Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

'กองทัพอากาศ' จัดเครื่องบิน Airbus 340-500 นำส่งสิ่งของพระราชทานไปยัง 'สาธารณรัฐตุรกี'

พลอากาศเอก อลงกรณ์  วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นาวาอากาศเอกหญิง พรรณประภา วัณณรถ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และ นายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ รับฟังการบรรยายสรุปแผนการบิน พร้อมให้กำลังใจนักบินและเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ ที่ปฏิบัติภารกิจบินนำส่งสิ่งของพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปยังสาธารณรัฐตุรกี เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวตุรกีที่ประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว เมื่อวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 21.30 น. ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ จัดเที่ยวบินพิเศษ เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 19 (Airbus 340-500) ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ในคืนวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 23.20 น. ไปยังสนามบินอังการา สาธารณรัฐตุรกี ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง 15 นาที โดยปฏิบัติภารกิจบินนำส่งสิ่งของพระราชทาน ได้แก่ เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กซึ่งมีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ถุงนอนกันหนาวที่กันความเย็นได้ถึงอุณหภูมิติดลบ 24 องศาเซลเซียส เต็นท์นอนขนาดใหญ่ สำหรับ 5 - 6 คน ผ้านวมกันหนาว อาหารแห้ง นม และน้ำดื่ม 

โดยในเที่ยวบินขากลับ จะรับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ ซึ่งในเบื้องต้นได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศว่ามีจำนวน 38 คน และลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ร่าง โดยมีกำหนดออกเดินทางจากสนามบินอังการา สาธารณรัฐตุรกี ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. (เวลาท้องถิ่น) และเดินทางถึง ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ในเวลา 21.10 น. (เวลาประเทศไทย)

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสตูล จัดโครงการฝึกอบรมจัดตั้ง ทสปช. ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ

เมื่อวันที่ (15 ก.พ. 66) ที่ผ่านมา ที่ นกน้ำรีสอร์ท ต.ควนโพธิ์ อ.เมืองสตูล จ.สตูล พ.อ.พิเชษฐ์  ชุติเดโช รอง ผอ.รมน. จังหวัด สตูล (ท.) ประธานในพิธีจัดโครงการฝึกอบรมจัดตั้ง ทสปช. ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ โดยมีพันเอก สุรศักดิ์ พรหมสุทธิ์ หัวหน้าฝ่ายการข่าว กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรมจัดตั้ง ทสปช. ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ประจำปี 2566 และมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ปลัดอำเภอประจำตำบล, ประชาชนจิตอาสา รวม 7 อำเภอ 12 ตำบล จำนวน 48 คน สำหรับการอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นห้วงวันที่ 15 – 16 ก.พ. 66 และมอบเกียรติบัตร, เครื่องหมาย ทสปช.ให้กับผู้เข้ารับการอบรมทุกคน การอบรมครั้งนี้มีการบรรยายเรื่อง “การเสริมสร้างอุดมการณ์ความรักสถาบันหลักของชาติ และบทบาทหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” โดยวิทยากรจาก ศูนย์จิตอาสาพระราชทานจังหวัดสตูล และห้วงที่สอง การจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามความมั่นคงด้านสถาบันหลักของชาติ ของ ทสปช.ตำบล 

ตั้งแต่พุทธศักราช 2505  เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาค ทรงประจักษ์ในปัญหาของราษฎรในชนบท ที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจนลำเค็ญ และด้อยโอกาส ทรงพระวิริยะอุสาหะ หาทางแก้ปัญหาตลอดมา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันก้าวไกลด้วยความรักและความห่วงใยในทุกข์สุขของพสกนิกรตลอดมา  จากปรากฏการณ์ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมยุคใหม่ ในปัจจุบันการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง (Fake news) ด้วยเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลต่อกระทบต่อเสถียรภาพทางสังคม และเสถียรภาพการเมืองไทย โดยเฉพาะข่าวสาร/ข้อมูลด้านสถานบันหลักของชาติ อันประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถูกละเมิดและบิดเบือนไปจากความจริง

อาจารย์ CAMT มช. รุกความร่วมมือต่างประเทศ

อาจารย์ CAMT รุกความร่วมมือต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม ASTRA Project Steering Committee Meeting และต่อยอดความร่วมมือโครงการอื่น ๆ ณ ประเทศอิตาลี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรวิชย์ ถิ่นนุกูล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและความร่วมมือพร้อมด้วย อาจารย์ ดร.อัจฉรา คำอักษร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยคณบดีด้านการบริหารระบบ ISO30401และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภัทรพร คูวุฒยากร อาจารย์ประจำวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ ครั้งที่ 2 (The 2nd Project Steering Committee Meeting) เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ ASTRA (Advancing Strategic Management, Leadership and Fundraising in Higher Education in Asia) ร่วมกับพันธมิตรจากสหภาพยุโรปและเอเชียอีก 7 สถาบัน เมื่อวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2566 ณ Department of Social and Political Sciences, University of Florence ประเทศอิตาลี

สำหรับโครงการ ASTRA ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (European Union: EU) ภายใต้กรอบการดำเนินงานของ Erasmus+ โปรแกรมเสริมสร้างขีดความสามารถแก่บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา (Capacity Building in Higher Education: CBHE) ซึ่งวัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าภาพรวมของโครงการ หลังจากการดำเนินงานและร่วมกันขับเคลื่อน ASTRA ให้บรรลุภารกิจการส่งมอบผลลัพธ์ต่าง ๆ เป็นระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา

พปชร. โต้เดือด 'เจี๊ยบก้าวไกล' หลังใช้คำไม่เหมาะ ถาม 'บิ๊กตู่' พูดหมาๆ อย่างนั้นได้อย่างไร

(16 ก.พ. 66) เมื่อเวลา 12.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามม.152 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้อภิปรายตอนหนึ่งช่วง โดยเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง ทั้งมาตรา 112 มาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพ์ทั้งหมด

"เมื่อเร็วๆ นี้พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ ระบุ ว่า จะปิดประตู นิรโทษกรรม ดิฉันขอถามว่าท่านพูดหมาๆอย่างนั้นได้อย่างไร" นางอมรัตน์ กล่าว

ทำให้นายศุภชัย ซึ่งทำหน้าที่ประธาน ขอให้นางอมรัตน์ ถอนคำพูด “นายกฯ พูดหมาๆ” โดยนางอมรัตน์ได้ถอนคำพูดพร้อมระบุซ้ำว่า “ขอถอนคำพูดว่านายกฯ พูดหมาๆ” นางอมรัตน์ กล่าว

นายศุภชัย จึงติงว่า ให้ถอนคำพูดก็พอไม่ต้องย้ำ ในสภาฯ แห่งนี้เป็นสภาทรงเกียรติถึงแม้เราจะไม่พอใจกันเป็นการส่วนตัวแต่ก็ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ควรจะนำคำพูดที่ไม่เหมาะสมมาใช้

'นักเรียนหญิง' นำเรื่องราวการถูกเพื่อนบูลลี่ มาเขียนเรียงความประกวดจนได้รางวัลชนะเลิศ

(16 ก.พ. 66) Facebook Fanpage 'หมอแล็บแพนด้า' ของ 'ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน' นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้โพสต์เรื่องราวชวนปวดใจ หลังนักเรียนหญิงรายหนึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศเรียงความ โดยเธอเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่ง แต่ทว่าเนื้อหาของเรียงความฉบับนั้นเป็นเรื่องจริงที่ปนกับคราบน้ำตา โดยเนื้อหาของเรียงความตอนหนึ่ง ระบุว่า...

"ไอ้ตัวประหลาด คำพูดของเพื่อนที่เรียกฉันในวันนั้น ภาพเพื่อนที่พากันแยกกลุ่มออกห่างจากฉันแล้วทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว ภาพการทำงานเป็นกลุ่มแต่มีเพียงแค่ฉันที่ถูกทิ้งให้ทำงานเพียงคนเดียว…ล้วนเป็นภาพความทรงจำที่ฉันอยากจะปิดตายให้มันหายไปตลอดชีวิต

เพียงว่าร่างกายของเรามีขนมากกว่าคนทั่วไปจนเหมือนลิง จนบางครั้งเราเคยคิดว่าเพียงแค่ไม่เหมือนคนอื่น แต่ทำไมเหมือนเราไปทำอะไรผิดร้ายแรงจัง มีหลายครั้งที่เราโดนแกล้งให้เป็นคนรับใช้ ด้วยความที่เราไม่มีเพื่อนเลยจึงต้องทำตามที่เขาสั่ง เพราะอยากให้เขาคนเราเป็นเพื่อน"

คณะพยาบาลศาสตร์ มช. รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2565 (Thailand Quality Class: TQC 2022)

เขียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการประกาศรางวัลอันทรงเกียรติการบริหารสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2565 (Thailand Quality Class: TQC 2022)  จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดี พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.นงลักษณ์ เฉลิมสุข รองคณบดีด้านขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีแถลงข่าวผลรางวัลคุณภาพแห่งชาติ จัดโดย สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566

งานแถลงข่าวผลรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2565 ได้รับเกียรติจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี โดยมี นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ และ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ กล่าวรายงานและกล่าวแสดงความยินดี พิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 22 มีนาคม 2566 ต่อไป

'ประชาธิปัตย์' มั่นใจนโยบายโดนใจชาวสกลนคร!! | THE STATES TIMES Y WORLD EP.64

ปักธงนโยบาย 'พรรคประชาธิปัตย์' เปิดกลยุทธ์ด้วยประกาศ 8 นโยบายของพรรค ที่มั่นใจว่าโดนใจประชาชนแน่นอน !!!
จะมีรายละเอียดอย่างไร ไปชมกัน!

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES Y World x ELECTION TIME
และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PLvNTQ_fOAFugvfiWfiUXJ8JJYho1ADnG8

#THESTATESTIMES
#THESTATESTIMESYWORLDxELECTIONTIME
#เลือกตั้ง
#เลือกตั้ง66
#ประชาธิปัตย์

‘แรมโบ้’ จวก ฝ่ายค้านอภิปรายน้ำท่วมทุ่ง - พูดวนเรื่องเดิมๆ ซัด!! ‘บิ๊กตู่’ ต้องตามเช็ดปัญหาจากอดีตนายกฯ หัวหน้าคอก

(16 ก.พ. 66) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านตั้งแต่เมื่อวาน (15 กุมภาพันธ์ 2566) ผ่านมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีเรื่องอะไรที่น่าติดตามและเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ มีแต่การอภิปรายเพื่อหาเสียงตีกินทางการเมือง เพื่อเตรียมการเลือกตั้งเท่านั้น การอภิปรายแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเก่าที่นายชูวิทย์ได้เคยพูดไว้ เหมือนการลอกการบ้านนายชูวิทย์มาอภิปราย ซึ่งเป็นเรื่องเก่าที่นายกฯ ได้เคยสั่งการไปหมดแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนกฎหมายจนหมดแล้ว แต่ฝ่ายค้านก็ยังหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาอภิปราย จนทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายไม่มีอะไรที่น่าฟังน่าติดตาม

“การอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงแหรง เป็นการหาเสียงตีกินทางการเมืองเท่านั้น พี่น้องประชาชนฝากบอกมาว่าเสียเวลา ปิดทีวีเปลี่ยนช่องไปดูละครจะดีกว่า ไม่อยากฟังฝ่ายค้านอภิปรายสิ่งที่ไม่มีเนื้อหาสาระ ซึ่งไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นข้อมูลใหม่ การอภิปรายครั้งนี้เป้าหมายคือจะโจมตีนายกฯ และรัฐบาลแต่ท่านนายกได้ตอบชัดเจนในเรื่องที่เกิดขึ้นเหล่านี้ล้วนเกี่ยวโยงมาจากรัฐบาลในอดีตที่มีนายกเจ้าของคอกได้สร้างขึ้นไว้ตั้งแต่ในยุคนั้น การแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมารับปัญหา ตามล้างตามเช็ด และแก้ไขปัญหา ที่ผู้นำในอดีตได้ก่อไว้” นายเสกสกล กล่าว

17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 ประหารชีวิต ‘ชิต - บุศย์ - เฉลียว’ จำเลยคดีสวรรคต ในหลวง ร.8

วันนี้ เมื่อ 68 ปีที่แล้ว 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 ศาลฎีกาได้พิพากษา ลงโทษประหารชีวิต เฉลียว ปทุมรส, ชิต สิงหเสนีย์ และบุศย์ ปัทมศริน จำเลยในคดีประทุษร้ายต่อสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ณ เรือนจำกลางบางขวาง

ต่อหน้าคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง เป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายแพทย์เชื้อ พัฒนเจริญ และนายหลอม บุญอ่อน รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าแผนกควบคุมเรือนจำกลางบางขวางเป็นกรรมการ

จากเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตอย่างมีเงื่อนงำ ด้วยพระแสงปืน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 เวลาประมาณ 9.20 น. บนชั้นสอง พระที่นั่งบรมพิมาน พระบรมมหาราชวัง

สภาพพระศพมีบาดแผลกลางพระนลาฎ (หน้าผาก) บริเวณระหว่างพระขนง (คิ้ว) ข้างพระศพมีปืนพกโคลต์ตกอยู่ชิดข้อศอก ด้ามปืนหันออกจากตัว ในช่วงแรกมีการรบกวนพระบรมศพทำให้การพิสูจน์เกิดปัญหา ความเห็นของแพทย์ผู้ชันสูตรเกือบสามในสี่ลงมติเป็นการลอบปลงพระชนม์

เมืองไทยเปลี่ยนไป 'ลืมตา-มองไทย' แบบรอบทิศ

(16 ก.พ.66) เปลวสีเงิน ได้นำเสนอบทความ ในหัวข้อ 'สโลแกนใหม่' เพื่อไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้…

เช้าวาน...
ลุ้นซะปวดกระเพาะปัสสาวะ กลัวสภานัด ‘ด่าฟรี’ ส่งท้ายจะล่ม
แต่ก็ ‘ครบองค์ประชุม’ ไปแบบต้องลุ้นอย่างว่านั่นแหละ!
พิธีกรรม ‘ด่านายกฯ ฟรี’ ก็ดำเนินการไปได้
ท่ามกลางจำนวน ส.ส.ที่เหลือกะร่อย-กะหริบ จนผีกลัวผีสภาหลอก

เหตุที่ ‘ไม่ล่ม’
เพราะงาน ‘ด่านายกฯ ฟรี’ (๑๕-๑๖ ก.พ.๖๖) นี้ ฝ่ายค้าน-เพื่อไทย เป็นเจ้าภาพ จึงมาเสียบบัตรกันครบ

ส่วนเหตุที่ล่มเป็นประจำ
เพราะฝ่ายรัฐบาลเป็นเจ้าภาพประชุมผ่านร่างกฎหมาย ฝ่ายค้านไม่ช่วยงาน คือมา...แต่ไม่เสียบบัตรเป็นองค์ประชุมบวกกับ ส.ส.ฝ่ายเจ้าภาพ ‘สันหลังยาว’

สภาก็เลย ‘ล่มสร้างสถิติ’!

ผมก็ฟังบ้าง-ไม่ได้ฟังบ้าง เพราะรู้อยู่ ญัตติอภิปรายทั่วไป เป็นญัตติ ‘ตีหัวเข้าบ้าน’ ของฝ่ายค้าน เสริมการหาเสียง แบบมีโทรทัศน์ถ่ายทอดให้ฟรี

เท่าที่ฟัง ฝ่ายค้านก็แผ่นเสียงตกร่องอยู่ ๓-๔ ประเด็นเดิมๆ โดยไม่ลืมตาดูโลกว่า ประเด็นที่พูดกับจริงที่เป็นวันนี้

มันตรงกันมั้ย?

เอาแต่ ‘อคติ-คิดแค้น’ เป็นตัวตั้ง

แล้วก็ด้อยค่านายกฯ ไปเรื่อย หลายเรื่อง รัฐบาลทำจนเห็นทนโท่ตำตา แต่ฝ่ายค้านก็ยังหลับหู-หลับตาพูด ‘สวนทาง’ กับข้อเท็จจริงที่รัฐบาล ‘แก้ไข-พัฒนา’ แม้แต่คนพิการตายังรู้
แต่พวก ‘พิการใจ’ ทั้งไม่รู้ และไม่เห็น น่าสมเพชจัง!

มันก็เลยกลายเป็นว่า ที่ด่าหวังประจานรัฐบาล มันย้อนกลับประจานฝ่ายค้านซะเอง
ทั้งเรื่องที่ว่า ๘ ปี รัฐบาลทำเศรษฐกิจพัง, ประชาชนจะอดตาย, ประเทศล้าหลัง ไม่มีการพัฒนา, การท่องเที่ยว-เทคโนโลยีสื่อสารเฮงซวย และ ฯลฯ

ผมฟังจน ‘หูจำ’ ได้เองว่า ประเด็นที่ยกมาด้อยค่ารัฐบาล ๘ ปี จาก ๒๕๕๗-๒๕๖๖ ฝ่ายค้านก็ด่าเรื่องเหล่านี้ ก๊อปปี้เดิมๆ
เปิดกะโหลก ลืมตา แล้วรูดซิป ให้เรียบร้อย จากนั้น มองประเทศไทยไปรอบๆ ซิครับ

ถ้าจะให้ดี ไปหาภาพเก่าๆ ของประเทศไทย ทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก-อีสาน-กลาง และกรุงเทพฯ ในด้านการพัฒนา
โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและด้านโทรคมนาคม มาเปรียบเทียบกันดู
จะเห็น ‘ประเทศไทย’ ถอดรูป จากก่อนปี ๕๗ ที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ‘โกงจำนำข้าว’ จนแทบไม่ได้
เผลอๆ บางคนอาจถาม....’นี่ ที่ไหนเนี่ย?’ ด้วยซ้ำ

ค่าที่ว่า กายภาพประเทศไทย ได้รับการพัฒนาแทบทุกด้านจน ‘เช้งวับ’ ยิ่งกว่าไปทำศัลยกรรมหน้ามาจากเกาหลีซะอีก!
จะเอาด้านไหนก่อนล่ะ เอาเฉพาะที่ ‘โลก’ เขาเห็นและเขายอมรับก็แล้วกัน เผื่อ "คนใจบอด" จะเปิดใจรู้บ้าง

ด้านการเงินนะ
ไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเป็นอันดับ ๒ ของอาเซียน อันดับ ๑๖ ของโลก ดูเฉพาะด้านอาเซียนก็แล้วกัน

๑.สิงคโปร์ ๓๘๘,๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ
๒.ไทย ๒๑๖,๖๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ
๓.อินโดนีเซีย ๑๓๗,๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ
๔.มาเลเซีย ๑๑๔,๖๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ
๕..ฟิลิปปินส์ ๙๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ

๕ อันดับ พอเป็นสังเขป .......
เพื่อไทยเอียงหูมาใกล้ๆ ปากผมหน่อยซิ จะกระซิบอะไรให้ฟัง แล้วอย่าไปบอกใครนะ

‘รัฐบาลประยุทธ์’ กู้ชาติ-กู้เศรษฐกิจ จนไทยเรารวย ถึงขั้น IMF เตรียมขอกู้ ตั้งเพดานไว้ตั้ง ๑๔,๑๔๗ ล้านบาทแน่ะ

เอ้า...ไปดูด้านเศรษฐกิจบ้าง จากผลสำรวจของต่างชาติ
‘เอียน แพสโค’ ประธานบริหาร ‘แกรนท์ ธอนตัน ประเทศไทย’ มีผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในประเทศไทย ครึ่งหลังของปี ๖๕

โดยสำรวจธุรกิจขนาดกลางทั่วโลก พบว่า…
‘ธุรกิจไทย’ เป็นผู้นำของโลกด้านสถานภาพทางธุรกิจและเป็นครั้งแรกในรอบ ๕ ปี ที่สภาพธุรกิจของประเทศไทย

มี ‘ปัจจัยบวก’ แซงหน้าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งในกลุ่มที่เป็นฐานการลงทุน เช่น เวียดนาม สิงคโปร์

ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจที่เคยไปลงทุนในประเทศเหล่านั้น ย้ายกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
เพราะมีจุดแข็งในเรื่อง ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน และการอยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

พูดถึงรถยนต์.....
ไทยเป็นแชมป์อาเซียน ‘ส่งออกรถยนต์’ ทั้งเก๋ง ทั้งกระบะ อันดับ ๑ สูงถึง ๑,๘๘๓,๕๑๕ คัน, อินโดฯ อันดับสอง ๑.๔ ล้านคัน และมาเลย์ อันดับสาม ๗ แสนกว่าคัน และ...อ้อ ส่งออกของไทย ปี ๖๕ นำเงินเข้าประเทศ ๙.๙ ล้านล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์

รู้แล้ว อย่าเฉิ่ม หลับตาอภิปราย ‘รัฐบาลประยุทธ์บริหารไม่เป็น โง่ ทำเศรษฐกิจประเทศพังฉิบหาย’ อีกล่ะ อายเค้า!
แล้วดันคุย นายกฯ ประยุทธ์ ‘ลอกนโยบาย’ เพื่อไทยไปทำ สะเหล่อดกจริงๆ

นโยบายเพื่อไทย ‘เพิ่งคลอด’ มดลูกยังไม่ทันกลับเข้าอู่ด้วยซ้ำ แล้วพูดได้ไงว่า นายกฯ ลอกนโยบายไปทำ
ถ้าลอกปุ๊บวันนี้-ติดปั๊บพรุ่งนี้ นั่นมันไม่ใช่การทำงานด้านบริหาร-พัฒนาประเทศแล้วละ โม้ไปเรื่อย

เอ้า....ดูอีกสถิติ ที่ว่า ๘ ปี มีแต่ล้มเหลวทุกด้านนั่นน่ะ ข่าวจาก ‘กรุงเทพธุรกิจ’ หลายวันก่อน
ไทยติดอันดับ ๑๐ ประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย อันดับ ๓ ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย

ตัวชี้วัดที่แข็งแกร่งของไทยคือ.....
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ อยู่ในอันดับที่ ๗
เป็นผลมาจากการเข้าร่วมซัพพลายเชนในภูมิภาคและมีความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนที่แข็งแกร่งกับประเทศที่ติดอันดับในดัชนีอิทธิพลเอเชีย

๑๐ อันดับประเทศที่ ‘ทรงอิทธิพลที่สุด’ ในเอเชีย

๑.สหรัฐ ๒.จีน ๓.ญี่ปุ่น ๔.อินเดีย ๕.รัสเซีย ๖.ออสเตรเลีย
๗.เกาหลีใต้ ๘.สิงคโปร์ ๙.อินโดนีเซีย และ ๑๐.ไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top