Sunday, 7 June 2026
World

อินเดียตรวจประวัติสุขภาพจิตกัปตัน Air India หลังเครื่องตก ลือเคยซึมเศร้า!! อาจเป็นคนปิดสวิตช์เชื้อเพลิงทำเครื่องร่วง

(15 ก.ค. 68) ทีมสอบสวนเหตุเครื่องบิน แอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบิน AI-171 รุ่น Boeing 787 Dreamliner ทะเบียน VT-ANB ตกใกล้อาห์เมดาบัดระหว่างบินขึ้น มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 241 คน จากทั้งหมด 242 คนบนเครื่อง ซึ่งล่าสุดอยู่ในขั้นตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตของกัปตันซูมีต ซับฮาร์วาล (Sumeet Sabharwal) วัย 56 ปี หลังมีรายงานว่าเขาเคยมีภาวะซึมเศร้า และเคยลาพักงานบ่อยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องการดูแลพ่อที่ชรา หลังจากสูญเสียแม่ในปี 2022

มีการเปิดเผยว่า ซับฮาร์วาลมีประสบการณ์บินกว่า 15,000 ชั่วโมง และผ่านการตรวจสุขภาพชั้น 1 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานเบื้องต้นชี้ว่าเหตุเกิดจาก “การปิดสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง” ซึ่งทำให้เครื่องสูญเสียแรงขับทันทีหลังเทกออฟ และข้อมูลจากกล่องดำเผยว่า นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมปิดสวิตช์เชื้อเพลิง?” และอีกคนตอบว่า “ไม่ได้ปิด”

แม้ยังไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนปิด แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ควบคุมการบินหลักคือนักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี ส่วนกัปตันซับฮาร์วาลอยู่ในตำแหน่งที่อาจเข้าถึงสวิตช์ดังกล่าวได้ง่าย ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในมุมไบเล่าว่า กัปตันเป็นคนเงียบ ๆ และรักพ่อมาก มักพาพ่อออกไปเดินเล่นในตอนเย็น และเคยบอกว่าอีกไม่กี่เที่ยวบินจะลาออกมาดูแลพ่อเต็มตัว

ด้าน Air India ปฏิเสธให้ความเห็น แต่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มทาทา (Tata Group) ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน ยืนยันว่ากัปตันไม่ได้ลาป่วยช่วงหลัง และมีการส่งผลตรวจสุขภาพครบถ้วน ขณะที่สมาคมนักบินอินเดียออกแถลงการณ์ค้านแนวทางสอบสวนที่พุ่งเป้าไปที่สุขภาพจิตของนักบินว่า เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตบางรายวิจารณ์รายงานว่า ถือเป็นการตบหน้าและไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดเพียงแค่ “ปิดสวิตช์หนึ่งตัว” ทำไมถึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ที่คร่าชีวิตคน 241 คน โดยเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 1 คนเท่านั้น

นักยุทธศาสตร์ชี้ “สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว” ‘ยุโรป-อเมริกา’ รุมกำจัด ‘รัสเซีย’ ไม่ใช่แค่คุมยูเครน

(15 ก.ค. 68) ดมิตรี เทรนิน (Dmitri Trenin) นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซีย ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนยุคก่อน ไม่ใช่การบุกแบบยุทธการบาร์บาร็อสซา หรือภาวะตึงเครียดแบบวิกฤตคิวบา แต่เป็นสงครามที่แพร่กระจายหลายมิติ ทั้งการทหาร เศรษฐกิจ และข้อมูล โดยมีคู่ขัดแย้งหลักคือ “ตะวันตก” กับ “รัสเซีย-จีน-อิหร่าน”

เทรนินมองว่า สำหรับรัสเซียสงครามเริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ พยายามทำทุกทางเพื่อสกัดไม่ให้รัสเซียและจีนกลายเป็นมหาอำนาจ ทั้งในเชิงอุดมการณ์และอำนาจระหว่างประเทศ โดยใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ การสร้างความปั่นป่วนภายใน และแม้แต่การลอบสังหาร

นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซียรายนี้ย้ำว่า เป้าหมายของตะวันตกไม่ใช่แค่ชนะในสนามรบ แต่คือการล่มสลายของประเทศรัสเซียจากภายใน ผ่านความไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจทรุด และความแตกแยกในสังคม พร้อมอ้างว่า “ความเป็นมนุษย์” ของชาวรัสเซียถูกลดทอนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อในโลกตะวันตก ซึ่งใช้ทั้งสื่อ ข้อมูลเท็จ และการควบคุมความคิดเห็น

โดยเทรนินเสนอว่า รัสเซียต้องตอบโต้ด้วยการระดมทรัพยากรภายในประเทศอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่กำลังทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และประชากร พร้อมขยายพันธมิตร เช่น เบลารุส เกาหลีเหนือ และหาพันธมิตรเพิ่มในภูมิภาคอื่น 

สุดท้าย เขาเตือนว่ารัสเซียไม่ควรกลัวการยกระดับ แม้แต่การใช้อาวุธพิเศษอย่าง “นิวเคลียร์” หากสถานการณ์จำเป็น พร้อมย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีที่ให้กับการประนีประนอมอีกต่อไป และรัสเซียต้องกล้าเดินเกมเชิงรุก หากไม่อยากตกเป็นฝ่ายพ่ายในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังจะถูกกำหนดขึ้น

‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอ Nvidia พบ ‘เหลย จวิ้น’ ซีอีโอ Xiaomi ระหว่างทริปเยือนปักกิ่ง พร้อมยกนิ้วชมรถ Xiaomi SU7 ULTRA

(15 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ปรากฏตัวในปักกิ่งเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยสื่อจีนรายงานผ่าน WeChat ว่าเขาได้พบกับเหลย จวิ้น (Lei Jun) ซีอีโอของ Xiaomi พร้อมเผยภาพทั้งสองยืนยิ้มเคียงกันข้างรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 ULTRA ขุมพลัง 1548 แรงม้า ท่ามกลางอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส 

การปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนงาน China International Supply Chain Expo (CISCE) ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม โดย Nvidia จะเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในฐานะหนึ่งในผู้จัดแสดงกว่า 230 ราย จากทั้งในและนอกประเทศ

มีการเปิดเผยว่า Nvidia จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้ ซึ่ง เจนเซ่น หวง ย้ำถึงความตั้งใจระยะยาวในการดำเนินธุรกิจในจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน แต่ Nvidia ยังคงมองจีนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งในปีงบประมาณล่าสุด จีนสร้างรายได้ให้ Nvidia ถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ เจนเซ่น หวง กับเหลย จวิ้น มีความสนิทสนมกันมานาน ย้อนไปเมื่อปี 2013 หวงเคยขึ้นเวทีเปิดตัวชิป Tegra ของ Nvidia แต่ใช้มือถือ Xiaomi Mi 3 เพื่อช่วยโปรโมต และยังพูดติดตลกว่า เขาเป็น “แฟนพันธุ์แท้เสียวหมี่” 

นายกฯ สเปนจวกยุโรปนิ่งเฉย ปล่อยอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(15 ก.ค. 68) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ยุโรปยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ว่ากำลังสร้าง “หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของศตวรรษที่ 21” และย้ำว่า “ใครก็ตามที่ใช้ความหิวสงครามเพื่อทำลายรัฐที่มีความชอบธรรม ไม่ควรได้รับสถานะเป็นพันธมิตรของอียู”

ซานเชซกล่าวว่า ภาพเด็กๆ ค้นหาครอบครัวใต้ซากปรักหักพัง หรือค่อยๆ ตายจากความอดอยากในเต็นท์ ไม่ควรแค่ทำให้เราสะเทือนใจ แต่ควรกระตุ้นให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะยุโรป ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยสเปนและไอร์แลนด์ได้ยื่นขอให้อียูตรวจสอบว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงความร่วมมือกับอียูหรือไม่ ซึ่งรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า มี “หลักฐานมากเพียงพอ” ที่บ่งชี้ว่าอิสราเอลละเมิดมาตราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

แม้จนถึงขณะนี้อียูยังไม่ดำเนินมาตรการใดๆ แต่ซานเชซเผยว่าสเปนกำลังผลักดันให้มีการ “ระงับข้อตกลงความร่วมมือ” กับอิสราเอลทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราประณามปูตินในยูเครน เราก็ต้องไม่ยอมให้เนทันยาฮูทำแบบเดียวกันในปาเลสไตน์”

‘รุ้ง ปนัสยา’ ย้อนเรื่องราวชีวิต 5 ปี โดน 25 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 ถึง 10 คดี วอน พท. โหวตนิรโทษกรรมรวมคดีมาตรา 112 ด้วย

(15 ก.ค. 68) รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ นักสิทธิมนุษยชนชาวไทย ที่ต้องคดีทางการเมืองหลายต่อหลายคดี ซึ่งปัจจุบันได้หนีคดีไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กล่าสุด ระบุว่า สวัสดีค่ะทุกคน ห่างหายกันไปนานเลย นี่รุ้งเองนะคะ เด็กผู้หญิงเสื้อแดงที่กล่าวข้อเสนอ 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่ลานพญานาค เมื่อวันที่ 10 สิงหา 63 คนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นผ่านมา 5 ปีแล้วนะคะ เพียงเป็นนักศึกษาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความฝัน ปรารถนาให้เราทุกคนได้อยู่ในสังคมที่ดีกว่านี้ จึงถูกดำเนินคดีทางการเมืองอย่างน้อย 25 คดี และเป็นคดีตามมาตรา 112 ถึง 10 คดีด้วยกัน และสิ่งที่นักศึกษาคนนั้นเคยทำจนถูกดำเนินคดีทั้งหมดนั้น มีดังนี้

1. ใช้ปากพูดความคิดเห็นของตัวเองในที่ชุมนุมผ่านเครื่องขยายเสียงหรือปากเปล่า
2. ตั้งคำถามถึงการกระทำและความโปร่งใสของสถาบันกษัตริย์
3. จัดและร่วมการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีอาวุธและความรุนแรง ในมหาวิทยาลัยและที่สาธารณะ
4. แชร์โพสต์ที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐประหาร สถาบันกษัตริย์
5. ใส่เสื้อครอปทอปเดินสยามพารากอน

ที่ผ่านมารุ้งเข้าเรือนจำไปทั้งหมด 4 ครั้ง อดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว 1 ครั้ง (37 วัน) และทุกครั้งที่ถูกขังคือช่วงสอบ ถูกตัดผมจนเหลือเท่าติ่งหูที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ถูกใส่กำไลอีเอ็มและกักให้อยู่แต่ในบ้าน 24 ชม. รวมประมาณ 1 ปี ถูกติดตามนับครั้งไม่ถ้วน ถูกขับรถไล่ตาม ถูกอายัดตัวโดยไม่มีหมายจับ ถูกนำกล้อง cctv มาติดล้อมรอบบริเวณบ้านที่อาศัยอยู่กับเพื่อน ๆ ถูกผู้พิพากษาชนาธิปเรียกเข้าห้องไปด่าและดูถูกในวันที่ถูกเบิกตัวจากเรือนจำไปศาลเพื่อพิจารณาคดี ถูกซุ่มจับที่บริเวณบ้านพัก (ในสำนวนคดีนี้เขียนว่ามีสายลับรายงานความเคลื่อนไหวด้วย) ถูกแฮกด้วย pegasus spyware 4 ครั้ง ถูกตัดต่อรูปไปในทางอนาจาร ถูกขู่ฆ่า ข่มขืน ด่าทอมากมายในทางออนไลน์ ถูกศาลอยุธยาออกหมายจับเพราะติดพรีเซนต์งานกลุ่มป.โท ที่มหาวิทยาลัย และอีกมากมาย

และทุกคนทราบไหมคะว่าในการสืบพยานคดีที่เป็นมาตรา 112 ที่พยานต้องกล่าวถึงหรือต้องขอเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ศาลก็จะมีท่าทีที่ไม่ให้ความร่วมมือและควาทเป็นธรรมในการพิจารณาคดี เช่น ไม่ให้เรียกพยานหลักฐานมาต่อสู้คดี บอกว่าไม่เกี่ยวข้องทั้ง ๆ ที่มันเกี่ยว ใช้คำพูดไม่ดีกับฝั่งจำเลย บางทีก็พูดออกมาเลยว่ายังไงก็จะพิพากษาว่าผิด โน้มน้าวให้รับสารภาพ ไม่ให้จำเลยพูด ไม่ให้คนทั่วไปเข้าฟังในห้องพิจารณาทั้ง ๆ ที่เป็นคดีเปิด ศาลที่นั่งบนบัลลังก์มักจะต้องขึ้นไปถามผู้บริหารศาลว่าจะมีคำสั่งแบบไหน เป็นคดีที่ผู้พิพากษาไม่สามารถมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินได้

มีผู้พิพากษาคนหนึ่งเคยพูดกับรุ้งว่า ศาลทำอะไรไม่ได้หรอก รุ้งกับเพื่อนต้องไปผลักดันให้มีการนิรโทษกรรมยังจะพอมีโอกาส

พรรคการเมือง นักการเมือง ที่เคยพูดว่าจะสนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ที่เคยพูดว่าเห็นใจเด็ก ๆ ที่เคยช่วยเรียกร้องให้มีการปล่อยพวกเราออกมาจากเรือนจำ พรรคเพื่อไทยที่เคยออกแถลงการณ์เรื่องมาตรา 112 วันเดียวกันกับที่รุ้งกรีดข้อมือเป็นเลข 112 ขีดฆ่า รุ้งขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ขอรบกวนช่วยกันอีกซักครั้งจะได้ไหมคะ ให้มีการนิรโทษกรรมที่รวมคดีมาตรา 112 ด้วย

การนิรโทษกรรมรวมมาตรา 112 อาจสร้างความไม่พอใจให้คนบางกลุ่ม ใช่ค่ะ แต่คดีมาตรา 112 เป็นคดีทางทางเมืองที่ควรจะถูกรวมมาอยู่ในการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ด้วย ท่านอาจกลัวการโดนยุบพรรคหากท่านโหวตผ่านนิรโทษกรรมรวม 112 แต่ท่านก็ยังมีชีวิต แต่คนที่อยู่ในเรือนจำ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง ผู้ลี้ภัยที่กลับบ้านไม่ได้ ชีวิตของเขา ชีวิตของพวกเราสำคัญสำหรับท่านเพียงใด

นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของสังคมที่จะร่วมหาทางออกด้วยกัน รุ้งไม่ได้มาขอเพราะเป็นตัวรุ้งเองที่ถูกดำเนินคดี แต่ในจำนวนตัวเลขผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองนับตั้งแต่ปี 2563 คนส่วนใหญ่คือประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีบทบาทนำ ไม่ได้มีใครรู้จัก

และถึงจะมีใครรู้จัก อย่างรุ้งเองหรือคนอื่น ๆ พวกเราก็เป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีกำลังที่จะไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในแบบที่พวกท่านกลัวได้

พวกเราเป็นเพียงคนธรรมดา เป็นประชาชนที่แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพียงหวังจะเห็นสังคมที่ดีกว่า

พวกเราเป็นมนุษย์ มีชีวิต มีจิตใจ มีครอบครัว มีคนรัก มีเลือดสีแดงไม่ต่างกับท่าน

รุ้งขอส่งกำลังใจให้พวกท่านมีความกล้าหาญ มากพอที่จะตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ #นิรโทษกรรมรวม112

อดีตพลเมืองสหรัฐฯ ได้รับสัญชาติรัสเซีย หลังช่วยกองกำลังหมีขาว!! ลอบส่งพิกัดโจมตียูเครน

(15 ก.ค. 68) แดเนียล มาร์ตินเดล (Daniel Martindale) ชาวอเมริกันที่ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพรัสเซียในสงครามยูเครน ได้รับสัญชาติรัสเซียในพิธีมอบพาสปอร์ตอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานผู้แทนสาธารณรัฐโดเนตสค์ (DPR) ในกรุงมอสโก เมื่อไม่นานนี้

เดนิส ปูชิลิน (Denis Pushilin) ผู้นำ DPR ระบุว่า สัญชาติรัสเซียที่มาร์ตินเดลได้รับ เป็น “เครื่องหมายแห่งความไว้วางใจระดับสูงสุดจากรัฐ” ซึ่งออกโดย วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อยกย่องความกล้าหาญและความเสียสละในการส่งข้อมูลเป้าหมายทางทหารของยูเครนให้กับรัสเซียนานถึง 2 ปี

โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า มาร์ตินเดลเคยแอบเข้าออกแนวหน้าหลายครั้ง เพื่อตรวจหาตำแหน่งของฝ่ายยูเครนและส่งข้อมูลให้รัสเซีย ซึ่งถูกใช้ในการโจมตีอย่างได้ผล จนในเดือนพฤศจิกายน 2024 รัสเซียลอบพาตัวเขาออกมาจากพื้นที่ที่ยูเครนควบคุมได้สำเร็จ

เจ้าตัวยอมรับว่า “ฝันอยากเป็นพลเมืองรัสเซียมีมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน” พร้อมเผยว่าอยากสร้างครอบครัวและเลี้ยงดูลูกในประเทศที่เขารู้สึกว่า “ไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นครอบครัว” โดยพ่อแม่ของเขาก็มีความตั้งใจจะย้ายจากสหรัฐอเมริกามาอยู่ในรัสเซียด้วยเช่นกัน

‘โคลอมเบีย-แอฟริกาใต้’ เปิดเวทีต้านอิสราเอล 20 ชาติจ่อใช้ “กฎหมายระหว่างประเทศ” เอาผิดยิว

(15 ก.ค. 68) กลุ่มประเทศ 20 ชาติ นำโดยโคลอมเบีย-แอฟริกาใต้ ร่วมจัดงานซัมมิตฉุกเฉินวันที่ 15-16 ก.ค. ที่กรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เพื่อลงมติใช้มาตรการจริงกดดันอิสราเอล หลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจากปฏิบัติการในกาซา โดยมีสมาชิกหลักอย่างมาเลเซีย คิวบา และเซเนกัล ในกลุ่ม “ฮากกรุ๊ป” ที่ก่อตั้งเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เข้าร่วมด้วย

สหรัฐฯ แถลงประณามเวทีนี้ทันที โดยระบุว่าการใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นภัยต่อระเบียบโลก และอาจเปิดทางให้กลุ่มประเทศต่อต้านตะวันตกโจมตีไม่เพียงแต่อิสราเอล แต่รวมถึงสหรัฐฯ และพันธมิตรด้วย

ด้านคณะผู้แทนอิสราเอลประจำยูเอ็นออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า “สิ่งที่หลายประเทศในเวทีนี้ลืม คือจุดเริ่มต้นของสงคราม มาจากการสังหารประชาชนกว่า 1,200 รายเมื่อ 7 ต.ค. 2023 โดยฮามาส และจนถึงวันนี้ ยังมีชาวอิสราเอลอีก 50 คนถูกจับตัวไว้ในกาซา” พร้อมย้ำว่า “สงครามจะไม่ยุติ ตราบใดที่ตัวประกันยังไม่ถูกปล่อย”

เวทีนี้มีผู้แทนจากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม เช่น จีน ตุรกี สเปน ไอร์แลนด์ แอลจีเรีย อินโดนีเซีย รวมถึงผู้แทนปาเลสไตน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น เช่น ฟิลิปป์ ลาซซารินี จาก UNRWA และฟรานเชสกา อัลบาเนเซ นักสิทธิมนุษยชนที่เพิ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ร่วมกล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอด้วย

‘ทรัมป์’ เทหมดหน้าตักให้ขีปนาวุธยูเครน เล็งส่ง Tomahawk ยิงไกลถึงใจกลางมอสโก

(16 ก.ค. 68) มีการเปิดเผยจาก The Washington Post ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี โดยได้ถามตรงๆ ว่าทำไมยูเครนยังไม่โจมตีกรุงมอสโก ซึ่งเซเลนสกีตอบกลับว่า “เราทำได้ ถ้าคุณให้เราใช้ขีปนาวุธ”

ขณะเดียวกัน Financial Times รายงานว่า ทรัมป์ยังสนับสนุนให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียมากขึ้น และกำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ โทมาฮอว์ก (Tomahawk) ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 1,600 กิโลเมตร (1,000 ไมล์) ให้ยูเครน และเป็นอาวุธเดียวกับที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะส่ง Tomahawk อย่างเป็นทางการ แต่อาวุธชนิดนี้สามารถยิงไกลถึงมอสโกได้ และอาจกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ในสงครามยูเครน-รัสเซีย โดยทรัมป์ได้ทุ่มงบอาวุธหลายพันล้านดอลลาร์ให้ยูเครนแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับท่าทีต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินนั้น ทรัมป์กล่าวว่า "ผิดหวังแต่ยังไม่จบ" พร้อมขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากรัสเซียเป็น 100% หากเครมลินไม่ยอมตกลงเจรจาสันติภาพภายใน 50 วันข้างหน้า

รัสเซียเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ จาก ‘มอสโก’ สู่ ‘เปียงยาง’ เตรียมเริ่มให้บริการครั้งแรก 27 กรกฎาคมนี้ รับเฉพาะกรุ๊ปทัวร์

(16 ก.ค. 68) กระทรวงคมนาคมรัสเซียประกาศว่าเที่ยวบินตรงจากกรุงมอสโกไปยังกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ จะเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าให้มีผู้โดยสารเดินทางอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เที่ยวบินดังกล่าวจะให้บริการเดือนละครั้ง ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง โดยสายการบิน Nordwind Airlines ของรัสเซียได้รับอนุญาตให้เปิดเส้นทางนี้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เที่ยวบินใหม่นี้ถือเป็นเส้นทางบินตรงสายที่สองระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ โดยปัจจุบัน Air Koryo ซึ่งเป็นสายการบินของเกาหลีเหนือ มีเที่ยวบินจากวลาดีวอสตอคไปเปียงยางสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ตั๋วเครื่องบินไปเปียงยางไม่สามารถซื้อแยกเดี่ยวได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อตั๋วรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์แบบหมู่คณะเท่านั้น

'ฮุนมาเนต' ประกาศวันเดียว ลุยจับทันทีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบคนเวียดนาม-กัมพูชากว่า 200 ราย ไม่มีชาวจีน

(16 ก.ค. 68) พลเอก สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามประกาศกวาดล้างขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั่วประเทศอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังพบว่าขบวนการเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค และยังมีเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติแฝงตัวอยู่ โดย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก็เคยระบุว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์

ถัดมาไม่นาน เจ้าหน้าที่กรุงพนมเปญเข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัยเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีหลอกลวงทางออนไลน์ได้ถึง 234 ราย เป็นชาวเวียดนาม 149 คน (หญิง 23 คน) และชาวกัมพูชา 85 คน (หญิง 17 คน) โดยบางรายเคยทำอาชีพช่างไฟ, รปภ., พ่อครัว และแม่บ้าน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในขบวนการได้อีกจำนวนมาก และจะดำเนินคดีกับชาวเวียดนามทั้งหมด พร้อมตรวจสอบสถานะการเข้าประเทศว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ 'สมเด็จฮุน เซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา เคยระบุเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของขบวนการที่เริ่มต้นในไทย โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเข้ามาก่อเหตุในกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยหยุดโยนความผิดให้กัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top