Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

เดือดเวทีมิวนิก!! เซเลนสกีโจมตีออร์บาน นักวิเคราะห์ชี้ “หวังเก็บแต้มกับชนชั้นนำ EU” ยูเครนอาจไม่ง่ายได้เข้า EU ทรัมป์ยืนหยัดปกป้องพันธมิตรออร์บาน

(16 ก.พ. 69) ดร.จอร์จ ซามูเอลี นักวิเคราะห์ชื่อดัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดี 'โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี' ของยูเครนโจมตีผู้นำฮังการี 'วิกเตอร์ ออร์บาน' อย่างเปิดเผยในการประชุมความมั่นคงมิวนิก โดยมองว่าเซเลนสกีกำลัง "เก็บแต้มง่ายๆ" โดยตั้งเป้าที่จะทำให้ชนชั้นนำของสหภาพยุโรปพอใจ

ซามูเอลีย้ำว่า คำพูดกระทบกระทั่งของ 'เซเลนสกี' "ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของเขา" และแม้ว่านายออร์บานอาจพ่ายแพ้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายูเครนจะได้รับ "ตั๋วเชิญเข้าร่วมสหภาพยุโรปโดยอัตโนมัติ"

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า ยูเครนต้องการเงินช่วยเหลือกว่าหลักแสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูประเทศและหากยูเครนเป็นสมาชิก สหภาพยุโรปจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายนี้ ซึ่งอาจกระทบต่อประชาชนยุโรป นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างปัญหาในการบูรณาการสินค้าเกษตรของยูเครนที่ส่งผลกระทบกับเกษตรกรในยุโรป

ส่วนกรณีที่ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ปกป้อง 'ออร์บาน' ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองยาวนาน ซามูเอลีมองว่าฝ่ายสหภาพยุโรปอาจไม่ชอบทรัมป์แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

ที่มา : Sputnik

จีนลุยลงทุนรถไฟ!! การลงทุนเดือนมกราคมเพิ่ม 5.5% มูลค่ากว่า 4.6 หมื่นล้านหยวน ทางรถไฟยาว 1.65 แสนกิโลเมตร เน้นสร้างประสิทธิภาพ-ความมั่นคง

(16 ก.พ. 69) บริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด รายงานว่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคการรถไฟในประเทศจีนช่วงเดือนมกราคมปีนี้ อยู่ที่ 4.63 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 2.07 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยบริษัทฯ ระบุว่าการก่อสร้างทางรถไฟในช่วงดังกล่าวมีความก้าวหน้าทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ

ในโพสต์แถลงโดยบริษัทฯ ระบุว่า "บริษัทมุ่งตอบสนองยุทธศาสตร์สำคัญระดับชาติและพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคโดยใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมและผลกระทบเชิงบวกของภาคการก่อสร้างทางรถไฟ" พร้อมกับเร่งก่อสร้างทางรถไฟโดยอาศัยนโยบายสนับสนุนในระดับชาติและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่หลัก

ข้อมูลจากบริษัทฯ ยังระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 ประเทศจีนมีทางรถไฟที่เปิดใช้งานรวมระยะทาง 165,000 กิโลเมตร ซึ่งรวมถึงทางรถไฟความเร็วสูงมากกว่า 50,000 กิโลเมตร

ภาพรวมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค รวมถึงการสนับสนุนนโยบายระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับการเดินหน้าโครงการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ที่มา : Xinhua

17 กุมภาพันธ์ 2569 ตรุษจีน ปีใหม่จีน เข้าสู่ปีม้าไฟที่มีพลัง เยาวราชงดจัดงานหลัก บรรยากาศตรุษจีนยังคงอยู่ทั่วเมือง

(17 ก.พ. 69) วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันตรุษจีนตามปฏิทินจันทรคติ ตรงกับวันขึ้นปีใหม่จีนและเข้าสู่ "ปีม้า" ธาตุไฟ ตามจักรราศีจีน ซึ่งปีนี้มีความหมายถึงพลัง ความกล้า และความคึกคัก สืบสานประเพณีไทยเชื้อสายจีนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

แม้ตรุษจีนไม่ใช่วันหยุดราชการอย่างเป็นทางการในไทย แต่ได้รับการเฉลิมฉลองอย่างกว้างขวาง ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีชุมชนจีนหนาแน่น ร้านค้าและธุรกิจจำนวนมากจะปิดหรือปรับเวลาทำการ ขณะที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ามีการจัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาล

ปีนี้มีการประกาศยกเลิกงานตรุษจีนใหญ่ที่เยาวราชในช่วง 17-18 กุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงไว้อาลัย อย่างไรก็ดีย่านเยาวราชยังคงมีประชาชนไปไหว้เจ้า ทำบุญ และเดินชมบรรยากาศกันตามมาตรการต่าง ๆ

สำหรับผู้ที่ไม่ไปงานใหญ่ในเยาวราช กรุงเทพฯ ยังมีกิจกรรมทางเลือก เช่น งานในศูนย์การค้า Siam Paragon ระหว่างวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ รวมถึงการไปไหว้พระไหว้เจ้าและรวมญาติที่บ้าน "ตรุษจีนปีนี้จึงยังคงเป็นโอกาสสำคัญของการเริ่มต้นปีใหม่และสืบสานประเพณี" ในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่มา : https://www.travelchinaguide.com/essential/holidays/new-year/dates.htm?

จักรวาลไทบ้านไม่แผ่ว!! "สัปเหร่อ 2" ลุยทำรายได้ ทะยานรายได้แตะเกือบ 100 ล้านใน 3 วันครึ่ง ทำลายสถิติความเร็วภาคแรก คนแห่ดูแน่นทุกโรง รายได้พุ่งไม่หยุด

(16 ก.พ. 69) ภาพยนตร์ไทย "สัปเหร่อ 2" ผลงานกำกับของ 'ต้องเต-ธิติ ศรีนวล' สร้างปรากฏการณ์โรงแตกทั่วประเทศตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ รายได้เปิดตัวสูงถึง 16 ล้านบาท กลายเป็นหนังไทยที่เปิดตัวแรงที่สุดของปี 2569 โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ชมทั่วประเทศ

หนังภาคต่อนี้มีการนำเสนอนางเอกสาว 'อุ้ม อิษยา' ร่วมแสดงเคียงข้างนักร้องหนุ่ม 'โจอี้ ภูวศิษฐ์' พร้อมกับทีมนักแสดงชุดเดิมที่สามารถเรียกความสนุกและความประทับใจจากผู้ชมได้อย่างเหนียวแน่น

รายได้ของ "สัปเหร่อ 2" ยังพุ่งต่อเนื่องถึงเกือบ 100 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 3 วันครึ่ง ทำลายสถิติความเร็วกว่าภาคแรกที่เคยทำเงินรวมกว่า 700 ล้านบาทในปี 2566 โดยเฉพาะในภาคอีสานที่กระแสตอบรับถล่มทลายจนเต็มทุกรอบฉาย

นี่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของจักรวาลไทบ้านที่กลายเป็น Soft Power สำคัญในวงการภาพยนตร์ไทย ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่

ที่มา : https://entertain.teenee.com/moviereview/317855.html

หมดเวลาวิ่งรถเถื่อน!! ETDA - ขนส่งฯ ขีดเส้น รถรับส่งผ่านแอปฯ ไม่จดป้ายเหลือง เสี่ยงถูกระงับบัญชี แพลตฟอร์มเสี่ยงถูกถอนใบอนุญาต หากไม่คัดกรองคนขับตามเส้นตาย 31 มี.ค. 69

ETDA ผนึก กรมขนส่งฯ ขีดเส้นตาย รถรับส่งผ่านแอปฯ รีบลงทะเบียนก่อนปิดระบบ 28 ก.พ. 69 พร้อมประกาศดีเดย์ 31 มี.ค. บังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกประกาศเตือนด่วนถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถ (Ride Sharing) และพาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่รถทุกคน โดยเน้นย้ำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing Platform ว่า "ไม่ใช่การยกเว้นโทษทางกฎหมาย" ให้แก่ผู้ขับขี่ แต่เป็นการผ่อนปรนขั้นตอนทางธุรการสำหรับแพลตฟอร์มเท่านั้น พร้อมเปิดไทม์ไลน์สำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการก่อนจะถูกตัดสิทธิ์และดำเนินคดี

โดยมีรายละเอียดไทม์ไลน์และข้อปฏิบัติสำคัญ 3 ระยะ ดังนี้:
1. ระยะเร่งด่วน: รีบลงทะเบียนก่อนระบบปิด (วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569)
กรมการขนส่งทางบกแจ้งเตือนผู้ขับรถให้รีบเข้าลงทะเบียนในระบบ Driver Verify ของ ETDA ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น เพื่อนำใบรับรองไปใช้ประกอบการจดทะเบียนรถสาธารณะ (รย.17 หรือ รย.18) ให้รวดเร็วขึ้น
• คำเตือนสำคัญ: การมี "ใบรับรองจาก Driver Verify" ไม่ถือว่าเป็นการยกเว้นโทษ หากนำรถไปวิ่งรับผู้โดยสารโดยที่ยังจดทะเบียนไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
• สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ขับขี่ต้องเผื่อเวลาในการดำเนินการ เพราะขั้นตอนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพื่อทำใบขับขี่สาธารณะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ (ระหว่างรอผลสอบประวัติ สามารถใช้หนังสือรับรองการผ่านอบรมมายื่นจดทะเบียน รย.18 ก่อนได้)
• หากพ้นกำหนด 28 ก.พ.: ระบบ Driver Verify จะปิดลง ผู้ที่ยังไม่จดทะเบียนรถสาธารณะจะไม่สามารถให้บริการได้ และถือว่ามีความผิดทันทีหากฝ่าฝืน

2. ระยะกวาดล้าง: แพลตฟอร์มต้องคัดกรอง (1 – 30 มีนาคม 2569)
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเตรียมความพร้อมก่อนประกาศใหญ่มีผลบังคับใช้
• หน้าที่แพลตฟอร์ม: ต้องนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้อง และคนขับที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ "ออกจากระบบ" ทันที
• มาตรการจับกุม: หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ขับขี่ที่ใช้รถผิดประเภทหรือไม่มีใบขับขี่สาธารณะ กรมการขนส่งทางบกจะแจ้งไปยังแพลตฟอร์มต้นสังกัดเพื่อ "ระงับการให้บริการทันที" รวมถึงแจ้งแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้ระงับสิทธิ์ผู้ขับรายนั้นด้วย จนกว่าจะดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้อง

3. ระยะบังคับใช้จริง: ดีเดย์จับ-ปรับ-ปิดแพลตฟอร์ม (31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป)
เมื่อประกาศ คธอ. เรื่อง Ride Sharing Platform มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ จะมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับทั้งสองฝ่าย:
• สำหรับแพลตฟอร์ม: หากปล่อยให้มีรถผิดประเภท รถป้ายต่างจังหวัดมาวิ่งข้ามเขต หรือคนขับไม่มีใบขับขี่สาธารณะให้บริการในระบบ จะถูก "สั่งห้ามประกอบธุรกิจ" หากไม่แก้ไขใน 90 วัน จะถูกถอนการรับแจ้งและดำเนินคดี
• สำหรับผู้ขับรถ: หากทำผิดกฎหมายจะโดนโทษหนัก
o ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลรับจ้าง: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 21 ประกอบมาตรา 60)
o ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลรับจ้าง: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 23/1 ประกอบมาตรา 62/1)
o ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ: จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ETDA และ กรมการขนส่งทางบก จึงขอให้ผู้ขับขี่วางแผนดำเนินการจดทะเบียน รย.17 หรือ รย.18 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อความถูกต้องตามกฎหมายและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

 

จับตาชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเลือกตั้งจบแต่ความเจ็บปวดยังไม่จาง เมื่อนักการเมืองได้แต้ม แต่คนชายแดนได้ 'ระเบิด' และ 'บ้านแตก'

ปลุกชาตินิยมเอาคะแนน แต่ชายแดนเอาชีวิต: ไทย-กัมพูชาอย่าให้การเมืองลากประเทศไปติดกับดัก

ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่ดราม่าในโซเชียลอีกต่อไป เพราะหลังการปะทะหนักในเดือนธันวาคม 2568 แม้จะมีการหยุดยิง แต่ยังมีคนจำนวนมากต้องอยู่ในศูนย์พักพิง บ้านและที่ดินจำนวนมากเข้าไม่ถึง และยังมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง

ความจริงในพื้นที่ที่ถูกกลบด้วยวาทกรรม
• มีผู้พลัดถิ่นฝั่งกัมพูชาหลายพันคนยังไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะพื้นที่ถูกกั้น/เข้าไม่ถึง
• เหตุปะทะทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และทิ้งปัญหาระเบิดตกค้างที่กระทบโรงเรียน วัด โรงพยาบาล และเส้นทางทำมาหากิน
• ความเสียหายยังลามถึงพื้นที่มรดกโลก เช่นบริเวณปราสาทพระวิหารที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ

เมื่อ "ชาตินิยม" กลายเป็นเครื่องมือหาเสียง
• กระแสชาตินิยมสามารถดึงคะแนนได้เร็วกว่าเรื่องปากท้อง และทำให้การเมืองหลบคำถามยาก ๆ เรื่องเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น
• เมื่อการเมืองแข่งกัน "แข็ง" ประชาชนในพื้นที่กลับเป็นคนที่จ่ายราคา ทั้งความปลอดภัย รายได้ และอนาคตของลูกหลาน
• งานวิเคราะห์ชี้ว่าชาตินิยมของทั้งสองฝ่ายถูกจัดวางต่างกัน แต่ต่างก็ถูกใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองในแบบของตน

ข้อพิพาทเก่า แต่บทเรียนใหม่: ยิ่งซับซ้อน ยิ่งต้องใช้สติ
• กรณีปราสาทพระวิหารเคยไปถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มีคำพิพากษาสำคัญในอดีต และมีคำวินิจฉัยเรื่องการตีความเพิ่มเติมในเวลาต่อมา
• ข้อพิพาทแนวชายแดนจึงไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินด้วยอารมณ์แบบ "บุก/ไม่บุก" แต่ต้องวางบนข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน

ทางออกที่ "รักชาติจริง" ต้องกล้าทำ
• ลดความร้อนแรงของวาทกรรม: เลิกขายคะแนนด้วยการปลุกอารมณ์จนความเสี่ยงบานปลาย
• ย้ำหลักความปลอดภัยประชาชน: เร่งกวาดล้างทุ่นระเบิด/วัตถุระเบิดตกค้าง เปิดทางให้คนกลับบ้านและกลับไปทำมาหากิน
• ใช้การทูตและกลไกเจรจาในพื้นที่: ทำมาตรการร่วม ลดโอกาสปะทะซ้ำ และสร้างกติกาในพื้นที่ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

'หมอยง' ชี้ชัด "ลับ-ไม่ลับ" อยู่ที่กฎเกณฑ์ แนะแพทย์-นักวิจัยต้องแม่นกฎรักษาความลับ ยกเคสงานวิจัย ข้อมูลอาสาสมัครต้องเป็น 'ความลับ' แต่ถ้าอันตรายถึงชีวิตต้อง 'ไขรหัส' ทันที

‘หมอยง’ ชี้ “ลับ หรือ ไม่ลับ” ขึ้นอยู่ที่กฎเกณฑ์ การปฏิบัติ

17 ก.พ. 2569 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ลับ หรือ ไม่ลับ ขึ้นอยู่ที่กฎเกณฑ์ การปฏิบัติ

มีการถกเถียงกันมากเกี่ยวกับความลับ

จริงๆแล้วไม่มีความลับ อะไรในโลกนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ หมอตรวจคนไข้ เช่นหมอสูตินรีเวช ตรวจคนไข้เป็นความลับ แต่ความจริงผู้ที่รู้เห็น ก็คือตัวหมอ และพยาบาลผู้ช่วย ถ้าหมอหรือผู้ช่วยไปเปิดเผย ก็ไม่เป็นความลับ แต่กฎเกณฑ์จะเอาความลับของคนไข้ไปเปิดเผยไม่ได้ จะผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจจะยังผิดกฎหมายอีกด้วย ถึงยึดใบประกอบวิชาชีพได้เลย

ผมทำงานวิจัย ในกฎเกณฑ์ของการทำงานวิจัย จะเก็บข้อมูลของอาสาสมัครทุกคน เป็นความลับ โดยโครงร่างงานวิจัยจะต้องบอกคณะกรรมการจริยธรรม ในการรักษาความลับของอาสาสมัคร และวิธีการเก็บความลับ โดยข้อมูลทั้งหมดที่จะโยงไปหาอาสาสมัครจะต้องเก็บเป็นความลับ และจะต้องถูกเปลี่ยนเป็น Code ผู้ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ตัวอย่างนั้นเป็นของใคร เพราะเป็นรหัส แต่จากรหัส และจะมีการเก็บรหัสที่จะโยงไปถึงตัวอาสาสมัครได้ แต่จะต้องถูกเก็บเป็นความลับ ในที่เก็บที่ปลอดภัย มีมาตรการการเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ เช่นใครจะเข้าถึงได้บ้าง มีรหัสผ่านอย่างไร และมีมาตรการการป้องกันเก็บรักษา คณะผู้วิจัยจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ที่จะโยงไปถึงตัวอาสาสมัครได้

แต่อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือเป็นอันตรายกับอาสาสมัคร เช่นการให้ยาใน อาสาสมัคร มีอาการแทรกซ้อนอันตราย หรือผลการตรวจผิดปกติอย่างร้ายแรง ที่จำเป็นจะต้องเข้าไปจัดการ เพื่อความปลอดภัยของอาสาสมัคร ก็จะต้องรีบแจ้งด่วนต่อคณะกรรมการจริยธรรม หรือกฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรก ในการที่จะเข้าถึงอาสาสมัครเพื่อความปลอดภัยหรือ ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และจำเป็นต้องรู้ว่าอาสาสมัครนั้นคือใคร ดังนั้นจึงมีกฎเกณฑ์วางไว้

เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้อาสาสมัคร มีภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรือการพบสิ่งผิดปกติ ถ้ามีความจำเป็น ก็ต้องขออนุญาตและชี้แจงด้วยเหตุและผลทั้งหมดในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกล็อคไว้ตามกฎเกณฑ์ เช่นผู้มีอำนาจที่เขียนไว้ ในองค์กร ขออนุญาตคณะกรรมการจริยธรรม หรือศาล

ในการทำงานวิจัยต่างๆ หลักฐานตั้งแต่เริ่มต้นมีความสำคัญมาก มีการเก็บในระดับต่างๆ ใน log book และรักษาความปลอดภัยและความลับ ในระดับต่างๆ และมีกฎเกณฑ์ที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรือต้องขออนุญาตจากผู้มีอำนาจ ในการเข้าถึงข้อมูลแล้วแต่ชั้นความลับ

ทำไมงานวิจัยที่มาตรฐานจะต้องมีกฎเกณฑ์ของ GCP หรือที่เรียกว่า Good Clinical Practice ที่นักวิจัยทุกคนจะต้องสอบผ่านกฎเกณฑ์นี้

เศรษฐกิจไทย 'ฟื้นแค่บนกระดาษ' GDP โต 2.5% แต่ไส้ในน่าห่วง ท่องเที่ยวแผ่ว-บาทแข็ง ฉุดเศรษฐกิจไทย แนะรัฐเร่งแก้หนี้ครัวเรือน-ดึงเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม

GDP โต 2.5% แต่กระเป๋าไม่โต: เศรษฐกิจฟื้นบนกระดาษ ชีวิตจริงยังติดหล่ม

ไตรมาส 4/2568 เศรษฐกิจไทยโต 2.5% (YoY) และทั้งปี 2568 โต 2.4% ตัวเลขดูดีขึ้นชัด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่โตเพียง 1.2% แต่คำถามที่คนส่วนใหญ่ยังถามคือ "ทำไมชีวิตจริงยังไม่ดีขึ้น"
โตเพราะอะไร: ปลายปีเร่งจากลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศ
• การลงทุนรวมพุ่ง 8.1% สูงสุดในรอบหลายปี โดยการลงทุนเอกชนโต 6.5% หนุนจากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์
• การบริโภคภาคเอกชนยังโต 3.3% โดยมีแรงเร่งจากตลาดยานยนต์ (รวมถึงแรงจูงใจช่วงมาตรการ EV 3.0)
• การใช้จ่ายสินค้าคงทนปลายปีพุ่ง 12.2% สะท้อนการตัดสินใจซื้อที่ถูกเร่งให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น
• ภาพรวมฝั่งกิจกรรมเศรษฐกิจปลายปีดีขึ้นจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ โดยการส่งออกบางหมวด (เช่นอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรบางรายการ) ขยายตัวต่อเนื่อง

แล้วทำไมคนยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น
• การเติบโต "กระจุก" อยู่ในบางอุตสาหกรรมและบางกลุ่มรายได้ ตัวเลขรวมจึงดูดี แต่รายได้ฐานราก/SME ยังตามไม่ทัน
• หนี้ครัวเรือนสูงและต้นทุนการเงินยังเป็นแรงกด ทำให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งถูกดูดไปกับภาระหนี้และดอกเบี้ย
• เงินบาทแข็งกดความสามารถแข่งขันของส่งออกและท่องเที่ยว ซึ่งกระทบรายได้จำนวนมากในระบบเศรษฐกิจจริง
• สัญญาณภาคท่องเที่ยวช่วงต้นปี 2569 ยังน่าห่วง: นักท่องเที่ยวต่างชาติช่วง 1 ม.ค.-8 ก.พ. ลดลง 10.77% เทียบปีก่อน ส่งผลต่อรายได้ผู้ประกอบการปลายทาง

ทางออกที่ต้องทำให้คน "รู้สึก" ได้จริง
• แก้หนี้แบบพุ่งเป้า: ปรับโครงสร้างหนี้/ลดภาระดอกเบี้ยให้กลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมคุมความเสี่ยงไม่ให้หนี้ใหม่พอง
• เร่งลงทุนให้กลายเป็นงานและรายได้ในประเทศ: ดันโครงการลงทุนให้เชื่อมซัพพลายเชนในประเทศ ไม่ใช่แค่ตัวเลขปลายปี
• ลดต้นทุนทำมาหากินของคนส่วนใหญ่: พลังงาน โลจิสติกส์ ค่าครองชีพ และเข้าถึงเครดิตของ SME

คว่ำบาตรต้องคลาย!! อิหร่านขีดเส้นแดงคุยสหรัฐฯ เจรจาที่เจนีวามีเป้าหมายชัดเจน ไม่ยอมละทิ้งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อิสราเอลขัดขวางข้อตกลงนิวเคลียร์

(17 ก.พ. 69) อิหร่านกำหนดเส้นแดงในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยย้ำว่าการเจรจาจะมุ่งเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และจะไม่ยอมละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เตหะรานพร้อมหารือรายการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรในกรอบเดียวกัน การเจรจากำหนดจัดขึ้นที่นครเจนีวาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

แหล่งข่าวเผยว่า อิหร่านจะพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ แต่จำกัดขอบเขตให้เฉพาะโครงการนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเท่านั้น ส่วนหนึ่งของบรรยากาศเจรจามีความกังวลว่าอิสราเอลพยายามแทรกแซงกระบวนการนี้

"ด้วยการตั้งเงื่อนไขหรือเสนอข้อจำกัด อิสราเอลกำลังพยายามมีอิทธิพลต่อวาระของฝ่ายอเมริกัน เป้าหมายของอิสราเอลคือการสร้างอุปสรรคต่อการทำข้อตกลง ไม่ใช่ความคืบหน้าทางการทูต" แหล่งข่าวอิหร่านให้ความเห็น

การเจรจานี้สืบเนื่องจากความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยอิหร่านยังคงยืนยันแนวทางเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันเตหะรานให้หาทางผ่อนปรนฝ่ายตะวันตก

ที่มา : Sputnik

พบความหวังใหม่!! งานวิจัยอิสราเอลชี้ “แบคทีเรียลำไส้” หนุนภูมิผู้ติดเชื้อ HIV เปิดทางเสริม CD4 เผยแนวทางป้องกันและรักษาใหม่ เน้นปรับจุลินทรีย์ผ่านอาหารและโปรไบโอติกส์

(17 ก.พ. 69) ทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มันน์ (WIS) ของอิสราเอลค้นพบว่าแบคทีเรียในลำไส้สามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้ นำมาซึ่งความหวังใหม่ในการป้องกันและปรับปรุงคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

การศึกษาซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ ไมโครไบโอโลจี ระบุว่าเชื้อเอชไอวีโจมตีเซลล์ซีดี4 ที (CD4 T) ในลำไส้ ทำให้ผู้ติดเชื้อมีความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น แม้ยาต้านไวรัสสามารถกดไวรัสในเลือดไว้ได้ แต่ยังคงมีไวรัสแฝงในบริเวณลำไส้

ทีมวิจัยตรวจสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในอิสราเอลและเอธิโอเปียเปรียบเทียบกับอาสาสมัครสุขภาพดี พบว่าเชื้อไวรัสเปลี่ยนสัดส่วนแบคทีเรีย ลำไส้จากผู้ติดเชื้อระยะแรกช่วยเพิ่มเซลล์ซีดี4 ที ในหนูทดลองและสู้กับเชื้อได้ ด้านผู้ป่วยระยะลุกลามไม่พบผลเช่นนี้

'นักวิจัย' กล่าวว่า "การค้นพบนี้เปิดทางใหม่ในการเสริมภูมิคุ้มกันผ่านการปรับเปลี่ยนแบคทีเรียในลำไส้ เช่น ผ่านอาหาร โปรไบโอติกส์ หรือการบำบัดเฉพาะตัว โดยเฉพาะในกรณียาต้านไวรัสขั้นสูงมีจำกัด"

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top