Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

ตัวแทน ‘นพ.ใหญ่’ เผยอาการ ‘ทักษิณ’ สวิงขึ้น-ลง  เสี่ยงวิกฤตตลอดเวลา ยืนยัน!! รักษาตัวอยู่จริง

(14 ก.พ.67) ที่โรงพยาบาลตำรวจ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ ไทย (คปท.) ได้ไปเจรจากับตัวแทนของนายแพทย์ใหญ่ เกี่ยวกับอาการป่วยของ นายทักษิณ ชินวัตร โดยได้รับคำตอบว่า อาการของนายทักษิณสวิง ขึ้น ๆ ลง ๆ ชีพจรไม่คงที่ เนื่องจากนายทักษิณ อายุ 75 ปี ซึ่งอาการเสี่ยงวิกฤตตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เมื่อขอขึ้นไปเยี่ยมอาการที่ชั้น 14 ตัวแทนนายแพทย์ไม่ได้อนุญาต นอกจากนี้ ในส่วนสอบถามคำถามอื่น ๆ ไม่ได้รับคำตอบ และโยนให้ไปถามทางราชทัณฑ์แทน

พร้อมกันนี้ ทาง คปท. ได้ตั้งข้อสงสัยกับทางแพทย์ว่า เมื่อถึงวันพ้นโทษอาการของนายทักษิณจะอาการดีขึ้นและสามารถเดินเหินได้หรือไม่ นายแพทย์บอกว่ายังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งส่วนนี้เป็นที่น่าสงสัยของประชาชนที่ตั้งคำถาม อยากให้ประชาชนช่วยจับตาดูว่าหากมีการพักโทษแล้ว อาการของทักษิณจะกลับมาปกติเลยหรือไม่ 

ส่วนข้อสงสัยที่ว่านายทักษิณยังรักษาตัวอยู่ชั้น 14 หรือไม่นั้น ทางแพทย์ยืนยันว่า ยังคงมีการรักษาตัวอยู่จริง ซึ่งตนกับทางคณะยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทั้งนี้ ทาง คปท.จะปักหลักที่สะพานชมัยมรุเชฐต่อ จนกว่าจะถึงวันพักโทษ และจะจับตาดูอัยการว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างหลังจากนายทักษิณได้พักโทษ

นายพิชิต ระบุอีกว่าหลังจากการพักโทษ ทาง คปท.จะมีการไปทวงถาม ป.ป.ช.ว่ามีการสอบนายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการให้นายทักษิณรักษาตัวนอกเรือนจำ ว่ามีการสอบไปถึงไหนแล้ว ซึ่งเคยยื่นเอกสารให้ตรวจสอบไปแล้วก่อนหน้านี้

'วราวุธ' ประกาศนำ 'ข้าราชการ พม.' แต่งกายสีม่วง พรุ่งนี้ 'แสดงพลัง-ถวายกำลังใจ' แด่ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

(14 ก.พ. 67) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า…

"ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตนพร้อมเพื่อน ๆ ข้าราชการทุกคนของกระทรวง พม. เราจะพร้อมใจกันเข้าร่วมในพิธีถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการแต่งกายโทนสีม่วงทั้งกระทรวง เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่กรมสมเด็จพระเทพฯที่พวกเรารัก และเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย"

นายวราวุธ กล่าวว่า "การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงพลังของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ให้ทุกคนได้เห็นพี่น้องประชาชนคนไทยหลายสิบล้านคน เรายึดมั่น เราเชื่อมั่น และศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ดังนั้นเราจะไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้ใคร หรือคนกลุ่มใด และไม่ว่าใครก็แล้วแต่ มาดูหมิ่น หรือคิดในสิ่งที่ไม่ดีต่อสถาบันอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน"

‘จนท.สหรัฐฯ’ ยัน!! มีผู้เสียชีวิตจาก ‘ฝีดาษอะแลสกา’ คาด!! ได้รับเชื้อจาก ‘แมวข่วน’ และอาจเป็นพาหะนำโรค

(14 ก.พ.67) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอะแลสกา ของสหรัฐฯ รายงานว่าพบผู้ป่วยฝีดาษอะแลสกาเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตรายนี้ (ไม่มีการเปิดเผยอายุที่แน่ชัด) ซึ่งมาจากคาบสมุทรคีนาย ทางตอนใต้ของรัฐอะแลสกา ได้รับการรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาล หลังจากติดเชื้อฝีดาษอะแลสกา และเขาได้เสียชีวิตช่วงปลายเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ขณะที่มีรายงานว่าชายสูงอายุผู้นี้มีประวัติระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องอีกด้วย

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ระบุว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ตามลำพังในพื้นที่ป่าและรายงานว่าไม่มีการเดินทางและไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับใคร แต่มีรายงานว่า เขาเคยดูแลแมวจรจัดที่บ้านของเขา โดยแมวทดสอบไวรัสเป็นลบ แต่ก่อนหน้านี้แมวข่วนผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง แถลงการณ์ระบุ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่แมวอาจจะมีไวรัสติดอยู่ที่เล็บเมื่อมันข่วนผู้เสียชีวิต โดยพบว่า พบรอยขีดข่วนที่เห็นได้ชัดเจนใกล้บริเวณรักแร้ซึ่งเป็นจุดแรกที่ผู้เสียชีวิตแสดงอาการป่วยด้วย

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานกรณีการแพร่เชื้อฝีดาษอะแลสกาจากคนสู่คน แต่แนะนำให้ผู้ที่มีอาการทางผิวหนังซึ่งอาจเกิดจากฝีดาษอะแลสกาใช้ผ้าพันแผลปิดบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ทางแพทย์ก็ยังได้แนะนำอีกว่า ประชาชนทุกคนควรล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าที่อาจสัมผัสกับผื่นแผล

‘เอกนัฏ รทสช.’ เสนอญัตติด่วน ทบทวนถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ

(14 ก.พ. 67) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย ทบทวนระเบียบแผน และมาตรการ การถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จให้เหมาะสม ทันสมัย มีการฝึกซ้อม และประชาสัมพันธ์สื่อสารกับประชาชนเป็นการถวายความปลอดภัยให้สมกับเกียรติยศ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักชาติ เสนอโดย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 

โดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชี้แจงว่า เหตุผลที่ตนได้เสนอญัตตินี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการไปรบกวน ก่อกวนขบวนเสด็จฯ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้ประชาชนคนไทย ตนเห็นว่า กรณีนี้หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน จะทำให้สถานการณ์บานปลาย กระทบต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดี โดยเฉพาะความมั่นคงของประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวตนเห็นคลิปจากสื่อมวลชน ทำให้รู้สึกตกใจ เนื่องจากชัดเจนว่าขบวนเสด็จฯที่กำลังใช้ช่องทางสัญจรเป็นขบวนที่สั้นมาก การถวายความปลอดภัยในวันนั้นดำเนินการด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบประชาชน นอกจากนี้ยังไม่ปรากฎว่ามีการปิดถนนเส้นนั้นเลย แต่รถผู้ก่อนเหตุวิ่งมาด้วยความเร็ว เจตนาชัดเจนว่าพยายามขับรถไล่ขบวนเสด็จฯ จากนั้นได้ปรากฎอีกคลิปที่ทำให้เห็นเจตนาของผู้ก่อเหตุคืออะไร

“ในขณะที่ผมรู้สึกโกรธจนเกือบถึงขีดสุดจนกระทั่งจะเกิดเป็นความรังเกียจกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น มีประโยคหนึ่งที่แว่วเข้ามาบันดาลใจให้ผมดึงสติลดความโทสะลง คือ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ท่านได้ทรงตรัสไว้ว่า Thailand is the land of compromise ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความประนีประนอม หลังจากเกิดกรณีไปรบกวนขบวนเสด็จฯ เมื่อช่วงปลายปี 2563” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ ชี้แจงต่อว่า ตนเฝ้ารออยู่ว่า เมื่อเหตุเกิดขึ้นในวันที่ 4 ก.พ. ในที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะออกมาอย่างไรบ้าง จะบังคับใช้กฎหมายอย่างไร แต่ตนรอหลังเหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ ต้องบอกว่าการแสดงท่าทีไม่ชัดเจน จนกระทั่งวันที่ 10 ก.พ.ผู้ก่อเหตุเหิมเกริมไปทำโพลที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม จนกระทั่งมีการกระทบกระทั่งกับอีกฝ่ายที่ไม่พอใจ ยืนยันว่า ตนไม่อยากซ้ำเติมความร้าวฉานที่เกิดขึ้นต่อทั้ง 2 ฝั่ง แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้อีก หากเราไม่รีบบริหารจัดการสถานการณ์จะบานปลายไปสู่ความแตกแยกปะทุไปสู่ระดับประเทศ จึงขอส่งสัญญาณ และเสนอไปยังรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดดำเนินการยับยั้งไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ดังนี้…

1. ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายทันที ไม่ใช่เป็นการล่าแม่มด หรือต้องการประหัตถ์ประหารใช้ศาลเตี้ยวินิจฉัย แต่เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การใช้สิทธิเสรีภาพมีกรอบชัดเจนต้องไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่นและไม่ทำผิดกฎหมาย

2. ขอให้มีการทบทวนปรับปรุงระเบียบและแผนมาตรการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จที่ใช้มาตั้งแต่ปี2548 เนื่องจากบริบท และภัยคุกคามเปลี่ยนไป ให้มีความเข้มงวด กระชับ ชัดเจน มีเจ้าภาพ เหมาะสมทันสมัย มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุ มีขอบเขตพื้นที่แบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำจนกลายเป็นแฟชั่น หรือค่านิยมใหม่ที่เกิดขึ้น เข้าใจว่า เจ้าหน้าที่อาจกังวลว่าจะมีความเชื่อมโยงไปสู่ความยัดแย้งทางการเมือง หากปฏิบัติเข้มงวดไปจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ แต่ตนยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะตำรวจไม่ใช่เซลล์ที่ต้องมาคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้า ผู้ก่อเหตุกระทำการอย่างเหิมเกริมท้าทาย แต่เจ้าหน้าที่ดำเนินการล่าช้าไป ดังนั้น เมื่อพ.ร.บ.ถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 อัพเดตแล้วระเบียบและมาตการดังกล่าวต้องอัพเดตด้วย ภารกิจถวายความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องดำเนินการแบบไร้รอยต่อ

“สุดท้ายข้อเสนอที่ 3. ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องประชาสัมพันธ์สื่อสารกับประชาชน ว่าสามารถทำอะไรบ้าง อาจมีผลกระทบอย่างไรบ้าง และที่สำคัญที่สุดประชาชนจะต้องทำตัวอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่า ภารกิจการถวายความปลอดภัยไม่มีที่ไหนในโลกที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระเมตตา พยายามให้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ หรือเส้นทางการสัญจรรบกวนประชาชนให้น้อยที่สุด ผมเชื่อว่า มีประชาชนหลายคนต้องการให้ความร่วมมือ และช่วยเป็นหูเป็นตาไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะหากปล่อยปละละเลยไม่เข้มงวดเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่ความวุ่นวายการปะทะให้หมู่ประชาชนจนแตกแยก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่อยากเห็นค่านิยมเป็นแฟชั่นไปบั่นทอนสถาบันหลักของประเทศ จึงขอให้มีการทบทวนมาตรการต่างๆ เพื่อถวายความปลอดภัยให้สมพระเกียรติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันเสาหลักของชาติ” นายเอกนัฏ ระบุ 

ทั้งนี้ สส.ฝ่ายรัฐบาล ได้มีการลุกขึ้นสนับสนุน ญัตติด่วนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ สส.ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ยังคงมองว่าต้องแก้ปัญหาจากต้นตอ ด้วยการแก้ ม.112 ต่อไป

ปรากฏการณ์ 'เสื้อสีม่วง' ฟีเวอร์!! คนแห่ซื้อกระหน่ำทั้ง 'หน้าร้าน-ออนไลน์'

(14 ก.พ. 67) สืบเนื่องจากการนัดแสดงพลัง ถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขององค์กรต่างๆ รวมถึงการแสดงออกถึงความรักและห่วงใยของประชาชนไทยที่มีต่อพระองค์ทั้งในทาง Social Media แพลตฟอร์มต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, TikTok ฯลฯ 

โดยบ้างก็อัปโหลดรูปลายเส้นสีขาวรูปกรมเด็จพระเทพฯ บนพื้นสีม่วง อันเป็นสีแห่งวันพระราชสมภพ ฝีมือของรองศาสตราจารย์อาวิน อินทรังษี รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หรือบ้างก็แชร์ภาพสเก็ตสมเด็จพระชนกาธิเบศร์ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยกรมสมเด็จพระเทพฯ บนสะพานไม้ในถิ่นทุรกันดาร โดย 'วินทร์ เลียววาริณ' ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ก็ถูกเผยแพร่ต่อๆ กันอย่างมากเช่นกัน

ทั้งนี้ จากการค้นหาข้อมูลออนไลน์ พบว่าตลอด 2 วันที่ผ่านมา ร้านค้าออนไลน์มีการจัดโปรโมชันขายเสื้อสีม่วง อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม e-Commerce ยอดฮิต อย่างช้อปปี้ หรือลาซาด้า ก็เกาะกระแส 'ปรากฏการณ์เสื้อม่วง' ครั้งนี้ ด้วยโปรโมชันลดราคา พร้อมส่งถึงมือลูกค้าฟรี

ด้านร้าน 'ภูฟ้า' ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้ตราสัญลักษณ์ 'ภูฟ้า' เป็นเครื่องหมายการค้า หนึ่งในโครงการตามพระราชดำริ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็มีรายงานว่า ทางหน้าร้านขายเสื้อสีม่วงรุ่นที่มีภาพวาดฝีพระหัตถ์บนอกเสื้อถูกจำหน่ายแทบหมดสต็อกสินค้า ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา โดยยังเหลืออีกเพียงจำนวนหนึ่งใน phufa.org ไม่มากนัก

นี่คือปรากฏการณ์ ที่คงไม่ต้องพูดอะไรมากอีกแล้วว่า คนไทย #เรารักกรมสมเด็จพระเทพฯ มากแค่ไหน?

และพรุ่งนี้ (15 ก.พ. 67) คงได้ประจักษ์ด้วยสายตาตนเอง...

‘จีน’ เตรียมดึง ‘ครูเกษียณ’ กลับมาทำงาน หวังช่วยพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชน

(14 ก.พ.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หนังสือเวียนจากกระทรวงศึกษาธิการของจีนเผยว่าจีนกำลังพยายามปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเอกชน ด้วยการส่งเสริมให้ครูเกษียณอายุที่มีประสบการณ์เข้ามาสนับสนุนการทำงาน

หนังสือเวียนระบุว่าจะมีการเปิดตัวโครงการรณรงค์พิเศษเพื่อส่งเสริมให้ครูเกษียณอายุมีส่วนร่วมสนับสนุนการสอนและการวิจัยในโรงเรียนเอกชน ซึ่งคาดว่าหลังจากเปิดตัวโครงการดังกล่าวจะมีการคัดเลือกครูเกษียณอายุราว 20,000 คนทุกๆ ปี

โดยครูเกษียณอายุได้รับการส่งเสริมให้ช่วยทำงานในโรงเรียนเอกชนในภูมิภาคทางตะวันตกของจีนและภูมิภาคของกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย โดยระหว่างนี้คาดการณ์ว่าบรรดาโรงเรียนเอกชนจะพัฒนาระบบพี่เลี้ยงสำหรับครูเกษียณอายุ เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นใหม่

‘บอสชาตรีแห่ง ONE’ มุ่งปั้น ‘มวยไทย’ ให้ก้องโลก สำนึกคุณ-สานต่อเจตนารมณ์ ‘ครูยอดธง เสนานันท์’

(14 ก.พ.67) ภาพนายใหญ่ขององค์กรศิลปะการต่อสู้ระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ ‘ชาตรี ศิษย์ยอดธง’ หรือที่นักมวยไทยเรียกติดปากว่า ‘บอสชาตรี’ สวมชุดครูมวยไทยร่วมงาน ‘มหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก’ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันมวยไทย 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ในฐานะตัวแทนครูมวยไทยผู้ทรงคุณวุฒิและปูชนียบุคคลแห่งวงการมวยไทย เป็นภาพที่มีมนต์ขลังสมกับความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีการในวันนั้น

หลังจบงาน ‘ชาตรี’ ได้เขียนโพสต์ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “ผมประหลาดใจที่ท่านนายกฯ มอบรางวัลพิเศษแก่ผมในฐานะผู้มีคุณูปการต่อกีฬามวยไทย และรัฐบาลไทยให้เกียรติผมเป็น 1 ใน 20 ครูมวยผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการมวยไทย ความจริงคือผมเพียงสานต่อสิ่งที่คนรุ่นก่อนปูทางไว้ ผมเป็นหนี้บุญคุณ ครูยอดธง เสนานันท์ และเพื่อนสมัยเด็กในค่ายศิษย์ยอดธงสำหรับความสำเร็จของผม”

ชื่อของ ‘ครูยอดธง เสนานันท์’ มักถูกเอ่ยถึงบ่อยครั้งโดย ‘ชาตรี’ ผู้ฝากตัวเป็นศิษย์ตั้งแต่สมัยเริ่มหัดเรียนวิชามวยไทยใหม่ ๆ ‘ครูยอดธง’ จึงถือเป็นครูมวยไทยคนแรกของ ‘ชาตรี’ และท่านยังเป็นปูชนียบุคคลแห่งวงการมวยไทยผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแด่นักมวยระดับแชมป์โลกมากมาย ทั้งได้สร้างคุณงามความดีอันเป็นที่ประจักษ์กลายเป็นที่รักและเคารพไปทั่วสารทิศ

จากศิษย์ก้นกุฎิของ ‘ครูยอดธง’ หลายปีผ่านไป ‘ชาตรี’ ได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประกอบกับคุณธรรมที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา ก่อตั้งยิมศิลปะการต่อสู้ Evolve MMA ที่สิงคโปร์ ซึ่งเปรียบเสมือนสาขาหนึ่งของค่ายมวยศิษย์ยอดธง ครั้งนั้น ‘ครูยอดธง’ ได้กล่าวถึงความสำเร็จของลูกศิษย์ด้วยความชื่นชมยินดี 

“(ครูมวย) เขาบอกว่าเขามีความภูมิใจได้มาอยู่ศิษย์ยอดธงที่สิงคโปร์​ ยิ่งมาเห็นครูเขาก็ดีใจ ครูก็บอกต้องรวมถึง ‘ชาตรี’ ด้วย คือไม่เอาเปรียบนักมวย ครูคิดว่าทั่วโลกไม่มีใครเขาจ้างแบบนี้หรอก ครูก็ฝากขอบคุณ ‘ชาตรี’ ที่เป็นลูกศิษย์ครูคนหนึ่ง แล้วมาสร้างชื่อเสียงศิษย์ยอดธงให้ทั่วโลกได้รู้ได้เรียน และเงินรางวัลมากที่สุดในโลก”

“หลาย ๆ คนเขาก็อยากมาอยู่ ‘ศิษย์ยอดธง’ ทั้งนั้น เอ่ยชื่อมาก็รู้จัก เขาก็อยากมาอยู่ เพราะ ‘ศิษย์ยอดธง’ สิงคโปร์ ทาง​ ‘ชาตรี’ ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง มีแต่ให้กับให้ ถ้าอยู่ในระเบียบของ ‘ชาตรี’” 

นอกจากเป็นผู้ก่อตั้ง Evolve MMA ซึ่งปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแล้ว ‘ชาตรี ศิษย์ยอดธง’ ยังได้ก่อตั้ง ‘วัน แชมเปียนชิพ’ องค์กรศิลปะการต่อสู้ระดับโลก รวมถึง ‘วัน ลุมพินี’ ซึ่งเป็นรายการศิลปะการต่อสู้ที่นักมวยไทยใฝ่ฝันอยากร่วมแข่งขันมากที่สุด ด้วยค่าตัวที่จ่ายสูงสุดในประเทศไทย รวมถึงโบนัส และโอกาสที่จะยกระดับอาชีพไปสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก 

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของ ‘ชาตรี’ ที่ตั้งใจจะสานต่อเจตนารมณ์ของ ‘ครูยอดธง’ ผู้ล่วงลับ เพื่อที่จะสืบทอด ส่งเสริม และสานต่อให้กีฬาประจำชาติมวยไทย และนักกีฬาไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติสืบไป

“คุณากร” เผยผลสอบข้อเท็จจริง “โคบาลชายแดนใต้” ยังไม่ยุติ เดินหน้าเยี่ยวยาเกษตรกรทุกกรณี

“คุณากร” ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจงผลสอบ “โคบาลชายแดนใต้” พบสารพัดปัญหา แม่โคน้ำหนักน้อยไม่สมบูรณ์ ป่วย ไม่มีเอกสารประจำตัว พร้อมเดินหน้าประชุมหาข้อยุติแก้ไขเยี่ยวยาเต็มที่

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเกษตรกรในจังหวัดทางาคใต้ ที่ได้รับโคไม่ตรงตามคุณลักษณะจากโครงการโคบาลชายแดนใต้ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 ประจำจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี รวมถึงผู้แทนหน่วยงานส่วนจังหวัดจังหวัดนราธิวาส ยะลาและจังหวัดปัตตานี ผ่านการประชุมทางไกล (Zoom Meeting เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567)  

นายคุณากร กล่าวว่า หลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการโคบาลชายแดนใต้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน พบว่า เกษตรกรประสบปัญหาได้รับโคแม่พันธุ์ที่น้ำหนักต่ำกว่า 160 กิโลกรัม มีอาการป่วย ไม่สมบูรณ์ ซึ่งโคบางตัวล้มตาย อีกทั้ง  โคไม่มีเอกสารประจำตัว 

“ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้สรุปประเด็นความต้องการของเกษตรกร  จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยฟื้นฟูสภาพโคที่ไม่สมบูรณ์ ดูแลการเปลี่ยนโค พร้อมทั้ง เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงขอให้จัดทำเอกสารสิทธิ์ของที่ตั้งคอกกลางกักกันโคปลายทาง เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของโค และสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรเมื่อได้รับโคแม่พันธุ์ ซึ่งกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร อย่างไรก็ตามเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการจัดประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้เชิญตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมการประชุมในครั้งถัดไป อีกด้วย” นายคุณากร กล่าวในที่สุด

📌สถาบันพระปกเกล้า จัดอบรมโครงการผู้นำเยาวชนพลเมืองดี พื้นที่ภาคเหนือ📌

14 ก.พ.67 : สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จัดอบรมโครงการผู้นำเยาวชนพลเมืองดี จ.เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง โดยพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก อ.วิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บรรยายเรื่อง “พลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย” 

📍นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเยาวชนสัมพันธ์ Team Building และการบรรยายเรื่อง “ดิจิทัลกับการพัฒนาสังคมและมรดกทางวัฒนธรรม” โดย อาจารย์กู้เกียรติ ภูมิรัตน์ ที่ปรึกษาเลขาธิการด้านการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง 

📍การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า  เข้าร่วมสังเกตการณ์ และร่วมให้คำแนะนำ สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงชื่นชมน้อง ๆเยาวชน ที่เป็นพลเมืองมีส่วนร่วมพัฒนาโครงการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น และศูนย์ ฯ จะร่วมเป็นเครือข่ายเผยแพร่ผลงานของน้อง ๆ ต่อไป

🎯โครงการผู้นำเยาวชนพลเมืองดี มีกลุ่มเป้าหมายนักเรียน 67 คน ครูที่ปรึกษา 11 คน จาก 11 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดลำปาง กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ทั้งการบรรยายเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเมืองภาคพลเมือง การเขียนโครงการเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองในพื้นที่ รวมทั้งกิจกรรมการระดมความคิดเห็นเพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมและขยายผลต่อยอดความเป็นพลเมืองในพื้นที่ด้วย

'โรม' แซะ!! 'ชาดา' อย่าให้เขาหาว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังปลุกผี ด้าน 'ชาดา' ไม่ทน ซัดกลับอย่าโยงมั่ว พร้อมแฉขบวนการล้มเจ้า

(14 ก.พ. 67) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายญัตติด่วนเพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการถวายความปลอดภัยของขบวนเสด็จฯ ตอนหนึ่ง โดยได้นำภาพประกอบขึ้นสไลด์เป็นภาพแกนนำกลุ่มอาชีวะราชภักดีถ่ายร่วมกับ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และมีข้อความระบุพร้อมเซ็นเซอร์ข้อความบางส่วนในภาพว่า "พรุ่งนี้เจอปะทะไม่เจรจา ถ้า...ไม่พร้อม ทำดีไม่ได้ อย่าเนรคุณ เจอกันพรุ่งนี้ทะลุวัง ผู้ใหญ่ที่รู้จักของดนะครับ" และอภิปรายว่า วันนี้เราเห็นสัญญาณที่ชัดเจนในการสร้างความหวาดกลัว กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) มีการโพสต์ข้อความในโซเชียล ระบุว่า จะเชือดไก่ให้ลิงดูเก็บคุณตะวัน (น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ แกนนำกลุ่มทะลุวัง) เป็นคนแรก ขู่ฆ่าน้องหยก (ธนลภย์ ผลัญชัย สมาชิกกลุ่มทะลุวัง) ที่อายุ 15 ปี หรือกลุ่มอาชีวะราชภักดีที่ขู่ว่าจะจัดการนายสายน้ำ นี่คือกลุ่มคนที่จะนำความรุนแรง ความหวาดกลัวเข้ามาสู่สังคม ผ่านบุคคลสำคัญคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ที่มีการพูดถึงการเนรคุณแผ่นดินการปลุกปั่นแบบนี้ เป็นการปลุกปั่นให้สถานการณ์มันร้ายแรงกว่าความเป็นจริงมาก การปลุกปั่นแบบนี้จะทำให้คนทั้งสังคมไม่รู้สึกปลอดภัยแล้วท่านจะสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยในเมื่อสุดท้ายผีที่ท่านสร้างขึ้นมาก็มาจากพวกท่านเอง

"ผู้นำของประเทศต้องห้ามปราม ไม่ให้คนฆ่าฟันกัน ตนพยายามดึงสติ หากความรุนแรงมันเกิดขึ้น สุดท้ายผู้ที่ใช้ความรุนแรงซึ่งวันนี้รู้สึกว่าใช้ความรุนแรงโดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร คนเขาจะหาว่ารัฐบาล คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มคนเหล่านี้อย่าให้ไปถึงจุดนั้นเลย" นายรังสิมันต์ กล่าว

ทำให้นายชาดา ลุกขึ้นตอบโต้นายรังสิมันต์ ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ว่า ส่อเจตนาที่ไม่ดีไม่ดีอย่างมาก สร้างความแตกแยกและคุณกำลังจะนำตนไปสู่สิ่งที่ไม่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจผิดกับพี่น้องประชาชน ตนไม่ได้คิดจะอภิปรายแต่สิ่งที่ผู้แต่งเสียหาย เป็นการชี้จูงทางความคิดที่ท่านให้เด็กทำอยู่นั่น คือ ความรู้สึกของคนอกตัญญู มันไม่ใช่ความรู้สึกของคนที่ดี การกระทำอย่างนี้ไม่ถูกต้อง และไม่ใช่ลักษณะการอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ ปากพูดบอกว่า ต้องการความสงบ ให้มองตั้งอยู่ตรงกลางแต่พฤติกรรมไม่ใช่ ตนอยู่ฟังตลอดเวลา เป็นการกระทำที่เสียหาย ประธานที่ประชุมอนุญาตได้อย่างไร มีบุคคลแบบนี้ เสนอแบบนี้ อนุญาตได้อย่างไร ถ้าตนจะเสนอแบบนี้จะมีปัญหาหรือไม่

"ผมไม่อยากพูดว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และไม่เกี่ยวกับญัตติ ประธานอนุญาตได้อย่างไร ประธานต้องมาขอโทษผมว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นกลาง การที่ท่านเอารูปบุคคลใดออกมาแล้วมีผม ผมไม่ฟ้องญัตตินี้เป็นเรื่องของขบวนเสด็จที่ทำร้ายจิตใจประชาชน แต่ท่านกำลังเอาเรื่องนอกประเด็นเอาเรื่องผลของกระทำมาผมจะพูดให้ฟังเด็กกระทำผิดกฎหมายกี่ครั้งแล้ว ถ้าเป็นการแสดงออกด้วยหัวใจของคนไทยไม่มีปัญหาแต่มันมีขบวนการในประเทศนี้ที่จะล้มล้างบั่นทอน อย่าพูดว่าไม่มี ถ้าพูดแบบนี้ ทำกับผมแบบนี้ เดี๋ยวผมจะพูดให้หมด ผมไม่อยากจะพูด เพราะวันนี้หัวใจรักชาติของผมมันเต็มเปี่ยม แต่สิ่งที่ท่านทำมันไม่ใช่ความคิดสร้างสรรค์ แต่ปากบอกสร้างสรรค์ ปากบอกพัฒนา แต่สิ่งทำเมื่อกี๊นี้ ผมขออนุญาตบอกว่าเลวทรามมาก ในความรู้สึกผม" นายชาดา กล่าว

นายชาดา กล่าวต่อว่า ใครเป็นคนปล่อยภาพนี้ออกมา ตนขอถามประธาน อภิปรายอยู่ดีๆ สร้างปัญหาเอง อย่าพูดว่าไม่มีขบวนการล้มเจ้า มันมี ตนพร้อมไปพูดกับทุกคนที่ปกป้องสถาบัน แต่เขาจะเอาไปทำอะไร ตนไม่รู้ ตนไม่เกี่ยว มันคนละเรื่อง มันต้องมีสามัญสำนึกในการกระทำ อย่ามาพูดูดีแต่ปฏิบัติไม่ดี เดี๋ยวตนจะลุกโต้ทุกคนที่พูด อย่ามาขัดแย้งและทำในสิ่งไม่ถูกต้องกับตน อย่ามาเล่นใต้ดินกับตน และเรียกร้องไม่ให้คนอื่นเล่นใต้ดิน ดังนั้นประธานต้องบอกว่าใครอนุญาตให้นำรูปขึ้นสไลด์ ประธานในที่ประชุม หรือประธานรัฐสภา หรือเจ้าหน้าที่มีวิจารณญาณ มีสมองหรือไม่เราชอบพอกัน ความคิดเห็นย่อมแตกต่าง ตนเข้าใจเมื่อวันที่ท่านไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ตนไม่เคยสร้างความขัดแย้งกับพรรคการเมือง หรือนักการเมือง คิดต่างไม่เป็นไร แต่อย่ามาทำมือถือสากปากถือศีล

ทำให้ นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งมารับช่วงทำหน้าที่ประธานที่ประชุมต่อจาก นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ชี้แจงว่า ตนไม่ได้ดูจริงๆ ว่ามีการพาดพิง และมีการนำเสนอไปแบบนั้น แต่ตนจะหาคำตอบให้ว่าอนุญาตได้อย่างไร ก็ขอให้นายรังสิมันต์ อย่าตอบโต้ เพราะเขาคือผู้เสียหายต้องให้ชี้แจง

ขณะที่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นายชาดามีสิทธิ์ชี้แจง แต่ขอให้ใจเย็นๆ นิดหนึ่ง เพราะถ้าฟังการอภิปรายตนขึ้นรูป เราไม่ได้ปรักปรำว่านายชาดาไปอยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งที่ต้องบันทึกไว้ แน่นอนว่านายชาดาไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ผู้ที่เขานำไปกระทำความรุนแรงต่างๆ ล่ะ โดยนายรังสิมันต์ได้ขอให้ประธานที่ประชุมนำภาพดังกล่าวขึ้นสไลด์อีกครั้ง พร้อมระบุว่า ประโยคที่อยู่ในภาพไม่ใช่คำพูดของนายชาดา แต่เป็นประโยคของผู้ที่กระทำความรุนแรง ซึ่งเขาอาจคิดด้วยซ้ำว่าเขาได้รับแบ็คอัพ ทั้งที่ความเป็นจริงอาจไม่มีคนอยู่เบื้องหลังก็ได้ ดังนั้น เรานักการเมืองทั้งหลายถูกโยงกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จึงอยากให้มีสติ

ทำให้ นายชาดา ลุกขึ้นกล่าวโต้อีกครั้งว่า การกระทำมันบ่งบอกถึงเจตนาชัดเจน แต่คนที่พิจารณากฎหมายก็มีอยู่ คาดตา ปิดหน้าก็ได้ แต่อย่ามาบอกว่านักการเมืองถูกโยง เจตนาท่านบอกว่าตนอยู่เบื้องหลัง ถ้าตนอยู่เบื้องหลังสนุกกว่านี้เยอะ อย่าให้มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นในสภาฯ อีก ตนถือว่านายรังสิมันต์ไม่ใช้สติในการพิจารณาการกระทำ ถ้ารับไม่ได้ก็ไปอยู่ประเทศอื่น คนไทยทุกคนยอมรับได้ จะรอซักเท่าไหร่ มีแผ่นดินอยู่ มีแผ่นดินคุ้มกะลาหัว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top