Tuesday, 28 July 2026
TheStatesTimes

'จีน' หัวใส นำ ‘กากไขมัน’ จากเหลาหม้อไฟ ส่งให้ยุโรปไปผลิตน้ำมันเติมเครื่องบิน

บริษัทจีนหัวใส นำไขมันเหลือทิ้งจากหม้อไฟกว่า 1.2 หมื่นตันในแต่ละเดือน ส่งออกเป็นพลังงานเครื่องบินได้

หม่าล่าหม้อไฟเสฉวน ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน นอกจากรสชาติจะเข้มข้น เผ็ดร้อน ยังอุดมไปด้วยไขมันจากพืช และ สัตว์ ที่ช่วยให้รสชาติกลมกล่อม และนุ่มนวลขึ้น เป็นที่ถูกใจชาวจีนอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นร้านหม้อไฟอยู่ทุกหน ทุกแห่ง ในประเทศจีน 

และในแต่ละปี ก็จะมีไขมันเหลือทิ้งจากภัตตาคารหม้อไฟเป็นจำนวนมาก เฉพาะในนครเฉิงตูก็มีไขมันเหลือทิ้งมากถึง 12,000 ตันในแต่ละเดือน จึงเริ่มมีความคิดที่ว่า เราสามารถนำไขมันเหล่านี้ไปทำอะไรได้บ้าง?

จนในปี 2016 มีบริษัท Start-up ในเฉิงตู ได้ตระเวนเก็บเศษไขมันจากร้านอาหารเอาไปขายต่อให้กับโรงกลั่นในสิงคโปร์ และ ยุโรป เพื่อนำไปรีไซเคิลใหม่เป็นน้ำมันที่ใช้กับเครื่องบิน เป็นไปได้หรือนี่!

จากกระแสตื่นตัวเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่กดดันอุตสาหกรรมการบินที่มีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศอยู่ราวๆ 2% ให้พยายามหาแหล่งพลังงานสะอาด ก่อให้เกิดมลภาวะน้อยลง ด้วยเหตุนี้ สายการบินชั้นนำของโลก อาทิ British Airways, Cathay Pacific และ Delta ออกมาประกาศว่าใช้แหล่งพลังงานสะอาดทดแทนให้ได้ 10% ของน้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิลภายในปี 2030 

น้ำมันเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมร้านอาหารจึงตอบโจทย์ในด้านพลังงานยั่งยืน จากการรีไซเคิลน้ำมันที่มีอยู่เดิม ลดปริมาณการถางป่าเพื่อเพาะปลูกพืชน้ำมันใหม่ อีกทั้งภัตตาคาร ร้านอาหารจีน ก็ใช้น้ำมันในการปรุงอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะ หม้อไฟที่มีส่วนประกอบของไขมันจำนนมาก จึงทำให้จีนกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเหลือใช้รายใหญ่ที่สุดในโลก

รู้จัก 'มาม่า' เมนูเปี่ยมโภชนาการประจำวันที่ 1 และ 16 และสโลแกนที่ไม่เคยเปลี่ยนตลอด 50 กว่าปี

พุทธศักราช 2515 ผู้บริหารบริษัทในเครือ 'สหพัฒนพิบูล' มองเห็นโอกาสสร้างแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทย โดยตกลงร่วมทุนกับ 'ยูนิ - เพรสซิเดนท์' จากไต้หวัน ตั้ง 'ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์' ขึ้นเพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมา โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ตั้งต้นนั้นว่า 'มาม่า'

โดยชื่อ ‘มาม่า’ มีต้นกำเนิดจากคำว่า ‘แม่’ ด้วยเพียงสองเหตุผล คือ เป็นคำแรกที่เด็กเริ่มพูด (ในแทบทุกชาติ ทุกภาษา) และ 'แม่' คือคนทำอาหารอร่อย ๆ ให้เรากิน

ส่วนที่เรียกว่า 'บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป' ก็เพราะผู้บริโภคต้อง 'ปรุง' อีกนิดก็กินได้

แม้ 'มาม่า' จะมีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และหากรับประทานติดต่อกันป็นเวลานาน อาจขาดสารอาหารหลักได้ หรือเมื่อบริโภคติดต่อกันในปริมาณที่มากก็เสี่ยงต่อไตจะเป็นอันตราย เนื่องจากมีสารโซเดียมค่อนข้างสูง ยิ่งในผู้แพ้ผงชูรสยิ่งต้องระมัดระวัง จึงมักมีคำแนะนำให้ใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์เพิ่มลงไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหาร และป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากจนเกินไป

แต่สำหรับสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองชั่วคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน 'มาม่า' จึงมักเป็นชื่อที่ผู้คนโหยหากัน ด้วยราคาอันเป็นมิตรที่น่าคบหาได้ในยามยาก แถมเพียบพร้อมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองขนาด 60 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 300 กว่าแคลอรี เพียงพอสำหรับหนึ่งมื้อ เพราะพลังงานที่คนต้องการคือ 2000 - 2500 แคลอรีต่อวัน โดยได้รับสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน วิตามินเอ ธาตุเหล็ก และไอโอดีน

ชื่อ 'มาม่า' นั้น ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการสื่อสารกับลูกค้าอย่างสูง จนกลายมาเป็นชื่อเรียกแทนประเภทสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือ Generic Name ที่เราเรียก ‘มาม่า’ แทนบะหมี่กึ่งทุกยี่ห้อ และคำถามที่ต้องเจอต่อก็คือ “เอามาม่ายี่ห้อไหน?”

ความสำเร็จรับมือโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

เกียรติยศและรางวัลแห่งความสำเร็จ : เกิดจากความร่วมมือของคนไทยทั้งประเทศ ที่รัฐบาลนี้ นำมาสู่ประชาชนชาวไทย คือ ‘การสร้างโอกาสในวิกฤต’ 

โดย ‘ปีแรก’ ของการระบาด ประเทศไทยถือว่าเป็นอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย ที่สามารถฟื้นตัวจากโควิดได้ดี เป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย ที่มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับโรคระบาดและด้านสุขภาพได้ดีที่สุด อีกทั้งไทยเป็นอันดับ 5 ของโลก ที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เลือกประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศจากทั่วโลก และเป็นประเทศเดียวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการดำเนินโครงการกลไกทบทวนการเตรียมความพร้อม กรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health and Preparedness Review : UHPR) และถอดบทเรียนความสำเร็จการรับมือวิกฤตโควิด

นอกจากนี้...ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งสำนักงานเลขาธิการของ ‘ศูนย์อาเซียนด้านการรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่’ (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases : ACPHEED) ที่ส่งเสริมโอกาสให้ประเทศไทยเป็น ‘ศูนย์กลางทางการแพทย์และสาธารณสุข’ (Medical Hub) แห่งหนึ่งในโลก และไปไกลได้กว่านั้น คือ เป็นตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ในอนาคต

การนำพาบ้านเมืองฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ดึงพลังความสามัคคีของคนในชาติ จนสามารถเอาชนะ ‘สงครามโควิด’ ได้อย่างงดงาม จนนานาชาติต่างชื่นชม แน่นอนว่าการท่องเที่ยวในปี 64 หลัง ‘เปิดประเทศ’ อย่างเป็นระบบ นักท่องเที่ยวต่างชาติไหลกลับเข้าประเทศตามเป้า 10 ล้านคน ตั้งแต่ยังไม่ครบปี 

ในขณะที่หลายประเทศยังซบเซา เศรษฐกิจโลกยังถดถอย แต่ก็มั่นใจว่าปีหน้า 2566 จะมีชาวต่างชาติมาเยือนไทย ไม่น้อยกว่า 23.5 ล้านคน มองเห็นสร้างรายได้จากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึง 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมชาวจีนที่ยังคงปิดประเทศ

'โรม' แฉ!! 'ขบวนการไทยเทา' อยู่เบื้องหลังทุนจีนสีเทา เตรียมส่งเรื่องยื่น ป.ป.ช. เตือน 'บิ๊กตู่' อย่าลอยตัวเหนือปัญหา

(16 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 เมื่อวานนี้ (15 ก.พ.) ว่า เป็นการอภิปรายที่เดือดมาก และมีข้อมูลหลายอย่าง ประชาชนหลายคน และพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้เห็นความจริงมากขึ้น พวกเขาเข้ามาชื่นชมในเรื่องของการอภิปราย ซึ่งนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ชื่นชมตนในเฟซบุ๊ก สิ่งที่ตนอภิปรายทุกคนเห็นและช่วยกันยืนยันว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ตนขอเรียกว่า 'ไทยเทา' กำลังเป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มเมียนมาและทุนจีนสีเทา ซึ่งพยายามเข้ามาในประเทศ และยังมีกลุ่มทุนจีนบางกลุ่มมาในรัฐสภา มาเยี่ยมกรรมาธิการคาสิโน และอาจเกี่ยวข้องกับการค้าอวัยวะเถื่อน

“ในบันทึกชวเลขที่ได้มาจากสภาฯ มีความพยายามเซ็นเซอร์ชื่อของผู้เข้าร่วมประชุม แต่พรรคเข้าก้าวไกลมี ส.ส. ในกรรมาธิการชุดนี้ จึงได้ข้อมูล ตนเห็นทุนสีเทาที่นำโดยไทยเทาพาเข้ามาเกี่ยวกับรัฐสภา เกี่ยวกับอำนาจที่ประชาชนเลือกเข้ามา ความเกี่ยวพันชัดเจนว่าเราไม่สามารถกำจัดได้ เพราะมีผู้มีอำนาจ แม้ตำรวจนครบาลทำหน้าที่ได้ดี สุดท้ายโดนย้าย” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ ไม่ใช่การเปิดโปงและอยากจะสดุดีพลเมืองดีอย่าง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ที่พยายามปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน หากเราไม่มีนายชูวิทย์ หรือตำรวจน้ำดี ที่พยายามนำข้อมูลต่าง ๆ มาให้ เราไม่สามารถอธิบายได้ และการเปิดโปงครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้น ตนจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดไปยื่นต่อ ป.ป.ช. และสำนักงานอัยการสูงสุด

ทีมกู้ภัย กลุ่ม ปตท. เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ‘ตุรกี-ซีเรีย’ ต่อเนื่อง

นับเป็นวันที่ 6 ท่ามกลางสภาพอากาศหนาว และพื้นที่ภัยพิบัติที่มีความเสียหายอย่างรุนแรง ยากต่อการปฏิบัติภารกิจกู้ภัย  

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติการจากชมรม PTT Group SEALs กลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด (NPC S&E) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติ ยังคงลงพื้นที่ช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศตุรกีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ครบชุด ได้แก่ เครื่องตรวจวัดก๊าซ เครื่องตรวจวัดความร้อน เครื่องวัดการเคลื่อนไหวต่าง ๆ สำหรับการค้นหา เพื่อช่วยเหลือเรื่องการตรวจสอบพื้นที่และสารเคมีในจุดเกิดเหตุ ก่อนดำเนินการค้นหาช่วยเหลือกู้ภัย ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในนามรัฐบาลไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงโครงการ Urban Search and Rescue (USAR)

เครื่องบิน 'กองทัพอากาศ' เดินทางถึงตุรเคียแล้ว ส่งมอบสิ่งของพระราชทาน พร้อมรับคนไทยกลับประเทศ

เครื่องบิน AIRBUS 340-500 เที่ยวบินที่ RTAF 230 ของกองทัพอากาศ เดินทางถึงสนามบินอังการา สาธารณรัฐตุรเคียแล้ว เมื่อเช้าวันนี้ ในภารกิจส่งมอบสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว พร้อมรับคนไทยกลับสู่มาตุภูมิ

(16 ก.พ. 66) นาวาอากาศเอกอนุรักษ์ รมณารักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอพยพคนไทย จากเหตุแผ่นดินไหว ณ สาธารณรัฐตุรเคีย (ส่วนของกองทัพอากาศ) และคณะ เดินทางถึงสนามบินอังการา สาธารณรัฐตุรเคียแล้ว ด้วยเครื่องบิน AIRBUS 340-500 ของกองทัพอากาศ เที่ยวบินที่ RTAF 230 เมื่อเช้าวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 05.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 09.20 น. ตามเวลาประเทศไทย

'บิ๊กป๊อก' แจง 'ตู้ห่าว' ได้สัญชาติไทยถูกต้องตั้งแต่ปี 56 ด้าน 'บิ๊กช้าง' เผย กรณี 'ร.ล.สุโขทัย' อยู่ในระหว่างสืบสวน

(16 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณีการขอแปลงสัญชาติไทยของตู้ห่าว ว่า มีการขอใช้ชื่อไทยว่า นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ซึ่งได้ร้องขอแปลงสัญชาติในกรณีเป็นสามีของ พ.ต.ท.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทย ได้ร้องขอยื่นแปลงสัญชาติเมื่อวันที่ 3 ส.ค.54 ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และผ่านขั้นตอนของคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ โดยได้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.56 จากนั้น เป็นขั้นตอนของ รมว.มหาดไทย ขณะนั้นคือ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ได้อนุญาตให้แปลงสัญชาติได้ในปี 56 ถือว่าสิ้นกระบวนการได้รับสัญชาติไทยเรียบร้อย

ทั้งนี้ เมื่อผ่านขั้นตอนการปฏิญาณตนแล้ว กระทรวงมหาดไทยได้ทำประกาศเพื่อลงราชกิจจานุเบกษา ฉะนั้น ถือว่าเขาได้ใช้สิทธิตามกฎหมายแต่งงานกับคนสัญชาติไทย และผ่านขั้นตอนการพิจารณาจบสิ้นแล้ว

จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงกรณีเรือหลวงสุโขทัย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รมว.กลาโหม สั่งการให้กองทัพเรือดูแลกำลังพลให้ดีที่สุด ปัจจุบันกองทัพเรือดำเนินการแล้วทั้งเรื่องเงินบำเหน็จ การเลื่อนยศ และให้กองทัพเรือตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ และการรับผิดทางละเมิด โดยให้กองทัพเรือดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนกระทรวงกลาโหม รมว.กลาโหมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงขั้นตอนการค้นหา ปัจจุบันคณะกรรมการสอบสวนของกองทัพเรือ ได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้อง และเชิญหน่วยงานภายนอกมาสอบสวนถึง 289 คน สามารถลำดับเหตุการณ์ให้เห็นภาพได้ แต่เนื่องจากต้องมีข้อมูลประกอบด้วย รมว.กลาโหมจึงสั่งการให้เร่งรีบสรุปผลการดำเนินการ โดยกระทรวงกลาโหมจะดำเนินการสอบสวนด้วยอีกทาง

เปิดการฝึกอบรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเทศเพื่อนบ้านให้กับ กำลังพลจากกองทัพสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเทศเพื่อนบ้านให้กับ กำลังพลจากกองทัพสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยเน้นการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พลโท ดำรงค์ คงเดช รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย ให้การต้อนรับ พลจัตวา ฃุ่น เหน่ ทุน อู ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำประเทศไทย นำกำลังพลจากกองทัพสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าเยี่ยมคำนับในโอกาสนำกลังพลเข้ารับการฝึกอบรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน 

จากนั้น พลโท ดำรงค์ คงเดช รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเทศสำหรับเพื่อนบ้าน ให้กับคณะกำลังพลกองทัพสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รุ่นที่ 11 จำนวน 14 นาย โดยเป็นการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร์ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกอบรมอีกครั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศและเป็นการสร้างเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการฝึกอบรมดังกล่าวจะมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติณศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

กรมอุทยานฯ เสริมกำลังดับไฟป่า ออบหลวง จ.เชียงใหม่

(12 ก.พ.66) ตามที่เกิดไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติออบหลวง เขตติดต่ออำเภอฮอดและอำเภอจอมทอง หลังตรวจพบจุดความร้อนในอำเภอฮอด และอำเภอจอมทอง หลายจุด เกือบทั้งหมดเกิดในพื้นที่ภูเขาสูงชัน เจ้าหน้าที่ดับไฟภาคพื้นดินต้องใช้เวลานาน กว่าจะเดินเท้าเข้าถึงที่เกิดเหตุซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นควันที่เกิดขึ้นจากไฟป่า

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประสานเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเร่งเข้าดับไฟ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินสมทบ 

ขณะที่นายศุภฤกษ์ เลิศลักษณ์ศิริกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติออบหลวง ร่วมกับ ชุดเสือไฟ จากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าพิษณุโลก ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าแพร่ ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าตาก และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงราย ร่วมกันวางแผนเข้าปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าบริเวณพื้นที่รับผิดชอบอุทยานแห่งชาติออบหลวง ตามรายงานการเกิดจุดความร้อนของวันนี้จำนวน 70 จุด ได้แบ่งกำลังจำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ เข้าทำงานตามพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด 

สำหรับพิกัดอื่นๆ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง ร่วมกับสถานีไฟป่าออบหลวง สถานีไฟป่าจอมทอง และหมู่บ้านเครือข่ายในพื้นที่ได้ร่วมกันปฏิบัติการ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์อีกด้วย

'เที่ยวบิน RTAF 230' ของกองทัพอากาศ นำคนไทยผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในสาธารณรัฐตุรกี กลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ

พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นายรุจ  ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกุงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และนางอภิญญา ชมภูมาศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมให้การต้อนรับ คนไทยที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐตุรกีด้วยเที่ยวบิน RTAF 230 ของกองทัพอากาศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 21.30 น. ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เที่ยวบินดังกล่าวมีคนไทยเดินทางกลับมา จำนวน 36 คน (เป็นชาย 5 คน หญิง 24 คน เด็กชาย 4 คน และเด็กหญิง 3 คน) และผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย

เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 แล้ว คนไทยทั้ง 36 คน จะได้รับบริการตรวจสุขภาพขั้นต้น โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, การอำนวยความสะดวกด้านการตรวจเอกสารการเดินทาง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การให้คำแนะนำเพื่อสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ และชี้แจงสิทธิประโยชน์ของสมาชิกฯ เพื่อไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินค่าพาหนะและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมทั้งการบริการให้คำแนะนำปรึกษา โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว จะเดินทางไปยังสถาบันบำราศนราดูร จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจสุขภาพเพิ่มเติมและแยกย้ายกลับภูมิลำเนา โดยกระทรวงคมนาคมได้จัดรถให้บริการรับ-ส่ง สำหรับร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย สภากาชาดไทยรับดำเนินการส่งกลับไปยังจังหวัดชัยภูมิต่อไป

สำหรับเที่ยวบิน RTAF 230 เป็นเที่ยวบินพิเศษที่กองทัพอากาศได้รับมอบภารกิจจากรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม ในการบินนำส่งสิ่งของพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวตุรกีที่ประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว และรับคนไทยจากสาธารณรัฐตุรกีกลับประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top