Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

'กรณ์' เชื่อหากไทยไม่เปิดตลาด 0% ไม่น่าปิดดีลได้ มองอาเซียนไม่ผนึกกำลัง-ขาดเอกภาพไร้อำนาจต่อรอง

(16 ก.ค.68) - นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

Trump สรุป tariff กับ Indonesia!
อัตราภาษี 19% (จากเดิม 32%) โดยมีเงื่อนไขอินโดนีเซียเปิดตลาด 100% ให้ทุกประเภทสินค้าจากอเมริกา ปลอดภาษี 0% 
มีอัตราภาษี transshipment ต่างหาก

ส่วน EU ประกาศเตรียมมาตรการตอบโต้ USA ในกรณีที่เจรจาไม่สำเร็จ (อัตราภาษีที่ USA ประกาศว่าจะใช้คือ 30%) การตอบโต้จะมีในส่วนของอุตสาหกรรมบริการด้วย

อ่านเกมนี้ในกรณีของไทย
1. ยังมีเวลาเจรจาได้จริง 
2. ข้อตกลงกับเวียดนามเป็นฐานในการเจรจา
3. หากไทยไม่เสนอเปิดตลาด 0% ไม่น่าจะมีดีลได้ หรือถ้าได้คือต้องโดนอัตราภาษีที่สูงกว่าทั้งอินโดและเวียดนาม
4. ทรัมป์ประกาศว่าได้คุยตรงกับประธานาธิบดี Probowo Subianto (ส่วนประธานาธิบดี Marcos jnr. ของฟิลิปปินส์มีแผนเดินทางไปพบทรัมป์อาทิตย์หน้า) ส่วนของเรายังไม่มีนายกรัฐมนตรีให้เขาคุยด้วย
5. พอ ASEAN ไม่ผนึกกำลังกัน อำนาจต่อรองของแต่ละประเทศแทบไม่มี เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งในการขาดเอกภาพ (และแม้แต่มิตรภาพ) ในกลุ่ม ASEAN กันเอง 
6. รัฐบาลไทยต้องตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดของคนไทยโดยรวม อย่ายอม lobbyist กลุ่มทุนใด ๆ เป็นกรณีพิเศษ เป็นการตัดสินใจที่ยาก ขอเป็นกำลังใจ
7. จากนี้ไปยุทธศาสตร์การพัฒนาตัวเองสำคัญที่สุด อินโดนีเซียและเวียดนามพร้อมรับการแข่งขัน 0% แต่เรายังทำไม่ได้ ตรงนี้ต้องพัฒนาร่วมกัน

‘บอสชาตรี’ โพสต์เอง!! แย้มมีไฟต์เดือดมวย ONE ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ เตรียมปะทะ ‘น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย’

(16 ก.ค. 68) ‘บอสชาตรี’ ชาตรี ศิษย์ยอดธง บอสใหญ่ ONE Championship โพสต์บอกใบ้ถึงไฟต์ถัดไปของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ว่าอาจต้องดวลกับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” นักชกจอมเก๋าวัย 38 ปี อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 

ล่าสุด รถถังโพสต์ถึงว่าที่คู่ชกว่า “นับถือพี่โอ๋มาตลอด เป็นแบบอย่างที่ดีของน้องๆ...เมื่อถึงเวลาต้องเจอกัน ก็ขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” พร้อมทิ้งท้ายขำๆ ว่า “ถ้าพี่เตะผมแรง ผมจะฟ้องพี่บอย (บอยท่าพระจันทร์) ให้ห้ามพี่เตะบอลอีก” 

ด้านน้องโอ๋ก็คอมเมนต์ตอบด้วยน้ำใจนักกีฬา “ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่...มันจะเป็นไฟต์ที่ทั้งเราและแฟนมวยทั่วโลกสนุกไปด้วยกัน” ทำให้ไฟต์นี้ถูกจับตาว่าจะเป็นอีกหนึ่งศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ทั้งดุเดือดและเต็มไปด้วยความหมายบนเวที ONE Championship

‘นันทนา’ ไม่พอใจ ‘สว. สีน้ำเงิน’ ไม่สนเสียงทักท้วง ปมเห็นชอบ ‘อัยการสูงสุด’ ทั้งที่ควรชะลอลงมติไปก่อน

เมื่อวันที่ (15 ก.ค. 68) ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่มสว. พันธุ์ใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...
สว.สีน้ำเงิน ลงมติเห็นชอบอัยการสูงสุด เพิ่มอีกตำแหน่ง อย่างเร่งรีบ โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงใดๆ

จะต้องใช้ความอดทนเพียงใด ที่จะอภิปราย เพื่อกระตุกต่อมจิตสำนึกของบรรดาสว.ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา 138 คน (เกินครึ่งสภา !) ให้ชะลอการลงมติใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม

เมื่อยังดันทุรัง ที่จะโหวตต่อ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง สะสมจำนวนให้ได้เสียงข้างมากในทุกองค์กร

ก็ขอทำหน้าที่ของสว. อภิปรายทักท้วงให้ประชาชน ได้ทราบถึง ความบิดเบี้ยว ในสภาแห่งนี้

เมื่อไม่ยอมชะลอการลงมติ ก็ต้องประจานกันต่อไป 

ขอร้องกันดีๆ พูดมาก็หลายที แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างนี้น่าจะเข้าข่าย "สีซอ ให้ค.ฟัง"

กัมพูชาจับ 2 ผู้ต้องหาลอบขนนมจากไทย 496 แกลลอน หลังรัฐบาลห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างเข้มงวด

(16 ก.ค. 68) เกิดคดี “ลักลอบขนนม” สุดแปลก เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาประจำเขตมาลัย ทำการจับกุมชายชาวกัมพูชา 2 คน พร้อมรถยนต์โตโยต้าแคมรี สีทอง ทะเบียนกัมพูชา หลังพบว่าภายในรถมี นมสดบรรจุแกลลอนจากไทยถึง 496 แกลลอน ซุกซ่อนแน่นคันรถ หวังลักลอบนำเข้าเขตจังหวัดบันเตียเมียนเจย

สื่อ Khmer Times รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ชายแดนติดกับจังหวัดสระแก้วของไทย จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนพบของกลางกลิ่นหอมนมฟุ้ง

ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตั้งใจลักลอบนำนมสดจากฝั่งไทยเข้ากัมพูชา เพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมาย ทั้งนี้ เป็นช่วงที่กัมพูชาประกาศ ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ “นม” ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในหมู่ร้านกาแฟและเบเกอรี่

ด้านฝั่งไทยยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่ดูท่ากระทรวงเกษตรบ้านเราอาจยิ้มบาง ๆ เพราะแม้จะถูกแบน แต่นมก็ยังหาทางไปถึงใจผู้บริโภคกัมพูชาได้อยู่ดี

รัสเซียเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ จาก ‘มอสโก’ สู่ ‘เปียงยาง’ เตรียมเริ่มให้บริการครั้งแรก 27 กรกฎาคมนี้ รับเฉพาะกรุ๊ปทัวร์

(16 ก.ค. 68) กระทรวงคมนาคมรัสเซียประกาศว่าเที่ยวบินตรงจากกรุงมอสโกไปยังกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ จะเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าให้มีผู้โดยสารเดินทางอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เที่ยวบินดังกล่าวจะให้บริการเดือนละครั้ง ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง โดยสายการบิน Nordwind Airlines ของรัสเซียได้รับอนุญาตให้เปิดเส้นทางนี้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เที่ยวบินใหม่นี้ถือเป็นเส้นทางบินตรงสายที่สองระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ โดยปัจจุบัน Air Koryo ซึ่งเป็นสายการบินของเกาหลีเหนือ มีเที่ยวบินจากวลาดีวอสตอคไปเปียงยางสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ตั๋วเครื่องบินไปเปียงยางไม่สามารถซื้อแยกเดี่ยวได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อตั๋วรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์แบบหมู่คณะเท่านั้น

'ฮุนมาเนต' ประกาศวันเดียว ลุยจับทันทีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบคนเวียดนาม-กัมพูชากว่า 200 ราย ไม่มีชาวจีน

(16 ก.ค. 68) พลเอก สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามประกาศกวาดล้างขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั่วประเทศอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังพบว่าขบวนการเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค และยังมีเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติแฝงตัวอยู่ โดย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก็เคยระบุว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์

ถัดมาไม่นาน เจ้าหน้าที่กรุงพนมเปญเข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัยเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีหลอกลวงทางออนไลน์ได้ถึง 234 ราย เป็นชาวเวียดนาม 149 คน (หญิง 23 คน) และชาวกัมพูชา 85 คน (หญิง 17 คน) โดยบางรายเคยทำอาชีพช่างไฟ, รปภ., พ่อครัว และแม่บ้าน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในขบวนการได้อีกจำนวนมาก และจะดำเนินคดีกับชาวเวียดนามทั้งหมด พร้อมตรวจสอบสถานะการเข้าประเทศว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ 'สมเด็จฮุน เซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา เคยระบุเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของขบวนการที่เริ่มต้นในไทย โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเข้ามาก่อเหตุในกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยหยุดโยนความผิดให้กัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว

‘ทรัมป์’ เตรียมเก็บภาษีนำเข้า ‘ยา-ชิป’ อาจพุ่งแตะ 200% อินเดียเจ็บหนัก!! อุตสาหกรรมยาส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นอันดับ 1

(16 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ เตรียมเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มยาและเซมิคอนดักเตอร์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยจะเริ่มจากอัตราต่ำและค่อยๆ ปรับเพิ่มในปีถัดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนย้ายฐานผลิตกลับประเทศ โดยในอนาคต อัตราภาษีอาจสูงถึง 200% พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ จะเริ่มใช้ “ภาษีตอบโต้” กับสินค้านำเข้าหลายรายการในวันที่ 1 ส.ค. ตามแนวทาง “America First” ที่มุ่งลดการพึ่งพาต่างประเทศและส่งเสริมการผลิตในประเทศ

มาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกรอบ “ภาษีการค้าตอบโต้” ที่ทรัมป์ริเริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเคยประกาศภาษีสูงถึง 50% สำหรับสินค้าทองแดง และเสนอเก็บภาษีนำเข้ายา 25% โดยตั้งเป้าให้อัตราภาษีสะท้อน “ความเป็นธรรม” ทางการค้า ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณชัดเจนถึงบริษัทข้ามชาติ เช่น Pfizer, Merck, Apple และ Samsung ที่มีฐานผลิตในต่างประเทศ ว่าอาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบราคาสินค้าในสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมยาของอินเดียเป็นหนึ่งในกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 คิดเป็น 36.6% ของมูลค่ายาส่งออกทั้งหมด หรือราว 9.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วง เม.ย. 2024 - ก.พ. 2025 และเติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากภาษีนำเข้าถูกปรับขึ้นจริง อาจกระทบรายได้อย่างรุนแรง

สำหรับบริษัทยาอินเดียหลายแห่งมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดสหรัฐฯ เช่น Biocon (44%), Lupin (37%), Sun Pharma (32%) และ Laurus Labs (17%) ขณะที่บริษัทใหญ่อื่นๆ อย่าง Dr Reddy’s, Aurobindo, Zydus และ Gland Pharma ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน ทำให้หลายบริษัทเริ่มวางแผนกระจายตลาด หลีกเลี่ยงผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเจรจากับหลายประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษี โดยกรณีอินโดนีเซียถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หลังสามารถเจรจาลดภาษีนำเข้าได้จาก 32% เหลือ 19% โดยแลกกับการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่อินเดียและประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ ต่อไป

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ ใครก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน หลังเจนเซ่น หวงบิน CEO Nvidia เยือนปักกิ่งอีกรอบ

รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ถึงกรณีที่เจนเซ่น หวง CEO Nvidia เยือนปักกิ่งล่าสุด ว่า ใคร ๆ ก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน ดีลนี้น่าจับตามากกกกก ถ้าเฮีย Jenzen Huang แห่ง #NVIDIA สามารถมา collab กับเฮีย Lei Jun แห่ง #XIAOMI ได้สำเร็จ งานนี้จักรพรรดิ #ทรัมป์  จะพิโรธหรือพ่นไฟอะไรอีกมั้ยหนอ 🤭 แค่รูปนี้รูปเดียวก็บาดตาบาดใจใครบางคนแบบสุดๆ แล้ววววว อิอิ

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า #อยู่เป็น เฮีย Jensen Huang แห่ง #NVIDIA ไปทริปปักกิ่ง แกจัดเต็ม ถึงขั้นถอดแจ๊กเก็ตหนังตัวโปรดมาใส่เสื้อจีนลายดอก !! แถมร่วมแด๊นซ์เต้นโชว์เพลงจีนกลางกรุงปักกิ่งด้วยยยยย เอาใจจีนแบบสุดๆ เลยยยยย  #ใครๆก็ไม่กล้าทิ้งตลาดจีน

‘รสนา’ ขอศาลอนุญาต ‘ฟ้า สุธินี’ ไปเรียนที่ที่สหราชอาณาจักร วอนอย่าตัดอนาคตเด็กให้ได้รับโอกาสเติบโตทางปัญญา

(16 ก.ค. 68) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ดิฉันขอความกรุณาศาลอาญากรุงเทพใต้ในการอนุญาตให้ 'ฟ้า สุธินี' ได้รับโอกาสไปศึกษาต่างประเทศตามที่ได้รับทุน 

ดิฉันไม่รู้จักเธอหรือครอบครัวเป็นการส่วนตัว แต่เธอคือเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของประเทศ เธอคือลูกหลานของคนไทยที่ควรได้รับโอกาสเติบโตทางปัญญา และมีโอกาสได้เห็นโลกกว้างเพื่อมาทำประโยชน์ต่อประเทศ ต่อครอบครัว และต่อตัวเธอเองในอนาคต

เมตตาธรรมของผู้ใหญ่จะเป็นกำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนเหล่านี้

ดิฉันขอความกรุณาศาลแทนเธอและครอบครัวได้โปรดเมตตาเยาวชนไทยด้วยการอนุญาตให้เธอได้ไปเรียนต่อ เป็นการแสดงความเมตตากรุณาของศาลที่ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย ที่ไม่ตัดอนาคตของเด็กไทยที่เป็นลูกหลานของเรา

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ฟ้า - สุธินี จ่างพิพัฒน์นวกิจบรรณาธิการหนังสือเด็ก อายุ 25 ปี  หนึ่งในจำเลยคดีมาตรา 112 จากการร่วมอ่านแถลงการณ์ในการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกประเทศ หลังได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทจากทุน ‘Erasmus Mundus’ ในสาขาวรรณกรรมเด็ก

ในคดีนี้ ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยมีเงื่อนไข “ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล” ต่อมา ฟ้าได้รับทุนการศึกษาจากโครงการอีราสมุส มุนดุส สำหรับหลักสูตรปริญญาโทนานาชาติ ในสาขาวรรณกรรมเด็ก สื่อและการประกอบการทางวัฒนธรรม (CLMCE) ซึ่งมีกำหนดการศึกษาเป็นระยะเวลา 24 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2568 – 15 ก.ย. 2570

ทั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้คำสั่งไม่อนุญาตให้ฟ้าเดินทางออกนอกประเทศ โดยระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เงื่อนไขการห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย เพราะเกรงว่าการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล 

“ที่จำเลยขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยอ้างว่าได้รับทุนการศึกษาเป็นเวลา 24 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2568 ถึงวันที่ 15 ก.ย. 2570) ถือว่าเป็นการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน อาจกระทบต่อวันนัดสืบพยานคดีนี้ ประกอบกับคดีนี้ค้างพิจารณาเป็นเวลานานแล้ว ในชั้นนี้จึงไม่สมควรอนุญาต ยกคำร้อง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากคำสั่งดังกล่าว ฟ้า สุธินี และทนายความ จะพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลเพิ่มเติม ให้ทบทวนคำสั่งต่อไป

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : เลขที่ออก 245324

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : เลขที่ออก 245323 , 245325

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : เลขที่ออก 995 , 171

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : เลขที่ออก 084 , 336

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : เลขที่ออก 26

🔴รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
919511  535130  011545  770120  007372  
226866  714779  367218  720123  016018  
180198  764485  844067  159307  232904  
388722  860628  299326  002116  494991  
820009  626972  289468  962845  990091  
266671  945021  116613  812085  055511  
019693  815738  046215  497443  772115  
380485  355962  601882  091768  499018  
560719  656693  174880  205250  095041  
390621  822024  050007  097623  697773  

🔴รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
647642  746667  393207  542950  659868  
128026  307433  759338  080861  118352  
735702  532517  980070  744470  105540  
688515  876415  254594  425320  213929  
280183  814426  016179  094222  007144  
425939  149619  640226  842048  424203  
855521  097664  731083  932741  711493  
426860  704157  246647  144671  636361  
111887  696136  663981  890358  015640  
934805  168451  432227  448700  078976  
833037  899160  500170  546361  694969  
194027  305674  520693  194095  303267  
169262  338354  687765  804898  367718  
358534  684527  587133  615712  618898  
810563  241055  808215  919913  497983  
481418  692894  069539  162287  738529  
584314  775144  037112  339237  893580  
255525  946717  746981  417929  457698  
802249  917434  770121  608327  033776  
617152  388005  231338  679518  241761  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top