Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

ทีมนักกีฬาสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย คว้าชัยการจัดแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย – มาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย. 68) พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย เปิดเผยว่า ในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 3 - 6 กันยายน 2568 โดยมีการแข่งขันจริงเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจมาเลเซีย, พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ ร่วมชมและเชียร์นักกีฬาในสนาม

สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมนักกีฬารักบี้ฟุตบอลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ชนะในการแข่งขันทั้งสองประเภท ได้แก่ ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี ด้วยสกอร์ 22 ต่อ 5 และประเภทอาวุโส อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป ด้วยสกอร์ 15 ต่อ 14 คว้าถ้วยรุจิรวงศ์มาครองได้สำเร็จ จากนั้นในวันที่ 5 กันยายน 2568 ได้มีการจัดงานเลี้ยงเพื่อมอบรางวัลให้กับนักกีฬาทั้ง 2 ประเทศ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ โดย พล.ต.อ.กรไชยฯ เป็นประธานมอบถ้วยรางวัลให้กับนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันทั้ง 2 ประเภท 

ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ในการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จะมาคุกคามประชาชนระหว่างสองประเทศ และสำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีตำรวจไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 37 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศมาเลเซียจะรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อไป

เวเนซุเอลาลุกฮือ มาดูโร ประกาศรับอาสาสมัคร 8 ล้านคนต้านสหรัฐ

(6 ก.ย. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความ โดยมีใจความว่า ...

ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลาประกาศรับอาสาสมัครปกป้องชาติ 8 ล้านคน เพื่อต่อสู้กับสหรัฐที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้

‘ชัยวุฒิ’ โพสต์เฟซ!! ยินดี ‘อนุทิน’ นั่ง!! นายกฯ ชี้!! ผ่าทางตันให้ประเทศ เดินหน้าต่อไปได้

(6 ก.ย. 68) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่32ของไทยโดยระบุว่า …

ขอบคุณ สส.ทุกคนที่ช่วยกันโหวตให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ เพราะนี่คือการผ่าทางตันให้ประเทศเดินให้เดินหน้าต่อไปได้ และขอแสดงความ ยินดีกับท่านอนุทินด้วยครับ ขอให้ทำงานอย่างราบรื่น และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤต ไปให้ได้ครับ ผมเชื่อมั่นในพลังของพี่หนูครับ

‘ผบ.ทหารสูงสุด’ หารือ!! ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ออกแบบบังเกอร์!! ปกป้องประเทศ

(6 ก.ย. 68) พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด หารือ 'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ในฐานะวิศวกร ในการทำโครงการออกแบบบังเกอร์ การใช้วัสดุ ที่แข็งแรงทนทาน ปกป้องชีวิตทหาร โดย ดร.เอ้ พร้อมสนับสนุน อีกทั้ง ตรงกับแนวทางของ 'พรรคไทยก้าวใหม่' ที่สนับสนุนฝ่ายความมั่นคง ในการปกป้องประเทศ

ทั้งนี้ แม้ พลเอก ทรงวิทย์ จะเกษียณ30 กย.นี้ และตั้งใจจะไป บวช สัก1-2 เดือน แล้วจะกลับมาช่วยสนับสนุน กองทัพ ในด้านต่างๆ ต่อไป
ดร.เอ้ มา ร่วมงาน 'สดุดีวีรชนทหารกล้า – ประชาชนผู้บริสุทธิ์' ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย

‘ทรัมป์’ อวยพร!! ‘อินเดีย - รัสเซีย - จีน’ ขอให้มี!! ‘อนาคตที่สดใส’ ด้วยกัน

(6 ก.ย. 68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่า...

ค่ายจีน !!!
การแบ่งฝ่ายที่เริ่มชัดขึ้น
กระทั่งประธานาธิบดี Trump ยังต้องบอกว่า
เราได้สูญเสีย อินเดียและรัสเซีย ให้กับ จีน
จีนที่ deepest ที่ darkest !!!
ขออวยพรให้ทั้งสาม “มีอนาคตที่สดใส” ด้วยกัน
หมายความว่า Global Geopolitical War 
กำลังยกระดับขึ้นอีกขั้น
อย่าลืมติดตามตอนต่อไป
ประเภท ”ติดขอบเวที“
ว่าทั้งหมดนี้ จะนำไปสู่อะไร
จะเผชิญหน้ากันรุนแรงแค่ไหน
เพื่อจะได้คิดกันต่อไปว่า
ไทยเราจะต้องเตรียมการอะไรบ้าง

‘เยาวชนไทย’ โชว์ศักยภาพ!! คว้า 5 ทอง รวม 22 รางวัล ติด TOP 3 อาเซียน ในเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

(6 ก.ย. 68) นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 เพิ่งผ่านพ้นไป เยาวชนไทยทำผลงานได้ดี คว้ามาได้ 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และ 10 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบรางวัล และเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 68 ทาง WorldSkills ASEAN Manila 2025 ได้ประกาศผลคะแนนรวมประเทศ (CIS) อย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 3 ของภูมิภาคอาเซียน ด้วยคะแนนรวม 706.97 รองจากมาเลเซีย (714.62 คะแนน) และอินโดนีเซีย (711.03 คะแนน) การแข่งขันในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานของเยาวชนอาเซียนให้ก้าวทันความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า "เยาวชนไทยมีทักษะ และศักยภาพในทุก ๆ ด้าน“ ทำให้ผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

นายเดชา กล่าวต่อไปว่า การคว้าอันดับ 3 ในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย เนื่องจากการแข่งขันมีความเข้มข้นสูง และเยาวชนไทยมีมาตรฐานทักษะฝีมือในระดับอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพแรงงานไทยที่พร้อมพัฒนาและแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยผลคะแนนรวมประเทศ (CIS) อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย 1) มาเลเซีย – 714.62 คะแนน (13 ทอง) 2) อินโดนีเซีย – 711.03 คะแนน (9 ทอง) 3) ไทย – 706.97 คะแนน (5 ทอง) 4) สิงคโปร์ – 706.83 คะแนน (6 ทอง) 5) ฟิลิปปินส์ – 689.96 คะแนน (7 ทอง) 6) ลาว – 668.40 คะแนน 7) กัมพูชา – 646.81 8) เมียนมา – 646 คะแนน 9) ติมอร์เลสเต – 628 คะแนน 10) บรูไน – 616 คะแนน

“นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่เยาวชนไทยสามารถสร้างชื่อเสียงในเวทีอาเซียน และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศต่อไป” นายเดชากล่าวทิ้งท้าย

‘หมอสุภัทร’ หวั่น!! ‘ภูมิใจไทย’ ไม่รักษาสัจจะ ฝาก!! ‘อนุทิน’ จัดโผ ครม. ให้มียี้ น้อยที่สุด

(6 ก.ย. 68) นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

ผมเฝ้าติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด แม้สองสามวันที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ส่งเสียง แต่ผมก็เฝ้ามองด้วยความห่วงใยในอนาคตของประเทศ และอนาคตของพรรคประชาชน พรรคที่แบกความหวังของคนในประเทศและของผมไว้

วันนี้ผมมีภารกิจ ออกตรวจ OPD ทั้งวัน เสร็จออกจากห้องตรวจตอนเย็นก็พบว่า “พรรคประชาชนยังรักษาสัจจะ โหวตให้อนุทินเป็นนายก” เพื่อนๆ ต่างถาม “แล้วผมจะไหวไหม” 

ผมเข้าใจพรรคประชาชนอย่างยิ่ง เพราะผมเองก็สู้ในระบบอย่างมะรุมมะตุ้ม ผมรู้ว่าการสู้ในระบบนั้นมีข้อจำกัดมากมาย มีโครงสร้างอำนาจที่ใหญ่โตกดทับอยู่ การทำลายโครงสร้างอำนาจกดทับด้วยการแก้รัฐธรรมนูญจึงสำคัญ โอกาสนี้ก็เป็นโอกาสเดียวนี้ที่มีอยู่ของพรรคประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะหากยุบสภาไป เลือกตั้งกลับมาใหม่ ก็ยังไม่มีใครชนะขาด สภาวะสามก๊กก็ยังคงอยู่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงแทบเป็นไปไม่ได้ การสู้ในระบบนั้นจึงมีบริบทที่ต่างจากการสู้นอกระบบอย่างมาก แต่แม้ผมจะเข้าใจ แต่ผมเองก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้

มาถึง ณ นาทีนี้ เราจะทำอะไรได้บ้างกับสังคมที่ความหวังลดฮวบ เพราะเราไม่เคยเชื่อมั่นในคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยว่าจะรักษาสัจจะ ด้วยความรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะยุบสภาใน 4 เดือน เดี๋ยวก็มีข้ออ้างและลูกเล่นต่างๆ ในอนาคตอีกมากมาย 

ผมคิดว่า สังคมไทยทั้งหมดควรเปลี่ยนถ่ายพลังแห่งความหงุดหงิด พลังแห่งความผิดหวัง มุ่งเป้าไปยังคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ติดตามหน้าตาของคณะรัฐมนตรีให้มียี้น้อยที่สุด ติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องเกิดให้เร็วที่สุด ติดตามการใช้อำนาจรัฐโยกย้ายข้าราชการประจำหรือใช้งบประมาณเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้งที่จะตามมา ใช้พลังของสังคมทั้งหมดทำหน้าที่เป็น watchdog  ร่วมกับพรรคประชาชน เพื่อให้สัญญาประชาคมครั้งนี้เกิดขึ้นจริงใน 4 เดือน 

ผมเองก็แอบคิดบวกๆ ว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยคิดยาว มองไกลๆ รักษาสัจจะได้จริง พรรคภูมิใจไทยนี่แหละจะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดของพรรคประชาชนอย่างแท้จริง ประเทศไทยจะเข้าสู่ระบบ 2 พรรคการเมืองหลักก็เป็นได้

ประเทศไทยต้องเดินหน้า ประชาธิปไตยต้องเดินต่อ การเมืองต้องไม่ใช่ของพรรคการเมืองไปตกลงกันเท่านั้น แต่เราภาคประชาชนจะยังต้องเป็นพลังกดดันอย่างต่อเนื่องกันต่อไป 

‘มทส.’ สุดเจ๋ง!! สร้างเครื่องระบบตัดสัญญาณควบคุมโดรนระยะไกล ส่งมอบกองทัพภาคที่ 2 ใช้งานจริงในพื้นที่ เสริมภารกิจป้องกันประเทศ

(6 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัวและทดสอบ “ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกล” ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย ทองโสภา และคณะวิจัย จากสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปใช้ป้องกันและรับมือกับโดรนที่ก่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมี พ.อ.สาธิต อุ่นกาย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 กองทัพภาคที่ 2 และคณะเข้าร่วมสังเกตการณ์สาธิต

รศ.ดร.ชาญชัย ทองโสภา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการประยุกต์ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มทส. กล่าวว่า ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกลนี้ ระบบจะปล่อยสัญญาณรบกวนกำลังสูง ทำให้โดรนที่เข้ามาในพื้นที่สูญเสียการนำทางและสัญญาณควบคุมระยะไกลถูกตัดขาด ส่งผลให้โดรนหยุดนิ่งหรือตกลง สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งการป้องกันพื้นที่เฉพาะจุดหรือการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีระยะการรบกวนได้ไกลกว่า 2-10 กิโลเมตร

โดยทางทีมวิจัยได้ทำออกมา 2 แบบ คือ ระบบการตัดสัญญาณควบคุมโดรนแบบรอบตัวรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร ส่วนอีกรูปแบบนั้นเป็นแบบบังคับทิศทางซึ่งสามารถเลือกทิศทางที่ต้องการจะตัดสัญญาณโดรนที่บินเข้ามาได้รัศมีไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร โดยส่งสัญญาณไปในทิศทางด้านหน้า ซึ่งหลักการของเครื่องตัดสัญญาณก็คือ การส่งสัญญาณเข้าไปรบกวนโดรนทำให้ผู้บังคับโดรนนั้นไม่สามารถควบคุมโดรนที่ส่งออกมาได้

ดร.ชาญชัยกล่าวต่อว่า สำหรับระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกลที่เห็นนั้นจะเป็นการกำจัดโดนแบบ soft kill คือเป็นการมุ่งเน้นไปที่การตัดหรือรบกวนสัญญาณ ซึ่งโดรนที่ใช้ในปัจจุบันจะแบ่งเป็นประมาณ 7 ประเภท โดยโดรนที่สามารถกำจัดด้วยวิธีการ soft kill มีอยู่ 4 ประเภท ประเภทที่ 1 คือ โดรนที่ทำเองหรือโดรนทางการเกษตร ซึ่งถ้าสามารถรบกวนหรือตัดสัญญาณได้แล้วโดรนจะบินวนไร้ทิศทางและก็จะตกเมื่อแบตเตอรี่หมด

ประเภทที่ 2 คือ โดรนที่โดนรบกวนสัญญาณแล้วจะหยุดนิ่งจนกระทั่งแบตเตอรี่หมดแล้วก็ตกลงพื้น ประเภทที่ 3 เป็นประเภทที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คือถ้าถูกตัดหรือรบกวนสัญญาณแล้วโดรนจะนิ่งรอสัญญาณสักครู่จนกระทั่งไม่มีสัญญาณส่งมาจากผู้บังคับโดรน โดรนก็จะบินกลับไปยังโฮม คือผู้บังคับโดรนนั่นเอง และแบบที่ 4 คือ โดรนที่สลับความถี่หนีเครื่องรบกวนสัญญาณ แต่เครื่องของทาง มทส.ที่ผลิตนั้นสามารถตามไปรบกวนสัญญาณต่อได้ ถ้าสามารถรู้ความถี่ของโดรนบินเข้ามา

"ส่วนโดรนที่จำเป็นต้องใช้วิธีแบบ hard kill ที่เครื่องรบกวนสัญญาณไม่สามารถใช้การได้ คือ โดรนที่บินได้ด้วยระบบสายไฟเบอร์ออปติก, โดรนที่บินด้วยระบบการวาดแผนที่ และโดรนที่บินด้วยระบบ AI รวมทั้งโดรนบินด้วยระบบผสมทั้งหมด โดรนเหล่านี้ต้องใช้วิธีแบบ hard kill คือการยิงทำลาย" ดร.ชาญชัยกล่าว

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 จะนำเครื่องและระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกลดังกล่าวไปทดสอบและประยุกต์ใช้งานจริงในพื้นที่ชายแดน เสริมภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศต่อไป

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งเดินหน้าเต็มกำลัง Warroom IAC และ ศปอส.ตร. ปราบคอลเซ็นเตอร์ เข้มกวาดล้างซิมผี-บัญชีม้า ทุกพื้นที่ ล่าสุดตำรวจเชียงใหม่รวบทันควันทั้งบัญชีม้า-ผู้ว่าจ้าง 

(6 ก.ย. 68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า การดำเนินการของ Warroom IAC เป็นการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับหลายภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในภาพรวมของนานาประเทศ ซึ่ง ศปอส.ตร. เป็นอีกหนึ่งศูนย์ที่ปฏิบัติการเสริม Warroom IAC ในการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ จึงได้สั่งการในที่ประชุม ศปอส.ตร. เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ให้เร่งรัดการปฏิบัติและการเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามซิมผี บัญชีม้า เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบมากขึ้นในทุกพื้นที่ โดยให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติด้วย 

ที่ผ่านมา ศปอส.ของพื้นที่ต่างๆ ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมซิมผี บัญชีม้า อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ภ.จว.เชียงใหม่) โดย ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งข้อมูลจาก ศปอส.ตร. ว่ามีกลุ่มบุคคลตระเวนพาบัญชีม้าถอนเงินสดจากธนาคารสาขา และตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนหลายครั้ง จึงทำการสืบสวน จนกระทั่งวันที่ 5 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. สืบสวนทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเดินทางมาถอนเงินจากสาขา และตู้เอทีเอ็ม ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนพบว่ามีบุคคลต้องสงสัยพาบุคคลอื่นมาถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนมากและหลายครั้ง มีการยืนเฝ้ารอจนกว่าบุคคลเจ้าของบัญชีจะถอนเงินเสร็จ และรับมอบเงินสดทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบ 

จากการตรวจสอบพบว่ามีการถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคารที่รับเงินจากการหลอกลวงผู้เสียหายผ่านระบบคอมพิวเตอร์จริง และได้มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ได้แก่ น.ส.ณัฐนิชฯ อายุ 40 ปี เป็นผู้ว่าจ้าง ควบคุมสั่งการ และ น.ส.สายธารฯ อายุ 19 ปี เป็นผู้ถอนเงินสด พร้อมด้วยของกลาง เงินสดจำนวน 90,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคาร ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันพยายามฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่าเงินสดจำนวน 90,000 บาท ของกลางในคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ ไม่ใช่เงินสดของตน และไม่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ใดๆ หากมีการนำเงินสดดังกล่าวคืนกลับแก่ผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเงินจำนวนดังกล่าวคืนผู้เสียหายต่อไป

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากนี้ Warroom IAC จะเดินหน้าเต็มกำลังในการขับเคลื่อนการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะฐานใหญ่ของโลกในประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ของไทย ทำให้สามารถร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินการได้ชัดเจนขึ้น และนอกจาก Warroom IAC จะเดินหน้าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติแล้ว ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และอายัดบัญชีอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำเงินที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงิน นำกลับคืนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด ตามปฏิบัติการ Money Cash Back 

สาวกพรรคส้ม ลั่น!! ถอยออกมาจาก ‘Supporter’ เป็น ‘Observer’ ชี้!! เลือกตั้งครั้งต่อไป เลือกได้แค่ พรรคการเมืองที่เลวน้อยที่สุด

(6 ก.ย. 68) ‘วรา จันทร์มณี’ โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เมื่อผมวิจารณ์รัฐบาล คสช. ประยุทธ์ ประวิทย์ เพื่อไทย ชนชั้นนำศักดินา อย่างทะลุทะลวง ผมไปขึ้นเวที 3 นิ้ว ฝ่ายประชาธิปไตยชอบ พอใจ พอผมวิจารณ์พรรคประชาชน พวกฝ่ายประชาธิปไตยรับไม่ได้ ผมอยากให้พวกคุณเข้าใจไว้ แม้ผมจะเป็นสมาชิกพรรคประชาชน แต่ผมไม่ได้เป็นทาสพรรคประชาชน ผมมีสิทธิ์ทักท้วงวิพากษ์วิจารณ์ หากไม่เห็นด้วยในการดำเนินงานของพรรค

พวกคุณที่บอกว่ามีหัวใจประชาธิปไตย แต่พอฝ่ายที่ตัวเองชอบถูกวิจารณ์รับไม่ได้ ไม่เปิดใจรับฟัง คุณก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่คุณว่า ผมยกตัวอย่าง กรณี มาตรา 69 พรบ. ประมง คุณหลายคนเงียบกริบ กรณี สส.พรรคประชาชนทะเล่อทะล่ามาพูด “ทหารส้นตีน” “ไปไหว้อะไรก็ไม่รู้” คุณเงียบกริบ แถมหลายคนออกมาแถช่วยหาคำอธิบายต่างๆ นานา

คุณบอกว่าที่สังคมไทยมันห่วย เพราะระบบอุปถัมภ์ ระบบพวกพ้อง แต่พอคุณสมาทานพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งขึ้นมา พรรคการเมืองนั้นกลับกลายเป็นศาสดาหรือเทพเจ้าที่ถูกทำให้ศักดิ์สิทธิ์แตะต้องวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ผมว่านี่เป็นอันตรายอีกอย่างหนึ่งทางการเมือง

ผมทนเห็นไม่ได้หรอกที่พรรคการเมืองจะมีนโยบายไปอุ้มชูกลุ่มทุนเช่นประมงพาณิชย์ โดยทำลายความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล คุณลองไปดูว่านโยบายประมงของพรรคประชาชนในสมัยพิธา นั้นส่งเสริมการทำลายทรัพยากรหรือส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากร เขาพูดถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนบ้างหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ผมเก็บไว้ในใจนานแล้ว แต่ไม่อยากพูดเพราะถนอมน้ำใจพรรคที่ผมชอบเหมือนพวกคุณนานแล้ว แต่มันคืออะไรถ้าเราจะสงบปากสงบคำ แล้วไม่วิจารณ์การทำงานของพรรคการเมืองเลย เราก็ไม่ทุเรศต่างไปจากคนอื่นที่เราว่าหรอก

สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดก็คือ การครอบงำทางการเมืองของผู้ก่อตั้งพรรค เมื่อเป็น สส. แล้วห่วงตัวเองมากกว่าสังคม คิดถึงแต่การรักษาสถานภาพหรือการชนะเลือกตั้งครั้งต่อไป และเมื่อไปสมาชิกพรรคการเมืองแล้วหลับหูหลับตาไม่วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่พรรคที่ตนชอบทำ มันก็ไม่ต่างอะไรกับฝ่ายอื่น

สำหรับพรรคประชาชน ตอนนี้ผมถอยออกมาจาก Supporter เป็น Observer พรรคประชาชนไม่มีอะไรพิเศษกว่าพรรคอื่น ผมจะมองดูเขาด้วยสายตาเท่ากันกับที่มองพรรคอื่น 

เมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้ง การเลือกตั้งของผมครั้งต่อไปก็คงเลือกได้แค่พรรคการเมืองที่เห็นว่าน่าจะเลวน้อยที่สุด

สุดท้าย พวกที่คิดว่าตัวเองมีความรู้และเป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่มาด่าผม ผมว่าคุณไม่ได้มีความรู้มากกว่าผมและไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าผม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top