Friday, 10 July 2026
TheStatesTimes

C.A.P Studio กลับนิมมานเหมินท์!! สตูดิโอภาพพิมพ์ดังภาคเหนือ ย้ายกลับหลังปรับโฉมใหญ่เสร็จสิ้น เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่เต็มรูปแบบ ต้อนรับศิลปินและผู้สนใจงานภาพพิมพ์

กรุงเทพฯ, 6 กรกฎาคม 2569 – C.A.P Studio สตูดิโอภาพพิมพ์ชั้นนำทางภาคเหนือ ประกาศย้ายกลับสู่ย่านนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ หลังเสร็จสิ้นการปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่ พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์โฉมใหม่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อการทำงานด้านภาพพิมพ์โดยเฉพาะ พร้อมต้อนรับทั้งศิลปินและผู้สนใจให้เข้ามาใช้พื้นที่ เรียนรู้ และสัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์งานภาพพิมพ์อย่างใกล้ชิด

C.A.P Studio หรือ Chiang Mai Art on Paper ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2546 โดย กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ศิลปินและช่างภาพพิมพ์ชาวไทยผู้เชี่ยวชาญด้านภาพพิมพ์ สตูดิโอทำงานร่วมกับศิลปินไทยและนานาชาติในการสร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ศิลปะต้นฉบับแบบทำมือในจำนวนจำกัด (Limited Edition) ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา C.A.P Studio มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เชียงใหม่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยและงานภาพพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศไทย และระดับนานาชาติ

สิ่งที่ทำให้ C.A.P Studio แตกต่างจากโรงพิมพ์ทั่วไป คือการทำงานในฐานะพื้นที่แห่งความร่วมมือระหว่างศิลปิน และช่างภาพพิมพ์ โดยศิลปินจะพัฒนาผลงานร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญของสตูดิโอในทุกขั้นตอน C.A.P Studio เชี่ยวชาญการผลิตภาพพิมพ์ศิลปะต้นฉบับที่พิมพ์ด้วยมือ (Hand-pulled Fine Art Prints) ซึ่งเป็นผลงานดั้งเดิม ไม่ใช่งานพิมพ์ซ้ำ (Reproduction) และผลิตในจำนวนจำกัด (Limited Edition) สตูดิโอสนับสนุนทั้งด้านเทคนิค วัสดุ และกระบวนการผลิต โดยผลงานในแต่ละชุดจะถูกแบ่งระหว่างศิลปินและสตูดิโอ ตามข้อตกลง

C.A.P Studio เริ่มก่อตั้งขึ้นในห้องคอนโดมิเนียมขนาดเล็กด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2546 เป็นเวลาสามปี ก่อนจะย้ายมายังพื้นที่ที่กว้างขึ้นในย่านนิมมานเหมินท์ หลังจากนั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2564 สตูดิโอตัดสินใจปรับโฉมอาคารครั้งใหญ่ จึงย้ายไปเปิดดำเนินงานชั่วคราวในย่านเมืองเก่าของเชียงใหม่ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง เพื่อรองรับการเติบโตและยกระดับคุณภาพการสร้างสรรค์ผลงาน จนแล้วเสร็จ

ปัจจุบัน การปรับปรุงอาคารเดิมในย่านนิมมานเหมินท์เสร็จสมบูรณ์แล้ว และ C.A.P Studio ได้กลับมาเปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบอีกครั้งในพื้นที่ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ และได้ปิดสตูดิโอชั่วคราวย่านเมืองเก่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาคารแห่งนี้ได้รับการออกแบบและจัดสรรพื้นที่อย่างพิถีพิถัน เพื่อรองรับกระบวนการสร้างสรรค์งานภาพพิมพ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมสะท้อนแนวคิดและความตั้งใจของ C.A.P Studio ในการสร้างพื้นที่แห่งความร่วมมือระหว่างศิลปินและช่างภาพพิมพ์มาอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะ “พื้นที่ทดลองสร้างสรรค์ที่มีชีวิต” (Living Lab) C.A.P Studio เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาสัมผัสกระบวนการสร้างงานภาพพิมพ์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับศิลปินและทีมช่างพิมพ์ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังสามารถชมและเลือกสะสมผลงานภาพพิมพ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นภายในสตูดิโอได้อีกด้วย

C.A.P Studio สาขานิมมานเหมินท์ ซอย 17 เปิดให้บริการตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.30–18.00 น.

รายละเอียด C.A.P Studio สาขานิมมานเหมินท์
-ที่ตั้ง: นิมมานเหมินท์ ซอย 17 (หมายเหตุ: สตูดิโอเดิมบนถนนสามล้านปิดให้บริการแล้ว)
-เวลาเปิดทำการ: วันอังคาร–วันเสาร์ เวลา 10.30–18.00 น. ปิดวันอาทิตย์และวันจันทร์
-ที่อยู่: 17/1 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
-โทรศัพท์: 087 810 8860
เกี่ยวกับ C.A.P Studio

C.A.P Studio หรือ Chiang Mai Art on Paper คือสตูดิโอภาพพิมพ์ศิลปะที่สร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ต้นฉบับแบบทำมือในจำนวนจำกัด (Limited Edition) ร่วมกับศิลปินไทยและนานาชาติ สตูดิโอมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคภาพพิมพ์แบบดั้งเดิมหลากหลายรูปแบบ อาทิ เทคนิคภาพพิมพ์ร่องลึก (Etching) และภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodblock Printing) โดยทุกผลงานเป็นงานภาพพิมพ์ต้นฉบับที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นบนแม่พิมพ์โดยตรง มิใช่งานพิมพ์ซ้ำจากผลงานเดิม (Reproductions) C.A.P Studio เปิดต้อนรับผู้ที่สนใจงานภาพพิมพ์ร่วมสมัย รวมถึงผู้ที่ต้องการเรียนรู้และสัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์งานภาพพิมพ์อย่างใกล้ชิด ผ่านการทำงานจริงของสตูดิโอและทีมช่างภาพพิมพ์

บางจากฯ ชูคุณภาพน้ำมัน–มาตรฐานหัวจ่าย!! เดินหน้าตรวจคุณภาพน้ำมัน–หัวจ่ายต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการทั่วประเทศ ครองแชมป์หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับทองมากที่สุดในไทย ตอกย้ำเติมเต็มลิตร–คุณภาพมั่นใจ

บางจากฯ ครองอันดับ 1 "หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน" ระดับสีทองมากที่สุด

สถานีบริการน้ำมันบางจากครองตำแหน่งสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับรอง "หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน" ระดับสีทองซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุด มากที่สุดในประเทศไทย จากโครงการของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ร่วมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในมาตรฐานการให้บริการของสถานีบริการน้ำมัน

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานของสถานีบริการน้ำมันมาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ มีการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานของการจ่ายน้ำมัน รวมทั้งคุณภาพน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เช่น การกำหนดให้สถานีบริการน้ำมันตรวจสอบมาตรฐานหัวจ่ายสม่ำเสมอ มีหน่วยตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพน้ำมันทั่วประเทศ (Mobile Lab)  เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับน้ำมันครบถ้วน ถูกต้อง คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน บางจากฯ จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมโครงการรับรอง “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นการยืนยันมาตรฐานการดำเนินงานของสถานีบริการน้ำมันบางจากเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ให้บริการ บางจากฯ มีแผนให้สถานีบริการน้ำมันบางจากทุกแห่งเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อให้ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานของหัวจ่ายน้ำมันอย่างสม่ำเสมอจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันบางจากได้รับมาตรฐานแล้วเกือบ 2,000 สาขา และได้รับป้ายระดับทองสูงสุดถึง 269 สาขา เป็นแบรนด์น้ำมันที่ได้รับการรับรองป้ายมาตรฐานระดับทองมากที่สุด และยังคงทยอยได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

นอกจากการควบคุมมาตรฐานการให้บริการแล้ว บางจากฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพสูง อาทิเช่น น้ำมันบางจากไฮพรีเมียม 98 +พลัส และไฮพรีเมียม ดีเซล +พลัส เป็นต้น ทั้งยังเป็นพลังงานสะอาด ประหยัดและคุ้มค่าต่อการใช้งาน   ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมุ่งเพิ่มความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคด้วยการจัดโปรโมชันสมนาคุณลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโปรโมชัน ได้แก่  สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติมน้ำมันบางจากทุกชนิดครบทุก 1,000 บาท รับฟรี น้ำดื่มขวดใหญ่ ขนาด 1.5 ลิตร มูลค่า 14 บาท จำนวน 1 ขวด ตั้งแต่ 1 ถึง 31 กรกฎาคม 2569   และเมื่อเติมน้ำมันบางจากทุกชนิดครบทุก 1,200 บาท รับฟรี แก้วแรงใจ 1 ใบ มูลค่า 49 บาท มี 7 ลายให้สะสม ตั้งแต่ 10 มิถุนายน ถึง 20 กรกฎาคม 2569 ยิ่งไปกว่านั้นในโอกาสครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์  สมาชิกสามารถใช้คะแนนสะสม 500 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดเติมน้ำมันบางจากมูลค่า 120 บาท เพิ่มขึ้นจากปกติที่แลกได้ 100 บาท  ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก สำหรับการเติมน้ำมันบางจากชนิดใดก็ได้ตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569  และสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

วันที่ 13 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เจ้านายฝ่ายในแห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงมีพระกรณียกิจโดดเด่นด้านสังคมสงเคราะห์ การสาธารณสุข การช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้ยากไร้ และผู้ประสบความเดือดร้อนในสังคม

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ มีพระนามเดิมว่า หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร

ประสูติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นธิดาของหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร และท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การสงเคราะห์เด็กและเยาวชน การดูแลผู้ป่วย และการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข ซึ่งล้วนสะท้อนพระเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะในการบรรเทาความทุกข์ของประชาชน

พระกรณียกิจที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือบทบาทของพระองค์ในการทรงสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขและการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ป่วยและครอบครัวที่เผชิญความยากลำบาก ทั้งในด้านการรักษา การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และการลดการตีตราทางสังคม

พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในโครงการและกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ เช่น โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก กองทุนยาสำหรับผู้ติดเชื้อ และกองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก งานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงพระกรณียกิจที่มุ่งช่วยเหลือผู้เปราะบางในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากด้านสาธารณสุขแล้ว พระองค์ยังทรงสนพระทัยงานสังคมสงเคราะห์ในหลายมิติ ทั้งการช่วยเหลือเด็กในกระบวนการยุติธรรม เด็กด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้คนที่มักถูกมองข้าม เพื่อให้ได้รับโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พระองค์ยังทรงเกี่ยวข้องกับมูลนิธิและองค์กรสาธารณประโยชน์หลายแห่ง ซึ่งทำงานด้านการสงเคราะห์ การแพทย์ การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน งานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของพระกรณียกิจที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนพระปณิธานในการช่วยเหลือสังคมด้วยความเมตตา

ในด้านการทำงานเพื่อประชาชน พระองค์ทรงเป็นที่จดจำในฐานะเจ้านายที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างใกล้ชิดกับผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาส พระเมตตาของพระองค์ไม่ได้ปรากฏเพียงในพิธีการ แต่ปรากฏผ่านการสนับสนุนงานที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนจำนวนมากได้รับการดูแลและมีความหวังมากขึ้น

พระกรณียกิจของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ จึงมีความหมายอย่างยิ่งในสังคมไทย เพราะสะท้อนบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการเกื้อกูลประชาชน โดยเฉพาะการดูแลผู้ที่เผชิญปัญหาด้านสุขภาพ ความยากจน และความเปราะบางทางสังคม

วันที่ 13 กรกฎาคมของทุกปี จึงเป็นโอกาสที่ปวงชนชาวไทยได้น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และร่วมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

พระกรณียกิจของพระองค์ยังคงเป็นแบบอย่างของความเมตตา ความเสียสละ และการทำงานเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการโอกาสและกำลังใจในชีวิต

13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ จึงเป็นวันที่ควรน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย เด็ก ผู้ด้อยโอกาส และผู้เปราะบางในสังคมไทย

OR ยกระดับความเชื่อมั่นผู้บริโภค!! พีทีที สเตชั่น ผ่านหัวจ่ายมาตรฐานครบ 2,195 สถานี ปักหมุดมาตรฐานหัวจ่ายครบทุกสาขา เดินหน้าเพิ่มป้ายทอง 500 สถานีในปีนี้ ตอกย้ำผู้นำมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันไทย

พีทีที สเตชั่น รายแรกของไทยที่ได้รับสัญลักษณ์หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานครบ 100% ทุกสถานีทั่วประเทศ พร้อมมุ่งสู่การมีหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองมากที่สุดภายในปีนี้

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบป้ายสัญลักษณ์โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานสีทอง ณ พีทีที สเตชั่น หจก.ศรีเจริญภัณฑ์ กรุงเทพฯ โดยมี นายทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันของประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐและภาคเอกชนในการทำงานร่วมกันตามแนวทางการดำเนินงานของกรมการค้าภายในในการดูแลความเป็นธรรมทางการค้า

พีทีที สเตชั่น เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ครบทุกสถานี 100% โดยปัจจุบัน มีสถานีบริการที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ระดับสีเงิน จำนวน 2,073 สถานี และ ระดับสีทอง จำนวน 122 สถานี รวม 2,195 สถานี ซึ่งเป็นสถานีที่ได้รับการรับรองระดับสีเงินและสีทองมากที่สุดในประเทศ สะท้อนถึงการรักษามาตรฐานคุณภาพอย่างต่อเนื่องในเครือข่ายสถานีบริการทั่วประเทศ นอกจากนี้ พีทีที สเตชั่น ยังเดินหน้าพัฒนาสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสถานีบริการที่ได้รับการรับรอง ระดับสีทอง เป็น 500 สถานี ภายในปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในทุกพื้นที่

นายทรงพล กล่าวว่า “การเข้าร่วม ‘โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน’ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและความตั้งใจของ OR ที่ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานการให้บริการของ พีทีที สเตชั่น การเข้าร่วมโครงการครบทุกสถานี 100% พร้อมได้รับป้ายหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองและสีเงินจำนวนมากที่สุด ณ ขณะนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และความโปร่งใสในการให้บริการ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับกรมการค้าภายในในการตรวจประเมินและยกระดับมาตรฐานสถานีบริการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า พีทีที สเตชั่น ให้บริการด้วยมาตรฐานที่ถูกต้อง โปร่งใส และเชื่อถือได้”

OR พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานการให้บริการ ความถูกต้องของปริมาณและคุณภาพน้ำมัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสถานีบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เพื่อตรวจสอบ

พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสูงสุดและสมูทที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top