Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พร้อมกำลังร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ เนื่องในวัน สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

(14 ก.ค 68) รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ มอบหมายให้ น.อ.มานะ บุญเต็ม หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยาและนิติเวช รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้แทน ผอ.รพ.ฯ พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบวัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดย กิจกรรมทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณวัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้น้อมรำลึกถึงความสำคัญของวันสำคัญของชาติไทยตลอดจน ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

สั่งปิดชั่วคราว โรงงานน้ำแข็งแอมโมเนียรั่ว เบื้องต้นไม่พบรอยรั่ว คาดสาเหตุเกิดจากพนักงาน

(14 ก.ค. 68) จาก เหตุการณ์ สารแอมโมเนียรั่ว จากโรงน้ำแข็งมารีน เฟรซเซอร์ เลขที่ 9/16 ม.5 ภายในซอยเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 22.06 น. ของวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยไม่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (14 ก.ค.68) นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย นางสาววิไลลักษณ์ จีนศรี หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายวันชัย แสนงาม รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ นายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ร.ต.อ.หญิงกัญรภา มุกดาสนิท ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุ และค่าสารแอมโมเนียภายในโรงน้ำแข็งดังกล่าว โดยมี นายพิมลธรรม แสงจันทร์ กรรมการบริหารโรงน้ำแข็งมารีน เฟรซเซอร์  ค่อยชี้แจงรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่

นางสาววิไลลักษณ์ จีนศรี หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี  เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุสารแอมโมเนียรั่ว เมื่อช่วงคืนวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาในช่วงเวลา 22.00น. และในเวลา 22.30น. เจ้าหน้าที่โรงงานสามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง และพนักงาน ทราบว่า ยังไม่ได้ทฃมีการตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์เครื่องทำความเย็น จึงเป็นเหตุให้อุตสาหกรรมจังหวัดมีคำสั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมดเป็นการชั่วคราว ตามความในมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 จนกว่าจะได้การดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.โรงงาน โดยทางเจ้าของโรงงานจะต้องส่งรายงานการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องจักร ซึ่งรายงานดังกล่าวจะต้องมีการรับรองจากวิศวกรควบคุม  ทั้งนี้ หลังได้รับรายงานเอกสารจากโรงงานแล้วทางอุตสาหกรรมจังหวัดจะส่งพนักงานเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบมาตรฐาน ก่อนจะมีการพิจารณาให้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งต่อไป ส่วนสาเหตุนั้นจากข้อสันนิฐานของโรงงานทราบว่า เบื้องต้นเกิดจากความผิดพลาดจากตัวคนงาน ที่อาจจะไม่ได้ดำเนินงานไปตามขั้นตอนวิธีปฏิบัติจึงทำให้ระบบเซฟตี้วาล์วทำงานจนทำให้มีการระบายแอมโมเนียออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ

ด้าน ร.ต.อ.หญิงกัญรภา มุกดาสนิท ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์สารแอมโมเนียรั่วนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอบางละมุงและ เจ้าสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ได้บูรณาการร่วมในการตรวจสอบหน้างาน พบว่า ขณะนี้ไม่พบกลิ่นของสารแอมโมเนียในเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันและให้ได้ค่ามาตรฐานที่ถูกต้อง และเกิดความสบายใจของประชาชนโดยรอบพื้นที่โรงงาน หน่วยงานสาธารณสุขและเจ้าหน้าสคร.6 จะทำการตรวจสอบมวลพิเศษทางด้านอากาศ รวมถึงน้ำดื่ม และน้ำแข็ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้บริโภค ทั้งนี้ จากรายงานจากโรงพยาบาลและผู้นำชุมชน ยังไม่พบการร้องเรียนในเรื่องของการเจ็บป่วยที่รุนแรงแต่อย่างใด และในขณะนี้เหตุการณ์ยังปกติ ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก จากนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมตรวจสอบให้เร็วที่สุด

ขณะที่ นายพิมลธรรม แสงจันทร์ กรรมการบริหารโรงน้ำแข็งมารีน เฟรซเซอร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่าเมื่อช่วงเวลา 22.00น.ของวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา พบมีกลิ่นแอมโมเนียออกมาจากถังบรรจุขนาด 30 ตัน หลังเกิดเหตุสารแอมโมเนียรั่วออกมา พนักงานก็ได้ทำการปิดวาล์วทั้งหมดทันที เพื่อระงับกลิ่นไม่ใช้ชาวบ้านเดือนร้อน เมื่อระงับกลิ่นเสร็จก็ทำการหยุดการผลิต และมาในช่วงเช้าก็ได้ทำการตรวจสอบหาสาเหตุเพิ่ม โดยให้เจ้าของเครื่องและทีมเอาท์ซอสของโรงงานร่วมตรวจสอบหาสาเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีรอยรั่วจากตัวเครื่องจักร แต่จะเป็นในส่วนความผิดพลาดของพนักงาน ที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนนี้ทางโรงงานจะมีการสอบสวนอีกครั้ง จากนี้ทางโรงงานก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของภาครัฐทุกขั้นตอนทั้งปิดโรงงานชั่วคราว เพื่อตรวจสอบมาตรฐานการผลิต และรับผิดชอบต่อสังคมต่อไป 

(สุรินทร์) มทบ.25 จัดพิธีมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่บุพการีที่ทุพพลภาพ กองทัพบก

(14 ก.ค. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 และคุณสายธาร  กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่บุพการีที่ทุพพลภาพ มี พันเอก พรพิเชษฐ์  เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ร่วมมอบ เครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว ตามที่กองทัพบกได้มีนโยบายให้มีการมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่บุพการีที่ทุพพลภาพ รายละ 3,000 บาท ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 25 มีกำลังพลได้รับเงินสงเคราะห์ให้แก่บุพการีที่ทุพพลภาพ งวดที่ 19 จำนวน 8 ราย เป็นเงิน 24,000 บาท ซึ่งมีบุพการีที่ทุพพลภาพ จำนวน 8 ราย ดังนี้ 1.พันเอก สมปอง เปี่ยมศิริกุล บุพการีของ สิบเอกหญิง ปิยะนาถ เปี่ยมศิริกุล 2.นางปัด กระแสโสม บุพการีของ พันตรี สมชาย กระแสโสม 3.นางบุญนาค มะลิลา บุพการีของ ร้อยเอก เทวา มะลิลา 4.นางจงกรณ์ พรายแก้ว บุพการีของ จ่าสิบเอกหญิง อรอนงค์ พรายแก้ว 5.นางวิไล สุกใส บุพการีของ ร้อยตรี ชาญณรงค์ สุกใส 6.นายเปี่ยง พาชื่น บุพการีของ ร้อยเอก ประนอม พาชื่น 7.นางเรณ เงินดี บุพการีของ สิบโท สมคิด เงินดี 8.นายมูล สุทธิสุวรรณ บุพการรีของ สิบตรี นกน้อย สุทธิสุวรรณ  โดยมี พันเอก รณชัย ศรีชนะ หัวหน้ากองกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 25 กล่าวรายงาน

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า ข่าว/ภาพ

(สุรินทร์) มทบ.25 เยี่ยมน้องทหารใหม่ 1/68 และครอบครัว สร้างขวัญกำลังใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามนโยบายของกองทัพบก

(14 ก.ค. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย คุณสายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมคณะ, มี พันเอก พรพิเชษฐ์  เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ,จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน, ได้เดินทางเพื่อเข้าเยี่ยมน้องทหารใหม่ 1/68 คือ พลฯณธนกฤต โพธิ์เงิน พร้อมครอบครัว ซึ่งมีฐานะยากจนและมารดาป่วยเป็นโรคไต ณ บ้านเลขที่ 170 บ้านศาลา หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยเบื้องต้นได้มอบสิ่งอุปโภค-บริโภค ให้กับน้องทหารใหม่และครอบครัว ทั้งนี้ พัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 ได้มีโครงการ ซ่อม/สร้าง บ้านให้กับทหารกองประจำการ โดย มณฑลทหารบกที่ 25 ได้สำรวจตรวจสอบและวางแผนที่จะปรับปรุงบ้านของ พลฯณธนกฤต โพธิ์เงิน ให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อช่วยเหลือและตอบแทนในความเสียสละในการเข้ามารับใช้ประเทศชาติ และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของน้องทหารใหม่ ตามนโยบายของกองทัพบก

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

เชียงใหม่-กองบิน 41  จัดพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารชั้นสัญญาบัตรและนายทหารชั้นประทวน

(14 ก.ค.68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารชั้นสัญญาบัตร และนายทหารชั้นประทวนที่ได้รับการแต่งตั้งและเลื่อนชั้นยศสูงขึ้น โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41
     
ในการนี้ มีนายทหารชั้นสัญญาบัตร และนายทหารชั้นประทวน ที่ได้รับการแต่งตั้งและเลื่อนชั้นยศสูงขึ้น จำนวนทั้งสิ้น 26 นาย เป็นว่าที่เรืออากาศเอก จำนวน 1 นาย ว่าที่เรืออากาศโท จำนวน 7 นาย เป็นพันจ่าอากาศตรี จำนวน 14 นาย เป็นพันจ่าอากาศตรีหญิง จำนวน 1 นาย เป็นจ่าอากาศเอก จำนวน 2 นาย และเป็นจ่าอากาศโท  จำนวน 1 นาย

จเรตำรวจแห่งชาติเตือนเข้มอย่าเป็นคนไทยขายชาติ โทษหนักจำคุก 41 ปี บัญชีม้า ล่าสุดสั่งตะครุบตัว 6 คนไทยถูกส่งตัวกลับ ตรวจสอบเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(14 ก.ค. 68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบุคคลที่ทางการกัมพูชาส่งกลับประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยาน เป็นคนไทยจำนวน 6 คน อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้แก่ นายภูวนัย , นางสาวสุวิมล ส่งตัวมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วน นางสาวปรียา , นางสาววัลลภา , นายจักรกฤษณ์ และ นายพรชัย ส่งตัวมายังท่าอากาศยานดอนเมือง ได้มอบหมายให้สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี , สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง , สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก , กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 , กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 , กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ควบคุมตัวทั้ง 6 คน สอบสวนปากคำ และตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีการกระทำความผิดจะเข้าสู่การดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เตือนเข้มอย่าเป็นคนไทยขายชาติที่ไปร่วมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะการดำเนินคดีคนไทยที่ไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีความเด็ดขาดและได้รับโทษสูง เช่น กรณีแก๊งธุระจัดหาฯ และบัญชีม้า คนไทย 6 ราย ศาลพิพากษาจำคุกสูงสุดถึง 119 ปี 234 เดือน ข้อหา “อั้งยี่ ซ่องโจร ฉัอโกง , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราบปรามการมีส่วนร่วมใบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการพ่อกเงิน และความผิดต่อพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยรายที่ 1 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 258 เดือน , รายที่ 2 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 243 เดือน , รายที่ 3 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 252 เดือน , รายที่ 4 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 249 เดือน , รายที่ 5 และ 6 (ธุระจัดหาฯ) จำคุกคนละ 119 ปี 234 เดือน (คงจำคุกคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91(3)) พร้อมยึดทรัพย์สินรถยนต์ 4 คัน และของกลางอื่นๆ คืนทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหาย 39 ราย รวมมูลค่าเกือบ 6 ล้านบาท

‘จักรภพ’ ขอโทษ ‘จิรายุ’ ปมตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ยันไม่มีเจตนาทำให้ไม่สบายใจ ลั่นสถานการณ์การเมืองขณะนี้ชักช้าไม่ได้ ต้องทำงานแบบเชิงรุก

(15 ก.ค. 68) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมต้องขอโทษ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าผมมาวุ่นวายกับงานของท่าน ความจริงผมไม่มีเจตนาใด ๆ เลยที่จะให้ภาพออกมาแบบนี้

ข้อเท็จจริงคือ ผมได้รับการทาบทามให้เข้ามาทำงานนี้ โดยท่านที่ทาบทามใช้คำว่า “มาช่วยรับ (หน้าที่นี้) ได้ไหม?“ เพราะท่านทราบดีว่าผมเคยรับตำแหน่งที่สูงกว่ามาก่อน ก็เลยให้เกียรติถามความสมัครใจ ผมรับทันที เพราะเข้าใจว่าคงจะได้พูดจากันภายในเรียบร้อยแล้ว และมั่นใจว่าผมจะช่วยงานนี้ตามความจำเป็นของรัฐบาลได้ ผมรู้สึกว่างานการเมืองในระยะนี้ชักช้าไม่ได้ ความขัดแย้งกำลังสูง เกิดความเข้าใจผิดในชาติได้มากมาย ใครก็ตามที่ทำหน้าที่นี้ต้องลงมือทำโดยไม่รอช้า นั่นคือเหตุผลที่ผมตอบคำถามสื่อมวลชนทุกค่ายที่ถามเข้ามาว่า จะเข้ารับตำแหน่งนี้หรือไม่ ส่วนสื่อทั้งหลายจะทราบจากแหล่งข่าวไหนนั้นผมไม่แน่ใจ เพราะผมไม่ได้บอกกล่าวกับใครในเรื่องนี้

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผมโดยตรง คือทีมงานที่ช่วยโพสต์ข้อความใน Facebook แทนผมนั้น ใช้คำว่า “ว่าที่โฆษกฯ” เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาที่จะออกข่าวได้แล้ว แต่ใครเป็นผู้โพสต์ก็ตามนั้น ความรับผิดชอบย่อมเป็นของผม เพราะผมเป็นเจ้าของบัญชี Facebook นั้น จึงต้องรับผิดชอบการกล่าวคำขอโทษ

จากนี้ไปเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีที่จะวางคนในการทำงาน ผมจะทำหน้าที่ของผมไปอย่างอิสระ เพราะบ้านเมืองจำเป็นต้องสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชนเจ้าของประเทศจะได้รู้ทิศทางในการวางแผนและดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปรอย่างรวดเร็วของโลกและของบ้านเมือง 

แต่ขอฝากไว้ว่า เรือที่มีธงไทยกำลังแล่นฝ่ามรสุมและน่านน้ำที่มีหินโสโครกรอให้ชนอยู่เป็นจำนวนมาก อย่าเสียเวลาถกเถียงกันนานนักเลยว่าใครจะได้นอนห้องไหน

‘ทรัมป์’ ขู่รัสเซีย ขีดเส้น 50 วันหยุดสงคราม ไม่งั้นเจอภาษี 100% แถมลากชาติอื่นติดร่างแห

(15 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนรัสเซียว่าหากไม่ยุติสงครามภายใน 50 วัน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารัสเซีย 100% พร้อมเตรียมใช้ “ภาษีลูกโซ่” เล่นงานประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์เผยว่าได้ตกลงกับพันธมิตร NATO ในการจัดส่งอาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออท (Patriot) ให้ยูเครน โดยเขาย้ำว่า “ดีลนี้ใหญ่มาก” และอาวุธเหล่านี้จะถูกกระจายไปแนวหน้าอย่างรวดเร็ว

ขณะอยู่ร่วมแถลงข่าวกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รุทเต้ (Mark Rutte) ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ทำทีเหมือนจะเจรจาสันติภาพ แต่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

วิเคราะห์เหตุ ‘พลเรือนไทย’ ชก ‘ทหารกัมพูชา’ ชี้ คนก่อเหตุหวังผลอะไร เพราะไทยมีแต่เสีย

(15 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีคลิปหลุดมาว่ามีคนไทยชกหน้าทหารกัมพูชา ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นกระแสไปทั่วโซเชียลทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา  แต่การกระทำเยี่ยงนี้ในสายตาของคนชายแดนอย่างเอย่าแล้ว เอย่ามองว่านี่คือการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายคนนี้คืออดีตอาสาสมัครทหารพราน  ย่อมต้องรู้ถึงเหตุอันเป็นจุดอ่อนหรือประเด็นที่จะกลายเป็นข้อขัดแย้งบานปลายได้

จะว่าไปทางการไทยควรสอบสวนชายคนนี้อย่างละเอียดจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่ามีทหารที่เป็นคนชายแดนจำนวนมากเป็นพวกที่อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้านแต่มาอยู่อาศัยตามจังหวัดชายแดนไทย ซึ่งนี่แท้จริงแล้วเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปจากคนในพื้นที่ไม่ว่าจะฝั่งกัมพูชา ลาวหรือ เมียนมา ดังนั้นต้องทราบว่าคนเหล่านี้สามารถพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี  จนบางทีก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าสรุปชายคนนี้ถูกว่าจ้างมาจากฝั่งกัมพูชาให้มาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตึงเครียดแล้วป้ายสีกองทัพให้แย่ลงหรือเปล่า เฉกเช่นดังที่เอย่าเคยเห็นมาแล้วในฝั่งเมียนมาที่ลูกหลานชาวกะเหรี่ยงที่เกิดแล้วโตในฝั่งไทยเรียนหนังสือไทย พูดภาษาไทยได้ อ่านภาษาไทยออก เขียนภาษาไทยเป็นแถมเกณฑ์ทหารไทยแต่ไปเสียชีวิตในนามของทหารกองกำลัง KNU เสียอย่างนั้น

ในเมื่อสถานการณ์ที่ชายแดนตรงปราสาทตาเมือนธมเป็นจุดข้อพิพาทแล้ว  เอย่าว่ากองทัพไทยควรจะระวังตัวให้จงหนักเพราะ ณ วันนี้กองทัพไทยไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยทั้งฝ่ายคนข้างนอกอย่างกัมพูชาหรือคนในอย่างรัฐบาลไทยที่กระทำเหมือนพร้อมใจจะยกแผ่นดินให้กัมพูชาอย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น  ไม่นับรวมกลุ่มพรรคการเมืองหลายกลุ่มที่พยายามจะดิสเครดิต ป้ายสีให้ทหารไทยดูแย่และหมดความน่าเชื่อถือลงไปอีก

เอย่าแค่อยากจะบอกว่าไม่มีใครทำให้ประเทศไทยดูแย่  ถ้าไม่ใช่คนไทยทำกันเอง  อย่างตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเอย่าที่มาจากต่างประเทศด้วยกัน  นางเข้ามาที่สุวรรณภูมิเอย่าก็เดินมาที่ตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองของไทยผ่านมาฉลุย  รอเพื่อนเอย่าสักพักออกมานางถามเอย่าว่า  “เธอๆ  เธอไม่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจสนามบินเหรอ เนี่ยทุกคนฝั่งต่างประเทศจ่ายกันหมดเลย  เขาเรียกคนละ 200 บาทไม่มีใบเสร็จ” พูดจบเอย่าก็ได้แต่ยิ้มอ่อน…ก็ไม่ต้องถามนะว่าทำไมต่างชาติไม่มาเที่ยวประเทศไทย

ดังนั้นในกรณีของเรื่องพิพาทชายแดนก็เช่นกัน  เอย่าว่ามันน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่านี้ถ้าเอย่าคิดมากนะคะ  แต่ถ้าไม่งั้นก็เพราะว่าคนไทยนี่แหละที่ทำลายไทยด้วยเหตุการณ์แบบนี้  คนแบบชายในคลิปเขาไม่ใช่ตัวแทนหมู่บ้าน ตัวแทนคนไทยนะคะ  เขาคือตัวแทนที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ประเทศไทยต่างหาก  เราควรใช้สมองคิดมากกว่าอารมณ์นะคะ ว่าไปตอนนี้เอย่าก็มีเรื่องชวนให้คิดว่า เราจะต่อรองภาษีกับอเมริกาโดยยกฐานทัพเรือที่พังงาให้อเมริกาตั้งฐานทัพเรือนี่จริงหรือเปล่า....ว่าแล้วไว้เอย่ามาเล่าให้อ่านกันอีกทีนะคะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top