Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

ผช.ผบ.ทร.ประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย วาระพิเศษ

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ผช.ผบ.ทร.) เข้าร่วมการประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย วาระพิเศษ เพื่อรับทราบความก้าวหน้าในการจัดทำระเบียบข้อบังคับสำหรับการรื้อถอนแท่นขุดเจาะ และพิจารณาแนวทางลดการแพร่ก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่พัฒนาร่วมอย่างยั่งยืน

พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะสมาชิกองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA:Malaysia-Thai Joint Authority) เข้าร่วมการประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย วาระพิเศษ ในระดับผู้บริหารอย่างเป็นกันเอง(Board Retreat) โดยมี ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานร่วมฝ่ายไทยเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย YBHG.TAN SRI DR.RAHAMAT BIVI BINTI YUSOFF ประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย และสมาชิกองค์กรร่วมฯ จากทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชุม ณ Intercontinental Phuket Resort จ.ภูเก็ต โดยการประชุมครั้งนี้มีการรายงานความก้าวหน้าและร่วมพิจารณาร่างระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการรื้อถอนแท่นขุดเจาะ และการบรรยายเกี่ยวกับการแพร่ก๊าซเรือนกระจก รวมถึง การกำหนดแผนงานลดการแพร่ก๊าซเรือนกระจกภายใต้กรอบการรักษาสภาวะแวดล้อมในพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย (MTJDA: Malaysia – Thai Joint Development Area) ให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน 

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมมือหน่วยงานเยี่ยมบ้านสานสัมพันธ์ ประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง

กำลังพลจิตอาสาทัพเรือภาคที่ 1 ร่วม เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว กิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ ลงพื้นที่เยื่ยมผู้ป่วยติดเตียง 

(15 ก.พ.66) ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกับกองสาธารณสุขเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว พร้อมด้วยกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ เข้าเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยฝึกเดิน จำนวน 2 ราย ในพื้นที่รับผิดชอบเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี 

‘คนเสื้อแดง-เหลือง’ จับมือเปิด ‘หมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน’แสดงความจงรักภักดี ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

(15 ก.พ. 66) ณ ศาลากลางบ้านหนองม่วงส้ม ต.โหรา อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด นายอานนท์ แสนน่าน ประธานหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันแห่งประเทศไทย นางนิตยา นาโล หรือ ‘นักสู้ปอสี่’ ประธานหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันภาคอีสาน นายสงกา มูลพิรัตน์ กำนันตำบลโหรา นายสะอาด อินทรไธสง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโหรา นายมะณีเรือง สุระมะณี ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วงส้ม นายศักดิ์ชัย ปะวิสุทธิ ผ.อ.โรงเรียนบ้านหนองย่างวัว นางสาวลำเพย สัตยา หัวหน้าคุณครู กศน. นักการเมืองท้องถิ่น และ ประชาชน จำนวนมากร่วมผนึกกำลังกับ ‘คนเสื้อแดง’ และ ‘คนเสื้อเหลือง’ ในพื้นที่อำเภออาจสามารถ และ อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ด เปิด ‘หมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน’ พร้อมประกาศดังลั่น ‘อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี’ ตามแนวทาง ‘แรมโบ้’ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ประชาชนออกมาแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เป็นเสาหลักของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

'รมว.คลัง' ชี้ 'การท่องเที่ยว' เครื่องยนต์หลักเคลื่อน ศก. ยัน!! แม้ ศก.โลกไม่แน่นอน แต่คลังไทยยังแข็งแกร่ง

(15 ก.พ. 66) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand's Future Economic Forum 2023 โดยปาฐกถาพิเศษเรื่อง ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจ ปี 2566 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่นเดียวกับการลงทุนจากภาครัฐและภาคเอกชน ส่วนการส่งออกอาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัว

ทั้งนี้ ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่ฐานะทางการคลังของไทยยังแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันจากการขยายเพดานเงินกู้ ส่งผลให้ไทยยังมีพื้นที่ทางการคลัง และมีช่องว่างที่จะกู้เงินเพิ่มเติมได้ถึง 10% ของจีดีพี ในกรณีที่เกิดวิกฤติและต้องหาเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น โดยไม่เสียวินัยทางการคลังด้วย

ส่อง ‘เมียนมา’ ในวันที่ชาติตะวันตกเข้ามาเผือก กองทัพไม่กระทบ-คนป่วนนั่งชิล-ปชช.รับบาป

เพิ่งจะผ่านวันครบรอบการรัฐประหารไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ปัจจุบันในเมียนมายังมีหลายพื้นที่ ที่เป็นพื้นที่สีแดงและห้ามคนต่างชาติเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวแม้จะมีการเปิดประเทศแล้ว รวมถึงการแซงชันจากชาติตะวันตก ซึ่งทั้งหมดนี้กระทบถึงฝ่ายกองทัพหรือไม่ เอย่ากล่าวได้เลยว่า กองทัพเมียนมาแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย แต่คนที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ นั่นคือประชาชนที่หลายคนไม่ได้สนับสนุนกองทัพ แต่ต้องมารับผลโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ประเด็นการแซงชันในเมียนมานั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า เมียนมาโดนชาติตะวันตกแซงชันมานับสิบๆ ปีก่อนจะมาเปิดประเทศ ซึ่งนั่นเหมือนเป็นวัคซีนชั้นดีที่ทำให้เมียนมาปรับตัวได้ โดยผ่านระบบเอเย่นต์

ส่วนการก่อความไม่สงบในเมียนมาดังที่ปรากฎในข่าวไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดถนน สะพาน รถไฟ หรือลอบสังหารผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐก็ดี ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเปรียบได้กับโมเดลของโจรใต้ในประเทศไทย แต่ส่งผลซ้ำร้ายกว่าตรงที่ผลเหล่านั้นกระทบกับผู้คนในพื้นที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม

แกนนำ 3 ตำบลแห่ง ‘จะนะ’ รวมตัวยื่นหนังสือ โต้!! ม.อ. ควรศึกษาเมืองต้นแบบจะนะอย่างเป็นกลาง

(15 ก.พ. 66) แกนนำชุมชนจากตำบล ตลิ่งชัน / สะกอม / นาทับ อ.จะนะ สงขลา นำโดย นายเจะโสะ หัดเหาะ, นายศักริยา อมายา รวมกับแกนนำอื่น ๆ จำนวนสิบคน ได้เข้ายื่นหนังสือท้วงติง โต้แย้ง กับกระบวนการศึกษา SEA โครงการพัฒนาพื้นที่เขตอุตสาหกรรม ในพื้นที่สามตำบลของอำเภอจะนะ จ.สงขลา ต่ออธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยได้กล่าวถึงและแจ้งต่อตัวแทนอธิการบดีที่ออกมารับหนังสือว่า…

จากการเข้าร่วมประชุมชี้แจงครั้งแรกของคณะผู้ศึกษาที่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์จากมหาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมไปในลักษณะชักชวนปลุกสำนึกให้คัดค้านการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแผนที่มีมา อีกทั้งท่ามกลางการนำเสนอความเห็นแบบกลุ่มย่อย มีลักษณะเปิดโอกาสให้กลุ่มแนวคิดชุมชนนิยม ซึ่งต่อต้านการพัฒนาได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และกลับปิดกั้นฝ่ายที่สนับสนุนอุตสาหกรรม

จาก ‘ผู้นำมะกัน’ สู่ ‘เลือกตั้ง’ ครั้งใหม่ของไทย ‘คนดี’ นั้นไซร้ ย่อมอยู่ในใจผู้คนตลอดกาล

สำหรับมวลมหาประชาชนคนอเมริกันแล้ว ไม่ได้มีแค่ ‘วันวาเลนไทน์’ วันเดียวเท่านั้นที่เป็นวันสำคัญในเดือนกุมภาพันธ์ หาแต่ยังมีอีกวันที่ทุกคนเฝ้ารอ นั่นคือ ‘วันประธานาธิบดี’ 

ที่ว่าเฝ้ารอนี่ไม่ใช่เพราะให้ความสำคัญกับ ‘ประธานาธิบดี’ หรอก แต่เพราะทุกห้างร้านจะ ‘ลดราคาครั้งใหญ่’ ถึงบางคนอดใจไม่ซื้อของขวัญวาเลนไทน์ แต่เลื่อนไปซื้อของขวัญในวันนี้แทน เพราะได้ส่วนลดมากมาย 

วัน Presidents Day หรือ วันประธานาธิบดี ตรงกับวันจันทร์ในสัปดาห์ที่ 3 ส่วนที่เลือกเป็นวันนี้นั้น เพราะเป็นวันเกิดของ ‘จอร์จ วอชิงตัน’ ประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1732 โดยมีการร่างพระราชบัญญัติให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการและเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1971 

ไม่เพียงแค่เป็นเดือนเกิดของ ‘จอร์จ วอชิงตัน’ เท่านั้น หากแต่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ยังเป็นเดือนเกิดของประธานาธิบดีที่มีความสำคัญอีกท่าน นั่นก็คือ ‘อับราฮัม ลินคอล์น’ โดยในพระราชบัญญัติที่ว่านี้ระบุให้วันประธานาธิบดี เป็น ‘วันสดุดีอับราฮัม ลินคอล์น’ ประธานาธิบดีคนที่ 16 ซึ่งเกิดในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1809 อีกด้วย เรียกว่าเป็นแพ็กคู่แห่งความสำคัญแบบ 1 แถม 1 กันเลยทีเดียว

ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว ก็ขอพาย้อนไปดูสาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้นำมะกันในอดีตสักเล็กน้อย โดยเริ่มจากจำนวนประธานาธิบดีนับตั้งแต่เริ่มอย่าง จอร์จ วอชิงตัน ในปี ค.ศ. 1789 มาจนถึงปัจจุบันนั้น อเมริกาจะมีประธานาธิบดีแล้วทั้งสิ้น 46 คน ซึ่งคนล่าสุด ก็คือ ‘ลุงโจ ไบเดน’ นั่นแหละ  

>> อยู่ยั่งยืนยง
ส่วนประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด ก็ได้แก่ ประธานาธิบดี ‘แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์’ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ถึง 4 สมัยหรือ 16 ปี หลังจากนั้นมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 22 ในปี ค.ศ. 1951 กำหนดให้บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

ที่สหรัฐฯ นั้น ทุกๆ 4 ปีจะมีการสำรวจโพล ‘ประธานาธิบดีและความยิ่งใหญ่ของประธานาธิบดีในการเมืองของฝ่ายบริหาร’ โดยสำรวจความคิดเห็นนักวิจัยด้านสังคมศาสตร์ของสมาคมรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับประธานาธิบดีและการเมืองของฝ่ายการบริหาร ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นให้คะแนนความยิ่งใหญ่ของประธานาธิบดีแต่ละคนจาก 0 ถึง 100 ซึ่ง 100 คือ ยิ่งใหญ่, 50 คือ ปานกลาง และ 0 คือ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

>> สุดยอดผู้นำ
สำหรับประธานาธิบดียอดเยี่ยมนั้น ผลสำรวจมักออกมาแบบนี้แทบทุกหน นั่นคือ 7 อันดับประธานาธิบดียอดเยี่ยมอันดับหนึ่งอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลคือ อับราฮัม ลินคอล์น ตามด้วยจอร์จ วอชิงตัน, แฟรงคลิน  รูสเวลต์, ธีโอออร์ รูสเวลต์, โธมัส เจฟเฟอร์สัน, แฮร์รี ทรูแมน และดไวท์ ไอเซนฮาวร์ โดยอับราฮัม ลินคอล์นได้คะแนนนำสูงลิ่วมาทุกครั้ง เรียกว่าเป็นประธานาธิบดีในหัวใจประชาชนอย่างแท้จริง

>> ผู้นำห่วยแตก
ส่วนประธานาธิบดีห่วยแตกสุด 5 คน เรียงจากบ๊วยสุด คือ โดนัลด์ ทรัมป์ ตามมาด้วย แอนดรูว์ จอห์นสัน, แฟรงคลิน เพียร์ซ, วิลเลียม แฮร์ริสัน และ เจมส์ บูแคนัน โดยนักวิจัยขอให้นักรัฐศาสตร์ช่วยระบุชื่อประธานาธิบดีที่คิดว่าสร้างความแตกแยกมากที่สุด ผลปรากฏว่านักรัฐศาสตร์ 90 จากทั้งหมด 170 คนยกให้ ‘ทรัมป์’ เป็นผู้นำที่สร้างความแตกแยกที่สุด

'อุตตม-สนธิรัตน์' นำทีม 'สร้างอนาคตไทย' พร้อมลูกพรรค หวนคืนรัง 'พปชร.' ร่วมหนุน 'บิ๊กป้อม' นั่งนายกฯ คนที่ 30

(15 ก.พ. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค, นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน และคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันแถลงข่าว 'สร้างอนาคตไทย คืนสู่เหย้าพลังประชารัฐ' พร้อมเปิดตัวสมาชิกพรรค 8 คน ที่กลับเข้ามาร่วมงานกับพรรค ได้แก่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 คน ประกอบด้วย

1.) นายประจวบเหมาะ ภักดีชน จ.นครศรีธรรมราช
2.) พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี จ.ชุมพร
3.) นายกานต์ เพชรบูรณ์ จ.พังงา
4.) นางปวีณา นิลแย้ม จ.ลพบุรี
5.) นางศรัณยา สุวรรณพรหม จ.หนองบัวลำภู
6.) นายมนตรี พึ่มชัย จ.อุดรธานี
7.) นายประวัติ กองเมืองปัก จ.มหาสารคราม
8.) นายทวีศักดิ์ ประทุมลี จ.มุกดาหาร

นายวิรัช กล่าวว่า ขอต้อนรับทุกคนที่มาในวันนี้ บุคคลที่เข้ามาช่วยเสริมสร้างให้พรรคพลังประชารัฐมีความคิด ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเราเข้าใจเดียวกัน เมื่อมาอยู่ในบ้านเดียวกันเป็นหน้าที่ของทุกคนในพรรคพลังประชารัฐที่จะทำให้บ้านเราเข้มแข็ง เป็นตัวหลักในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้าส่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ต่อไป

นายไพบูลย์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่อดีตสมาชิกที่เคยอยู่กับพรรคพลังประชารัฐและออกไปหาประสบการณ์ข้างนอก และยังระลึกถึงความอบอุ่นตามที่ พล.อ.ประวิตร ที่เป็นสำหรับที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร เป็นความเข้มแข็งให้กับพรรคพลังประชารัฐ ทุกคนที่มาในวันนี้มีความสำคัญ มีความสามารถ มีบทบาท จึงขอต้อนรับกลับมาร่วมงาน

‘โรม’ ชี้ คำสั่งย้าย ‘หมอสุภัทร’ ไม่เป็นธรรม เหมือนส่งสัญญาณข่มขู่ ‘หมอ’ ที่เห็นต่าง

(15 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ คำแหง ตัวแทนภาคีเพื่อนหมอสุภัทร ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยมี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ. เป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ กรณีขอให้ตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฐานผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 185

ด้านนายสมบูรณ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ โดนย้ายไปเป็น ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา คำสั่งจากสาธารณสุข ซึ่งเป็นข้อกังขาว่าไม่เป็นธรรม และเชื่อว่ามีอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะจากนายอนุทิน น่าจะเป็นคนดำเนินการในเรื่องของการย้าย ซึ่งตามหลักของรัฐธรรมนูญมาตรา 185 วรรค 3 ได้ระบุถึงเรื่องการแทรกแซง ข้าราชการในกระทรวง อาจจะเข้าข่ายผิดและอาจจะต้องถูกถอดถอน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ด้วย ซึ่งเราต้องอาศัยอำนาจของรัฐสภา ผ่านนายชวน และ ฝากประสานไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ให้ช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมของนายอนุทิน ในครั้งนี้ว่าเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถึงแม้รัฐสภาเหลือเวลาอีกไม่นาน แต่เวลาที่เหลืออยู่น่าจะเพียงพอที่จะตั้งเรื่องดังกล่าวให้เป็นบรรทัดฐานกับนักการเมือง

ขณะที่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยว่ากรณีที่มีการย้ายแบบนี้ไม่เป็นธรรม และเห็นด้วยว่าการย้ายเกิดขึ้นจากสาเหตุในเรื่องของแรงจูงใจทางการเมือง และตนขอเพิ่มเติมว่าการย้ายตรงนี้จุดประสงค์หลักคือเพื่อสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นในวงการหมอ และวงการสาธารณสุข ใครก็ตามที่ไม่ได้เป็นแค่หมออย่างเดียว แต่ออกมาขับเคลื่อนทางสังคม ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมก็จะโดนแบบเดียวกันกับนพ.สุภัทร

“นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่านายอนุทิน พยายามส่งออกไปถึงหมอทุกคนว่าถ้าพวกคุณไม่เชื่อฟังคุณก็จะถูกย้าย ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะเห็นในภายใต้รัฐบาลชุดนี้ และตนค่อนข้างผิดหวังที่เราเห็นฝ่ายการเมืองมาทำอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนพ.สุภัทร ซึ่งไม่แน่ใจว่าการทำแบบนี้ดูแล้วคล้ายกับสิ่งที่อำนาจเผด็จการเขาชอบทำ และไม่แน่ใจว่านายอนุทิน อยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มากจนเกินไป จนอาจจะทำให้สุดท้ายพยายามจะใช้วิธีการแบบนี้ซึ่งเป็นการรังแกคนที่ต้องการปกป้องชุมชนหรือปกป้องพี่น้องประชาชน” นายรังสิมันต์ กล่าว

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบผ้าห่มกันหนาวพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์ผู้พิการทางสายตาผ่านสมาคมประชาคมคนตาบอดไทย

วันนี้ (วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 น.) นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ และนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และน้ำปลา รวมเป็นมูลค่า 70,230 บาท (เจ็ดหมื่นสองร้อยสามสิบบาทถ้วน) ให้แก่สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้พิการทางสายตาผ่านสมาคมประชาคมคนตาบอดไทย โดยมี นายพัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

สำหรับการมอบผ้าห่มกันหนาว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อนำแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้  รวม 4 ภาค คิดเป็นมูลค่ากว่า 29 ล้านบาท โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี 

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ยังได้มอบผ้าห่มกันหนาว 1,500 ผืน แก่สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งเป็นปฏิบัติการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top