Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'อนุชา' ย้ำ 'นายกฯ' มุ่งมั่นช่วยคลี่คลายน้ำท่วมขอนแก่น ลั่น!! รัฐพร้อมจัดสรรงบฯ จัดการน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (4 ตุลาคม 2565) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมหงส์ยนตร์ อาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากจังหวัดขอนแก่นเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุโนรู ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำไหลหลาก น้ำท่วมขัง จนประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังการรับฟังบรรยายสรุป ว่า ได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด โดยได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำ นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลจะดูแลจัดสรรโครงการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดงบประมาณ/แผนงาน โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำชี 

1.) งบบูรณาการตาม พรบ.ปี 65 ลุ่มน้ำชี มีแผนงาน/โครงการ ภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 193 โครงการ 
2.) งบบูรณาการตาม พรบ. ปี 66 ในพื้นที่ลุ่มน้ำชี มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 578 โครงการ 
3.) โครงการสำคัญ ปี 66-67 จำนวน 78 โครงการ เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการร่วมกัน โดยได้กำหนดแผนงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งสำรวจดูแลความเดือดร้อน เพื่อลดและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งเร่งระบายน้ำให้เร็วขึ้น เพื่อลดความเสียหายให้กับประชาชน และมีระบบการแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมให้ทันต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ในส่วนของบริเวณจุดที่มีความเสียหายที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก จะต้องแก้ไขปัญหาระบายน้ำทันที หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะต้องมีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์และเตรียมตัวอพยพ 

รวมทั้งจะต้องมีการจัดหาสถานที่พักชั่วคราวให้ประชาชนอย่างเหมาะสมและปลอดภัย อีกทั้งขอให้เน้นการเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำทางธรรมชาติ โดยเฉพาะเส้นทางระบายน้ำเดิมที่มีสิ่งกีดขวางทำให้การระบายน้ำได้ไม่เต็มที่ต้องดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจตรวจสอบประตูระบายน้ำไม่ให้เกิดการชำรุดเสียหาย และให้ซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น อาทิ โครงการแก้มลิง แผนรองรับปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝน โดยขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม ทั้งแผนหลัก แผนสำรอง เพื่อรองรับและแก้ปัญหาในอนาคตด้วย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำให้สมบูรณ์ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือให้ทุกคนเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีใครต้องการให้เกิด ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการแก้ปัญหาเพื่อลดความเสียหาย และลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกคน พร้อมขอความร่วมมือไปยังภาคธุรกิจ เอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนในการร่วมกันทำงานกับภาครัฐ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ โดยแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เตรียมแผนบริหารจัดการโดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เศรษฐกิจด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้กองทัพ หน่วยทหาร บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนช่วยเหลือประชาชน ให้ปลอดภัย และคลี่คลายสถานการณ์ตามแผนการช่วยเหลือ และจัดกำลังทหารสนับสนุนส่วนราชการท้องถิ่นดูแลประชาชนที่ศูนย์อพยพชั่วคราว เพื่อดูแลประชาชนให้ปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วม ช่วยขนย้ายคนและสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ปลอดภัย ช่วยรับส่งประชาชน ก่อกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ รวมทั้งร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย และปรุงอาหารสดแจกจ่ายประชาชน ตลอดจนซ่อมแซมและเชื่อมต่อเส้นทางการสัญจรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับดำแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำชี ดังนี้ 

1.) งบบูรณาการ ตาม พรบ. ปี 65 ลุ่มน้ำชี มีแผนงานโครงการ ภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 193 โครงการ งบประมาณ จำนวน 4,631.72 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด ผลสัมฤทธิ์พื้นที่ชลประทานรับประโยชน์ 65,997 ไร่ มีพื้นที่ได้รับการป้องกัน 25,690 ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 43.40 ล้านลบ.ม. ประชาชนได้รับประโยชน์ 41,642 ครัวเรือน มีตัวอย่างโครงการ เช่น 

(1) แก้มลิง 3 แห่ง จังหวัดขอนแก่น วงเงิน 156.1555 ล้านบาท ผลสัมฤทธิ์ พื้นที่ชลประทานรับประโยชน์ 900 ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 0.94 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนรับประโยชน์ 390 ครัวเรือน 
(2) น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่ง ที่จังหวัดขอนแก่น วงเงิน 12.7892 ล้านบาท ผลสัมฤทธิ์พื้นที่รับประโยชน์ 480 ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 0.19 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนรับประโยชน์ 34 ครัวเรือน 
(3) ก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม 2 แห่ง ที่ชุมชนเมืองขอนแก่น ชุมชนบ้านไผ่ วงเงิน 132.6667 ล้านบาท ผลสัมฤทธิ์พื้นที่รับประโยชน์ 1,263 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,990 ครัวเรือน 
(4) อาคารบังคับน้ำ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี วงเงิน 15.0000 ล้านบาท ผลสัมฤทธิ์พื้นที่รับประโยชน์ 300 ไร่

2.) งบบูรณาการ ตาม พรบ. ปี 66 ในพื้นที่ลุ่มน้ำชี มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 578 โครงการ วงเงิน 4,919.9712 ล้านบาท เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว สามารถเพิ่มความจุกักเก็บ 5.66 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 48,932 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 40,285 ครัวเรือนพื้นที่ได้รับการป้องกัน 40,152 ไร่ มีหน่วยงานดำเนินการ 9 หน่วยงาน ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด โดยมีตัวอย่างโครงการ เช่น 
(1) สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ บ้านหว้า ต.บ้านโคก อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น วงเงิน 50.00 ล้านบาท พื้นที่รับประโยชน์ 1,300 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 200 ครัวเรือน 
(2) ฝายบ้านคำบอน ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น วงเงิน 29.00 ล้านบาท ประชาชนได้รับประโยชน์ 300 ครัวเรือน 

'เฉลิมชัย' ห่วงใยประชาชนเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทุกจังหวัดพร้อมสั่งกรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 200 เครื่องผันน้ำลงทะเลเกือบ 2 พันล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (4 ต.ค.) ว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบความยากลำบากจากอุทกภัยที่เกิดจากอิทธิพลของโนรูและฝนที่ตกหนักในพื้นที่และได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระดมกำลังคนเครื่องจักรกลเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทุกจังหวัดโดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและท้องถิ่นเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด

สำหรับจังหวัดลุ่มเจ้าพระยา จังหวัดปริมณฑลและกรุงเทพมหานครได้เร่งผันน้ำลงทะเลโดยกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อย่างน้อย 220 เครื่องที่ติดตั้งตามสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตก สูบน้ำลงแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำบางปะกงทางฝั่งตะวันออกและสูบลงอ่าวไทยทางทิศใต้ คิดเป็นปริมาณ วันละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 525 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกำลังติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 

น้ำท่วมเชียงใหม่เกือบเท่าปี 54 หนักแทบปิดเมือง ส.ส.- ว่าที่ผู้สมัครระทม ทำได้แค่ตะโกนถามหน้าบ้าน ปชช. ฝากหน่วยงานเร่งช่วย  รับทำอะไรพะวงหลังกลัวผิดกฎเหล็ก กกต.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายบรรจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือรับมือสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งเป็นผลพวงจากพายุโนรู ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าบนเทือกเขาไหลทะลักท่วมหลายพื้นที่ ทั้งที่ อ.เวียงแหง​ อ.เชียงดาว อ.ไชยปราการ เส้นทางสายแม่จา​-เมืองแหง​ ดินสไลด์ ไม้ล้มขวางเส้นทาง​ พาดทับสายไฟฟ้า​หลายจุด ตลอดสายทางพื้นถนนด้านล่างทรุดตัวเป็นโพรงขนาดใหญ่​ ขณะที่ถนนโชตนา ช่วงระหว่าง อ.เชียงดาว เข้า อ.ไชยปราการ ถนนมีการทรุดตัว สุ่มเสี่ยงต่อการสัญจร สำหรับ อ.เชียงดาว​ พื้นที่ลุ่ม​ได้รับความเสียหายจากน้ำที่เอ่อทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร​ ดินสไลด์​ทับบ้านเรือนประชาช​นที่บ้านห้วยตีนตั่ง​ น้ำพัดคอสะพาน​ขาด​ที่บ้านห้วยทรายขาว​ ต.ทุ่ง​ข้าว​พวง​ ส่วนที่ อ.แม่แตง ดินถล่มสร้างความบ้านประชาชนจำนวนมาก นักท่องเที่ยวในเขต ต.เมืองก๋าย ต้องเดินเท้ากว่า 10 กิโลเมตร มาที่ศูนย์ชั่วคราวที่ อบต.เมืองก๋าย เนื่องจากเส้นทางสัญจรเสียหายอย่างหนัก 

ขณะที่นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายศรีเรศ โกฎคำลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมตั้งแต่คืนวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ (4 ต.ค.65) โดยพบว่าพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายหนักจากน้ำป่าทะลักลงแม่น้ำปิงจนถนนในท้องถิ่นพัง พี่น้องประชาชนต้องช่วยเหลือกันเองด้วยการสร้างคันกั้นน้ำซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรในท้องถิ่นริมแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งพังจากไม้ในพื้นที่และเสริมกระสอบทรายเพื่อความแข็งแรง ในเบื้องต้นได้ประสานงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมแล้ว

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังถูกน้ำป่าจากดอยเชียงดาวและใกล้เคียงไหล ลงสู่แม่น้ำปิง จนเกินศักยภาพที่แม่น้ำจะรับได้ ระดับน้ำในแม่น้ำปิงสูงสุด ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2565 อยู่ที่ 4.63 เมตร น้ำล้นตลิ่งจนไหลเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่คืนวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ระดับน้ำเทียบเท่ากับปี 2554 ทำให้ตำบลช้างคลาน ตำบลป่าแดด และพื้นที่ใกล้เคียงถูกน้ำท่วม ทั้งเมืองกลายเป็นอัมพาต สถานที่ราชการ วัด โรงเรียน ภาคเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น โรงแรมอนันตรา โรงเรียนมงฟอร์ด ไนท์บาซา กาดต้นลำไย ร้านอาหาร ไม่สามารถเปิดทำการได้ การคมนาคมไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เกือบ 100%  

'ชลน่าน' ดีใจ!! พปชร.ชู 'บิ๊กป้อม' แคนดิเดตนายกฯ ชี้!! ตามธรรมเนียมหัวหน้าพรรคก็ควรยืนหนึ่ง

เมื่อวันที่ (4 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ ปรากฏตัวในช่วงนี้สะท้อนว่านายเนวินกำลังจะเป็นแบ็กอัพของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่จะชิงเก้าอี้แคนดิเดตนายกฯ กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน โดยเป็นวันเกิดของนายเนวิน ทุกคนก็มีการจัดงานวันเกิดอยู่แล้ว แต่จะมีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่อย่างไรก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง ส่วนจะเป็นการสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ก็แล้วแต่จะตีความ แม้ไม่ปรากฏตัวในวงการเขาก็รู้กันอยู่แล้ว ตนจึงไม่ถือเป็นประเด็นสำคัญอะไร 

เมื่อถามถึงโอกาสจับมือทางการเมือง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ถามว่าจับมือกับใคร จับมือกับเพื่อไทยหรือ ตนเคยตอบคำถามโดยใช้วันเลือกตั้งเป็นหมุดหมายการตอบคำถาม ก่อนการเลือกตั้งด้วยพฤติกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองจะจับมือกันในการที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สมควรในมิติทางการเมืองที่ต้องมีการแข่งขันกัน ถ้าทำเช่นนั้นจะเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้เช่นกัน พรรคเพื่อไทยเรามองมุมนี้มากกว่า ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยไม่จับมือใครก่อนเลือกตั้ง 

เมื่อถามว่าแต่ก็ไม่ปิดโอกาสใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หลังเลือกตั้งก็จะเป็นเงื่อนไขที่ต้องมาดูข้อเท็จจริง ว่าถ้าเราเป็นพรรคที่ได้รับเสียงข้างมาก เช่น ได้ 250 เสียงจริง แน่นอนว่าต้องมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น เพื่อมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลให้เข้มแข็งและมีเสียงไม่ต่ำกว่า 300 เสียง โดยที่เราตั้งกติกาไว้ชัดคือ 

1.) มีอุดมการณ์ มีทิศทางการทำงานเดียวกัน 
2.) เป็นพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และไม่สนับสนุนเผด็จการ 
และ 3.) ความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกัน การเจรจาต่อรองข้อเสนอต่าง ๆ หากเราจะเอากระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทยคงไม่มาร่วมงาน

ชลประทานพิจิตรปักธงแดงแม่น้ำยม-แม่น้ำน่านเอ่อล้นตลิ่งท่วมย่านที่ลุ่มชุมชนริมแม่น้ำ

พิจิตรประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 12 อำเภอ 45 ตำบล 332 หมู่บ้าน ชลประทานปักธงแดงแสดงสัญลักษณ์ระดับน้ำถึงจุดวิกฤตทั้งแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน มีปริมาณน้ำเดินการควบคุมเหตุน้ำเหนือไหลบ่ามาจากจังหวัดข้างเคียงจึงเป็นเหตุเกิดน้ำท่วมในที่ลุ่มต่ำแต่การคมนาคมเข้า-ออก เมืองชาละวันยังคงใช้ได้ตามปกติ

วันที่ 4 ตุลาคม 2565 นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์และปริมาณน้ำในแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน ว่า เนื่องจากจังหวัดพิจิตรเป็นที่ลุ่มต่ำจึงทำให้เมื่อเกิดฝนตกในเขต จ.พิษณุโลก จ. กำแพงเพชร จ.เพชรบูรณ์ น้ำก็จะไหลบ่าเข้ามารอบทิศทาง โดยสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำน่าน-แม่น้ำยม มีปริมาณระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องระดับน้ำเกินกว่าที่จะควบคุมได้แล้ว ดังนั้นเพื่อสื่อสารกับประชาชนจึงได้ดำเนินการปักธงสีแดงที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำ 4 แห่ง ทั้งแม่น้ำยม และ แม่น้ำน่าน เพื่อบอกกล่าวในเชิงสัญลักษณ์ว่าระดับน้ำถึงจุดวิกฤตแล้ว โดยเมื่อวานที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำน่านมีปริมาณสูงขึ้น 46 ซม. ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมย่านชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำหลายจุดแล้ว นอกจากนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดประตูระบายน้ำคลองสาขาต่างๆ ที่เชื่อมกับแม่น้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำไหลเข้าท่วมทุ่งนาหรือเส้นทางคมนาคมภายในหมู่บ้าน นายเอกฉัตร ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้ยังคงมีน้ำเหนือไหลมาอีกเป็นจำนวนมากดังนั้นเกษตรกรควรเร่งระบายน้ำส่วนเกินนี้ทิ้งไปก่อนแต่เมื่อฝนหยุดหรือฝนหมดฤดูกาลก็จะส่งสัญญาณให้กักเก็บน้ำทันที

วิทยุทรานซิสเตอร์ ‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’ ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย เพราะหลายประเทศพัฒนาก็ใช้กัน

‘ทรานซิสเตอร์’ วิทยุพื้นฐาน ที่หลายชาติยังจัดเป็น ‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’ แม้จะเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้วก็ตาม

แม้ ‘วิทยุทรานซิสเตอร์’ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แนะนำ จนนำมาสู่มุมมองหลายคนว่า ‘ตกยุค’ ไปแล้ว เหตุเพราะสมัยนี้การสื่อสารทุกอย่างใช้อินเทอร์เน็ตกันหมด แถมโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของใช้ธรรมดาสามัญไปเรียบร้อย จึงเข้าใจได้ว่าหลายคนอาจนึกไม่ออกว่าวิทยุทรานซิสเตอร์มีประโยชน์กับภัยพิบัติอย่างไร 

แต่อีกด้านหนึ่ง เชื่อหรือไม่ว่า ประเทศที่เจริญแล้วหลายชาติ ก็ยังแนะนำให้ประชาชนเตรียมวิทยุแบบนี้ซึ่งใช้แบตเตอรี่พื้นฐาน (แบบที่เราเรียกว่า “ถ่านไฟฉาย”) สำรองไว้ในแผนเผชิญภัยพิบัติด้วย

>> สหรัฐอเมริกา เว็บไซต์ ready.gov ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เว็บนี้ให้ความรู้กับชาวอเมริกันเรื่องการรับมือภัยพิบัตินานาประเภท โดยในหมวด “Build A Kit” หรือการเตรียมเครื่องมือเอาชีวิตรอด จะพบว่า “Battery-powered or hand crank radio and a NOAA Weather Radio with tone alert” หรือ วิทยุมือหมุนที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ และวิทยุที่มีระบบรับคลื่นสัญญาณของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ซึ่งทำหน้าที่พยากรณ์อากาศในสหรัฐฯ (แบบเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยาของไทย) ซึ่งเจ้า Battery-powered or hand crank radio ก็คือ “วิทยุทรานซิสเตอร์” ที่คนไทยรุ่นก่อนคุ้นเคยกันดี แถมคำแนะนำของทางการสหรัฐฯ ยังจัดให้อยู่ในหมวด “Basic Disaster Supplies Kit” หรือสิ่งของพื้นฐานที่ควรมีอีกต่างหาก

>> ประเทศอังกฤษ เว็บไซต์ redcross.org.uk ของสภากาชาดแห่งสหราชอาณาจักร (British Red Cross) เลือกหมวด “Get Help” จากนั้นไปที่หัวข้อ “how to prepare for emergencies.” และหัวข้อ “How to make an emergency kit” ซึ่งจะพบว่า หนึ่งในอุปกรณ์ที่กาชาดเมืองผู้ดีแนะนำให้ประชาชนเตรียมไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินคือ “Battery-operated radio and spare batteries, or a wind-up radio.” ก็คือวิทยุทรานซิสเตอร์ โดยมีทั้งแบบใส่แบตเตอรี่และแบบมือหมุน

>> ประเทศออสเตรเลีย เว็บไซต์ infrastructure.gov.au ของกระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การพัฒนาระดับภูมิภาค การสื่อสารและศิลปะ เผยแพร่บทความ ‘How travellers can prepare for emergencies or natural disasters’ แนะนำให้คนที่เดินทางท่องเที่ยวเตรียมอุปกรณ์จำเป็นเผื่อต้องเผชิญกับเหตุฉุกเฉินซึ่งรวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยหนึ่งในนั้นคือ ‘Pack a portable battery powered AM radio and a spare set of batteries. หรือก็คือ ‘วิทยุรับคลื่น AM แบบพกพาพร้อมแบตเตอรี่สำรอง’ ก็หมายถึงวิทยุทรานซิสเตอร์ แถมภาครัฐแดนจิงโจ้ยังเน้นคำว่า ‘AM radio’ อีกต่างหาก (ซึ่งก็เป็นเพราะในระบบวิทยุดั้งเดิม-อนาล็อก มี 2 ระบบ คือ AM กับ FM โดย AM เป็นคลื่นความถี่ที่ส่งไปได้ไกลกว่าเคลื่อน FM แม้คุณภาพเสียงจะด้อยกว่าคลื่น FM ก็ตามนั่นเอง โดยบทความ ‘เครื่องรับวิทยุ AM FM ดิจิทัล’ จาก บริษัท ไลท์ แอนด์ ซาวด์ บิสิเนส จำกัด ผู้รับจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบแสง-สี-เสียง ระบุว่า การใช้งานคลื่นเอฟเอ็มจะใช้กับการส่งวิทยุกระจายเสียงและเครื่องรับส่งวิทยุสื่อสาร ซึ่งการส่งวิทยุระบบ FM จะให้คุณภาพเสียงดีกว่าระบบ AM กล่าวคือ ย่านความถี่ที่ใช้ในการส่งจะเป็นอิสระกับชั้นบรรยากาศและการสอดแทรกของสัญญาณรบกวน คลื่นในย่านความถี่นี้ไม่สามารถสะท้อนกับชั้นบรรยากาศได้ทำให้ระยะทางในการส่งจะใกล้กว่าระบบ AM เพราะย่านความถี่ AM สามารถจะหักเหในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ทำให้คลื่นเดินทางได้ไกลกว่า)

'ลุงป้อม' ปลื้มสองพี่น้อง 'มูนา - อันนา' คว้าแชมป์หญิงคู่ที่เวียดนาม ชมสมาคมแบดมินตันฯ สร้างเยาวชนนักกีฬาขึ้นชั้นโลกต่อเนื่อง

โฆษกประจำ รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับแสดงความยินดีกับสองพี่น้อง 'มูนา - อันนา'  น.ส.เบญญาภา และ น.ส.นันทกาญจน์ เอี่ยมสอาด นักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าแชมป์แบดมินตันหญิงคู่รายการ 'โยเน็กซ์ ซันไรท์ เวียดนาม โอเพ่น 2022'  ณ ประเทศเวียดนาม ที่ผ่านมา ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ 

พล.อ.ประวิตร’ กล่าวชื่นชมและขอบคุณ น้องมูนาและอันนา เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและแบบอย่างของเยาวชนนักกีฬา ที่มีลำดับโลกและพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง สามารถคว้าแชมป์รายการที่ 2 ของปี ต่อจาก อินเดีย โอเพ่น 2022 ขอให้ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาทักษะการเล่นต่อเนื่องไป และหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญของนักกีฬาแบดมินตันเยาวชนทีมชาติไทย ร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อเนื่องไป พร้อมขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันและแบบอย่างที่ดีของเยาวชนต่อไป

'พิชัย' จวก 'ประยุทธ์' ยิ่งอยู่ คนไทยยิ่งไม่รอด ชี้!! กู้มากก็เจ๊งมาก แนะควรมีจิตสำนึกได้แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ (4 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตลอดเวลา 8 ปีเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด รายได้ประชาชนลดต่ำลง เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาก หนี้สินเพิ่มขึ้นมาก คนจนเพิ่มขึ้นมาก ขนาดปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบันยังไม่มีการรับมือ คิดได้แค่จะใช้วิทยุทรานซิสเตอร์แค่นั้น แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับคิดว่าตนเองทำได้ดี ประเทศก้าวหน้าทั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไปหมด แม้พล.อ.ประยุทธ์จะรอดแต่คนไทยน่าจะไม่รอดแน่ถ้าเป็นแบบนี้ 

ทั้งนี้ World Economic Forum (WEF) จัดไทยอยู่อันดับที่ 104 จาก 138 ประเทศด้านการกระจายอำนาจในตลาดสินค้าและบริการ (Extent of Market Dominance) และอยู่อันดับที่ 62 ในด้านประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า (Effectiveness of Anti-Monopoly Policy) หมายความว่าไทยปล่อยให้มีการผูกขาดของนายทุนรายใหญ่กันมาก และการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดยังมีประสิทธิภาพที่ต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยไม่สามารถพัฒนาก้าวขึ้นเป็นรายใหญ่ได้ เพราะถูกปิดกั้น ปิดโอกาส ดังนั้นการทำลายการผูกขาดจึงจำเป็นอย่างมาก หากประเทศไทยต้องพัฒนาต่อไป 

3 ป. 3 สไตล์ ชายชาติทหารแห่งบูรพาพยัคฆ์ ปักหมุดหมายเดียวกัน ช่วยชาติไทยให้พ้นทุกภัย

จากคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ ยอมรับเลยว่า 3 ป. ล่อให้แตก แยกให้ขาด ก็คงชาติหน้า เพียงแต่ในบรรดา ‘พี่น้อง 3 ป.’ แห่งนักรบบูรพา ‘ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์’ ต่างมีบุคลิกแตกต่างกันไป 

พี่ใหญ่อย่าง ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนอารมณ์ดี พูดจาหยอกเอินตามประสาพี่ใหญ่ใจดี

ส่วนที่รองอย่าง ‘บิ๊กป๊อก’ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แกเป็นคนพูดน้อย มาดขรึม สมกับชายชาติทหาร 

และแน่นอนว่าขาดไม่ได้กับ น้องคนเล็กอย่าง ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ออกจะมีบุคลิกตรงข้ามกับพี่ ๆ เพราะแม้จะชอบพกพามาดเข้ม ๆ ดุดันบ้างเป็นพิธี แต่แกก็เป็นคนที่ค่อนข้างพูดเยอะ พูดยาว และชอบปล่อยมุขให้ขำบ้าง เจื่อนบ้างเป็นระยะ ๆ

แน่นอนว่าตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หน้าฉากพรรคพลังประชารัฐ ดูจะมีรอยปริให้เห็นเป็นระยะ ๆ แต่หากย้อนไปฟังเสียงน้องเล็กอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ แล้วฟังด้วยความตั้งใจ น้องคนนี้มักร่ายยาวถึงความสัมพันธ์ของ ทั้ง 3 ป.ว่า .เหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ใครก็ทำลายไม่ได้ แม้มีคนเสี้ยมให้แตกกัน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top