Sunday, 7 June 2026
World

เยอรมนีโวยจีนเล็งเลเซอร์ใส่เครื่องบิน ระหว่างภารกิจลาดตระเวนในทะเลแดง

(9 ก.ค. 68) รัฐบาลเยอรมนีเรียกตัวเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบ หลังกล่าวหากองทัพเรือจีนใช้เลเซอร์เล็งเป้าไปยังเครื่องบินเยอรมนี ที่ร่วมภารกิจของสหภาพยุโรป (EU) ในทะเลแดง โดยกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าการกระทำดังกล่าว “ไม่อาจยอมรับได้” เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่และขัดขวางภารกิจ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ขณะเครื่องบินของเยอรมนีกำลังบินลาดตระเวนตามภารกิจปกติในทะเลแดง โดยภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ASPIDES ของสหภาพยุโรป ที่มีหน้าที่คุ้มกันเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องบินที่ถูกรบกวนเป็นเครื่องบินสำรวจแบบพิเศษ เรียกว่า MSP ให้บริการโดยบริษัทเอกชน แต่มีทหารเยอรมันร่วมปฏิบัติการอยู่บนเครื่องด้วย

โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนีเผยว่า เรือรบจีนที่พบในพื้นที่หลายครั้งก่อนหน้านี้ได้ยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินดังกล่าวโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ต้องยุติภารกิจกลางทางและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ฐานในจิบูตี แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตราย

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้านเยอรมนีได้กลับมาใช้เครื่องบินสำรวจ MSP ปฏิบัติภารกิจตามปกติอีกครั้ง และย้ำว่าข้อมูลที่ได้จากระบบนี้มีความสำคัญต่อการช่วยเหลือพันธมิตรในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นระหว่างประเทศในยุโรปกับจีน

ทรัมป์ย้ำเส้นตาย!! ขึ้นภาษีนำเข้า 1 ส.ค. ส่งผลกระทบไทย โดนภาษีสหรัฐฯ 36%

(9 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จะไม่มีการขยายเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ สำหรับการบังคับใช้ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นกับหลายประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงท่าทีว่าจะมีความยืดหยุ่นในกำหนดการดังกล่าว

ตั้งแต่เดือนเมษายน สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 10% กับหลายประเทศ แต่มีบางประเทศที่ถูกกำหนดให้เสียภาษีเพิ่มเป็นพิเศษ ซึ่งถูกเลื่อนมาแล้วหลายรอบ แต่ล่าสุดทรัมป์ยืนยันว่าจะเริ่มเก็บจริงวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และจะไม่เลื่อนอีกแล้ว

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “จะไม่มีการต่อเวลาอีก” และระบุว่าประเทศต่าง ๆ จะเริ่มจ่ายภาษีตามหนังสือแจ้งเตือนที่รัฐบาลส่งออกไป โดยบางประเทศจะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ไทย และมาเลเซีย ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะถูกเก็บในอัตรา 25%

ในจดหมายถึงผู้นำประเทศต่าง ๆ ทรัมป์เตือนว่า หากมีการตอบโต้ สหรัฐฯ อาจตอบกลับด้วยมาตรการภาษีที่รุนแรงขึ้น แต่ก็เปิดช่องให้ต่อรอง โดยระบุว่า หากประเทศใดพร้อมปรับนโยบายการค้า สหรัฐฯ “อาจพิจารณาปรับแก้จดหมายนี้”

จนถึงตอนนี้ สหรัฐฯ มีข้อตกลงเกิดขึ้นเพียงกับไม่กี่ประเทศ เช่น อังกฤษ เวียดนาม และการลดภาษีตอบโต้กับจีน โดยทรัมป์ย้ำว่า มาตรการขึ้นภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การค้าระหว่างประเทศเป็นธรรมกับสหรัฐฯ มากขึ้น

‘ยูเครน’ คว่ำบาตรบริษัทจีน 5 แห่ง กล่าวหาส่งชิ้นส่วนโดรนให้ ‘รัสเซีย’ มาถล่ม

(9 ก.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ลงนามในคำสั่งคว่ำบาตร 5 บริษัทจากจีน หลังพบว่าบริษัทเหล่านี้ส่งชิ้นส่วนที่ใช้ในโดรนรุ่น Shahed ซึ่งรัสเซียใช้โจมตียูเครน โดยคำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากหน่วยความมั่นคงยูเครนตรวจพบชิ้นส่วนจากจีนในซากโดรนที่ถูกยิงตกในกรุงเคียฟเมื่อ 4 กรกฎาคม

บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ได้แก่ Central Asia Silk Road International Trade, Suzhou Ecod Precision Manufacturing, Shenzhen Royo Technology, Shenzhen Jinduobang Technology และ Ningbo BLIN Machinery โดยรายชื่อทั้งหมดถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของประธานาธิบดี

โดรนรุ่นชาเฮด (Shahed) เป็นอาวุธที่รัสเซียใช้โจมตียูเครน โดยสร้างขึ้นจากแบบของอิหร่าน และประกอบด้วยชิ้นส่วนจากหลายประเทศ ซึ่งยูเครนเตือนว่า ยังมีบางประเทศที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย และปล่อยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ส่งไปถึงรัสเซีย

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า รัสเซียยังผลิตอาวุธต่อไปได้ เพราะได้รับชิ้นส่วนและวัสดุจากจีน ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญของรัสเซียในช่วงสงคราม โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีเคยกล่าวหาว่า “จีนไม่ยอมขายโดรนให้ยูเครน แต่กลับส่งให้รัสเซียแทน”

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีนยังคงแน่นแฟ้น ล่าสุดมีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เตรียมเดินทางเยือนจีนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

สหรัฐฯ ยืมชื่อยูเครนเสริมแกร่งโรงงานอาวุธในประเทศ ใช้งบ 1.6 พันล้าน!! ปลุกอุตสาหกรรมอาวุธอเมริกัน

(9 ก.ค. 68) เอกสารงบประมาณล่าสุดของกองทัพบกสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลได้ใช้งบช่วยเหลือยูเครนกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 58,400 ล้านบาท) เพื่อขยายฐานการผลิตกระสุนในประเทศ โดยเน้นการผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ซึ่งยูเครนใช้เป็นหลักในแนวรบ แต่กลับประสบภาวะขาดแคลนอย่างหนัก

ในจำนวนนี้กว่า 623 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปสร้างโรงงานผลิตวัตถุระเบิด TNT แห่งใหม่ เพื่อผลิตปีละ 5 ล้านปอนด์ ลดการพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติที่มีความเสี่ยง ขณะที่อีก 600 ล้านดอลลาร์ใช้ขยายการผลิตวัตถุระเบิด IMX 104 ซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่า และเป็นส่วนประกอบหลักของกระสุนรุ่นใหม่

มีการเปิดเผยว่าโรงงานในสหรัฐอเมริกา นำโดย Scranton Army Ammunition ได้รับงบอีก 80 ล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วนโลหะของกระสุนปืนใหญ่ รวมถึง 21 ล้านดอลลาร์ที่มอบให้บริษัท General Dynamics สำหรับติดตั้งเครื่องกดโลหะ เพื่อเร่งการผลิตกระสุนให้ทันกับความต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีงบกว่า 90 ล้านดอลลาร์มอบให้โรงงาน Radford Army Ammunition เพื่อปรับปรุงโรงงานผลิตดินระเบิด และอีก 100 ล้านดอลลาร์ให้โรงงาน Lake City เพื่อผลิตกระสุนขนาดเล็ก 6.8 มม. รุ่นใหม่สำหรับกองทัพ รวมถึงงบเพิ่มเติมสำหรับระบบจัดการขยะอันตรายและผงดินดำ

แม้งบนี้จะระบุว่าเป็น “เงินช่วยเหลือยูเครน” แต่ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างโรงงานและเพิ่มกำลังผลิตอาวุธในสหรัฐฯ ทำให้ผลประโยชน์หลักตกอยู่กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ มากกว่าการช่วยยูเครนโดยตรง

จีนทุบสถิติมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลปี 2024 ทะลุ 45 ล้านล้าน!! ขนส่ง-ต่อเรือ-ประมง เกินเป้าทุกด้าน

(9 ก.ค. 68) จีนประกาศมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลในปี 2024 สูงเกิน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 45.5 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

เจิ้งซานเจี๋ย (Zheng Shanjie) หัวหน้าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ เผยตัวเลขนี้ระหว่างแถลงความคืบหน้าของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2021 และจะสิ้นสุดในปี 2025

จีนยังคงเป็นผู้นำโลกด้านการขนส่งทางเรือ โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของทั่วโลก รวมถึงครองส่วนแบ่งตลาดเรือและอุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเลมากกว่าร้อยละ 50

นอกจากนี้ จีนยังรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล ด้วยปริมาณผลผลิตที่สูงสุดในโลกติดต่อกันหลายปี สะท้อนบทบาทสำคัญของเศรษฐกิจทางทะเลในการขับเคลื่อนประเทศ

ทรัมป์ลั่น ‘ดอลลาร์คือราชา’ ขู่กลุ่ม BRICS ท้าทายเงินดอลล์!! เตรียมขึ้นภาษีอีก 10%

(9 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร ยืนยันว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องคงสถานะสกุลเงินหลักของโลก พร้อมขู่ว่าหากประเทศใดพยายามลดบทบาทของดอลลาร์ จะถือเป็นภัยร้ายแรงระดับ "สงครามโลก" และสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น

ทรัมป์ระบุชัดว่า หากประเทศใดพยายามหาทางเลี่ยงการใช้ดอลลาร์ในระบบการค้าโลก เช่นกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ที่เคยพูดถึงการสร้างระบบเงินใหม่ เขาพร้อมจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% กับประเทศเหล่านั้น

“ถ้าใครอยากท้าทายดอลลาร์ก็ลองดู แต่ต้องจ่ายราคาแพง และผมไม่คิดว่าจะมีใครกล้าจ่าย” ทรัมป์กล่าว พร้อมเหน็บอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผ่านมาว่า “ถ้าอเมริกามีผู้นำโง่ ๆ เหมือนที่ผ่านมา เราก็คงเสียสถานะดอลลาร์ไปแล้ว เหมือนแพ้สงคราม”

ทรัมป์ยืนยันแนวทางเศรษฐกิจว่า “ดอลลาร์คือราชา และเราจะทำให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป” พร้อมพูดถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ที่จะเริ่มบังคับใช้ภาษีนำเข้าชุดใหม่กับหลายประเทศ โดยบอกว่าหลายชาติต่างยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ หลังจากถูกกดดันหนัก

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ 25% และเตรียมเก็บภาษีใหม่กับอีกกว่า 10 ประเทศภายในต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในมาตรการกดดันการค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ใช้ช่องทาง ‘ไทย-เม็กซิโก’ นำเข้าแร่หายาก หลังจีนสั่งแบนส่งแร่ให้สหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2567

จีนแบนแร่หายากไม่ให้ส่งเข้าสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ กลับหาช่องทางนำเข้าได้ โดยผ่านประเทศที่ 3 อย่างไทย และเม็กซิโก 

(10 ก.ค.68) สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่ามีแร่แอนติโมนี หรือพลวง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ และรถยนต์ นำเข้าสู่สหรัฐฯ มากเป็นผิดปกติ ผ่านประเทศที่ 3 อย่างไทย และเม็กซิโก ตั้งแต่จีนประกาศแบนการส่งชิปให้สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2024

จีนประกาศแบนการส่งแร่เหล่านี้ให้สหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ไปให้จีนแต่บันทึกของศุลกากรสหรัฐฯ และการจัดส่งแสดงข้อมูลว่า มีบริษัทที่จีนเป็นเจ้าอย่างน้อยหนึ่งแห่งที่มีส่วนในการค้ากับสหรัฐฯ 

โดยข้อมูลการค้าแสดงให้เห็นเส้นทางใหม่ในการจัดส่งแร่ไปยังสหรัฐฯ ผ่านประเทศที่ 3 ตั้งแต่จีนแบนการส่งแร่ ทั้งสหรัฐฯ ยังนําเข้าพลวงออกไซด์ 3,834 เมตริกตันจากไทยและเม็กซิโก ในเดือนธันวาคม-เมษายน ซึ่งจำนวนนี้ ถือว่า เกือบมากกว่าการนำเข้าของ 3 ปีรวมกัน ทั้งไทยและเม็กซิโก ยังพุ่งเข้าสู่ 3 อันดับแรก ที่จีนส่งออกแร่พลวง ทั้งที่ในปี 2023 ก่อนการจำกัดการส่งออกนั้น ทั้งสองประเทศไม่ได้อยู่ในลิสต์ท็อป 10 

รอยเตอร์ได้เปิดเผยบริษัทในไทย ที่ชื่อว่าบริษัท Thai Unipet Industries ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Youngsun Chemicals ผู้ผลิตแอนติโมนีของจีนที่ตั้งอยู่ในไทย และเป็นบริษัทที่มียอดการค้าขายกับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลพบว่า Thai Unipet จัดส่งแร่พลวงอย่างน้อย 3,366 ตันจากไทยไปยังสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม - พฤษภาคม ซึ่งเพิ่มถึงกว่า 27 เท่าของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อรอยเตอร์พยายามติดต่อไปยังบริษัทนี้เพื่อสอบถาม ก็ไม่ได้รับการตอบกลับทั้งยังได้รับแจ้งว่าเบอร์โทรนั้นไม่ถูกต้องด้วย 

รายงานของ RFC Ambrian ยังพบว่าประเทศไทยและเม็กซิโกต่างมีโรงหลอมพลวงเพียงแห่งเดียว และโรงงานนั้นได้เปิดตัวอีกครั้งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งยังไม่มีข้อมูลว่า มีประเทศใดขุดโลหะในปริมาณที่มากด้วย 

ทั้งจากสถิติยังพบว่า แม้จะถูกแบนจากจีน แต่การนำเข้าพลวง แกลเลียม และเจอร์เมเนียมของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมานั้นเทียบเท่า หรือมากกว่าก่อนจีนจะแบน แม้ว่าจะซื้อในราคาที่สูงกว่า ซึ่งมีการมองว่า การส่งแร่จากจีน ด้วยการผ่านประเทศที่ 3 นั้น เป็นวิธีหลีกเลี่ยงกฎระเบียบ 

แม้จีนจะแบนการส่งออกแร่หายากอย่าง 'พลวง' ให้สหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2024 แต่สหรัฐฯ ยังนำเข้าแร่ผ่านประเทศที่ 3 อย่างไทยและเม็กซิโกได้ต่อเนื่อง ข้อมูลชี้ว่าบริษัทลูกของจีนในไทยมีบทบาทสำคัญในการส่งแร่ไปสหรัฐฯ มากขึ้นกว่าปีที่แล้วกว่า 27 เท่า

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนเอง ก็ได้กล่าวในเดือนพฤษภาคมว่ามีการดำเนินการในต่างประเทศที่ "สมรู้ร่วมคิดกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายในประเทศ" เพื่อหลบเลี่ยงข้อจํากัดการส่งออก ทั้งยังเริ่มเรียกร้องให้ต่อต้านการขนส่งและลักลอบขนย้ายแร่ธาตุ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจถูกโทษจำคุก โดยกฎหมายนี้บังคับใช้กับบริษัทจีนที่แม้ทำธุรกรรมในต่างประเทศก็ตาม 

จีน เป็นประเทศที่ครองอุปทานแร่อย่าง พลวง แกลเลียม และเจอร์เมเนียม ที่ใช้ในการผลิตชิป, สื่อสารโทรคมนาคมเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีทางทหาร ซึ่งตั้งแต่กลางปี 2024 จีนเริ่มจำกัดการส่งแร่เหล่านี้ โดยกำหนดให้บริษัทที่ส่งแร่ไปสหรัฐฯ ต้องขอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ก่อนจะห้ามส่งออกอย่างจริงจังในเดือนธันวาคม 

นอกจากการนำเข้าแล้ว ในเดือนเมษายนเอง โดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศอนุมัติโครงการเหมืองแร่ 10 แห่งทั่วสหรัฐฯ หวังเพิ่มการผลิตแร่สำคัญอย่างทองแดง พลวง และแร่อื่น ๆ เพื่อหวังลดการพึ่งพาแร่จากจีนด้วย 

CNN เปิดเทปลับ ‘ทรัมป์’ เคยขู่ ‘ปูติน-สี จิ้นผิง’ ลั่นจะถล่ม ‘มอสโก – ปักกิ่ง’ หากบุก ‘ยูเครน – ไต้หวัน’

เทปเสียงหลุดทรัมป์ขู่บอมบ์มอสโก-ปักกิ่ง CNN เปิดเทปลับ เผยทรัมป์เคยขู่ปูติน-สี จิ้นผิง จะ 'บอมบ์' เมืองหลวงหากบุกยูเครน-ไต้หวัน! ย้ำเด็ดขาดทุกนโยบาย ทั้งในและนอกประเทศ 

(10 ก.ค.68) สำนักข่าว CNN เปิดเผยเทปเสียงลับที่สะเทือนวงการการเมือง จากงานระดมทุนปี 2024 ที่เผยให้เห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในมุมที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่าเคยขู่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย หากรัสเซียบุกยูเครน สหรัฐฯ จะ 'ทิ้งระเบิดใส่มอสโก' ตามเสียงบันทึกจากงานระดมทุนที่จัดขึ้นในนิวยอร์กและฟลอริดา

ในเทปเสียงที่เปิดเผยครั้งนี้ ทรัมป์เล่าถึงการสนทนากับปูตินว่า "กับปูติน ผมบอกว่า 'ถ้านายบุกยูเครน ฉันจะบอมบ์มอสโกให้ยับเลยนะ ฉันไม่มีทางเลือก' ...เขาทำเหมือนไม่เชื่อ แต่สุดท้ายเขาเชื่อผม 10%" การเปิดเผยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การข่มขู่ที่ทรัมป์ใช้ในการจัดการกับผู้นำต่างชาติ

นอกจากรัสเซียแล้ว ทรัมป์ยังอ้างว่าเคยขู่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในลักษณะเดียวกัน หากจีนคิดจะบุกไต้หวัน โดยบอกอย่างเด็ดขาดว่า "ถ้าทำ ฉันจะบอมบ์ปักกิ่ง" พร้อมกับเสริมอย่างภาคภูมิใจว่า "เขาคิดว่าผมบ้า" แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็คือ "เราไม่เคยมีปัญหา" สะท้อนถึงการใช้ภาพลักษณ์ที่คาดเดาไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการทูต

คำพูดที่น่าตกใจเหล่านี้ถูกเปิดเผยในเทปเสียงที่นำไปใช้ประกอบการเขียนหนังสือ '2024' โดยนักข่าว Josh Dawsey, Tyler Pager และ Isaac Arnsdorf ทรัมป์ใช้ท่าทีแข็งกร้าวและการข่มขู่ผู้นำต่างชาติเป็นจุดขายหลักในการหาเสียง โดยอ้างเสมอว่าหากเขาเป็นประธานาธิบดี สงครามในยูเครนและความขัดแย้งในกาซาจะไม่เกิดขึ้น

ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อปูตินอย่างเปิดเผยและชัดเจน โดยระบุว่า "ผมไม่พอใจปูตินเลย" และ "เราโดนเขาโยนเรื่องไร้สาระใส่มาเยอะมาก" การแสดงออกครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างเด่นชัดจากการหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ปูตินโดยตรงในอดีต สะท้อนถึงความผิดหวังจากการเจรจาที่ไม่คืบหน้า

ในส่วนของนโยบายภายใน เทปเสียงเผยให้เห็นท่าทีที่เด็ดขาดของทรัมป์ โดยระบุว่าหากได้เป็นประธานาธิบดี จะดำเนินการเนรเทศนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวประท้วง โดยเฉพาะกลุ่มที่แสดงการสนับสนุนปาเลสไตน์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วสหรัฐฯ "นักศึกษาคนไหนที่ประท้วง ผมจะไล่ออกนอกประเทศ ...ผมว่ามันจะหยุดทันที" ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจ พร้อมกับย้ำกับผู้บริจาคว่า หากเขาได้รับเลือกตั้ง จะ "ย้อนกระแสขบวนการนี้กลับไป 25-30 ปี"

ในด้านการระดมทุน ทรัมป์ยังอวดเทคนิคและความสำเร็จในการโน้มน้าวผู้บริจาครายใหญ่ โดยเล่าถึงกรณีศึกษาที่มีผู้สนใจเสนอเงิน 1 ล้านดอลลาร์เพื่อได้โอกาสทานอาหารกลางวันกับเขา แต่ทรัมป์สามารถใช้เทคนิคการเจรจาต่อรองโน้มน้าวให้ผู้บริจาครายนั้นเพิ่มจำนวนเงินเป็น 25 ล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ "คุณต้องกล้าขอ ...ต้องทำให้พวกเขาคิดในแบบที่คุณต้องการ" เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เทปเสียงจากงานระดมทุนปี 2024 ครั้งนี้เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนของทรัมป์ในมุมที่ตรงไปตรงมาและแข็งกร้าว ทั้งในด้านนโยบายต่างประเทศที่พร้อมใช้การข่มขู่และความรุนแรงต่อผู้นำมหาอำนาจโลก และนโยบายภายในที่เน้นความเด็ดขาดต่อผู้ที่คิดเห็นต่างทางการเมือง รวมถึงเทคนิคการระดมทุนจากผู้สนับสนุนระดับสูง ท่าทีและกลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนถึงแนวทางการหาเสียงที่เน้นความเข้มแข็งและการใช้อำนาจต่อรองอย่างหนักในทุกเวทีและทุกระดับ

จับสัญญาณ ‘เครื่องบินรบสหรัฐฯ’ ในตะวันออกกลาง พบเคลื่อนไหวผิดปกติ คาดมาช่วยอิสราเอลโจมตีเยเมน

(10 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เจาะลึกตะวันออกกลาง’ โพสต์ข้อความว่า มีความเคลื่อนไหวของกองทัพมะกันผิดปกติในตะวันออกกลางและมหาสมุทรอินเดีย คาดว่ามะกันน่าจะมาช่วยอิสราเอลโจมตีเยเมนในอีกไม่ช้า

อิสราเอลไม่เคยรบกับใครแบบเดี่ยว ๆ จะต้องมีมะกันและยุโรปพ่วงด้วยเสมอ เหมือนคราวรบกับอิหร่าน ถ้ามะกันไม่เข้ามาขวาง คลังจรวดป้องกันมิสไซล์ของอิสราเอลเกลี้ยงแน่นอน ฐานทัพก็น่าจะโดนกวาดจนเกลี้ยง

และรอบนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น หลายวันก่อนอิสราเอลถล่มท่าเรือเยเมน เยเมนสวนกลับทันควัน แถมยังจมเรือสินค้าที่จะลำเลียงข้าวของให้อิสราเอลไปถึง 2 ลำ

เนมันยาฮู ซึ่งยังอยู่ที่มะกันในขณะนี้ คงจะขอให้มะกันช่วยถล่มเยเมนอีกรอบ แล้วค่อยหาทางเปิดศึกรอบ 2 กับอิหร่าน เพราะรอบที่แล้วเนทันยาฮูพลาดท่า ถ้าไม่ได้แก้มือคงอายยันลูกบวช

ข่าวว่าผู้ดี MI6 (อังกฤษ) ก็จะมาแจมด้วย

ขณะที่ ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง โพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเคลื่อนไหวของเครื่องบินรบสหรัฐในตะวันออกกลาง มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจจะเตรียมพร้อมที่จะโจมตีอันศอรุลลอฮ์แห่งเยเมน หลังจากเรืออิสราเอลถูกจมสองลำ

พร้อมระบุด้วยว่า อิหร่านเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดหลังจากมีความเคลื่อนไหวของเครื่องบินรบสหรัฐ อังกฤษและอิสราเอล

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้เหตุผล เวียดนาม ไม่กลัวภาษีทรัมป์ เพราะรู้ว่า ตัวเองมีเสน่ห์อะไร พร้อมทั้งกล้าตั้งเป้า GDP ปีนี้โตถึง 8%

(10 ก.ค. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า  เวียดนาม ไม่กลัวภาษีทรัมป์ + รู้ว่า ตัวเองมีเสน่ห์อะไร นายกฯ ฟ่าม ยังเดินหน้ากล้าตั้งเป้า GDP ปีนี้โต 8 % ส่วนแถวนี้ ยังลุ้นระทึกจะโต 1% ได้ไหวมั้ย”

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนแถวนี้ รอลุ้นอย่างสิ้นหวังค่ะ ไทยแลนด์ไร้เสน่ห์ ในสายตาทรัมป์ เดี๋ยว 1 ส.ค. ภาษีทรัมป์เริ่มถล่มเศรษฐกิจไทย น่าจะน่วมหนัก หลายสำนักคาดการณ์ GDP ไทยจะโตไม่ถึง 1% (บางค่ายบอกว่า อาจจะติดลบ) ไทยโตต่ำสุดในอาเซียน !!

ส่วนทาง เวียดนาม ไม่กลัวภาษีทรัมป์ + รู้ว่า ตัวเองมีเสน่ห์อะไร นายกฯ ฟ่ามยังเดินหน้ากล้าตั้งเป้าโตปีนี้ 8 % นะคะ

ทั้งนี้ สองไตรมาสแรกของปี 2025 นี้ ในยุคทรัมป์ป่วนโลก เวียดนามก็โตต่อไป ตัวเลขครึ่งแรกของปีนี้ ยังโตได้ 7.52% !!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top