Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

ฉะเชิงเทรา-สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบรถวีแชร์ ให้กับคนพิการและกลุ่มเปราะบางในจังหวัดฉะเชิงเทรา

วันนี้ 15 ก.พ. 67 ที่ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา นายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานพิธีมอบรถวีแชร์พื่อมอบให้ให้กับคนพิการและกลุ่มเปราะบางในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายจีรทัศน์ แจ่มไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ

โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าเนื่องด้วยปีมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา  (ผู้ร่วมบริจาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 72 คัน มูลค่า 192,600 บาท) และจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา วาระปี 2567 – 2569  ณ ห้องชลธี 1  โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เวลา 14.00 – 15.00 น. จัดการรับฟังบรรยายพิเศษ เรื่อง  “ทิศทางยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมภาคตะวันออกและการขับเคลื่อน EEC” โดย ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ เวลา 15.00-17.00 น. ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารฯ วาระปี 2567 – 2569 ต่อไป

17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 สิ้น ‘พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น’ ศิลปินแห่งชาติ ผู้อยู่เบื้องหลังสร้างพระเมรุ ‘สมเด็จย่า-พระพี่นาง-เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ’

วันนี้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลาประมาณ 05.40 น. พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์) สาขาย่อย สถาปัตยกรรม ประจำปี 2541 ในวัย 71 ปี ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างต่อเนื่อง และญาติได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร พร้อมทั้งขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในเย็นวันนี้ เวลา 15.00 น. 

ทั้งนี้ พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2485 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดราชโอรส เมื่อ พ.ศ. 2499 ต่อมาได้เข้าศึกษาในโรงเรียนช่างศิลป และศึกษาสถาปัตยกรรมไทยจนได้รับปริญญาศิลปบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรมไทย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2507 ซึ่งในสมัยนั้นยังมิได้สถาปนาเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ดังเช่นปัจจุบัน

เมื่อจบการศึกษาและทำงานเป็นผู้ออกแบบเล็กๆ น้อยๆ กับสถาปนิกรุ่นพี่มาระยะหนึ่ง เห็นว่าไม่ค่อยมั่นคงจึงสมัครเข้ารับราชการเป็นสถาปนิกประจำกองทัพอากาศอยู่นาน 9 ปี จนติดยศเรืออากาศเอก โดยพลอากาศตรี อาวุธ ได้เคยเล่าเกร็ดชีวิตทหารให้ฟัง ในวันงานเลี้ยงเชิดชูเกียรติ โดยสภาสถาปนิกครั้งหนึ่งว่า

เป็นโชคร้ายหรือโชคดีก็ไม่ทราบ ที่ในเช้าวันหนึ่ง เกิดมองไม่เห็นทหารชั้นนายพลผู้บังคับบัญชาที่เดินสวนมา จึงไม่ได้ยืนตรงทำความเคารพ เลยถูกสั่งขังเสียหลายวัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ได้โอนมาเป็นนายช่างศิลป์ สังกัดกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. 2518 

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2521 ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบูรณปฏิสังขรณ์ ในกองสถาปัตยกรรมไทย ในกรมศิลปากรนั้นเอง และได้เจริญเติบโตเรื่อยมา จากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณปฏิสังขรณ์ ระดับ 9 จนเป็นอธิบดีกรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2544 และมาดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และบูรณปฏิสังขรณ์สถาปนิกระดับ 10 เมื่อ พ.ศ. 2545 และเกษียณอายุราชการในปีนั้น

พลอากาศตรี อาวุธ มีผลงานมากมาย โดยเฉพาะผลงานสำคัญ ด้านการอนุรักษ์โบราณสถานของชาติ และออกแบบงานด้านสถาปัตยกรรมไทย เช่น

งานบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์, งานบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งได้เป็นผู้รับผิดชอบในการบูรณปฏิสังขรณ์ โบราณสถานแห่งชาติที่สำคัญอีกหลายแห่ง

ส่วนงานออกแบบด้านสถาปัตยกรรม เช่น ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง พระที่นั่งสันติชัยปราการ ในสวนสันติชัยปราการ, พระอุโบสถ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ฯลฯ 

และงานออกแบบด้านสถาปัตยกรรมที่ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกคนจดจำคือ เป็นผู้ออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างพระเมรุมาศ ทรงปราสาทจตุรมุขยอดเกี้ยว และอาคารรายรอบที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

เป็นหัวหน้าคณะทำงานออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 

และเป็นหัวหน้าผู้ออกแบบพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 

ในด้านการเผยแพร่วิชาความรู้ ด้านสถาปัตยกรรมไทย และการอนุรักษ์ พลอากาศตรี อาวุธ ได้เป็นอาจารย์พิเศษ ที่เป็นกำลังสำคัญ ที่ภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย ให้คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่จบการศึกษามา นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้บรรยาย และเป็นวิทยากรในกิจกรรมทางวิชาการมากมาย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ พ.ศ. 2550 ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.) และ พ.ศ. 2551  มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

‘ติ๊กต็อกดัง’ ชำแหละ!! กลยุทธ์ ‘กระบวนการล้มเจ้า’ มักคอย ‘ด้อยค่า-ลดบทบาท-ลดความสำคัญ’

(15 ก.พ.67) ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อก ‘Spark Update’ ได้โพสต์คลิปเกี่ยวกับขบวนเสด็จฯ โดยระบุว่า…

ถ้าใครอายุ 35 เกินไปแล้วสัก 36-37 ปี ก็จะเห็นภาพชินตาซึ่งก็คือพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงงานหนักมาก บินไปนู้นไปนี่ ไปทํานู่นทํานี่ แต่เราไม่บอกหรอกว่าท่านทําอะไรบ้าง…

ทั้งนี้ แล้วกระบวนการล้มเจ้ามีจริงเหมือนที่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ พูดไหม? มีตลอดเวลา…แต่เราอาจจะไม่รู้ตัว ซึ่งปกติสมมติว่าเราต้องไปชกหรือสู้อะไรกับใครสักอย่าง มันต้องมีหลายกลยุทธ์ และกลยุทธ์ที่ทําได้ง่ายที่สุดนั่นก็คือการไปด้อยค่า ไปลดบทบาท ลดความสําคัญ ทำให้สิ่งที่เราจะไปโจมตีหรือทําลายเกิดไร้ค่า ไม่มีค่า ด้อยค่า และขั้นตอนแรก พวกเธอจงรักภักดีและคอยปกป้องใช่ไหม? พวกเธอคือ ‘สลิ่ม’ คือคนไม่เก๋ ไม่อินเทรนด์ ไม่เลิศ หรือพวกเธอจงรักภักดีใช่ไหม? พูดเรื่องพระราชกรณียกิจ เทิดทูนบูชาองค์สถาบันใช่ไหม? พวกเธอคือ ‘โขนเจ้า’

ฉะนั้นแล้ว สังคมต้องตื่นรู้แล้วว่าพวกนี้มันคือวาทกรรมกระบวนการลดทอนคุณค่า และเป็นกระบวนการแยกคนออกจากสังคม รัฐบาลที่มาจากประชาชนสิ่งแรกที่ควรทำเลยคือการหลอมร่วมใจคนไทยให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยก่อน ซึ่งเราไม่ต้องไปนั่งพูดถึงหรอกว่ากรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านทําอะไรมาบ้าง เพราะไม่ว่าจะเป็น เรื่องผู้ยากไร้ทางการศึกษา ทําให้คนมีงานทําเท่าไหร่ คนบนดอยไม่ต้องไปปลูกฝิ่นเป็นโครงการหลวง ซึ่งไม่ต้องไปพูดถึงแล้ว มันเป็นเรื่องที่หาได้ในอินเทอร์เน็ต แต่จะหารึเปล่า? กล้าที่จะพูดถึงเรื่องของคนทําความดีหรือเปล่า? มันกลายเป็นไม่อินเทรนด์ไปซะตั้งแต่เมื่อไหร่…

ดังนั้น ต้องมีสติในการครองตนก่อนอันดับหนึ่ง การด้อยค่าง่ายที่สุดก็คือไม่เข้าพวก ไม่เก๋ นี่ก็คือการลดบทบาท ลดทอนคุณค่าของสถาบันที่ง่ายที่สุด คือใช้ปากคนที่ไม่ทําอะไรเลยแลกไปทําร้ายทําลายองค์สถาบันที่มีคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเรา ชีวิตเธอ เธอเล่าได้ร้อยคนพันคน เธอเคยไปช่วยคนจมน้ำไม่ให้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียวก็เล่าไปสามบ้านแปดบ้าน ครอบครัวก็ภาคภูมิใจสุด ๆ เชื้อพระวงศ์เขารับคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์เท่าไหร่ ปี ๆ หนึ่งคนรอดตายเท่าไหร่? เหตุการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ นา ๆ ท่านลงไปในพื้นที่ช่วยคนเท่าไหร่? เอาแค่นี้ บ้านเมืองเรามันแข็งแรงมากพอที่จะไม่มีองค์สถาบันไม่ได้หรอก สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นกี่ครั้ง ทําไมต่างชาติไม่ถอนการลงทุน เพราะเขารู้ว่าคนไทยยังมีสถาบันที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจอยู่ เวลาที่มีความวุ่นวายตีกันในประเทศ ถ้าลองเป็นประเทศอื่นวุ่นวายกันขนาดนี้ รบกัน สงครามกลางเมือง เขาถอนการลงทุนไปหมดแล้ว แต่นี่ยังอยู่…แต่ถ้าใครคิดเป็นก็จะรู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ถ้าใครคิดไม่ได้ก็คือไม่ได้อยู่อย่างนั้น และการด้อยค่าว่าทําแบบนั้นเท่แบบนี้เท่เราจะต้องเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งทุกคนมีหมด แต่มันควรอยู่ในกรอบที่เหมาะสมและเหมาะกับบริบทไหม?

เช่นนั้นแล้ว ประเทศเราไม่มีความสิทธิเสรีภาพตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูอย่างพม่า พระออกมายิงจนจีวรปลิว ถามว่าเราอยู่ในบริบทแบบนี้ ทําหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เป็นนักศึกษาตั้งใจเรียน ถ้ารู้สึกอยากพัฒนาชาติ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศ มีเป้าหมายแบบนี้ ก็ไปลงสมัครพรรคการเมือง ไปเป็นสมาชิกพรรค ไปขับเคลื่อน เป็นเอ็นจีโอ ไปดูซิแก้รัฐธรรมนูญไปถึงไหน ไปดูซิว่าเราจะทลายทุนผูกขาดด้วยกฎหมายอะไรได้บ้าง ปรับโครงสร้างระบบค่าน้ำค่าไฟ ทําตัวให้เป็นผู้เชี่ยวชาญไปเลย หากมีความเชี่ยวชาญด้านนี้ 1 2 3 4 ตั้งใจจะตั้งมูลนิธิมาเพื่อจะทําให้คนไม่ตกงาน 1 ล้านคน ตั้งเป้าไปเลยทําให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีนวัตกรรมสามารถทําคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) ได้ ก็ควรไปทําประโยชน์อย่างนี้ดีกว่า… ไปทําให้มันสร้างสรรค์ เพราะการเคลื่อนไหวเราสามารถทําในอย่างอื่นได้ ซึ่งเราไม่พูดถึงเรื่องที่มันไกลตัวเรามาก ๆ เอาเรื่องทั่วไป เพราะบนโลกใบนี้มันเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีมิตรแท้ไม่มีศัตรูถาวร อะไรก็เกิดขึ้นได้หมด

สุดท้ายอีกอย่างหนึ่งที่บอกเกี่ยวเสมอว่าเราต้องยึดแกนหลักก่อน ว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนเป็นเจ้าของอํานาจ พระมหากษัตริย์ใช้อํานาจนั้นผ่านรัฐสภา ผ่านคณะรัฐมนตรี ผ่านศาล ผ่านอะไรต่าง ๆ ซึ่งต้องยึดหลักตรงนี้ให้มั่นและตั้งสติ…

ลำปาง-ตร.ลำปางแถลงผลจับกุมยาบ้า 5 แสนเม็ด ผตห. 3 คน จากจ.เชียงรายส่งปลายทางจ.ตาก

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 ก.พ. 2567 ที่ กก.ภ.จว.ลำปาง แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 3 คน รถยนต์ 2  คัน ของกลางยาบ้าประมาณ 500,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง โดยมี พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา  นวตระกูลพิสุทธิ์  ผบก.ภ.จว.ลำปาง เป็นประธานแถลง พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.อนุพันธุ์ กันถารัตน์ ผกก.สภ.แม่พริก พ.อ. วิชาญ ศรีภัทรางกูร รอง ผอ.กรมน.จว.ลำปาง(ท),พ.อ.บรรจง คะวงศ์ดอน รองเสนาธิการ มทบ.32 นายกองตรีปิยะวุฒิ พิทักษ์บริบาล นอภ.แม่พริก หน่วยงาน ป.ป.ส.ภาค 5 และ ตร.ศูนย์พิสูตรหลักฐาน 5 ลำปาง ร่วมแถลง

ตามนโยบายรัฐบาลโดยนายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.รับบัญชานำข้อสั่งการไปสู่การปฏิบัติ ตร.ภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ป.ป.ส.ภาค 5 และ ตร. สภ.แม่พริก จ.ลำปาง บูรณาการกำลังร่วมกัน

ทั้งนี้เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 13 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา ตำรวจด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก จ.ลำปาง จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย คือ นายศตวรรษ นายอัครรงค์ และ นายวิทยา ชาว จ.ลำพูน ต่อเนื่องบนถนนพหลโยธินสายลำปาง-ตาก(ขาล่อง)บ้านนาตาโพ ต.วังจันทร์ อ.สามเงา จ.ตาก พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3 กระสอบ รวมประมาณ 500,000 เม็ด โดยก่อนการจับกุม ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้รับจ้างขนยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ในช่วงเวลาประมาณใกล้รุ่งวันดังกล่าว โดยจะมีรถยนต์กระบะนำเส้นทาง ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตาม ชุดตั้งจุดสกัดบนถนนสายรอง อ.แม่พริก - อ.เถิน จ.ลำปาง และชุดปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจฯโดยเพิ่มความเข้มข้นและคัดกรองรถตามเป้าหมายตามที่ได้รับแจ้ง กระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น.วันที่ 13 ก.พ.2567  ตำรวจชุดติดตามแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน บม 5362  ลำพูน ขับนำทางมาตามเส้นทางบนถนนพหลโยธินสายลำปาง-ตาก  มุ่งหน้ามายังด่านตรวจฯ จึงได้วางแผนปล่อยให้ผ่านด่านตรวจฯไปก่อน โดยมีตำรวจชุดหนึ่งติดตามไป ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน 3ขข-4173 กรุงเทพฯคันเป้าหมายแล่นมาถึงด่านตรวจฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ พบผู้ขับขี่มีพิรุธ จึงได้แจ้งให้คนขับลดกระจกด้านหลังลงเพื่อตรวจสอบภายในรถพบมีกระสอบฟางลักษณะคล้ายกับกระสอบบรรจุยาเสพติด จึงขอตรวจแต่ผู้ขับขี่ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีออกจากด่านตรวจฯอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดจึงได้ขับรถยนต์ไล่ติดตามจนสามารถสกัดรถยนต์และจับกุมคนขับไว้ได้ดังกล่าว

ต่อมาได้ควบคุมผู้ขับขี่รถยนต์กระบะทราบชื่อนายศตวรรษ มาสอบสวนพร้อมนำรถยนต์กระบะเข้าเครื่องเอ๊กซเรย์ ที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก พบวัตถุที่อยู่ในกระสอบฟางปุ๋ยลายฟ้า-ขาว  ผลการตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้าห่อมัดด้วยกระดาษรัดด้วยเทปกาวสีครีม ภายในพบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีชมพู ประทับ A และถุงน้ำเงินเข้มถุงละ 100 เม็ด เป็นยาบ้าชนิดสีชมพูและสีเขียว ประทับตรา Y1 จำนวนดังกล่าว ส่วนรถยนต์นำทางชุดติดตามสามารถสกัดรถได้ที่บริเวณถนนบนทางเข้าที่ทำการดับไฟป่าบ้านปากกอง ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 2 คน คือนายอัครรงค์ เป็นผู้ขับขี่ และนายวิทยา นั่งโดยสารมาด้วย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมของกลางยาบ้า รถยนต์กระบะ นำตัวส่ง ร.ต.อ.วัชรกิตติ์ ขุนคลังมีวน สว.(สอบสวน) สภ.แม่พริก สอบสวนดำเนินคดีและเร่งสืบสวนขยายผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา กล่าวว่า จากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหารับว่า รับยาบ้ามาจากเขต ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย โดยขับขี่รถยนต์เส้นทางผ่าน อ.แม่สรวย จ.เชียงราย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ผ่าน อ.บ้านธิ ป่าซาง บ้านโฮ่งและ อ.ลี้ จ.ลำพูน เข้าสู่ถนนพหลโยธินสายลำปาง-ตาก บริเวณสี่แยกอำเภอเถิน ผ่านด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก ส่งปลายทางที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก จนกระทั่งถูกจับกุม ได้รับค่าจ้าง 2 ครั้ง จำนวน 10,000 บาทและ 100,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชีของนายอัครรงค์ ส่วนผู้ว่าจ้างสั่งการณ์กำลังอยู่ระหว่างขยายผลเพื่อออกหมายจับ เครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายของกลุ่มลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ตร.ลำปาง จะได้เร่งรัดสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดทุกระดับและยึดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องเพื่อทำลายเครือข่ายตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ต่อไป 

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

'โฆษก กห.' เผย ‘ในหลวง’ ทรงมีรับสั่งปรับขบวนเสด็จให้สัญจรได้ร่วมกับ ปชช. แม้ปัจจุบันจะไม่มีการปิดการจราจรเมื่อมีขบวนเสด็จฯ มานานแล้วก็ตาม

(15 ก.พ. 67) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายสุทิน​ คลังแสง​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม​สัญจร​ ครั้งที่​ 2/2567 ถึงกรณีการปกป้องสถาบัน ภายหลังนักกิจกรรมบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ ในการประชุมสภากลาโหมวันนี้มีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว และก่อนหน้านี้ก็เฝ้าติดตามสถานการณ์เรื่องนี้มาโดยตลอด พร้อมกับได้สั่งการทุกเหล่าทัพที่มีหน้าที่ในเรื่องดังกล่าว ได้เกาะติดสถานการณ์ และสกัดกั้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก

ขณะที่​ พลเรือตรี​ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันไม่มีการปิดการจราจรเมื่อมีขบวนเสด็จฯ นานแล้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากขบวนเสด็จฯ ทั้งขบวนเสด็จฯของพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ จึงทรงมีพระราโชบาย มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้มีความเหมาะสม มีการจัดช่องทางให้เสด็จฯ ในส่วนของพระองค์ และช่องทางของประชาชน

ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงก็จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ.2557 และ 2560 และดำเนินการถวายพระเกียรติต่างๆ ในการปฏิบัติภารกิจ ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

กาฬสินธุ์รวมพลังถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพประกาศปกป้องสถาบัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นำข้าราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันสวมเสื้อสีม่วงร่วมแสดงพลังถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมประกาศขอปกป้อง และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางวันทนา อินทปัตย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ นางสิริวิมล พงษ์อักษร นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม, นายธนภัทร ณ ระนอง, นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.นิสิต สมานมิตร รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นางอุบลรักษ์ ศิริกุลแสบงบาล อัยการ จ.กาฬสินธุ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ข้าราชการทุกหน่วยงาน ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และพสกนิกรชาว จ.กาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่ากว่า 1,000 คน ซึ่งพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดโทนสีม่วง สีประจำพระองค์ร่วมแสดงพลังถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมประกาศขอปกป้องและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย 

โดยนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้วางพุ่มดอกไม้ และถวายธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำกล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้วยพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณ เพื่อบำบัดทุกบำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจของพสกนิชาวไทยตลอดมา พร้อมร่วมกันขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังอย่างกึกก้อง 

จากนั้นนำทุกภาคส่วนลงนามถวายกำลังใจ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างเหน็ดเหนื่อยมาโดยตลอด อีกทั้งยังรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด พสกนิกรชาว จ.กาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่าจึงได้ร่วมกันแสดงพลังประกาศขอปกป้อง และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งในครั้งนี้ 

18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 ‘ไคลด์ ทอมบอห์’ ค้นพบ ‘ดาวพลูโต’ อดีตดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 เป็นวันค้นพบ ‘ดาวพลูโต’ อดีตดาวเคราะห์อันดับที่ 9 ของระบบสุริยะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งถูกค้นพบโดย ‘ไคลด์ ทอมบอห์’

ดาวพลูโต (Pluto) เป็นอดีตดาวเคราะห์อันดับที่ 9 ในระบบสุริยะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นวัตถุแถบไคเปอร์ชิ้นแรกที่ถูกค้นพบ มีขนาดใหญ่และมีมวลมากที่สุดเป็นอันดับสองในบรรดาดาวเคราะห์แคระที่รู้จักในระบบสุริยะ และยังเป็นวัตถุที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 9 และมวลมากเป็นอันดับที่ 10 ในระบบสุริยะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์

ดาวพลูโตมีลักษณะเหมือนกับวัตถุอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน ประกอบด้วยหินและน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่ มีมวลและปริมาตรประมาณ 1 ใน 6 และ 1 ใน 3 ของดวงจันทร์ตามลำดับ ซึ่งวงโคจรของดาวพลูโตมีความเยื้องศูนย์กลางมาก อยู่ที่ 4.4-7.4 พันล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ ดาวพลูโตมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 32.6 หน่วยดาราศาสตร์

ดาวพลูโตมีดาวบริวารที่ 5 ดวง ได้แก่ แครอน, สติกซ์, นิกซ์, เคอร์เบอรอส และไฮดรา ซึ่งในบางครั้งดาวพลูโตและแครอนถูกจัดเป็นระบบดาวคู่ เนื่องจากจุดศูนย์กลางมวลของวงโคจรไม่ได้อยู่ในดาวดวงใดดวงหนึ่งเฉพาะ ทำให้ไอเอยูยังไม่มีการให้คำนิยามของระบบดาวเคราะห์แคระคู่อย่างเป็นทางการ และแครอนกลายเป็นดาวบริวารของดาวพลูโตอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559

ชื่อของดาวพลูโตถูกตั้งขึ้นตามชื่อของเทพเจ้าแห่งยมโลก ซึ่งถูกเสนอโดยนักเรียนหญิงวัย 11 ปีในออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2473 โดยสมาชิกทุกคนได้ลงคะแนนให้ชื่อพลูโตทั้งหมดและได้ถูกประกาศในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2473

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชื่อดาวพลูโตเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทำให้วอลต์ ดิสนีย์ได้รับแรงบันดาลใจ โดยเขาได้เสนอชื่อเพื่อนสุนัขของมิกกี้ เมาส์ว่า พลูโต

ทั้งนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้ประกาศลดขั้นของดาวพลูโตให้เป็นเพียงแค่ดาวเคราะห์แคระ จึงทำให้ระบบสุริยะเหลือดาวเคราะห์เพียง 8 ดวงเท่านั้น

คำพูดให้กำลังใจของแม่ ‘ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก’

‘ภาณุพงศ์ จาดนอก’ หรือ ‘ไมค์ ระยอง’ ได้ออกมาแชร์คำพูดให้กำลังจากแม่ ที่บอกกล่าวกันผ่านโทรศัพท์ เป็นหนึ่งประโยคทำให้รู้สึกใจฟูมาก โดยแม่ของไมค์ กล่าวว่า…

“ลูกแม่ไม่ได้แพ้นะ ลูกแค่พัก หายเหนื่อยแล้วไปสู้ต่อนะลูก”

‘หนิง นิรุตติ์’ ออกโรงเตือน!! แก๊งทะลุงวัง หลังป่วนขบวนเสด็จ

เมื่อวานนี้ (14 ก.พ. 67) ช่องติ๊กต็อก Thinkingradio FM96.5 คลื่นความคิด ได้เผยแพร่วิดีโอสัมภาษณ์ นิรุตติ์ ศิริจรรยา นักแสดงและพิธีกรอาวุโส ที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีกลุ่มทะลุวังป่วนขบวนเสด็จฯ สรุปได้ดังนี้

“สำหรับคนรุ่นผม ทุกครั้งที่มีขบวนเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พวกเราที่ใช้รถใช้ถนน จะหยุดและยืนดู ไม่มีการวิ่งเข้าไปหา หรือแทรกแซงใด ๆ พวกเราจะแค่เฝ้าชมพระสิริโฉม ยิ่งในต่างจังหวัด จะมีการปิดถนน ประชาชนจะเอาเสื่อมาปูข้างถนน ได้เห็นแค่เสี้ยววินาที แล้วทุกคนจะเปล่งเสียงว่า ‘ทรงพระเจริญ’ ทุกคนจะรู้สึกปิติ รู้สึกดีใจที่ได้เห็นพระองค์…

“ในปัจจุบันนี้เราได้ยินได้เห็นสิ่งที่มิบังควรที่จะเกิดขึ้นกับราชวงศ์บ่อยครั้ง มีการจับกุม และการปล่อยตัวออกมาหลายครั้ง แต่ประเด็นคือมีผู้ใหญ่บางกลุ่มที่คิดว่าสนับสนุนเด็ก และพูดว่า “จะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าใช้ความรุนแรง” นั่นคือการส่งเสริมให้เด็กทำอะไรก็ได้ และห้ามคนที่ไม่เห็นด้วย อย่าใช้ความรุนแรง แต่ไม่ได้บอกเด็กว่า ห้ามใช้ความรุนแรง…

“การที่ขับรถเร็ว บีบแตร พยายามตามเข้าไปในขบวนเสด็จ แล้วบอกว่านี้คือการใช้ความละมุนละม่อม และเมื่อเจ้าหน้าที่มาสกัดไม่ให้ทำ กลับเถียงเจ้าหน้าที่ ใช้คำพูดไม่เหมาะสม ซึ่งในความเป็นจริงขบวนเสด็จใช้เวลาไม่นาน หรือหากใช้เวลามากสักนิดหนึ่ง แต่ก็เพราะท่านกำลังไปทำภารกิจเพื่อประชาชน…

นายนิรุตติ์ กล่าวต่อว่า “หากให้เหตุผลว่า คุณไปงานหนึ่ง และกำลังไปต่ออีกงาน นั่นคือคุณกำลังทำเพื่อตัวคุณเอง แต่สำหรับพระองค์ท่าน ท่านทำเพื่อประชาชน และใช้เวลาแค่ 31 วินาที คุณรอไม่ได้เลยเหรอ? จำเป็นต้องพุ่งเข้าไปในขบวนเสด็จเลยเหรอ? และการบีบแตรที่เกิดขึ้น ก็ถือเป็นการใช้ความรุนแรงแล้ว…

“สมเด็จพระเทพฯ หรือว่าพระราชวงศ์ต่าง ๆ ที่เสด็จ ไม่ได้ทําให้ตัวพระองค์ท่านเอง เพราะท่านคิดว่าทุก ๆ คนในประเทศไทย คือตัวของท่านเอง เป็นเหมือนเพื่อนฝูงของท่าน เป็นเหมือนคนของท่าน”

“คุณต้องแยกให้ออกว่า คนเหมือนกันทําอะไรก็ได้เหมือนกันเหรอ? ผมว่าไม่ใช่นะ…คนเหมือนกัน แต่คนที่ไม่ใช่คนนั้น มันไม่ใช่คนเหมือนกัน ถ้าคุณมีความคิดที่กระทําแบบนี้ คุณคือคนที่ไม่ใช่คน คงจะรู้ว่าคนที่ไม่ใช่คนมันเป็นอะไร ถ้าคนที่เป็นคนเขาจะไม่คิดทําตนแบบนี้” นายนิรุตติ์ ทิ้งท้าย

'ฝรั่ง' อวด!! ได้เป็นคนไทยแล้ว ยอมรับ!! สัญชาติไทยขอยากมาก พร้อมเผยความในใจ!! 'อยู่ที่นี่แล้วสบายใจ-เมืองไทยเหมือนบ้าน'

(15 ก.พ.67) ช่องยูทูบชื่อ ‘มุมมองเพื่อนบ้าน’ ได้โพสต์วิดีโอถึงกรณีชาวต่างชาติรายหนึ่งออกมาแสดงความดีใจที่ได้สัญชาติและถือพาสปอร์ตไทยอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า…

ชาวต่างชาติรายนี้ชื่อ Mark Abbott ได้โพสต์คลิปแสดงความดีใจในอินสตาแกรมส่วนตัว ‘markabbott_official’ ว่า “I got my Thai citizenship. Video about the whole process coming soon! ผมได้รับสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการแล้วครับ มันขอยากกว่าสัญชาติอังกฤษ/อเมริกันมาก ๆ ครับ เดี๋ยวจะทำวิดีโอเรื่องการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยครับ”

นอกจากนี้ยังได้เล่าประวัติคร่าว ๆ ของ Mark Abbott ว่า เขาเป็นชาวอังกฤษ และได้มาประเทศไทยครั้งแรกตอนที่อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งในปัจจุบันเขาอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 20 ปีแล้ว จนรู้สึกว่าประเทศไทยคือบ้านของเขา และประเทศไทยก็ได้ตอบแทนความภักดีของเขาด้วยการมอบสัญชาติไทยให้

Mark Abbott ยังเคยบอกอีกว่า เขาหลงเสน่ห์ประเทศไทย ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง เช่น อากาศดี (ไม่หนาวเกินไป) อาหารอร่อย คนไทยน่ารัก จึงตัดสินใจเรียนต่อจนจบปริญญาตรี ได้เดินทางไปหลายประเทศ รู้สึกว่าที่ไหน ๆ ก็เหมือนกัน แต่ประเทศไทยมีคนไทย ชอบคนไทยมาก ชอบวัฒนธรรมไทย ชอบความเอื้ออารี ใจกว้าง ยิ้มง่าย และใส่ใจผู้อื่นของคนไทย ที่สำคัญคือ ประเทศไทยปลอดภัยมาก นี่คือเสน่ห์ที่ชื่นชอบประเทศไทย

แม้ชาวตะวันตกจะมีความคิดแง่ลบกับนิสัยของคนไทย แต่สำหรับ Mark abbott มองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ และเขาพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับบริบทของสังคมไทย เขาเข้าใจดีว่าสังคมไทยเป็นอย่างไร 

ภายหลังที่เขาได้แชร์เรื่องการขอสัญชาติไทยไปแล้ว ก็มีหลาย ๆ คนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่เข้ามาแสดงความยินดี และมีชาวต่างชาติหลาย ๆ คนที่ไม่เชื่อว่าเขาขอสัญชาติไทยได้จริง ซึ่ง Mark Abbott ก็ออกมายอมรับและบอกว่า การขอสัญชาติไทยยากมาก และยากกว่าขอของอังกฤษหรือสหรัฐฯ ด้วยซ้ำ ซึ่งหากใครไม่เชื่อก็ไปดูประกาศราชกิจจานุเบกษาได้เลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top