Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

ทีมวิจัย รร.นรต. ส่งมอบผลผลิตการวิจัย แผนงาน 'เสริมพลังทางสังคมเพื่อรับมือใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์' เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ให้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ 3 ตุลาคม 2565 ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จังหวัดนครปฐม พันตำรวจเอกหญิง ดร. กัญญ์ฐิตา ศรีภา รองศาสตราจารย์ อาจารย์ (สบ 5) หัวหน้าแผนงานวิจัย เปิดเผยว่า คณะผู้วิจัยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ นำโดย ศาสตราจารย์ พลตำรวจโท ดร. วีรพล กุลบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะผู้วิจัย จากคณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้แก่ รองศาสตราจารย์  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์  ผู้วิจัย และ ร.ต.อ.หญิง พัชรา ต๊ะตา ร่วมกับผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ คณะวิทยาการการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ตรีทิพย์ บุญแย้ม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ อาจารย์ดร. ฐิติมา เวชพงศ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์  

โดยคณะจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้ทำการส่งมอบผลผลิตจากการศึกษาวิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ ให้แก่ ผู้แทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ร่วมกับ ดร.โชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการกลุ่มผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษ อาจารย์เอกสิทธิ์ ปิยะแสงทอง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผลผลิตจากการศึกษาวิจัยที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจดำเนินการส่งมอบให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 

(1) รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง “การเสริมพลังทางสังคมเพื่อรับมือและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์” (2) มาตรการสำหรับสถานศึกษาในการกำกับดูแลความปลอดภัยจากการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน (3) มาตรการสำหรับสถานศึกษาเพื่อป้องกันการเสพติดเกมและภัยที่เกิดจากการเล่นเกมออนไลน์ของเด็กและเยาวชน และ (4) สื่อการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับสถานศึกษาในการป้องกันและลดปัญหาการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน

พันตำรวจเอกหญิง ดร. กัญญ์ฐิตา  กล่าวว่า  ทั้งนี้ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ  เล็งเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญในการร่วมกันดูแลเด็กและเยาวชนไทยให้ปลอดภัยจากการใช้สื่อออนไลน์และรับมือกับเทคโนโลยีออนไลน์ได้อย่างเหมาะสม 

โดยได้มีกำหนดแนวทางในการใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัยของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในประเด็นที่สำคัญคือ การนำสื่อการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อการป้องกันและลดปัญหาการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ไปขยายผลต่อในสถานศึกษาในสังกัด เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และทักษะที่สำคัญให้แก่ผู้เรียน 

รวมถึงส่งต่อทั้ง 2 มาตรการที่ได้จากการศึกษาวิจัยให้แก่กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปศึกษาและขับเคลื่อนขยายผล นอกจากนั้นยังได้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะขยายผลต่อยอดจากการศึกษาวิจัย ไปสู่การจัดอบรมเพื่อพัฒนาครูและนักเรียนของสถานศึกษาในสังกัด เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ในการรับมือและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์

ซึ่งต่อมาคณะผู้วิจัย โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้นำผลผลิตจากการศึกษาวิจัยอีกส่วนหนึ่ง ได้แก่ (1) รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง “การเสริมพลังทางสังคมเพื่อรับมือและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์” และ (2) มาตรการส่งเสริมเกมออนไลน์สร้างสรรค์และปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ไปส่งมอบให้แก่ ผู้แทนจากสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ นายคมกริช ทรงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจและส่งเสริมสถานประกอบกิจการ และ นางสาววจี ทางเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและสนับสนุนภาคประชาสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับการเฝ้าระวังการนำเสนอเนื้อหาของสื่อที่ไม่เหมาะสม ไม่ปลอดภัย ไม่สร้างสรรค์ และกระทบต่อศีลธรรมอันดี ซึ่งแม้หน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ยังไม่ครอบคลุมไปถึงการควบคุมเนื้อหาเกมออนไลน์ แต่ในปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว 

พันตำรวจเอกหญิง ดร. กัญญ์ฐิตา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ได้ผนวกเรื่องของการควบคุมเกมทั้งในลักษณะออนไลน์และออฟไลน์ คณะผู้วิจัยจึงเห็นว่ามาตรการที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาวิจัย จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยกำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินงานที่ให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเล่นเกมออนไลน์และส่งเสริมให้เกิดเกมออนไลน์สร้างสรรค์และปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ผู้แทนจากสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และจะได้นำผลการวิจัยและมาตรการส่งเสริมเกมออนไลน์สร้างสรรค์และปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชน ไปใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนขยายผลต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกันกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ใกล้จะแล้วเสร็จ

สำหรับแผนงานวิจัย “เสริมพลังทางสังคมเพื่อรับมือและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์” คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แบ่งเป็น 2 โครงการย่อยภายใต้แผนงาน ได้แก่ โครงการ “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและกำกับดูแลความปลอดภัยจากการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน” และโครงการ “การพัฒนาเครือข่ายทางสังคมเพื่อสร้างมาตรการในการป้องกันและควบคุมผลกระทบทางลบจากเกมออนไลน์ในเด็กและเยาวชน” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อรับมือและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์ ผลผลิตจากการศึกษาวิจัยประกอบด้วย...

(1) มาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยจากการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน แบ่งเป็น 2 มาตรการที่เน้นการทำงานในลักษณะภาคีเครือข่าย ได้แก่ “มาตรการสำหรับสถานศึกษา” ประกอบด้วย 5 มาตรการย่อย สรุปเป็น พัฒนาครู-ส่งเสริมผู้เรียน-เข้าถึงครอบครัว-เฝ้าระวังเหตุ-ดูแลช่วยเหลือ และ “มาตรการทางกฎหมาย” ประกอบด้วย การปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ และการดำเนินการช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ที่เข้าข่ายกระทำผิดทางกฎหมาย 

(2) สื่อการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับสถานศึกษาในการป้องกันและลดปัญหาการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ มีลักษณะเป็น e-learning กึ่งเกม ประกอบด้วย 3 ด่าน ด่านแรกเป็นด่านสร้างความตระหนักถึงความรู้สึกของผู้อื่น ด่านที่สองเป็นด่านให้ความรู้ด้านการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์และด้านกฎมาย ส่วนด่านที่สามเป็นด่านให้ตัดสินใจแก้ไขปัญหา 

(3) มาตรการส่งเสริมเกมออนไลน์สร้างสรรค์และปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 5 มาตรการย่อย ได้แก่ การควบคุมเนื้อหาเกมออนไลน์ให้เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน  การกำหนดแนวทางในการแสดงข้อมูลสำคัญแก่ผู้ใช้บริการควบคู่กับการให้บริการเกมออนไลน์ การติดตามตรวจสอบเนื้อหาเกมออนไลน์ที่ไม่สร้างสรรค์และไม่ปลอดภัย  การส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตเกมออนไลน์สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน และการเฝ้าระวังและปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยคุกคามที่แฝงมากับเกมออนไลน์ 

(4) มาตรการป้องกันการเสพติดเกมและภัยที่เกิดจากการเล่นเกมออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 5 มาตรการย่อย สรุปเป็น ป้องกัน-ค้นหา-เฝ้าระวัง-เสริมคุณค่า-รักษาดูแล นอกจากนั้น ในกระบวนการศึกษาวิจัยของแผนงานวิจัย ยังทำให้เกิดการเสริมพลังทางสังคมเพื่อการรับมือและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีออนไลน์ โดยภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการวิจัย ตระหนักถึงประโยชน์ของมาตรการและสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาวิจัย และเห็นควรนำไปขับเคลื่อนขยายผลต่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง

ผบ.ตร.ให้ ผบช.ภ.3 บำบัดทุกข์ บำรุงขวัญลูกเมียตำรวจสำโรงทาบ สุรินทร์ และ สภ.พิมาย ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมสูงที่พัก

ภายหลัง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งตำรวจเร่งช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาเร่งดูแลขวัญกำลังใจของครอบครัวตำรวจ ที่ได้ผลกระทบน้ำท่วมเช่นกัน 

ล่าสุด วันนี้ 3 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พร้อมคณะเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ สภ.สำโรงทาบ จว.สุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยนำสิ่งของ และเงินมามอบเยียวยาให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 44 ครอบครัว 

พร้อมทั้งเข้าไปตรวจเยี่ยมที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับผลกระทบ แม้จะมีสถานการณ์น้ำท่วม แต่ตำรวจยังปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือ และคุ้มครองชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

ขณะที่ พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เดินทางไปตรวจเยี่ยม เเละมอบถุงยังชีพ เพื่อบำรุงขวัญเเก่ข้าราชตำรวจ สภ.พิมาย ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมบ้านพักอาศัย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ผ่านวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ และพร้อมดูแลพี่น้องประชาชน

'ผู้บัญชาการโอ๋' มอบนโยบาย ภ.7 สั่งกำชับเชิงรุก 18 มาตราการตาม ตร.กำหนด

เมื่อวันจันทร์ ที่ 3 ต.ค. 65 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์  วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานในการประชุม“มอบนโยบายการบริหารราชการของตำรวจภูธรภาค 7 ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2566 และนำนโยบายผบ.ตร.,รอง ผบ.ตร.มาขับเคลื่อน”

โดยมี พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.อาทิชา เปาอินทร์ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7,พร้อมด้วยผบก.ฯ, รอง ผบก.ฯ, ผกก.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่า ก่อนการประชุมได้แนะนำผู้บังคับบัญชาระดับ ผบก.ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งในสังกัด ภ.7 สำหรับในการประชุมได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติ ดังนี้...

1.กำชับการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ผบ.ตร. "เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน"

2.กำชับการดำเนินการนโยบายของผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ที่ได้มอบนโยบายการบริหารราชการฯ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565

3.เน้นย้ำทุกหน่วย เห็นความสำคัญ และเร่งรัดภารกิจเร่งด่วนตามนโยบาย ผบ.ตร. ได้แก่ ภารกิจเร่งด่วนเพื่อประชาชน, ปัญหายาเสพติด, ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

4.ยกระดับการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ, ภารกิจเร่งด่วนเพื่อตำรวจ, สร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่, สร้างขวัญกำลังใจ และดูแลสวัสดิการ, กำชับข้าราชการตำรวจทุกระดับปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลัก, เกาะติดพื้นที่, เกาะติดประชาชน, เกาะติดคนร้าย และ เกาะติดผู้ใต้บังคับบัญชา,ยกระดับองค์ความรู้, ยกระดับวิธีคิด, ยกระดับบวิธีการทำงาน และ ยกระดับการใช้ดุลยพินิจ, ทำงาน, ทำดี, ทำบุญ และ มีภาวะผู้นำ, Smart, Smile และ Strong

5.กำชับทุกหน่วยดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล, นายกรัฐมนตรี, ผบ.ตร.และรองผบ.ตร.โดยเคร่งครัด ต้องมีแผนปฏิบัติการทำงานเชิงรุกเป็นแผนยุทธการในแต่ละพื้นที่

6.กำชับหัวหน้าหน่วยทุกระดับรายงานเหตุซึ่งจะต้องรายงาน อย่าให้ล่าช้า

7.กำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับควบคุม กำกับดูแลการให้บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม อย่างเท่าเทียม ดูแลความสะอาด จัดระเบียบที่ทำการโดยเฉพาะห้องรับแจ้งเหตุให้จัดเป็น One Stop Serviice เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจ

8.กำชับหัวหน้าหน่วยลงพื้นที่เพื่อรับรู้ปัญหา ข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างตำรรวจ และประชาชน

9.ปรับเปลี่ยนแนวคิดการควบคุมดูแลผู้ใจผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่แค่ควบคุมควมประพฤติ แต่ต้องลงไปดูแลและสัมผัสถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างบวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา งานบริหารต้องดูว่ามีอะไรที่ทำโดยสุจริตแล้วมีรายได้เข้าหน่วย เพื่อจัดเป็นสวัสดิการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

10.พัฒนาองค์ความรู้ข้าราชการตำรวจทุกสายงาน จัดให้มีการฝึกทบทวนยุทธวิธี และมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกสัปดาห์

11.ยกระดับการบริการประชาชน ต้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที ยกระดับการให้บริการทั้งในและนอกสถานีตำรวจ เช่นการรออกตรวจเยี่ยมประชาชน และ แจ้งความคืบหน้าคดีแก่ผู้เสียหาย

12.เน้นย้ำทุกหน่วยให้ความสำคัญกับเรื่องร้องเรียน เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชน เนื่องจากผู้เขียนเรื่องร้องเรียนคือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับการดูแล

13.การขับเคลื่อนทุกหน้างาน จะใช้ศปก.ภ.7เป็นตัวขับเคลื่อน โดยกำหนดให้มีการประชุมศปก.ภ.7 ทุกวันพุธ เวลา 09.00น. ให้รอง ผบช./ผบก./หัวหน้าสถานี เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง

14.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องอยู่ในพื้นที่ ดำรงการติดต่อได้ตลอดเวลา หากออกนอกพื้นที่ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง

15.หัวหน้าสถานีต้องตรวจสอบปจว./ข้อมูลการรับแจ้งเหตุทุกเช้า และนั่งหัวโต๊ะประชุม Morning Brief ทุกวันสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ทุกสายงานทราบข้อมูล

16.มอบหมายให้ รอง ผบก.แต่ละหน้างาน ควบคุม กำกับดูแล เร่งรัด ขับเคลื่อน ติดตาม สั่งการในหน้างานของตนเองเป็นประจำ

ผบ.ตร.สั่งตำรวจ เร่งช่วยเหลือประชาชน หวั่นการจราจรใน กทม.และปริมณฑล เป็นอัมพาต หลังฝนตกหนัก ขณะที่ต่างจังหวัด ตำรวจ ตชด. ออกช่วยชาวบ้านต่อเนื่อง

ผบ.ตร.สั่งตำรวจ เร่งช่วยเหลือประชาชน หวั่นการจราจรใน กทม.และปริมณฑล เป็นอัมพาต หลังฝนตกหนัก ขณะที่ต่างจังหวัด ตำรวจ ตชด. ออกช่วยชาวบ้านต่อเนื่อง 

วันที่ 3 ต.ค.65 เวลา 20.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจออกเร่งช่วยเหลือประชาชน หลังจากช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัด ตำรวจได้ออกอำนวยความสะดวกการจราจร ช่วยรถเสีย จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถยกรถที่กีดขวางจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจร บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ขณะที่ในต่างหวัด ผบ.ตร.ส่งตำรวจตะแวนชายแดนออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมต่อเนื่อง ในพื้นที่ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์  พื้นที่บ้านหาดคูเดื่อ และบ้านท่ากกแห่ ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ จ.เลย โดยช่วยขนย้ายทรัพย์สินของใช้ภายในครัวเรือนขึ้นสูง เพื่อความปลอดภัย และป้องกันทรัพย์สินเสียหายจากอุทกภัย พร้อมกับเรือท้องแบน ออกปฏิบัติงาน รับ-ส่ง ประชาชน นักเรียนเข้าออกหมู่บ้าน

อัเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

5 ตุลาคม ‘วันนวัตกรรมแห่งชาติ’ เทิดพระเกียรติ ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

วันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี กำหนดให้เป็นวันนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รำลึกถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรม

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินโครงการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และทรงได้มีพระราชดำรัสแสดงถึงความเป็นนวัตกรรมของ “โครงการแกล้งดิน” ที่ไม่มีใครทำมาก่อนและทั้งนี้ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริให้ทำเป็นตำรา คือ “คู่มือปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อการเกษตร” สำหรับที่จะใช้พัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวอื่น ๆ ต่อไป

'ผู้ว่า กกท.' ยก สนามหลักกัมพูชาจัดฟุตบอลโลกสบาย ยอมรับตอนนี้หลายประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาไปไกล

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยและคณะเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อดูความพร้อมจัดการเเข่งขันซีเกมส์ 2023 โดยมี นายออน ซาราเดน ตัวแทนของ พระคุณเจ้าวาร์เหิง ดาวุธ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการสนามกีฬาแห่งชาติ 'มรดก เตโช' สนามหลักในการเเข่งขันครั้งนี้

“เราเห็นเเล้วมั่นใจว่าซีเกมส์ที่จะเกิดขึ้น สนามกีฬาได้มาตรฐานเเน่ สิ่งต่าง ๆ ที่กัมพูชาได้เเสดงให้เห็นคือความมุ่งมั่น เพื่อจะยกระดับให้ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำในอาเซียน ไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน เราคงเดินหน้าพัฒนาในทุกมิติร่วม ๆ กัน วันนี้สนามกีฬาของกัมพูชาอาจจะล้ำหน้ากว่าไทยด้วยซ้ำ เราก็จะขอเรียนรู้จากกัมพูชา จากประสบการณ์การต่าง ๆ ส่วนในเรื่องของกีฬาที่ไทยก้าวหน้ากว่าเราก็ยินดีในการถ่ายทอดเเลกเปลี่ยน นี้คือความสัมพันธ์ที่สวยงามของ 2 ประเทศที่มีมายาวนาน”

“หลาย ๆ อย่างคือสิ่งที่เราจะเอาไปปรับปรุงสนามของเราได้ ต้องยอมรับว่าสนามของเราเคยยิ่งใหญ่ เราเคยเป็นที่ 1 ในอาเซียน แต่ตอนนี้หลายประเทศพัฒนาก้าวหน้าไปไกล ที่กัมพูชาผมคิดว่าเป็นสนามที่ทันสมัยเเละดีที่สุดเเห่งหนึ่งในอาเซียน สิ่งที่เขาเน้นคือระบบความปลอดภัย สามารถระบายคน 6 หมื่นคนใน 7 นาที เพราะฉะนั้นไม่ใช่เเค่ขนาดใหญ่ แต่เขานึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐานสากล สิ่งที่เป็นความประทับใจคือสนามเเห่งนี้สามารถผ่านมาตรฐานฟีฟ่า สามารถแข่งระดับบอลโลกได้ แม้ความจุจะยังไม่ถึงรองรับพิธีเปิดปิดฟุตบอลโลกได้ แต่สามารถจัดการเเข่งขันแมตช์อื่น ๆ ในฟุตบอลโลกได้เลย”

ความจำเป็นในช่วงภัยพิบัติ ไม่ต้องจัดหนักเทคโนโลยี

กลายเป็นประเด็นอีกแล้ว หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กล่าวช่วงหนึ่งในการประชุมการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์เมื่อ 3 ต.ค. ที่ผ่านมาถึงการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเศรษฐกิจ พื้นที่สุขภาพที่เกี่ยวกับโรงพยาบาลด้านสาธารณสุข ก็ต้องดูแลให้สามารถเข้าบริการได้ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการให้บริการไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ ก็ต้องให้ใช้ได้นานที่สุด ถ้าระบบมันล่มไปทั้งหมด การสื่อสารแจ้งข้อมูลจะทำได้ลำบาก อาจจะต้องไปใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ในการออกอากาศแจ้งเตือนประชาชนได้อีกทาง ซึ่งเคยใช้กันเมื่อปี 2554 เพราะตอนนั้นไฟฟ้าดับหมด ดังนั้นเราต้องเตรียมแผนตรงนี้ไว้ด้วยในกรณีที่อาจจะเกิดปัญหา

พลันที่มีคำว่า 'วิทยุทรานซิสเตอร์' หลุดออกมา ก็มีคนไทยกลุ่มหนึ่งจับตาและกล่าวว่านี่คือ 'ความล้าหลัง' และขำขันกันอย่างสนุก 

แต่กลับกันภายใต้ความขบขันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาแบบผู้มีองค์ความรู้รอบด้านของผู้นำกับสถานการณ์ที่เป็นจริงได้อย่างสอดคล้องมากกว่า

แน่นอนว่าในบ้านเราตอนนี้ คนอาจจะติดภาพทรานซิสเตอร์ว่าโบราณ บ้านนอก แต่จริงๆ แล้ว วิทยุพกพาที่รับสัญญาณจากอากาศที่ไม่ได้ใช้สัญญาณดาวเทียมหรืออินเตอร์เน็ต ซึ่งมีขายในท้องตลาด ก็ล้วนแล้วแต่ใช้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ทั้งหมดในการรับสัญญาณ AM/FM

Tim Cook ฟาด Mark Zuckerberg อย่ามโนว่าทุกคนจะอินกับโลกในจินตนาการ

กลายเป็นกระแสเขม่น จุดชนวนความขัดแย้งเป็นระเบิดขนาดย่อม ๆ ระหว่างผู้บริหาร Apple ที่ออกมาเผยมุมมองที่มีต่อธุรกิจของ meta ภายใต้ความพยายามผลักดันของ Mark Zuckerberg ที่จะนำทุกคนเข้าสู่โลกของ metaverse ซึ่ง Tim Cook CEO ของ Apple ถึงกับออกมาโต้แย้งแนวคิดดังกล่าวนั้นว่าใช่ว่าทุกคนจะอินกับโลกเสมือนที่อยู่ในจินตนาการซึ่งจับต้องไม่ได้

จากการเปิดเผยของ businessinsider สื่อเจาะลึกการลงทุนระดับโลก ได้เปิดเผยมุมมองของ Tim Cook CEO ของ Apple ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Bright Media สื่อจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าทำไม Apple ถึงมีความลังเลใจในการเข้าร่วม metaverse ซึ่งเป็นอีกหนึ่งด้านเทคโนโลยีที่น่าสนใจและเป็นความตั้งใจอย่างมากในการผลักดันของ meta

“ผมคิดเสมอว่ามันสำคัญที่ผู้คนจะเข้าใจว่าบางสิ่งคืออะไร ขณะเดียวกันผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าคนทั่วไปสามารถบอกคุณได้ว่า metaverse คืออะไร” Cook กล่าวกับทาง Bright Media

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทาง Apple จะไม่ให้ความสำคัญใด ๆ กับทาง meta โดยดูจากสถิติย้อนหลังในการพยายามเข้าร่วมกับ meta โดยคำว่า 'metaverse' ที่ถูกกล่าวถึงโดยฝั่ง Apple นั้นมีเพียงครั้งเดียว ในการโทรหารายได้ของ Apple จนถึงปีนี้ เมื่อเทียบกับ 36 การกล่าวถึงการแสวงหารายได้ของ Meta แม้จะมีการใช้คำศัพท์ที่แพร่หลายทั่วทั้งอุตสาหกรรม ผู้บริหารก็ถูกแบ่งแยกว่า metaverse แสดงถึงผลิตภัณฑ์จริงหรือไม่ เช่น Virtual Reality หรือเป็นเพียงแนวคิดสำหรับโลกเสมือนจริงที่อาจไม่เคยมีอยู่จริง

ขณะที่ทางฝั่งของ Mark Zuckerberg ได้แถลงนโยบายเชิงรุกในการผลักดัน metaverse เพื่อการเข้าถึงและมีส่วนร่วมเชิงสาธารณะ โดยบอกพนักงานในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า Meta เรากำลังอยู่ในสงครามธุรกิจที่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งอย่าง Apple เพื่อสร้าง metaverse

ทั้งนี้หากย้อนกลับไปในช่วงไตรมาส 4/2564 หลังจากการเปลี่ยนชื่อและการประกาศของ Facebook โดยได้ทุ่มงบลงทุนไปกว่า 10 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้าง metaverse เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในความเป็นจริงเข้าสู่โลกเสมือน เพื่อหวังกอบกู้รายได้จากธุรกิจโซเชียลมีเดีย และช่วงชิงส่วนแบ่งรายได้ในอุตสาหกรรมใหม่ หรือนัยยะหนึ่งเพื่อต้องการทวงความเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการและมูลค่าบริษัทสูงที่สุดในโลก หลังจากที่ Apple นั่งแท่นครองอันดับบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุดในโลก และการปรับโครงสร้างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อุปกรณ์ไอทีในกลุ่มสินค้าของ Apple เช่น iPhone ที่เน้นย้ำความสำคัญของสิทธิส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนตัว ซึ่งปิดกั้นการเก็บข้อมูลทางการตลาดที่จะเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการที่พึ่งพิงธุรกิจจากทางฝั่งของ Facebook และ Google ทำให้ Mark Zuckerberg เจ็บแค้นอย่างมากเนื่องจากนโยบายดังกล่าวของ Apple เพราะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้ ซึ่งกระทบรายได้โดยตรงต่อธุรกิจโฆษณาของ Facebook สูญเสียรายได้หลายพันล้านดอลล่าร์จากที่เคยได้ ที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่สื่อสารการตลาดโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย และท้ายที่สุดผู้ประกอบการเหล่านั้นต้องทยอยยกเลิกการซื้อสื่อโฆษณากับทาง Facebook ไป เพราะสูญเงินเปล่า โฆษณาไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ขณะที่การออกมาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโลกเสมือน metaverse ของ Mark Zuckerberg กลายเป็นการตอกย้ำรอยแผลที่ร้าวบาดลึกของทั้ง 2 ธุรกิจที่มีต่อกัน แม้ว่าทาง Apple จะเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่โดยเฉพาะกับ Augmented Reality ก็ตาม

เปิด 17 ตัวแปร เปลี่ยนไทยให้ยิ่งใหญ่ ก้าวสู่ศูนย์กลาง EV แห่งอาเซียน

ประเทศไทย 🇹🇭 จะสามารถเป็นศูนย์กลาง Hub ของ EV ได้อย่างแน่นอน เพราะว่า...

1. ปัจจุบันโรงงานประกอบและผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมใหญ่ที่สุดในอาเซียนนั้น อยู่ที่ไทยเป็นของบริษัท EA 

2. บริษัท BYD, Mercedes Benz, BMW, MG, GWM, Volt ก็เลือกประเทศไทย เป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยตั้งให้ประเทศไทยเป็น Hub ผลิตรถ EV ในอาเซียน

3. BMW, Benz , Nissan, BYD, EVLOMO ก็ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย ตั้งให้เป็นฐานผลิตในภูมิภาค

4. Foxconn ร่วมมือกับ ปตท. ลงทุนประมาณ 72,000 ล้านบาท จัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ชื่อ HORIZON PLUS พร้อมศูนย์วิจัย R&D ดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน เซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว

5. ล่าสุด BYD ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ EV ยอดขายอันดับ 1 ของจีน ได้ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทสยามกลการของไทย ซื้อที่ดิน จำนวน 600 ไร่ เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BYD และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ มูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาทเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน รวมไปถึงออสเตรเลีย และ อังกฤษ ด้วยกำลังการผลิตเบื้องต้นที่ 150,000 คัน ต่อปี (ซึ่งไทย มีข้อตกลง FTA กับประเทศเหล่านี่)

6. บริษัท อีวี ไพรมัส จากจีน มีแผนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ฉะเชิงเทรา มูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มขึ้นไลน์ผลิตได้ในช่วงปลายปี 2566 โดยจะผลิตเพื่อขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งใน และต่างประเทศ ตั้งเป้าการผลิตอยู่ที่ 4,000 คันต่อปี

7. 'บ้านปู เน็กซ์' ร่วมกับ 'เชิดชัยฯ' และ 'ดูราเพาเวอร์' ผู้ผลิตแบตสัญชาติสิงคโปร์ ร่วมกันตั้งโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในประเทศไทยที่ โคราช ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ภายในปี 2569 บุกตลาดในเอเชียแปซิฟิก

8. บริษัท EVLOMO บริษัทชั้นนำด้านยานยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกา กำลังสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาด 8 กิโลวัตต์ ซึ่งจะมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน สร้างในพื้นที่ EEC ด้วยเงินลงทุน 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังจับมือกับ OR ในการติดตั้งตู้ EV Super Charge 150kW อีกว่า 100 สถานีในประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top