Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

‘ทรัมป์’ พร้อมเชิญ ‘ปูติน-สี จิ้นผิง’ ร่วมประชุม G20 ที่สนามกอล์ฟ ในไมอามี ปี 69

(7 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความยินดีหากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่จะจัดขึ้นที่สนามกอล์ฟ Trump National Doral ในไมอามี รัฐฟลอริดา ปี 2026 โดยย้ำว่า “ผมยินดีถ้าพวกเขาอยากมา”

ทรัมป์ยืนยันว่าเขาจะไม่เข้าร่วมการประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ในปีนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยว่าอยากเชิญประเทศนอกกลุ่ม G20 อย่างโปแลนด์เข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติม แม้ว่ารัสเซียและจีนจะเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบอยู่แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การเชิญปูตินอาจสร้างแรงกดดันทางการทูต เพราะเขาถูกออกหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลังบุกยูเครนในปี 2022 ขณะที่การเดินทางของผู้นำจีนเข้าสหรัฐฯ ก็จะทำให้การประชุมมีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้น

ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าปูตินและสีจะตอบรับคำเชิญของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ความพยายามยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนยังไม่คืบหน้า โดยการประชุม G20 รอบถัดไปจะมีขึ้นที่โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 22–23 พฤศจิกายนนี้

‘อโกด้า’ จัดอันดับ ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของทวีปเอเชีย

(7 ก.ย. 68) ‘เขาใหญ่’ ของประเทศไทยคว้าอันดับ 2 ในการเป็นจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย จากการจัดอันดับของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวชื่อดัง อโกด้า (Agoda) เป็นรองเพียงจากคาเมรอน ไฮแลนด์ ของมาเลเซีย สะท้อนเสน่ห์ธรรมชาติไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีแหล่งอื่น ๆ ที่ติดอันดับ เช่น ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

การจัดอันดับครั้งนี้อ้างอิงจากข้อมูลการค้นหาที่พักระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนใน 8 ประเทศเอเชีย แสดงให้เห็นแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวนิยมสถานที่ธรรมชาติ วิถีเรียบง่าย และบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางภูเขาและเนินเขามากขึ้น

ด้าน นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความสำเร็จของเขาใหญ่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ เนื่องจากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ น้ำตก สัตว์ป่า รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้ง และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น พร้อมยืนยันเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ส่งข้อความถึง ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชวนซ้อมมวยไทย!! ซีอีโอเฟซบุ๊กบอกพร้อมมาก ขอให้แวะมาแคลิฟอร์เนีย

(7 ก.ย. 68) รถถัง จิตรเมืองนนท์ สุดยอดนักมวยไทยระดับโลก อดีตแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ส่งข้อความส่วนตัวไปหามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊ก หลังเล่าความตั้งใจว่าอยากมีโอกาสได้ซ้อมมวยไทยด้วยกันสักครั้ง

“ขอบคุณพี่มากที่ตอบกลับผม ผมหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสซ้อมมวยไทยด้วยกัน” รถถัง ส่งข้อความไปหา มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับอย่างเป็นมิตร ระบุว่ายินดีจะได้ซ้อมด้วย พร้อมบอกให้แจ้งหากมีแผนเดินทางไปแคลิฟอร์เนีย 

“ผมก็ยินดีที่จะได้ซ้อมด้วยกันนะ บอกผมด้วยถ้าคุณมีแผนจะไปแคลิฟอร์เนีย!” ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับ

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน รถถังเคยทักหาซัคเคอร์เบิร์กมาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือด้านปัญหาการใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้เช่นกัน

‘ณัฐวุฒิ’ วิเคราะห์ ‘พรรคประชาชน–ภูมิใจไทย’ ตั้งรัฐบาล ‘อนุทิน’ เงื่อนไขพิสดาร!! ยากจะเดินหน้า…โอกาสสำเร็จน้อย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ออกมาวิเคราะห์ผ่านคลิปวิดีโอถึงการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้แม้จะเป็นไปตามระบบรัฐสภาและถือเป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชน แต่เงื่อนไขที่เกิดขึ้นมีความ “พิสดาร” และทำให้รัฐบาลมีโอกาสสำเร็จได้ยาก

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า พรรคประชาชนในฐานะแกนนำเสียงข้างมากไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้ แม้จะเลือกยกมือให้นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัวเองกลับไปนั่งเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสะท้อนภาพที่คล้ายกับกรณีพรรคเพื่อไทยเคยถูกวิจารณ์เมื่อครั้งตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ผ่านมา

อดีตที่ปรึกษานายกฯ ยังชี้ว่า สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเพราะพรรคประชาชนยังต้องช่วยจัดองค์ประชุมให้รัฐบาล เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีเสียงไม่เพียงพอ ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลดู “พิลึกพิลั่น” เพราะแกนนำฝ่ายค้านกลับกลายเป็นผู้ช่วยรัฐบาลในการทำงานด้านสภา ขณะที่ผลประโยชน์ทางการเมืองตกอยู่กับพรรคภูมิใจไทยเพียงฝ่ายเดียว

พร้อมกันนี้ นายณัฐวุฒิยังตั้งข้อสังเกตต่อการเพิ่มคะแนนเสียงของรัฐบาล และประเด็นการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ตรงกันในเอกสารราชการ ซึ่งสะท้อนความซับซ้อนและอาจสร้างปัญหาในอนาคต แม้ท้ายที่สุดเจ้าตัวย้ำว่า ต้องเคารพการตัดสินใจของพรรคประชาชน แต่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือนตามที่ประกาศไว้จริง

‘จิราพร’ ฟาด ‘พรรคส้ม’ ตรรกะสับสน เลือก ‘อนุทิน-ภูมิใจไทย’ แก้รัฐธรรมนูญ 60

(7 ก.ย. 68) น.ส.จิราพร สินธุไพร แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “จิราพร สินธุไพร - Jiraporn Sindhuprai” แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นภารกิจที่ยากและท้าทายที่สุด แต่พรรคประชาชนกลับมอบอำนาจและความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่นี้ ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีนโยบายหาเสียงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ และเคยมีท่าทีขัดขวางมาตลอด

น.ส.จิราพรตั้งข้อสังเกตว่า หัวหน้าพรรคประชาชนอ้างว่าไม่ได้เลือกคุณอนุทิน มาบริหารประเทศ แต่เลือกมายุบสภา แต่การตัดสินใจนี้กลับสวนทางกับกรณีของพรรคเพื่อไทยที่เสนอจะยุบสภาทันทีหลังแถลงนโยบาย แต่พรรคประชาชนยังยืนยันโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ทำให้เกิดความสับสนในตรรกะทางความคิดตั้งแต่เริ่มต้น

ทั้งนี้ น.ส.จิราพร สินธุไพร สรุปว่า หากพรรคประชาชนมองว่าพรรคเพื่อไทยไม่น่าไว้วางใจ คำถามสำคัญคือพฤติกรรมของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา น่าไว้วางใจตรงไหนกันแน่ และท้ายที่สุด “คำพูดมากมาย ความหมายยังไงก็จะเลือกอนุทิน”

ลาวปรับทิศทางส่งออก ‘กาแฟ’ เพิ่มปริมาณให้ ‘รัสเซีย’ หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม

(7 ก.ย. 68) ลาวพร้อมหันไปส่งออกกาแฟเพิ่มให้รัสเซีย หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มเติม โดยนายกรัฐมนตรีสอนไซ สีพันดอน (Sonexay Siphandone) ระบุระหว่างเข้าร่วม WEF-2025 ว่าการเพิ่มส่งออกไปยังรัสเซียเกิดจากการลดปริมาณส่งออกไปสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีทำให้สินค้าลาวมีราคาแพงเกินไปและขายในสหรัฐฯ ไม่ได้

นายสอนไซกล่าวว่า “เพราะภาษีของสหรัฐฯ ทำให้สินค้าของเราแพงเกินไป และชาวอเมริกันจะไม่ซื้อ เราจึงจะเพิ่มปริมาณส่งออกไปยังรัสเซีย” ทั้งนี้ กาแฟกลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงที่สุดในโลกตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยยอดขายปลีกสะสมตั้งแต่มิถุนายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสหรัฐฯ การเก็บภาษีครอบคลุมสินค้านำเข้าทุกชนิดอาจทำให้ชาวอเมริกันเสี่ยงขาดแคลนกาแฟนำเข้า โดยเฉพาะกาแฟบราซิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งอาจปรับราคาสูงขึ้นหลังโดนเก็บภาษี 50% ขณะเดียวกัน บราซิลเสนอให้จัดประชุมสุดยอด BRICS พิเศษในวันที่ 8 กันยายน ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยจีนยืนยันเข้าร่วมแล้ว

‘อี แจมยอง’ ปธน.เกาหลีใต้ ให้คำมั่น!! ช่วยแรงงานโสมขาว 300 ชีวิต ถูกจับในโรงงานฮุนไดสหรัฐฯ

(7 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง สั่งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือพลเมืองกว่า 300 คนที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ของฮุนได ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งนับเป็นการกวาดล้างแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ

นายโช ฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมเดินทางไปวอชิงตันหากจำเป็น พร้อมย้ำมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ โดยเกาหลีใต้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ไม่ให้กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองที่ทำงานอย่างถูกต้องในโรงงาน

รายงานระบุว่า มีแรงงานรวมกว่า 475 คนถูกจับกุม โดยในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่กำลังถกเถียงกันเรื่องข้อตกลงการค้าและการลงทุนกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฮุนได (Hyundai Motor Group) และแอลจี (LG Group) ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ระบุว่าจะตรวจสอบผู้รับเหมาและเร่งหาทางช่วยเหลือพนักงานที่ถูกควบคุมตัว ขณะที่นักการเมืองสหรัฐฯ หลายฝ่ายวิจารณ์การบุกจับครั้งนี้ว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรม แต่กลับบ่อนทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประเทศและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นแทน

ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ กับ นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ ของดีที่ควรนำกลับมาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำไมไม่ลองทำ?

(7 ก.ย. 68) หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีทั้งคณะ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป และเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ "เห็นชอบ" ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียง 311 ต่อ 152 เสียง งดออกเสียง 27 คะแนน จากผู้ลงคะแนนเสียง 490 คน

เกมส์การต่อรอง การเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เชือดเฉือนกันอย่างเข้มข้น ระหว่างพรรคการเมือง แต่หลังจากได้นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ แล้ว คงจะใช้เวลาดีใจนานมากไม่ได้ เพราะปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย แทบจะไม่ต่างจากคนกำลังจะจมน้ำ ที่จะต้องรีบช่วยขึ้นฝั่งก่อนจะหมดแรง หมดลมหายใจ

รัฐบาลชุดใหม่ ตามข่าวจะดึงคนนอก มานั่งคุมกระทรวง 3 กระทรวงสำคัญ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกษแก้ว ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดูแลกระทรวงพลังงาน

ทีมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวก่อนหน้าว่าจะมีการทาบทาม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนปัจจุบัน (คนที่ 24) หรือ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 23 มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังนั้น ปรากฏว่าทั้ง 2 คนได้ปฏิเสธการนั่งตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการเข้ามานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในช่วงเวลานี้ จะไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะระยะเวลาสั้นเกินไป

แต่สำหรับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประสบการณ์ทำงานก็ถือว่ามีความเชี่ยวชาญในสายการเงินการธนาคาร มาพอสมควร ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมธนารักษ์ และ ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb (ทีทีบี)

ในอดีตนั้น เคยเป็นรองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ขึ้นระดับอธิบดี ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), ต่อมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพรกร, ตามด้วยอธิบดีกรมสรรพสามิต

งานกู้วิกฤติเศรษฐกิจของไทย ในระยะเวลาสั้นๆ เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร กับ นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ ที่ใช้ได้ผลมาแล้ว ในช่วงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 เป็นนโยบายกู้เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) จนส่งผลให้เศรษฐกิจไทย สามารถประครองตัวได้ ไม่วิกฤตหนัก ซึ่งดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบแทบจะหนักหนาสาหัส กว่าจะฟื้นตัวได้

งานนี้ ไม่ต้องใช้คำว่า ลอกการบ้าน เพราะเครื่องมือแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจตัวไหนดี เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วจากรัฐบาลชุดไหนก็ตาม จะนำปัดฝุ่นกลับมาใช้ แล้วประชาชนได้ประโยชน์ สถานะการเงินคลังของประเทศไม่มีความเสี่ยง นำกลับมาใช้เถอะครับ ประชาชนจะให้คำตอบเอง ในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ ‘สุดยอดซีอีโอไอที’ จับมือดันสหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI ด้วยเงินลงทุนหลายแสนล้าน

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือแนวทางการผลักดันสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ “AI Action Plan” ของรัฐบาล

ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างแสดงการสนับสนุน เช่น แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI กล่าวยกย่องนโยบายสนับสนุนธุรกิจและนวัตกรรมของรัฐบาล ขณะที่เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ AI และชื่นชมการที่รัฐบาลเลือก “ร่วมมือ” แทนที่จะ “ขัดแย้ง” กับภาคเอกชน

ผู้บริหารรายอื่น เช่น ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิล, สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอไมโครซอฟท์ และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอเมตา ต่างขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุนมหาศาลในประเทศ โดยมีการยืนยันแผนลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตขั้นสูงภายในสหรัฐฯ

ทรัมป์ย้ำว่า การพัฒนา AI ไม่เพียงเป็นเรื่องนวัตกรรม แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่จะทำให้สหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเร่งให้ประเทศก้าวขึ้นนำในสมรภูมิการแข่งขัน AI ระดับโลก

‘หมอเหรียญทอง’ เผย เตรียมเปิดศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติ หลังคนไข้ต่างแดนแห่เข้ารักษามะเร็ง และโรคอื่นๆ ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ

(7 ก.ย. 68) พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยต่างชาติเดินทางมารักษามะเร็งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการบอกต่อเรื่องคุณภาพและค่ารักษาที่ถูก ทำให้มีการเข้ามารักษาโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและทันตกรรมเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลจึงเตรียมตั้ง “ศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติ” (International Relation Center) ที่อาคาร 3 ชั้น 2 เพื่ออำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะถูกนำมาใช้ชดเชยปัญหาหนี้สูญจากการเบี้ยวหนี้และการจ่ายล่าช้าของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และประกันสังคม พร้อมวิจารณ์ว่า สปสช.ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมามีการบริหารงานที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเทียบกับอดีต

แม้โรงพยาบาลยังคงให้บริการผู้ป่วยสิทธิบัตรทองและประกันสังคมเหมือนเดิม แต่มีแผนจะทยอยลดจำนวนผู้ป่วยในสองสิทธินี้ เนื่องจากไม่มั่นใจในความแน่นอนของการจ่ายหนี้ และยังมองว่าการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เป็นธรรมต่อโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

พลตรี เหรียญทองย้ำว่า โรงพยาบาลยังมีศักยภาพสูงและได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน เพื่อยกระดับเป็น “ศูนย์โรคมะเร็งนานาชาติในอาเซียน” พร้อมเปิดทางความเป็นไปได้ในการร่วมทุนกับกลุ่มทุนจีน แม้ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจเข้าร่วมทุนใดๆ ก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top