายสุริยะกล่าว

สำหรับมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ‘การปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า’ ผ่านความเห็นชอบจากผู้เข้าร่วม 264 หน่วยงาน/คน โดยทั้งหมดได้ให้ความเห็นชอบต่อกรอบทิศทางนโยบาย (Policy Statement) อย่างเป็นฉันทมติ พร้อมกันนี้ยังได้วางบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้มีนโยบายรณรงค์ เฝ้าระวัง และให้ความรู้ถึงภยันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้กำหนดมาตรการมิให้นำเสนอประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าที่บิดเบือนผ่านสื่อ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมศุลกากร ให้บังคับใช้กฎหมายที่มีในปัจจุบันอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด เป็นต้น

ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ ประธานกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเด็กและเยาวชนถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ที่ต้องได้รับการสร้างเสริมและคุ้มครองสุขภาพอย่างสอดคล้องและเหมาะสม จึงเป็นที่มาของการพัฒนานโยบายสาธารณะเรื่องนี้

ศ.พญ.สุวรรณา กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลักฐานทางวิชาการมากมายยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษ โดยมีสารนิโคตินปริมาณสูงซึ่งมีฤทธิ์เสพติดรุนแรง และอันตรายต่อทุกระบบของร่างกายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะต่อพัฒนาการสมองของเด็ก ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ย้ำด้วยว่าบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์อันตรายต่อสุขภาพของผู้สูบ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับบุหรี่ไฟฟ้ามือสองและมือสาม เนื่องจากมีสารนิโคติน สารเสพติด สารแต่งกลิ่น สารเคมีอื่น ๆ มิได้เป็นสินค้าที่ปลอดภัยกว่าบุหรี่ตามที่อุตสาหกรรมยาสูบหรือผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้ากล่าวอ้าง

ศ.พญ.สุวรรณา กล่าวอีกว่า ปัญหาขณะนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยการตลาดล่าเหยื่อ ที่ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ามุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน โดยออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เลียนแบบของเล่นเด็ก (Toy Pod) ของใช้หรือของกินที่เด็กและเยาวชนนิยมหรือคุ้นเคย รวมถึงการใส่สารปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติในบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อดึงดูดความสนใจให้อยากทดลองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าคุกคามเด็กเล็กลงถึงระดับชั้นประถมศึกษาและส่งผลกระทบเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ทั้งมิติด้านสุขภาพ สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

“ความจริงแล้วสถานะของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เป็นวัตถุที่มีความผิดตามกฎหมาย ครอบคลุมตั้งแต่การห้ามนำเข้า ห้ามขาย ห้ามบริการ ซึ่งดีอยู่แล้ว เราจึงขอให้รัฐบาลคงไว้ซึ่งมาตรการเหล่านี้ และสิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายที่มีอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงป้องกันการแทรกแซงจากกลุ่มอุตสาหกรรมยาสูบ ขณะที่การปกป้องเด็กและเยาวชนไทย เราก็สามารถทำได้ด้วยการสร้างการรับรู้เรื่องภยันตรายและการเสพติดของบุหรี่ไฟฟ้าควบคู่กันไป” ศ.พญ.สุวรรณา ระบุ

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2553 ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ประเทศไทยเคยมีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง มาตรการในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านยาสูบ มาแล้ว โดยขณะนั้นเครือข่ายสมัชชาฯ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนมติในการควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเราได้พบกับปัญหาใหม่จากการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่รุนแรง และจำเป็นที่จะต้องมีนโยบายเข้ามาหนุนเสริมการขับเคลื่อนให้มากขึ้น

นพ.สุเทพ กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยพบว่าคนในประเทศไหนจะมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวแค่ไหนขึ้นอยู่กับ ระบบบริการสุขภาพ 9% พันธุกรรม 16% พฤติกรรม 51% และ สิ่งแวดล้อม 24% ซึ่งจะเห็นได้ว่าพฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมีน้ำหนักถึง 75% ดังนั้น การจะทำให้คนสุขภาพดี จึงต้องมาจัดการที่ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (social determinant of health) ซึ่งการสูบบุหรี่ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่ทำให้ชายไทยเจ็บป่วยหรือตายก่อนวัยอันควร บุหรี่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งหลายชนิด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคถุงลมโป่งพอง โรคกระเพาะอาหาร โรคกระดูกพรุน ฯลฯ 

“ประเทศไทยดำเนินการควบคุมการบริโภคยาสูบได้ผลดี คนสูบบุหรี่มวนลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทผู้ผลิตจำหน่ายบุหรี่คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มุ่งตลาดที่เด็กและเยาวชนเป็นธุรกิจที่กินยาว ในปัจจุบันจะเห็นการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จะส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพของประชากรไทยในยุค ‘เด็กเกิดน้อย สังคมสูงวัย’ อย่างน่าเป็นห่วง จึงจำเป็นต้องมีนโยบายสาธารณะฯ เพื่อร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้กันอย่างจริงจัง” นพ.สุเทพ กล่าว

‘จีน’ เผย ‘5G’ เชิงพาณิชย์ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ สร้างเม็ดเงินราว 28.12 ล้านล้านบาท ลุยเดินหน้าพัฒนาต่อ

(7 มิ.ย. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จ้าวจื้อกั๋ว หัวหน้าวิศวกรประจำกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน อ้างอิงผลการวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน ระบุว่า การใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ช่วยกระตุ้นผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยตรงราว 5.6 ล้านล้านหยวน (ราว 28.12 ล้านล้านบาท) ในจีนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ระหว่างงานประชุมด้านโทรคมนาคมเคลื่อนที่ จ้าวจื้อกั๋ว ได้กล่าวว่า 5G ยังขับเคลื่อนผลผลิตทางเศรษฐกิจทางอ้อม 14 ล้านล้านหยวน (ราว 70.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีใหม่นี้มีส่วนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูงของจีนอย่างมาก

จ้าวจื้อกั๋ว ระบุว่าจีนครองตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G สร้างความก้าวหน้าในเทคโนโลยีหลักที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง และมีผลลัพธ์ที่โดดเด่นในการผสมผสานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับโลกจริงทางกายภาพ นับตั้งแต่มีการออกใบอนุญาตใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2019

จีนมีสถานีฐาน 5G เกือบ 3.75 ล้านแห่ง หรือคิดเป็นราว 26 แห่งต่อประชากร 10,000 คนเมื่อนับถึงสิ้นเดือนเมษายน โดยจีนยังได้ยื่นจดสิทธิบัตรสำคัญด้านมาตรฐาน 5G คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 42 ของสิทธิบัตรทั้งหมดทั่วโลก

อนึ่ง เทคโนโลยี 5G ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมหลัก อาทิ การทำเหมือง ไฟฟ้า และการดูแลสุขภาพ อีกทั้งยังค่อย ๆ กระจายไปสู่แวดวงที่สำคัญอย่างการวิจัยและพัฒนา การออกแบบ และการผลิต

ทั้งนี้ จ้าวจื้อกั๋ว ยังระบุว่า ในขั้นต่อไป กระทรวงฯ จะเดินหน้าทำงานเพื่อขยายความครอบคลุมของเครือข่าย 5G เร่งขยายการประยุกต์ใช้ 5G และส่งเสริมการปรับปรุงอุตสาหกรรมข้อมูลและการสื่อสารให้ทันสมัย

'รถถัง จิตรเมืองนนท์' ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ 'เดนิส พูริช' หลังน้ำหนักเกิน ยืนยัน!! ศึก ONE 167 พรุ่งนี้ไม่ยกเลิก

(7 มิ.ย. 67) ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ซึ่งมีคิวขึ้นชกกับ ‘เดนิส พูริช’ ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ ศึก ONE 167

ปรากฏว่าในวันชั่งน้ำหนัก ‘รถถัง’ ค่าน้ำไม่ผ่านและชั่งน้ำหนักได้ 138.5 ป. ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดของ ONE ทั้งสองรายการ ขณะที่ ‘เดนิส พูริช’ วัดค่าน้ำผ่านและชั่งน้ำหนักผ่านที่ 134.75 ป

ตามระเบียบของ ONE กรณีที่นักกีฬาค่าน้ำไม่ผ่าน หลังจากสามารถทำค่าน้ำให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดได้แล้ว น้ำหนักสุดท้ายจะต้องไม่เกิน 5% ของน้ำหนักคู่แข่ง ซึ่งในกรณีของ รถถัง ต้องไม่เกิน 141.48 ป. ซึ่งหลังจาก รถถัง วัดค่าน้ำผ่าน น้ำหนักสุดท้ายอยู่ที่ 141.25 ป. จึงอยู่ในเกณฑ์ที่ชกกันได้

อย่างไรก็ตาม ‘รถถัง’ มีการเจรจาตกลงเรื่องค่าชดเชยน้ำหนักกับ ‘เดนิส’ โดยนักกีฬาที่ทำน้ำหนักผ่านมีสิทธิ์เรียกค่าชดเชยเป็นเปอร์เซ็นต์หักจากค่าตัวของนักกีฬาที่ทำน้ำหนักไม่ผ่านได้ตามความเหมาะสม โดยจะคำนึงถึงความเสียเปรียบในการแบกน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจตามมา

ในทางตรงกันข้าม หากนักกีฬาไม่สามารถตกลงกันได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม นักกีฬาที่ชั่งน้ำหนักผ่านจะได้รับค่าตัวที่ตกลงไว้ แม้จะไม่มีการจัดแข่งขัน ส่วนนักกีฬาที่ชั่งน้ำหนักไม่ผ่านจะไม่ได้รับค่าตัว เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ อันเป็นเหตุให้การแข่งขันถูกยกเลิก

ทั้งนี้ โปรดติดตามการแข่งขัน รถถัง vs เดนิส กติกาคิกบ็อกซิ่ง แคตช์เวต 141.25 ป.​เช้าวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ ที่นี่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เพจอย่างเป็นทางการของ ONE เริ่ม 07.00 น. และทางช่อง 7HD กด 35 เริ่มรับสัญญาณถ่ายทอดสดเวลา 10.00 น. #ONE167

หมายเหตุ ในร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 70% หากลดน้ำหนักด้วยการรีดน้ำออก น้ำหนักจะลดลง แต่ผลที่ตามมาคือภาวะขาดน้ำและมีอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น ONE จึงมีข้อกำหนดให้นักกีฬาลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย โดยจะต้องรักษาน้ำในร่างกายไว้ตามระดับที่กำหนด

'ซูซูกิ มอเตอร์' ประกาศปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยสิ้นปี 2568 ปรับแผนนำเข้ารถจาก 'ญี่ปุ่น-อินเดีย-อินโดนีเซีย' มาจำหน่ายแทน

ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศยุติการผลิตรถยนต์ซูซูกิ ที่โรงงาน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ช่วงปลายปี 2568 หันนำเข้ารถจากญี่ปุ่น อินเดีย และอินโดนีเซียแทน พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ปี 2567 ย้ำไฮบริด EV มาแน่

(7 มิ.ย.67) ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ออกแถลงการณ์วันนี้ว่า ซูซูกิตัดสินใจยุติการผลิตที่โรงงานประเทศไทย คือ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (SMT) ภายในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนโครงสร้างการผลิตของซูซูกิทั่วโลก

ตามที่รัฐบาลไทยได้มีการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์อีโคคาร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ในเวลาดังกล่าวซูซูกิได้สมัครเข้าร่วมโครงการและก่อตั้ง SMT ขึ้น ในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งหลังจากที่ได้รับการอนุมัติจึงได้มีการเริ่มดำเนินการผลิตขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา

โดยสามารถผลิตและส่งออกได้มากถึง 60,000 คันต่อปี ทั้งนี้ด้วยการส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอนและการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของทั่วโลก ซูซูกิได้มีการพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระดับโลก จึงได้ตัดสินใจยุติการดำเนินการของโรงงาน SMT ภายในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2568 นี้

แม้จะมีการยุติการดำเนินการของโรงงานในประเทศไทย แต่ SMT จะยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในการจำหน่ายและให้บริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยต่อไป ซึ่งจะมีการปรับแผนธุรกิจเป็นการนำเข้ารถยนต์จากโรงงานในภูมิภาคแถบอาเซียน รวมถึงประเทศญี่ปุ่นและประเทศอินเดีย

นอกจากนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้สอดคล้องในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามนโยบายของภาครัฐ บริษัทฯ จะมีการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่าง ๆ รวมถึง HEVs เข้าสู่ตลาดในอนาคตด้วยเช่นกัน

สำหรับยอดขายรถยนต์ซูซูกิ 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.67) ทำได้ 2,587 คัน ลดลง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนข้อมูลงบทางการเงินพบว่า บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขาดทุนสุทธิ 2 ปีติดต่อกัน โดยปี 2565 ขาดทุนกว่า 80 ล้านบาท และปี 2566 ขาดทุนกว่า 264 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีรายงานจาก ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ว่า รถยนต์ที่ผลิตภายใต้โครงการอีโคคาร์ ที่โรงงานระยองยังคงจะผลิตและทำตลาดในประเทศจนถึงภายในปี 2568 (มิใช่หยุดในสิ้นปีนี้)

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการรองรับดูแลช่วยเหลือพนักงานภายหลังยุติการผลิตที่โรงงานระยองอย่างเหมาะสม

‘สาธิต มศวฯ’ ผุดห้องเรียนปัญญาประดิษฐ์ หนุนให้เกิดการทำงาน สุดท้ายเด็กมีผลงาน สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตรงสายส่วนใหญ่

เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ธีรวัฒน์ ประกอบผล’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

‘การเปิดห้องเรียนพิเศษในโรงเรียน’

น่ายินดีกับความสำเร็จของโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) มาก ๆ เลยครับ

ห้องเรียนพิเศษ ห้องเรียนวิศวะ ห้องเรียนปัญญาประดิษฐ์ หลายโรงเรียนเปิดกันมากมาย ก็ต้องมาดูด้วยว่า เปิดแล้วโรงเรียนสนับสนุนให้สำเร็จได้หรือไม่ การเปิดนั้นไม่ยากนัก แต่การทำให้สำเร็จนั้นยาก

ยุคนี้มหาวิทยาลัยรับหลายรูปแบบ การยื่นผลงานเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นักเรียนสามารถโฟกัสได้ว่าจะเข้าสถาบันใด เมื่อมีการยื่นผลงานโรงเรียนก็ต้องสนับสนุนให้เกิดการทำงาน ให้เด็กทำโครงงานได้สำเร็จ ต้องสนับสนุนให้เต็มที่ ดังนั้นเมื่อโรงเรียนจะเปิดห้องเรียนพิเศษต่าง ๆ ก็ต้องเตรียมแผนสนับสนุนไว้ด้วยครับ

น่าดีใจกับความสำเร็จของโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ครับ เด็กห้องปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นสาขากับวิชาที่เรียนเสียด้วย นี่ละครับคือตัวอย่างดี ๆ ที่น่าชื่นชม

‘สื่ออาวุโส’ แชร์ประสบการณ์ทำพาสปอร์ตหายกลางกรุงปารีส ปลื้ม!! ‘สถานทูตไทยฯ’ ทำพาสปอร์ตฉุกเฉินให้รวดเร็วและฟรี

(7 มิ.ย. 67) เถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณี ‘พาสปอร์ตหล่นหายในสนามบินปารีส’ โดยระบุว่า…

“สวัสดีบัดดี้ ได้เวลาเขียนบทความกันล่ะ..คราวนี้เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่มีพาสปอร์ตมาเลยทีเดียว..ที่พาสปอร์ตหาย

พี่กับคณะเดินทางมาถึงสนามบินปารีส แล้วออกจากจุดประทับตราจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง...เสียบพาสปอร์ตไว้ในกระเป๋ากางเกงที่ช่องกว้าง ๆ ลืมเก็บใส่กระเป๋าสะพาย

พอมาถึงเรือล่องแม่น้ำเซน...พาสปอร์ต ไม่มาด้วย
.
โชคดีที่ ‘อุ๋ย’ น้องในทีมรู้จักเจ้าหน้าที่ในสถานทูตไทยปารีส เลยทราบข้อมูลในการทำเอกสารชั่วคราว เราเลยยกโขยงไปที่นั่น ..ทำพาสปอร์ตฉุกเฉิน Emergency Travel Document. เพียงชั่วโมงเดียวก็เรียบร้อย

เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยบอกว่า “พี่มาถึงปารีส แล้ว..”

พี่ก็เห็นจริงดังว่า เพราะห้องทำ ETD นี่มีงานเยอะมาก คือ คนไทยมีกรณีพาสปอร์ตหายเป็นประจำ

ดังนั้น เวลามาต่างประเทศ ต้องมีก๊อปปี้พาสปอร์ต/วีซ่า สำรองเอาไว้ รวมทั้ง บัตรประชาชนไทยด้วยก็ดี
ทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลทำเล่มชั่วคราวให้เราได้ทันที

และถ้าจะให้ดี พอผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยให้ถ่ายภาพ ‘ตราประทับวันเข้าเมือง’ เอาไว้ด้วยเลย  .
ถ้าบางแห่งไม่มีสถานทูต จะต้องแจ้งตำรวจก็จะได้มีเอกสารอ้างอิงให้ค้นข้อมูลได้

แต่พี่ไม่ได้ทำไว้สักอย่าง… ‘อุ๋ย’ แกมีเพราะดูแลเรื่องทำวีซ่าพาสปอร์ตให้กับลูกค้าของ Around the world. 

มานั่งคิดก็ขำ ๆ เพราะตอนออกจากไทยไปถือพาสปอร์ตถ่ายภาพกับป้าย Passport Control ซะโก้เก๋..หายจริง ๆ

ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในปารีส ที่ช่วยบริการรวดเร็ว และเป็นบริการฟรีเสียด้วย..

บัดดี้รู้ไหมว่าพาสปอร์ตหายในปารีสนี่ไม่น่ากังวลเลย เพราะเรามีสถานทูตมานานนับร้อย ๆ ปีให้บริการดูแลคนไทยที่นี่

พี่เคยทำพาสปอร์ตหายใน อุรุมุฉี ซินเกียง ต้องขังตัวเองในโรงแรมจนกว่าจะหาเจอถึงจะออกมาเดินเที่ยวได้ เพราะสมัยโน้นถ้าเดินไปไหนมาไหนในอุรุมุฉีแล้วมีคนตรวจไม่เจอพาสปอร์ตพกมาด้วย  อาจโดนกักขังก่อนค่อยทำพาสปอร์ตใหม่จึงจะได้ออกมาเที่ยว..

สิ้น ‘หลวงปู่ยิ้ม’ เจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า ละสังขารด้วยรอยยิ้ม สิริอายุ 101 ปี

(7 มิ.ย. 67) เหตุละสังขารของเกจิดังสายปฏิบัติธรรมและพัฒนา เกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นายสาธร บัวจันทร์ และนายบุญธรรม ลำเจียกมงคล 2 นักธุรกิจซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ‘พระมงคลวรสิทธิ์’ หรือ ‘หลวงปู่ยิ้ม’ เจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม ว่า หลวงปู่ยิ้ม ละสังขารลงแล้ว ที่โรงพยาบาลธนบุรี เมื่อเวลา 09.57 น.ของวันที่ 6 มิ.ย.67 และจะนำร่างเคลื่อนย้ายมาบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดปลาเค้า ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 7 มิ.ย.67 หลังจากข่าวได้แพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านตำบลบางแขม ต่างมาที่วัดและช่วยกันจัดสถานที่รองรับไว้ให้อย่างสวยงาม ประดับด้วยดอกไม้สีขาว โดยจะนำศพท่านขึ้นตั้งที่ศาลาใหญ่วัดลาดปลาเค้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.67 บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างเดินทางไปรับศพหลวงปู่ยิ้ม เดินทางมายังวัดลาดปลาเค้า เพื่อตั้งสวดพระอภิธรรม โดยมีรถทางหลวงนำมาที่วัด ท่ามกลางความโศกเศร้า จากนั้นนำร่างขึ้นไว้บนศาลาใหญ่ เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ โดยเปิดให้ประชาชนรดน้ำในช่วง 11.00 น.เป็นต้นไป

จากนั้นในช่วง 16.00 น. สำนักพระราชวัง อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทานมาถวาย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีในช่วง 19.00 น.ของทุกวัน จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ทุกคืนเป็นเวลา 21 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ถึง 27 มิ.ย. จากนั้นจะเก็บร่างไว้ 100 วัน ก่อนที่จะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ

นายสาธร บังจันทร์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิด เผยว่า หลวงปู่ยิ้ม เป็นที่นับถือของชาวบางแขม และชาวนครปฐม มากเพราะท่านไม่เคยมีประวัติในเรื่องเสื่อมเสีย เป็นทั้งนักปฏิบัติธรรม และนักพัฒนา และยังเป็นเกจิอาจารย์ เป็นศิษย์เอกร่ำเรียนวิชาจากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม สมัยที่หลวงพ่อเงินท่านยังมีชีวิตอยู่ อดีตเคยออกงานปลุกเสก แต่ระยะหลังท่านไม่ได้ออกเลยมา 20 ปี กลับมาพัฒนาวัดสอนปฎิบัติธรรม เพราะมีอายุมาก เลยทำให้ห่างเหินจากวงการ แต่บรรดาศิษยานุศิษย์ก็ยังไปมาหาสู่ท่านตลอด มาสนทนาธรรมกับท่านและชื่นชอบที่หน้าตาท่านยิ้มอยู่ตลอด สมกับนามของท่านหลวงปู่ยิ้ม

นายสาธร เผยอีกว่า สุขภาพของท่านก่อนเข้าโรงพยาบาลนั้นดีมาก ศิษย์พาไปตรวจบ่อย แพทย์ยังแปลกใจว่าท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงถึงแม้อายุท่านจะมากถึง 101 ปี ก็ตามท่านยังเดินตรวจตราวัด โดยมีไม้เท้าคู่ใจเดินไปไหนก็มีไม้เท้า ก่อนหน้าที่จะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธนบุรี เมื่อปีที่ผ่านมาอายุท่านครบ 100 ปี บรรดาผู้นำชุมชนและชาวบ้านต่างระดมทุนจัดงานวันเกิดให้ท่าน ว่าจ้างวงคาราบาว มาแสดงที่วัดฉลองวันเกิดให้ท่าน ท่านมาเริ่มป่วยเมื่อเดือนที่ผ่านมามีอาการมึนศีรษะด้วยวัยชรา พระผู้ดูแลท่านจึงแจ้งให้ทราบจึงนำท่านไปให้ตรวจที่ ร.พ.ธนบุรี

เบื้องต้นแพทย์ตรวจดูอาการก็ไม่พบว่าท่านเป็นโรคอะไร แพทย์แนะนำให้ท่านพักผ่อน เพราะท่านนอนไม่ค่อยหลับ ให้พักผ่อนมาก ๆ บรรดาศิษย์เลยให้ท่านพักรักษาตัวที่ ร.พ.ไปก่อน จนอาการท่านดีแล้วค่อยกลับวัดจนกระทั่งเมื่อตอนเช้า 09.57 น.ของวันที่ 6 มิ.ย.67 ท่านก็หลับไปเฉย ๆ โดยที่ใบหน้าท่านยังยิ้มหน้าใสเหมือนคนนอนหลับ แต่เมื่อแพทย์มาตรวจพบว่าท่านได้ละสังขารไปแล้ว จึงแจ้งมาที่วัดให้เตรียมงานศพให้ยิ่งใหญ่ และแพทย์ให้นำศพกลับวัดได้ในวันที่ 7 มิ.ย.67

สำหรับประวัติของหลวงปู่ยิ้ม มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะพระเกจิและพระนักพัฒนาระดับแนวหน้าเมืองนครปฐม อีกทั้งเป็นศิษย์สายตรงที่ได้รับเมตตาถ่ายทอดวิทยาคมจากหลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ วัดดอนยายหอม เกิดในสกุล ใจซื่อตรง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ต.ค.2466 ที่หมู่ที่ 7 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม บิดา-มารดาชื่อนายยาและนางมา ใจซื่อตรง

เมื่ออายุ 25 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดลาดปลาเค้า จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2491 พระครูอุตตร การบดี (หลวงพ่อสุข) วัดห้วยจระเข้เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษาที่วัดลาดปลาเค้า มุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัย-พระปริยัติธรรม จนสอบได้ นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ในระหว่างศึกษายามว่างไปศึกษาด้านวิชาอาคมจากหลวงพ่อสุข วัดห้วยจระเข้ และหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จนท่านรับเป็นศิษย์ครอบครูประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

ระหว่างการศึกษาสรรพวิชา ยังได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาแถบชายแดนประเทศกัมพูชา เผยแพร่พระพุทธศาสนาตั้งปณิธานจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างถึงที่สุด จากนั้นเมื่อกลับมาวัดลาดปลาเค้าก็เริ่มช่วยงานพัฒนากับอดีตเจ้าอาวาส จนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส จนในปี 2506 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ในปี 2517 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระมงคลวรสิทธิ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 ชาวบ้านตำบลบางแขม ต่างยกย่องให้เป็นพระเกจิอาจารย์นักพัฒนามีผลงานการพัฒนาวัดและพัฒนาชุมชน ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุสามเณรและเยาวชน โดยเฉพาะโรงเรียนวัดลาดปลาเค้า ท่านสร้างอาคารเรียน สนามกีฬา เครื่องดนตรีอุปกรณ์การสอน ตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มอบทุนการศึกษา ให้ความร่วมมือกับราชการอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกปี

ผลสำรวจกลุ่ม 'GenZ-GenY' เมินตำแหน่งงาน Manager มากขึ้น เหตุ!! 'งาน-ความกดดัน' ที่ต้องแบกมีมากกว่าค่าจ้างที่ได้เพิ่มขึ้นมา

(7 มิ.ย. 67) ผลสำรวจจาก CoderPad และ Visier เผยไปในทางเดียวกันว่า คน Gen Z และ Gen Y จำนวนมากไม่สนใจที่จะรับตำแหน่ง Manager ซึ่งเป็นงานระดับบริหารและจัดการ เพราะพวกเขาพบว่างานเหล่านี้ไม่คุ้มกับภาระงานและความเครียดที่เพิ่มขึ้น

โดยไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า ตำแหน่งงานด้านบริหารจัดการได้สูญเสียความน่าดึงดูดใจกับกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ เนื่องจากลักษณะงานที่ทำให้ต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ ถูกคาดหวังให้แก้ปัญหาและผลสำรวจพบว่ากลุ่มคนทำงานด้านบริหารจัดการ ต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวหลังจากรับบทบาทการทำงานที่รู้สึกว่าถูกตัดขาดจากทีม

การสำรวจจากแพลตฟอร์มสัมภาษณ์งาน CoderPad พบว่า 36% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีไม่ต้องการความรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการ เพราะ Gen Z และ Y ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานมากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ สำหรับพวกเขาชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน และความกดดันที่มาพร้อมกับงานบริหารจัดการมีมากกว่าค่าจ้างที่ได้เพิ่มขึ้นมา

ขณะที่ Visier แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ด้านทรัพยากรบุคคลของสหรัฐอเมริการะบุว่า มีเพียง 38% ของผู้ถูกสำรวจที่สนใจจะเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลในองค์กรปัจจุบันของพวกเขา โดยผู้เข้าร่วมสำรวจมองว่าการย้ายงานมาฝั่งบริหารจัดการ หมายถึงการทำงานที่ยาวนานขึ้นและต้องรับมือกับภาระงานที่เพิ่มขึ้น 

ผู้เข้าร่วมบางคนกล่าวว่าพวกเขาพอใจกับบทบาทในปัจจุบัน และมองว่าตำแหน่งงานด้านการบริหารจัดการจะดึงพวกเขาออกจากการได้ทำสิ่งที่รัก

‘วิอาทินา’ วัวบราซิล ผู้ครองสถิติที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ตีมูลค่า 150 ลบ. น้ำหนักมากเป็น 2 เท่าของพันธุ์เดียวกัน

(7 มิ.ย. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บราซิลจัดมหกรรมประมูลวัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยไฮไลต์ในปีนี้คือ ‘แม่วัวเนื้อ’ อายุ 3 ปี มีน้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม ซึ่งมีน้ำหนักที่มากเป็น 2 เท่าของแม่วัวพันธุ์เดียวกัน โดยแม่วัวมีชื่อว่า ‘วิอาทินา’ (Viatina-19 FIV Mara Moveis) 

'วิอาทินา' ผู้ครองสถิติวัวที่มีราคาแพงที่สุดในโลก มีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 150 ล้านบาท โดย แม่วัววิอาทินา มีผิวขาวละมุนดุจหิมะ มันได้รับการดูแลอย่างดี มีกล้องวงจรปิดคอยดูตลอด 24 ชั่วโมง มีสัตวแพทย์ประจำตัว และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธอารักขา เพราะเพียงแค่เซลล์ไข่ของวิอาทินา ก็มีราคาสูงถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทย 9 ล้านบาท

'วิอาทินา' กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย อาทิเช่น 'Miss South America' ในการแข่งขัน 'Champion of the World' ที่เปรียบได้กับเวที Miss Universe ของวงการวัว ภาพของแม่วัววิอาทินา ยังอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บนถนนทางหลวงของบราซิลอีกด้วย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top