Friday, 19 June 2026
TheStatesTimes

‘เท้ง’ แนะ!! ‘อิ๊งค์’ สิ่งที่ควรทำมากกว่า ไลฟ์สดขายทุเรียน คือต้องเปิดตลาดใหม่ อย่าพึ่งพิงแค่ตลาดจีน ประเทศเดียว

(18 พ.ค. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ไลฟ์ขายทุเรียน ที่จ.จันทบุรี เมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) ว่า เรื่องทุเรียน คนนำเข้าหลักๆ คือประเทศจีน ซึ่งคู่แข่งที่สำคัญคือประเทศเวียดนาม

ดังนั้น ตอนนี้ถ้าเราดูสิ่งที่รัฐบาลเวียดนามสนับสนุนเกษตรกรในประเทศของเขา เขาพยายามที่จะมีเงินอุดหนุนให้เกษตรกรตามชนิดพืชที่ปลูกแล้วมีมูลค่ามากขึ้น พูดง่ายๆ คือเปลี่ยนให้ไปปลูกทุเรียน เพื่อมาแข่งกับไทย

แต่เมื่อดูบริบทที่ประเทศไทย ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีมูลค่า แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เห็นการยกระดับหรือช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่าที่ควร เกษตรกรอยู่รอดด้วยตัวเอง เพราะคนจีนชอบบริโภคและมองว่าทุเรียนเป็นสินค้าที่มีมูลค่าทานแล้วดีต่อสุขภาพ

“ถ้าจะให้ผมเสนอแนะ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำมากกว่าการไลฟ์สด วัตถุประสงค์ของการไลฟ์สดคือช่วยขยายตลาด แต่ตลาดปัจจุบันเราส่งออกไปจีนโดยส่วนมากอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำมากกว่า คือการเปิดตลาดใหม่ เช่น ประเทศอินเดีย ก็มีประชากรเยอะ และเป็นประเทศที่บริโภคผลไม้อาหารต่างๆ ที่มีรสจัดอยู่แล้ว มองหาทางเลือกใหม่ๆ เป็นไปได้หรือไม่

อย่าไปพึ่งพิงที่ตลาดประเทศจีนประเทศเดียว เพราะเราเห็นผลกระทบที่ตามมา เมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลจีนมีมาตรการในการกีดกันทุเรียนนำเข้า เราก็จะได้รับผลกระทบ เพราะเราพึ่งพาอยู่ตลาดเดียว ดังนั้น สิ่งที่จำเป็น เราจะช่วยลดต้นทุนเกษตรกร เพิ่มผลผลิตต่อไร่แล้วต้องขยายตลาดออกไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาประดิษฐาน ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิมเป็นการชั่วคราว

(17 พ.ค. 68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมรูปหล่อ (เท่าพระองค์จริง) สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาประดิษฐาน ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม เป็นการชั่วคราว โดยมี พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี…

ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 (ฐตร.ทรภ.1) ได้ขอความอนุเคราะห์มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม นำพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่จัดสร้างขึ้น ประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ก่อนจะนำไปประดิษฐานเป็นการถาวร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพล ณ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด

พระรูปที่นำมาประดิษฐานในครั้งนี้ทรงบัลลังก์เนื้อทองเหลืองขนาดเท่าองค์จริง ดำเนินการจัดสร้างโดยฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดตราด ตลอดจนเป็นที่สักการะบูชาของกำลังพลกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป รวมถึงเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้กำลังพลยึดมั่นในความกล้าหาญ อดทน เสียสละ และปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ

โอกาสนี้ กองทัพเรือ และมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาสักการะพระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นกรณีพิเศษ ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม โดยสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนมาติดต่อขอแลกบัตรเข้าพื้นที่ ได้ที่กองรักษาการณ์ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โดยสามารถเข้าสักการะได้ ตั้งแต่ 17 ถึง 22 พฤษภาคม 2568 ระหว่างเวลา 09:00 น. ถึง 15:30 น.

สมนึก เชื้อสนุก  รายงาน

สมุทรปราการ-ดร.วีร์สุดา นายกบางพลีใหญ่ แถลงผลงาน 4 ปี เดินหน้าพัฒนาด้านการศึกษา นำพาชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

(18 พ.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล แถลงผลงาน 4 ปี ที่ผ่านมา ให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลบางพลีใหญ่ได้รับทราบ โดยได้จัดแถลง ณ ลานเอนกประสงค์โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ภายในงานได้มีการจัดบูธนิทรรศการ ซึ่งเป็นผลงาน 4 ปี แห่งการพัฒนา ของทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ โดยมีประชาชนจำนวนหลายร้อยคนเดินทางมาร่วมรับฟังการแถลงผลงานในครั้งนี้

โดยทางด้าน ดร.วีร์สุดา นายก อบต.บางพลีใหญ่ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งถือเป็นการกระจายอำนาจการบริหารมาสู่ส่วนท้องถิ่นในระดับต่างๆ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ตระหนักถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น 

โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญในด้านต่างๆ ไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ 2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และความปลอดภัยในชุมชน 3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น 4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต การศึกษา และส่งเสริมการกีฬาและนันทนาการ 5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการบริหารจัดการที่ดีนับตั้งแต่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในตำบลบางพลีใหญ่ให้ได้มีโอกาสเข้ามารับใช้ 

นอกจากนี้ คณะสมาชิกสภาเทศบาล คณะผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานส่วนตำบล ลูกจ้าง พนักงานจ้างทุกคน รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้รับใช้พี่น้องชาวตำบลบางพลีใหญ่พร้อมทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ที่จะผลักดันความเจริญก้าวหน้ามาสู่ท้องถิ่นของเรา ตลอดจนแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความสะดวกสบาย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในนามของผู้บริหารท้องถิ่น การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ได้นำเอาปัญหาความต้องการของประชาชนในการตอบสนองความต้องการ ผ่านที่ประชุมประชาคม โดยผ่านมติของสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ในการจัดสรรงบประมาณแต่ละหมู่บ้านโดยทั่วถึงกัน 

สำหรับในอนาคตองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ จะจัดทำโครงการก่อสร้างโรงเรียนอนุบาล ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ และจัดสร้างศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ข้างเมกาโฮม ถนนบางพลี ตำหรุ โดยได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินไว้แล้ว 

ทั้งนี้การจะบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดพร้อมๆ กับการแก้ไขปัญหารวมถึงกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพราะนโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่นที่ดีย่อมขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนมิได้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนตำบลบางพลีใหญ่ ทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนกับ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ของเราตลอดเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ฯ เปิดโครงการนำร่องจัดการขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิด และการจัดการอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ

(18 พ.ค. 68) พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ที่ปรึกษาพิเศษ ทร./ประธานกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของ ทร. (ปษ.พิเศษ/ประธาน กพอ.ทร.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการจัดการขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิดอย่างยั่งยืน และการจัดการอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยี ชีวภาพในสภาพควบคุมสิ่งแวดล้อมด้วยแมลงทหารดำ 

โดยมี น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) และผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ในพื้นที่สัตหีบให้การต้อนรับ ณ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ขออนุญาตดำเนินโครงการฯ 

จากกองทัพเรือ ร่วมกับบุคลากรของ ศฝท.ฯ และ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ตั้งแต่ 1 ก.พ.68 เป็นต้นมา โดยใช้พื้นที่ ในศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศฝท.ยศ.ทร. ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการนำร่องในหน่วยของกองทัพเรือ 

แมลงทหารดำ มีวงจรชีวิตที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ คือ ตัวหนอน โดยมีลักษณะคล้ายกับหนอนทั่วๆ ไป อาหารของหนอน ประกอบด้วย เศษพืชผัก ผลไม้ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการกินและย่อยขยะอินทรีย์ได้จำนวนมากและรวดเร็ว ซึ่งหนอนมีโปรตีนสูง สามารถนำไปเลี้ยงสัตว์ได้หลากหลายประเภท อาทิ เป็ด ไก่ ปลา สุกร และอื่นๆ สามารถประหยัดต้นทุนและเป็นการทดแทนอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน อีกทั้งสัตว์ที่บริโภคหนอนได้ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีแผนงานในการสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ แก่ หน่วยงานในกองทัพเรือ , หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนที่สนใจ เข้ามาศึกษาแนวทางในการดำเนินการดังกล่าว เพื่อการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างรายได้อีกด้วย

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมด้านองค์ความรู้ในด้านอาชีพและการกำจัดขยะในครัวเรือน เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2568 ด้านสวัสดิการและบริการกำลังพล ในการส่งเสริมอาชีพให้แก่กำลังพลของกองทัพเรือ และครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เช่นการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้าน เพื่อรวมตัวกันประกอบอาชีพ การอบรมหลักสูตรเกษตรเฉพาะอย่าง และการขายสินค้า เป็นต้น
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#เทิดทูนสถาบัน_ป้องกันรัฐ_พัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา 
#Monarchy_Country_Government_People  
#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ  
#NAVYSAFETY2025 
#ศูนย์ฝึกทหารใหม่_กรมยุทธศึกษาทหารเรือ  
#RTC #Recruit_Training_Center

ผู้ว่าฯ สงขลา พร้อม วปอ.66 สร้างสะพานบุญสู่ท้องถิ่น ร่วมทอดผ้าป่า-มอบทุนช่วยเด็กเปราะบาง พัฒนาวัดสุวรรณคีรี

เมื่อวันที่ (18 พ.ค. 68) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำคณะนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 66 กลุ่มนกเค้าแมว จัดกิจกรรม CSR ณ วัดสุวรรณคีรี ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดยมีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำรายได้ไปพัฒนาวัดและส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

ภายในงานมีการมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือให้กับนักเรียนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ รวมถึงการแจกเครื่องกรองน้ำ เสื้อกีฬา และเงินสงเคราะห์แก่เด็กในครอบครัวยากจน 30 ราย รวมเป็นเงิน 90,000 บาท โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

สำหรับยอดเงินจากการทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ มียอดเบื้องต้นอยู่ที่ 322,375 บาท ซึ่งจะนำไปใช้ในการบูรณะและพัฒนาสิ่งปลูกสร้างของวัดสุวรรณคีรี ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจและสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาในชุมชนต่อไป

ทั้งนี้ วัดสุวรรณคีรีเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาวสงขลา ก่อตั้งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังคงเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นมาจนถึงปัจจุบัน

‘วิว’ กุลวุฒิ ตั้งเป้าป้องกันแชมป์โลก หลังซิวแชมป์ไทยแลนด์ โอเพน สมัยที่ 2

เมื่อวันที่ (18 พ.ค. 68) ‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มือ 2 ของโลก เอาชนะ แอนเดอร์ส แอนทอนเซน มือ 3 ของโลกจากเดนมาร์ก ไปอย่างสนุก 2-1 เกม 21-16, 17-21, 21-9 ในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันไทยแลนด์ โอเพน 2025 ที่อาคารนิมิบุตร คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 หลังเคยทำได้เมื่อปี 2023

แม้ก่อนหน้านี้วิวจะมีสถิติเป็นรอง โดยชนะคู่ปรับรายนี้เพียงครั้งเดียวจาก 7 หน และแพ้มาตลอด 4 เกมหลังสุด แต่ด้วยฟอร์มและเสียงเชียร์จากแฟนๆ เจ้าตัวสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ พร้อมรับเงินรางวัล 1,170,000 บาท และถือเป็นแชมป์รายการที่ 3 ของเจ้าตัวในปีนี้ ต่อจากอินโดนีเซีย มาสเตอร์ และแบดมินตันชิงแชมป์เอเชีย

เจ้าวิวเปิดเผยหลังจบเกมว่า แม้จะเป็นแมตช์ที่กดดัน แต่แรงเชียร์ของแฟนแบดฯ ไทย ช่วยเติมพลังให้สู้จนคว้าชัยได้ พร้อมตั้งเป้าสำคัญคือการป้องกันแชมป์โลกที่จะจัดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ให้ได้อีกสมัย แม้รู้ดีว่าเป็นงานยากแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด

‘แอนนี่ บรู๊ค’ ย้อนเล่าเรื่องราวแห่งโอกาสในชีวิต หลังได้รับทุนเรียนต่อใน รร.เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์

เมื่อวันที่ (18 พ.ค. 68) แอนนี่ บรู๊ค ดารานักแสดง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตว่า แอนเคยได้รับทุนจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ไม่ใช่แค่ทุนการศึกษา แต่คือแสงสว่างในอุโมงค์มืด ในวันที่โลกยังไม่เท่าเทียม และแอนโชคดีที่ได้อยู่ในแสงสว่างนั้น โอกาสนี้หล่อหลอมให้แอนเติบโตและเดินบนเส้นทางที่ควร

“ขอบคุณที่เคยเชื่อในเด็กคนหนึ่ง... ที่วันนี้ยังไม่ลืมคุณค่าของโอกาสนั้นเลยค่ะ”

แอนนี่ ยังบอกเพิ่มเติมว่า เดิมโรงเรียนแห่งนี้ชื่อว่าโรงเรียนเซนต์ปอลเดอร์ชาร์ท และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ หรือ อร.  โดยแอนเป็นนักเรียนรุ่นที่ 1 รุ่นบุกเบิกโรงเรียน ผู้ดูแลเป็นมาเซอร์ อยู่ในศาสนาคริสต์คาทอลิก แต่ไม่ว่าจะศาสนาไหนทุกคนอยู่ที่นี่เท่าเทียมกันหมด

พร้อมทั้งได้ยกย่องครูที่นำทางแสงสว่าง มีชื่อว่า ครูสมัย วิไลศักดิ์ โดยครูเป็นคนไปขอแม่ว่าเด็กมันเรียนดีเป็นเด็กดี ครูขอนะ เพราะในตอนนั้นแม่กำลังจะส่งแอนไปทำงานเป็นแม่บ้านในกรุงเทพฯ ครูจึงบอกว่า ขอให้เด็กได้ไปเรียนต่อ 

“หนูไม่รู้ว่าตอนนี้ครูสมัยอยู่ไหน แต่หนูซาบซึ้งในพระคุณมากๆค่ะ”

BYD ตั้งศูนย์กลางยุโรปแห่งใหม่ในฮังการี ดันเป็นฐานผลิต-ทดสอบรถ EV ครบวงจร

(19 พ.ค. 68) BYD บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของจีน ประกาศแผนจัดตั้งศูนย์กลางยุโรปแห่งใหม่ในประเทศฮังการี โดยซีอีโอและประธานบริษัท หวัง ฉวนฝู เปิดเผยในงานแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีฮังการี วิกเตอร์ ออร์บาน ที่กรุงบูดาเปสต์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

CEO หวังระบุว่า ศูนย์กลางแห่งใหม่นี้จะสร้างงานกว่า 2,000 ตำแหน่ง และจะมีบทบาทสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นศูนย์กลางด้านการขายและบริการหลังการขาย การทดสอบผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาเวอร์ชันของรถยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในยุโรป โดยโครงการนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ BYD ที่จะขยายฐานในทวีปยุโรปอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้ BYD ได้เปิดโรงงานแห่งแรกในยุโรปเมื่อปี 2016 ที่เมืองโคมารอม ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฮังการี โดยเน้นการประกอบรถโดยสารไฟฟ้าเป็นหลัก ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานแห่งที่สองในประเทศ ซึ่งจะเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งถือเป็นการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้

ทั้งนี้ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีออร์บัน ฮังการีได้กลายเป็นพันธมิตรด้านการค้าและการลงทุนที่สำคัญของจีนในยุโรป แตกต่างจากบางประเทศในสหภาพยุโรปที่เริ่มถอยห่างจากจีน ออร์บานเริ่มกระชับความสัมพันธ์กับปักกิ่งตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2010 และนโยบายดังกล่าวได้นำไปสู่กระแสการลงทุนจากจีนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

‘โจ ไบเดน’ ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก ชนิดรุนแรง ขณะที่แพทย์ตรวจพบลุกลามเข้าสู่กระดูกแล้ว

(19 พ.ค. 68) สำนักงานส่วนตัวของโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าไบเดนได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ชนิดรุนแรง เมื่อวันศุกร์ (16 พ.ค.) โดยมีลักษณะตามคะแนนกลีสัน (Gleason) ที่ 9 (กลุ่มระดับ 5) ซึ่งจัดอยู่ในขั้นรุนแรง และได้ลุกลามเข้ากระดูกแล้ว

รายงานระบุว่าก่อนหน้านี้ไบเดนมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ นำสู่การที่แพทย์ตรวจพบ "ตุ่มเนื้อขนาดเล็ก" บริเวณต่อมลูกหมาก โดยแม้เป็นมะเร็งชนิดรุนแรง แต่ยังตอบสนองต่อฮอร์โมน จึงสามารถดำเนินการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไบเดนและครอบครัวกำลังหารือทางเลือกร่วมกับทีมแพทย์

อนึ่ง ไบเดน อายุ 82 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างเดือนมกราคม 2021-มกราคม 2025 โดยเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

นายกฯ รับรายงานอินโดฯจับเรือประมงขนยาเสพติด ด้าน ศรชช. ยันเรือ 'Aungtoetoe99' ไม่ใช่เรือไทย

นายกฯ รับทราบรายงานเรือประมง ‘Aungtoetoe99’ โดนจับขนยาเสพติดที่อินโดฯ ศรชล. ยันไม่ใช่เรือไทย ย้ำรัฐบาลร่วมมือกับทุกประเทศจัดการกับผู้กระทำความผิดในทุกมิติ

(19 พ.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้รับรายงานจาก พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศรชล. และ พลเรือตรีจุมพล นาคบัว โฆษก ศรชล. ว่า ตามที่มีข่าวกองทัพเรืออินโดนีเซียจับกุมเรือประมงต่างชาติที่ลักลอบขนยาเสพติด จำนวน 1.9 ตัน ในเขตน่านน้ำอินโดนีเซีย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ประสานศูนย์ข่าวสารทางทะเล และศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ

โดยได้รับแจ้งจากสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอินโดนีเซียว่าเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 68 กองทัพเรืออินโดนีเซีย ได้เข้าจับกุมเรือประมงต่างชาติชื่อ Aungtoetoe99 ตามข่าวสื่อมวลชนในอินโดนีเซีย รายงานข่าวอ้างว่าเป็นเรือประมงไทย ในเขตน่านน้ำ Salat Durian หมู่เกาะเรียวของประเทศอินโดนีเซีย และค้นพบยาเสพติด 1.9 ตัน มูลค่า 428 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) และจับกุมผู้ควบคุมเรือ โดยกล่าวอ้างว่าเป็นชาวไทย 1 คน ลูกเรือชาวเมียนมา 4 คน ทุกคนไม่มีเอกสารประจำตัว

นายกรัฐมนตรีได้รับรายงาน จากศูนย์ปฏิบัติการของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศปก.ศรชล.) ซึ่งได้ตรวจสอบฐานข้อมูลเรือประมงไทยแล้ว ไม่ปรากฏชื่อเรือดังกล่าวอยู่ในระบบข้อมูลเรือประมงของไทย จึงได้ประสานการตรวจสอบกับหน่วยงานต่างประเทศ และหน่วยงานภายในประเทศ ว่าเรือประมงดังกล่าวมีสัญชาติใด และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาร์กาตา กำลังประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ อินโดนีเซียว่าผู้ควบคุมเรือเป็นชาวไทยจริงหรือไม่ เนื่องจากมีความไม่ชัดเจนเรื่องสัญชาติของไต้ก๋งเรือ เพราะกรมข่าวทหารของไทยค้นหาชื่อ “บ่าวพร กิ่งแก้ว” ในระบบทะเบียนราษฎร์ไม่พบ ว่ามีการจดทะเบียนแต่อย่างใด และล่ามแจ้งข้อมูลมาว่า ไต้ก๋งให้การว่าเกิดที่เมียนมา มีพ่อหรือแม่เป็นคนเมียนมา แต่พักอาศัยอยู่ที่ระนอง โดยมีบัตรประชาชนของทั้งเมียนมาและไทย

“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุดต่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและแรงงานภาคการประมง (IUU Fishing) โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ จะดำเนินการตามกฎหมายโดยขั้นเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานในการกระทำความผิดทางทะเล และจะร่วมมือกับทุกประเทศเพื่อสกัดกั้นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประโยชน์จากช่องทางทางทะเลอย่างเข้มงวด” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top