Sunday, 7 June 2026
World

EU คว่ำบาตร!! โรงกลั่นน้ำมัน Vadinar ใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย ‘อินเดีย’ โต้กลับ!! จะซื้อพลังงาน ตามผลประโยชน์ของประเทศ

(19 ก.ค. 68) การเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อสหภาพยุโรปประกาศมาตรการคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมัน Vadinar ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับสองของอินเดีย และเป็นครั้งแรกที่สถานประกอบการในเอเชียใต้แห่งนี้ถูกขึ้นบัญชีเป้าหมายโดยกลุ่มประเทศยุโรป โรงกลั่น Vadinar ตั้งอยู่ที่รัฐคุชราต มีศักยภาพการกลั่นมากถึง 20 ล้านตันต่อปี ดำเนินการโดย Nayara Energy บริษัทร่วมทุนอินเดีย-รัสเซียที่ Rosneft บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียถือหุ้นอยู่ 49% ทั้งนี้ EU ถือเป็นหนึ่งในผู้บริโภคน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ที่ผ่านการกลั่นที่ Vadinar

มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดที่ 18 ของ EU ที่นำมาใช้เพื่อตอบโต้รัสเซียกรณีความขัดแย้งในยูเครน นอกจากนั้นยังมุ่งเป้าไปที่ธนาคารจีนซึ่งถูกกล่าวหาว่าเอื้อให้รัสเซียหลีกเลี่ยงข้อจำกัด Kaja Kallas ผู้แทนด้านนโยบายต่างประเทศของ EU ประกาศบน X ว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่เรากำหนดเป้าหมายไปยัง flag registry และโรงกลั่น Rosneft ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย" คาดว่ามาตรการนี้จะปิดช่องทางสำคัญในการขนส่งและระดมทุนของรัสเซีย รายละเอียดมาตรการครอบคลุมการคว่ำบาตรทะเบียนธงเรืออินเดีย หมายถึงหากเรือใดบินธงอินเดียแล้วขนส่งน้ำมันรัสเซีย อาจถูกลงโทษได้ ชุดคว่ำบาตรนี้ยังรวมไปถึงเรือกลุ่ม shadow fleet กว่า 105 ลำ พร้อมแหล่งสนับสนุน และจำกัดการเข้าถึงเงินทุนของธนาคารรัสเซีย

อินเดียออกแถลงการณ์ชัดเจนผ่านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แรนดีร์ ไจสวาล ว่า การดูแลความมั่นคงและราคาพลังงานสำหรับประชาชนเป็นวาระสูงสุด และท่าทีในการซื้อน้ำมันจะขึ้นกับโอกาสในตลาดโลกและสถานการณ์ร่วมสมัย อินเดียยืนยันว่าพร้อมจะซื้อพลังงานตามผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ว่าตะวันตกจะกดดันเพียงใด ตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนปี 2022 รัสเซียกลายเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อัตราการนำเข้าน้ำมันรัสเซียของอินเดียแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ EU จะยืนยันว่าไม่เคยห้ามประเทศอื่นซื้อน้ำมันรัสเซียอย่างเป็นทางการ แต่มาตรการลงโทษล่าสุดถูกมองว่ามีเป้าหมายปิดช่องทางทางการเงินของรัสเซียและกีดกันตลาดน้ำมันโลกในวงกว้างมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันต่อประเทศพันธมิตรในเอเชียที่มีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงรายได้ของมอสโก 

สำนักดับเมืองเพลิงเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เลือกใช้ แอร์บัส H160 เสริมศักยภาพ ภารกิจฉุกเฉิน

(20 ก.ค. 68) สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น สั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์แอร์บัสรุ่น เอช160 (H160) เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานด้านการดับเพลิง การค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการตอบสนองต่อภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะการบินสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฌอง-ลุค แอลฟองซี กรรมการผู้จัดการ แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าว “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยา ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญที่ให้ความไว้วางใจเราอย่างต่อเนื่อง ได้เลือกเฮลิคอปเตอร์ H160 สำหรับภารกิจที่มีความสำคัญต่อชุมชน เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ทั้งด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และการออกแบบ ซึ่งตอบโจทย์ภารกิจที่ท้าทายของหน่วยงานฯ ได้อย่างลงตัว” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามั่นใจว่า H160 จะเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน และแอร์บัสยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนภารกิจของสำนักดับเพลิงเมืองนาโกยาอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระยะยาว”

เฮลิคอปเตอร์ H160 ลำใหม่นี้จะถูกปรับแต่งเพื่อภารกิจค้นหาและกู้ภัย รวมถึงภารกิจดับเพลิงทางอากาศ โดยสามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้ทั้งถังน้ำแบบแขวนใต้ลำตัว (firefighting bucket) หรือถังน้ำแบบติดตั้งใต้ท้องเครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนการควบคุมไฟป่าของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน

สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยาเริ่มนำเฮลิคอปเตอร์มาใช้ในการปฏิบัติงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยเริ่มจากเฮลิคอปเตอร์รุ่น อาลูเอ็ตต์ 3 (Allouette III) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนจากทางอากาศ ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์รุ่น เอเอส365เอ็น3 (AS365N3) ประจำการอยู่สองลำ และเมื่อได้รับมอบ H160 ลำใหม่ หนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้จะปลดประจำการ เพื่อเปิดศักราชใหม่ของการสนับสนุนภารกิจทางอากาศของเมืองนาโกยา

H160 ถือเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุดของโลก ได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน พร้อมมอบความสะดวกสบายเหนือระดับเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ในระดับเดียวกัน รองรับภารกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงการขนส่งนอกชายฝั่ง ภารกิจค้นหาและกู้ภัย การบินส่วนบุคคลและธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจุบัน H160 ได้เริ่มปฏิบัติงานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรป

แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานกว่า 65 ปี ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์ราว 380 ลำที่สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจหลากหลายทั่วประเทศ เฮลิคอปเตอร์รุ่น H160 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีใช้งานแล้ว 3 ลำในญี่ปุ่น ได้แก่ 2 ลำสำหรับภารกิจด้านความมั่นคง และอีก 1 ลำสำหรับการรายงานข่าว การสั่งซื้อ H160 เพิ่มในครั้งนี้จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้งานในสมรรถนะและความอเนกประสงค์ของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้

‘แมนนี่ ปาเกียว’ ขึ้นสังเวียนเสมอ!! ‘มาริโอ บาร์ริออส’ ทำให้ ‘นักรบแอซแทค’ ป้องกันแชมป์โลก เอาไว้ได้

(20 ก.ค. 68) เมื่อใจสั่ง แต่ร่างกายไม่สามารถพุ่งออกไปดั่งใจนึก

‘แพคแมน’ แมนนี่ ปาเกียว ในวัย 46 ปี สู้เต็มที่แต่เสมอ ‘นักรบแอซแทค’ มาริโอ บาร์ริออส

113-115,114-114,114-114 

ทำให้บาร์ริออส ป้องกันแชมป์โลก WBC รุ่นเวลเทอร์เวทเอาไว้ได้ 

ที่สังเวียน เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ แกรนด์การ์เด่นอารีน่า เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา

แผนของอิสราเอล ในการครอบครอง 40% ของฉนวนกาซ่า

(20 ก.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ แผนของอิสราเอล โดยมีใจความว่า ...

อิสราเอลเสนอแผนเจรจาหยุดยิงโดยเสนอเรียกร้องที่จะครอบครองประมาณ 40% ของฉนวนกาซ่า รวมถึงเมืองราฟาห์ทั้งหมดด้วย

แผนนี้รวมถึงการตั้งทหารของอิสราเอลในบางส่วนของเมืองกาซ่าตะวันออก ราฟาห์ บีท-ลาเฮีย บีท-ฮานูน ข่าน ยาอูน และพื้นที่ชายแดนลึกถึง 3 กิโลเมตร

ในเขตราฟาห์เป็นการวางแผนเพิ่มความหนาแน่นของประชากรที่เป็นผู้อพยพ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้มีการโยกย้ายเกิดขึ้นในลักษณะบังคับชาวปาเลสไตน์

ซึ่งตามแผนนี้ 40% ของฉนวนกาซ่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของอิสราเอล และชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนจะถูกห้ามกลับบ้านของพวกเขาโดยทันที

อิสราเอลยังต้องการสร้างเขตพื้นที่ลำเลียงและค่ายกักกันซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นแหล่งกักขังและศูนย์เนรเทศที่ใหญ่ที่สุด

‘จีน’ ควบคุม!! แม่น้ำพรหมบุตร ในรัฐอัสสัม ‘อินเดีย’ ถึงคราว!! หายใจติดเขื่อน

(20 ก.ค. 68) ในขณะที่อินเดียเคยข่มปากีสถานด้วย “ก๊อกน้ำอินดัส” เมื่อเมษาฯ ที่ผ่านมา วันนี้ดูเหมือนฟ้าจะหมุนก๊อกคืน เมื่อจีนเริ่มสร้างเขื่อนพลังน้ำใหญ่ที่สุดในโลกบนแม่น้ำยาร์ลุงซางโป – ต้นน้ำของแม่น้ำพรหมบุตร ซึ่งไหลผ่านรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย และจบที่บังกลาเทศ จีนเรียกมันว่า “พลังสะอาด” อินเดียเรียกมันว่า “ภัยคุกคามที่สะอาดเกินไป”

โครงการนี้ใช้งบกว่า 264,000 ล้านบาท แซงหน้าเขื่อนสามโตรก และผลิตไฟฟ้าเลี้ยงได้ถึง 300 ล้านคนต่อปี แต่ที่ทำให้เดลีเหงื่อตกไม่ใช่กำลังไฟฟ้า...แต่คือพิกัดเขื่อนที่ห่างพรมแดนอินเดียเพียง 30 กิโลเมตร

อินเดียห่วงว่าจีนจะ “กั๊กน้ำไว้ใช้เอง” หรือร้ายกว่านั้น — “ปล่อยน้ำลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย” ยามมรสุม เพื่อก่อหายนะน้ำท่วมซ้ำในรัฐอัสสัม เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ที่จีนหยุดให้ข้อมูลน้ำระหว่างเผชิญหน้าที่ดอกลัม ผลคือ คนตาย 70 ไร้ที่อยู่ 400,000 คน

จีนจ้องตาอินเดีย พร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนฝาย

Victor Gao นักวิชาการปักกิ่งส่งสารด้วยรอยยิ้มเฉือนคอว่า
> “อย่าขวางน้ำที่คุณควบคุมไม่ได้ – คนกลางน้ำควรก้มศีรษะให้คนต้นน้ำ”
อินเดียเคยคุยโวกับปากีสถานว่าจะ “หยุดน้ำอินดัสถ้าเจอยั่วยุ” วันนี้จีนทำจริง…แต่กับอินเดียเอง
แม่น้ำเดียวกัน สองมาตรฐาน

ตอนอินเดียขู่ปากีสถาน โลกเงียบ — แต่เมื่อจีนสร้างเขื่อน อินเดียเรียกร้อง “สนธิสัญญาแบ่งปันน้ำที่เป็นธรรม” ให้โลกรับรู้ แต่ดูเหมือนใคร ๆ ก็จำได้ดีว่า อินเดียเพิ่งระงับสนธิสัญญาน้ำ IWT กับปากีสถานเมื่อ 3 เดือนก่อน

โพสต์บน X เยาะเย้ยว่า
> “อินเดียหัวเราะปากีสถานเรื่องน้ำ — ตอนนี้ใครเป็นฝ่ายสำลัก?”
อีกโพสต์หนึ่งบอกตรง ๆ ว่า
> “เขื่อนยาร์ลุงซางโป คือมรณะสายน้ำสำหรับความทะเยอทะยานด้านเกษตรของอินเดีย”
เพราะพรหมบุตรเลี้ยงน้ำ 30% ของอินเดีย และหล่อเลี้ยงไฟฟ้ากว่า 44% ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — แม่น้ำสายนี้ไม่ต่างจาก “เส้นเลือดแดงแห่งอารยธรรมฮินดู” ที่ตอนนี้กำลังถูกควบคุมโดยปักกิ่ง
อินเดียดิ้น แต่ยังไม่ทันตัดสาย

เดลียื่นข้อเรียกร้องให้จีนลงนามในสนธิสัญญาน้ำอย่างโปร่งใส และประกาศจะสร้างเขื่อน 12 แห่งในอรุณาจัลเป็น “ยาแรง” ตอบโต้ แต่โลกต่างรู้ดีว่า เขื่อนบนต้นน้ำหนึ่งแห่งที่จีนสร้าง…มักเปลี่ยนภูมิศาสตร์การต่อรองทั้งลุ่มน้ำได้เสมอ

ดินแดนที่เคยข่มคนปลายน้ำ วันนี้อาจต้องคุกเข่าร้องขอน้ำจากเขื่อน

จีนไม่ได้สร้างแค่เขื่อน — เขาสร้างยุทธศาสตร์น้ำที่ลึกเหมือนแคนยอนยาร์ลุงซางโป และอินเดีย…อาจเพิ่งเข้าใจสัจธรรมนี้:
> “อย่าขุดหลุมฝังคนอื่น เพราะบางที...หลุมนั้นอาจกลายเป็นอ่างเก็บน้ำของเขา”

ยูเครนเดินเกมถล่มรัว!! ส่งโดรนโจมตีหลายเมืองใหญ่ในรัสเซีย กระทบ 4 สนามบินต้องปิดชั่วคราว เที่ยวบิน 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก

(21 ก.ค. 68) สนามบินใหญ่ในกรุงมอสโก 4 แห่ง ได้แก่ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo), โดโมเดโดโว (Domodedovo), วนูกอวอ (Vnukovo) และซูโคฟสกี (Zhukovsky) ต้องปิดชั่วคราว หลังรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีโดรนกว่า 230 ลำถูกสกัดทั่วประเทศ รวมถึง 27 ลำเหนือกรุงมอสโก ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก และกว่า 130 ไฟลต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากมอสโก สนามบินในแคว้นคาลูกาทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าสกัดโดรนได้ 45 ลำในพื้นที่นี้ ขณะที่โดรนจากยูเครนยังถูกสอยในเมืองชายแดนอย่างรอสตอฟ บรียานสก์ และเหนือน่านน้ำทะเลดำ

นอกจากนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนทางอากาศต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในหลายภูมิภาค รวมถึงโดเนตสค์ ซูมี คาร์คิฟ และดนีโปรเปตรอฟสค์ ด้านยูเครนระบุว่าสามารถยิงโดรนของรัสเซียตกได้ 18 จากทั้งหมด 57 ลำในคืนวันเสาร์

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัสเซีย พร้อมแสดงความพร้อมพบปูตินแบบตัวต่อตัว ด้านโฆษกเครมลินย้ำว่ารัสเซียยังต้องการสันติภาพ แต่จะไม่หยุดยั้งจนกว่า “เป้าหมาย” จะบรรลุ ขณะที่ทรัมป์ประกาศส่งอาวุธขั้นสูงให้ยูเครน และขู่เก็บภาษีรัสเซียหากไร้ข้อตกลงภายใน 50 วัน

เปิดปมมูลเหตุสหรัฐฯ อยากได้ฐานทัพเรือที่พังงา ถึงขั้นต้องงัดแผนร้ายโขลกภาษีมาต่อรองกับไทย

(21 ก.ค. 68) คงไม่มีใครคาดคิดว่าการที่สหรัฐ อเมริกา โขลกภาษีนำเข้าไทยถึง 36% นี้เพื่อเป็นการบีบให้ไทยเจรจาต่อรองว่าถ้าอยากค้าขายกับสหรัฐฯ จะต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนและหนึ่งในสิ่งแลกเปลี่ยนนั้นก็คือ การขอตั้งฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ ที่ฐานทัพเรือพังงานั่นเอง

หากย้อนกลับไปดูว่าสหรัฐฯ เคยมาขอตั้งฐานทัพตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามเป็นต้นมาจนจบสงครามไปไทยก็ไม่ได้ให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยอีก ยกเว้นเพียงแต่เป็นท่าจอดเครื่องบินหรือเรือรบเพื่อมาเติมน้ำมันและเจ้าหน้าที่ก็ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ  อันจะสร้างเงินสร้างทองให้กับประเทศไทยตั้งแต่รากหญ้าขึ้นไป 

สุดท้ายข่าวที่ออกมาทางสหรัฐฯ ก็แถลงโต้ทันทีว่าการขึ้นภาษีนำเข้าไทยนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขอตั้งฐานทัพสหรัฐที่ทับละมุที่จังหวัดพังงา  เพราะถูกกระแสประชาชนโต้กลับอย่างทันทีทันควัน  แม้ความจริงเรื่องภาษีกับฐานทัพพังงาจะเป็นเช่นไรก็ตามเอาเป็นว่าเรื่องของเรื่องวันนี้เอย่าจะไม่พูดเรื่องของภาษีแต่จะมาพูดว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงอยากได้ฐานทัพเรือพังงามาตั้งฐานทัพของตนเอง

เรื่องของเรื่องก็คือว่าหลังจากอกหักจากการขอหมู่เกาะโคโค่จากนางอองซาน ซูจีจนทำให้เป็น 1 ในชนวนเหตุของการรัฐประหารของนายพลมินอ่องหล่าย สหรัฐฯ ก็ยังเดินเกมส์เพลี่ยงพล้ำจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้อีก ดได้จากการที่อเมริกาเสือกจะใช้วิธีคว่ำบาตรเมียนมาเพื่อให้เขาไม่มีที่ไปแต่ผลกลับตรงกันข้ามนั่นทำให้กองทัพเมียนมากับจีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งมากขึ้น  ถึงแม้ว่าจีนจะรุกเมียนมาโดยนโยบายเส้นทางสายไหมเส้นใหม่ที่ผ่านทางเมียนมามาออกทะเลที่อ่าวเบงกอลแล้ว  ล่าสุดอยากที่ทราบกันว่ารัสเซียก็เข้ามาให้ความร่วมมมือทั้งด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งนั่นอาจจะพลิกโฉมเมียนมาก็ได้ และนั่นคือสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่ชอบเป็นแน่แท้

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นลูกไล่ของสหรัฐฯ แต่หากเกิดสงครามขึ้นการปิดช่องแคบมะละกาก็ไม่ได้ง่ายนักแต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะสกัดกั้นการขนถ่ายสิ่งของทางทะเลเพราะหากเกิดสงครามขึ้นมาสิงคโปร์สามารถถูกยึดได้ทั้งเกาะได้เพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสิงคโปร์ไม่ได้มีทรัพยากรใด ๆ เลยนอกจากเป็นทางผ่านของเรือเท่านั้น นั่นทำให้การตั้งฐานทัพที่สิงคโปร์ไม่เวิร์คในสายตาของสหรัฐหากเทียบกับพังงาของไทยที่มีเขตติดต่อแผ่นดินอีกทั้งยังขอการสนับสนุนด้านอาหารและเชื้อเพลิงจากไทยได้  ดังนั้นพังงาจึงเป็นหมุดหมายฝั่งตะวันออกในการป้องกันการขยายอำนาจของจีนและรัสเซียในขณะที่ฝั่งตะวันตกนั้นกองทัพสหรัฐมีฐานทัพอยู่แล้วบนเกาะดิเอโก กราเซียซึ่งบนเกาะมีสนามบินขนาดใหญ่ที่สามารถเอาเครื่องบินหลายลำลงจอดได้เพื่อเป็นจุดขนถ่ายเสบียงและยุทโธปกรณ์

มุมมองของเอย่าคงต้องถามว่าไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของจีนและรัสเซียคงต้องถามว่าทำไมเราถึงต้องเอาประเทศเราไปอยู่ในจุดที่เป็นข้อขัดแย้งของใครต่อใครด้วย  เอย่าไม่เห็นถึงประโยชน์ที่อันจะเกิดขึ้นจากการมีกองทัพอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยมากไปกว่าการที่เราอาจจะค้าขายอาหารได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจรากหญ้าอาจจะดีขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจบริการและบันเทิงเริงรมณ์  คงต้องฝากคำถามนี้ไปถึงกองทัพไทยและรัฐบาลไทยว่าท่านได้คำนึงหรือยังว่าหากวันหนึ่งเราต้องถูกผลักไปอยู่ในจุดที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยทั้ง ๆ ที่เขากับเราไม่ได้มีอะไรเกลียดชังกันเลย  เราพร้อมจะรับมือหากวันนั้นมาถึงหรือไม่…

‘บอริส จอห์นสัน’ ยอมรับเศร้า คนอังกฤษสนใจยูเครนลดลงเรียกร้องยุโรปยึดทรัพย์รัสเซีย ย้ำ!! UK ยังมีบทบาทสำคัญในสงคราม

(21 ก.ค. 68) บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) อดีตนายกฯ อังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ว่ารู้สึก “ค่อนข้างเศร้า” ที่ประชาชนอังกฤษสนใจประเด็นยูเครนน้อยลง ทั้งที่เป็นเรื่อง “อันดับหนึ่ง” สำหรับเขา พร้อมระบุว่า อังกฤษยังมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ใช่ผู้นำเชิงความคิดอย่างที่เคยเป็น

ในงานที่สถานทูตยูเครน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับทหารผ่านศึก จอห์นสันกล่าวว่า แม้ตอนนี้เขายังไม่คิดกลับเข้าสู่การเมือง แต่ก็ยังตั้งใจสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ เขายังเรียกร้องให้ประเทศในยุโรปยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งไว้กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แล้วนำเงินก้อนนั้นส่งต่อให้ยูเครน โดยมองว่าเป็น “เงินงวดแรก” ของค่าชดใช้ที่รัสเซียควรต้องรับผิดชอบ

บอริส จอห์นสัน กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนแนวคิดให้ยึดทรัพย์สินของรัสเซีย แม้บางฝ่ายจะกังวลว่าอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเน้นว่าพรรคการเมืองควรนำเสนอแผนงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้

จอห์นสันยังพูดถึงกรณีข้อมูลลับของชาวอัฟกานิสถานรั่วไหลว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปกป้องชาวอัฟกันซึ่งเคยช่วยเหลืออังกฤษจากการถูกตาลีบันตามล้างแค้น เขายืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับคำสั่งห้ามสื่อรายงานข่าว (super-injunction) ที่ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้

ขณะเดียวกัน พรรคอนุรักษ์นิยมยังเผชิญวิกฤตความนิยมตกต่ำ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก YouGov ชี้ว่า พรรค Reform UK มีคะแนนนำที่ 26% ตามด้วยพรรคแรงงาน 24% ส่วนพรรคอนุรักษ์นิยมรั้งท้ายเพียง 17% ส่งผลให้ เคมิ บาเดอโนก (Kemi Badenoch) ผู้นำพรรคคนใหม่ เตรียมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนจะเปิดตัวนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นักวิทย์ฯ เตือน!! ภูเขาไฟในคัมชัตกาเริ่มแสดงสัญญาณผิดปกติ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้ ‘รัสเซีย-ญี่ปุ่น-อะแลสกา’

(21 ก.ค. 68) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 3 ครั้งบริเวณชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย ใกล้เมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 7.4 ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก (PTWC) รายงานว่าอันตรายจากคลื่นสึนามิในคาบสมุทรคัมชัตกาหมดไปแล้ว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งในทะเลใกล้เคียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคคัมชัตกาและมีประชากรกว่า 160,000 คน แผ่นดินไหวสามครั้งเกิดขึ้นในเวลาเพียง 32 นาที ลึกประมาณ 20 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทางการรัสเซียประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง และขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกได้ยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา ส่วนฮาวายเองก็ยกเลิกคำเตือนสึนามิที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพบปรากฏการณ์เมฆเลนติคูลาร์ (Lenticular Clouds) ที่หายากเหนือปล่องภูเขาไฟในคัมชัตกา ซึ่งมีลาวาเรืองแสงอยู่ภายใน นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นที่ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นสูงสุดในยูเรเซีย ซึ่งอาจบ่งชี้การเคลื่อนตัวของแมกมาใต้ดินลึก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การปะทุครั้งใหญ่หรือไม่ 

จับตา!! ความร่วมมือทางทหาร ‘อิหร่าน-รัสเซีย’ ผนึกกำลังซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ในทะเลแคสเปียน

(21 ก.ค. 68) อิหร่านและรัสเซียเตรียมจัดซ้อมรบร่วมกันทางทะเลภายใต้ชื่อ “CASAREX 2025” ในทะเลแคสเปียน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทดสอบความพร้อมในการกู้ภัยและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล พร้อมเชิญตัวแทนจากประเทศเพื่อนบ้านรอบทะเลแคสเปียนเข้าร่วมสังเกตการณ์

การฝึกซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทะเลแคสเปียน” โดยกองเรือภาคเหนือของกองทัพเรืออิหร่านเป็นเจ้าภาพ และจะจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อนเพื่อฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานทางเรือ

กำลังหลักในการฝึกมาจากกองทัพเรืออิหร่าน กองทัพเรือ IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ตำรวจทางทะเลอิหร่าน รวมถึงเรือและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือรัสเซีย

สำหรับ CASAREX 2025 มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเลในภูมิภาค สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศรอบทะเลแคสเปียน และตอกย้ำความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอิหร่านกับรัสเซียในภูมิภาคยุทธศาสตร์นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top