Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจับมือสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลี เสริมเขี้ยวเล็บเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติ

(8 ก.ย. 68) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม Technical Workshop on Building Online Investigations Capacity to Address Trafficking in Persons into Cyber-Scam Centers ณ ห้องประชุมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ Warroom IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี Mr.David Thomas รองหัวหน้าคณะผู้แทน สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ Mr.David Scott ผู้จัดการร่วม (ออสเตรเลีย) ของสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลีว่าด้วยการลักลอบขนคน การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเปิดการฝึกอบรม

การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลี (Regional Support Office of the Bali Process: RSO) โดยมีระยะเวลาการฝึกอบรม 5 วัน ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริหารเหตุการณ์ แก๊งคอลเซนเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ Warroom IAC และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ศุลกากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมการฝึกอบรม

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้จัดการฝึกอบรม มุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ในการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีความเข้าใจและสามารถสืบสวนการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการก่ออาชญากรรมได้ รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการประสานงานและปฏิบัติการร่วมกัน

CATL เปิดตัวแบตฯ รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Shenxing Pro ชูจุดขาย!! ‘อึด-ชาร์จไว-อายุการใช้งาน 12 ปี’ หรือ 1 ล้าน กม.

(8 ก.ย. 68) บริษัท คอนเทมโพรารี แอมเพอร์เร็กซ์ เทคโนโลยี จำกัด (CATL) ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลกจากจีน เปิดตัวแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 'Shenxing Pro' ในงานที่นครมิวนิก ประเทศเยอรมนี ก่อนการจัดแสดง IAA Mobility 2025 ซึ่งถือเป็นงานอุตสาหกรรมยานยนต์ใหญ่ที่สุดของยุโรป

แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) และมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน คือ รุ่นใช้งานยาวนาน อายุสูงสุด 12 ปี หรือ 1 ล้านกิโลเมตร พร้อมระยะวิ่งไกลถึง 758 กม. และอีกรุ่นเป็นแบบชาร์จเร็ว สามารถเพิ่มระยะทาง 478 กม. ได้ภายใน 10 นาที รองรับพฤติกรรมการขับขี่ที่ความเร็วสูงและอากาศหนาวของยุโรป

สำหรับ CATL เริ่มเข้ามาในตลาดยุโรปตั้งแต่ปี 2012 ผ่านการจับมือกับ BMW และปัจจุบันมีโรงงานผลิตในเยอรมนีและฮังการี รวมถึงกำลังสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสเปน โดยร่วมทุนกับ Stellantis เพื่อตอบสนองความต้องการที่เติบโตขึ้น

นายตัน หลี่ปิน (Tan Libin) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าของ CATL กล่าวว่า “การเดินทางระดับโลกของเราเริ่มต้นที่ยุโรป” พร้อมเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปถึง 90% และได้ส่งมอบแบตเตอรี่ให้รถไฟฟ้ามากกว่า 20 ล้านคันทั่วโลกแล้ว

เชียงใหม่-HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (Suandok Medical Innovation District: SMID) จัดงาน HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต ซึ่งครั้งนี้ได้จัดเป็นครั้งที่ 6  โดยมุ่งยกระดับเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับอาเซียน ผ่านการสร้าง HealthTech Ecosystem ในทุกระดับ (เมือง-ย่าน-ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ) พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของอาจารย์ นักวิจัย แพทย์ พยาบาล สตาร์ทอัพ นักลงทุน หน่วยงานรัฐ และชุมชน มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน เพื่อจุดประกายความคิด สร้างความร่วมมือ และเร่งการนำนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพไปสู่การใช้งานจริง (Lab for Life)

โดยมี ศ.ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติประธานเปิดงาน, รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวต้อนรับ และศ.ดร.นพ.ดำเนินสันต์ พฤกษากร รองคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวรายงาน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์, ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริหารจัดการข้อมูล, รศ.นพ.เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง รองคณบดีด้านการศึกษาก่อนปริญญา ร่วมงาน

ในโอกาสนี้ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน Pitching ในงาน MEDCHIC Health Hackathon (MEDCHICKathon) 2025 ได้แก่
1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม PIXPULSE
2. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม NurseVoiceX
3. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Fifth Harmony 

มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ 
1. ทีม PIXPULSE
2. ทีม Fifth Harmony
3. ทีม AIDoC
4. ทีม PrikPool
5. ทีม GeneWave
6. NurseVoiceX
7. Brain Bridge

ภายในงานประกอบด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ และสุขภาพ เวทีเสวนา ปาฐกถาพิเศษ และ Policy Dialogue จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติ มีพื้นที่ในการแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพกว่า 40 บูธ  จัดโดย ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ (MedCHIC) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ณ The Nimman Convention Center จังหวัดเชียงใหม่

“ยศสูงขึ้น หน้าที่ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้น” คำกล่าว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1

(8 ก.ย.68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศให้แก่ข้าราชการที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น เพื่อเป็นเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่กำลังพล ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ห้องเกาะหลัก) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ส่องเหตุ ‘รัฐบาลเมียนมา’ ปิดด่านเมียวดีห้ามรถสินค้าผ่าน คาดทางการเตรียมจัดระเบียบภาษี – ความมั่นคงก่อนเลือกตั้ง

(8 ก.ย. 68) ข่าวนี้อาจจะเก่าและล่าช้าไปสักนิดเพราะช่วงที่ผ่านมาเอย่ามัวแต่วุ่นวายกับฝั่งกัมพูชาอยู่ อาทิตย์นี้เอย่าขอกลับมาฝั่งเมียนมาบ้างสืบเนื่องจากเมื่อ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาทางการเมียนมาที่เมืองเมียวดีออกคำสั่งปิดด่านพรมแดนแม่สอด-เมียวดี 2 สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ตรงข้ามบ้านวังตะเคียนใต้ ทำให้รถยนต์ทุกชนิด และสินค้าไม่สามารถผ่านได้  นั่นเป็นผลให้เกิดรถขนสินค้าตกค้างจนสินค้าบางรายการเสียหายโดยเฉพาะอาหารสดและนั่นทำให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แรกๆทางการเมียนมาอ้างเรื่องการเก็บภาษีซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นตามเส้นทางถนน AH1 ซึ่งนั่นทำให้เกิดความเสียหาย แต่ในความเป็นจริงในอดีตการตั้งด่านตรวจเรียกเก็บเงินก็มีมาตั้งนานแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรัฐประหารแล้วมีการแยกตัวของกล่มกองกำลังต่างๆนั่นทำให้เกิดการเก็บเงินเบี้ยใบ้รายทางยิบย่อยมากมายนับ 30-40 ด่านซึ่งเป็นมาตลอด  แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมาที่เปลี่ยนไป ณ วันนี้ที่เมียนมากำลังเปลี่ยนผ่านจากการปกครองโดยกองทัพสู่การเลือกตั้ง  และนั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางการเมียนมายอมไม่ได้หากยังมีกลุ่มต่อต้านมาวุ่นวายอยู่ประกอบการการก่อความวุ่นวายของกลุ่มต่อต้านโดยเฉพาะกลุ่มกะเหรี่ยงที่แตกออกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมากมายแต่รวมภายใต้กลุ่มใหญ่ในนาม KNU นั่นจึงทำให้ทางการเมียนมาประกาศให้กองกำลังของ KNU ทั้งหมดเป็นกองกำลังนอกกฎหมายและประกาศให้ KNU เป็นผู้ก่อการร้าย เนื่องจากทางการเมียนมามีหลักฐานว่า กลุ่ม KNU มีการเก็บภาษีในพื้นที่ และนำเงินไปฝึกกำลังเพื่อต่อต้านรัฐบาล รวมถึงเรื่องคาสิโนที่ผิดกฎหมาย  การจัดการกลุ่มสแกมเมอร์ และการค้าขายยาเสพติดที่พวกกลุ่มกะเหรี่ยงเป็นนักค้าตัวยงตามชายแดนไทยฝั่งแม่สอดลงไปทางใต้

อีกทั้งฝั่งทางการเมียนมายังมีหลักฐานที่ฝั่งกองทัพกะเหรี่ยงมีการใช้โดรนโจมตีทหารเมียนมาที่ซ่อมสร้างสะพานบนถนน AH1 ในเขตรัฐกะเหรี่ยงด้วย  นั่นจึงเป็นเหตุให้ทางการเมียนมาประกาศว่า KNU เป็นกองกำลังนอกกฎหมายและเป็นผู้ก่อการร้ายนั่นเอง ล่าสุดมีข่าวว่า BGF โดยการนำของนายพล ชิตตู มาเป็นกาวใจหลังจากถูกทางการเมียนมากดดันเพื่อเร่งให้มีการจัดระเบียบในเขตปกครองของฝั่งกะเหรี่ยงไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้งรวมถึงจัดระเบียบการเก็บภาษีให้ถูกต้องเป็นไปตามที่ฝั่งเมียนมาต้องการ  ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร

แต่อย่างน้อย ณ วันนี้ทางการเมียนมาก็พยายามสื่อสารกับฝั่งรัฐบาลไทยมาแล้วว่าสาเหตุที่ทางการเมียนมากระทำดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อทำลายเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ  แต่ทว่าทางการเมียนมาต้องการความแน่ชัดในการจัดระเบียบการค้าขายโดยเฉพาะการเก็บภาษีให้เป็นไปตามกฎหมายของฝั่งเมียนมาซึ่งรวมถึงการที่ทางการเมียนมาพยายามที่จะลดการขนส่งนำเข้าแบบผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศให้ลดลงด้วยตามลำดับ  อันจะส่งผลให้ราคาของสินค้านำเข้าถูกลงเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในเมียนมาเอง  เอย่าไม่รู้ว่าการจัดระบบระเบียบนี้จะดีไหมแต่อย่างน้อยถ้าหากทางการเมียนมาสามารถจัดระบบบางอย่างได้ดีแล้วการนำเข้าสินค้าอาจจะไม่ต้องใช้เวลานานนับเดือนจากแม่สอดไปยังย่างกุ้งเหมือนในเวลานี้ก็เป็นได้

‘ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ’ แพทย์ประจำพระองค์ ร.๙ จากไปอย่างสงบ ในวัย 98 ปี ผู้ริเริ่มรณรงค์ไม่สูบบุหรี่

(8 ก.ย. 68) วงการแพทย์ไทยสูญเสียบุคคลสำคัญ ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด และแพทย์ประจำพระองค์ในรัชกาลที่ 9 ได้ถึงแก่อนิจกรรม ท่ามกลางความอาลัยจากครอบครัว ศิษย์ และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ โดยท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการควบคุมยาสูบและการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย

ศ.นพ.สงคราม เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำเตือน “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” บนซองบุหรี่ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรการควบคุมบุหรี่ เช่น การห้ามโฆษณา และการห้ามสูบในที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังอุทิศชีวิตให้กับการควบคุมวัณโรค ในฐานะนายกสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

อีกหนึ่งเกียรติประวัติสูงสุดของท่าน คือการได้ถวายงานเป็นแพทย์ประจำพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2535 โดยตามเสด็จฯ ไปทั่วประเทศเพื่อถวายการรักษาและช่วยเหลือประชาชนห่างไกลในนาม 'แพทย์พระราชทาน' ทำให้ท่านได้เป็นประจักษ์พยานพระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

เพื่อนร่วมวิชาชีพและศิษย์หลายคนยกย่องว่า ศ.นพ.สงคราม ไม่เพียงเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและครูผู้สอน แต่ยังเป็นต้นแบบของความเมตตา ความเสียสละ และจิตวิญญาณความเป็นแพทย์ที่แท้จริง มรดกทางคุณูปการและคำสอนของท่าน จะยังคงสืบต่อในวงการแพทย์ไทยตลอดไป

9 กันยายน พ.ศ. 2528 เกิดเหตุการณ์กบฏ 9 กันยา หวังยึดอำนาจ ‘พล.อ.เปรม’ ฝีมือ ‘กลุ่มทหารนอกราชการ’ แต่ปฏิบัติการล้มเหลว

วันนี้ เมื่อ 40 ปีก่อน เกิด ‘กบฏ 9 กันยา’ ขึ้นในช่วงที่ พล.อ.เปรม นายกฯ(ในขณะนั้น) และ พล.อ. อาทิตย์ ผบ.ทบ (ในขณะนั้น) เดินทางไปราชการต่างประเทศ

ย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดของวันที่ 9 กันยายน 2528 ราว 03.00 น. กลุ่ม “ทหารนอกราชการ” ได้นำกำลังทหารราว 500 นายก่อการยึดอำนาจ โดยการรัฐประหารเริ่มที่กำลังทหารจากกรมอากาศโยธินได้เข้าจับกุมตัวพลอากาศเอกประพันธ์ ธูปเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศที่บ้านพักเพื่อใช้เป็นตัวประกัน และกำลังทหารอีกส่วนหนึ่งพร้อมรถถังของกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ได้เข้ายึดกองบัญชาการทหารสูงสุด สนามเสือป่า เพื่อใช้เป็นกองบัญชาการคณะรัฐประหาร

พร้อมกับได้เข้ายึด ทำเนียบรัฐบาล ลานพระบรมรูปทรงม้า สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) โดยมี พันเอกมนูญ รูปขจร (ปัจจุบัน พลตรีมนูญกฤต รูปขจร) นายทหารที่เคยถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากก่อกบฏเมษาฮาวายเมื่อ 4 ปีก่อนหน้าเป็นผู้นำ พร้อมด้วยนาวาอากาศโทมนัส รูปขจร น้องชาย โดยกำลังทหารที่ใช้รัฐประหารมาจากหน่วยทหารม้าที่พันเอกมนูญเคยเป็นผู้บังคับบัญชา และทหารอากาศของน้องชาย (ขาดหน่วยทหารราบซึ่งเคยเป็นกำลังสำคัญของการรัฐประหารแทบทุกครั้ง?)

นอกจากพันเอกมนูญแล้วยังมีนายทหารนอกราชการชั้นผู้ใหญ่อย่าง พลเอกเสริม ณ นคร, พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์, พลเอกยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รวมถึงพลเรือนที่เป็นผู้นำแรงงาน เช่น นายสวัสดิ์ ลูกโดด, นายประทิน ธำรงจ้อย และนายเอกยุทธ อัญชันบุตร เจ้าของแชร์ชาร์เตอร์ ผู้เสียประโยชน์จากการปราบปรามเงินนอกระบบและทรัสต์เถื่อนของรัฐบาลในขณะนั้นเป็นผู้ร่วมก่อการ

คณะผู้ก่อการฉวยโอกาสยึดอำนาจในช่วงที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซีย และพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดอยู่ที่สวีเดน

ส่วนสาเหตุที่ผู้ก่อการใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจคือ รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาการว่างงาน ปัญหาอาชญากรรม รวมทั้งยังล้มเหลวในการรักษาความเป็นเอกภาพและบูรณภาพของประเทศ (รายงานของ The New York Times)

การปะทะกันระหว่างฝ่ายกบฏและฝ่ายรัฐบาลเกิดขึ้นบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยฝ่ายกบฏได้ระดมยิงเสาอากาศวิทยุและอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และบริเวณวังปารุสกวัน ที่ตั้งของกรมประมวลข่าวกลาง (สำนักข่าวกรองแห่งชาติในปัจจุบัน) ทำให้ นีล เดวิส (Neil Davis) และวิลเลียม แลตช์ (William Latch) สองนักข่าวชาวต่างชาติเสียชีวิต

ถึงเวลาราว 15 นาฬิกา กองกำลังฝ่ายกบฏก็ยอมจำนน ความสูญเสียถึงชีวิตที่เกิดขึ้นนอกจากสองนักข่าวต่างประเทศแล้วยังมีทหารอีก 2 ราย และประชาชนอีก 1 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 60 ราย

ในช่วงต้นของเหตุการณ์ ฝ่ายกบฏได้ประกาศชื่อของ พลเอกเสริม ณ นคร ว่าเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารแต่เมื่อการยึดอำนาจล้มเหลว พลเอกเสริม กลับอ้างว่าตนรวมถึง พลเอกเกรียงศักดิ์ และพลเอกยศ ล้วนถูกบีบบังคับให้เข้าร่วม

แม้การกบฏจะมีโทษร้ายแรงถึงชีวิต แต่หลังการเจรจารัฐบาลก็ยอมให้พันเอกมนูญเดินทางไปยังสิงคโปร์ ส่วนนาวาอากาศโทมนัส สามารถหลบหนีไปได้ และในปี 2531 รัฐบาลก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ต้องคดีกบฏในครั้งนี้

นอกจากนี้ การที่คณะกบฏไม่มีหน่วยทหารราบมาเข้าร่วมยึดอำนาจเช่นครั้งก่อนๆ ยังทำให้เกิดการสันนิษฐานว่าอาจมีผู้ร่วมก่อการบางราย “ไม่มาตามนัด” โดยเป้าจะอยู่ที่นายทหารคุมกำลังสำคัญอย่างพลโทพิจิตร กุลละวณิชย์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่มาฐานบัญชาการต้านรัฐประหารที่กรมทหารราบที่ 11 ล่าช้า และพลโทพิจิตรเองก็ได้เป็นผู้เจรจากับฝ่ายรัฐประหารและเปิดโอกาสให้พันเอกมนูญออกนอกประเทศ

ภายหลังเหตุการณ์กบฏ 9 กันยายน 2528 ได้เกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจภายในกองทัพ โดยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการยึดอำนาจ ได้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกแทนที่ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งพลเอกเปรมประกาศในวันที่ 24 มีนาคม 2529 ว่าจะไม่มีการต่ออายุราชการให้พลเอกอาทิตย์อีกเป็นครั้งที่สอง และสั่งปลดพลเอกอาทิตย์จากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในวันที่ 27 พฤษภาคม 2529 คงไว้แต่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

หญิงมะกันวัย 62 ปี เสี่ยงติดคุกสูงสุด 6 ปี หลังใช้ชื่อสุนัขที่เลี้ยง สวมสิทธิ์เลือกตั้ง 2 ครั้ง

(8 ก.ย. 68) หญิงวัย 62 ปีในแคลิฟอร์เนีย ถูกตั้งข้อหาลงทะเบียนสุนัขของตัวเองเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ 2 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นถูกนับเป็นคะแนนจริง อัยการยืนยันว่าเธออาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี

สำนักงานอัยการเขตออเรนจ์เคาน์ตี เปิดเผยว่า 'ลอรา ลี ยูเร็กซ์' (Laura Lee Yourex) จากเมืองคอสตา เมซา ใช้ชื่อ 'มายา จีน ยูเร็กซ์' (Maya Jean Yourex) สุนัขของเธอ เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งในศึกถอดถอนผู้ว่าการรัฐปี 2021 รวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้นปี 2022 โดยครั้งแรกถูกนับคะแนน แต่ครั้งที่สองถูกปฏิเสธ

ต่อมา ลอรา ลี ยูเร็กซ์ ได้รายงานพฤติกรรมของตัวเองต่อสำนักงานเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2024 ทำให้มีการสอบสวนย้อนหลัง พบว่าเธอไม่เพียงแต่ลงทะเบียนสุนัข แต่ยังโพสต์รูปลงโซเชียล เช่น ภาพสุนัขติดสติกเกอร์ 'I Voted' และบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาถึงชื่อสุนัข แม้สุนัขจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ขณะนี้ ลอรา ลี ถูกตั้งข้อหาอาญา 5 กระทง รวมถึงการให้การเท็จและการลงคะแนนโดยมิชอบ และมีกำหนดขึ้นศาลในสัปดาห์หน้า

ชาวบ้านไม่ทน!! ขับไล่เมียเขมรของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังพบเป็นไส้ศึก...แอบถ่ายภาพอาวุธ-รถถังไทย ส่งทหารกัมพูชา

เมื่อวันที่ (7 ก.ย.68) ที่ศาลาประชาคมบ้านไซรไปร ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านรวมตัวประชุมเพื่อหารือกรณีหญิงชาวกัมพูชาชื่อ 'นางเขื่อน' ภรรยาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก แอบถ่ายภาพรถถังและอาวุธของทหารไทย ส่งต่อให้ฝั่งกัมพูชา รวมถึงแชร์โพสต์บิดเบือนใส่ร้ายทหารไทย ทำให้ชาวบ้านมีมติเรียกร้องให้ขับออกจากพื้นที่

นายสมบัติ สุขงาม กำนัน ต.ไพรพัฒนา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจต่อชุมชนชายแดน เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียด จึงเชื่อว่าการแชร์พิกัดและข้อมูลทางทหารอาจกระทบต่อความปลอดภัยของชาวบ้านและกองกำลังในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากรวมหลักฐานการโพสต์และคลิปบิดเบือนมานำเสนอในการประชุม

ต่อมา วันที่ 8 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง ร่วมประชุมตรวจสอบ พบว่านางเขื่อนแม้จะมีพาสปอร์ตถูกต้อง แต่วีซ่าขาดอายุตั้งแต่ พ.ค. 2566 อีกทั้งมีญาติรวม 7 คน ที่บางส่วนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงสรุปผลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศ

พ.ต.ท.หญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตร ตม. เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหาอยู่เกินกำหนด 2 ราย และข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 5 ราย ก่อนนำตัวทั้งหมดไปบันทึกการจับกุม ส่งฟ้องศาล และเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ชาวบ้านไซรไปรกว่า 200 คนที่มารอฟังผลพอใจกับการดำเนินการ และแยกย้ายกลับโดยสงบ

‘โอ๋ ฐิติภัสร์’ ย้ำกว่า 10 เดือนได้ทำงานแบบตรงไปตรงมา สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กระทรวงอุตฯ ไม่อยู่ใต้อิทธิพลใคร

เมื่อวันที่ (8 ก.ย. 68) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าทีทีมสุดซอย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ภารกิจสุดท้าย ในฐานะหัวหน้าชุดสุดซอย‼️

ประชุมความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมควบคุมมลพิษ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปทส.) มูลนิธิบูรณนิเวศน์ และสื่อมวลชน เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี

📍การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เช่น เศษพลาสติกสายไฟบดย่อย ใน 3 จังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี รวมกว่า 29 จุด

📍และการลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรม (ขยะพิษ) กว่า 90,000 ตัน จ.ฉะเชิงเทรา และหากมีการขยายผลต่ออาจจะพบปริมาณที่มากกว่านี้

โดยวันนี้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดได้รวบรวมข้อมูล หลักฐาน และความคืบหน้าในการดำเนินคดีทั้งหมด นำเสนอในที่ประชุมพร้อมประสานส่งต่อให้ตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปทส. และ DSI ถือเป็นการส่งมอบงานให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลและดำเนินคดี

ระยะเวลากว่า 10 เดือนในการทำหน้าที่หัวหน้าชุดสุดซอย ของ รมว เอกนัฏ ได้ร่วมกับท่านปลัด คณะผู้บริหาร พี่น้องข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม วางแนวปฏิบัติการทำงานแบบเข้มข้น บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างวัฒนธรรมกระทรวงแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และหน่วยงานราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน

วันนี้ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรมได้พิสูจน์ให้สาธารณะได้รับรู้ว่า หากผู้บริหารพร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล้าทำเรื่องที่ถูกต้อง อย่างตรงไปตรงมา บนข้อเท็จจริง โดยยึดหลักกฎหมาย หน่วยงานของรัฐสามารถเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชน พร้อมยังสามารถสร้างบรรทัดฐานให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมและตรงไปตรงมา ไม่เอาเปรียบ ลักไก่ หรือ ใช้เงินและอิทธิพลเพื่อเคลียทางทำผิดกฎหมายได้

จากนี้ไปขอส่งกำลังใจให้ท่านปลัด คณะผู้บริหาร พี่น้องข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวและใจ เพื่อสานต่อการทำงานแบบสุดซอย เพื่อช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนต่อไปค่ะ

“สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือ สินค้าด้อยมาตรฐาน ท่านสามารถแจ้งข้อมูลผ่านแอพ traffy fondue เข้าเมนู “แจ้งอุต” เพื่อแจ้งข้อมูล รายละเอียดปัญหาของท่านจะถูกส่งไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขนะคะ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top