Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา พล.ร. 15 เยี่ยมให้กำลังใจ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณสมฤดี ขำเขียว ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพลทหารราบที่ 15 พร้อมด้วยสมาชิกแม่บ้านทหารบก สาขากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ สิบโท สุรินท์ รักดี กำลังพลสังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดขณะเดินเท้ากลับ หลังเสร็จสิ้นภารกิจ รปภ.เส้นทางรถไฟ ในพื้นที่ ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา 

'อลงกรณ์' เร่งเดินหน้าเศรษฐกิจสีน้ำเงิน(Blue Economy) เผยปี2565 'ปลาทู' เพิ่ม 63% ชี้มาตรการปิดอ่าวของกรมประมงบรรลุความสำเร็จภายใต้นโยบาย '3ป.' ของรัฐมนตรีเกษตรฯ.

พร้อมประกาศปิดอ่าวไทยดีเดย์ 15 ก.พ. คุ้มครองพ่อแม่พันธุ์ปลาทูและสัตว์น้ำมีไข่ หวังเพิ่มผลผลิตและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2566 เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์ปลาทูและสัตว์น้ำมีไข่ให้แพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืน 

โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกรมประมง สมาคมประมง องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น เข้าร่วม ณ สวนสาธารณะปากน้ำปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่บริเวณอ่าวไทยทั้งหมด แบ่งเป็น บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง 2 ช่วงระยะเวลา ได้แก่ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2566 

ในบริเวณอาณาเขตตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลางและเขตต่อเนื่องตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณพื้นที่อ่าวไทยรูปตัว ก 2 ช่วงระยะเวลา ได้แก่ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคม 2566 ในพื้นที่อ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันตกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร และระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน ในพื้นที่อ่าวไทยตอนในด้านเหนือของจังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี  

สำหรับพิธีประกาศปิดอ่าวฯ ในวันนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกอบพิธีบวงสรวงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และกล่าวคำปฏิญาณตนที่บริเวณด้านหน้าอ่าวประจวบฯ พร้อมกล่าวเปิดพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ มีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2566 พร้อมทั้งได้มอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมงให้กับผู้แทนองค์กรประมงท้องถิ่นทั่วประเทศ จำนวน 200 ชุมชน 

โดยมอบให้กับผู้แทนสมาคมประมงพื้นบ้าน และมอบป้ายเงินอุดหนุนให้แก่ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตจังหวัดชุมพร จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ สมาคมประมงด่านสวี หมู่ที่ 3 ตำบลด่านสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ชุมชนประมงท้องถิ่นบ้านควนเสาธง หมู่ที่ 9 ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร กลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านกลางอ่าว 1 หมู่ที่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร กลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านกลางอ่าว 2 หมู่ที่14 ตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตจังหวัดชุมพรประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ้านเขาแดง ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านปากคลอง ตำบลบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงและการท่องเที่ยวบางสะพาน ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ 

กลุ่มประมงพัฒนาสาหร่ายทะเลเพชรบุรี ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ตำบลนาพันสาม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และได้มอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ตัวแทนชุมชนประมงท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวนรวมทั้งสิ้น 215,000 ตัว ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ 200,000 ตัว กุ้งแชบ๊วย 10,000 ตัว และปลากะพง 5,000 ตัว

 

จากนั้นนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดแผ่นป้ายประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ มีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2566 พร้อมพิธีปล่อยเรือตรวจประมงทะเลออกปฏิบัติงานในพื้นที่ ประกอบด้วย เรือตรวจประมงทะเลขนาด 60 ฟุต เรือตรวจประมงทะเล ขนาด 38 ฟุต เรือตรวจประมงทะเลขนาด 24 ฟุต เรือตรวจประมงทะเลขนาด 19 ฟุต และเรือยางตรวจประมงทะเล และได้เยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานกรมประมงและนิทรรศการหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาทิ นิทรรศการการจัดตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่เพาะพันธ์เพื่อการอนุรักษ์พร้อมบอร์ดแสดงข้อมูล นิทรรศการผลการศึกษาทางวิชาการมาตรการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน บริเวณอ่าวไทยตอนกลาง อ่าวไทยรูปตัว ก นิทรรศการมาตรการปิดอ่าวไทยตอนกลางและมาตรการปิดอ่าวไทยตอนในในภาพรวม รวมไปถึงมาตรการที่เกี่ยวข้อง นิทรรศการการลงทะเบียนเพื่อขอรับใบอนุญาตประมงพื้นบ้านและเตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตประมงพื้นบ้าน นิทรรศการการควบคุมการทำประมงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมชุมชนประมง การอนุรักษ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (MMPA) นิทรรศการการจัดทำหนังสือคนประจำเรือ (Sea book) ฯลฯ

‘ตำรวจ’ รวบ ‘เจ้าแม่เปิดบัญชีม้า’ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รับ!! เปิดบัญชีจำนวนมาก ส่งให้ ‘บอสใหญ่ชาวจีน’

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ส่งทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรม ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ PCT ชุดปฏิบัติการที่ 5 และทีมสืบสวนนครบาลแกะรอยสืบสวนทำสงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบ ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการปราบปรามขบวนการเปิดบัญชีม้าให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์สร้างความเดือนร้อนให้ประชาชนอย่างเด็ดขาด พบว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบการหาบัญชีม้าต่างไปจากเดิม โดยล่าสุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดปฏิบัติการที่ 5 สืบสวนพบว่านางสาวมลเป็นเจ้าแม่เปิดบัญชีม้าให้กับบอสชาวจีน หัวหน้าแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 3 ล้านบาท

(16 ก.พ.66) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ผอ.ศปอส.ตร. (PCT), พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หน.PCT ชุดที่ 5, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. รอง หน. PCT ชุดที่ 5, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.มาโนช ทองแก้ว สว.กก.2 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.4, ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ รอง สว.กก.2 บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ.หญิง ธิดารัตน์ ผดุงประเสริฐ รอง สว.กก.2 บก.สส.ภ.2 ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 และสืบนครบาล จับกุม น.ส.ดวงกมล บุ้งทอง อายุ 37 ปี หรือ มล ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 หมายจับข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 391/11 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดในปัจจุบันซึ่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้วางแนวทางการป้องกันและปราบปรามในทุกมิติ เสมือนการทำสงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้มีการจัดตั้งทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมคอยวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ 

ซึ่งต่อมาได้สืบสวนกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบ ‘หลอกให้หลงรักและลงทุนเหรียญดิจิทัล’ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในฐานะหัวหน้าชุด PCT5 ทำการสืบสวนจนทราบแผนประทุษกรรมของแก๊งนี้คือ จะมีการสร้างโปรไฟล์เป็นหนุ่มเกาหลีที่มีโปรไฟล์ดี อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมาตีสนิท โดยพูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อพูดคุยก็รู้ว่าคนร้ายเป็นคนที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้จริง ๆ ทำให้เกิดความเชื่อใจ คนร้ายจึงชักชวนลงทุนเทรดสกุลเงินดิจิทัล Crytocurrency ผู้เสียหายก็มีความรู้ด้านสกุลเงินดิจิทัล Crytocurrency อยู่บ้าง จึงหลงกลคนร้ายลงทุนเทรดผ่าน MetaTrader 5 และ ในเว็บไซต์ www.bithumbgjcoltd.com ก็สามารถถอนออกได้จริง จึงหลงกลอุบายของคนร้าย ทำให้ใช้เงินลงทุนมากขึ้น 

โดยมีการโอนเงินไปให้กับคนร้ายที่บัญชีชื่อ น.ส.ดวงกมล บุ้งทอง ธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 020385181480 จากการสืบสวนทราบว่ามีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ราย และมูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งต่อมาได้มีการออกหมายจับ น.ส.ดวงกมล บุ้งทอง 3 หมาย คือ หมายจับศาลอาญา ที่ จ.1098/2565 ลงวันที่ 8 มิ.ย. 2565 ในข้อหา ‘ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น’, หมายจับศาลแขวงนครปฐม ที่ จ.27/2566 ลงวันที่ 11 ม.ค. 2566 ในข้อหา ‘ร่วมกันฉ้อโกง’ และหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.114/2566 ลงวันที่ 10 ก.พ. 2566 ในข้อหา ‘ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน’   

ต่อมาวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT5 และสืบสวนนครบาล ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่า น.ส.ดวงกมลฯ คนร้ายกบดานอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และมีพฤติกรรมพบปะกับ ‘บอสชาวจีน’ ที่โรงแรมชื่อดังในพื้นที่พัทยาบ่อยครั้ง จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ดวงกมลฯ ตามหมายจับ โดยจับกุมได้ที่บริเวณ หน้าบ้านเลขที่ 415/17 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในชั้นจับกุม น.ส.ดวงกมลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

'จุรินทร์' สวนฝ่ายค้าน พืชเกษตรไม่ได้ตกต่ำ ยัน ราคาดีทุกตัว ชี้ ส่งออกยังบวก ลั่น!! FTA ไทย กำลังไล่แซงเวียดนาม

(16 ก.พ. 66) ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ขึ้นชี้แจงฝ่ายค้านประเด็นต่าง ๆ ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ก.พ. 66 เวลา 21.00 น.) โดยนายจุรินทร์ได้กล่าวว่า ประเด็นที่พาดพิงประเด็นแรกที่พูดถึงเงินเฟ้อ และของแพงทั้งแผ่นดิน เป็นประเด็นเดิมที่อภิปรายแล้ว ไทยเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นเป็นลำดับ เงินเฟ้อลดลง เดือน ม.ค. 66 เหลือ 5% อัตราเฉลี่ยของโลก IMF คาดว่าปี 66 เงินเฟ้อโลก 6.5% แต่ไทยจะเฟ้อแค่ 2.8% ดีกว่าหลายประเทศ เพราะรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และเอกชน กำกับราคาต้นทุนการผลิตบางอย่าง ราคาสินค้าดีตามสมควร

แม้ราคาน้ำมัน แก๊ส ค่าไฟยังไม่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ที่บอกแพงทั้งแผ่นดิน ความจริงราคาสินค้าลดลงเยอะมาก 58 รายการจำเป็น ที่ติดตามทุกวัน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น หมูเนื้อแดง ที่เคยอภิปรายว่าจะ 300 บาท/กก. พบเฉลี่ย 165 บาท/กก., ผักชีลดลง 27%, กวางตุ้ง ลดลง 23%, ต้นหอม ลดลง 28%, น้ำมันปาล์ม 48-50 บาท/ขวด ลดลง 17%, ชุดตรวจ ATK ลดลง 28%, ฟ้าทะลายโจร ลดลง 63%, ข้าวสาลี ลดลง 21%, ปุ๋ยเคมีทำจากแก๊สธรรมชาตินำเข้า 100% เข้าไปกำกับดูแล แก้ปัญหาดังนี้

1.) ปุ๋ยไม่ขาด นำเข้าจากซาอุฯ หลายแสนตัน
2.) ราคาลดลง เช่น ยูเรีย 46-0-0 ลดลง 25% ประมาณ 400 บาท/กระสอบ, ปุ๋ยสูตร 21-0-0 ลดลง 30% ลด 300 กว่าบาท/กระสอบ, ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ลดลง 8% 100 กว่าบาท/กระสอบ เป็นต้น ที่บอกแพงทั้งแผ่นดินไม่เป็นอย่างนั้น

และที่สมาชิกอภิปรายว่า พืชเกษตรตกต่ำทุกตัว ตกต่ำมาตลอด ไม่จริง ราคาพืชเกษตเฉลี่ยดีเกือบทุกตัว โดยที่ประกันรายได้ ข้าวเปลือก เกือบ 10,000 บาท/ตัน, ข้าวหอมมะลิ 1,4000-15,000 บาท/ตัน, ข้าวเปลือกเหนียว 11,000-12,000 บาท/ตัน, มันสำปะหลัง ก่อนรัฐบาลนี้ กิโลกรัมละบาทกว่า วันนี้ 3 บาทกว่า/กก.

ล่าสุด ตนพาฟิลิปปินส์มาเซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2,000,000 ตันที่นครราชสีมา ปากช่อง ยิ่งช่วยดีมากราคามีแนวโน้มดีขึ้น ปาล์มน้ำมันก่อนนี้ 10-12 บาท/กก. ตอนนี้ 5 บาทกว่า/กก. ก่อนรัฐบาลนี้ เพียง 2 บาทกว่า/กก., ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สมัยก่อน 6-7 บาท/กก. เดี๋ยวนี้ 12-13 บาท/กก., ผลไม้ยิ่งดี ราคาปีที่แล้ว ทุเรียนหมอนทองเฉลี่ย 145 บาท/กก., มังคุดเกรดส่งออก 60 บาท/กก., ลำไยช่อส่งออก เกรดเอเอ 42.50 บาท/กก. 

และกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาล ประสานงานเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ดูแลชดเชยไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ไร่ ตนลงนามเข้า ครม.แล้ว รอพิจารณา เงาะโรงเรียน  20.50 บาท/กก., ลองกอง 12.50 บาท/กก., ลิ้นจี่ 75 บาท/กก., มะม่วงน้ำดอกไม้ 45 บาท/กก., ส้มเขียวหวาน 25 บาท/กก., หอมแดงแห้ง 48 บาท/กก. จาก 26 บาท/กก., กระเทียม 78 บาท/กก. ราคาพืชผลการเกษตรดีเกือบทุกตัว ยกเว้นยางพารา ตอนนี้ 45-49 บาท/กก. เนื่องจาก

1.) เศรษฐกิจโลกชะลอตัว รถยนต์ขายยากขึ้น ขายล้อรถน้อยลง
2.) สถานการณ์โควิดดีขึ้น ใช้ถุงมือยางลดลง แต่รัฐบาลนี้มีประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรชาวสวนยาง 3 ปีที่ผ่านมา ชดเชยเงินส่วนต่างให้ แต่ปีนี้ช้าหน่อย ครม.กำลังจะพิจารณาในอีกไม่กี่สัปดาห์ จะชดเชยใช้ส่วนต่างให้ได้ต่อไปเหมือนที่ผ่านมา

‘ชลน่าน’ เย้ย ‘ประยุทธ์’ ทำงาน 8 ปีไม่มีผลงาน ซัด!! อ้างทำหมดทุกอย่าง แต่ผลลัพธ์เท่ากับล้มเหลว

(16 ก.พ. 66) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายในวันที่ 15 ก.พ.ว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่งในการนำเสนอข้อเท็จจริงสอบถามไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนที่นายกฯ จะตอบว่า สิ่งที่ฝ่ายพูดไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ต้องบอกกับสภาเอง และหลายเรื่องที่เราอภิปรายสามารถนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่ครั้งนี้เป็นการอิปรายทั่วไปรัฐมนตรีก็ต้องไปดูว่าเป็นจริงตามที่เราพูดหรือไม่

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าบางประเด็นสามารถอภิปรายไม่ไว้ใจได้นั้น จะมีการนำไปยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ประเด็นที่นำมาพูดและมีหลักฐานชัด สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ เป็นแนวทางที่เราหารือไว้แล้ว ซึ่งมีหลายเรื่อง เช่นเรื่อง น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยอภิปรายถึง การฮั้วการประกอบธุรกิจโดยมิชอบมีการเอื้อประโยชน์ แม้รัฐมนตรีไม่เกี่ยวเนื่องโดยตรงแต่มีเรื่องจริยธรรมอยู่

'ชัยวุฒิ' แจง รบ.กำลังเร่งปราบธุรกิจสีเทา ชี้ มีมานานแล้ว ป้อง 'บิ๊กป้อม' ไม่มีเอี่ยวทุนสีเทา หลังรูปถ่ายคู่เพื่อนตู้ห่าวโผล่

(16 ก.พ. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายวันแรก โดยเฉพาะปัญหาต่าง ๆ ที่ฝ่ายค้านเสนอแนะ ว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอยู่ จะนำไปสู่นโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ด้วย ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในรัฐบาลหน้า เพราะรัฐบาลนี้คงทำไม่ทัน หลายเรื่อง

โดยเฉพาะธุรกิจสีเทาและมาเฟียต่าง ๆ รัฐบาลดำเนินการปราบปรามอยู่แล้ว วันนี้ที่เป็นข่าวเยอะ ๆ เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปปราบปรามจริงจัง มีการจับกุมดำเนินคดี จริง ๆ แล้วทุนสีเทา ธุรกิจพวกนี้มันทำมานานแล้ว เป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ไม่ได้เพิ่งมามีสมัยนี้ สมัยรัฐบาลในอดีตก็มี เสธ.คนนั้น เสธ.คนนี้ ใครจะทำธุรกิจสีเทาต้องไปคุยกับ เสธ.คนนี้ จำชื่อไม่ได้แล้ว เนื่องจากเสียชีวิตแล้ว เป็นเพื่อนอดีตนายกรัฐมนตรีด้วย

“มันมีมานานแล้ว อย่าไปคิดมากเลย ปัญหานี้มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง รัฐบาลไหนมามันก็วิ่งเข้ามาหา พวกทุนสีเทาชอบวิ่งมาหาผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้น เราต้องแก้ที่กฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อจะลดปัญหาเหล่านี้” นายชัยวุฒิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื้อหาการอภิปรายโยงไปถึง พปชร.หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ ไปตรวจสอบแล้วกัน คิดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตรวจสอบไป ผิดถูกว่าอย่างไรว่าไปตามกฎหมาย แต่ว่าหลักการที่อยากจะพูดให้ฟังคือ วันนี้ปัญหาในสังคมไทย มันคือเรื่องของกฎหมายและระเบียบที่มันเอื้อให้เกิดธุรกิจสีเทา มันมีกฎหมายที่บางทีปฏิบัติไม่ได้ ทำธุรกิจแล้วมันผิดกฎหมาย เขาต้องไปจ่ายส่วยเพื่อให้ทำธุรกิจนี้ได้ ดังนั้น หน้าที่ของเราคือ ต้องเอากฎหมายมาดู อะไรที่ล้าสมัยก็ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ธุรกิจไปได้และไม่ต้องมาจ่ายส่วย นี่คือสิ่งที่กำลังผลักดันเรื่องนี้ และคุยกันใน พปชร.อยู่ คิดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้

เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามประชาชน แต่คิดว่าธุรกิจสีเทามันมีมาทุกยุคทุกสมัย เขาจะวิ่งหาผู้มีอำนาจ รัฐบาลในอดีต อดีตนายกฯ ทุกคนก็มีความไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้

ยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีหลักฐานที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา แต่ธุรกิจสีเทาพวกนี้พยายามวิ่งหาผู้มีอำนาจอย่างที่นำมาอภิปรายกัน มีภาพไปถ่ายรูปกับคนดังคนนั้นคนนี้ พวกนี้เขาทำธุรกิจกันมานานแล้ว ไม่ได้เพิ่งมาตั้งตัวกันได้ในสมัยรัฐบาลนี้ ไปดูเอาเถอะ ประวัติเขาแต่ละคน

'ธนกร' ซัดกลับ 'ก้าวไกล' ปมที่ตั้งตึก 'รทสช.' กล่าวหาไร้ข้อมูล ยัน เช่าถูกต้องตามกฎหมาย

(16 ก.พ. 66) ที่ทำเนียบฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตามมาตรา 152 พาดพิงอดีต ส.ว.ทรงเอ ถูกโยงว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ ย่านซอยอารีย์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ

โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค รทสช. ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนก็ได้ดูการอภิปรายอยู่เช่นกัน ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เป็นเรื่องไม่จริง และเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นข้อมูลที่นายกฯ ทราบอยู่แล้ว เพราะนายกฯ เป็นคนสั่งการให้ดำเนินคดีกับทุกฝ่ายทั้งคดีตู้ห่าว และเรื่องอักษรย่อต่าง ๆ และ ผบ.ตร.ก็รายงานนายกฯ มาโดยตลอด ซึ่งจะเป็นได้ว่ากระบวนการทุนจีนสีเทาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว

ดังนั้น เมื่อเกิดคดีใหม่ก็ต้องให้เครดิตนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล ซึ่งคดีนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นผู้จับกุมครั้งแรก และมีการขยายผลเมื่อนายชูวิทย์เปิดเผยข้อมูล ผบ.ตร.ก็ได้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ นายชูวิทย์ก็ชื่นชม ผบ.ตร. และ ผบ.ตร.ก็ได้รายงานนายกฯ โดยตลอด นายกฯ จึงกำชับดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่ช่วยเหลือปกป้องใครทั้งนั้น สุดท้าย อัยการสั่งฟ้อง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว สิ่งที่ ส.ส.รังสิมันต์ อภิปรายมาจึงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด และนายกฯ ก็เต็มที่กับเรื่องนี้ สั่งการอย่างเด็ดขาด เมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็ไล่ออก ปลดออกไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีการโยงที่ดินและอาคารที่ทำการพรรค รทสช. เกี่ยวโยงกับ ส.ว.คนดังกล่าว นายธนกร กล่าวว่า "ตรงนี้เป็นการกล่าวหาที่ไร้ข้อมูลมาก ๆ เรื่องนี้ผมก็ทราบมาก่อนว่า ตึกที่พรรค รทสช.ไปเช่าถูกต้องตามกฎหมาย และอดีต ส.ว.มีชื่อครอบครองตั้งแต่ปี 60-62 แต่ตอนนี้ปี 66 แล้วไม่มีชื่อเขา ดังนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับตึก รทสช. และหัวหน้าพรรคก็เป็นอดีตผู้พิพากษารู้กฎหมายดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เราไม่ไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ เป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม

หากผมบอกว่า พรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่ เดิมเช่าตึกไทยซัมมิทอยู่ แล้วเจ้าของตึกมีคดีรุกป่า มีคดีน้องชายติดสินบนใต้โต๊ะพนักงานที่สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ้าผมกล่าวหาอย่างนี้ ก็คงไม่ถูก เพราะพรรคก้าวไกลเองก็คงไม่ทราบว่าเจ้าของตึกไปทำอะไรมา จึงต้องให้ความเป็นธรรมด้วย มิใช่พูดเอามันอย่างเดียวโดยไม่สนใจอะไรเลย

และสุดท้ายก็จะไปตัดคลิปอะไรสั้น ๆ แล้วบอกว่า รทสช.เกี่ยวพัน ตัดบางท่อนที่นายกฯ พูดบ้าง ผมพูดบ้างแล้วไปบิดเบือน ส่งไปในโลกโซเชียลเป็นการเมืองที่ตรรกะวิบัติที่สุด ทำการเมืองแบบนี้ตลอด พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่แนวทางคนรุ่นใหม่ ควรเลิกได้แล้ว หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยที่เช่าตึกชินวัตรอยู่เหมือนกัน ทั้งที่เจ้าของตึกก็กระทำความผิดมากมาย แล้วเราจะไปกล่าวหาพรรคเพื่อไทยอย่างนั้น ผมก็คิดว่าไม่เป็นธรรมกับพรรคเพื่อไทย อย่างนี้เป็นการกล่าวหาตีหัวเข้าบ้าน มันไม่ถูก"

‘อีลอน มัสก์’ โตมายังไง ทำไมถึงประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้? | TIME TO KNOW EP.13

เผยเคล็ดลับกว่าจะกลายเป็นอัจริยะของ ‘อีลอน มัสก์’ ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเรียนรู้และผ่านมาอะไรมาบ้าง กว่าจะมาดูแลพนังงานได้มากขนาดนี้ และกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลกที่ประสบความสำเร็จได้ เขามีวิธีคิดอย่างไร ไปชมกัน!

รับชม TIME TO KNOW ตอนอื่นๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLeCUW3J3YQWxrNs4ZAeXBp

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIME PODCAST

#THESTATESTIMESPodcast
#THESTATESTIMES
#TIMETOKNOW
#อีลอนมัสก์
#นักธุรกิจ

‘เพื่อไทย’ เดินหน้าอัดบิ๊กตู่ ปม ‘ตู้ห่าว-หลานชาย’ แถมประเด็นอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ‘เก็บส่วย’

(16 ก.พ. 66) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งกรอบเวลาในการอภิปรายวันแรกว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้ไป 12 ชั่วโมง 58 วินาที พรรคร่วมรัฐบาลใช้เวลาไป 19 นาที 40 วินาที คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง 3 นาที 33 วินาที รวมเวลาที่ใช้ไปทั้งหมด 14 ชั่วโมง 24 นาที 11 วินาที โดยในวันนี้เหลือเวลาอีก 15 ชั่วโมง พรรคร่วมฝ่ายค้านจะใช้เวลาอภิปราย 12 ชั่วโมง ครม.และพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้เวลาชี้แจงและอภิปราย 3 ชั่วโมง

จากนั้น ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ประกอบด้วย น.ส.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย และนายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น ได้ฉายภาพรวมการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย ส่งผลต่อสังคมเกิดเหตุในครอบครัวรายวันมีทั้งลูกฆ่าพ่อ ลูกฆ่าแม่ นำไปสู่การสูญเสีย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้ปราบปรามและดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ต่อมานายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ได้เปิดคลิปหนึ่งที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย โดยมีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือหาวเจ๋อ ตู้ กำลังสนทนากับคนกลุ่มหนึ่งโดยระบุว่า เมืองไทยถ้ามีเงินทำได้ทุกอย่าง มีเงินเท่านั้น อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง

จากนั้นนายวิสาร กล่าวว่า ที่นายตู้ห่าวพูดจายิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ เพราะทำค้าขายและประกอบธุรกิจกับบริษัทหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ที่ธุรกิจของนายตู้ห่าวเติบโตก่อร่างสร้างตัวได้นั้นด้วยเพราะอาศัยอำนาจ และความใกล้ชิดจากหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิสารยังได้กล่าวถึงบริษัทหลาน พล.อ.ประยุทธ์ว่าได้จดทะเบียนวัตถุประสงค์ของบริษัทว่าเป็นเพียงรับเหมาก่อสร้าง แต่ปรากฏภายหลังว่าได้ทำธุรกิจเช่ารถทัวร์ 50 คัน ที่เกี่ยวโยงกับนายตู้ห่าวด้วย ซึ่งพบความผิดปกติ เช่น ทุนจดทะเบียนตั้งบริษัทเพียง 3 ล้านบาท แต่ไปเช่ารถทัวร์มีวงเงินถึง 175 ล้านบาท อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังมาบอกภายหลังว่าหารถซึ่งเป็นหลักฐานไม่เจอ ยอมรับตามตรงว่ารู้สึกเป็นห่วงและกังวลว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร และอยากถามว่าแบบนี้ใครฟอกเงินกันแน่ จีนเทามาให้เราฟอกหรือหลานท่านไปฟอกให้

‘ชินจีฮยอน‘ นางฟ้าหน้าเบื่อโลก ตะลุยเช็กอินเมืองไทย เก็บทุกเม็ด ทั้งแหล่งเที่ยว-อาหาร-พาหนะ ยันจิ้งจกใน รร.!!

(16 ก.พ. 66) ‘ชินจีฮยอน‘ สาวเกาหลีคนดัง ผู้มีฉายา ‘นางฟ้าหน้าเบื่อโลก‘ เช็กอินเที่ยวเมืองไทยแบบเก็บทุกเม็ด ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ของกินสุดฮอต พาหนะยอดนิยม ไปจนถึงน้องจิ้งจกบนผนังของโรงแรม!!

อีกหนึ่งสาวเกาหลีที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือ ‘ชินจีฮยอน‘ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของเกาหลีใต้ ‘NONERD’ และได้รับฉายา ‘นางฟ้าหน้าเบื่อโลก‘ จากสไตล์การถ่ายภาพและไลฟ์สไตล์เท่ ๆ ของเธอ และเมื่อครั้งที่ได้เดินทางมาเที่ยวที่เมืองไทย ชินจีฮยอน ก็ได้โพสต์ภาพเช็กอินตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, ย่านท่าเตียน, ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา, ย่านเมืองเก่าภูเก็ต, หาดกะตะ, เกาะพีพี และยังมีภาพบนรถตุ๊กตุ๊ก แท๊กซี่ มอเตอร์ไซค์ที่เช่ามาสำหรับขี่บนเกาะภูเก็ต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top