Monday, 15 June 2026
TheStatesTimes

‘ทรัมป์’ ชม ‘กาตาร์’ เจตนาดีให้ฟรี Boeing 747-8 เปรียบเหมือน ‘เทพีเสรีภาพ’ ไม่จำเป็นต้องตอบแทน

(19 พ.ค. 68) สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า การที่สหรัฐฯ รับมอบเครื่องบิน Boeing 747-8 มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 14,400 ล้านบาท) จากประเทศกาตาร์ เป็นการทำธุรกรรมระหว่างรัฐที่ชอบด้วยกฎหมาย และผ่านการตรวจสอบจากที่ปรึกษาทำเนียบขาว กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานกฎหมายแล้ว

ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลทรัมป์ กล่าวปกป้องการตัดสินใจดังกล่าว โดยเปรียบเปรยว่า “ฝรั่งเศสเคยมอบเทพีเสรีภาพให้เรา และอังกฤษเคยมอบโต๊ะทำงานให้เรา ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาเรียกร้องอะไรล่วงหน้าหรือไม่” พร้อมชี้ว่ากาตาร์มีคำสั่งซื้อเครื่องบินจาก Boeing มูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นคำสั่งซื้อที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

ด้านทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เขาคง ‘โง่มาก’ หากปฏิเสธ ‘เครื่องบินฟรี’ ลำนี้ โดยตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ เครื่องบินลำนี้ได้เดินทางมาถึงรัฐเท็กซัสแล้วนานกว่าหนึ่งเดือน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ปัจจุบันของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีและใช้งบประมาณมหาศาลในการปรับแต่งเครื่องบินลำดังกล่าวให้ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับผู้นำประเทศ โดยเฉพาะหากมีการใช้งานในภารกิจของประธานาธิบดีในอนาคต

อย่าให้แผ่นดินนี้กลายเป็นยูเครนหรือไต้หวัน บทเรียนจากสงครามและการต่อรองที่ต้องจดจำ

(19 พ.ค. 68) ช่วงนี้โลกเรามันก็วุ่นวายเหลือเกินนะ แค่เปิดทีวีหรือเข้าโซเชียลก็เจอแต่ข่าวสงคราม ความขัดแย้ง และความสูญเสีย ดูอย่างยูเครนสิ เมื่อก่อนก็เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพัง ชีวิตผู้คนถูกทำลาย ทรัพย์สินโดนยึดไปอย่างน่าสลดใจ

เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า “สหรัฐฯ และยุโรปเก็บเกี่ยวยูเครนมาเป็นเวลาสามปี เหมือนกับต้นหอม” คำพูดนี้มันสะท้อนถึงความจริงที่โหดร้ายสุด ๆ ที่ยูเครนต้องเผชิญ ถูกใช้เหมือนเครื่องมือ พอหมดประโยชน์ก็ถูกทิ้งแบบไม่ใยดี

ตอนนี้คนยูเครนต้องเดินเท้า 5 กิโลเมตรเพื่อหาน้ำดื่ม ในเมืองคาร์คิฟ โรงไฟฟ้าถูกทำลายไป 65% เหลือแต่ซาก กองทัพก็กลายเป็นทาสหนี้ให้กับพ่อค้าอาวุธจากสหรัฐฯ คนละ 150,000 ดอลลาร์ นี่มันราคาของ ‘พันธมิตร’ หรือ ‘ทาสยุคใหม่’ กันแน่?

ที่เจ็บแสบที่สุดคือ ข้อตกลงแร่ธาตุที่สหรัฐฯ ผลักดันให้ยูเครนเปิดพื้นที่เหมืองแร่หายาก 18 แห่ง เพื่อแลกกับการล้างหนี้ แต่สหรัฐฯ ไม่คิดช่วยเหลือทางทหารสักเหรียญเดียว! คือแบบนี้มันแฟร์เหรอ? เหมือนมัดมือชกกันชัด ๆ

ที่สหภาพยุโรปก็ไม่ต่างกันเลย พวกเขาจัดให้ “ปัญหาความมั่นคงของยูเครน” อยู่อันดับที่ 27 ในการประชุมที่บรัสเซลส์ รองจากการปรับปรุงอาหารกลางวันในโรงเรียน! ชีวิตคนทั้งชาติ โดนจัดให้อยู่ท้ายแถวในวาระการประชุม แบบนี้มันไม่ใช่แค่โดนทิ้งนะ แต่มันคือการโดนหักหลัง!

คิสซิงเจอร์เคยพูดไว้ว่า “การเป็นศัตรูของสหรัฐฯ เป็นเรื่องอันตราย แต่การเป็นเพื่อนกับสหรัฐฯ น่ากลัวยิ่งกว่า” คำพูดนี้มันเหมือนพยากรณ์ถึงชะตากรรมของไต้หวันเลยนะ

ไต้หวันเองก็เหมือนกับยูเครนในหลายแง่มุม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันกลายเป็นสนามประลองของอำนาจมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นจีนหรือสหรัฐฯ แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ ในขณะที่ไต้หวันทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับการซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ กลับไม่มีสิ่งใดกลับมานอกจากหนี้สินและคำสัญญาที่ว่างเปล่า

ก่อนที่สงครามในช่องแคบไต้หวันจะปะทุขึ้น สหรัฐฯ ได้ยึดเอา TSMC บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ของไต้หวันไปใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ต่างจากที่เขาเคยทำกับแหล่งแร่ธาตุของยูเครน และตอนนี้ไต้หวันก็ต้องแบกรับหนี้สินจากการซื้ออาวุธในระดับที่หนักหน่วง โดยที่นักการเมืองในไต้หวันก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ายอมรับสภาพ

แย่กว่านั้น ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันยังต้องเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อเข้าพบและขอการยอมรับ ไม่ต่างจากการ ‘แสวงบุญ’ ที่ต้องผ่านการสัมภาษณ์และการพิจารณาจากผู้นำต่างชาติอย่างน่าหดหู่ เหมือนกับว่าอนาคตของประเทศไม่ได้อยู่ในมือประชาชนตัวเอง แต่อยู่ในมือของมหาอำนาจที่อยู่อีกซีกโลก

คนไทยเราเห็นแล้วก็ต้องคิดบ้าง อย่าให้ใครมายุยงปลุกปั่นให้เราแตกแยก อย่าให้ใครเอาผลประโยชน์หรืออำนาจมาล่อลวง เราต้องรักและหวงแหนแผ่นดินของเราเอง อย่าให้แผ่นดินนี้ต้องกลายเป็น ‘ยูเครนเวอร์ชั่น 2’ หรือ ‘ไต้หวันเวอร์ชั่น 2’ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จ่ายราคาแพงที่สุด ก็คือพวกเราคนไทยเอง

ประเทศไทย... พึงตระหนัก!

‘สมรักษ์’ แจงชัดไม่โกรธ หลังลูกประกาศเลิกยุ่ง รับพลาดสองเรื่อง ยันจะไม่ทำให้ลูกเดือดร้อนอีก

(20 พ.ค. 68) สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกชื่อดัง อัดคลิปชี้แจงกรณีดราม่าครอบครัว หลังลูกสาว ‘เบสท์’ รักษ์วนีย์ และลูกชาย ‘โบ๊ท’ ภูวรักษ์ ประกาศเลิกยุ่งกับพ่อ หากมีปัญหาอีกครั้ง โดยระบุว่าเหนื่อยกับการช่วยเคลียร์ปัญหาหนี้สินซ้ำซาก จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ และลูกๆ ถูกวิจารณ์ว่าอกตัญญู

สมรักษ์กล่าวในคลิปว่า ได้ย้อนฟังบทสัมภาษณ์ของลูกแล้ว เห็นว่าลูกไม่ได้ผิด เพราะลูกๆ ดีและเก่ง พร้อมยอมรับว่าตนก่อเรื่องสองครั้ง ทั้งคดีลอตเตอรี่และคดีเด็กอายุ 17 ปี ลูกจึงประกาศชัด หากมีเรื่องครั้งที่สาม จะไม่รับผิดชอบอีก เขาเข้าใจและยอมรับว่าเป็นสิ่งที่สมควร

เจ้าตัวย้ำว่าตอนนี้ระวังตัวมากขึ้น และไม่ต้องการให้ลูกลำบากอีก พร้อมเผยว่ากำลังทำงานสอนมวยที่ค่ายต่างๆ และไม่ได้รบกวนลูกแล้ว ส่วนคดีลอตเตอรี่ เบสท์เคยช่วยสำรองจ่ายบ้าง แต่ไม่ถึง 20 ล้านบาท ส่วนคดีพรากผู้เยาว์อยู่ระหว่างต่อสู้ในชั้นศาล

สุดท้าย สมรักษ์ขอความเห็นใจ ไม่อยากให้ใครไปตำหนิลูก เพราะทั้งเบสท์และโบ๊ทเป็นลูกที่ดี ย้ำว่าลูกเก่งและทำดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนของตน และจะพยายามไม่สร้างปัญหาอีกในอนาคต

ถึงเวลาที่ผู้คนตื่นรู้ รีบคายส้มเน่าออกจากปาก หันมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

(20 พ.ค. 68) คนไทยเรา ถ้าเกิดและเติบโตมาบนผืนแผ่นดินไทย ถือว่ายังมีเป็นส่วนน้อยที่จะเป็นคนใจคด ทรยศต่อชาติแผ่นดินของตนเอง ด้วยเนื้อแท้ของคนไทยดั้งเดิมนั้นจะเป็นคนที่มีความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพร้อมจะปกปักรักษาเท่าชีวิต แม้กาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่ ยุคที่ผู้ใหญ่ขาดการพร่ำสอนอย่างเข้มงวด เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่รับรู้ถึงความดีงามของสถาบัน แต่สายใยของความรัก ความผูกพัน ความเชื่อ และข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ก็ยังทำให้คนไทยจำนวนมากยังคงมอบความศรัทธาต่อ “สถาบันเบื้องสูง” ไม่เสื่อมคลาย 

คำว่าไทย ผูกร้อยสถาบันกษัตริย์ไว้จนยากจะหลุดขาดออกจากกัน ต่างเกื้อกูล หล่อหลอม ให้ประเทศชาติแข็งแรง สถาบันคือศูนย์รวมใจ มิใช่เป็นเพียงพระมหากษัตริย์ไทยเพียงพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง แต่คือราก คือแก่นของชาติ สถาบันจึงไม่ต่างจากศรัทธาแห่งชีวิตที่เหล่าประชาชนมีไว้ยึดเหนี่ยว มิใช่แยกส่วนหันเหไปคนละทิศละทางเหมือนประเทศอื่น ๆ

ประเทศไทย คือสัญลักษณ์ของการมีสถาบันกษัตริย์ที่มั่นคง คอยปกป้องดูแลประชาชนคนไทย มิใช่จะผลัก หรือล้มล้างทำลายสถาบันให้เหลือเพียงสัญลักษณ์ตามความนึกคิดของผู้ไม่หวังดี 

หลายปีที่ผ่านมา มีคนไทยจำนวนไม่น้อย เบื่อพรรคการเมืองเก่า เบื่อระบบเดิม ๆ เบื่อการบริหารชาติในแบบที่เน่าเฟะ จึงหันไปหลงเชื่อพรรคการเมืองที่โฆษณาว่าเป็น “คนรุ่นใหม่” จะเข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปในทางที่ดีขึ้น 

แต่สิ่งที่ได้กลับตรงกันข้าม 

พรรคการเมืองพรรคนี้มีแต่เรื่องมัวหมองไม่เว้นวัน นอกจากมีพฤติกรรมย้อนแย้งอย่างน่าไม่อาย ยังมีพฤติกรรมบ้ากาม คุกคามประชาชน ข่มขืนชาวต่างชาติ เคลมผลงานของคนอื่น ปกป้องคนพม่า หนีการเกณฑ์ทหาร กัดเซาะ จาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบัน สมคบคิดกับต่างชาติเดินหน้าล้มล้างการปกครอง ทำให้ประชาชนหลายล้านคนที่ “ไม่เบาปัญญาจนเกินไป” เริ่มฟื้นตื่นจากอาการหลงผิด พากันถอยห่างออกจาก “พรรคการเมืองล้มสถาบัน” พรรคนี้ เพราะมองเห็นแล้วว่าเป็น “คนรุ่นใหม่หัวใจโจร” 

คนจำนวนมากที่เคยนิยมกินส้ม ก็เริ่มคายทิ้งออกจากปาก เพราะรู้รสชาติที่แท้จริงแล้วว่าคือ “ส้มเน่า” แม้กากส้มจะหล่นลงพื้นดินแล้ว บางคนที่เจ็บปวดเพราะถูกหลอกยังใช้เท้าบดขยี้จนจมดิน

ถึงเวลาแล้วที่ “คนไทยเคยหลงส้ม” จะกลับตัว

‘ใบเฟิร์น สุทธิยา’ โผล่เคลียร์ภาพคู่ ‘ทิดแย้ม’ ยันไม่มีเอี่ยวคดีวัดไร่ขิง จ่อเอาผิดคนโพสต์มั่ว

(20 พ.ค. 68) ‘ใบเฟิร์น’ สุทธิยา นักร้องลูกทุ่งเสียงหวาน อดีตผู้เข้าแข่งขันไมค์ทองคำ ออกมาเคลียร์ชัดหลังมีภาพคู่โยงกับ ‘ทิดแย้ม’ วัดไร่ขิง ยักยอกเงินวัด 800 กว่าล้านบาท ไปเล่นการพนัน กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ โดยหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเธอมีความสัมพันธ์กับอดีตพระดัง ซึ่งกำลังตกเป็นข่าวฉาว จนเจ้าตัวต้องรีบโพสต์ชี้แจง ยืนยันไม่มีอะไรเกินเลย และขอให้หยุดโยงชื่อเธอในทางเสียหาย

ใบเฟิร์นระบุในโพสต์ว่า เธอเป็นผู้หญิงในภาพที่ใส่ชุดสีเหลืองเพียงรูปเดียวเท่านั้น ส่วนภาพอื่นไม่ใช่เธอ พร้อมตั้งคำถามกลับถึงเจ้าของโพสต์ว่า มีเจตนาอะไรที่นำภาพไปเผยแพร่แบบนั้น เพราะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงของเธอ

เจ้าตัวย้ำว่าในวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เธอเดินทางไปร่วมงานที่วัดไร่ขิงจริง ในฐานะศิลปินลูกทุ่งตัวแทนคนรุ่นใหม่ โดยแต่งกายเรียบร้อย และไม่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมตามที่ถูกกล่าวอ้าง ด้านแฟนคลับก็ออกมาปกป้อง พร้อมแสดงหลักฐานยืนยันว่าเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวใดๆ ที่โยงกับทิดแย้ม

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและเรียกร้องความเป็นธรรม ใบเฟิร์นเตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีในวันที่ 20 พฤษภาคม เวลา 14.30 น. ที่ สน.คันนายาว พร้อมทนายความ เพื่อเอาผิดผู้ที่โพสต์ภาพและข้อความเท็จที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเธออย่างไม่เป็นธรรม

อ.ลิ้ง ฟ้องเพจดัง CSI LA เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ปมกล่าวหาเอี่ยวธุรกิจสีเทา ลั่นตรวจสอบเส้นเงินได้

อ.ลิ้ง เอาผิด เพจดัง CSI LA จ่อฟ้อง 10 ล้าน เกรียนคีย์บอร์ดคนละ 1 ล้าน ปมกล่าวหาเอี่ยวธุรกิจสีเทา ยืนยันไม่เคยยุ่งเกี่ยว เส้นทางการเงินสามารถตรวจสอบได้

(20 พ.ค. 68) เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 พ.ค. 2568 ที่สภ.เมืองขอนแก่น นายชนะวุธ อุทโท หรือ อ.ลิ้ง อายุ 38 ปี เซียนพระชื่อดัง ที่ร่ำรวยมาจากการขายวัตถุมงคล ‘หลวงปู่มหาศิลา สิริจนฺโท’ และเป็นเจ้าของโรงแรม เดอะกราเซียร์ โฮเต็ล และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คชาวุธ 4289 อมูเลท จำกัด พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ ประสมศรี ทนายความและฝ่ายกฎหมายของบริษัทคชาวุธฯ นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.สันติ เชื้อหมอดู รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองขอนแก่น

หลังถูกเพจเฟซบุ๊กชื่อดังเพจ CSI LA ซึ่งมีผู้ติดตามถึง 1.4 ล้าน โพสต์ภาพและข้อความกล่าวหาว่าไปยุ่งเกี่ยวธุรกิจสีเทา สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งในข้อความระบุว่า “คนกรุงเทพอย่าดูถูกความรวยของวัยรุ่นสร้างตัว อ.ลิ้ง ณ กาฬสินธุ์ ที่บอกว่าซี้กับหนุ่มกรรชัย ที่มีบ้านใหญ่เบิ้มจนคนในซอยนึกว่าพระราชวังปแวไซน์ รถหรูจอดเรียงเหมือนงานมอเตอร์โชว์ ตำนาน อ.ลิ้ง แห่งกาฬสินธุ์: จากติวเตอร์ สู่เจ้าของวังปแวไซน์”

ก่อนจะมาเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่กว่าศาลากลางจังหวัด อ.ลิ้งเคยเป็นติวเตอร์ (ที่ปิดกิจการไปอย่างเงียบๆ) ต่อด้วยค้าไหมไทย (ที่ขายดีเฉพาะวันเปิดร้าน), ลองขายควายงาม ขายน้ำพริก ปั้นเหรียญ ปั้นภาพ ปั้นฝัน และสุดท้ายปั้นตัวเองข้างหลวงปู่ศิลา กลายเป็นเจ้าพ่อเหรียญสายมู!

ว่ากันว่า เขาไม่ได้ขอพรจากหลวงปู่ แต่มาขอทำเหรียญ แล้ว เหรียญนี้แหละที่หมุนชีวิตจากศูนย์ถึงซุปตาร์จังหวัด! แต่คนในพื้นที่กระซิบว่า เขาไม่ได้เดินเดี่ยว แต่มีเครือข่ายธุรกิจสีเทาครอบคลุมตั้งแต่ร้านทองยันโรงแรม (ที่เพิ่งเทคโอเวอร์มาหมาดๆ)

เงินไม่ได้โอนเข้าชื่อเขา แต่เข้าชื่อญาติบ้าง เมียคนปัจจุบันบ้าง (ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณนายโรงแรม)…และทั้งหมดนี้ พึ่งจะ ‘พุ่ง’ รวยขึ้นหลังยุคโควิด ซึ่งหลายคนแค่ประคองตัว แต่เขากับรวยแบบไม่มีที่มาที่ไป”

และยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีการโพสต์ในลักษณะกล่าวหาเชื่อมโยงข้อมูลในลักษณะเดียวกันกับเพจดังกล่าวอีก 1 คน ซึ่งในข้อความระบุว่า “# ข่าวจาก วัดไร่ขิง888 สู่ วังน้ำเย็น สารคาม ซักหน่อยคงราม มาขอนแก่นกระทบ อ.ลอลิง แน่ เพราะข้อมูลชี้เร่งกวาดซื้อที่ดินกับโรงแรมไม่เว้นแม้กระทั่งผับบาร์ ร้านอาหาร”

โดยนายชนะวุธ ได้แจ้งความเรียกค่าเสียหายที่จะต้องชดใช้เยียวยาเป็นเงิน 10 ล้านบาท รวมไปถึงผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ให้เกิดความเข้าใจผิดสร้างความเสียหายให้กับ อ.ลิ้งและครอบครัวอีกรายละ 1 ล้านบาท

นายสุรเชษฐ์ ทนายความและฝ่ายกฎหมายของบริษัทคชาวุธ ฯ กล่าวว่า เพจดังกล่าวนำภาพมาโพสต์ข้อความได้สร้างความเสียหายให้กับ อ.ลิ้ง เป็นอย่างมาก ในฐานะทนายความจึงได้ทำการรวบรวมหลักฐานมอบให้กับทางตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และให้อ.ลิ้ง เข้าแจ้งความเอาผิดเพจดังกล่าว และบุคคลอีก 1 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ พร้อมตั้งทีมทนายความมาร่วมดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินกับทางเพจและตัวบุคคล รายละ 10 ล้านบาท

และจะทำการเอาผิดกับคนที่คอมเมนต์ และ คนที่แชร์สร้างความเสียหายให้กับ อ.ลิ้งและครอบครัวอีกรายละ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตามขณะนี้ทีมทนายความทำการตรวจสอบโดยดูที่เจตนา หากใครมีเจตนาสร้างความเสียหายชัดเจนก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

ขณะที่ นายชนะวุธ หรือ อ.ลิ้ง กล่าวว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวและคนที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงกับตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะการที่เพจดังกล่าวมีการระบุข้อความสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก

“วันนี้ลูกไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนเพราะมีประเด็นนี้เกิดขึ้น และที่เพจดังกล่าวโพสต์นั้นไม่ได้มีการตรวจสอบและไม่รู้ความจริง ยืนยันว่าตนเองไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา ส่วนเส้นทางการเงินก็สามารถตรวจสอบได้ แต่เขาไม่เคยส่งเรื่องถึงหน่วยงาน หรือส่งเรื่องถึงตำรวจให้มาตรวจสอบเส้นทางการเงินของตนเองแต่ก็มาโพสต์ลอยๆโดยไม่มีหลักฐานเพื่อกล่าวหาเช่นนี้ ทำให้ตนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ลูกก็ไปโรงเรียนไม่ได้เพราะถูกคนพูดถึงพ่อในทางที่ไม่ดี เหมือนพ่อเป็นอาชญากร”

นายชนะวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองสู้ชีวิตมาตลอด ค้าขายมาหลายอย่าง จนกระทั่งเข้าสู่วงการพระเครื่อง ช่วงแรก ๆตลาดพระเครื่องไม่บูม การบูชาพระก็ไม่ค่อยดี แต่ในช่วงปี 2567 วงการพระเครื่องบูมมาก ทำให้มีการซื้อขายเช่าบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคลเป็นไปด้วยดี ทำให้ตนมีเงินมีทอง มีบ้าน ซึ่งในเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

คนทำมาหากินด้วยอาชีพสุจริตจะมีบ้าน มีรถยนต์ได้ ไม่ใช่จะมองว่าคนที่มีบ้านหลังใหญ่ มีรถหลายคันต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาเท่านั้น ตนไม่เข้าใจว่าเพจดังกล่าวเอาข้อมูลมาจากไหนมาโพสต์สร้างความเสียหายให้ตนเช่นนี้

“ผมพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจ ในการที่จะตรวจสอบที่มาของเงินและรายได้ของตน อีกด้านตนเป็นคนที่เสียภาษีมากเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดขอนแก่น และยังต้องผ่อนจ่ายให้สรรพากรทุกเดือน จึงขอยืนยันว่าตนทำอาชีพสุจริต เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สุริยันต์ ที่มีแต่ทำคุณประโยชน์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา ซึ่งเมื่อมีเงินก็ต้องการซื้อทรัพย์สิน จึงซื้อกิจการโรงแรมในจังหวัดขอนแก่น 1 แห่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะนักธุรกิจจำนวนมากเขาก็ทำกัน

อีกทั้งการที่มีประชาชนบางคนใน จ.ขอนแก่น โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแบบนั้น ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรโพสต์ เพราะถ้าคับข้องใจอะไรก็ให้มาถาม เพราะการโพสต์เช่นนี้ ทำให้คนเสื่อมเสียชื่อเสียง เนื่องจากมีการแชร์ มีการคอมเมนต์ต่างๆนานาโดยที่ไม่รู้ความจริงก็คิดเป็นตามที่มีการโพสต์ไปแล้ว

ตนให้ทนายความรวบรวมหลักฐานนำมาแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับเพจดัง 1 เพจ และคนที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงคนที่คอมเมนต์และแชร์ข้อความที่เกี่ยวข้องทุกคน ขอยืนยันว่าไม่มีการเจรจายอมความโดยเด็ดขาด”

ประชันไอเดีย!! สกายฟันทราเวล ชวนนักศึกษาส่งแผนการตลาด ชิงทุนการศึกษาและแพคเกจท่องเที่ยวฟรี

เมื่อวันที่ (19 พ.ค. 68) สกายฟันทราเวลในเครือสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าและบริการท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ www.skyfuntravel.com จัดกิจกรรมประกวดแผนการตลาดส่งเสริมการขายแพ็คเกจท่องเที่ยว เชิญชวนนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชา ไม่จำกัดสถาบันการศึกษาและชั้นปี รวมทีมตั้งแต่ 4 – 6 คน เข้าร่วมประชันไอเดียเพื่อชิงทุนการศึกษา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมแพ็คเกจท่องเที่ยวเส้นทางในฝันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.skyfuntravel.com ระหว่างวันที่ 19 – 30 พฤษภาคม 2568 โดยเลือกแพ็คเกจท่องเที่ยวที่สนใจแบบ "Fun & Easy" ซึ่งเป็นแพ็คเกจที่รวมบัตรโดยสารเครื่องบินและที่พักในราคาสุดคุ้ม พร้อมความยืดหยุ่นในการวางแผนการเดินทางด้วยตนเอง จากนั้นผู้สมัครจะต้องส่งคลิปวิดีโอสั้นเชิงสร้างสรรค์ พร้อมอธิบายจุดเด่นและความน่าสนใจของแพ็คเกจที่เลือก ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปร่วมกับผู้บริหารและทีมการตลาดมืออาชีพ เพื่อร่วมกันพัฒนาแผนการตลาดอย่างใกล้ชิด โดยแผนที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกนำไปใช้จริงในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568

นายโทนี่ วัณณะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท สกายฟัน จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมนี้นับเป็นโอกาสอันน่าตื่นเต้นสำหรับนิสิตและนักศึกษาที่มีความสนใจในธุรกิจท่องเที่ยว ให้ได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์จริงในโลกธุรกิจ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวคิดอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสกายฟันในการพัฒนา นำเสนอสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้เดินทาง รวมถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่จุดประกายแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ผ่านหลากหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เดินทางได้อย่างครอบคลุม”
.
สกาฟันทราเวล นำเสนอแพ็คเกจแบบ Fun & Easy อย่างต่อเนื่อง มากกว่า 200 ตัวเลือก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิ Luxury Collection แพ็คเกจที่รวมบัตรโดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจและที่พักระดับ 5 ดาวขึ้นไป Family Collection แพ็คเกจการเดินทางแบบครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งรวมถึงบัตรเข้าชมสวนสนุกและกิจกรรมที่น่าสนใจ Japan Explorer แพ็คเกจบัตรโดยสารเครื่องบินและบัตรโดยสารรถไฟในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีช่องทางให้บริการลูกค้าผ่าน Live Chat เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางผ่านโซเชียลมีเดีย ภายใต้แนวคิด “เพื่อนเที่ยวคนโปรด” ติดตามข่าวสารและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมจากสกายฟันได้ที่ Facebook.com/skyfun.travel 

รองนายกฯ ปากีสถานเยือนจีน ขอบคุณชัยชนะเหนืออินเดีย เตรียมจัดซื้อเครื่องบินรบ-ขอข่าวกรองดาวเทียมเสริมเขี้ยวเล็บ

(20 พ.ค. 68) อิสฮัก ดาร์ (Ishaq Dar) รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน เพื่อหารือกับ ‘หวาง อี้’ รมว.ต่างประเทศจีน และผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ โดยเน้นย้ำความร่วมมือรอบด้าน รวมถึงการพัฒนาในภูมิภาคหลังปากีสถานเอาชนะอินเดียในการปะทะทางอากาศครั้งล่าสุด

การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ แสดงความขอบคุณต่อจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบการรบทางอากาศ โดยเฉพาะเครื่องบิน J-10C ที่สามารถเอาชนะเครื่องบิน Rafale ของอินเดียได้ 3:0 ช่วยให้ปากีสถานพลิกสถานการณ์สงคราม ขจัดหมอกควันและยกขวัญกำลังใจให้กองทัพอย่างมาก

นอกจากขอบคุณแล้ว ปากีสถานยังมุ่งเจรจาเพื่ออัปเกรดกำลังทางอากาศ โดยมีแผนจัดซื้อ J-10C เพิ่มอีก 40 ลำ หรืออาจก้าวไปถึง J-35 แต่ด้วยงบประมาณจำกัด อาจต้องใช้รูปแบบผ่อนชำระ ส่วนชาวปากีสถานเองก็แสดงความตั้งใจบริจาคเงินเพื่อช่วยจัดซื้ออาวุธทันสมัยเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพ

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการเยือนคือ ขอให้จีนสนับสนุนด้านข่าวกรองและดาวเทียมเพิ่มเติม หลังจากที่ปากีสถานสามารถใช้เทคโนโลยีจากจีนตรวจจับความเคลื่อนไหวของกองทัพอินเดียได้อย่างแม่นยำ สร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ภายหลังสงคราม ปากีสถานเดินหน้าร่วมมือกับจีนเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรมใน “ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน” โดยเตรียมเจรจาขอซื้อโดรนติดอาวุธอย่าง Wing Loong-10 และ Rainbow-5 เพื่อป้องกันโครงการสำคัญจากกลุ่มติดอาวุธ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงพันธมิตรที่แน่นแฟ้น พร้อมทลายความฝันของอินเดียในการครองความเป็นผู้นำในเอเชียใต้

ชายเกาหลีวัย 42 ปี แฉชีวิตคู่พังยับ!! เมียเวียดนามหลอกแต่งงาน-แอบค้าบริการ แพร่โรคติดต่อหลังนอนกับผู้ชาย 600 คน

(20 พ.ค. 68) โลกโซเชียลเกาหลีแชร์เรื่องราวของ ‘นายเอ’ (นามสมมุติ) ชายชาวเกาหลีใต้จากเมืองนัมยางจู กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ เมื่อเขาเปิดเผยว่า หลังจากเลิกรากับแฟนที่คบกันมา 12 ปี เขาตัดสินใจแต่งงานกับหญิงสาวชาวเวียดนามผ่านเอเจนซี่ โดยทั้งคู่หมั้นและแต่งงานกันในปี 2022 ก่อนย้ายมาอยู่ด้วยกันที่เกาหลีในปี 2023

หลังใช้ชีวิตคู่ไม่นาน กลับพบพฤติกรรมต้องสงสัย? ภรรยามีอาการป่วยจนพบว่าเธอและสามีติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มมีพฤติกรรมลึกลับ ขอค้างคืนกับ “เพื่อนสนิท” แต่หายไป 3 วันโดยไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อกลับมาก็ไม่ยอมให้สามีตรวจดูโทรศัพท์ แถมยังทำร้ายตัวเอง สุดท้ายสารภาพว่าคบซ้อนกับชายอื่นซึ่งเป็นลูกค้าของเธอในสถานบันเทิง

นายเอพบความจริงสุดสะเทือนใจ! เขาค้นพบว่าภรรยาเคยขายบริการ และยังคงแอบค้าประเวณีอย่างต่อเนื่องกับชายกว่า 600 คน โดยโกหกว่าวัน ๆ ออกไปเรียนหรือทำงานพาร์ทไทม์ ทำให้เขายื่นฟ้องหย่าและเรียกค่าเสียหาย ซึ่งฝ่ายหญิงยอมรับผิดในตอนแรก แต่ภายหลังกลับหลบหนีและตัดการติดต่อทั้งหมด

เรื่องราวถูกแชร์เพื่อเตือนภัยสังคม เกิดเสียงเรียกร้องขับไล่หญิงแฝงตัว! นายเอเปิดเผยเรื่องราวเพื่อเตือนชายเกาหลีไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก โดยชี้ว่า หากอดีตภรรยายังอยู่ในประเทศ อาจมีเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติม กระแสโซเชียลในเกาหลีใต้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบเจ้าสาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อค้าบริการ และดำเนินการเนรเทศออกนอกประเทศทันที

GDH ขายลิขสิทธิ์ ‘หลานม่า’ ให้ Miramax สตูดิโอดังเตรียมรีเมกเป็นเวอร์ชันฮอลลีวู้ด

เมื่อวันที่ (17 พ.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'มิราแม็กซ์' (Miramax) สตูดิโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ระดับโลก ประกาศว่าได้รับลิขสิทธิ์ในการรีเมกภาพยนตร์ 'หลานม่า' พร้อมระบุว่า หลานม่า เป็นภาพยนตร์ที่มีความพิเศษ และล้ำค่าเหมือนอัญมณี ทั้งตลก ลึกซึ้ง และสะเทือนใจในเวลาเดียวกัน และหวังว่าฉบับรีเมกจะพาครอบครัวหลายรุ่นมารวมตัวกันในโรงภาพยนตร์ได้เหมือนเช่นต้นฉบับจากประเทศไทย ด้าน 'พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ' ผู้กำกับหลานม่า เปิดเผยว่า ตกใจมากที่หนังไปไกลขนาดนี้ แต่มันทำให้รู้ว่าคนทั่วโลกยังมีคุณค่าบางอย่างร่วมกันที่ไม่ต้องมีพรมแดนทางวัฒนธรรมมาขวางกั้น

ภาพยนต์ 'หลานม่า' ภาพยนตร์ไทยซึ่งเคยผ่านเข้ารอบคัดเลือกรางวัลออสการ์ ผลงานของผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ และสตูดิโอภาพยนตร์ไทย GDH พร้อมได้ทัพนักแสดงมากฝีมือมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวอย่าง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล , แต๋ว อุษา เสมคำ  โดย 'หลานม่า' ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย โดยการมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม และได้ผ่านเข้าสู่รอบ 15 เรื่องสุดท้าย หลังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและในหลากหลายประเทศทั่วโลก

ภาพยนต์ 'หลานม่า' ยังได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศเป็นอันดับที่ 11 ด้วยรายได้กว่า 339 ล้านบาท ขณะที่การนำภาพยนตร์ออกฉายในต่างประเทศก็สามารถทำรายได้ไปแล้วมากกว่า 1,600 ล้านบาท  และยังคว้ารางวัลมาได้ในหลากหลายเวทีทั้งในไทยและระดับนานาชาติ อาทิเช่น  รางวัล Audience Award จากเวที New York Asian Film Festival ครั้งที่ 23 และรางวัล Best Picture และ Best Original Screenplay ในงานประกาศรางวัล The 61st Asia Pacific Film Festival ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความสำเร็จ และความโด่งดังจนถูกซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปรีเมกในรูปแบบฉบับของสตูดิโอดังจากฮอลลีวูด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top