Sunday, 7 June 2026
World

‘ยูเนสโก’ รับรอง 'อุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ' ของลาว เป็นแหล่งมรดกโลกข้ามพรมแดนแห่งแรกในอาเซียน

เมื่อวันที่ (13 ก.ค. 68) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศรับรอง “อุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ” ของ สปป.ลาว เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 4 ของประเทศ และเป็นมรดกโลกข้ามพรมแดนแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พื้นที่ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนในฐานะส่วนขยายของ “อุทยานแห่งชาติฟ็องญา-แก๋บ่าง” ในเวียดนาม ซึ่งอยู่ติดกัน โดยทั้งสองอุทยานถือเป็นพื้นที่คุ้มครองระบบนิเวศแบบหินปูนเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และร่วมกันแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพและความสำคัญด้านธรณีวิทยาอย่างโดดเด่น

อุทยานหินหนามหน่อมีลักษณะเด่นคือ “ภูเขาหินปูนยอดแหลมคมเหมือนหน่อไม้" ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยายาวนานกว่า 300 ล้านปี ภายในพบถ้ำธรรมชาติกว่า 170 แห่ง บางแห่งมีหน้าผาสูงถึง 300 เมตร เป็นแหล่งอยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก สัตว์เฉพาะถิ่น และสัตว์ที่วิวัฒนาการเฉพาะในระบบนิเวศแบบป่าหินปูน

ทั้งนี้ การได้รับสถานะมรดกโลกครั้งนี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศเฉพาะถิ่นของลาว ซึ่งก่อนหน้านี้มีแหล่งมรดกโลกแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เมืองหลวงพระบาง ปราสาทวัดพู และทุ่งไหหิน

‘หวังอี้-ลาฟรอฟ’ หารือยุติสงครามยูเครน และตะวันออกกลาง ชื่นชมความสัมพันธ์แบบมีวุฒิภาวะ ‘จีน-รัสเซีย’ มั่นคงที่สุดในโลก

(14 ก.ค. 68) หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุในการประชุมกับ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่กรุงปักกิ่งว่า ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียถือเป็น “ความสัมพันธ์ที่มั่นคง มีวุฒิภาวะ และทรงคุณค่าทางยุทธศาสตร์ที่สุด” ในบรรดาชาติมหาอำนาจในโลกยุคปัจจุบัน โดยทั้งสองฝ่ายมองความร่วมมือในมุมระยะยาว ที่ลึกซึ้งทางประวัติศาสตร์ และผลประโยชน์ร่วมกันในเชิงยุทธศาสตร์

สำหรับการพบกันครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่จีนเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง หวัง อี้ กล่าวเพิ่มเติมว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความร่วมมือระดับสูงในระยะต่อไป โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนา ความมั่นคง และการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังหารือประเด็นสำคัญระดับโลก รวมถึงสถานการณ์สงครามในยูเครน โดยจีนและรัสเซียเห็นพ้องว่าแนวทางแก้ไขต้องยึดหลักกฎบัตรสหประชาชาติอย่างครบถ้วน พร้อมหารือประเด็นอื่น ๆ เช่น ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

ทั้งนี้ จีนและรัสเซียยืนยันจะสนับสนุนกันในประเด็นผลประโยชน์ร่วมขั้นพื้นฐาน เช่น การปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกภาพของรัฐในทุกมิติทางชาติพันธุ์และภูมิภาค โดยจีนแสดงความพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมมือกับรัสเซียในทุกด้าน รวมถึงกำหนดทิศทางอนาคตของ SCO อย่างใกล้ชิด

นายกฯ ออสเตรเลียเซ็ง “ไม่มีที่ไหนในโลกปลอดภัย” หลังเกาะร้างไร้คนมีแต่ ‘เพนกวิน’ ก็ไม่รอดภาษีทรัมป์ 10%

(14 ก.ค. 68) เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกโดนัลด์ ซึ่งเป็นดินแดนห่างไกลของออสเตรเลียใกล้ทวีปแอนตาร์กติกา ถูกสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นบัญชีเก็บภาษีนำเข้า 10% แม้จะไม่มีประชากรอาศัยอยู่เลย และมีนักสำรวจเดินทางไปเยือนครั้งสุดท้ายเมื่อราว 10 ปีก่อนก็ตาม โดยเกาะเหล่านี้มีลักษณะเป็นภูเขาไฟปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และเป็นถิ่นอาศัยของเพนกวินและแมวน้ำเท่านั้น

นอกจากเกาะที่ไม่มีคนอยู่ ข้อมูลของทำเนียบขาวยังแยกดินแดนภายนอกของออสเตรเลีย เช่น เกาะคริสต์มาส เกาะโคคอส และเกาะนอร์ฟอล์ก ออกจากออสเตรเลียแผ่นดินใหญ่ พร้อมกำหนดอัตราภาษีแตกต่างกัน โดยเกาะนอร์ฟอล์กซึ่งมีประชากรราว 2,000 คน ถูกเก็บภาษีสูงถึง 29% ทั้งที่ส่งออกสินค้าหลักไปยังสหรัฐฯ แค่รองเท้าหนังเพียงไม่กี่แสนเหรียญ

นายจอร์จ แพลนต์ (George Plant) ผู้ดูแลเกาะนอร์ฟอล์ก แสดงความแปลกใจต่อข้อมูลของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “ไม่มีการส่งออกจากเกาะไปยังสหรัฐฯ เลย” ขณะที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี (Anthony Albanese) กล่าวประชดนโยบายดังกล่าวว่า “ไม่มีที่ไหนในโลกที่ปลอดภัยจากภาษีทรัมป์อีกแล้ว”

ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่าสหรัฐฯ เคยนำเข้าสินค้ามูลค่ากว่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกโดนัลด์ในปี 2022 โดยส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่ไม่มีการอธิบายชัดเจนว่าสินค้าเหล่านั้นมาจากไหนหรือเป็นอะไร ขณะที่ก่อนหน้านี้ตลอด 5 ปี ตัวเลขนำเข้าเฉลี่ยต่อปีจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ที่เพียงหลักหมื่นถึงไม่เกินครึ่งล้านดอลลาร์เท่านั้น

ปธน.บราซิลลั่น!! ไม่ใช่ลูกน้องอเมริกา ประกาศพร้อมขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐฯ 50%

(14 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ของบราซิล ประกาศจุดยืนแข็งกร้าว หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลสูงถึง 50% ตั้งแต่ 1 สิงหาคมนี้ โดย ‘ลูลา’ โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “บราซิลเป็นประเทศอธิปไตย มีสถาบันเป็นอิสระ และจะไม่ยอมอยู่ใต้การชี้นำของใคร” พร้อมประกาศเตรียม “ตอบโต้ทันที” หากสหรัฐฯ ดำเนินการจริง

ชนวนเหตุของคำขู่จากทรัมป์มาจากการที่อดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร กำลังถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามก่อรัฐประหารหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งปี 2022 ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็น “การล่าแม่มด” และยกย่องโบลโซนาโรว่าเป็น “ผู้นำที่ได้รับการเคารพจากทั่วโลก” นอกจากนี้ เขายังพาดพิงถึงคำสั่งศาลของบราซิลที่บังคับใช้กับโซเชียลมีเดียในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Truth Social แพลตฟอร์มที่ทรัมป์เป็นเจ้าของ

ประธานาธิบดีของบราซิลไม่เพียงแค่โต้กลับด้วยมาตรการภาษี แต่ยังโต้แย้งข้อมูลการค้าของทรัมป์ โดยระบุว่าข้ออ้างเรื่อง “ขาดดุลการค้า” ไม่เป็นความจริง ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ เองแสดงให้เห็นว่าอเมริกามีดุลการค้าสินค้ากับบราซิลอยู่ที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 สินค้าหลักที่สหรัฐฯ ส่งออกไปยังบราซิล ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องบิน และพลังงาน ขณะที่สินค้าจากบราซิลที่เข้าสหรัฐฯ คือ แร่ เหล็ก และกาแฟ

นอกจากบราซิลแล้ว ทรัมป์ยังส่งจดหมายเตือนไปยังอีก 22 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และศรีลังกา ว่าอาจถูกขึ้นภาษีเช่นกัน แต่จดหมายที่ส่งถึงบราซิลแตกต่าง เพราะมีเนื้อหาทางการเมืองชัดเจน นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์อาจสร้างผลย้อนกลับ ทำให้ลูลาได้คะแนนนิยมภายในประเทศเพิ่มขึ้น หากสามารถตอบโต้ได้อย่างเด็ดขาด

มหาวิทยาลัยต้าเหลียน ‘ไล่ออก’ นักศึกษาสาวนอกใจแฟน แอบแซ่บนักกีฬาอีสปอร์ตยูเครน ที่แต่งงานมีลูกแล้ว

(14 ก.ค. 68) มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคต้าเหลียน (Dalian Polytechnic University) ของจีน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ประกาศไล่นักศึกษาหญิงวัย 21 ปี นามสกุล “หลี่” พ้นสภาพนักศึกษา ฐานประพฤติตัวไม่เหมาะสม จากกรณีมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักกีฬาอีสปอร์ตชาวยูเครน ที่เดินทางมาแข่งขันในนครเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนธันวาคม 2567

มีการเปิดเผยว่าชายคนดังกล่าวคือ ดานิโล เทสเลนโก (Danylo Teslenko) หรือ Zeus นักแข่งเกม Counter-Strike ชื่อดัง วัย 37 ปี ซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูก โดยเจ้าตัวเดินทางมาร่วมแข่งเกม CS2 รอบชิงชนะเลิศ ในรายการ Perfect World Shanghai Major 2024 และมีรายงานว่าเขาได้ใช้เวลาอยู่กับ ‘หลี่’ ซึ่งก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่มามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในโรงแรมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม โดยมีภาพถ่ายและวิดีโอในเชิงล่อแหลมหลุดออกมาจากโซเชียลจีน

ภาพหลุดออกมากลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตจีนช่วยกันสืบจนทราบว่าหลี่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในต้าเหลียน แรงกดดันในโลกออนไลน์ทำให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจไล่เธอออก โดยระบุว่า “การกระทำที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวได้สร้างผลกระทบในทางลบต่อชื่อเสียงของสถาบันอย่างรุนแรง”

ในแถลงการณ์เป็นทางการ มหาวิทยาลัยอ้างอิง “ข้อบังคับกระทรวงศึกษาธิการจีน” และ “ระเบียบวินัยภายใน” ในการพิจารณาโทษขั้นสูงสุด ซึ่งแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยยังสามารถสั่งลงโทษได้ 

กรณีดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์ในจีน หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงสิทธิความเป็นส่วนตัว และความเท่าเทียมทางเพศ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่า นักศึกษาควรยึดถือคุณธรรมและไม่ทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นในหรือนอกมหาวิทยาลัยก็ตาม

‘ฮุน มาเนต’ ยื่น 3 เงื่อนไขให้ไทยพิจารณา ยันพร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา หากบรรลุข้อตกลง

‘ฮุน มาเนต’ นายกฯ กัมพูชา ยืนยันพร้อมเปิดจุดผ่อนปรนชายแดน ไทย-กัมพูชา หากบรรลุ 3 เงื่อนไข 

(14 ก.ค. 68) พลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันว่าจะเปิดจุดผ่อนปรนชายแดน ไทย-กัมพูชา อีกครั้ง ก็ต่อเมื่อบรรลุเงื่อนไข 3 ประการ

1.ไทยต้องประกาศเปิดด่านชายแดนโดยฝ่ายเดียวอีกครั้ง และยืนยันว่าจะไม่ปิดด่านฝ่ายเดียวอีก
2.ต้องเปิดจุดผ่านแดนทุกด่านโดยไม่มีเงื่อนไข
3.ควรกำหนดเวลาเปิดด่าน เหมือนช่วงก่อนวันที่ 7 มิถุนายน คือ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น.

นอกจากนี้ยังยืนยันว่า กัมพูชาไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหรือสร้างผลกระทบให้กับการค้าขายของทั้ง 2 ประเทศ แต่จะไม่ยอมรับการที่ไทยขอเปิดด่านบางด่านแล้วปิดด่านบางด่านเองอีก

ขณะเดียวกัน ‘ฮุน มานี’ รองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา กล่าวหาว่า ไทยเจตนาแสดงการกระทำยั่วยุที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงอยากให้ประชาคมโลกจับตาดูพฤติกรรมของฝ่ายไทย และตัดสินเองว่าเป็นการแสดงเจตนายั่วยุจริงหรือไม่ และขอให้ชาวกัมพูชาทุกคน อดทนต่อการยั่วยุของไทยในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

‘ทรัมป์’ ขู่รัสเซีย ขีดเส้น 50 วันหยุดสงคราม ไม่งั้นเจอภาษี 100% แถมลากชาติอื่นติดร่างแห

(15 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนรัสเซียว่าหากไม่ยุติสงครามภายใน 50 วัน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารัสเซีย 100% พร้อมเตรียมใช้ “ภาษีลูกโซ่” เล่นงานประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์เผยว่าได้ตกลงกับพันธมิตร NATO ในการจัดส่งอาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออท (Patriot) ให้ยูเครน โดยเขาย้ำว่า “ดีลนี้ใหญ่มาก” และอาวุธเหล่านี้จะถูกกระจายไปแนวหน้าอย่างรวดเร็ว

ขณะอยู่ร่วมแถลงข่าวกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รุทเต้ (Mark Rutte) ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ทำทีเหมือนจะเจรจาสันติภาพ แต่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

วิเคราะห์เหตุ ‘พลเรือนไทย’ ชก ‘ทหารกัมพูชา’ ชี้ คนก่อเหตุหวังผลอะไร เพราะไทยมีแต่เสีย

(15 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีคลิปหลุดมาว่ามีคนไทยชกหน้าทหารกัมพูชา ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นกระแสไปทั่วโซเชียลทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา  แต่การกระทำเยี่ยงนี้ในสายตาของคนชายแดนอย่างเอย่าแล้ว เอย่ามองว่านี่คือการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายคนนี้คืออดีตอาสาสมัครทหารพราน  ย่อมต้องรู้ถึงเหตุอันเป็นจุดอ่อนหรือประเด็นที่จะกลายเป็นข้อขัดแย้งบานปลายได้

จะว่าไปทางการไทยควรสอบสวนชายคนนี้อย่างละเอียดจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่ามีทหารที่เป็นคนชายแดนจำนวนมากเป็นพวกที่อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้านแต่มาอยู่อาศัยตามจังหวัดชายแดนไทย ซึ่งนี่แท้จริงแล้วเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปจากคนในพื้นที่ไม่ว่าจะฝั่งกัมพูชา ลาวหรือ เมียนมา ดังนั้นต้องทราบว่าคนเหล่านี้สามารถพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี  จนบางทีก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าสรุปชายคนนี้ถูกว่าจ้างมาจากฝั่งกัมพูชาให้มาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตึงเครียดแล้วป้ายสีกองทัพให้แย่ลงหรือเปล่า เฉกเช่นดังที่เอย่าเคยเห็นมาแล้วในฝั่งเมียนมาที่ลูกหลานชาวกะเหรี่ยงที่เกิดแล้วโตในฝั่งไทยเรียนหนังสือไทย พูดภาษาไทยได้ อ่านภาษาไทยออก เขียนภาษาไทยเป็นแถมเกณฑ์ทหารไทยแต่ไปเสียชีวิตในนามของทหารกองกำลัง KNU เสียอย่างนั้น

ในเมื่อสถานการณ์ที่ชายแดนตรงปราสาทตาเมือนธมเป็นจุดข้อพิพาทแล้ว  เอย่าว่ากองทัพไทยควรจะระวังตัวให้จงหนักเพราะ ณ วันนี้กองทัพไทยไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยทั้งฝ่ายคนข้างนอกอย่างกัมพูชาหรือคนในอย่างรัฐบาลไทยที่กระทำเหมือนพร้อมใจจะยกแผ่นดินให้กัมพูชาอย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น  ไม่นับรวมกลุ่มพรรคการเมืองหลายกลุ่มที่พยายามจะดิสเครดิต ป้ายสีให้ทหารไทยดูแย่และหมดความน่าเชื่อถือลงไปอีก

เอย่าแค่อยากจะบอกว่าไม่มีใครทำให้ประเทศไทยดูแย่  ถ้าไม่ใช่คนไทยทำกันเอง  อย่างตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเอย่าที่มาจากต่างประเทศด้วยกัน  นางเข้ามาที่สุวรรณภูมิเอย่าก็เดินมาที่ตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองของไทยผ่านมาฉลุย  รอเพื่อนเอย่าสักพักออกมานางถามเอย่าว่า  “เธอๆ  เธอไม่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจสนามบินเหรอ เนี่ยทุกคนฝั่งต่างประเทศจ่ายกันหมดเลย  เขาเรียกคนละ 200 บาทไม่มีใบเสร็จ” พูดจบเอย่าก็ได้แต่ยิ้มอ่อน…ก็ไม่ต้องถามนะว่าทำไมต่างชาติไม่มาเที่ยวประเทศไทย

ดังนั้นในกรณีของเรื่องพิพาทชายแดนก็เช่นกัน  เอย่าว่ามันน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่านี้ถ้าเอย่าคิดมากนะคะ  แต่ถ้าไม่งั้นก็เพราะว่าคนไทยนี่แหละที่ทำลายไทยด้วยเหตุการณ์แบบนี้  คนแบบชายในคลิปเขาไม่ใช่ตัวแทนหมู่บ้าน ตัวแทนคนไทยนะคะ  เขาคือตัวแทนที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ประเทศไทยต่างหาก  เราควรใช้สมองคิดมากกว่าอารมณ์นะคะ ว่าไปตอนนี้เอย่าก็มีเรื่องชวนให้คิดว่า เราจะต่อรองภาษีกับอเมริกาโดยยกฐานทัพเรือที่พังงาให้อเมริกาตั้งฐานทัพเรือนี่จริงหรือเปล่า....ว่าแล้วไว้เอย่ามาเล่าให้อ่านกันอีกทีนะคะ

‘เชอร์นีชอฟ’ คนสนิทเซเลนสกี้ โดนตั้งข้อหาทุจริต ศาลให้ประกันตัว วงเงิน 120 ล้าน สั่งห้ามออกนอกประเทศ

(15 ก.ค. 68) โอเล็กซีย์ เชอร์นีชอฟ (Oleksiy Chernyshov) ตำแหน่งรองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเอกภาพแห่งชาติของยูเครน ถูกศาลต่อต้านคอร์รัปชันตั้งวงเงินประกันตัวสูงถึง 120 ล้านฮรีฟเนีย (ราว 120 ล้านบาท) หลังถูกตั้งข้อหาทุจริตในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาชุมชนฯ ระหว่างปี 2020–2022 โดยอัยการเปิดเผยว่า เชอร์นีชอฟและพวกเกี่ยวข้องกับการรับสินบนมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ ผ่านดีลลับซื้อขายที่ดินในกรุงเคียฟ

ความน่าสนใจไม่ได้จบแค่คดีโกงธรรมดา แต่ลึกลงไปคือความระส่ำระสายภายในรัฐบาลเซเลนสกี้ แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีเคยมีคำสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และยกฟ้องให้นายอเล็กซี่ แต่ถูก “ขัดคำสั่ง” โดยตรงจากคนใกล้ชิดอย่างนายคิริลล์ บูดานอฟ (Kyrylo Budanov) ผอ.ข่าวกรอง และวาซิลี่ มาริอุค (Marius Vassiliou) ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต่างปฏิเสธให้ความร่วมมือ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการดื้อแพ่งต่อคำสั่งผู้นำยูเครนอย่างเปิดเผย ส่งสัญญาณว่าฐานอำนาจของเซเลนสกี้เริ่มสั่นคลอน แขนขาที่เคยภักดีเริ่มเปลี่ยนขั้ว หรือไม่ก็หันไปนิ่งเฉย ปล่อยให้ผู้นำต้องเผชิญศึกโดดเดี่ยวกลางกระแสต้าน

ทั้งนี้ เชอร์นีชอฟยังยืนยันไม่ลาออก อ้างยังมีงานสำคัญและต้องทำหน้าที่ต่อ แม้ถูกศาลสั่งห้ามเดินทาง ห้ามติดต่อพยาน และต้องรายงานตัวตามนัด หากฝ่าฝืนอาจถูกเปลี่ยนมาตรการเป็นการควบคุมตัว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top