Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

'บิ๊กตู่' ลั่น!! รัฐบาลนี้ไม่มีขายบ้านแถมสัญชาติ แถมยังไม่พบ 'รมต.หนีคุก-หนีไปต่างแดน'

(16 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีตู้ห่าว ว่าพฤติกรรมเกิดขึ้นมานานพอสมควร ก่อนปี 57 โดยเข้ามาในประเทศปี 54 และมีการอนุญาตเรื่องสัญชาติ พฤติกรรมเหล่านี้ทราบในวันนี้หรือ ตนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาไม่มีใครทราบเลยหรือไม่ ตนได้ให้ตรวจสอบย้อนหลังว่าเงินเหล่านี้ใช้กันอย่างไร เมื่อไหร่

"ทราบว่าใช้ซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ ยกหมู่บ้าน ไม่ทราบว่าบริษัทของใคร สำหรับรัฐบาลนี้ไม่มีแน่นอนขายบ้านแล้วแถมสัญชาติ ถ้าตรวจสอบให้ดีจะทราบว่าภรรยาของนายตู้ห่าวมีความเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีของบางพรรคการเมือง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การออกหมายเรียกนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. ของพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด จับกุมผู้เกี่ยวข้องและพัวพัน โดยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินตามอำนาจหน้าที่ ส่วนการเพิกถอนหมาย จับเป็นดุลยพินิจของฝ่ายตุลาการ ที่มีความเห็นว่าให้พนักงานสอบสวนไปออกหมายเรียกก่อน ซึ่งตนไม่ได้ช่วยใคร ไม่ก้าวก่าย แต่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และเป็นเรื่องความผิดนอกราชอาณาจักรที่พนักงานสอบสวน ต้องร่วมทำการสอบสวนกับอัยการตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายตามกฎหมาย

สำหรับกรณีธุรกิจจีนสีเทา ผับจินหลิง ก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่บอกว่ามีการย้ายคนขยันคนทำงานนั้น เป็นเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

'รทสช.' เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ ยัน พร้อมเลือกตั้ง ย้ำ พรรคไม่ใช้ความเกลียดชังในการขับเคลื่อนประเทศ

(16 ก.พ. 66) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้การต้อนรับและสวมเสื้อพรรคให้กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ ทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขต 1 น.ส.ฐันญาภา โพธิสาร, เขต 2 นายณัฐพล ขวัญแจ่ม, เขต 3 ดร.ภัทรดร พุทธนุรัตนะ, เขต 4 นายสุทธิพงษ์ จุลกะ, เขต 5 นายทองสุข บำรุงนอก และ เขต 6 นายสมโภชน์ นวลสาลี โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายเอกนัฏ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคขอส่งบุคคลคุณภาพให้เป็นตัวเลือกของพี่น้องชาว จ.เพชรบูรณ์ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอให้ชาวเพชรบูรณ์ทุกคนให้การต้อนรับผู้สมัครของพรรค ถ้าใครได้เจอก็สามารถเข้ามาทักทาย ถ้ามีข้อเสนอแนะเรายินดีรับฟังปัญหาของทุกท่าน เพื่อจะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาเป็นนโยบายของพรรค เพื่อกำหนดวิธีการแนวทางการทำงานภายใต้พรรครวมไทยสร้างชาติ

ทั้งนี้ พรรคเรามีความพร้อมในการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 จนกระทั่งในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เราก็มีความยินดีที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อที่จะมาสานต่อภารกิจ

ทั้งนี้ มีหลายนโยบายที่เราได้ทำไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร รวมไปถึงเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือที่เราเรียกกันว่า 'บัตรลุงตู่'

จากนี้ไป พรรคก็จะได้นำเสนอนโยบาย เป็นการต่อยอดจากผลงานเดิมของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอัปเกรดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การดูแลราคาพืชผลการเกษตร การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดโครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปเราก็จะเน้นให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคน ได้มีส่วนร่วมกับการผลักดันการแก้ไขปัญหาด้วยการแก้ไขกฎระเบียบ กฎกติกาต่าง ๆ โครงการรื้อ-ลด-ปลด-สร้าง โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค

'ชัยวุฒิ' ขอบคุณฝ่ายค้าน ชี้ข้อเสนอแก้กลุ่มทุนสีเทา ยันรัฐบาลเร่งแก้อยู่ แนะ!! ต้องมี 'กม.-ระเบียบ' เอื้อ

'รมว. ดีอีเอส' ขอบคุณฝ่ายค้านที่ให้ข้อเสนอแนะหลายด้าน โดยเฉพาะประเด็นกลุ่มทุนจีนสีเทา ซึ่งรัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหา ด้วยการออก พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

(16 ก.พ.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันแรก ว่า ขอบคุณฝ่ายค้านที่ได้พูดประเด็นปัญหาหลายอย่าง ซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่สะสมมานาน รัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่ นำไปสู่นโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนในรัฐบาลสมัยหน้า โดยเฉพาะธุรกิจสีเทา ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการปราบปรามมาอย่างต่อเนื่อง และที่มีข่าวในช่วงนี้ เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจไปปราบปรามและดำเนินคดีอย่างจริงจัง แต่ธุรกิจสีเทาเหล่านี้ได้ทำมานานแล้วกว่า 10 ปี ไม่ได้พึ่งมีในสมัยนี้ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะทุนจีนสีเทาเหล่านี้มักชอบวิ่งไปหาผู้มีอำนาจ ดังนั้น ต้องแก้ที่กฎหมาย และกฎระเบียบ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

BEV บริษัทย่อยในกลุ่ม EA รับมอบ Certificate ISO/EC 17025 : 2017ยกระดับมาตรฐานศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ เทียบเท่าระดับสากล

บจก. ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ BEV บริษัทย่อยในกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ ได้รับมอบ  มอก.17025-2561 (ISO/IEC 17025-2017)ความสามารถของปฏิบัติการทดสอบ โดยมี นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นประธานในพิธีมอบให้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์

โครงการฝึกอบรมตำรวจชุมชนแบบบูรณาการ ภายใต้โครงการ RTP cyber Village (ครูแม่ไก่ รุ่นที่ 2)

วันที่ 16 ก.พ.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมตำรวจชุมชนแบบบูรณาการ ภายใต้โครงการ RTP Cyber Village รุ่นที่ 2 ให้กับผู้เข้ารับการอบรมจากตำรวจภูธรภาค 4,6,7,8 และ 9 ประกอบด้วย รอง ผบก.ทุก บก./ภ.จว. หน่วยละ 1 นายเป็นหัวหน้าทีม พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ด้านตำรวจชุมชน บก./ภ.จว.ละ 5 นาย โดยมี รอง ผบช. บช.ละ 1 นาย เป็นผู้สังเกตการณ์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 306 นาย ณ รร.นรต. โครงการดังกล่าวนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น รับทราบปัญหา เสนอแนะ จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหาที่จะให้แก้ไข ร่วมกันพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของหมู่บ้าน/ชุมชน เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยกัน ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานแบบตั้งรับ รูปแบบเดิมที่ตำรวจรับแจ้งเหตุแล้วเข้าไประงับเหตุ มาเป็นการใช้มาตรการเชิงรุกเข้าถึงชุมชน มุ่งเน้นการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาในชุมชนเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมและปัญหาต่างๆ ให้น้อยลง ทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาในชุมชนที่ต้องการให้แก้ไข

สืบเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาจำเป็นต้องรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย แต่ตำรวจก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของประชาชนและสังคม ซึ่งในปี 2565 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำโครงการตำรวจชุมชน ภายใต้ชื่อโครงการ Cyber Village 1,483 สถานีตำรวจทั่วประเทศ 7,403 หมู่บ้าน ประชาชนเข้าร่วม 4,408,321 คน จำนวน 1,572,558 ครัวเรือน โดยใช้แพลทฟอร์มออนไลน์เข้ามาช่วยในการทำงาน เช่น Line, Clubhouse, Facebook และ Tiktok เป็นต้น ทำให้เข้าถึงประชาชนได้เป็นจำนวนมาก และร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อบต., เทศบาล และฝ่ายปกครอง

ผช.รมว.แรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ตรวจเยี่ยมสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี สาขาช่างเชื่อมเอ็กซเรย์ (ฟลัคคอร์) พบบริษัทฯ ประเทศเกาหลีใต้ต้องการช่างเชื่อมจำนวนมากในงานอู่ต่อเรือ

(16 ก.พ. 66) เวลา 10.00 น. นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกำ จังหวัดปทุมธานี โดยกล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีนโยบายให้การส่งเสริม และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานที่มีความประสงค์จะเดินทางไปหางานและทำงานในต่างประเทศให้ตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และนำรายได้กลับเข้าสู่ประเทศ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 14 ปทุมธานี ได้ออกใบอนุญาตสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน ในสาขาและตำแหน่งตามประกาศกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามมาตรา 47 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 มีเขตดำเนินการภายในจังหวัดปทุมธานี โดยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน จำนวน 4 สาขา ดังนี้ 

1. สาขาช่างเชื่อมและโลหะแผ่น 8 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างเชื่อมไฟฟ้า ช่างเชื่อมประกอบโครงสร้าง ช่างประกอบท่อ ช่างเชื่อมเอ็กซเรย์ ช่างเชื่อมก๊าซ ช่างตัดโลหะ ช่างทำท่อส่งลมและโลหะแผ่นบาง และช่างหุ้มฉนวน 2. สาขาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างไฟฟ้าอาคาร ช่างไฟฟ้าโรงงานหรือช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม และช่างทำความเย็นและปรับอากาศ 3. สาขาช่างยนต์ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างเครื่องยนต์เบนซิน ช่างสีรถยนต์ พนักงานขับรถยนต์ และพนักงานควบคุมเครื่องจักรกลหนัก 4. สาขาช่างก่อสร้าง 9 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างเหล็กเสริมคอนกรีต ช่างไม่แบบ ช่างประปา (สุขภัณฑ์/เดินท่อ/ประกอบท่อ) ช่างปูกระเบื้อง ช่างฉาบปูน ช่างก่ออิฐ ช่างสีอาคาร ช่างประกอบนั่งร้าน (ตำมแบบนายจ้างกำหนด) และพนักงานให้สัญญาณเครน (ตำมแบบนายจ้างกำหนด)

เจ้าของ 'เต่าบิน' เตรียมปูพรมตู้ชาร์จ 'กิ้งก่าอีวี' เบื้องต้นรุกตลาด 'คอนโด-สำนักงาน' 5,000 จุด

(16 ก.พ. 66) บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) เปิดตัวตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 'GINKA Charge Point' อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าหมายขยายปีนี้ 5,000 จุดผ่านการร่วมลงทุนกับเจ้าของพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และอพาร์ทเม้นท์ ช่วงแรกจะเน้นคอนโดมิเนียมที่มีตู้เต่าบินติดตั้งอยู่ราว 5,000 จุด ก้าวต่อไปกระจายไปในหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์และติดตั้งได้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.66

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ FSMART กล่าววว่า การติดตั้ง GINKA Charge Point จะเป็นการร่วมลงทุนกับเจ้าของพื้นที่ โดยจะมีโมเดลเดียวกับตู้เต่าบิน ซึ่งบริษัทจะลงทุนให้ตู้ชาร์จ ระบบบริการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันในช่วงไตรมาส 2/66 ขณะที่ค่าบริการขึ้นอยู่กับการตกลงกับเจ้าของพื้นที่ แต่จะไม่ให้เกิน 6.5 บาท/หน่วย ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในตลาดที่ 7.5 บาท/หน่วย

บริษัทคาดว่า รายได้จากการใช้บริการ GINKA Charge Point จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยตั้งเป้ารายได้ภายใน 3 ปีข้างหน้าไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท/เดือน และมีเป้าหมายที่จะเห็น 'GINKA Charge Point' เพิ่มขึ้นแตะ 50,000 ถึง 100,000 จุดในอนาคต

นักลงทุนต่างชาติ แห่ตั้งฐานการผลิตใน ‘ไทย’ ด้าน J.P.Morgan ชี้!! ‘ไทย’ น่าลงทุนที่สุดในอาเซียน

ดูเหมือนว่าภูมิภาคเอเชียจะเป็นที่จับจ้องสนใจของนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก นักลงทุนหลายๆ เจ้าอยากจะย้ายฐานการผลิตมาตั้งในภูมิภาคนี้ เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ ที่ดึงดูดนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงที่ถูกว่ายุโรป-สหรัฐฯ จำนวนแรงงานที่มีมากกว่า และที่สำคัญ ไม่มีเรื่องสงครามการค้าในปวดหัวด้วย

และประเทศที่เนื้อหอมเป็นที่ถูกตาต้องใจนักลงทุน ก็คือ ‘ประเทศไทย’ บ้านเรานั่นเอง โดยล่าสุดทาง J.P.Morgan ธนาคารระดับโลก ได้ออกมาบอกว่า ‘ประเทศไทย’ เป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดในอาเซียนด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ช่องยูทูบ ‘Kim Property Live’ โดยคุณคิม ชัชวาลย์ วัฒนะโชติ ได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจ ว่า…

การวิจัยของทาง McKinsey ได้ออกมาบอกว่า Asia’s Future is now หรือว่า ‘อนาคตของเอเชียอยู่ตรงนี้แล้ว’ โดยประเมินว่าในปี 2040 เอเชียจะกินสัดส่วน GDP ของโลกอยู่ที่ราว ๆ 50% เลยทีเดียว และจะเป็นคนขับเคลื่อนการบริโภคของโลกมากถึง 40% ทั้งนี้เอเชียจะเป็นศูนย์กลางของโลกแห่งใหม่ในอนาคต และถ้าหากมองไปถึงด้านองค์กร/บริษัทของเอเชียจะพบว่าสร้างรายได้กว่า 19 ล้านล้านเหรียญฯ ให้กับเศรษฐกิจของโลกในทุก ๆ ปี

บริษัทเล็กใหญ่ของเอเชีย เช่น Alibaba หรือ Toyota ก็มีพวกเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ต่างจากประเทศโซนยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา และในเอเชียก็มีการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงออกมาใช้แล้วด้วย

ระดับการพัฒนาเทคโนโลยีของเอเชียก็เป็นหนึ่งในระดับที่สูง อย่างเช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มีส่วนแบ่งรวมกันถึง 30% ในการส่งออกอุตสาหกรรมความรู้ และเทคโนโลยีเร่งรัดทั่วโลก หรือเรียกว่า KTI (เช่น ยานยนต์ คอมพิวเตอร์)

ส่วนอุตสาหกรรม EV จะยังคงเติบโตอย่างมหาศาล แบรนด์ในฝั่งเอเชียค่อนข้างแกร่งเลยทีเดียว อย่างเช่น BYD ที่สร้างยอดขายอันดับหนึ่งของโลก รวมถึงแบรนด์จากจีนอีกหลายแบรนด์เลย ส่วนอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ จีนก็เป็นผู้นําด้วยเช่นกัน โดยอันดับหนึ่ง คือ CATL. อันดับสองเป็น BYD อันดับสาม LG ของเกาหลีใต้

อีกทั้งอุตสาหกรรมไมโครชิพ ทางจีนก็สร้างได้ค่อนข้างเยอะ รวมถึงทาง TSMC ทางไต้หวัน และก็ยังมีทางญี่ปุ่น หมายความว่าทางเอเชียบ้านเรา เริ่มครอบครองอุตสาหกรรมที่เป็นดิฟเทค แล้วก็เชิงลึกความรู้ข้อมูลในอนาคตอยู่เยอะพอสมควรเลย

‘กรณ์’ ควง ‘เทมส์ - อรทัย’ พบปะประชาชน จ.ภูเก็ต เสนอนโยบาย ดันภูเก็ตสู่ ‘เมืองท่องเที่ยวระดับโลก’

(16 ก.พ.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ และ นายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จ.ภูเก็ต เดินพบปะพี่น้องประชาชนในทั้ง 2 เขต เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าในการพัฒนา จ.ภูเก็ต ให้เป็น World class destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

โดยนายกรณ์ กล่าวว่า ถึงวันนี้ตนมั่นใจในตัวผู้สมัครทั้งสองคน ว่าเป็นคนที่มีคุณภาพและเป็นความหวังของชาวบ้าน ที่เข้ามาแก้ปัญหาให้กับ จ.ภูเก็ต ดูจากผลโพลของท้องถิ่นเอง เราก็มาเป็นที่ 1 แม้ว่าจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ และพรรคใหม่ก็ตาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าเน้นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง โดยเฉพาะใน 2-3 ปี ที่ผ่านมาจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนภูเก็ตเดือดร้อนหนักหนาสาหัสมาก

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ในช่วงโควิด ตนลงมาภูเก็ตบ่อยมาก สัมผัสได้ถึงความทุกข์ยาก เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว รายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นในสภาพแวดล้อมที่การท่องเที่ยวถูกปิดล็อกเป็นศูนย์ แน่นอนที่สุดคนที่เดือดร้อนคือ คนภูเก็ต ดังนั้นเราถึงมองว่านโยบายที่จะมาช่วยแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนในเรื่องของการทำมาหากินเรื่องปัญหาหนี้สิน ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เวลานี้การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ในแง่ของความสนใจของนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวภูเก็ตยังไงมีอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรจะให้คุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตเองดีขึ้น และได้ประโยชน์จากรายได้ที่ชาวภูเก็ตช่วยกันสร้างให้กับประเทศ 

นอกจากนี้ การจัดสรรงบประมาณ ไม่ได้สะท้อนความสำคัญของภูเก็ตในฐานะแหล่งรายได้สำคัญของประเทศและไม่ได้สะท้อนความต้องการของคนภูเก็ต ๆ ที่มีประชากรจริงอยู่ 5 แสน แต่ประชากรแฝง ทั้งแรงงานจากนอกเขตพื้นที่ หรือ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ที่มาใช้ทรัพยากรอยู่ที่ จ.ภูเก็ต เป็นหลักสิบล้านคน เพราะฉะนั้น การจัดสรรงบประมาณก็ต้องสะท้อนความเป็นจริงด้วย ที่ผ่านมาผมมองว่า นักการเมืองจากภูเก็ตไม่เคยต่อสู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เราเน้นเรื่องมุมทางเศรษฐกิจในการนำเสนอนโยบายให้กับชาวภูเก็ต” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการตัวงบประมาณ คนที่รู้มากที่สุดว่าคนในพื้นที่ต้องการอะไร และมีความเดือดร้อนเรื่องอะไร คือ ท้องถิ่น โดยส่วนตัวตนเดินทางไปมาทั่วประเทศ พบว่ามาตรฐานคุณภาพของผู้บริหารท้องถิ่นสูงขึ้นเรื่อย ๆ และโดยเฉพาะมาตรฐานของผู้บริหารท้องถิ่นของภูเก็ต ถือว่าสูงมาก ในช่วงโควิดเราจะเห็นว่า แนวความคิดในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงวัคซีน ข้อเสนอเรื่องของแซนด์บ็อกซ์ มันเป็นแนวความคิดของคนภูเก็ตเสนอขึ้นไปให้ส่วนกลางได้พิจารณาทั้งสิ้น สุดท้ายเรื่องดี ๆ ที่มีให้กับภูเก็ต ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นจากการผลักดันของคนภูเก็ตเอง แต่หลายเรื่องกลับใช้เวลานานมาก และไม่ได้ตอบสนองเต็มรูปแบบอย่างที่ควรจะเป็น มันยิ่งทำให้มีภาพที่ชัดเจนว่า หนึ่งในพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะบริหารตนเอง บริหารงบประมาณของตนเอง ก็คือ ภูเก็ต เรื่องนี้ ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในกรุงเทพมหานคร มันถึงเวลาของภูเก็ตเช่นเดียวกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top