Monday, 2 November 2026
TheStatesTimes

สวัสดีวันจันทร์ยามเช้าครับ 

ในยุคนี้ ก่อนจะแต่งงานกับใคร

นอกจากจะเช็คสถานะทางกฏหมาย

อย่าลืม เช็คบูโร กับ สเตทเม้นย้อยหลัง 6 เดือน ด้วยนะครับ

 

CPA ผู้ตรวจสอบบัญชีท่านนึงฝากไว้ให้คิด

การเมืองไทยสะเทือนภัยสปายแวร์!! ‘ศิริโชค’ เผยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคำเตือนจาก Apple ตกเป็นเป้าหมายสปายแวร์รับจ้างระดับสูง จับตาเครื่องมือจารกรรมแบบ Pegasus ย้ำยังไม่พบหลักฐานว่าเจาะสำเร็จ

‘ศิริโชค’ เผยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคำเตือนจาก Apple โทรศัพท์ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์รับจ้างระดับสูง

2 พ.ย.2569-นายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “โทรศัพท์เครื่องเดียว ความลับทั้งชีวิตอาจตกอยู่ในมือคนอื่น!” เนื้อหาระบุว่า ลองนึกภาพว่า มีใครบางคนอ่านข้อความในโทรศัพท์เราได้ ดูรูปถ่าย รู้ว่าเราไปไหน คุยกับใคร หรือแม้แต่แอบเปิดไมโครโฟนฟังเรา โดยที่เราไม่รู้ตัว ที่น่ากลัวคือ เราไม่จำเป็นต้องกดลิงก์หรือเปิดไฟล์อะไรเลย โทรศัพท์ก็อาจถูกเจาะได้!

นี่ไม่ใช่เรื่องในหนังสายลับ แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่จริง เช่น Pegasus เครื่องมือจารกรรมที่พัฒนาโดยบริษัท NSO Group ของอิสราเอล ซึ่งระบุว่าจำหน่ายให้เฉพาะหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลเท่านั้น

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 ตุลาคม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับคำเตือนจาก Apple ว่าโทรศัพท์ของท่านตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์รับจ้างระดับสูง (Mercenary Spyware) โดย Apple กล่าวถึง Pegasus ไว้ในคำเตือนด้วย

นี่ไม่ใช่คำเตือนทั่วไป แต่เป็นการแจ้งเตือนเฉพาะบุคคลที่ Apple มีความมั่นใจสูงว่าตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแล้ว ส่วนจะเจาะสำเร็จหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผมจึงประสาน DigitalReach ให้ตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งยังไม่พบหลักฐานว่าการโจมตีสำเร็จ และจำเป็นต้องประสาน Citizen Lab ของมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดา เพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับประชาชน?

หากโทรศัพท์ของหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านถูกเจาะสำเร็จ คนที่อยู่เบื้องหลังอาจรู้ว่าใครส่งหลักฐานการทุจริต ใครเป็นแหล่งข่าว หรือใครกำลังให้ข้อมูลที่ผู้มีอำนาจไม่อยากให้เปิดเผย คนที่หวังดีต่อบ้านเมือง อาจตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะไว้ใจส่งข้อความหาใครสักคน เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้โจมตี แต่เรื่องนี้ควรได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ โดยเฉพาะประเด็นว่ามีการใช้เครื่องมือของรัฐหรือไม่

ผมอยากฝากเตือน สส. ทุกพรรค รวมถึงประชาชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญ ให้ระมัดระวังความปลอดภัยของโทรศัพท์ให้มากขึ้น สมัยก่อน ถ้าใครอยากรู้ความลับเรา เขาต้องส่งคนมาแอบฟัง แต่วันนี้ คนที่แอบฟังเราอาจอยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร โดยที่เราไม่รู้เลยว่า ทุกคำที่พูด ทุกข้อความที่ส่ง มีใครอีกคนกำลังรับรู้ไปพร้อมกัน

ที่มา : https://www.thaipost.net/hi-light/1099724/

ปตท.สผ. ผนึก 3 ยักษ์พลังงานโลก!! ลงนามพัฒนา 2 แหล่งก๊าซธรรมชาติยักษ์ในมาเลเซีย คาดมีทรัพยากรรวมกว่า 6.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานระยะยาว เสริมศักยภาพธุรกิจพลังงานไทยในอาเซียน

ปตท.สผ. และพันธมิตรลงนามสัญญา

เพิ่มศักยภาพการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ เอสเค410บี ลัง เลอบาห์ และบี14

กรุงเทพฯ, 2 พฤศจิกายน 2569 – ปตท.สผ. ร่วมกับ TotalEnergies, KUFPEC และ PETRONAS Carigali เข้าทำสัญญาซื้อขาย Farm-Out Agreements (FOAs) เพื่อลงทุนร่วมกันในแหล่งก๊าซธรรมชาติลัง เลอบาห์ และแหล่งก๊าซธรรมชาติ บี14 นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก มาเลเซียตะวันออก เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจในประเทศมาเลเซีย ตามกลยุทธ์การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศมาเลเซียในระยะยาว

แหล่งลัง เลอบาห์ เป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติของโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี อยู่ห่างจากแหล่งบี14 ประมาณ 14 กิโลเมตร จึงสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาแหล่งร่วมกันได้ ขณะนี้ ทั้ง 2 แหล่งอยู่ระหว่างขั้นตอนก่อนการพัฒนา (Pre-development Phase) และคาดว่ามีปริมาณทรัพยากรปิโตรเลียมรวมกันกว่า 6.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต

นางสาวคณิตา ศาศวัตายุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า “การลงนามในสัญญาครั้งนี้ เป็นไปตามกลยุทธ์การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาแหล่งลัง เลอบาห์ และแหล่งบี14 ร่วมกับกลุ่มผู้ร่วมทุน ผ่านการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติแบบบูรณาการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และเสริมความสำเร็จในการพัฒนาแหล่งมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญระหว่างบุคลากร เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและการพัฒนาโครงการในอนาคต ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศมาเลเซียอีกด้วย"

การลงนามในสัญญาดังกล่าวจะมีผลสมบูรณ์หลังจากได้รับการอนุมัติจาก Malaysia Petroleum Management (MPM)  และมีผลให้กลุ่มผู้ร่วมทุนของทั้ง 2 แหล่งมีสัดส่วนการร่วมทุน ดังนี้ TotalEnergies EP Exploration (Sarawak) Sdn. Bhd. (TotalEnergies) ถือสัดส่วนร้อยละ 30 และเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ปตท.สผ. ร้อยละ 25 บริษัท KUFPEC Malaysia (SK-410B) Limited (KUFPEC) ร้อยละ 25 และบริษัท PETRONAS Carigali Sdn. Bhd. (PCSB) ร้อยละ 20

ปัจจุบัน ปตท.สผ. มีการลงทุนในประเทศมาเลเซียทั้งระยะการผลิต การพัฒนา และการสำรวจปิโตรเลียม กว่า 11 โครงการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top