Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

‘ก้าวไกล’ จี้อนุพงษ์ - ปลัด มท. ชี้แจง หลังสตง. รายงาน ‘โคก หนอง นา โมเดล’ ล้มเหลว

‘จ่าตา’ อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล เปิดรายงาน สตง. ยืนยันชัด “โคก หนอง นา โมเดล” ล้มเหลว เสียเงินกู้ฟรี 4,700 ล้าน จี้อนุพงษ์-ปลัด มท. ชี้แจง

อดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ ‘จ่าตา’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รายงานผลการตรวจสอบโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคกหนอง นา โมเดล” ของกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งจากรายงานพบว่าโครงการแทบไม่เดิน ทำจริงไม่ได้ ยังไม่เกิดผลทางปฏิบัติ 

‘จ่าตา’ อดิศักดิ์ กล่าวว่าตอนเริ่มโครงการภาครัฐโฆษณาด้านดีด้านเดียว โดยอ้างแต่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอทำจริงข้างนอกสดใส ข้างในตะติ๊งโหน่ง ซึ่งพรรคก้าวไกลก็ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้แล้วว่าโครงการทำจริงในทางปฏิบัติแทบไม่ได้ แต่รัฐบาลก็ยังดันทุรังทำ ผลคือโครงการล้มเหลวตามที่พรรคก้าวไกลอภิปรายไว้ทุกประการ

สตง. เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าโครงการมีปัญหา 3 เรื่อง ที่ทำให้โคก หนอง นาเป็นโครงการส่อล้มเหลว 

หนึ่ง โครงการล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ กรมพัฒนาชุมชนทำเสร็จเพียง 1 จาก 6 กิจกรรม ทำให้ต้องขอขยายเวลากว่า 2 รอบ ถึงจะปิดโครงการได้ 

สอง พื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบทำไม่ได้จริง ส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้ตามแบบ บางที่ยังสร้างไม่เสร็จ บางที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง ส่วนที่สร้างเสร็จแล้วยังไม่มีการจัดเตรียมความพร้อมด้านสื่อการเรียนรู้ วัสดุ อุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับการสาธิตและ ฝึกปฏิบัติประจำฐานเพื่อการเรียนรู้ 

สาม ครุภัณฑ์อุปกรณ์ต่าง ๆ ในวันที่ สตง. ลงไปตรวจสอบ ยังถูกใช้ไม่ครบ ซึ่งมีทั้งบางที่ยังไม่ได้ใช้อุปกรณ์เลยแม้แต่รายการเดียว บางที่ใช้ไปแค่บางส่วน หรือก็คืองบอุปกรณ์ที่จัดซื้อลงไปถูกเอาไปวางทิ้งไว้เฉย ๆ

“ตามศูนย์อบรมที่โคก หนอง นา ให้เกษตรกร ยังแทบจะไม่มีการอบรมให้เกษตรกรเอาไปใช้จริงเลย”

'ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย' สู้กันทุกเม็ดบนสนามกระบี่ จุดเริ่มเกมปั้นสถานะ 'พรรคใหญ่' ต้องได้เลือก ไม่ใช่ถูกเลือก

สนามเลือกตั้งฝั่งอันดามัน ดูจะกลายเป็นสนามเดือดในการช่วงชิง 14 ที่นั่งในสภา จาก 6 จังหวัด อันประกอบด้วย ระนอง 1 ภูเก็ต 2 พังงา 2 กระบี่ 3 ตรัง 4 และสตูล 2 ซึ่งจะเป็นการเชือดเฉือนกันของสองพรรคการเมืองหลัก คือ 'ประชาธิปัตย์' และ 'ภูมิใจไทย'

ทั้งสองพรรคประกาศยึดฝั่งอันดามัน จากเดิมที่มีประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ แบ่งกันอยู่แล้ว อย่าวกระบี่ ในการเลือกตั้งครั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยมีอยู่แล้ว 1 คือ สฤษดิ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประชาธิปัตย์มีอยู่แล้ว 1 เช่นกัน คือสาคร เกี่ยวข้อง คราวที่แล้ว 'ตระกูลเกี่ยวข้อง' ตกลงกันได้แบ่งกันพรรคละเขต เลือกตั้งครั้งใหม่กระบี่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น จำนวน ส.ส.จึงเพิ่มเป็น 3 คน

แน่นอนว่าทั้งประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ต่างหมายมั่นปั้นมือรักษาของเก่า และเพิ่มของใหม่ โดยทั้งสองพรรคตั้งเป้ายึด 3 ที่นั่งของกระบี่ ซึ่งต่างเปิดตัวผู้สมัครกันไปหมดแล้ว เพื่อยืนยันความพร้อม

ย้อนไปเมื่อวันเสาร์ที่ (13 ส.ค. 2565) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพใต้ ได้ยกทีมไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ทั้ง 3 เขต ที่ลานพระอาทิตย์ อบจ.กระบี่

พรรคภูมิใจไทย ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้เรียบร้อยแล้วเขต 1 โกหนึ่ง-กิตติ กิตติธรกุล เลขานุการนายก อบจ.กระบี่ ถือเป็นตระกูลการเมืองใหญ่ของกระบี่ เขต 2 สจ.ม้อ-ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ อดีต ส.อบจ.กระบี่ เขต อ.อ่าวลึก และเขต 3 โกสุทธิ์-สฤษดิ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ 

พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ปล่อยให้ภูมิใจไทยเหยียบจมูกในฐานะเจ้าถิ่นเก่า โดยจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรีฑาทัพหลวง ทั้งบัญญัติ บรรทัดฐาน, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, นิพนธ์ บุญญามณี ไปจัดสัมมนาที่กระบี่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ทั้ง 3 เขต ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 'จุรินทร์' มั่นใจว่า จะกลับมายึดกระบี่คืนได้ทั้ง 3 เขต

3 คนของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะลงสู้ศึกครั้งหน้าชื่อเสียงเรียงนามไม่ธรรมดาเหมือนกัน เขต 1 โกเคี่ยง ธนวัช ภูเก้าล้วน ลูกชายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ มีฐานะจัดอยู่ในระดับเศรษฐีเขต 2 สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และเขต 3 พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล นั่นเอง

แม่ทัพตัวจริงของภูมิใจไทย เมืองกระบี่คือ โกหงวน- สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ 7 สมัย สหายร่วมรบของ 'เนวิน ชิดชอบ' แห่งเมืองบุรีรัมย์

'เพื่อไทย' เรียกร้อง กกต. ทำหน้าที่ให้ชัดเจน ชี้!! อย่าทำให้การเมืองมีแต่ความคลุมเครือ - สิ้นหวัง

(3 ต.ค. 65) สุธรรม แสงประทุม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ที่มีบรรยากาศอยู่ภายใต้ความคลุมเครือ ความสิ้นหวัง ทั้งที่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ที่ควรทำหน้าที่ตัวเองให้โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเห็นความหวัง เชื่อมั่นในความยุติธรรม และเดินหน้าประเทศนี้ต่อไปได้อย่างโปร่งใส โดยมี 3 ข้อที่กังวลใจคือ

1.) ความคลุมเครือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่แล้ว มีหลายเรื่องที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ถึงการตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ ปรากฎว่า พรรคเพื่อไทย ได้ที่นั่งมากที่สุด ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่มีบัตรเขย่งทำให้มีพรรคเล็กได้สนับสนุนรัฐบาลที่มีที่มาจากสมาชิกวุฒิสภา 

นอกจากนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งบางเขตมีปัญหา ในที่สุด คดีให้ใบแดงผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ศาลตัดสินให้ กกต. ต้องใช้หนี้เลือกตั้ง จากความผิดพลาด ดังกล่าว

2.) ความยุติธรรม หลังจากการประกาศระเบียบของ กกต. ในเรื่อง 180 วัน ในการห้ามผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำเรื่องใด ปรากฏว่า ข้อจำกัดต่างๆ ที่แจ้งมา ไม่มีความชัดเจน คนของรัฐบาลทำได้ แต่ฝ่ายค้านทำไม่ได้ สิ่งที่ควรทำ กลับไม่ได้ทำ เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต ควรทำทันทีที่ประกาศจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี และเมื่อมีระเบียบระยะ 180 วันแล้ว ควรให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตัว กลับเก็บเรื่องเขตเลือกตั้งไว้ให้เป็นปัญหาเหมือนในปี พ.ศ. 2562 ที่มีข้อครหาว่า ใครสนับสนุนพรรคของคณะผู้ยึดอำนาจ มีโอกาสเลือกเขตเลือกตั้งที่ต้องการ 

มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น เตรียมอาหารฮาลาลให้นักศึกษามุสลิม สร้างสภาพแวดล้อมให้ผู้คนเคารพวัฒนธรรมของกันและกัน

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ เผย มหาวิทยาลัยมิยาซากิ บริการอาหาร 5 มื้อ ที่เตรียมโดยกระบวนการฮาลาลทั้งหมด ให้แก่นักศึกษาทั้งที่เป็นมุสลิม และศาสนิกชนอื่น

โดยอาหารที่จัดบริการในคาเฟ่ทีเรียของมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับให้แก่นักศึกษาที่มาจากอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และประเทศมุสลิมอื่นๆ ในขณะที่นักศึกษาชาวญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป ก็กระตือรือร้นที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอิสลาม ผ่านเมนูอาหารต่าง ๆ ที่บริการในห้องอาหาร

โยอิชิโร โยชินากะ ผู้จัดการโรงอาหารสำหรับนักศึกษา กล่าวว่า ไม่เฉพาะนักศึกษาจากประเทศมุสลิม แต่นักศึกษาชาวญี่ปุ่นที่อยากรู้อยากเห็น และก็สามารถเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศได้

“ในโรงอาหาร ฉันต้องการให้พวกเขาสนใจในวัฒนธรรมการทำอาหารของกันและกัน”

ในบรรดาอาหารฮาลาลจานพิเศษที่หมดเร็วมาก ได้แก่ เรนดังไก่, แกงกะหรี่ใส่กะทิเข้มข้น, ขนมถั่วอะซูกิ และขนมปัง 2 แบบ ที่ยังเหลือมักจะเป็นแกงไก่ ที่ทำมาเพิ่มรอบสอง

เมนูอาหารเหล่านี้ผ่านการรับรองฮาลาล จากฝ่ายพัฒนาอิสลามแห่งมาเลเซีย (Jakim) รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร และเครื่องปรุง ตลอดจนวัสดุต่าง ๆ

'เพื่อไทย' อัด 'บิ๊กตู่' ทำคนไทยไร้ที่อยู่-ที่ทำกินเพียบ ชี้!! ไม่พัฒนาต่อยอดบ้านเอื้ออาทร-บ้านมั่นคง

เมื่อวันที่ (3 ต.ค. 65) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ทุกวันจันทร์แรกของเดือนต.ค.ทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด Mind the Gap Leave No One and Place Behind หรือใส่ใจช่องว่าง ไม่ทิ้งใครและที่ใดไว้ข้างหลัง เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสิทธิในที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเครือข่ายต่างๆ ได้จัดกิจกรรมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินให้กับคนจนเมืองและพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่จากนโยบายของรัฐ 

ทั้งนี้ พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีสิทธิในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชากรโลก ในปี 2546  รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้จัดหาที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งบ้านเอื้ออาทรในต่างจังหวัด และบ้านมั่นคงสำหรับคนเมือง ผ่านการทำงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพราะตระหนักถึงความสำคัญของ คนหาเช้ากินค่ำ คนจนเมือง คนไร้ที่อยู่อาศัย

'รัฐ' กร้าว!! สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร-อาหารของไทย เข้าสู่ระบบมาตรฐานความปลอดภัยที่สากลยอมรับ

ไม่นานมานี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเข้าสู่ระบบมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเกษตรอินทรีย์เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศและสถานการณ์โลก ที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทบทวนมาตรฐานสินค้าเกษตร (Good Agricultural Practices: GAP) พืชอาหาร และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้ครอบคลุมส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์พืชและแมลงที่บริโภคได้ รวมทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน รวมถึงการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP โดยในปี 2565 มีผู้ยื่นขอการรับรอง 84,098 แปลง เกษตรกร 59,040 ราย โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน GAPแล้ว จำนวน 74,152 แปลง เกษตรกร 50,209 ราย พร้อมมีการจัดทำฐานข้อมูลด้านการเกษตรปลอดภัยร่วมกับสมาชิกที่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน GAP ในปี 2565 สหกรณ์ 47 แห่ง เกษตรกร 1,126 ราย ใน 22 จังหวัด และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) แล้ว 65,358 ไร่

'เพื่อไทย' ผุดกลุ่ม 'มหาสมุทรมหานคร' มุ่งแก้เศรษฐกิจ 'อ่าวไทย-อันดามัน'

(3 ต.ค. 65) วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย กฤษ ศรีฟ้า อดีต ส.ส.ภาคใต้ พรรคไทยรักไทย เสรีย์ นวลเพ็ง อดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และไพศาล หลีเส็น สมาชิกพรรคเพื่อไทย พบปะกลุ่มนักธุรกิจแถบจังหวัดอันดามัน และกลุ่มอ่าวไทยที่จังหวัดกระบี่

การพูดคุยวันนี้ ประกอบด้วยนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว กลุ่มเกษตรกร กลุ่มประมง แลกเปลี่ยนกันถึงศักยภาพของฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐเพียงพอ โดยกลุ่มที่มาประชุมทั้งหมดนี้จะตั้งเป็น 'กลุ่มมหาสมุทรมหานคร' ยกระดับจังหวัดที่อยู่ริมทะเลทั้งหมด ดึงศักยภาพด้านประมง ส่งออก ท่องเที่ยว กีฬา สถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรม ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยเข้ามาดูแลและหาแนวทางผลักดันเป็นนโยบายเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะสามารถสร้างนโยบายขับเคลื่อนภาคใต้และทำให้เกิดขึ้นได้จริง โดยมอบหมายให้ กฤษ ศรีฟ้า ซึ่งเคยเป็นอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยในพื้นที่ภาคใต้ และอดีตประธานหอการค้า เป็นผู้นำกลางของกลุ่มผนึกกำลังตัวแทนภาคเศรษฐกิจและการเมืองจากทุกจังหวัดเข้ามาเป็นคณะทำงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชนในภาคใต้ได้อย่างจริงจัง

'วราวุธ' สั่งกรมทะเล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หวั่นสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากนายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ได้รับแจ้งจากเพจนิราศเมืองแกลง ว่าพบปรากฏการณ์น้ำทะเลมีสีเขียว บริเวณ ชายหาดแหลมแม่พิมพ์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ลงพื้นที่ในวันนี้ (3 ตุลาคม 2565) เพื่อเร่งติดตามและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล จากการสำรวจบริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์ เบื้องต้นได้พบน้ำทะเลมีสีเขียวเข้มตลอดทั้งหาดจริง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และส่งกลิ่นเหม็นคาวไปทั่วบริเวณชายหาด

เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ ได้ดำเนินการสำรวจบริเวณโดยรอบไม่พบสัตว์ทะเลหายากหรือสัตว์น้ำเกยตื้นตาย จากนั้นจึงทำการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์ ทำการตรวจสอบพบว่าคุณภาพน้ำทั่วไป ปรากฏว่าผลของน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ พร้อมกันนี้ได้สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ทราบว่าน้ำทะเลเริ่มมีสีเขียว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 โดยคาดว่าอาจเกิดขึ้นจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่สร้างสารชีวพิษ และมักเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก 

'อลงกรณ์' ไฟเขียวร่างพระราชบัญญัติสภาการประมงหลังปรับปรุงใหม่พร้อมเสนอรัฐมนตรีเกษตรฯ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

วันนี้ 3 ต.ค.65 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยเป็นประธาน การประชุมคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ....และร่างพระราชบัญญัติกองทุนประมง พ.ศ.... ครั้งที่ 3/ 2565 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ และจัดประชุม ณ ห้องประชุมกุลาดำ อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง โดยมี ผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง ผู้แทนภาคเอกชน ได้แก่ ผู้แทนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาหอการค้าไทย ผู้แทนสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ผู้แทนสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย

 

ผู้แทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ผู้แทนสมาคมอวนล้อมจับแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมการประมงทะเลไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย ผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย ผู้แทนสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย ผู้แทนสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย ผู้แทนกรมบัญชีกลาง โดยมี นางสาวสัมพันธ์ ปานจรัตน์ ผอ กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง เป็นเลขานุการการประชุม 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. จับกุมขบวนการหลอกเหยื่อ บังคับค้าประเวณี ประเทศเมียนมา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. จับกุมขบวนการหลอกเหยื่อ บังคับค้าประเวณี ประเทศเมียนมา

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.65 ที่ผ่านมา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 16 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. (ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น) กรณี น.ส.เอ ถูกหลอกลวงให้เดินทางไปยังประเทศเมียนมา และถูกบังคับให้ค้าประเวณี  ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือและพากลับมายังประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา โดยขอให้สืบสวนติดตามและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่หลอกลวง น.ส.เอ ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอไปแล้วนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฯ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. ,ศพดส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และ สภ.กระสัง เร่งสืบสวน ติดตามคดีนี้อย่างเร่งด่วน โดยได้ประสานความร่วมมือไปยังกองกำลังทหารประเทศเมียนมา เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จนทราบว่าขบวนการดังกล่าวได้ร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มต้นจากการหลอกลวงเหยื่อให้มีความต้องการเดินทางไปทำงาน นำพาลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมา และถูกบังคับค้าประเวณีในที่สุด เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้ทำการสืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำผิดทั้งหมด จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องของหมายจับต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย...

1.น.ส.ณัฐฐิตา หรือออม  อายุ 29 ปี ที่อยู่ 68/1 ม.2 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นคนหลอกลวงให้เหยื่อไปทำงานที่ประเทศเมียนมา โดยสามารถจับกุมได้ที่ท่าข้ามธรรมชาติ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

2.นายอาหลู่ผะ หรือไวน์ อายุ 44 ปี ที่อยู่ 56/22 ม.2 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สามีของ น.ส.ณัฐฐิตาฯ ทำหน้าที่เป็นคนนำพาเหยื่อลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมา สามารถจับกุมได้ที่ ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง  ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้น เต็มใจไปด้วย” , “ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก หรือซึ่งได้กระทำแก่บุคคลผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี” , “บังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการนำภาระหนี้ของบุคคลอื่นส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด” และ “ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก”

3.น.ส.สุพัฒตา หรือกิ่ง  อายุ 23 ปี ที่อยู่ 198 ม.17 ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เป็นเจ้าของร้าน (KTV) ที่ประเทศเมียนมา บังคับเหยื่อค้าประเวณี โดยสามารถจับกุมได้ที่ท่าข้ามธรรมชาติ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ซึ่งถูกพราก ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย” , “ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก หรือซึ่งได้กระทำแก่บุคคลผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี” , “บังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการนำภาระหนี้ของบุคคลอื่นส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด” และ “ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก”

พฤติการณ์ในคดีนี้กล่าวคือ น.ส.ณัฐฐิตา หรือออม ฯ ผู้ต้องหา ได้ชักชวน น.ส.เอ ผ่านแอพพลิเคชั่น Line และ Facebook ให้ไปทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศเมียนมาร์ โดยอ้างว่าจะได้เงินสัปดาห์ละ  50,000  บาท ทำประมาณ 2 เดือนจะมีเงินเก็บประมาณ 200,000 - 400,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้น น.ส.ณัฐฐิตาฯ ได้ให้นายอาหลู่ผะฯ ซึ่งเป็นสามี พา น.ส.เอ ลักลอบข้ามชายแดนในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ และนำไปส่งให้กับน.ส.สุพัฒตาฯ เจ้าของร้านอาหาร (KTV) หลังบ่อนการพนัน แจ็คดรากอนไนท์ จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา โดยน.ส.สุพัฒตาฯ ได้บังคับให้ น.ส.เอ ขายบริการทางเพศ น.ส.เอ จึงได้ขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณา และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กลับมายังประเทศไทยในที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top