Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

‘ส้มสามกีบ’ ด้อมพรรคการเมือง ‘ล้มสถาบัน’ แบบอย่างของ “คนสายพันธุ์ย้อนแย้ง” ในประเทศไทย

(15 ก.ค. 68) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไทยที่ติดตามการเมืองแบบลงลึก ก็จะทราบดีว่าบ้านเรามีพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรม “ย้อนแย้ง” อยู่พรรคหนึ่ง ที่พูดอย่างแต่จะทำอีกอย่าง จับได้ไล่ทันก็ไม่กล้ายอมรับผิด สิ่งที่ผู้คนพบเห็นมักจะไม่ตรงปกเสมอ ปากพูดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งไม่ดีก็จะเป็นสิ่งนั้นเสียเองหน้าตาเฉย จัดเป็น “คนสายพันธุ์ย้อนแย้ง” ชนิดที่ไม่อายฟ้าอายดิน 

“โรคย้อนแย้ง” คล้าย “โรคป่วยทางจิต” ลอยคลุ้งฟุ้งกระจายในอากาศ จนซึมซ่านผ่านรูขุมขนของผู้คน 14 ล้านให้กลายเป็น “คนย้อนแย้ง” ไม่ต่างกัน หลักฐานที่บ่งชัด เริ่มจาก บางคนได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน แต่กลับสนับสนุน “ส้มสามกีบ”, อาศัยใช้นามสกุลพระราชทานจากต้นตระกูล แต่เลือก “พรรคกัดเซาะสถาบัน”, ติดรูปในหลวงไว้ที่ฝาห้องให้ผู้คนเห็นอย่างโดดเด่น แต่กลับเชียร์ “พรรคล้มเจ้า”, ได้ที่ดินทำกินจากโครงการของในหลวง แต่กาเลือก “พรรคบ่อนทำลายสถาบัน”, 

ห้อยพระเกจิที่มีความผูกพันกับในหลวง เชื่อมโยงถึงความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่กลับสนับสนุน “ส้มสามกีบ”, เกลียดสถาบัน กัดเซาะในหลวงรัชกาลที่ ๙ แต่ในการทำมาหากินกลับนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ไปขับร้องหารายได้อย่างไม่ละอายใจ, แต่งชุดดำร้องไห้ตอนปลายปี 2559 แต่กาเลือก “พรรคเกลียดสถาบัน”, ต้นตระกูลเป็นคนต่างด้าว ต่างแดน ได้รับความเมตตาจากในหลวงให้มีที่ดินทำกิน แต่ไป “ร่วมขบวนสามกีบ” สนับสนุน “พรรคล้มล้างสถาบัน”, 

ชูสามนิ้ว แต่ไปนั่งสวดมนต์ที่ในบทสวดมีแต่การปกป้อง รักษา และเชิดชูสถาบันกษัตริย์, ปากบอกเป็นหนึ่งในคนไทยที่รักในหลวง แต่ตอนเลือกตั้งก็กาเลือก “พรรคส้มเน่า”, ศึกษาในสถานศึกษาทั้งโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่สร้างโดยพระมหากษัตริย์ไทย แต่กลับไม่สำนึกบุญคุณ ไปเชียร์และเลือก “พรรคล้มล้างสถาบัน”, ฯลฯ 

ทั้งหมดคือตัวอย่างของ “คนขี้กาก” ใน “14 ล้านเสียง” ที่สะท้อนถึงความเป็น “มนุษย์ย้อนแยง” ได้ชัดเจนที่สุด “โรคย้อนแย้ง” จึงเป็น “โรคติดต่อ” ที่มักจะติดต่อกันเฉพาะ “คนสายพันธุ์เดียวกัน” คนเช่นนี้มีอยู่แทบจะทุกวงการในสังคมไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งคนใน “วงการเพลง” 

ฐานะคนในวงการเพลง นี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกอับอาย

‘เชอร์นีชอฟ’ คนสนิทเซเลนสกี้ โดนตั้งข้อหาทุจริต ศาลให้ประกันตัว วงเงิน 120 ล้าน สั่งห้ามออกนอกประเทศ

(15 ก.ค. 68) โอเล็กซีย์ เชอร์นีชอฟ (Oleksiy Chernyshov) ตำแหน่งรองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเอกภาพแห่งชาติของยูเครน ถูกศาลต่อต้านคอร์รัปชันตั้งวงเงินประกันตัวสูงถึง 120 ล้านฮรีฟเนีย (ราว 120 ล้านบาท) หลังถูกตั้งข้อหาทุจริตในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาชุมชนฯ ระหว่างปี 2020–2022 โดยอัยการเปิดเผยว่า เชอร์นีชอฟและพวกเกี่ยวข้องกับการรับสินบนมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ ผ่านดีลลับซื้อขายที่ดินในกรุงเคียฟ

ความน่าสนใจไม่ได้จบแค่คดีโกงธรรมดา แต่ลึกลงไปคือความระส่ำระสายภายในรัฐบาลเซเลนสกี้ แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีเคยมีคำสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และยกฟ้องให้นายอเล็กซี่ แต่ถูก “ขัดคำสั่ง” โดยตรงจากคนใกล้ชิดอย่างนายคิริลล์ บูดานอฟ (Kyrylo Budanov) ผอ.ข่าวกรอง และวาซิลี่ มาริอุค (Marius Vassiliou) ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต่างปฏิเสธให้ความร่วมมือ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการดื้อแพ่งต่อคำสั่งผู้นำยูเครนอย่างเปิดเผย ส่งสัญญาณว่าฐานอำนาจของเซเลนสกี้เริ่มสั่นคลอน แขนขาที่เคยภักดีเริ่มเปลี่ยนขั้ว หรือไม่ก็หันไปนิ่งเฉย ปล่อยให้ผู้นำต้องเผชิญศึกโดดเดี่ยวกลางกระแสต้าน

ทั้งนี้ เชอร์นีชอฟยังยืนยันไม่ลาออก อ้างยังมีงานสำคัญและต้องทำหน้าที่ต่อ แม้ถูกศาลสั่งห้ามเดินทาง ห้ามติดต่อพยาน และต้องรายงานตัวตามนัด หากฝ่าฝืนอาจถูกเปลี่ยนมาตรการเป็นการควบคุมตัว

อินเดียตรวจประวัติสุขภาพจิตกัปตัน Air India หลังเครื่องตก ลือเคยซึมเศร้า!! อาจเป็นคนปิดสวิตช์เชื้อเพลิงทำเครื่องร่วง

(15 ก.ค. 68) ทีมสอบสวนเหตุเครื่องบิน แอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบิน AI-171 รุ่น Boeing 787 Dreamliner ทะเบียน VT-ANB ตกใกล้อาห์เมดาบัดระหว่างบินขึ้น มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 241 คน จากทั้งหมด 242 คนบนเครื่อง ซึ่งล่าสุดอยู่ในขั้นตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตของกัปตันซูมีต ซับฮาร์วาล (Sumeet Sabharwal) วัย 56 ปี หลังมีรายงานว่าเขาเคยมีภาวะซึมเศร้า และเคยลาพักงานบ่อยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องการดูแลพ่อที่ชรา หลังจากสูญเสียแม่ในปี 2022

มีการเปิดเผยว่า ซับฮาร์วาลมีประสบการณ์บินกว่า 15,000 ชั่วโมง และผ่านการตรวจสุขภาพชั้น 1 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานเบื้องต้นชี้ว่าเหตุเกิดจาก “การปิดสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง” ซึ่งทำให้เครื่องสูญเสียแรงขับทันทีหลังเทกออฟ และข้อมูลจากกล่องดำเผยว่า นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมปิดสวิตช์เชื้อเพลิง?” และอีกคนตอบว่า “ไม่ได้ปิด”

แม้ยังไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนปิด แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ควบคุมการบินหลักคือนักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี ส่วนกัปตันซับฮาร์วาลอยู่ในตำแหน่งที่อาจเข้าถึงสวิตช์ดังกล่าวได้ง่าย ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในมุมไบเล่าว่า กัปตันเป็นคนเงียบ ๆ และรักพ่อมาก มักพาพ่อออกไปเดินเล่นในตอนเย็น และเคยบอกว่าอีกไม่กี่เที่ยวบินจะลาออกมาดูแลพ่อเต็มตัว

ด้าน Air India ปฏิเสธให้ความเห็น แต่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มทาทา (Tata Group) ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน ยืนยันว่ากัปตันไม่ได้ลาป่วยช่วงหลัง และมีการส่งผลตรวจสุขภาพครบถ้วน ขณะที่สมาคมนักบินอินเดียออกแถลงการณ์ค้านแนวทางสอบสวนที่พุ่งเป้าไปที่สุขภาพจิตของนักบินว่า เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตบางรายวิจารณ์รายงานว่า ถือเป็นการตบหน้าและไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดเพียงแค่ “ปิดสวิตช์หนึ่งตัว” ทำไมถึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ที่คร่าชีวิตคน 241 คน โดยเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 1 คนเท่านั้น

นักยุทธศาสตร์ชี้ “สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว” ‘ยุโรป-อเมริกา’ รุมกำจัด ‘รัสเซีย’ ไม่ใช่แค่คุมยูเครน

(15 ก.ค. 68) ดมิตรี เทรนิน (Dmitri Trenin) นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซีย ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนยุคก่อน ไม่ใช่การบุกแบบยุทธการบาร์บาร็อสซา หรือภาวะตึงเครียดแบบวิกฤตคิวบา แต่เป็นสงครามที่แพร่กระจายหลายมิติ ทั้งการทหาร เศรษฐกิจ และข้อมูล โดยมีคู่ขัดแย้งหลักคือ “ตะวันตก” กับ “รัสเซีย-จีน-อิหร่าน”

เทรนินมองว่า สำหรับรัสเซียสงครามเริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ พยายามทำทุกทางเพื่อสกัดไม่ให้รัสเซียและจีนกลายเป็นมหาอำนาจ ทั้งในเชิงอุดมการณ์และอำนาจระหว่างประเทศ โดยใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ การสร้างความปั่นป่วนภายใน และแม้แต่การลอบสังหาร

นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซียรายนี้ย้ำว่า เป้าหมายของตะวันตกไม่ใช่แค่ชนะในสนามรบ แต่คือการล่มสลายของประเทศรัสเซียจากภายใน ผ่านความไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจทรุด และความแตกแยกในสังคม พร้อมอ้างว่า “ความเป็นมนุษย์” ของชาวรัสเซียถูกลดทอนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อในโลกตะวันตก ซึ่งใช้ทั้งสื่อ ข้อมูลเท็จ และการควบคุมความคิดเห็น

โดยเทรนินเสนอว่า รัสเซียต้องตอบโต้ด้วยการระดมทรัพยากรภายในประเทศอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่กำลังทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และประชากร พร้อมขยายพันธมิตร เช่น เบลารุส เกาหลีเหนือ และหาพันธมิตรเพิ่มในภูมิภาคอื่น 

สุดท้าย เขาเตือนว่ารัสเซียไม่ควรกลัวการยกระดับ แม้แต่การใช้อาวุธพิเศษอย่าง “นิวเคลียร์” หากสถานการณ์จำเป็น พร้อมย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีที่ให้กับการประนีประนอมอีกต่อไป และรัสเซียต้องกล้าเดินเกมเชิงรุก หากไม่อยากตกเป็นฝ่ายพ่ายในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังจะถูกกำหนดขึ้น

กองทัพอากาศไทย–สิงคโปร์ ซ้อมรบทางอากาศ Air ThaiSing 2025 ฉลอง 60 ปีทางการทูต!! ส่งสัญญาณร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(15 ก.ค. 68) กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เปิดฉากการฝึกผสมทางอากาศ “Air ThaiSing 2025” ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และสนามฝึกชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 14-25 กรกฎาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ทั้งด้านภาษา แนวคิด และวัฒนธรรมทางทหาร

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต สิงคโปร์ได้ตกแต่งแพนหางเครื่องบิน F-16D ด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ พร้อมร่วมกับไทยปลูก “Friendship Tree” เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เติบโตและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินแบบ AT-6TH ของไทยจากฝูงบิน 411 กองบิน 41 (เชียงใหม่) เข้าร่วมฝึกกับเครื่องบิน F-16 จากทั้งสองชาติ เสริมประสิทธิภาพการรบทางอากาศและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียน ที่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกับไทย แม้เสียงในสภาอาเซียนจะยังไม่ถึงครึ่ง แต่ภาพความร่วมมือทางทหารในวันนี้คือคำตอบของ “มิตรแท้ประเทศไทย”

‘ดร.กอบศักดิ์’ มองไทยยังมีโอกาสลดภาษีทรัมป์ เชื่อเจรจาลดจาก 36% ได้ แต่ขอดูข้อเสนออีกรอบ

(15 ก.ค.68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกอบศักดิ์ ภูตระกูล ระบุว่า... 

หลังผ่านมา 1 สัปดาห์ เราเริ่มเห็นกรอบการค้าใหม่ของสหรัฐ ซึ่งให้ข่าวและทยอยส่งจดหมายแจ้งอัตรา Tariffs รวมแล้ว 27 ประเทศ ครบเกือบหมด โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากมากด้วย

โดยจีน (ที่ไม่อยู่ในตาราง) มีข้อตกลงเบื้องต้นไว้ที่ 30% (20% สำหรับ Fentanyl บวก 10% Minimum) สำหรับสินค้าจีนที่มีราคาต่ำกว่า $800 โดนที่ 54% จะขาดก็เพียงไต้หวัน ตลอดจนอินเดีย ที่ยังเจรจาโค้งสุดท้ายกันอยู่

ส่วนประเทศอื่นๆ รวมกว่า 100 ประเทศ (รวมถึงสิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐเกินดุลการค้าด้วย) เดิมได้อัตราต่ำสุดกันที่ 10% แต่ล่าสุดท่าน President Trump พูดว่า กำลังตัดสินใจว่าจะจบที่ 15% หรือ 20% ดี

ซึ่งอีกสักพัก หลังการตอบโต้กลับไปมาจบลง (โดยเฉพาะกรณีของยุโรป) บวกกับภาษีที่คิดเพิ่มกับคน "เข้าร่วม" BRICS อีก 10% ตามที่เคยได้เกริ่นไว้ เราก็จะได้เห็นคร่าวๆ ถึง New Trade Landscape ของสหรัฐ ว่า

ใครจะได้เปรียบ
ใครจะเสียเปรียบ
ใครจะแข่งขันได้ดีขึ้น
ใครจะไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสหรัฐ

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสังเกตในตารางข้างล่าง ก็คือ
1. อัตราที่ออกมาสำหรับประเทศต่างๆ เป็นอัตราง่ายๆ
เป็นไปตามดำริของท่านประธานาธิบดี ที่เคยพูดไว้ว่าอยากให้จบที่ 10% 15% 20% 25% 30% 35% 40% 45% 50% (ซึ่งเคยพูดไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กค - สามารถฟังได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ข้างล่าง ระหว่างนาที 4:22-4:42 ครับ)
ไม่ต้องวุ่นวายเหมือนตอนวันที่ 2 เมษายน Liberation Day ที่ผ่านมา
ที่คำนวณมาจากสูตร ทำให้มีอัตรามากมายหลายระดับ

ดังนั้น อัตรา Tariffs ของหลายๆ ประเทศ จึงถูกปรับลด ปรับขึ้น ปัดให้เข้ากรอบ อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ปัดขึ้น +3% มาที่ 20% มาเลเซีย ญี่ปุ่น บูรไน ปัดขึ้น +1% มาที่ 25% คาซัคสถาน ปัดลง -2% ตูนีเซีย ปัดลง -3% มาที่ 25% เป็นต้น

ประเทศเหล่านี้คงเป็นไปตามที่ President Trump บอกไว้ว่า อยู่ในกลุ่ม "Others, we met with and we don't think we're going to make a deal. So, we just send them a letter."

แจ้งตัวเลขง่ายๆ ไปว่า สหรัฐจะให้เท่านี้
ทั้งหมดนี้ มีข้อยกเว้นก็เพียง 3 ประเทศ
กัมพูชาที่ 36%
ไทยที่ 36%
อินโดนีเซียที่ 32%
ที่ยังไม่ได้เข้ากรอบง่ายๆ ที่มีอยู่ในใจท่าน President Trump

2. จากตัวเลขที่ออกมา 27 ประเทศ มีอยู่เพียง 6 ประเทศ ที่อัตราเท่าเดิม อังกฤษ 10% เกาหลีใต้ 25% แอฟริกาใต้ 30% อัลจีเรีย 30% อินโดนีเซีย 32% ไทย 36% ในกลุ่มนี้ อังกฤษได้เจรจาแล้ว น่าจะจบ
ส่วนแอฟริกาใต้ มีข้อขัดแย้งมากหลายๆ อย่างกับสหรัฐ ก็คงจะจบแล้วเช่นกัน

สำหรับอัลจีเรีย สหรัฐส่งออกไปที่ประเทศนี้ 1 พันล้านดอลลาร์ นำเข้า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเล็กน้อยมาก คงจบตรงนี้ จะเหลือก็เพียงเกาหลีใต้ ที่พยายามเจรจาอยู่ ที่คิดว่าจะพยายามให้ทัน 1 สิงหาคม
ส่วนไทยและอินโดนีเซีย ก็พยายามเจราจาอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ หากดูประกอบกับข้อ 1 การที่สหรัฐไม่ได้ปัดตัวเลขเข้ากรอบ ส่งตัวเลข 32% และ 36% เท่าเดิมมาให้
ถ้าตีความให้ดีสุด อาจหมายความว่า
"ยังรออยู่"
"ขอดูข้อเสนออีกรอบ"
"ขอดูว่าจะมีข้อเสนอที่ดีกว่ารอบที่แล้วไหม"
"จะมี Good Deal กว่านี้ให้ไหม"

จะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า สุดท้ายแล้ว จะจบอยู่ที่ตรงไหน ในกรอบง่ายๆ ของสหรัฐ ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมเจรจาครับ ให้พยายามจบให้ได้ที่อย่างน้อย 25% แล้วพรุ่งนี้ จะมาวิเคราะห์เพิ่มว่า ทางออกของไทยคืออะไร และอยากให้เลือกทางไหนครับ

กระทรวงกลาโหม เปิดตัวทีมโฆษกใหม่ เน้นสื่อสารทันสมัยสร้างความเข้าใจคนทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ (7 ก.ค. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานโฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำภารกิจด้านความมั่นคงจะเข้มแข็ง ก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าใจและมั่นใจในเจตนารมณ์ของรัฐ โปร่งใส เปิดเผย ประชาชนมีส่วนร่วม นี่คือรากฐานใหม่ของการสื่อสารเพื่อความมั่นคงของชาติ

สำหรับทีมโฆษกกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย  

1. พลโท เทวัญ ตันกุล เป็น หัวหน้าสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
2. พลตรี แรงภูมิ เหมะทัพพะ เป็น รองหัวหน้าสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม 
3. พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ เป็น โฆษกกระทรวงกลาโหม
4. พันเอก วีรยุทธ์ น้อมศิริ เป็น รองโฆษกกระทรวงกลาโหม 
5. พันตรีหญิง องค์กช วรรณภักตร์ เป็น รองโฆษกกระทรวงกลาโหม 
6. ร้อยเอก บรรลุ ฉลาดปรุ เป็น คณะทำงานโฆษกกระทรวงกลาโหม

เพื่อให้การสื่อสารของกระทรวงกลาโหมมีความทันสมัย เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมโฆษกกระทรวงกลาโหมจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด "สร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม" 

ทีมโฆษกชุดนี้ได้ถูกปรับโครงสร้างให้มีความกระชับ คล่องตัว และเปิดกว้าง ภารกิจของทีมโฆษก ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแถลงข่าวหรือชี้แจงประเด็นต่าง ๆ แต่ยังรวมถึง การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจภารกิจของกองทัพอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และบทบาทของทหารในโลกยุคใหม่ นี่คือจุดเริ่มต้นของทีมที่พร้อมจะเป็น “กระบอกเสียงแห่งความจริง” สู่สังคมไทย เพราะการสื่อสารที่ดี... คือพลังเสริมความมั่นคงของประเทศ

รฟท. เอาผิดนักท่องเที่ยวมือบอนพ่นสีรถไฟ ย้ำ ดำเนินคดีถึงที่สุดปกป้องสมบัติของประเทศ

(15 ก.ค. 68) รฟท.เอาผิดนักท่องเที่ยวมือบอน พ่นสีหัวรถจักร - ตู้โดยสาร ย้ำดำเนินคดีถึงที่สุด เพื่อปกป้องสมบัติของประเทศไทย

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ ใช้สีสเปรย์พ่นลงบนหัวรถจักรและตู้โดยสารของขบวนรถด่วนที่ 171 เส้นทางกรุงเทพฯ–สุไหงโกลก บริเวณสะพานข้ามทางรถไฟ ถนนกาญจนาภิเษก เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ทรัพย์สินของการรถไฟฯ ได้รับความเสียหาย และทำให้ขบวนรถต้องเสียเวลา ทั้งนี้ นายสถานีได้รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าระงับเหตุโดยทันที และสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้

ทั้งนี้ จากการตรวจค้นในที่เกิดเหตุ พบกระป๋องสีสเปรย์จำนวน 10 กระป๋องอยู่ในความครอบครองของนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล ทั้งนี้ การรถไฟฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องทรัพย์สินของรัฐ และไม่ให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ที่คิดจะกระทำผิดในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต เพราะทรัพย์สินของการรถไฟฯ ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือมี

การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันดูแลรถไฟไทยให้เป็นสมบัติของคนไทยตลอดไป

‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอ Nvidia พบ ‘เหลย จวิ้น’ ซีอีโอ Xiaomi ระหว่างทริปเยือนปักกิ่ง พร้อมยกนิ้วชมรถ Xiaomi SU7 ULTRA

(15 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ปรากฏตัวในปักกิ่งเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยสื่อจีนรายงานผ่าน WeChat ว่าเขาได้พบกับเหลย จวิ้น (Lei Jun) ซีอีโอของ Xiaomi พร้อมเผยภาพทั้งสองยืนยิ้มเคียงกันข้างรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 ULTRA ขุมพลัง 1548 แรงม้า ท่ามกลางอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส 

การปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนงาน China International Supply Chain Expo (CISCE) ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม โดย Nvidia จะเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในฐานะหนึ่งในผู้จัดแสดงกว่า 230 ราย จากทั้งในและนอกประเทศ

มีการเปิดเผยว่า Nvidia จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้ ซึ่ง เจนเซ่น หวง ย้ำถึงความตั้งใจระยะยาวในการดำเนินธุรกิจในจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน แต่ Nvidia ยังคงมองจีนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งในปีงบประมาณล่าสุด จีนสร้างรายได้ให้ Nvidia ถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ เจนเซ่น หวง กับเหลย จวิ้น มีความสนิทสนมกันมานาน ย้อนไปเมื่อปี 2013 หวงเคยขึ้นเวทีเปิดตัวชิป Tegra ของ Nvidia แต่ใช้มือถือ Xiaomi Mi 3 เพื่อช่วยโปรโมต และยังพูดติดตลกว่า เขาเป็น “แฟนพันธุ์แท้เสียวหมี่” 

นายกฯ สเปนจวกยุโรปนิ่งเฉย ปล่อยอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(15 ก.ค. 68) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ยุโรปยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ว่ากำลังสร้าง “หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของศตวรรษที่ 21” และย้ำว่า “ใครก็ตามที่ใช้ความหิวสงครามเพื่อทำลายรัฐที่มีความชอบธรรม ไม่ควรได้รับสถานะเป็นพันธมิตรของอียู”

ซานเชซกล่าวว่า ภาพเด็กๆ ค้นหาครอบครัวใต้ซากปรักหักพัง หรือค่อยๆ ตายจากความอดอยากในเต็นท์ ไม่ควรแค่ทำให้เราสะเทือนใจ แต่ควรกระตุ้นให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะยุโรป ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยสเปนและไอร์แลนด์ได้ยื่นขอให้อียูตรวจสอบว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงความร่วมมือกับอียูหรือไม่ ซึ่งรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า มี “หลักฐานมากเพียงพอ” ที่บ่งชี้ว่าอิสราเอลละเมิดมาตราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

แม้จนถึงขณะนี้อียูยังไม่ดำเนินมาตรการใดๆ แต่ซานเชซเผยว่าสเปนกำลังผลักดันให้มีการ “ระงับข้อตกลงความร่วมมือ” กับอิสราเอลทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราประณามปูตินในยูเครน เราก็ต้องไม่ยอมให้เนทันยาฮูทำแบบเดียวกันในปาเลสไตน์”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top