Sunday, 7 June 2026
World

‘ทรัมป์’ เตรียมเก็บภาษีนำเข้า ‘ยา-ชิป’ อาจพุ่งแตะ 200% อินเดียเจ็บหนัก!! อุตสาหกรรมยาส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นอันดับ 1

(16 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ เตรียมเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มยาและเซมิคอนดักเตอร์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยจะเริ่มจากอัตราต่ำและค่อยๆ ปรับเพิ่มในปีถัดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนย้ายฐานผลิตกลับประเทศ โดยในอนาคต อัตราภาษีอาจสูงถึง 200% พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ จะเริ่มใช้ “ภาษีตอบโต้” กับสินค้านำเข้าหลายรายการในวันที่ 1 ส.ค. ตามแนวทาง “America First” ที่มุ่งลดการพึ่งพาต่างประเทศและส่งเสริมการผลิตในประเทศ

มาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกรอบ “ภาษีการค้าตอบโต้” ที่ทรัมป์ริเริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเคยประกาศภาษีสูงถึง 50% สำหรับสินค้าทองแดง และเสนอเก็บภาษีนำเข้ายา 25% โดยตั้งเป้าให้อัตราภาษีสะท้อน “ความเป็นธรรม” ทางการค้า ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณชัดเจนถึงบริษัทข้ามชาติ เช่น Pfizer, Merck, Apple และ Samsung ที่มีฐานผลิตในต่างประเทศ ว่าอาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบราคาสินค้าในสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมยาของอินเดียเป็นหนึ่งในกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 คิดเป็น 36.6% ของมูลค่ายาส่งออกทั้งหมด หรือราว 9.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วง เม.ย. 2024 - ก.พ. 2025 และเติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากภาษีนำเข้าถูกปรับขึ้นจริง อาจกระทบรายได้อย่างรุนแรง

สำหรับบริษัทยาอินเดียหลายแห่งมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดสหรัฐฯ เช่น Biocon (44%), Lupin (37%), Sun Pharma (32%) และ Laurus Labs (17%) ขณะที่บริษัทใหญ่อื่นๆ อย่าง Dr Reddy’s, Aurobindo, Zydus และ Gland Pharma ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน ทำให้หลายบริษัทเริ่มวางแผนกระจายตลาด หลีกเลี่ยงผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเจรจากับหลายประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษี โดยกรณีอินโดนีเซียถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หลังสามารถเจรจาลดภาษีนำเข้าได้จาก 32% เหลือ 19% โดยแลกกับการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่อินเดียและประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ ต่อไป

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ ใครก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน หลังเจนเซ่น หวงบิน CEO Nvidia เยือนปักกิ่งอีกรอบ

รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ถึงกรณีที่เจนเซ่น หวง CEO Nvidia เยือนปักกิ่งล่าสุด ว่า ใคร ๆ ก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน ดีลนี้น่าจับตามากกกกก ถ้าเฮีย Jenzen Huang แห่ง #NVIDIA สามารถมา collab กับเฮีย Lei Jun แห่ง #XIAOMI ได้สำเร็จ งานนี้จักรพรรดิ #ทรัมป์  จะพิโรธหรือพ่นไฟอะไรอีกมั้ยหนอ 🤭 แค่รูปนี้รูปเดียวก็บาดตาบาดใจใครบางคนแบบสุดๆ แล้ววววว อิอิ

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า #อยู่เป็น เฮีย Jensen Huang แห่ง #NVIDIA ไปทริปปักกิ่ง แกจัดเต็ม ถึงขั้นถอดแจ๊กเก็ตหนังตัวโปรดมาใส่เสื้อจีนลายดอก !! แถมร่วมแด๊นซ์เต้นโชว์เพลงจีนกลางกรุงปักกิ่งด้วยยยยย เอาใจจีนแบบสุดๆ เลยยยยย  #ใครๆก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน

ฝรั่งเศสเมินซื้ออาวุธสหรัฐฯ ให้ยูเครน ‘มาครง’ ชี้ยุโรปต้องพึ่งพาการผลิตด้วยตัวเอง

(16 ก.ค. 68) รายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ฝรั่งเศสไม่มีแผนเข้าร่วมโครงการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อส่งให้ยูเครน ตามแนวคิดที่ชาติ NATO หลายประเทศกำลังผลักดัน โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ยืนยันจุดยืนว่า ยุโรปควรพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธของตนเอง และส่งเสริมการใช้ยุทโธปกรณ์จากผู้ผลิตในทวีป

นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า ฝรั่งเศสไม่ได้มีชื่ออยู่ในรายชื่อประเทศที่พร้อมเข้าร่วมแผนจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ให้ยูเครน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นในการประชุมระหว่างเลขาธิการ NATO คนใหม่ มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะเดียวกัน ทรัมป์เปิดเผยว่า ขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) กำลังถูกจัดส่งไปยังยูเครนผ่านทางเยอรมนี โดยเยอรมนีจะได้รับการทดแทนในภายหลัง และสหรัฐฯ ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน

ด้านรัสเซียยังคงออกมาเตือนซ้ำว่า อาวุธพิสัยไกลจากชาติตะวันตก ที่กำลังถูกยูเครนใช้โจมตีพลเรือนในพื้นที่ของรัสเซีย เป็นการบ่อนทำลายความพยายามเจรจาสันติภาพ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เตือนว่า หากยูเครนได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธเหล่านี้ อาจทำให้รูปแบบของสงครามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมตั้งคำถามว่า NATO จะถูกมองว่าเข้าร่วมสงครามโดยตรงหรือไม่ แต่รัสเซียก็พร้อมตอบโต้ตามระดับของภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

ตำรวจเกาหลีใต้รวบ ‘ครู-ผู้ปกครอง’ คาโรงเรียน ฐานร่วมกันงัดห้องขโมยข้อสอบตอนกลางคืน

(16 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ เข้าจับกุมครูมัธยมและผู้ปกครองรายหนึ่ง ฐานร่วมกันบุกรุกโรงเรียนแห่งหนึ่งเพื่อขโมยข้อสอบ เมื่อเวลา 01:20 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เมืองอันดง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล โดยแผนถูกจับได้หลังมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นระหว่างก่อเหตุ

ตำรวจระบุว่า ครูรายนี้เคยติวพิเศษให้ลูกของผู้ปกครองคนดังกล่าว ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากครูรายนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนของรัฐในเกาหลีใต้ ที่มีกฎห้ามรับสอนพิเศษส่วนตัว นอกจากนี้ยังสงสัยว่าทั้งคู่เคยพยายามขโมยข้อสอบมาแล้วก่อนหน้านี้ และมีการจ่ายเงินสินบนเกิดขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยจากสื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอาคารของโรงเรียน มีส่วนสมรู้ร่วมคิด และเปิดทางให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปในโรงเรียน ทำให้ถูกจับกุมด้วยเช่นกัน โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาบุกรุกและเอื้อให้มีการโจรกรรมเอกสาร

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งในหลายคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับข้อสอบในเกาหลีใต้ ซึ่งมีการแข่งขันด้านการศึกษาอย่างเข้มข้น ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ตำรวจได้สอบสวนกรณีข้อสอบภาษาอังกฤษระดับประเทศรั่วไหลผ่านแชตออนไลน์ และเมื่อต้นปี ครูเกือบ 250 คน ถูกจับฐานขายแนวข้อสอบให้สถาบันกวดวิชาเพื่อนำไปใช้ในสนามสอบระดับชาติ

รัสเซียเดินหน้าไม่สนคำขู่ ‘ทรัมป์’ และชาติตะวันตก ลั่น!! บุกถล่มต่อจนกว่ายูเครนจะยอมรับเงื่อนไข

(16 ก.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบเครมลินว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะเดินหน้าปฏิบัติการพิเศษทางทหาร (SMO) ในยูเครนต่อไป จนกว่าชาติตะวันตกและยูเครนจะยอมเจรจาบนเงื่อนไขของรัสเซีย ซึ่งเคยเสนอไว้ตั้งแต่ต้นปี 2022 ที่อิสตันบูล โดยรวมถึงการยอมรับดินแดนที่รัสเซียยึดครอง และการรับประกันว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วม NATO

รายงานระบุว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรและตั้งเส้นตาย 50 วันให้ปูตินเจรจาสันติภาพ แต่ผู้นำรัสเซียกลับไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหว หรือมีแนวโน้มยอมถอย โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “ปูตินจะไม่หยุดเพียงเพราะถูกกดดันจากตะวันตก” และเชื่อว่ารัสเซียสามารถรับมือกับมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้

แหล่งข่าวอีกคนเสริมว่า ปูตินมองตะวันตกยังไม่เคยยื่นข้อเสนอเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง แม้จะมีการพูดคุยกับทรัมป์หลายครั้ง และส่งทูตพิเศษเข้ารัสเซีย เช่น สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steven Witkoff) โดยชี้ว่า “แม้ปูตินจะให้คุณค่ากับการพูดคุยกับทรัมป์ แต่ผลประโยชน์ของรัสเซียมาก่อนเสมอ”

ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงรุกคืบในสนามรบ โดยควบคุมพื้นที่กว่า 20% ของยูเครน และมีขีดความสามารถในการผลิตอาวุธหลัก เช่น กระสุนปืนใหญ่ สูงกว่าชาติ NATO หลายประเทศ รวมถึงมีแผนขยายพื้นที่ยึดครองเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภูมิภาค ดนีโปรเปตรอฟสค์, ซูมี และ คาร์คิฟ

แม้ทรัมป์จะยังเปิดช่องว่าสำหรับการเจรจาสันติภาพ แต่หลายฝ่ายกังวลว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและลุกลาม ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ของโลก ขณะที่เศรษฐกิจรัสเซีย แม้เผชิญมาตรการคว่ำบาตร ยังเติบโตเกินคาด โดยรัฐบาลรัสเซียประเมินว่า GDP จะขยายตัว 2.5% ในปี 2025

‘มาร์ก รุตเต้’ เลขาฯ NATO เตือนจีน-อินเดีย-บราซิล หากยังหนุนรัสเซีย เตรียมโดนคว่ำบาตร-ภาษีทรัมป์ 100%

(17 ก.ค. 68) มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO เรียกร้องให้จีน อินเดีย และบราซิล กดดันรัสเซียให้ยุติสงครามในยูเครน พร้อมเตือนว่าหากยังคงซื้อสินค้าจากรัสเซียต่อไป อาจถูกสหรัฐฯ ลงโทษทางเศรษฐกิจ เช่น การเก็บภาษีนำเข้าสูง หรือแม้แต่คว่ำบาตรบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับรัสเซีย แม้จะไม่ใช่บริษัทของอเมริกาโดยตรงก็ตาม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะเก็บภาษี 100% จากประเทศที่ยังนำเข้าสินค้ารัสเซีย หากไม่มีข้อตกลงยุติสงครามภายใน 50 วัน พร้อมประกาศภาษี 500% ต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่ยังซื้อพลังงานรัสเซีย

รุตเต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “หากคุณอยู่ที่ปักกิ่ง นิวเดลี หรือเป็นผู้นำบราซิล คุณควรรีบโทรหา ปูติน และบอกให้เขาเอาจริงกับการเจรจาสันติภาพ ก่อนที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะย้อนกลับมาอย่างรุนแรง”

สำหรับ จีน อินเดีย และบราซิล ถือเป็นลูกค้าหลักของพลังงานรัสเซีย และยังเป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพยายามลดบทบาทของสหรัฐฯ บนเวทีโลก ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ และสภาคองเกรสต้องเร่งออกมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงหลัง

จีนจับมือสหรัฐฯ ล่าคลื่นแรงโน้มถ่วงยุคบิ๊กแบง ตั้งกล้องโทรทรรศน์ AliCPT สุดล้ำ!! บนที่ราบสูงทิเบต

(17 ก.ค. 68) จีนเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์ AliCPT บนที่ราบสูงทิเบต ความสูงกว่า 5,200 เมตร เพื่อค้นหาร่องรอยของคลื่นแรงโน้มถ่วงจากช่วงเริ่มต้นของจักรวาล หรือที่เกิดขึ้นหลัง 'เหตุการณ์บิ๊กแบง' ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเอกภพ เมื่อประมาณ 13.8 พันล้านปีก่อน

แม้ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะตึงเครียด แต่โครงการ AliCPT ก็ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินต่อไปได้ โดยกล้องนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์พิเศษเกือบ 7,000 ตัว ซึ่งต้องแช่เย็นจนเกือบถึงอุณหภูมิที่เย็นที่สุดในธรรมชาติ เพื่อให้สามารถจับสัญญาณไมโครเวฟจาง ๆ จากจักรวาลยุคแรกเริ่มได้อย่างแม่นยำ

สถานที่ตั้งกล้อง AliCPT ถูกเลือกมาอย่างระมัดระวัง เพราะต้องอยู่ในพื้นที่ที่อากาศแห้งและมีไอน้ำน้อย เพื่อไม่ให้รบกวนการตรวจจับสัญญาณจากอวกาศ โดยกล้องนี้ถือเป็นกล้องแห่งเดียวในซีกโลกเหนือที่ร่วมภารกิจกับกล้องอีกสองแห่งในแอนตาร์กติกาและทะเลทรายอาตากามา ทำให้สามารถสำรวจท้องฟ้าได้ครอบคลุมทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า คลื่นแรงโน้มถ่วงยุคแรกเริ่มเหล่านี้จะไขปริศนาได้ว่าเอกภพเกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งหากตรวจจับได้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวกระโดดของฟิสิกส์จักรวาล และยกระดับบทบาทของจีนในเวทีวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ

ไฟไหม้เวทีหลักเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยียม ผู้จัดยันไร้คนเจ็บ-เศร้าสร้างมาหลายปี คาดเหตุจากพลุ-ระบบไฟ

(17 ก.ค. 68) เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่บริเวณเวทีหลักของเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังระดับโลก Tomorrowland ที่เมืองบูม ประเทศเบลเยียม เพียง 2 วันก่อนงานจะเปิดอย่างเป็นทางการ โดยเปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และเผาเวทีหลักจนเกือบหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงพลุและกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

แม้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากพลุที่ถูกติดตั้งบริเวณเวที หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟ เนื่องจากมีเสียงระเบิดและแสงไฟคล้ายการจุดพลุเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับเพลิงลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ชมอยู่ในพื้นที่ มีเพียงทีมงานราว 1,000 คนซึ่งทั้งหมดอพยพออกได้ทันและไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

เด็บบี้ วิลม์เซน (Debby Wilmsen) โฆษกของเทศกาล ระบุว่า เวทีดังกล่าวใช้เวลาสร้างนานหลายปี และทีมงานต่างรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ต้องเห็นมันถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา ขณะเดียวกัน ทางผู้จัดยืนยันว่าโซน DreamVille หรือพื้นที่ตั้งแคมป์ จะยังคงเปิดตามแผนในวันที่ 18 ก.ค. โดยเตรียมต้อนรับผู้ร่วมงานราว 38,000 คน และจะหาทางแก้ไขเพื่อให้เทศกาลในช่วงสุดสัปดาห์นี้ดำเนินต่อไปได้

ด้านตำรวจท้องถิ่นประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุ และหลีกทางให้หน่วยกู้ภัยที่เข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ชาวเมืองบูมเผยว่าเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจาก Tomorrowland ถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดประจำปี ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ 

อิสราเอลอ้างสิทธิ์ปกป้องพวกพ้อง ‘ชาวดรูซ’ ในซีเรีย ถล่มโรงพยาบาล-สถานที่พลเรือน ดับเพียบ 350 ศพ

(17 ก.ค. 68) ความรุนแรงในซีเรียทวีความตึงเครียดเมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีดามัสกัสและจังหวัดซูเวย์ดาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยอ้างว่าต้องการปกป้องชาวดรูซที่กำลังสู้รบกับชนเผ่าเบดูอิน โดยฝ่ายประธานาธิบดีเฉพาะกาล อาเหม็ด อัล-ชาอ์รา (Ahmed al-Sharaa) กล่าวหาว่าอิสราเอลจงใจยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่

มีรายงานว่าความขัดแย้งตั้งแต่วันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 350 คน ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าได้ตกลงกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการเฉพาะเพื่อยุติความรุนแรง ซึ่งทำให้ทหารซีเรียเริ่มถอนกำลังออกจากซูเวย์ดา หลังหารือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่

อิสราเอลยังคงโจมตีจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งในดามัสกัสและทางตอนใต้ของซีเรีย โดยมุ่งเป้าทำลายกองกำลังที่ทำร้ายชาวดรูซ และบีบให้รัฐบาลซีเรียถอนกำลังออกไปจากพื้นที่ ด้านกระทรวงกลาโหมซีเรียประณามว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเจตนาโหมไฟสงคราม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในซูเวย์ดาทรุดหนัก โรงพยาบาลหลักถูกโจมตี น้ำและยาเริ่มขาดแคลน และมีรายงานการลอบสังหารและปล้นสะดมจากหลายพื้นที่ กลุ่มสิทธิมนุษยชนในอังกฤษระบุว่า มีผู้เสียชีวิตรวมถึงพลเรือน ชาวดรูซ และเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก

ทั้งนี้ เหตุการณ์เริ่มจากความตึงเครียดระหว่างกองกำลังดรูซและเบดูอิน สะสมมานานจากความไม่พอใจรัฐบาลชุดใหม่ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มหัวรุนแรงซุนนี และมีชนวนจากการลักพาตัวพ่อค้าชาวดรูซเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอย่างรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างในเวลารวดเร็ว

ผู้นำโคลอมเบียประกาศจุดยืนชัด ตัดสัมพันธ์ NATO จวกพันธมิตรตะวันตกมีส่วนสังหารเด็กในกาซา

(17 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ของโคลอมเบีย ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศของเขาจะยุติความร่วมมือกับ NATO และห่างจากรัฐบาลยุโรปที่มีส่วนร่วมในการโจมตีทางทหาร โดยกล่าวว่า “เราต้องออกจาก NATO ไม่มีทางเลือกอื่น”

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปิดการประชุมกลุ่ม The Hague Group ที่กรุงโบโกตา ซึ่งเปโตรชี้ว่า โคลอมเบียไม่ควรเกี่ยวข้องกับพันธมิตรที่ “ทิ้งระเบิดใส่เด็ก” และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรยึดหลักสันติภาพ ไม่ใช่อาวุธ

โคลอมเบียเคยลงนามข้อตกลงเป็น “พันธมิตรโลก” ของ NATO เมื่อปี 2018 และเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่เข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรนี้ แต่ในช่วงหลัง ประธานาธิบดีเปโตรแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อบทบาทของ NATO และรัฐบาลตะวันตก

ที่ผ่านมา เปโตรยังเคยวิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซา และไม่เห็นด้วยที่กระทรวงกลาโหมโคลอมเบียยังซื้ออาวุธจากอิสราเอล แม้เคยออกคำสั่งให้หยุดแล้วก็ตาม โดยเขายืนยันว่า หากต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก ก็ยังมีชาติอื่นพร้อมสนับสนุนและซื้อสินค้าจากโคลอมเบีย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top